ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

หมวดความรู้พื้นฐาน

"หมวดความรู้พื้นฐาน" รวบรวมบทความเนื้อหารัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ฯลฯ ที่ผู้แต่งเรียบเรียงขึ้นมาด้วยตนเอง มาจัดเรียงเป็นหมวดหมู่เหมือนตำรา (หรือใกล้เคียง)
            บทความกระจายหลายเว็บไซต์ แต่รวมชื่อทุกบทความในหน้านี้
            ติดต่อพูดคุยสอบถามได้ที่ไลน์ @7chanchai
-----------------------------------
ชุดนี้มีทั้งหมด 7 ตอน เป็นบทนำของลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ตอนแรกกล่าวถึงการเมืองคืออะไร

อธิบาย 3 คำต่อไปนี้ ได้แก่ อำนาจ อิทธิพล สิทธิอำนาจ

อธิบายคำว่าหน่วยการเมือง (political unit) ซึ่งอาจเป็นปัจเจกบุคคล (Individual) กลุ่มบุคคล กลุ่มผลประโยชน์ สถาบันการเมือง รัฐ/ชาติ องค์กรระหว่างประเทศ ที่แสดงพฤติกรรมการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่ง และ/หรือรับผลแห่งพฤติกรรมการเมืองจากตนเองหรือหน่วยการเมืองอื่น

อธิบายความสำคัญของการเมือง การเมืองการปกครองเป็นเรื่องใกล้ตัว

รัฐศาสตร์ คืออะไร และวิธีการศึกษารัฐศาสตร์

ขอบเขต สาขาของวิชารัฐศาสตร์ และธรรมชาติของวิชารัฐศาสตร์

ที่มาของหลักวิชารัฐศาสตร์ที่เรียนในประเทศไทย และเป้าหมายของการศึกษาวิชารัฐศาสตร์

บางคนจะแสดงความเบื่อหน่ายทันทีเมื่อเอ่ยเรื่องการเมืองการปกครอง บางคนบอกว่าคิดมากแล้วปวดหัว ไม่ว่าจะน่าสนใจหรือไม่ การเมืองการปกครองเป็นเรื่องใกล้ตัว มีผลต่อชีวิตส่วนตัว ครอบครัว สังคมมากว่าที่บางคนเข้าใจ
สนใจคลิกที่รูป
บทความว่าด้วยรัฐแบ่งเป็น 3 ตอน ตอนแรกกล่าวถึงนิยามคำว่ารัฐ แนวคิด ทฤษฎีกำเนิดแห่งรัฐ (Origin of State)

พัฒนาการและรูปแบบรัฐ องค์ประกอบของรัฐสมัยใหม่

อำนาจอธิปไตย แนวคิดเกี่ยวกับอำนาจอธิปไตย ลักษณะของอำนาจอธิปไตย การสั่นคลอนอำนาจอธิปไตย รัฐในอนาคต บทบาทหน้าที่แห่งรัฐ


กำเนิด “รัฐสมัยใหม่” ตัวแสดงเอกของโลก
สนธิสัญญาเวสฟาเลีย (Treaty of Westphalia) ในปี 1648 เป็นจุดเริ่มต้นของ “รัฐสมัยใหม่” (modern state) ผู้ครองรัฐต่างๆ สามารถกำหนดนิกายศาสนาด้วยตนเอง ไม่จำต้องขึ้นกับศาสนจักรอีกต่อไป เป็นการยุติอำนาจฝ่ายโลกของคริสตจักรโรมันคาทอลิกที่มีมาตั้งแต่ยุโรปสมัยกลาง ผู้ปกครองแต่ละคนมีอำนาจสูงสุดเหนือดินแดน รวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างในดินแดนนั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นประชากร ทรัพยากรต่างๆ รัฐจึงเป็นสิ่งประดิษฐ์คิดค้น สามารถพัฒนาปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม

บทความมีทั้งหมด 5 ตอน ตอนแรกนี้กล่าวถึงนิยามอุดมการณ์ทางการเมือง ความสำคัญบทบาทของ อุดมการณ์ทางการเมือง องค์ประกอบของอุดมการณ์ทางการเมือง วิพากษ์ อุดมการณ์ทางการเมือง และอุดมการณ์อรัฐนิยม

อธิบายตั้งแต่นิยามอุดมการณ์เสรีนิยม ลักษณะพื้นฐานของเสรีนิยม เสรีนิยมคลาสสิคกับเสรีนิยมสมัยใหม่

ประกอบด้วยหัวข้อ นิยาม ลักษณะพื้นฐานของอุดมการณ์อนุรักษ์นิยม อนุรักษ์นิยมประเภทต่างๆ ได้แก่ อนุรักษ์นิยมดั้งเดิม (Classical conservatism หรือ institutional conservatism) อนุรักษ์นิยมสมัยใหม่ (Modern conservatism หรือ right conservatism) อนุรักษ์นิยมใหม่ (Neoconservatism) 

บทความนี้อธิบายเรื่องอุดมการณ์สังคมนิยม ตั้งแต่แนวคิดคาร์ล มาร์กซ์กับเฮเกล ทฤษฎีวิภาษวิธี (dialectic) พัฒนาการของสังคมนิยม สังคมนิยมในปัจจุบัน

อธิบายเรื่องชาตินิยม ชาตินิยมประเภทต่างๆ ได้แก่ ชาตินิยมแนวเสรี (Liberal Nationalism) ชาตินิยมแนวอนุรักษ์ (Conservative Nationalism) ชาตินิยมขยายอำนาจ (Expansionist Nationalism) ชาตินิยมต่อต้านการล่าอาณานิคม (Anticolonial Nationalism)

บทความรูปแบบการปกครองแบ่งออกเป็น 2 ตอน ตอนแรกกล่าวถึงรูปแบบการปกครองที่ใช้เกณฑ์จำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายของการปกครอง รูปแบบการปกครองแบบกรีก (Greek Typology of Governments)

กล่าวถึงเผด็จการเบ็ดเสร็จนิยม (Totalitarianism) เผด็จการอำนาจนิยม (Authoritarianism)

