ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อาเซียนแทรกแซงเมียนมา หรือเมียนมาแทรกแซงอาเซียน

15 ตุลาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7646 วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2560)

คำโปรยบทความ :
นับแต่ก่อตั้งอาเซียนเมื่อ 50 ปีก่อน หลักไม่แทรกแซงกิจการภายในเป็นเสาหลักของกลุ่ม ประเด็นโรฮีนจาเป็นกรณีพิเศษที่อาเซียนละเมิดหลักการ แต่เพราะเมียนมาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

            เหตุโรฮีนจาขณะนี้ ประชาคมอาเซียนและสมาชิกหลายประเทศวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเมียนมาอย่างเปิดเผย แทรกแซงกิจการภายในเมียนมา ละเมิดหลักไม่แทรกแซงกิจการภายในที่ยึดถือมาตลอด ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย บทความนี้นำเสนอว่าแท้จริงแล้ว ถ้ายึดหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน (Principle of Non-interference) อาเซียนแทรกแซงเพราะเมียนมาเป็นฝ่ายแทรกแซงก่อน

ความสำคัญของหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน :
อาเซียนก่อตั้งด้วยเหตุผลต้านภัยสมัยสงครามเย็น ในขณะนั้นสมาชิกอาเซียน 5 ประเทศ (ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์) เจอทั้งศึกในศึกนอก คอมมิวนิสต์ยังคงเติบใหญ่ เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง มาเลเซียมีปัญหากับอินโดนีเซีย ชาติสมาชิกหวาดระแวงต่อกัน ทั้ง 5 ประเทศจึงตกลงที่จะระงับความขัดแย้งระหว่างกันก่อน ร่วมกันต่อต้านคอมมิวนิสต์ที่เห็นพ้องว่าเป็นภัยร้ายแรงที่สุด
เป็นที่มาของสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia: TAC) ทั้ง 5 ประเทศจะอยู่ร่วมกันโดยสันติ แก่นสารของ TAC จึงพูดถึงการเคารพความเป็นอิสระ อธิปไตย ความเท่าเทียม บูรณภาพแห่งดินแดน อัตลักษณ์ของทุกชาติ สิทธิที่จะปลอดจากการแทรกแซงจากภายนอก การบ่อนทำลาย ไม่แทรกแซงกิจการของกันและกัน
            เป็นอีกครั้งที่ย้ำหลักไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน และปฏิบัติเรื่อยมา ชาติสมาชิกจะนำประเด็นขัดแย้งหารือในการประชุมลับ แก้ไขโดยสันติวิธี นับเป็นความสำเร็จของอาเซียนที่ตลอด 50 ปีไม่มีเหตุขัดแย้งรุนแรงจนถึงทำสงคราม ส่งเสริมบรรยากาศการค้าการลงทุน มุ่งพัฒนาชาติให้ทันสมัยดังที่เป็นอยู่

            ตลอด 50 ปีมีหลายเหตุรุนแรงแต่อาเซียนยึดหลักไม่แทรกแซง เช่น การบริหารรัฐบาลของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส (Ferdinand Marcos) อาเซียนแสดงท่าทีสนับสนุนรัฐบาลมาร์กอส แม้ถูกวิพากษ์ว่าเป็นเผด็จการ ปราบปรามเข่นฆ่าประชาชน อาเซียนเริ่มขยับท่าทีถอยห่างเมื่อรัฐบาลมาร์กอสใกล้ถึงอวสาน ทำนองเดียวกับกรณีพฤษภาทมิฬของไทยเมื่อปี 1992
            เหตุการณ์เหล่านี้ละเมิดสิทธิมนุษยชนรุนแรง แต่อาเซียนเลือกที่จะไม่แสดงท่าทีใดๆ หรือไม่ต่อต้านรุนแรง

