ยินดีต้อนรับ

สถานการณ์โลก วิเคราะห์สถานการณ์ร้อน วิจารณ์เหตุการณ์ระหว่างประเทศล่าสุดตามหลักวิชาการ
เข้าใจโลกวันนี้ เพื่อโลกวันพรุ่งนี้
สามารถร่วมพูดคุยและเกาะติดข่าวสำคัญรายวันผ่าน Facebook ของผม 'สถานการณ์โลก ชาญชัย' และ Twitter ที่ chanchaiCK

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2559

ราคาน้ำมัน กลไกเสรีหรืออาวุธต้านอิหร่านของซาอุฯ

24 เมษายน 2016
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7108 วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ.2559)

แทบไม่มีใครในโลกไม่เกี่ยวข้องกับน้ำมันในทางใดทางหนึ่ง ราคาน้ำมันมีผลต่อคุณภาพชีวิต หลายคนมักบ่นว่าสินค้าขึ้นราคาเพราะราคาน้ำมันดิบโลกขยับตัวสูงขึ้น แต่ช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบโลกอ่อนตัวรุนแรง ลงต่ำถึง 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้กลุ่มผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลกทั้งกลุ่มโอเปกและนอกโอเปกต้องหาทางออก มีการหารือหลายรอบ รอบล่าสุดคือเมื่อกลางเดือนเมษายน ที่เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ แต่ไม่ได้ข้อสรุป
เรื่องนี้มีตัวแสดงหลายตัว มีวิธีอธิบายหลายแบบ บทความนี้มุ่งให้ความสำคัญกับประเทศซาอุดิอาระเบียและพันธมิตร อธิบายตามแนวกระแสหลักร่วมกับกระแสรอง

            หนึ่งในแนวคิดกระแสหลักคือ น้ำมันล้นตลาด เนื่องจากบางประเทศในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันตั้งใจผลิตมากกว่าปกติ ส่งออกให้มากที่สุด โดยเฉพาะรัสเซีย ซาอุฯ และอิรัก ทั้งๆ ที่รู้ดีว่ายิ่งอุปทานมากราคาจะยิ่งอ่อนตัว
            มีข้อมูลว่ากรกฎาคม 2015 โอเปกผลิตน้ำมันดิบสูงถึง 31.51 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี ส่วนใหญ่มาจากอิรัก แองโกลา ซาอุฯและอิหร่าน
สมาชิกโอเปกยืนยันรักษากำลังผลิต ในขณะที่บางประเทศเช่นซาอุฯ เพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่อง จนมากเป็นประวัติการณ์ เป็นเหตุให้ราคาน้ำมันอ่อนตัวกว่าครึ่งหนึ่งจากราคาที่ 90-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (อ้างอิง WTI)

บอกว่าเป็นไปตามกลไกเสรี แต่ขอเจรจาควบคุมปริมาณส่งออก :
ปลายปี 2014 Ali Al-Naimi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำมันซาอุฯ อธิบายว่าที่ราคาอ่อนตัวเป็นเพราะ ประเทศนอกกลุ่มโอเปกไม่ให้ความร่วมมือ มีข้อมูลผิดๆ และการเก็งไร พร้อมกับปฏิเสธว่าเหตุราคาน้ำมันร่วงไม่ได้มาจากแผนของซาอุฯ แต่ “ตั้งอยู่บนหลักเศรษฐศาสตร์ล้วนๆ”
            ต่อมาปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2016 รัฐบาลซาอุฯ ประกาศว่าต้องการให้ราคาน้ำมันในตลาดมีเสถียรภาพ จะสื่อสารกับผู้ผลิตรายใหญ่เพื่อไม่ให้ราคาผันผวน
            ก่อนหน้านี้ชี้ว่าราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาด ตอนนี้กลับมาพูดว่าจะควบคุมปริมาณการผลิตการส่งออก การตรึงเพดานส่งออกที่ซาอุฯ ต้องการก็คือการควบคุมราคาน้ำมันไม่ให้เป็นไปตามกลไกตลาดเสรี การใช้คำว่า ไม่ให้ราคาผันผวน ความจริงที่ทุกคนรู้ดีคือต้องการให้ราคาสูงขึ้นนั่นเอง
            เป็นที่รับรู้ทั่วไปว่ากลุ่มโอเปกจะกำหนดปริมาณส่งออกของสมาชิกกลุ่ม ระบบนี้คือการควบคุมอุปทานน้ำมัน เป็นการควบคุมราคาน้ำมันตลาดโลก