ประวัติศาสตร์ของชนชาติโรมันไม่ต่างจากหลายชนชาติที่เริ่มต้นด้วยคนกลุ่มเล็กๆ ที่สามารถเอาตัวรอดจากเผ่าอื่นๆ รอบข้าง จนกลายเป็นเมือง นครรัฐ และพัฒนาเป็นสาธารณรัฐโรมัน อันหมายถึงการปกครองโดยชนชั้นอำนาจที่สังคมโรมันสมัยนั้นหมายถึงเจ้าของที่ดินรายใหญ่ รากฐานความมั่งคั่งในยุคนั้น ชนชั้นอำนาจพยายามรักษาผลประโยชน์ด้วยการยึดอำนาจปกครองไว้กับพวกตัว วางกฎสังคมห้ามแต่งงานข้ามชนชั้น เป็นสาเหตุเกื้อหนุนให้ชนชั้นปกครองนี้สามารถรักษาอำนาจยาวนานกว่า 400 ปี

จากชุมชนสู่นครรัฐและกลายเป็นสาธารณรัฐโรมัน ชนชั้นปกครองซึ่งคืออดีตขุนนางและเป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่สามารถกุมอำนาจปกครองอย่างเหนียวแน่น ทั้งด้านบริหาร การยุติธรรม เศรษฐกิจ การทหาร การทำสงครามขยายอาณาเขตหมายถึงการได้ทรัพย์สิน ที่ดินและทาส ผลประโยชน์เหล่านี้ส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือของชนชั้นปกครองไม่กี่ตระกูล แต่ด้วยการขยายอาณาจักรอย่างไม่สิ้นสุดส่งผลให้กองทัพใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ และควบคุมยากขึ้น ท้ายที่สุดกลายเป็นผู้ล้มล้างระบบสาธารณรัฐโรมัน


หากไม่ทำเพื่อประชาชนสังคมส่วนรวม ไม่ว่าจะกุมอำนาจคนเดียวหรือเป็นกลุ่ม นั่นคือเผด็จการ หากทำเพื่อความสุขของประชาชนจริง จะกลายเป็นราชาธิปไตยหรือการปกครองโดยคณะบุคคลที่น่าส่งเสริม

อุดมการณ์ประชาธิปไตยคือประชาชนปกครองกันเอง นิยามการปกครองประชาธิปไตยคือการปกครองโดยประชาชน แต่คำว่า “ประชาชน” ในแต่ละยุคสมัยแตกต่างกัน ในอดีตสังคมที่มีทาส พลเมืองเท่านั้นที่มีประชาธิปไตย ในอดีตผู้หญิงถูกกีดกันออกจากการเมือง นิยามประชาธิปไตยจึงเปลี่ยนแปลงไม่คงที่ และมีรูปแบบย่อยๆ แตกต่างออกไป

นักวิเคราะห์ตะวันตกบางคนยอมรับมากขึ้นแล้วว่าระบอบเสรีนิยมประชาธิปไตยตะวันตก (Western liberal democracy) ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างสมควร ลัทธิอำนาจนิยมกำลังเบ่งบาน

หลักเสียงข้างมาก (Majority Rule) ตามระบอบประชาธิปไตย
หลักเสียงข้างมากตั้งอยู่บนหลักเหตุผล ไม่ละเมิดสิทธิผลประโยชน์ของเสียงข้างน้อย เป็นสังคมเอื้ออาทร หากอ้างหลักเสียงข้างมากเพื่อกระทำตามอำเภอใจเท่ากับเป็นเผด็จการเสียงข้างมาก อาจนำสู่รัฐบาลเผด็จการ (แม้มีการเลือกตั้ง) สังคมแตกแยกจนถึงขั้นคนบางส่วนอาจคิดขอแยกประเทศ เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้วในประเทศประเทศ

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน

ตามระบอบประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิ์มีเสียง และต้องใช้สิทธิ์ใช้เสียงของตนอย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มผลประโยชน์อยู่ภายใต้แนวคิดดังกล่าว

อย่างไรดีกว่า โค่นเผด็จการหรือให้เป็นรัฐล้มเหลว
อิรักกับซีเรียเป็น 2 ตัวอย่างว่านโยบายกำจัดเผด็จการเป็นต้นเหตุของสงครามกลางเมือง ความขัดแย้งที่ไม่สิ้นสุด กลายเป็นรัฐล้มเหลว การปล่อยให้เผด็จการดำรงอยู่ต่อไปเป็นโทษน้อยกว่า การกำจัดเผด็จการไม่เป็นเหตุให้ประเทศกลายเป็นประชาธิปไตยเสมอไป ถ้ามองว่าเผด็จการหมายถึงประชาชนถูกกดขี่ เมื่อเป็นรัฐล้มเหลวประชาชนถูกกดขี่ข่มเหงยิ่งกว่า ชีวิตอยู่ในอันตรายมากกว่า แต่รัฐบาลโอบามายังยืนหยัดนโยบายโค่นเผด็จการไม่ต่างจากรัฐบุชและอีกหลายชุด

ทุกวันนี้มีข้อสรุปที่ยอมรับแล้วว่าอิรักไม่มี WMD ซัดดัมไม่ได้สนับสนุนผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะห์ตามที่รัฐบาลแบลร์กับบุชกล่าวอ้าง การทำสงครามล้มระบอบซัดดัมไม่ช่วยเรื่องต่อต้านก่อการร้าย ซ้ำยังกระตุ้นให้เกิดผู้ก่อการร้ายสารพัดกลุ่ม เช่น IS ทิ้งให้อิรักกลายเป็นรัฐล้มเหลว ประเด็นที่สำคัญกว่านั้นคือคำถามที่ว่าระบอบประชาธิปไตยอังกฤษกับสหรัฐช่วยให้ 2 ประเทศนี้ก่อสงครามที่สมควรทำหรือไม่
สนใจคลิกที่รูป

ทุกวันนี้พิสูจน์แล้วว่าเมื่อปี 2002 อิรัก อิหร่านและเกาหลีเหนือไม่เป็นภัยคุกคามจวนตัวอย่างที่รัฐบาลบุชกล่าวอ้าง เอกสารรายงานต่างๆ ที่ออกมาจากรัฐบาลสหรัฐกับอังกฤษมีข้อสรุปที่เป็นเท็จ พูดเกินจริง สร้างภาพให้เห็นภัยคุกคามใหญ่เกินตัว ระบอบประชาธิปไตยอังกฤษกับสหรัฐไม่อำนวยการตัดสินใจที่ถูกต้องแก่ผู้นำประเทศ ไม่สามารถยับยั้งการตัดสินใจอย่างไม่สมเหตุสมผลทั้งๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวด

มนุษย์แตกต่างหลากหลาย หลายเรื่องแก้ยากหรือไม่ได้ ควรมุ่ง จัดการให้ทุกคนอยู่ได้ เป็นประโยชน์สุขต่อทุกคน เริ่มต้นด้วยการวาง หลักยึดเป็นข้อเสนอให้ทุกคนยืดถือร่วมกัน 

เนื้อหาหัวข้อ “ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” แบ่งเป็น 6 ตอน ตอนแรกกล่าวถึง ความสำคัญของวิชา ขอบเขตวิชา เป้าหมายทางวิชาการ ของการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ผลประโยชน์แห่งชาติ นิยามผลประโยชน์แห่งชาติ

อธิบายเรื่องตัวแสดงต่างๆ รัฐกับตัวแสดงที่มิใช่รัฐ (Non State Actor) ตัวแสดงมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน

อธิบายทฤษฎีสัจนิยม Balance-of-Power อุดมคตินิยม

ตัวอย่างประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 3 เรื่อง ได้แก่ สงครามเย็น โลกาภิวัตน์ และภาวะโลกร้อน

กรณีศึกษาของตัวแสดงในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

สภาพความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เป็นอยู่ในอดีต ปัจจุบัน รวมทั้งอนาคตเกิดจากฝีมือมนุษย์เป็นสำคัญ ความสำคัญของการศึกษาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คือเพื่อแสวงหา การบรรลุถึงเป้าหมายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดี ที่มีคุณค่า มีประโยชน์ ทั้งในระดับองค์กรจนถึงระดับปัจเจกบุคคล ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลเป็นอย่างไรสะท้อนประชาชนเจ้าของประเทศ หากจะให้รัฐมีสัมพันธ์ต่อกันที่ดีกว่านี้ ต้องแก้ไขที่ตัวประชาชนก่อน
สนใจคลิกที่รูป

หลักแบ่งแยกแล้วปกครองไม่ใช่ของใหม่ เคิร์ดซีเรียถูกแยกจากซีเรียให้มาเป็นพวกสหรัฐเป็นอีกกรณีศึกษา ในประเทศนี้ที่ถูกปลุกปั่นว่าคนซีเรียหลากหลายกลุ่มอยู่ร่วมโลกด้วยกันไม่ได้อีกต่อไป


City Carshare” หวังสร้างชุมชนต้นแบบที่คนใช้รถร่วมกัน ช่วยลดรายจ่าย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จากความตั้งใจของคนไม่กี่คนกลายเป็นองค์กรใหญ่ บริหารแบบมืออาชีพ ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ กำไรขาดุทน ความสำเร็จของ “City Carshare” เป็นแบบอย่างแก่องค์กรภาคประชาชนอื่น สร้างประโยชน์แก่สังคมและให้ข้อคิดแก่ผู้ประสงค์ทำงานเพื่อสังคม


พอจะสรุปได้ว่า “ประชานิยม” คือ การเคลื่อนไหวทางการเมือง พยายามดึงประชาชนเข้ามาเป็นแนวร่วม เพื่อต่อต้านระบอบเก่า อาจเป็นระบอบการเมือง สังคม เศรษฐกิจ บางเรื่องบางที่เป็นสาเหตุทำให้ประชาชนบางกลุ่มไม่พอใจอย่างยิ่ง แนวทางนี้กำลังท้าทายระบอบการเมืองเศรษฐกิจสังคมปัจจุบัน และจะทวีความรุนแรงมากขึ้นในศตวรรษที่ 21 นี้

การรณรงค์ประชานิยมแต่ละครั้งมีข้อดี-ข้อเสียขึ้นกับแง่มุมมอง บางครั้งมีข้อดีหลายข้อ บางครั้งมีข้อเสียมากกว่า ทั้งนี้ขึ้นกับการรณรงค์แต่ละครั้ง โดยรวมแล้วข้อดีคือเป็นอีกช่องทางของประชาชน ช่วยให้ประชาธิปไตยสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่วนข้อเสียคือเป็นการทำลายประชาธิปไตย ไม่ต่างจากระบอบเดิมที่ไม่ได้ทำเพื่อประชาชนจริงๆ

ทรัมป์ใช้ประชานิยมเป็นแนวทางหนึ่งในการหาเสียง พยายามชี้ว่าตนแตกต่างจากนักการเมืองเก่าๆ พวกชนชั้นอำนาจเดิม วาดฝันให้ชาวอเมริกันมีงานทำนับล้านตำแหน่ง มีรายได้เพิ่มขึ้น แต่นโยบายทำไม่ได้จริง ประชานิยมแบบทรัมป์จึงเป็นแนวทางที่สร้างความเสียหาย ทั้งๆ ที่ตัวประชานิยมไม่จำต้องเป็นเรื่องเสียหายเสมอไป ขึ้นกับผู้ใช้มีความตั้งใจทำเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนจริงหรือไม่

บทความมีทั้งหมด 3 ตอน ตอนแรกอธิบายประวัติศาสตร์ หลักการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, Electors

อธิบาย Electors, ระบบ ‘winner-take-all’

อธิบาย Electors, electoral votes, กรณีตัวอย่าง


เป้าหมายของการหาเสียงคือชนะการเลือกตั้ง ผู้สมัครเลือกตั้งไม่ได้หาเสียงด้วยการแสดงความดีงามของตน นโยบายที่ดีกว่าเท่านั้น บางคนใช้วิธีรณรงค์เลือกตั้งทางลบ สร้างความเสื่อมเสียฝ่ายตรงข้าม หลายเรื่องที่หยิบขึ้นมาพูดไม่มีผลทางกฎหมาย แต่ทำให้ประชาชนคิดว่าผู้สมัครฝ่ายตรงข้างแย่ ไม่น่าเลือก เมื่อต่างฝ่ายต่างใช้จึงเกิดการสาดโคลนกันไปมา ประชาชนบางส่วนเอือมระอาการเมืองแบบนี้ ในขณะที่อีกหลายคนเห็นว่ามีประโยชน์เช่นกัน


