ยินดีต้อนรับ

สถานการณ์โลก วิเคราะห์สถานการณ์ร้อน วิจารณ์เหตุการณ์ระหว่างประเทศล่าสุดตามหลักวิชาการ
เข้าใจโลกวันนี้ เพื่อโลกวันพรุ่งนี้

วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

2015 โรฮีนจาคืนชีพ

24 พฤษภาคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6773 วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2166743)

            ไม่มีข้อมูลเบื้องหน้าเบื้องหลังว่าทำไมประเด็นโรฮีนจากลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เรื่องที่รับรู้ทั่วไปคือรัฐบาลไทยปราบปรามผู้ลักลอบพาผู้อพยพโรฮีนจาเข้าประเทศครั้งใหญ่ พร้อมกับที่สื่อนานาชาติประโคมข่าวผู้อพยพทางเรืออย่างต่อเนื่อง ตามด้วยองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหลายแห่ง ที่สุดรัฐบาลสหรัฐก็ปรากฏตัว Antony J. Blinken รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเดินทางไปหารือกับรัฐบาลเมียนมาร์

ทุกประเทศผลักดันผู้อพยพ ปัญหาแทรกซ้อน :
            การปราบปรามผู้ลักลอบพาผู้อพยพเข้าเมืองทำให้สื่อนานาชาติประโคมข่าวรัฐบาลไทย มาเลเซียและอินโดนีเซียผลักดันเรือมนุษย์กลับทะเล
            เช่น ทางการมาเลเซียรายงานพบผู้อพยพจากเมียนมาร์กับบังคลาเทศกว่า 1,000 คนพยายามเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายที่เกาะลังกาวี ทางการนำตัวไปยังสถานที่กักตัว
            ไม่กี่วันต่อมาเจ้าหน้าที่มาเลย์คนหนึ่งกล่าวว่าทางการได้ผลักดันเรือบรรทุกโรฮีนจา 500 คนออกจากฝั่งหลังให้น้ำมันกับอาหาร  เรือดังกล่าวอยู่ตอนเหนือของรัฐปีนัง
Wan Junaidi Jaafar รัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า “เราได้ปฏิบัติต่อพวกเขาโดยมนุษยธรรมแล้ว ไม่สามารถให้พวกเขาทะลักขึ้นฝั่งแบบนี้” “ต้องส่งสารให้รู้ว่าพวกเขาไม่เป็นที่ต้อนรับ” ปัจจุบันมาเลเซียมีผู้ลี้ภัยทั้งหมดราว 150,000 คน ราว 50,000 คนเป็นโรฮีนจา
เช่นเดียวกับอินโดนีเซีย Fuad Basya โฆษกกลาโหมกล่าวว่า ได้ผลักดันเรือลำหนึ่งที่ “เต็มด้วยคนสกปรก กลิ่นตัวเหม็น บางคนกรีดร้อง” หลังจากให้น้ำ อาหาร ยาและเชื้อเพลิง เรือลำดังกล่าวอยู่ที่ชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของอาเจะห์ (Aceh)
การปราบปรามขบวนการลักลอบพาผู้อพยพเข้าเมือง การผลักดันเรือไม่ให้เข้าฝั่งจึงก่อให้เกิดปัญหาแทรกซ้อน กระบวนการลักลอบพาคนเข้าเมืองติดขัด เรือหลายลำต้องลอยกลางทะเลไม่สามารถขึ้นฝั่ง ผู้อพยพหลายพันคนติดอยู่กลางทะเล
กลุ่มสิทธิมนุษยชนเริ่มเรียกร้องให้รัฐบาลในภูมิภาคช่วยเหลือผู้อพยพ 6,000-8,000 ที่กำลังลอยเรือกลางทะเล Phil Robertson รองผู้อำนวยการ Human Rights Watch สาขาเอเชียกล่าวว่า ไทย มาเลเซียและอินโดนีเซียทำให้สถานการณ์โรฮีนจาวิกฤตหนักกว่าเดิม “ด้วยนโยบายใจไม้ไส้ระกำ (cold-hearted) ผลักเรือมนุษย์ชุดใหม่ออกไป ทำให้หลายพันชีวิตต้องเสี่ยงอันตราย”
19 พฤษภาคม แถลงการณ์ร่วมระหว่างสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) สำนักงานสหประชาชาติข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน (OHCHR) องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) และผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติ เพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานและการพัฒนา (SRSG) เรียกร้องให้ผู้นำประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทยให้ความคุ้มครองผู้อพยพและผู้ลี้ภัยที่ติดอยู่บนเรือในอ่าวเบงกอลและทะเลอันดามัน โดยนำพวกเขาขึ้นฝั่ง สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการช่วยชีวิต คุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ต้นตอปัญหาอยู่ที่ใด :
            นับจากผู้อพยพโรฮีนจากกลายเป็นประเด็น ประเทศในภูมิภาคเอ่ยถึงการประชุมร่วมเพื่อหาทางออก Wan Junaidi Jaafar รัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทยเห็นว่าจะต้องจัดประชุมนานาชาติเพื่อเชิญประเทศที่เกี่ยวข้อง เช่น บังคลาเทศ เมียนมาร์ สหรัฐและอียูเข้าร่วมประชุมเพื่อหาทางออกเรื่องนี้ “เราต้องการพูดกับประเทศต้นตอว่าพวกเขาต้องไปพูดกับคนของตนให้กลับประเทศ เพราะมาเลเซียไม่สามารถต้อนรับพวกเขา”
เป็นที่รู้กันว่าประเทศส่วนใหญ่กล่าวโทษรัฐบาลเมียนมาร์ เอ่ยถึงการไม่ยอมรับโรฮีนจาเป็นพลเมือง ซึ่งเป็นเรื่องจริง เป็นปัญหาสิทธิมนุษยชนจริง

