ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

เกาหลีเหนือพลิกยุทธศาสตร์ ขอปลอดนิวเคลียร์

การประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐกับเกาหลีเหนืออาจนำสู่สันติภาพหรืออาจเป็นชนวนการเผชิญหน้ารอบใหม่เป็นเรื่องน่าติดตาม เป็นอีกครั้งที่เกาหลีเหนือใช้ประโยชน์จากโครงการนิวเคลียร์
ต้นเดือนมีนาคมประธานาธิบดีทรัมป์ตกลงพบปะผู้นำเกาหลีเหนือ เป็นข่าวที่สร้างความตื่นตะลึงไม่น้อย เพราะนับจากทรัมป์เป็นประธานาธิบดีความสัมพันธ์ทวิภาคีเลวร้ายลง เกาหลีเหนือยั่วยุหลายต่อหลายครั้งด้วยการยิงทดสอบขีปนาวุธถี่ยิบ รัฐบาลทรัมป์ตอบโต้ด้วยการเตือนว่าพร้อมทำสงคราม
ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นสะเทือนถึงจีนอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลทรัมป์โทษจีนว่าไม่ห้ามปรามเกาหลีเหนือ เคยขู่ว่าจะคว่ำบาตรสินค้าจีนด้วยเหตุผลนี้ การพัฒนาอาวุธเกาหลีเหนือนำสู่การติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ในเกาหลีใต้ เพิ่มระบบป้องกันขีปนาวุธในญี่ปุ่น ซึ่งจีนเห็นว่าสหรัฐกำลังปิดล้อมตนมากกว่า เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาคิม จ็องอึน (Kim Jong-un) ผู้นำเกาหลีเหนือเยือนจีน The Rodong Sinmun สื่อเกาหลีเหนือชี้ว่าสัมพันธ์จีนกับเกาหลีเหนือแน่นแฟ้น เช่นเดียวกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเอ่ยถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีอันยาวนานตั้งแต่ปฏิวัติสังคมนิยม ส่งเสริมความร่วมมือทุกระดับตั้งแต่ผู…
โพสต์ล่าสุด

มุกตาดา อัล-ซาดาร์ ผู้สร้างความเปลี่ยนครั้งใหญ่แก่อิรัก ?

ตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐส่งมอบอธิปไตยคืนแก่อิรัก นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมามีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลสหรัฐทั้งสิ้น อัล-ซาดาร์กำลังจะเป็นนายกฯ คนแรกที่พยายามปลดแอกอิรักจากการครอบงำของต่างชาติ
เมื่อกองทัพสหรัฐกับพันธมิตรโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซน รัฐบาลสหรัฐเป็นผู้ปกครองอิรัก จนถึงปี 2006 ส่งมอบอธิปไตยคืนแก่อิรัก จัดเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยหลายครั้ง แต่ผู้เป็นนายกฯ เป็นคนที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐ ดังนั้น แม้จะบอกว่าเป็นการเลือกตั้งเสรี ความจริงแล้วเป็นเพียงวิธีการ ทุกอย่างอยู่ภายใต้การจัดวางล่วงหน้า
เลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อกลางเดือนที่ผ่าน มุกตาดา อัล-ซาดาร์ (Moqtada al-Sadr) ได้ที่นั่งในสภาสูงสุด มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลและเป็นนายกฯ และอาจสร้างความเปลี่ยนแปลงแก่อิรักต่างจากนายกฯ คนก่อนๆ
แนวทางของอัลซาดาร์ : มุกตาดา อัล-ซาดาร์ เป็นนักบวช เป็นผู้นำจิตวิญญาณของมุสลิมชีอะห์กลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งในอิรัก นอกจากแสดงบทบาทในฐานะผู้นำทางศาสนา ยังทำหน้าที่อีกหลายอย่างเช่น เป็นผู้ปกครองของกลุ่ม ผู้วางนโยบายกำหนดทิศทาง และเป็นผู้นำกองกำลัง Mahdi Army อันเลื่องชื่อ ปะทะกับกองทัพสหรัฐนับครั้งไม่ถ้วน อัล-ซาดาร์ต่อต…

เกาหลีกับสงครามที่ยังไม่ยุติหรืออาจไม่มีวันยุติ (1)

ความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือกับใต้เป็นความขัดแย้งกรอบแคบในกรอบใหญ่ เกี่ยวพันประวัติศาสตร์กว่าร้อยปีก่อน ส่งผลสืบเนื่องผ่านยุคสมัยต่างๆ จนถึงปัจจุบัน ในขณะที่ชาวเกาหลีโหยหาสันติภาพ
ผู้ติดตามข่าวเกาหลีเหนือ-ใต้มักจะได้ยินคำๆ หนึ่งว่า 2 ประเทศนี้ยังอยู่ในภาวะสงคราม สงครามเกาหลีที่เริ่มตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1950 ยังไม่ยุติ (กว่า 68 ปีแล้ว)
ผลการประชุมสุดยอด 2 ผู้นำเกาหลีเมื่อ 24 เมษายน 2018 ระหว่างผู้นำคิม จ็องอึน (Kim Jong-un) กับประธานาธิบดีมุน แจ-อิน (Moon Jae-in)ใจความหลักคือไม่มีสงครามในคาบสมุทรเกาหลีอีกต่อไป เปิดศักราชสันติภาพ ยกเลิกการแบ่งแยกและเผชิญหน้าแบบยุคสงครามเย็น ลดความตึงเครียดทางทหาร เริ่มยุคสมานฉันท์ ยกระดับการติดต่อระหว่างเจ้าหน้าที่และระดับประชาชน การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยชน เดินหน้าการเชื่อมต่อทางถนนกับรถไฟ ฯลฯ จะเห็นว่าผลการประชุมสุดยอดนี้ประกาศยุติสงครามระหว่าง 2 เกาหลี เริ่มต้นสันติภาพถาวร นำความสุขความยินดีแก่ชาวเกาหลีทั้งมวลที่เฝ้าฝันวันนี้มานานกว่าร้อยปี บทความนี้จะนำเสนอจุดเริ่มของความขมขื่นทุกข์ยากของคนเกาหลีที่ดำเนินมาแล้วกว่าศตวรรษ
ญี่ปุ่นต้องครอบครองเกาหลี : ญี่ป…