ในการเลือกตั้งบางครั้ง ไม่มีผู้สมัครคนใดที่ดีพอ คู่ควรกับตำแหน่ง แต่ด้วยระบอบกับระบบพยายามให้ประชาชนออกไปเลือกตั้ง หลายคนจึงใช้วิธีเลือกคนที่แย่น้อยกว่า เพื่อสกัดไม่ให้คนที่แย่ที่สุดได้ถืออำนาจบริหารประเทศ แต่แนวคิดเช่นนี้ไม่ช่วยให้ประเทศเจริญรุ่งเรืองยั่งยืน เป็นเพียงการซื้อเวลา จึงต้องคิดหาระบบเลือกตั้ง/สรรหาให้ได้คนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยไม่ยึดกรอบว่าต้องเป็นการเลือก/สรรหาช่วงเวลาหาเสียงเท่านั้น

พรรคเดโมแครทในอุ้งมือของชนชั้นอำนาจ
อีเมลที่รั่วออกจากพรรคเป็นหลักฐานชี้ว่าเจ้าหน้าที่พรรคแทนไม่ได้วางตัวเป็นกลาง ช่วยฮิลลารีอย่างเป็นระบบ ผู้ใหญ่ในพรรคตั้งใจให้ฮิลลารีเป็นตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีตั้งแต่ต้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอีกหลักฐานชี้ว่าพรรคอยู่ใต้อำนาจของผู้ใหญ่ นายทุนไม่กี่กลุ่ม ไม่ใช่พรรคของปวงชนอย่างแท้จริง นับวันการเมืองสหรัฐจะมีสภาพเป็นคณาธิปไตยในคราบประชาธิปไตย

ฮิลลารี คลินตันถูกครหาว่าเข้าควบคุมพรรคก่อนได้เป็นตัวแทนพรรค สะท้อนคณาธิปไตยในพรรค แต่เป็นความจริงที่เลี่ยงไม่ได้ สำคัญว่ายึดถืออุดมการณ์หรือไม่


การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (4IR) ทำให้การเชื่อมต่อมีประสิทธิภาพสูงยิ่ง เมื่อผนวกกับระบบคอมพิวเตอร์อันทรงพลัง ปัญญาประดิษฐ์ ผลคือการรวมพลังของประชาชนที่อาจสนับสนุนหรือต่อต้านรัฐ


สหประชาชาติก่อตั้งด้วยวัตถุประสงค์ของชาติมหาอำนาจภายใต้บริบทเมื่อ 70 ปีก่อน 7 ทศวรรษที่ผ่านสหประชาชาติได้สร้างประโยชน์แก่โลกมากมาย แต่ก็สะท้อนปัญหาของตัวเองมากมายเช่นกัน หลายฝ่ายเห็นว่าจำต้องปรับปรุงเพราะบริบทโลกเปลี่ยนไป แต่แนวคิดการปรับปรุงนั้นหลากหลายแตกต่างกันมาก อีกทั้งประเทศที่ได้ประโยชน์ต่างพยายามรักษาประโยชน์ของตนอย่างเต็มที่  การถกเถียงเพื่อปรับปรุงจึงดำเนินต่อไป

Group of Twenty (G20) คือการประชุมเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจการเงินของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้า (G7) กับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เพื่อหารือแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจการเงิน ให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างสมดุล ยั่งยืน ควบคุมระบบการเงินเพื่อลดความเสี่ยง ป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤต พัฒนาโครงสร้างระบบการเงินระหว่างประเทศ สะท้อนบทบาทหลายประเทศที่กำลังก้าวขึ้นมา เช่น จีน อินเดีย บราซิลและกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศที่มีอิทธิพลมากขึ้น

G-77 เป็นกลุ่มของประเทศกำลังพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในสหประชาชาติ เป็นเวทีแสดงและผลักดันจุดยืนของประเทศกำลังพัฒนาที่หวังปรับเปลี่ยนโครงสร้างระเบียบเศรษฐกิจโลกที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเขามากขึ้น แต่ผลงานมีน้อยกว่าที่คาด ส่วนหนึ่งเกิดจากความเป็นเอกภาพของสมาชิก ความซับซ้อนของเศรษฐกิจโลกที่ประเทศต่างๆ ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การมองภาพใหญ่เช่นนี้ต้องไม่ลืมว่าชาติกำลังพัฒนาหลายประเทศมีปัญหาภายในเช่นกัน

ระหว่างจีน ญี่ปุ่นและซาอุฯ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอาวุธทันสมัยที่สุด

โอกาสเกิดสงครามล้างโลกนิวเคลียร์เป็นไปได้น้อยมาก ที่มีความเป็นไปได้มากขึ้นคือสหรัฐจะเป็นผู้ลงมือใช้ก่อนกับประเทศเล็กๆ

แผนพัฒนาใดๆ ของจีนสามารถตีความว่ากำลังบั่นทอนผลประโยชน์ของอีกฝ่าย แต่อาจเป็นแนวทางที่ดีกว่า เพิ่มโอกาสเพิ่มทางเลือก สำคัญว่าสุดท้ายประชาชนได้ประโยชน์มากขึ้นหรือไม่

นโยบายจีนเดียว (one-China policy) ถูกอ้างว่าเป็นหนึ่งในรากฐานความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่ย้อนหลังถึงปี 1972 เมื่อ 2 รัฐบาลจับมือกันต้านสหภาพโซเวียต เป็นความสำเร็จทางการทูตครั้งใหญ่ในยุคนั้น ผู้นำโลกเสรีสามารถจับมือกับคอมมิวนิสต์จีน แต่บริบทโลกเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันไม่มีสหภาพโซเวียตอีกแล้ว รัสเซียในปัจจุบันมีสัมพันธ์ใกล้ชิดจีน ส่วนสหรัฐฯ แสดงท่าทีไม่เป็นมิตรต่อจีนมากขึ้น ชัดเจนขึ้น อะไรคือคุณค่าแท้ของนโยบายจีนเดียวในปัจจุบันและอนาคต

ความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือกับใต้เป็นความขัดแย้งกรอบแคบในกรอบใหญ่ เกี่ยวพันประวัติศาสตร์กว่าร้อยปีก่อน ส่งผลสืบเนื่องผ่านยุคสมัยต่างๆ จนถึงปัจจุบัน ในขณะที่ชาวเกาหลีโหยหาสันติภาพ