อาเซียนแทรกแซงเมียนมา :
            ปี 2014 คุณ Ko Kyaw ตัวแทนรัฐบาลเมียนมายืนยันว่าประเด็นโรฮีนจาเป็นเรื่องภายในประเทศ “หลายปีที่ผ่านมา เมียนมามีประเด็นเรื่องประชาชนนับถือศาสนาแตกต่างกัน รัฐบาลกับประชาชนเมียนมาได้แก้ปัญหาเหล่านี้ เนื่องจากเป็นประเด็นภายในประเทศเมียนมา”
            ก่อนหน้านั้นเมื่อตุลาคม 2012 ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน (ในขณะนั้น) กล่าวว่าอยากจะจัดให้มีการพูดคุยระหว่างอาเซียน สหประชาชาติและรัฐบาลเมียนมาเพื่อป้องกันความรุนแรงที่อาจกระทบภูมิภาค แต่ทางการเมียนมาปฏิเสธ ดร.สุรินทร์กล่าวว่า “เมียนมาเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นกิจการภายในประเทศ แต่เรื่องภายในประเทศของคุณอาจกลายเป็นเรื่องของเราในวันข้างหน้าถ้าคุณไม่ระวัง”

            ทุกวันนี้เห็นชัดแล้วว่าประเด็นโรฮีนจาเป็นกรณีพิเศษ ทั้งประชาคมอาเซียนกับชาติสมาชิกไม่ยึดหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน ต่างแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเมียนมา
ยกตัวอย่าง ธันวาคม 2016 นาจิบ ราซัค (Najib Razak) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประณามเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (genocide) ต่อโรฮีนจาในเมียนมาอีกครั้ง ทั้งยังเรียกร้องให้ชาติสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ร่วมประณามและกดดัน
Retno Marsudi รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียกล่าวต่อ พลเอก U Min Aung Hlaing ผู้บัญชาการทหารบกเมียนมา ขอให้ทางการเมียนมาเร่งคลายความตึงเครียดในยะไข่ “หยุดการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบที่กำลังเกิดขึ้นในรัฐยะไข่ ปกป้องประชาชนทุกกลุ่ม รวมทั้งพวกมุสลิม”

เรื่องที่ควรเข้าใจคือ การไม่แทรกแซงที่อาเซียนใช้ไม่ได้ไม่ถึงไม่แทรกแซงทุกกรณี เป้าหมายของการไม่แทรกแซงคือเพื่อความมั่นคงของอีกฝ่าย ที่ต่างก็ยึดถือร่วมกัน
            หากการแทรกแซงได้รับการร้องขอจากอีกฝ่ายย่อมทำได้ เช่น การปราบปรามคอมมิวนิสต์ทางภาคใต้ของไทยในสมัยสงครามเย็น รัฐบาลไทยยินยอมให้กองทัพมาเลเซียเข้าแทรกแซง ถึงกับยอมให้ทหารมาเลย์ข้ามมาในฝั่งไทยเป็นครั้งเป็นคราว
            จึงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าชาติสมาชิกจะแทรกแซงกิจการภายในของอีกประเทศ ทั้งนี้จะต้องอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ บางประเทศอาจบั่นทอนอีกประเทศ แต่ทั้งหมดอยู่ในกรอบ
            สิ่งที่อาเซียนระมัดระวังคือ การผลักให้สมาชิกอีกประเทศจนตรอก เพราะในที่สุดประเทศนั้นอาจต้องอิงมหาอำนาจฝ่ายหนึ่งเพื่อความอยู่รอด ทำให้อาเซียนแตกแยก กระทบความมั่นคงทั้งภูมิภาค การจะแทรกแซงมากน้อยอย่างไร จึงอยู่ภายใต้กระบวนคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบ
            ปัจจัยสำคัญอีกประการคือ ความมั่นคงภายในของแต่ละประเทศคือความมั่นคงของอาเซียน จึงสนับสนุนความมั่นคงของอีกฝ่าย ให้เศรษฐกิจแต่ละประเทศเติบโต ประชาชนอยู่ดีกินดี (ตามอัตภาพ) เป็นเครื่องประกันการอยู่รอดของระบอบ และสอดคล้องกับการพัฒนาประเทศสู่ความทันสมัย การค้าเสรี โลกาภิวัตน์