Robbie Diamond ประธาน Securing America's Future Energy (SAFE) กล่าวว่า “ไม่ว่าโอเปกตัดสินใจคงระดับการผลิตไว้ที่เท่าใด คือความพยายามที่จะควบคุมสินค้าโภคภัณฑ์นี้ อันเป็นเลือดหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจโลก ตอกย้ำความสำคัญของการผูกขาดน้ำมัน

            เมื่อย้อนดูประวัติศาสตร์ ระบบราคาน้ำมันโลกเป็นระบบผูกขาดมานานแล้ว ทศวรรษ 1880 จอห์น ดี. ร็อกกี้เฟลเลอร์ (John D. Rockefeller) ควบคุมโรงกลั่นและท่อส่งน้ำมันถึงร้อยละ 90 ของสหรัฐ และเป็นผู้ควบคุมกิจการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำมันหลายอย่างเช่น รถบรรทุกน้ำมัน การขนส่งทางรถไฟ เป็นเจ้าของกองเรือบรรทุกน้ำมันเพื่อส่งน้ำมันออกขายทั่วโลก
ในช่วงนั้นร้อยละ 85 ของปริมาณน้ำมันดิบโลกและการกลั่นมาจากสหรัฐ สหรัฐคือผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งหมายถึงบริษัทที่ร็อกกี้เฟลเลอร์เป็นเจ้าของหุ้นใหญ่
แนวคิดการทำธุรกิจของร็อกกี้เฟลเลอร์คือธุรกิจผูกขาด ไม่สนเรื่องการค้าเสรี เป็นที่มาของบรรษัทน้ำมันขนาดใหญ่ในปัจจุบัน
            แนวทางของกลุ่มโอเปกและนอกกลุ่มโอเปกในปัจจุบันคือแนวทางที่พัฒนาจากร็อกกี้เฟลเลอร์ คำอธิบายข้างต้นเป็นส่วนของการอธิบายตามแนวกระแสหลัก

อาวุธของซาอุฯ กับพวก “อีกครั้ง” :
            แนวกระแสรองอธิบายว่าการขึ้นลงของราคาน้ำมันรอบนี้มาจากเหตุผลการเมืองระหว่างประเทศเป็นหลัก ประกอบด้วยเหตุผลย่อยหลายประการ หนึ่งในนั้นคือรัฐบาลซาอุฯ กับพวกหวังใช้น้ำมันเป็นอาวุธจัดการอิหร่าน
ในการเจรจารอบล่าสุด เจ้าชาย Mohammed bin Salman แห่งซาอุฯ กล่าวว่าซาอุฯ จะยอมส่งออกไม่เกินเพดานก็ต่อเมื่อประเทศส่งออกน้ำมันอื่นๆ ปฏิบัติตาม รวมทั้งอิหร่าน
รัฐบาลซาอุฯ พยายามอธิบายว่าประเทศอื่นๆ กำลังเอาเปรียบซาอุฯ และจะพิจารณาปรับลดกำลังการผลิตหากประเทศอื่นๆ รวมทั้งกลุ่มนอกโอเปกจะปรับลดกำลังการผลิตด้วย เจ้าชาย Turki bin Faisal อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองกล่าวว่า ครั้งนี้ซาอุฯ “จะไม่ยอมเสียส่วนแบ่งการตลาดแก่คนอื่น ยอมให้ผู้ผลิตอย่างรัสเซีย ไนจีเรีย อิหร่านและประเทศอื่นๆ ขาย (น้ำมัน) แก่ลูกค้าของซาอุฯ เหตุจากการที่ลดกำลังการผลิต” ที่ผ่านมาซาอุฯ พยายามรักษาโควตาแต่ประเทศอื่นๆ ฉวยประโยชน์จากการนี้
ถ้อยคำพูดของเจ้าชายทั้งคู่ดูเหมือนว่ามีความยุติธรรม ขอให้ทุกประเทศคงปริมาณการส่งออกโดยอ้างอิงตัวเลขเดือนมกราคม การทำเช่นนี้เพียงป้องกันไม่ให้ใครมาเอาเปรียบซาอุฯ เท่านั้น
ที่สุดแล้วการเจรจารอบนี้ล้มเหลว สื่อบางแห่งเสนอข้อมูลว่าเป็นเพราะอิหร่านไม่ยอมเข้าประชุม จึงตกลงกันไม่ได้ ความผิดตกอยู่กับอิหร่าน

