วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ชาติตะวันตกกับตัวเลือกสร้างเขตปลอดภัยหรือเขตห้ามบินในซีเรีย

29 สิงหาคม 2012
ชาญชัย
สองสามสัปดาห์ก่อน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ นางฮิลลารี่ คลินตัน ได้หารือกับรัฐบาลตุรกีในเรื่องสถานการณ์ซีเรีย ข่าวรายงานว่าน่าจะเป็นการหารือเรื่องที่สหรัฐฯ กับตุรกีอาจร่วมกันสร้างเขตห้ามบิน (no-fly zones) ตลอดพรมแดนระหว่างตุรกีกับซีเรีย
            ความคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียร้องขอมานานแล้ว และชาติตะวันตกเคยใช้วิธีนี้เพื่อโค่นล้มรัฐบาลกัดดาฟี่ ประเทศลิเบีย
ล่าสุดรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศส ลอรอนต์ แฟบิอุส (Laurent Fabius) กล่างถึงการสร้างเขตกันชน (buffer zone)
หากสิ่งนี้เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเขตห้ามบินหรือเขตกันชน สถานการณ์ในซีเรียจะพลิกผันให้ฝ่ายต่อต้านเป็นฝ่ายได้เปรียบทันที
บทวิเคราะห์นี้จะอธิบาย คำสองคำดังกล่าวพร้อมวิเคราะห์ความแตกต่าง ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

1. กรณีเขตห้ามบิน

            ถ้ากำหนดใช้เขตห้ามบิน (no-fly zone) หมายถึงการที่ชาติตะวันตกกำหนดเขตพื้นที่ห้ามไม่ให้อากาศยานหรือรถถัง ยานเกราะ อาวุธหนักของซีเรียเคลื่อนกำลังหรือทำการสู้รบในพื้นที่ที่กำหนด
            กรณีนี้จะเหมือนกับกรณีของลิเบียเมื่อชาติตะวันตกต่อต้านรัฐบาลของประธานาธิบดีกัดดาฟี่ กำหนดให้น่านฟ้าทั้งประเทศลิเบียเป็นเขตห้ามบิน โดยมีกองทัพอากาศฝรั่งเศสกับอังกฤษเป็นกองกำลังหลัก ส่วนสหรัฐฯ สนับสนุนด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่การส่งเครื่องบินรบเข้าร่วมรบโดยตรง
            เมื่อรัฐบาลกัดดาฟี่ไม่สามารถใช้เครื่องบินรบ รถถัง อาวุธหนักโจมตีฝ่ายต่อต้าน ฝ่ายต่อต้านจึงเป็นฝ่ายได้เปรียบจนโค่นล้มรัฐบาลกัดดาฟี่ได้ในที่สุด
            หากชาติตะวันตกเลือกใช้วิธีนี้ อาจชี้ว่าฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียมีกำลังเข้มแข็งพอสมควร รัฐบาลของประธานาธิบดีอัสซัดจะล้มในไม่ช้า
2. กรณีเขตปลอดภัย
            คำว่เขตปลอดภัยหรือเขตกันชน (safe zone/ buffer zone ) ยังไม่ถูกกำหนดชัดเจนว่าหมายถึงลักษณะใด น่าจะมีข้อแตกต่างจากเขตห้ามบิน
ถ้าเขตปลอดภัยหมายถึงการแบ่งพื้นที่บางส่วนของซีเรียเป็นเขตที่ปลอดทหารซีเรียเพื่อความปลอดภัยของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ของประชาชนที่เข้ามาลี้ภัยในขอบเขตพื้นที่ดังกล่าว ในกรณีนี้ การสร้างเขตปลอดภัยต้องอาศัยทั้งกองกำลังทางอากาศกับภาคพื้นดิน และจำต้องมีกองกำลังภาคพื้นดินที่มากกว่ากองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย คือต้องมีกองกำลังต่างชาติเข้าร่วมด้วย
            คำถามสำคัญคือ ถ้าต้องมีกองกำลังต่างชาติร่วมด้วยจะหมายถึงทหารของชาติใด
            ประเด็นนี้อาจเป็นเรื่องที่ยังตกลงกันไม่ได้ในขณะนี้ ผมเชื่อว่าชาติตะวันตกคงต้องการให้ตุรกีเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว เพราะชาติตะวันตกทั้งสหรัฐฯ กับยุโรปต่างไม่ต้องการเอาชีวิตทหารของตนไปเสี่ยง และประชาชนอาจต่อต้านหากรัฐบาลดำเนินนโยบายเช่นนั้น
            ถ้าเป็นเช่นนั้น ความรับผิดชอบด้านกองกำลังภาคพื้นดินจึงตกอยู่กับตุรกีเพียงประเทศเดียว ความมั่นคงปลอดภัยในเขตพื้นที่ปลอดภัยจึงตกเป็นภาระโดยตรงของตุรกีไปโดยปริยาย
            รัฐบาลตุรกีต้องคิดหนักในเรื่องนี้ เพราะหากต้องรับผิดชอบภาคพื้นดิน ย่อมมีความเสี่ยงที่ทหารของตนจะต้องสู้รบกับกองทัพรัฐบาลซีเรีย ต้องบาดเจ็บล้มตายไม่มากก็น้อย มีความคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด
            และต้องมั่นใจว่ารัฐบาลซีเรียชุดต่อๆ ไปจะญาติดีกับตน
            ที่สุดแล้ว ถ้าก่อตั้งเขตปลอดภัย ตีความว่าฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียไม่ได้เข้มแข็ง และความขัดแย้งอาจยืดเยื้อ ประเทศซีเรียถูกแยกเป็น 2 ประเทศ
            ทั้งหมดเป็นเพียงการประมวลผลจากข้อมูลที่เล็ดลอดปรากฎเป็นข่าว ผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไรต้องติดตามต่อไป
-----------------