รัฐบาลเป็นปรปักษ์ มองสื่อเป็นอริ

หลายรัฐบาลมองสื่อเป็นอริเพราะมักวิพากษ์วิจารณ์รัฐ ในอีกมุมหนึ่งสื่อถูกใช้เป็นกลไกของรัฐช่วยเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร รวมถึงการโฆษณาชวนเชื่อทั้งระดับประเทศและโลก เป็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน

ในยุคแห่งสังคมข้อมูลข่าวสาร แต่ละวันผู้คนได้รับข่าวสารมากมายทั้งแบบตั้งใจกับไม่ตั้งใจ ข้อมูลข่าวสารทั้งโฆษณาประชาสัมพันธ์ ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ พยายามมุ่งตรงเข้าถึงผู้บริโภค (จะพูดว่าพยายามยัดเยียดก็ได้) ข่าวสารเหล่านี้มีทั้งสนับสนุนกัน แข่งขันกันจนถึงขัดแย้ง เรียกว่าเป็นสงครามข้อมูลข่าวสาร ในยุคดิจิทัล (Digital Age) สงครามข่าวสารรุนแรงกว่าเดิมทั้งเป้าหมายเชิงพาณิชย์ การเมือง และอื่นๆ รัฐบาลเป็นอีกตัวแสดง (actor) ที่ใช้ข้อมูลข่าวสารมานาน ปัจจุบันข่าวในหลายสื่อจะปรากฏข่าวที่ออกมาจากฝั่งรัฐบาลเสมอ ตามระบอบประชาธิปไตย สื่อมวลชนมีเสรีภาพในการนำเสนอ แต่นับวันเสรีภาพถดถอยในหลายประเทศ
องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (Reporter Without Borders: RSF) เผยดัชนีเสรีภาพสื่อมวลชนโลกล่าสุดประจำปี 2018 พบว่ารัฐบาลหลายประเทศทั่วโลกแสดงความเป็นปรปักษ์ ความเป็นอริ (animosity) ต่อนักข่าว สื่อมวลชนรุนแรงกว่าเดิม รายงานฉบับล่าสุดใช้คำว่า…

ทรัมป์ไร้ศีลธรรมเกินกว่าจะเป็นประธานาธิบดี

โดนัลด์ ทรัมป์ชนะเลือกตั้งเพราะชาวอเมริกันเบื่อหน่ายนักการเมืองหน้าเก่า แต่นับจากทรัมป์ดำรงตำแหน่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์มีไม่หยุดหย่อน ล่าสุดคือไร้ศีลธรรมเกินกว่าจะเป็นประธานาธิบดี
ทันทีที่ชนะเลือกตั้ง นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญเริ่มแสดงความเห็นว่าไม่นานหลังรับตำแหน่งประธานาธิบดี ทรัมป์จะถูกนำเข้ากระบวน Impeachment ขับออกจากตำแหน่ง หลายคนเดาว่าจะมาจากเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน การทุจริตคอร์รัปชัน ล่าสุดอดีตผู้อำนวยการเอฟบีไอ เจมส์ คอมีย์ (James Comey) กล่าวว่าเรื่องสุขภาพไม่ใช่ปัญหา แต่โดนัลด์ ทรัมป์ไร้ศีลธรรม (morally unfit) ไม่คู่ควรกับตำแหน่งประธานาธิบดี
ชมคลิปสั้น 3 นาที

อดีตผู้อำนวยการเอฟบีไอเอ่ยถึงความไม่เหมาะสมหลายข้อ ดังนี้ ประการแรก พูดปดเสมอ ไม่ยึดถือความจริง ประธานาธิบดีต้องไม่เป็นคนกลิ้งกลอกหลอกลวง ทรัมป์พูดโกหกเสมอไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ ทั้งยังคิดว่าคนอเมริกันเชื่อเขา คนเช่นนี้ไม่คู่ควรกับตำแหน่งประธานาธิบดี ไร้ศีลธรรมเกินไป ผู้นำประเทศควรเป็นคนที่น่าเคารพ ยึดมั่นค่านิยมของสังคม สำคัญที่สุดคือเป็นคนยึดมั่นความจริง แต่ประธานาธิบดีคนนี้ไม่เป็นเช่นนั้น ในด้านศีลธรรมไม่คู่ควรกับตำแหน่ง…