เมียนมากำลัง “แทรกแซง” ชาติสมาชิกเพื่อนบ้าน :
การแก้ปัญหาของรัฐบาลเมียนมาทำให้โรฮีนจาหลายแสนคนอพยพลี้ภัยออกจากประเทศ ไม่นับพวกที่เสียชีวิต ส่วนหนึ่งเดินทางสู่ตะวันตกกับทางใต้ เข้าประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย การปฏิบัติต่อผู้อพยพลี้ภัยเหล่านี้เป็นที่จับตาขององค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ หลายต่อหลายครั้งที่องค์กรเหล่านี้โจมตีเพื่อนบ้านเมียนมาว่าไม่ได้ปฏิบัติต่อผู้อพยพโรฮีนจาอย่างเหมาะสม กลายเป็นว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนของเมียนมาเป็นเหตุให้เพื่อนบ้านอาเซียนถูกกล่าวโทษด้วย
และหากอนาคตโรฮีนจากลายเป็นแหล่งซ่องสุมผู้ก่อการร้าย แหล่งปฏิบัติการของผู้ก่อการร้ายอย่างอัลกออิดะห์ IS/ISIL/ISIS หรือเป็นศูนย์รวมของกองกำลังมุสลิมต่างชาติกว่าร้อยประเทศดังที่เกิดกับซีเรีย จะกลายเรื่องใหญ่ กระทบต่อภูมิภาคอย่างรุนแรง

ดูเผินๆ อาจเห็นว่าโรฮีนจาเป็นเรื่องภายในของเมียนมา แต่ผลจากนโยบายของรัฐบาลเมียนมากระทบเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างชัดเจน เป็นข้อสรุปว่าเมียนมาแทรกแซงกิจการภายในของอาเซียน
ดังนั้น ภายใต้หลักไม่แทรกแซงกิจการภายใน พฤติกรรมหรือแนวทางของรัฐบาลเมียนมาสร้างปัญหาต่ออาเซียนเรื่องสิทธิมนุษยชน ความมั่นคงของรัฐ ถือได้ว่าเมียนมากำลัง “แทรกแซงกิจการภายใน” ของชาติสมาชิกเพื่อนบ้าน

การออกมาประณามของชาติสมาชิกหลายประเทศ การนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาต่างๆ แม้เป็นการแทรกแซงเมียนมา แต่เพราะเมียนมาเป็นต้นเหตุ ชาติสมาชิกอาเซียนไม่ต้องการแทรกแซงเมียนมา เพียงเพื่อต้องการให้ประเด็นโรฮีนจาไม่เป็นเหตุกระทบชาติสมาชิกอื่นๆ

ความมั่นคงของสมาชิกคือความมั่นคงของอาเซียน :
            ความมั่นคงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เป็นประเด็นที่รัฐบาล หน่วยงานความมั่นคงให้ความสำคัญมากที่สุด ในกรอบอาเซียนความมั่นคงของชาติสมาชิกคือความมั่นคงของอาเซียน
            หากรัฐสมาชิกมีปัญหาภายใน การเมืองไร้เสถียรภาพ อำนาจหลักไม่สามารถกำราบอำนาจอื่น ชนกลุ่มน้อยที่สร้างปัญหา ภัยก่อการร้าย สภาวะเช่นนี้อาเซียนพลอยไม่มั่นคงด้วย
            ด้วยเหตุนี้ เพื่อความมั่นคงของตัวเอง สมาชิกอื่นๆ จึงดำเนินนโยบายส่งเสริมให้ชาติสมาชิกอื่นๆ มีความมั่นคง (อย่างน้อยในระดับที่ไม่เป็นอันตราย)ฃ

ในกรณีเมียนมา โรฮีนจาส่งผลต่อความมั่นคงของรัฐบาลกลาง (บางคนอาจพูดถึงเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจ การพัฒนารัฐยะไข่ในอนาคต) ดังนั้น ชาติสมาชิกอื่นๆ จึงหวังไม่ให้โรฮีนจาเป็นเหตุทำลายรัฐบาลเมียนมา และไม่เป็นเหตุบั่นทอนเพื่อนบ้านอาเซียนด้วย
ในสายตาของอาเซียนความมั่นคงของรัฐบาลเมียนมาสำคัญที่สุด และเป็นการปฏิบัติตามกฎบัตรอาเซียน หลักการอาเซียนทั้งปวง