ภายใต้บริบทปัจจุบัน รัสเซียอยู่ในตำแหน่งที่เป็นมิตรและสามารถเป็นมิตรที่ดีของอาเซียน การประชุมสุดยอดผู้นำครั้งล่าสุดตอกย้ำทิศทางดังกล่าว เกิดความร่วมมือในทุกด้าน ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจจะเพิ่มสูงขึ้น บทบาทรัสเซียในเอเชียแปซิฟิกจะเป็นประโยชน์ร่วมกับอาเซียน ส่งเสริมสถานภาพของอาเซียนในเวทีโลก

ทฤษฎีดุลแห่งอำนาจเป็นแนวคิดจากสำนักสัจนิยมที่ใช้กันแพร่หลาย ถ่วงดุลฝ่ายที่เป็นอริ ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายได้เปรียบ หวังเป็นเหตุไม่ให้คิดทำสงครามต่อกัน อาเซียนกำลังใช้ทฤษฎีดุลแห่งอำนาจถ่วงดุลจีนกับฝ่ายสหรัฐ เพื่อชี้ชวนให้ทุกฝ่ายดำเนินนโยบายกับอาเซียนอย่างสร้างสรรค์ แต่ทฤษฎีดุลแห่งอำนาจมีจุดอ่อนเช่นกัน จึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง

เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาแสดงสุนทรพจน์ที่เกี่ยวข้องนโยบายต่างประเทศมักจะมีการเอ่ยถึงAmerican exceptionalism หรือหลักการที่อยู่ภายในลัทธิหรือแนวคิดดังกล่าว แม้เป็นคำที่มีการพูดถึงแต่ในทางวิชาการเป็นที่ถกเถียงในความหมาย อีกทั้งพบว่าบ่อยครั้งผู้ใช้แต่ละคนจะใช้ในความหมายที่แตกต่างกันด้วยเหตุผลเฉพาะเจาะจง บทความนี้จะอธิบายความหมาย การนำไปใช้ ผลที่เกิดขึ้นทั้งด้านบวกด้านลบ และข้อวิพากษ์
บทความนี้แบ่งออกเป็น 3 ตอน

หลักนิยม “ชิงลงมือก่อน” ที่ประกาศในสมัยประธานาธิบดีบุชนิยามว่าเป็นส่งกองทัพเข้ารุกรานอย่างเปิดเผย เป็นนิยามที่ไม่ครอบคลุม บิดเบือน จึงต้องกำหนดนิยามใหม่ อีกประเด็นที่ไม่ควรละเลยคือความเชื่อมโยงกับการส่งเสริมประชาธิปไตย การค้าเสรี คำถามที่สำคัญคือ รัฐบาลโอบามาได้ละทิ้งหลักนิยม “ชิงลงมือก่อน” หรือไม่ หรือเป็นเพียงปรับตัวให้เข้ากับบริบท

คำว่าเดินเรือเสรี ฟังดูผิวเผินเป็นเรื่องดีมีประโยชน์ เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย แต่คำว่าเดินเรือเสรีของรัฐบาลหมายถึงเฉพาะสหรัฐเท่านั้นที่มีความเสรีเป็นพิเศษเหนือประเทศอื่นๆ ส่วนประเทศอื่นๆ ที่เรือจะต้อง “เสรีภายใต้กรอบระเบียบที่วางไว้” ซึ่งเสรีน้อยกว่าของสหรัฐ อีกทั้งรัฐบาลสหรัฐจะใช้ทุกวิธีเพื่อกดดันบังคับให้นานาประเทศต้องอยู่ภายใต้เสรีตามระเบียบดังกล่าว เป็นตัวอย่างความเป็นจักรวรรดินิยม

“หลักนิยมทรัมป์” (Trump’s Doctrine) คือการยึดถือผลประโยชน์ของชาติกับอธิปไตยเป็นที่ตั้ง แม้ขัดแย้งประเทศอื่นหรือศีลธรรมคุณธรรม ตามหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบสัจนิยม (Realism)

ไม่แปลกที่รัฐบาลทรัมป์ยึดหลักสัจนิยม แต่ต้องศึกษาลงในรายละเอียดว่าอะไรกันแน่ที่รัฐบาลต้องการ สันติสุขหรือความรุนแรง เป็นประโยชน์ต่อชาวอเมริกันหรือน่าจะมีทางเลือกที่ดีกว่า


The Clash of Civilizations ของฮันติงตันระบุว่าโลกในอนาคตจะไม่แบ่งแยกด้วยอุดมการณ์การเมืองเศรษฐกิจอีกต่อไป แต่จะแบ่งแยกด้วยความเชื่อศาสนา มนุษย์จะฆ่าฟันทำลายล้างกันด้วยเหตุนี้ แต่ข้อเท็จจริงคือทุกวันนี้อำนาจรัฐระวังการครอบงำจากศาสนา แนวคิดของฮันติงตันอาจถูกตีความว่าต้องการให้ศาสนามีอิทธิพลเหนืออำนาจรัฐฝ่ายโลก หรือไม่ก็หวังใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือแบ่งแยกโลก แบ่งความเป็นมิตรกับศัตรูแบบเหมารวม เป็นอีกครั้งที่อำนาจรัฐแสวงหาประโยชน์จากศาสนา


ความเชื่อศาสนาคริสต์ไม่ใช่ตัวแทนของอารยธรรมตะวันตก เห็นว่าระบอบประชาธิปไตยมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ระบบการค้าอิงหลักคุณธรรมไม่ใช่ความโลภ ความมั่งคั่งมีเพื่อช่วยเหลือส่วนรวม ปัจเจกมีเสรีภาพแต่เป็นเสรีภาพภายใต้หลักศาสนา ส่วนอิสลามเน้นรักสันติ ไม่สุดโต่ง มุสลิมทั่วโลกส่วนใหญ่เป็นผู้รักสันติ ไม่ใช่พวกสุดโต่งหัวรุนแรง ต่อต้าน IS อัลกออิดะห์ แต่ฮันติงตันยังพยายามชักนำให้เกิดสงครามศาสนา