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ประเด็นโลก ประเด็นร้อน 27 สิงหาคม – 2 กันยายน 2012

26 สิงหาคม 2012
ชาญชัย

1. กรีซขอเจรจาเพื่อยืดเวลา ไม่มีอะไรซับซ้อน

สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรีกรีซ แอนโทนิส ซามาราส (Antonis Samaras) ขอเจรจาเพื่อยืดเวลามาตรการรัดเข็มขัด โดยกล่าวผ่านสื่อว่า "ผมขอพูดแบบตรงไปตรงมา เราไม่ต้องการเงินเพิ่ม เรายึดมั่นในสัญญา ยึดมั่นในข้อเรียกร้องของเรา เราขอเร่งสร้างการเติบโต ... สิ่งเดียวที่เราต้องการคือมีที่ว่างหายใจเพิ่มอีกเล็กน้อยเพื่อให้เศรษฐกิจทำงาน ให้รัฐมีรายได้เพิ่ม" (REUTERS)
            ผู้นำเยอรมันกับฝรั่งเศสตอบกลับด้วยการพูดทำนองขอให้กรีซยึดมั่นในข้อตกลงเดิม แต่ได้เปิดท้ายว่าข้อเรียกร้องของกรีซจะต้องนำเสนอผ่านกลุ่มเจ้าหนี้ซึ่งประกอบด้วย EU ECB และ IMF ที่เรียกว่า ทรอยก้า (troika)
            ฟังดูเผินๆ อาจดูเหมือนว่าเยอมนีกับฝรั่งเศสปฏิเสธข้อเรียกร้องของกรีซ แต่ความจริงคือ ผู้นำเยอรมนีกับฝรั่งเศสเพียงพูดเพื่อชี้ให้รัฐบาลกรีซทำตามขั้นตอน เป็นการพูดตามพิธีทางการทูต
            ขยายความง่ายๆ ได้ว่า ในทางนิตินัย กรีซเป็นลูกหนี้โดยตรงของทรอยก้า ไม่ใช่เยอรมนีกับฝรั่งเศส ดังนั้นหากกรีซต้องการเปลี่ยนเงื่อนไขการกู้ยืม แก้ไขข้อตกลงมาตรการรัดเข็มขัดย่อมต้องกระทำกับทรอยก้า ไม่ใช่กระทำกับประเทศใดประเทศหนึ่ง
            ดังนั้น เมื่อผู้นำเยอรมันกับฝรั่งเศสพูดขอให้กรีซยึดมั่นข้อตกลงเดิม นั่นมีความหมายเพียงว่าทั้งสองประเทศพูดภายใต้กรอบข้อตกลงเดิมที่มีอยู่ เพราะพวกเขามีสิทธิพูดในขอบเขตเพียงเท่านั้น ทั้งสองประเทศเป็นเพียงสมาชิกส่วนหนึ่งของยูโรโซนต้องดำเนินตามข้อตกลงที่ทรอยก้าทำกับกรีซ
            ผมจึงสรุปเรื่องกรีซขอเจรจาเพื่อยืดเวลาว่าไม่มีอะไรซับซ้อน ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน
ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ฟรองซัวซ์ อ็องลองเด (Francois Hollande) กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า กรีซ “ต้องแสดงออกอีกครั้งว่ายึดมั่นในแผน [รัดเข็มขัด] และผู้นำประเทศตั้งใจแน่วแน่ที่จะปฏิบัติตามแผนจนแล้วเสร็ในขณะเดียวกันต้องมั่นใจประชาชน [กรีซ] จะแบกรับแผนดังกล่าวได้ ... ส่วนในฝั่งยุโรป เราต้องรอคอยรายงานของทรอยก้า ทันทีที่ได้เราได้รับรายงาน ทันทีที่ได้ข้อตกลง ยุโรปต้องทำในสิ่งที่ต้องทำ” (REUTERS/FRANCE 24)
ทางเลือกที่ทรอยก้าสามารถปฏิบัติได้ อยู่ในบทความ ‘‘กรีซขอยืดเวลา กับความเป็นไปได้ อ่านได้ในhttp://www.chanchaivision.com/2012/08/blog-post_22.html