ข้อมูลอีกด้านหนึ่ง Zaw Htay ผู้อำนวยการสำนักงานประธานาธิบดีเมียนมาร์ (director of the office of Myanmar's president) กล่าวว่า “เราไม่อาจยอมรับข้อกล่าวหาจากบางฝ่ายที่ว่าเมียนมาร์เป็นต้นตอของปัญหา” ก่อนหน้านี้ Zaw Htay กล่าวว่าหลายประเทศกำลังโยนความผิดให้รัฐบาลเมียนมาร์ พยายามเบี่ยงประเด็นการค้ามนุษย์ การใช้คนเป็นทาส พร้อมกับชี้ว่า “การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงที่สุดคือการที่เจ้าหน้าที่ทุจริต พัวพันการค้ามนุษย์และสมคบคิดกับพวกผู้ค้า”
Ye Htut รัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลข่าวสารของเมียนมาร์ (Information Minister) ชี้ว่าปัญหาที่เกิดเป็นปัญหาการค้ามนุษย์ “บางคนกล่าวว่าคนเหล่านี้พยายามหนีจากยะไข่ที่เกิดความขัดแย้ง แต่เราไม่เห็นด้วย” “ผู้ค้ามนุษย์พาคนเหล่านี้เข้าประเทศไทยและอินโดนีเซีย นี่เป็นเรื่องการค้ามนุษย์ ในฐานะเป็นสมาชิกหนึ่ง (ของอาเซียน) และประชาคมนานาชาติ เราต้องทำงานแก้ปัญหานี้ร่วมกัน” จุดยืนของเราคือ ขอให้จำแนกสถานะของคนเหล่านี้ ว่ามาจากเมียนมาร์หรือไม่ ถ้าพิสูจน์ว่าจริง รัฐบาลพร้อมพาตัวกลับ