บางครั้งการวิเคราะห์โดยตั้งอยู่บนศาสนาสร้างความสับสนไม่น้อย ยกตัวอย่าง ชายพุทธคนหนึ่งข่มขืนแล้วฆ่าหญิงชาวพุทธ อย่างนี้เป็นประเด็นศาสนาหรือไม่ อเมริกาคือประเทศที่มีสถิติข่มขืนสูงมาก จะอธิบายว่าพวกคริสต์มักข่มขืนพวกคริสต์ด้วยกันเองหรือไม่ ควรอธิบายอย่างนี้หรือไม่ว่าถ้าชายบ้ากามคนนี้ข่มขืนหญิงศาสนาเดียวกันก็เพราะ “ความบ้ากาม” แต่ถ้าข่มขืนหญิงต่างศาสนาจะกลายเป็น “การปะทะระหว่างอารยธรรม”


พอโลเนียม-210 ยาพิษปริศนา (Ookbee)
ตั้งแต่ยุคโบราณมนุษย์รู้จักยาพิษ นำมาใช้เป็นอาวุธเรื่อยมา และเมื่อความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้นมนุษย์เริ่มคิดค้นสารพิษใหม่ที่ร้ายแรงกว่าสารพิษที่พบตามธรรมชาติ พอโลเนียม-210 คือตัวอย่างสารพิษที่มนุษย์แสวงหามานานแล้ว นั่นคือสารพิษหรือยาพิษที่ไร้สีไร้กลิ่นไร้รส ไม่มีทางเยียวยาที่ได้ผลดี ตรวจจับไม่ได้ (ยากแก่การตรวจจับ) ผู้เสียชีวิตมักเป็นบุคคลพิเศษ บุคคลสำคัญทางการเมือง พอโลเนียม-210 จึงเป็นยาพิษสมัยใหม่ที่คิดค้นมาเพื่อจัดการบุคคลเหล่านี้

การลุกฮือครั้งที่ 2 หรือการลุกฮือแห่งอัล-อักซอร์และข้อคิด
ช่วงปี 2000-2004 เกิดเหตุการลุกฮือครั้งที่ 2 (Second Intifada) หรือการลุกฮือแห่งอัล-อักซอร์ (Al-Aqsa Intifada) หลังเอเรียล ชารอน เดินทางไปที่เขตวิหารศักดิ์สิทธิ์ ผลลัพธ์สำคัญคือการเจรจาสันติภาพยุติ และไร้ข้อสรุปจนถึงบัดนี้ พร้อมกับที่อิสราเอลก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในเขตยึดครองเรื่อยมา เหตุการณ์เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วให้บทเรียนสำคัญ และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการเคลื่อนไหวต่อต้านอิสราเอลควบคุมมัสยิดอัล-อักซอร์ในช่วงนี้ ...



ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการบางคนพูดเสมอว่าราคาน้ำมันเป็นไปตามหลักตลาดเสรี ขึ้นกับอุปสงค์อุปทาน แต่การลดต่ำของราคาน้ำมันดิบในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีหลักฐานหลายชิ้นที่บ่งบอกว่าไม่ได้เป็นไปตามหลักกลไกเสรี หนึ่งในหลักฐานดังกล่าวคือแนวคิดที่ว่ารัฐบาลซาอุฯ กำลังใช้ราคาน้ำมันเป็นเครื่องมือจัดการอิหร่าน เรื่องทำนองไม่ใช่เรื่องใหม่ราคาน้ำมันเป็นเครื่องมือทางการเมืองระหว่างประเทศมานานแล้ว

ไม่มีนิยามสากลว่าจันทร์เสี้ยวชีอะห์ครอบคลุมพื้นที่ใด คำตอบที่ถูกต้องไม่มี เพราะแท้จริงแล้วไม่มีเกณฑ์ที่แน่นอนชัดเจน เป้าหมายที่สร้างขึ้นเพื่อจะทำลาย

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับรัสเซียในวิกฤตยูเครนเป็นสงครามเย็นหรือไม่
แม้ว่าทุกวันนี้จะผ่านพ้นสงครามเย็นมานานแล้ว สิ่งหนึ่งที่สื่อชาติตะวันตกทำอย่างต่อเนื่องนับจากสงครามเย็นจนถึงปัจจุบัน คือ การโฆษณาชวนเชื่อ บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร หลอกหลวงประชาคมโลกอย่างเป็นระบบ ไม่ต่างจากทางการรัสเซียที่ยังใช้การโฆษณาชวนเชื่อเป็นเครื่องมือดังที่กระทำเรื่อยมา วิกฤตยูเครนในขณะนี้เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ต่างฝ่ายต่างพยายามช่วงชิงความได้เปรียบ โดยพยายามเปรียบเปรยให้นึกถึงสงครามเย็น ยุคที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน และพยายามดึงให้ประเทศอื่นๆ อยู่กับฝ่ายของตน
บทความนี้แบ่งออกเป็น 3 ตอน
3. ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับรัสเซียในวิกฤตยูเครนเป็นสงครามเย็นหรือไม่(ตอนจบ)


หลายคนละครแล้วมีความสนุกสนานเพลิดเพลิน บางคนถึงกับ “ติด” การดูละครไม่ใช่เรื่องผิด การโฆษณามีอยู่คู่กับอุตสาหกรรมละคร ประเด็นข้อคิดคือ “เป็นไปได้ไหมที่ละครทั้งเรื่องคือโฆษณา” นั่นหมายความว่าเวลาดูละครคือดูโฆษณา ได้รับสื่อโฆษณาทั้งแบบตรงไปตรงมากับแบบแนบเนียน การที่เป็นเช่นนี้มีทั้งผลดีผลเสีย เพราะบางส่วนคือการปลูกฝังค่านิยมที่ดี ส่งเสริมเศรษฐกิจ แต่ในด้านลบก็มีเช่นกัน

‘ชาร์ลีเอ็บโด’การเผชิญหน้าของ 2 สุดโต่ง เสรีนิยมสุดโต่งกับมุสลิมสุดโต่ง
กรณี “ชาร์ลีเอ็บโด” สังคมควรตั้งคำถามว่าผู้ก่อเหตุยิงสังหารกระทำตามหลักอิสลามหรือไม่ หรือว่าเป็นพวกบิดเบือนศาสนา เข้าใจหลักศาสนาผิดพลาด ในอีกด้านหนึ่ง การล้อเลียนโดยอ้างว่าเป็นเรื่องของการใช้เสรีภาพ ไม่ช่วยสร้างสรรค์สังคม เป็นการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความแตกแยก ความเกลียดชัง เพราะเป็นที่รับรู้ทั่วไปอยู่แล้วว่าการลบหลู่อิสลามสร้างความแตกแยกในสังคม เป็นต้นเหตุความรุนแรง สังคมควรส่งเสริมพวกสุดโต่งเหล่านี้หรือไม่