ในอีกด้านหนึ่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่าโรฮีนจาไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เกี่ยวพันกับชีวิตกว่าล้านคน มีแรงดึงดูดให้องค์กรสิทธิมนุษยชนสำคัญๆ ให้ความสนใจและแสดงบทบาท เช่นเดียวกับรัฐบาลหลายประเทศทั่วโลกออกโรงประณามรัฐบาลเมียนมาดังที่เห็นอยู่
อาเซียนหรือประชาคมอาเซียนมีจุดยืนเรื่องสิทธิมนุษยชนและพัฒนาก้าวหน้าใกล้เคียงระดับสากลมากขึ้น ประเด็นโรฮีนจาจึงท้าทายการยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนของอาเซียนในขณะนี้
สิ่งที่อาเซียนจะทำคือต้องระวังไม่เป็นเหตุให้ถูกนานาชาติประณาม ไม่ปล่อยให้การละเมิดสิทธิมนุษยชนของเมียนมากลายเป็นการละเมิดโดยประชาคมอาเซียนทั้งมวล
จึงไม่แปลกใจหากสมาชิกกับประชาคมอาเซียนจะแสดงท่าทีสนับสนุนการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน อย่างน้อยก็ต้องประณามรัฐบาลเมียนมา แสดงท่าทีแตกต่างจากเมียนมา

หลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในเป็นเสาหลักของการอยู่ร่วมกันเป็นอาเซียน เพื่อความมั่นคงของสมาชิกแต่ละประเทศ หลักการนี้ถูกนำมาใช้อยู่เสมอและใช้เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ความเป็นไปของโรฮีนจาในเมียนมาเป็นอีกหลักฐานหนึ่งของยึดถือหลักการดังกล่าว
ไม่ว่าอาเซียนแทรกแซงเมียนมา หรือเมียนมาแทรกแซงอาเซียน ก็เพื่อความมั่นคงของสมาชิกทุกประเทศ ไม่มากหรือน้อยไปกว่านี้ บรรลุเป้าหมายของหลักการไม่แทรกแซงอีกครั้ง
----------------------------




บทความที่เกี่ยวข้อง :
เนื่องจากไม่อาจมองว่าผู้อพยพโรฮีนจาเป็นปัญหาของเมียนมาเท่านั้น ถ้าพูดให้ครอบคลุมกว่านี้ ในโลกนี้มีอีกนับร้อยล้านคนที่รอความช่วยเหลือ จึงต้องเริ่มต้นด้วยการตอบว่าเป็นปัญหาของใคร
ชาติสมาชิกอาเซียนออกประณามรัฐบาลเมียนมาต่อกรณีโรฮีนจาอย่างเปิดเผย เหตุผลลึกที่สุดคือ ความมั่นคงของเมียนมาคือความมั่นคงของอาเซียน ส่วนเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นเหตุผลรอง... 

บรรณานุกรม:
1. Acharya, Amitav. (2009). Constructing a Security Community in Southeast Asia: ASEAN and the Problem of Regional Order (2nd Ed.). Oxon: Routledge.
2. Deputy Foreign Minister Dismayed Over Malaysian PM’s Remarks. (2016, December 7). The Irrawaddy. Retrieved from http://www.irrawaddy.com/news/deputy-foreign-minister-dismayed-over-malaysian-pms-remarks.html
3. Key ASEAN strategy announcement expected in Nay Pyi Taw. (2014, May 9). The Myanmar Times. Retrieved from http://www.mmtimes.com/index.php/national-news/10279-key-asean-strategy-announcement-expected-in-nay-pyi-taw.html
4. Myanmar Expresses Commitment to Address Worsening Humanitarian Crisis in Rakhine State: FM Retno. (2017, September  6). The Jakarta Globe. Retrieved from http://jakartaglobe.id/news/myanmar-expresses-commitment-address-worsening-humanitarian-crisis-rakhine-state-fm-retno/
5. Myanmar 'rejects talks' on ethnic violence. (2012, October 31). Al Jazeera. Retrieved from http://www.aljazeera.com/news/asia-pacific/2012/10/2012103161130375846.html
6. Ritzer, George. (2010). Globalization: A Basic. UK: John Wiley & Sons Ltd.
-----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…