คนบังคลาเทศปะปนกับโรฮีนจาจากเมียนมาร์ :
ประเด็นผู้อพยพโรฮีนจาครั้งนี้ซับซ้อนขึ้นเนื่องจากมีคนบังคลาเทศผสมด้วย อีกทั้งมีประเด็นว่าโรฮีนจาเหล่านั้นเป็นคนที่มาจากบังคลาเทศหรือเมียนมาร์
ตามข้อมูลของ UNHCR เฉพาะไตรมาสแรกของปีนี้ พวกโรฮีนจากับบังคลาเทศราว 25,000 คนพยายามลักลอบเข้าประเทศทางเรือ มากเป็น 2 เท่าของช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน อย่างน้อยครึ่งหนึ่งเป็นโรฮีนจา ที่เหลือเป็นชาวบังคลาเทศ ทั้งยังมีประเด็นว่าเป็นโรอีนจาที่มาจากเมียนมาร์หรือจากบังคลาเทศ
ถ้ามองย้อนหลัง มีผู้ประเมินว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ชาวโรฮีนจาราว 120,000 คนได้อพยพหนีออกจากประเทศทางเรือ ไปสู่ประเทศอื่นๆ
Zaw Htay ผู้อำนวยการสำนักของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ยืนยันว่ารัฐบาลจะรับผิดชอบคนที่เป็นพลเมืองของตนเท่านั้น ไม่ใช่คนบังคลาเทศ และอธิบายว่า “โรฮีนจาบางคนมาจากบังคลาเทศ ไม่ใช่ความรับผิดชอบเขาเรา”
ก่อนหน้านี้ Karishma Vyas นายตำรวจลังกาวี มาเลเซีย ให้ข้อมูลว่าจาก 1,158 คนที่เพิ่งถูกกักตัวพบว่า 672 คนเป็นชาวบังคลาเทศ อีก 486 คนเป็นโรฮีนจาจากเมียนมาร์
ไม่ว่าคนเหล่านี้มาจากที่ใด ในไม่ช้าจะได้คำตอบชัดเจนขึ้น ในเบื้องต้นไม่อาจปฏิเสธว่ามีคนบังคลาเทศรวมอยู่ในเรือลำเดียวกับโรฮีนจา

เจ้าหน้าที่รัฐกับอาชญากรข้ามชาติ :
ไม่มีรัฐบาลใดสามารถต้อนรับผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย ดังนั้น เมื่อเผชิญเรือที่กำลังแล่นเข้าฝั่งจึงต้องผลักดันออกไป พร้อมกับประกาศไม่ต้อนรับคนเหล่านี้ จนกว่ารัฐบาลจะมีนโยบายใหม่ เช่น รับคนที่กำลังลอยเรือเพื่อมนุษยธรรม
ประเด็นที่ไม่ควรมองข้ามคือ การพิจารณาเรื่องนี้ในแง่อาชญากรรมข้ามชาติ เมื่อเจ้าหน้าที่หย่อนยานในการเฝ้าระวัง (หรือแกล้งหย่อนยาน) ขบวนการลักลอบพาคนเข้าประเทศจะเห็นช่องทันที เปิดโอกาสแอบพาคนต่างชาติเข้าประเทศได้ดังเดิม

            การลักลอบพาคนเข้าเมืองกระทำเป็นขบวนการ มีเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างประเทศ ผนวกกับระบบสื่อสารอันทันสมัย ด้วยโทรศัพท์มือถือและวิทยุสื่อสาร ไม่แปลกใจที่เรือใหญ่แต่ละลำแล่นเข้ารับผู้โดยสารเป็นจุดๆ เหมือนรถโดยสารประจำทาง จนมีผู้โดยสารหลายร้อยคน มีพวกเรือเล็กวิ่งระหว่างฝั่งกับเรือใหญ่ เปรียบเหมือนมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถสองแถวเล็กที่วิ่งรับคนจากท้ายซอยไปส่งปากซอย
            ผู้อพยพที่มากับเรือใหญ่สามารถแวะลงจุดต่างๆ ตามตกลง มีเรือเล็กมารับเพื่อส่งขึ้นฝั่ง หรือแม้กระทั่งเมื่อคนขับเรือได้ข่าวจากฝั่ง เห็นท่าไม่ดีก็สามารถขอเรือเล็กมารับตนหนี
เป็นเครือข่ายระบบขนส่งมวลชนระหว่างประเทศที่มีประสิทธิภาพไม่น้อย เพราะสามารถรับส่งผู้โดยสารตามจุด และหลีกเลี่ยงการตรวจจับ ดังข้อมูลว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาชาวโรฮีนจาราว 120,000 คนได้อพยพหนีออกจากประเทศไปสู่ประเทศอื่นๆ

