ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ หน้า 2

“อำนาจ คืออะไร” : อำนาจ (Power) คือ ความสามารถในการทำให้ผู้อื่นกระทำในสิ่งที่ผู้ใช้อำนาจต้องการ
            ฮันส์ มอร์เก็นทาว ให้นิยาม อำนาจการเมือง ว่า “เป็นสัมพันธภาพทางจิตวิทยาระหว่างผู้ใช้อำนาจนี้กับผู้ที่เป็นเป้าของการใช้อำนาจนี้ อำนาจดังกล่าวช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมความประพฤติปฏิบัติบางอย่างของผู้ที่เป็นเป้า โดยอาศัยอิทธิพลที่ฝ่ายแรกมีเหนือจิตใจของฝ่ายหลัง อิทธิพลที่ว่านี้มาจาก 3 แหล่งด้วยกันคือ การคาดหวังว่าจะได้ผลประโยชน์ ความกลัวที่จะเสียเปรียบเป็นเบี้ยล่าง และความเคารพนับถือหรือความรักต่อสถาบันหรือบุคคลต่างๆ”
• สัมพันธภาพของอำนาจ
            อำนาจมีมานานตั้งแต่มนุษย์มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าในสังคมหรือรัฐที่เราอาศัยอยู่มีอำนาจ ความน่าสนใจอยู่ที่สัมพันธภาพของอำนาจในรัฐสมัยใหม่ที่มนุษย์เป็นผู้กำหนด
            คำถามต่อมาคือใครควรเป็นผู้กำหนด Machiavelli แนะนำผู้ปกครองว่าต้องกำหนดและรักษาอำนาจของตนไว้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด
            คำถาม อำนาจการบริหารประเทศปัจจุบัน ใครเป็นผู้กำหนด
            รัฐธรรมนูญไทยวางกรอบการใช้อำนาจ หรือสัมพันธภาพของอำนาจ คำถามที่น่าคิดคือใครเป็นผู้ร่างรธน.

• อำนาจ กับ อิทธิพล (influence)
            อิทธิพล (influence) คือ อำนาจที่คงอยู่ แม้ว่าผู้มีอำนาจจะไม่ได้แสดงอำนาจต่ออีกคนหนึ่ง (ฝ่ายที่ถูกใช้อำนาจ ยอมรับการมีอยู่ของอำนาจ แม้ผู้มีอำนาจไม่ได้แสดงออกในขณะนั้นๆ)
            เช่น เรายังให้ความเคารพ นับถือ เชื่อฟัง ครูชั้นประถมของเรา – ปัจจุบันท่านไม่ได้เป็นครูของเรา (เราไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังท่าน) เรามีการศึกษามากกว่าท่าน (ในแง่มุมของการเป็นผู้มีความรู้ เรารู้มากกว่าท่านอีก) แต่เรายังเคารพท่าน
            เช่น ตำราจากชาติตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกามีอิทธิพลต่อความคิดทางการเมืองที่สอนในสถาบันการศึกษาระดับสูงส่วนใหญ่ของไทย ทำให้นักวิชาการไทยจำนวนไม่น้อยที่ยึดเอาแนวคิดของตะวันตกมาเป็นหลักคิด

 • อำนาจ กับ สิทธิอำนาจ
            สิทธิอำนาจ (authority) คือ ความชอบธรรมในการใช้อำนาจต่อผู้อื่น
            คือ ระดับหรือขอบเขตอำนาจที่ดำรงอยู่เสมอตราบเท่าที่อยู่ในตำแหน่งแห่งอำนาจ และผู้ถูกใช้อำนาจยอมรับโดยปริยาย
            เช่น ไม่ว่าใครจะดำรงตำแหน่งเป็นตำรวจจราจร ก็จะมีอำนาจในระดับและขอบเขตของตำแหน่งที่กฎระเบียบ กฎหมายมอบให้
            สิทธิอำนาจมาจากบรรทัดฐาน (norms) หรือการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ในสังคม ซึ่งอาจมาจากกฎหมาย ศาสนา ความดีงามที่ยึดมั่น
            เช่น วัฒนธรรมไทยเด็กจะต้องให้ความเคารพแก่ผู้ใหญ่ หรือ ศาสนาสอนให้ลูกต้องกตัญญูพ่อแม่ ลูกต้องเชื่อฟังพ่อแม่

• ข้อคิดบางประการเกี่ยวกับอำนาจ
            o อำนาจ เป็นกลางในตัวเอง แต่ที่ไม่ดีเพราะคนเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ดี ชาวกรีกโบราณเชื่อว่าอำนาจเป็นเพียงเครื่องมือ ส่วนจะให้ผลดีหรือร้ายขึ้นกับผู้ใช้ว่านำไปใช้ทางใดต่างหาก
            o แต่บางคนพบว่า อำนาจมักถูกใช้ในทางที่ผิด เป็นที่มาของการฉ้อฉล ดังที่ Lord John Acton กล่าวว่า “power tends to corrupt and absolute power corrupts absolutely.”
            โดยนัยยะของ Acton ท่านไม่ได้ปฏิเสธว่า ไม่ควรมีอำนาจหรือไม่ควรให้อำนาจทำงานตามกลไกของมัน แต่เตือนใจว่าอำนาจมักจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเสมอ และยิ่งมีอำนาจมากยิ่งทำผิดได้มากและถูกควบคุมได้ยากมากขึ้น
เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120
ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์
ชาญชัย คุ้มปัญญา
---------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ศึกเลือกตั้งกลางเทอม 2018: ถอดบทเรียนที่ได้ ชัยชนะของทรัมป์

กระแสต่อต้านทรัมป์มีจริงแต่ไม่แรงอย่างที่หลายฝ่ายนำเสนอ รัฐบาลสามารถบริหารประเทศตามแนวทางของตนต่อไป ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง ผลโพลรายงานว่าพรรคเดโมแครทจะได้ ส.ส. เพิ่ม 23 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ ในขณะที่รีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ในช่วงสุดท้ายของการหาเสียงประธานาธิบดีทรัมป์กับพรรครีพับลิกันของท่านเน้นหาเสียงให้กับวุฒิสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นแผนหรือเป็นการคาดการณ์ตามผลโพล ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งทรัมป์เอ่ยเรื่องที่ต้องการได้ ส.ว.เพิ่มขึ้น ส.ส.ลดลง “คลื่นน้ำเงิน” (Blue Wave): ถ้าใช้ข้อมูลที่พูดแง่ลบต่อทรัมป์ 3 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งทรัมป์ประกาศว่าหากรีพับลิกันแพ้ไม่ใช่ความผิดของตน ผลโพลหลายสำนักชี้ว่าคนจำนวนมากออกไปใช้สิทธิ์เพราะต้องการแสดงตนต่อต้านประธานาธิบดี ยกตัวอย่างผลโพลของ CNN ชี้ว่าร้อยละ 42 ของผู้ที่จะไปใช้สิทธิจะลงคะแนนเพื่อส่งสารแสดงตนบอกว่าผลงานรัฐบาลไม่เข้าตา ร้อยละ 28 ตั้งใจไปเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนประธานาธิบดี และอีกร้อยละ 28 เช่นกันพูดว่าไม่ได้เลือกเพราะทรัมป์ นักวิชาการบางคนเห็นว่าเป็นไปตามทิศทางเล…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…