โลกต้องชื่นชมเศรษฐีผู้สร้างความร่ำรวยเพื่อมุ่งช่วยเหลือสังคมให้เป็นอารยะ ไม่ส่งเสริมยกย่องเศรษฐีที่ไม่ดูแลสังคมอย่างจริงจัง ยึดหลัก “เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข” อยากเห็นผู้อื่นมีความสุขเหมือนตนเอง

ปานามา เปเปอร์ส’ คือชื่อที่เรียกขานข้อมูลลับของลูกค้าของบริษัทมอสสัคฟอนเซคา หรือคือการสืบสวนเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของบริษัทมอสสัคฟอนเซคา ลูกค้าบริษัทผ่านข้อมูลที่รั่วไหลออกมา จากการที่บริษัทเอกชนได้ประโยชน์จากบริษัทนอกอาณาเขต มีลูกค้าชั้นดีอย่างพวกอาชญากรข้ามชาติ เป็น “ตู้เซฟ” ของชนชั้นอำนาจ เป็นเครื่องมือความมั่นคงของรัฐ จึงคาดการณ์ได้ว่าบริษัทอย่างมอสสัคฟอนเซคายังเป็นที่ต้องการของตลาด รัฐหนึ่งอาจต่อต้านแต่อีกรัฐจะปกป้อง

Pew Research Center เสนอผลสำรวจภัยคุกคามต่างๆ ตามความคิดเห็นของประชาชน พบว่าผู้ก่อการร้าย IS/ISIL/ISIS กับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก (global climate change) คือ 2 ประเด็นที่คนทั่วโลกเห็นว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดในขณะนี้

คนต่างด้าวอพยพ (Migrant) ต่างจากคนต่างด้าวย้ายถิ่น (Immigrant) ตรงที่คำหลังให้ความหมายเชิงการย้ายถิ่นถาวรมากกว่า ทั้ง 2 คำไม่เน้นเหตุผลของการย้ายถิ่น คำว่าผู้ขอลี้ภัย (Asylum) คือคนต่างด้าว ต่างสัญชาติที่แจ้งความจำนงต่อรัฐบาลขอเป็นผู้ลี้ภัย การอพยพย้ายถิ่นไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายประเทศรับคนเหล่านี้เป็นประจำทุกปี 

สถานการณ์ “ผู้อพยพลี้ภัย” กับ “คนพลัดถิ่นภายในประเทศ” รุนแรงขึ้นและน่าเป็นห่วงทั้งในแง่จำนวนและไม่มีทีท่าว่าสถานการณ์จะสงบ ผู้ลี้ภัย คนพลัดถิ่นสามารถกลับถิ่นฐาน ใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุข เนื่องจากเป็นความขัดแย้งที่เมื่อบานปลายแล้วยากจะแก้ไข เช่น ความแตกแยกทางนิกายศาสนา การปรากฏตัวของผู้ก่อการร้าย กองกำลังต่างชาติ การแบ่งแยกทางการเมือง การแทรกแซงจากชาติมหาอำนาจ แนวทางที่ดีที่สุดคือไม่ให้ปัญหา ความขัดแย้งบานปลาย

จนถึงสิ้นปี 2016 ทั่วโลกมีผู้ถูกบังคับให้พลัดถิ่นฐานทั้งสิ้น 65.6 ล้านคน เพิ่มสูงกว่าปีก่อน ความขัดแย้งภายในประเทศ สงครามกลางเมือง ยังเป็นเหตุผลหลักของการพลัดถิ่นและเกิดกับพื้นที่เดิมๆ ในตะวันออกกลางกับแอฟริกา แสดงให้เห็นว่าปัญหาประเทศเหล่านี้ยังคงอยู่ หลายแสนสามารถกลับถิ่นฐาน ส่วนหนึ่งได้อพยพไปอยู่ประเทศที่ 3 อย่างถาวร แต่น้อยกว่าผู้พลัดถิ่นที่เกิดใหม่หลายล้านคน ข้อเสนอแก้ไขคือสถาบัน องค์กรศาสนาควรแสดงบทบาทให้มากกว่าที่เป็นอยู่

ประเด็นโรฮีนจา (Rohingya) เกี่ยวข้องกับประเทศไทยและชาติสมาชิกอาเซียนอีกหลายประเทศโดยตรง มีผลต่อความเป็นไปของเมียนมาและกระทบต่อทั้งภูมิภาค เป็นเรื่องเก่าหลายทศวรรษ (หรือหลายศตวรรษ) และคงจะอยู่คู่กับอาเซียนอีกนาน จึงเป็นประเด็นที่ควรศึกษาให้เข้าใจถ่องแท้
            “10 คำถาม โรฮีนจา” จะตอบคำถามหรือนำเสนอ 10 ข้อ 10 ประเด็น เริ่มจากการเรียกชื่อ ควรเรียก “โรฮีนจาหรือโรฮินญา” อธิบายต้นกำเนิดโรฮีนจา เป็นชาวเบงกาลีหรือไม่ เหตุผลเบื้องหลังรัฐบาลเมียนมาไม่ถือโรฮีนจาเป็นพลเมือง จากนั้นอธิบายเหตุปะทะเมื่อปี 2012 ซึ่งเป็นจุดเริ่มของความสนใจรอบใหม่ ความเกี่ยวข้องของขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ ปัญหาชุมชนโรฮีนจาซึ่งเป็นประเด็นที่ไม่อาจมองข้าม นโยบายและท่าทีของรัฐบาลเมียนมา โอบามาและมาเลเซีย สอดแทรกด้วยการวิเคราะห์ประเด็นสำคัญ ช่วยตอบโจทย์อนาคตของโรฮีนจา อนาคตประชาธิปไตยเมียนมาซึ่งมีผลกระทบต่ออาเซียนทั้งหมด