            นี่คืออาชญากรรมข้ามชาติรูปแบบหนึ่งที่ประเทศในภูมิภาคนี้กำลังเผชิญ ภัยเป็นคุกคามรูปแบบใหม่ที่รัฐต้องตามให้ทัน ไม่สามารถมองแต่เรื่องสิทธิมนุษยชนเท่านั้น
และปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่ขบวนการเฟื่องฟูเพราะเจ้าหน้าที่รัฐบางคนมีส่วน เกิดคำถามว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้หย่อนยานในหน้าที่หรือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ค้ามนุษย์ บั่นทอนความมั่นคงของชาติ
ถ้าคิดให้ไกลสุดๆ หวังว่าคนกลุ่มนี้จะไม่เป็นเหตุชักศึกเข้าบ้าน

ถ้าไม่มีอาชญากรข้ามชาติเหล่านี้ พวกโรฮีนจา ชาวบังคลาเทศจะอยู่ในพื้นที่ต่อไป คงไม่ผิดนักถ้าจะสรุปว่าโรฮีนจากลายเป็นประเด็นอีกครั้งเพราะอาชญากรข้ามชาติ
โรฮีนจาเป็นพลเมืองเมียรมาร์หรือไม่เป็นประเด็นหนึ่ง แต่โรฮีนจาอพยพเข้าประเทศอื่นๆ อย่างผิดกฎหมายนั่นเป็นอีกเรื่อง แนวทางแก้ไขเป็นคนละเรื่องเช่นกัน ชาวบังคลาเทศที่พยายามข้ามน้ำข้ามทะเลคือกรณีที่ชัดเจน
            ทำนองเดียวกับที่รัฐบาลโอบามามัวแต่เอ่ยถึงปัญหาโรฮีนจาก็เป็นคนละเรื่องเช่นกัน

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
            เรื่องสำคัญที่ประชาชนควรเข้าใจคือ เรือมนุษย์โรฮีนจา เรือมนุษย์บังคลาเทศไม่ใช่เรื่องใหม่ คนเหล่านี้อพยพทางเรือต่อเนื่องหลายปีแล้ว การที่ประชาชนรับรู้ในช่วงนี้เพราะสื่อหลายประเทศช่วยกันประโคมข่าว ผสมโรงด้วยองค์กรสิทธิมนุษยชนชาติหลายกลุ่ม
            แต่ระดับเจ้าหน้าที่ ผู้มีหน้าที่รับรู้เรื่อยมา