 อย่างไรก็ตาม มีบ้างเหมือนกันที่อธิบายเหตุผลอีกมุมหนึ่ง Angus Nicholson นักวิเคราะห์ตลาดน้ำมัน เห็นว่านอกจากประเด็นโควตาแล้ว อีกเหตุผลสำคัญน่าจะมาจากการเมืองระหว่างประเทศ รัฐบาลซาอุฯ ไม่ยอมให้ปล่อยให้อิหร่านสามารถกลับไปขายน้ำมันตามปกติ

ถ้าอธิบายตามมุมมองอิหร่าน เหตุที่น้ำมันล้นตลาดขณะนี้ส่วนหนึ่ง มีต้นเหตุจากข้อตกลงเมื่อธันวาคม 2011 ที่ยกเลิกการผลิตตามโควตา ซาอุฯ กับคูเวตพยายามส่งออกน้ำมันส่วนที่ขาดไปอันเนื่องจากอิหร่านถูกสหรัฐฯ กับพันธมิตรคว่ำบาตรในระยะนั้น (ก่อนถูกคว่ำบาตรอิหร่านส่งออกน้ำมันสูงสุดที่ 2.5 ล้านบาร์เรล การคว่ำบาตรทำให้ส่งออกลดลงเหลือ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน)
เหตุที่อิหร่านไม่เข้าร่วมเจรจาเพราะไม่ยอมรับเงื่อนไขเรื่องตรึงกำลังผลิต ณ เดือนมกราคม ฝ่ายอิหร่านยืนยันว่าจะเข้าเจรจาทันทีที่อิหร่านผลิตได้วันละ 4 ล้านบาร์เรลตามโควตาการผลิตเดิม
ประเด็นสำคัญคือหากอิหร่านยอมรับข้อตกลงเท่ากับว่าอิหร่านจะส่งออกน้ำมันที่ราว 1 ล้านกว่าบาร์เรลเท่านั้น แทนที่จะส่งออก 2.5 ล้านบาร์เรล นั่นหมายความว่า การเจรจารอบนี้คือการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันอิหร่านอีกรอบ เป็นแผนของฝ่ายซาอุฯ ที่จะปิดล้อมอิหร่านทางเศรษฐกิจต่อไป และแน่นอนว่ารัฐบาลอิหร่านยอมไม่ได้ ตั้งแต่ปีที่แล้ว Bijan Namdar Zanganeh รัฐมนตรีกระทรวงน้ำมันอิหร่านกล่าวว่าอิหร่านจะไม่ยอมรับข้อตกลงใดๆ ที่ลดการส่งออกน้ำมัน ยืนยันสิทธิ์ที่จะขายน้ำมันในโควตาเดิม
แต่ฝ่ายซาอุฯ ยืนยันจุดยืนของตนเช่นกัน ดังนั้น ก่อนเริ่มการประชุมในรอบนี้ ต่างฝ่ายจึงรู้ท่าทีของอีกฝ่ายอยู่แล้ว

การใช้น้ำมันเป็นอาวุธเป็นเหตุผลหนึ่งที่รัฐมนตรี Zanganeh กล่าวมานานแล้วว่าซาอุฯ อยู่เบื้องหลังราคาน้ำมันที่ตกต่ำในขณะนี้ เพื่อหวังผลทางการเมือง เหตุผลรองลงมาคือน้ำมันของสหรัฐและเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก
            รัฐบาลซาอุฯ รู้ดีว่าประเทศผู้ส่งออกน้ำมันทั้งหลายอยากให้ราคาขึ้น จึงหวังใช้ความต้องการนี้เป็นแรงกดดันให้อิหร่านต้องเป็นฝ่าย “เสียสละ” ยอมขายน้ำมันในโควตาต่ำกว่าเดิม แต่ฝ่ายอิหร่านปฏิเสธ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะฝ่ายอิหร่าน (รวมประเทศอย่างรัสเซีย) คิดตรงกับซาอุฯ ว่าพวกซาอุฯ ต้องการให้ราคาขึ้นเช่นกัน ต่างประสบปัญหาจากราคาน้ำมันอ่อนตัวเช่นกัน
            คำอธิบายข้างต้นคือมุมมองแบบกระแสรอง