เนื่องจากไม่อาจมองว่าผู้อพยพโรฮีนจาเป็นปัญหาของเมียนมาเท่านั้น ถ้าพูดให้ครอบคลุมกว่านี้ ในโลกนี้มีอีกนับร้อยล้านคนที่รอความช่วยเหลือ จึงต้องเริ่มต้นด้วยการตอบว่าเป็นปัญหาของใคร


นับแต่ก่อตั้งอาเซียนเมื่อ 50 ปีก่อน หลักไม่แทรกแซงกิจการภายในเป็นเสาหลักของกลุ่ม ประเด็นโรฮีนจาเป็นกรณีพิเศษที่อาเซียนละเมิดหลักการ แต่เพราะเมียนมาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

หลายรัฐบาลมองสื่อเป็นอริเพราะมักวิพากษ์วิจารณ์รัฐ ในอีกมุมหนึ่งสื่อถูกใช้เป็นกลไกของรัฐช่วยเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร รวมถึงการโฆษณาชวนเชื่อทั้งระดับประเทศและโลก เป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน

ปีนี้ (2017) สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ฮ่องกงมีความรุนแรงกว่าปกติ ทางการฮ่องกงกำลังรับมือเต็มที่ การระบาดเป็นเรื่องปกติที่เกิดได้ แต่หากรุนแรงจะกลายเป็นเรื่องความมั่นคงของรัฐ เชื้อโรคเพียงชนิดเดียวอาจสร้างความเสียหายมากมาย ดีที่โรคไข้หวัดใหญ่ฮ่องกงสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน กลุ่มบุคคลเสี่ยงติดเชื้อควรพิจารณาฉีดวัคซีนเป็นพิเศษ

ผลจากการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาทำให้สังคมโลกตีตราว่าประเทศที่มีการแพร่ระบาดกลายเป็นประเทศที่อันตรายต่อชีวิตมากที่สุด หลายคนกลัวแม้กระทั่งไม่กล้าซื้อสินค้าจากประเทศเหล่านี้ ตราบใดที่การแพร่ระบาดยังไม่สิ้นสุด ประเทศเหล่านี้เหมือนประเทศที่ถูกคว่ำบาตรด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุนจากนานาชาติ เป็นการยากลำบากอย่างยิ่งที่ประเทศซึ่งยากจนอยู่แล้วจะพัฒนาเศรษฐกิจสังคมให้เจริญรุ่งเรือง

โลกรู้จักไวรัสอีโบลา หลายทศวรรษแล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมา เกิดการระบาดครั้งใหญ่น้อยหลายรอบ แต่จนถึงทุกวันนี้ โลกยังปราศจากยา วัคซีนที่ใช้ได้ผลอย่างจริงจัง เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะขาดการวิจัยยากับวัคซีนที่มากเพียงพอ ในภาวะเช่นนี้ การป้องกันและการควบคุมการแพร่ระบาดคือ “แนวทางรักษา” ที่เหมาะสมที่สุด เพราะเมื่อไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม การระบาดจะยุติไปเอง

สิ่งหนึ่งที่โลกไม่เปลี่ยนแปลงคือ โลกแก่งแย่งแข่งขันเรื่อยมา ทางออกสำหรับประเทศไทยคือ ต้องไม่ตกเป้าทำลายของมหาอำนาจ มีสัมพันธ์รอบทิศ สร้างมิตร และสร้างชาติเหมือนสร้างครอบครัว
-------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

America First, America Lonely

โดนัลด์ ทรัมป์ชูแนวคิด America First พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ประเทศ แต่หลายนโยบายที่ยึดแนวทางนี้ส่งผลให้สหรัฐโดดเดี่ยวตัวเอง โลกกำลังก้าวสู่ความเป็นพหุภาคีมากขึ้น

หลักนโยบายแม่บทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือ “หลักนิยมทรัมป์” (Trump’s Doctrine) ตั้งอยู่บนแนวคิด “America First” (อเมริกาต้องมาก่อน) หมายถึงการบริหารประเทศที่ถือผลประโยชน์ของชาติกับพลเมืองเป็นที่ตั้ง แม้จะขัดแย้งประเทศอื่นๆ ละเมิดศีลธรรมคุณธรรม ตั้งอยู่บนหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบสัจนิยม (Realism) แบบสุดขั้ว ระบบโลกเหมือนป่าดงดิบที่สัตว์ป่าทั้งหลายต่างดิ้นรนหาทางอยู่รอดโดยไม่คำนึงกฎใดๆ ยึดอธิปไตยชาติเป็นสำคัญ รัฐบาลทุกประเทศมีสิทธิ์และมีความรับผิดชอบต่อพลเมืองของตน เป็นลัทธิอเมริกานิยม (Americanism) ไม่ใช่โลกนิยม (globalism) บทความนี้เขียนขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศกว่าปีครึ่งแล้ว ความเป็น “อเมริกาต้องมาก่อน” ปรากฏชัดเจนมากขึ้น ในที่นี้จะนำเสนอบางตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจหลักการดังกล่าวและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ไม่สนกติกาองค์การค้าโลกอีกต่อไป : ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีองค์การค้าโลกเมื่อ…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ติมอร์-เลสเต จะเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 หรือไม่

นับจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1999 จนถึงบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดเข้าร่วมอาเซียนอีก อาเซียนปัจจุบันจึงคงมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลประเทศติมอร์-เลสเตพยายามขอเข้าร่วมสมาคมอาเซียน เกิดคำถามว่าอาเซียนจะมีสมาชิกใหม่หรือไม่ อะไรเป็นเหตุผลการรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิก             เมื่อเอ่ยชื่อประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยไปเยือนประเทศนี้เนื่องจากเป็นรัฐเกิดใหม่ บางคนอาจรู้จักในนามติมอร์ตะวันออกจากข่าวการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างยาวนานกับอินโดนีเซีย ก่อนได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002             ติมอร์-เลสเต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับเอกราชแล้วอาณาเขตรัฐประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่เคยต่อสู้เพื่อเอกราช พวกที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตเมืองหรือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย และพวกที่ลี้ภัยออกนอกอาณาเขตเนื่องจากความไม่สงบที่ผ่านมา สภาพที่ประชาชนมี…