            ไม่ว่าเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร เป็นการถูกต้องจะที่หารือเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน ต้องยอมรับว่าต้นตอปัญหายากจะแก้ไข ไม่ว่าจะที่เมียนมาร์หรือบังคลาเทศ สิ่งที่ทำได้แน่นอนคือรัฐต้องเข้มงวดต่อต้านอาชญากรข้ามชาติ เพราะเป็นภาพสะท้อนความมั่นคงจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่อื่นๆ เรื่องเหล่านี้ “ใกล้ตัว” กว่าโรฮีนจามากนัก
            ถ้ามองในระดับภูมิภาค อาเซียนกำลังเป็นประชาคมอาเซียนในสิ้นปีนี้ อาเซียนมีแผนรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ คราวนี้ทั่วโลกจะได้พิสูจน์ว่าอาเซียนที่กำลังรวมเป็นหนึ่งนั้นเป็นอย่างไร แผนต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติมีประสิทธิภาพแค่ไหน
            วันที่ 29 พฤษภาคมนี้คงเห็นภาพแจ่มชัดยิ่งขึ้น
-----------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
            การทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้สามารถเริ่มต้นด้วยการศึกษาประวัติศาสตร์ประเทศพม่า ตั้งแต่ยุคโบราณกาลจนถึงปัจจุบัน เหตุการณ์ในอดีตได้ถักทอร้อยเรื่องราวของโรฮีนจาที่เกี่ยวข้องกับผู้ปกครอง เกี่ยวข้องกับหลายประเทศ หลายเหตุการณ์แม้กระทั่งยุคล่าอาณานิคม สงครามโลกครั้งที่ 2 จนพม่าเปลี่ยนชื่อประเทศ กลับมาปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง
            ข้อเขียนชิ้นนี้นำเสนอเรื่องราวตั้งแต่ชนพื้นเมืองอาระกันยังไม่ถูกเรียกว่าโรฮีนจา เข้าสู่ความขัดแย้งหลายระลอก จนพม่าประกาศเอกราช เกิดการปฏิวัติ รัฐบาลทหารกำหนดว่าใครเป็นพลเมือง พร้อมกับเหตุผลข้อโต้แย้ง ประเด็นถกเถียงและคาดการณ์อนาคต

สนใจอีบุ๊ค คลิกที่รูป

บรรณานุกรม:
1. Barron Laignee., Aung, Nyan Lynn. (2015, May 15). Can Myanmar, and the region, continue to ignore the crisis? Myanmar Times. Retrieved from http://www.mmtimes.com/index.php/in-depth/14478-can-myanmar-and-the-region-continue-to-ignore-the-crisis.html
2. Indonesia to 'turn back Rohingya' boats. (2015, May 12). Al Jazeera. Retrieved from http://www.aljazeera.com/news/2015/05/150512045951738.html
3. Malaysia detains hundreds of migrants arriving on boats. (2015, May 11). Al Jazeera. Retrieved from http://www.aljazeera.com/news/2015/05/150511065720103.html
4. Malaysia Turns Away Boat With More Than 500 Migrants. (2015, May 13). The New York Times/AP. Retrieved from http://www.nytimes.com/aponline/2015/05/13/world/asia/ap-as-rohingya-boat-people.html
5. Malaysia, Indonesia agree to offer temporary shelter to 7,000 migrants. (2015, May 20). The Star. Retrieved from http://www.thestar.com.my/News/Nation/2015/05/20/Anifah-Malaysia-Indonesia-7000-migrants/
6. Myanmar says it's not to blame for migrant crisis. (2015, May 17). Hindustan Times/AFP. Retrieved from http://www.hindustantimes.com/world-news/myanmar-says-it-s-not-to-blame-for-migrant-crisis/article1-1348032.aspx
7. Weng, Lawi. (2015, May 18). Burma Says ‘Boat People’ Crisis Not Caused by Rohingya Strife.
The Irrawaddy. Retrieved from http://www.irrawaddy.org/burma/burma-says-boat-people-crisis-not-caused-by-rohingya-strife.html
8. United Nations High Commissioner for Refugees. (2015, May 19). แถลงการณ์ร่วมระหว่าง UNHCR OHCHR IOM และSRSG ในเรื่องการค้นหาและการกู้ชีพในทะเล การนำขึ้นฝั่ง และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้ลี้ภัย และผู้อพยพที่ตอนนี้มีความจำเป็นที่จะต้องช่วยชีวิตพวกเขาในอ่าวเบงกอล และทะเลอันดามัน. Retrieved from https://www.unhcr.or.th/th/news/joint_statement
---------------------------------