“ใครทนได้นานกว่ากัน” :
             เป็นไปได้ว่าฝ่ายซาอุฯ คาดหวังให้สหรัฐได้ประธานาธิบดีคนใหม่โดยเร็ว และออกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านอีกรอบ แต่การนี้ต้องรออย่างน้อย 9 เดือน และไม่แน่ใจว่าในรอบนี้ประเทศอื่นๆ ที่เคยคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านจะให้ความร่วมมือมากน้อยเพียงใด ทั้งอียูกับญี่ปุ่นต่างเพิ่มการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านแล้ว
            ความฝันของรัฐบาลซาอุฯ จึงค่อนข้างเลื่อนลอย ที่แน่นอนคือเงินคงคลังที่ลดน้อยถอยลง ปัญหาเศรษฐกิจสังคมก่อตัว แรงกดดันจากพันธมิตรเพิ่มมากขึ้น จุดอ่อนของอาวุธซาอุฯ คือ บริบทตลาดโลกและประเทศในกลุ่มโอเปกวันนี้ไม่เหมือนเมื่อทศวรรษ 1970 จากการวิเคราะห์เชื่อว่าไม่ช้าไม่นานราคาน้ำมันจะสูงขึ้นแน่นอน อย่าลืมว่ายิ่งปล่อยทิ้งไว้ ผลกระทบต่อสังคมเศรษฐกิจจะยิ่งหยั่งรากลึกมากขึ้น ต้องกินเวลาฟื้นฟูมากขึ้น

เมื่อปลายปีที่ผ่านมาทางการซาอุฯ ประกาศขึ้นราคาน้ำมันหน้าปั๊มร้อยละ 40 ลดการอุดหนุนราคาไฟฟ้า น้ำประปา หลังรัฐบาลขาดดุล 98 พันล้านดอลลาร์ ข้อมูล ณ สิ้นปี 2015 รัฐบาลมีรายจ่าย 260 พันล้านดอลลาร์ มีรายได้เพียง 162 พันล้าน เนื่องจากกำไรจากการขายน้ำมันดิบหดตัวร้อยละ 60 กระทบต่อรายรับของประเทศอย่างมากเพราะร้อยละ 73 ของรายได้มาจากน้ำมัน (ตามข้อมูลรัฐบาล) อย่างไรก็ตามซาอุฯ มีทุนสำรองระหว่างประเทศมากถึง 700 พันล้านดอลลาร์ ทั้งยังสามารถออกพันธบัตรระดมเงินจากตลาดได้อีก
กษัตริย์ซัลมาน บิน อับดุล อาซิซ (King Salman Bin Abdul Aziz) ยืนยันว่าระบบเศรษฐกิจประเทศแข็งแกร่งพอที่จะรองรับความท้าทายต่างๆ เรื่องที่รัฐบาลเป็นกังวลคือผลกระทบต่อชนชั้นกลางและล่างหากรัฐลดการใช้จ่าย จึงคงรายจ่ายเรื่องการศึกษากับการสาธารณสุข พร้อมกับเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจ

            หากดูจากฐานความแข็งแกร่งด้านทุนสำรอง ซาอุฯ สามารถสู้แบบยืดเยื้อได้อีกหลายปี แต่ก็ต้องดูว่ารัฐบาลซาอุฯ พร้อมจะสู้ต่อยืดเยื้อหรือไม่ ราคาน้ำมันจะขึ้นหรือลงจึงขึ้นกับว่าใครจะ “อึด” กว่ากัน อย่าลืมว่าอิหร่านกำลังส่งออกได้มากขึ้น สถานการณ์ของอิหร่านกำลังดีขึ้น
ถ้าพูดในเชิงหลักการ ราคาน้ำมันในช่วงนี้ไม่ได้ขึ้นลงตามหลักเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นไปตามหลักการเมืองระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเรื่องเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ กลุ่มโอเปกใช้การผลิต การส่งออกน้ำมันดิบเป็นอาวุธทางการเมืองระหว่างประเทศมานานแล้ว เป็นเครื่องมือกดดันนานาประเทศแม้กระทั่งต่อชาติมหาอำนาจ
ส่วนรอบนี้จะได้ผลหรือไม่ต้องติดตามต่อไป
-----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมามีข่าวดีของอิหร่าน เมื่อ IAEA ประกาศว่าอิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขเบื้องต้นของ JCPOA แล้ว ยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์อิหร่านใช้เพื่อสันติเท่านั้น ด้วยเหตุนี้สหรัฐ อียู และคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติจึงยกเลิกการคว่ำบาตร ข่าวดีที่สำคัญกว่ากองทัพสหรัฐไม่เป็นภัยคุกคามต่ออิหร่านดังสมัยสงครามอ่าวเปอร์เซีย อย่างไรก็ตามรากความขัดแย้งกับรัฐอาหรับยังคงอยู่และดำเนินต่อไป เพียงแต่ไม่สามารถใช้ประเด็นโครงการนิวเคลียร์เป็นเครื่องมืออีกต่อไป

บรรณานุกรม:
1. Blas, Javier., Razzouk, Nayla., & Mahdi, Wael. (2015, December 3). OPEC States Push for Output Cuts in Face of Saudi Opposition. Bloomberg. Retrieved from http://www.bloomberg.com/news/articles/2015-12-03/opec-states-push-for-oil-curbs-as-saudis-insist-on-global-effort
2. Doha oil-production freeze talks face last-minute trouble amid Saudi-Iran tensions. (2015, April 17). CNBC/Reuters. Retrieved from http://www.cnbc.com/2016/04/16/draft-doha-agreement-would-freeze-oil-output-until-october.html
3. Engdahl, William. (2004). A Century of War: Anglo-American Oil Politics and the New World Order, (Revised Ed.). London: Pluto Press.
4. Faulconbridge, Guy. (2014, December 3). Saudi would consider output cut if Russia, others join in. Al Arabiya News/Reuters. Retrieved from http://english.alarabiya.net/en/business/energy/2014/12/02/Saudi-would-consider-output-cut-if-Russia-others-join-in-.html
5. Iran blames Saudi Arabia, Iraq for oversupply in oil market. (2015, August 18). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/index_View.asp?code=248760
6. Iran set to join oil freeze talks after output at 4 mbpd. (2016, March 14). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/index_View.asp?code=253742
7. Kingdom seeks oil price stability. (2016, February 29). Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/economy/news/888136
8. Kingdom unveils SR840bn budget. (2015, December 29). Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/economy/news/856781
9. Maugeri, Leonardo. (2006).The Age of Oil: The Mythology, History, and Future of the World's Most Controversial Resource. USA: Praeger Publishers.
10. No conspiracy behind oil price fall: Al-Naimi. (2014, December 21). Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/news/677661
11. Oil price falls after Doha summit ends without output freeze deal. (2015, April 17). CNBC. Retrieved from http://www.cnbc.com/2016/04/17/oil-price-falls-after-doha-summit-of-opec-other-producers-ends-without-output-freeze-deal.html
12. OPEC oil supply reaches three-year high in July. (2015, August 1). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/2015-08/12/c_134505546.htm
13. OPEC to maintain current oil output. (2015, June 5). Al Jazeera/AFP. Retrieved from http://www.cnbc.com/id/102731756
14. Saudi Arabia hikes petrol prices by 40% at the pump. (2015, December 29). Al Jazeera. Retrieved from http://www.aljazeera.com/news/2015/12/saudi-arabia-hikes-petrol-prices-40-pump-151228154350415.html
15. Saudi Arabia keeps oil output at record pace. (2015, August 1). Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/featured/news/784891
16. Tutt, Phillip., & Clinch, Matt. (2014, November 27). OPEC will not cut oil production: Saudi minister. CNBC. Retrieved from http://www.cnbc.com/id/102222286
17. Zanganeh says S. Arabia has kept oil prices down for political purposes. (2015, January 5). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/politics/120769-zanganeh-says-s-arabia-has-kept-oil-prices-down-for-political-purposes-
-----------------------