2 คำถามใหม่ในเรื่องเก่าของโครงการพัฒนานิวเคลียร์อิหร่าน

            เมื่อวันศุกร์ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เรียกร้องให้ทางการอิหร่านตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการติดตั้งเครื่องเสริมสมรรถภาพยูเรเนียมที่บริเวณ Fordow [การเสริมสมรรถภาพยูเรเนียมเป็นขั้นตอนหนึ่งที่อาจนำไปสู่การสร้างอาวุธนิวเคลียร์] และยังมีภาพถ่ายดาวเทียมที่ตั้งทางทหาร Parchin ที่ถูกปกคลุมห่อหุ้มทั้งหลังด้วยวัตถุสีชมพู ที่ IAEA ต้องการเข้าไปตรวจสอบเพราะเชื่อว่าเป็นสถานที่ทดสอบนิวเคลียร์ และดูเหมือนว่าอิหร่านกำลังกลบเกลื่อนร่องรอยเหล่านี้อยู่ (The Jerusalem Post)
            ข้อสงสัยเหล่านี้เกิดขึ้นท่ามกลางข้อสงสัยเดิมที่ IAEA ไม่มั่นใจว่าโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านจะมีเพื่อใช้ในทางสันติเท่านั้น เป็นที่มาของมาตรการคว่ำบาตรของรัฐบาลโอบามา ชาติตะวันตกหลายประเทศรวมทั้งพันธมิตรสหรัฐฯในเอเชียจึงหยุดหรือลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่าน
            แต่มาตรการคว่ำบาตรดูเหมือนจะไม่สามารถหยุดอิหร่านให้สร้างข้อสงสัยใหม่ๆ ขึ้นมา
            เรื่องจึงลงเอยด้วย นักการเมืองอิสราเอลบางคนออกมากล่าวเป็นนัยว่าอิสราเอลจะโจมตีที่ตั้งนิวเคลียร์ของอิหร่านก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ (REUTERS)
            สอดคล้องกับคำกล่าวของนายกฯ อิสราเอล บินยามิน เนธันยาฮู (Binyamin Netanyahu) กล่าวหาอิหร่านว่ากำลัง “เร่งพัฒนาโครงการสร้างอาวุธนิวเคลียร์” สวนทางกับที่ชาติตะวันตกต้องการ (REUTERS)
            สื่ออิสราเอลรายงานว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมากองทัพอากาศอิสราเอลได้รับการฝึกเพิ่มเติมสำหรับโจมตีอิหร่าน (website Global Research)
            ประเด็นนี้จะกลายเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนของสัปดาห์
---------------

วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

‘กรีซขอยืดเวลา’ กับความเป็นไปได้

บทความ 22 สิงหาคม 2012
ชาญชัย
นายกรัฐมนตรีกรีซ แอนโทนิส ซามาราส (Antonis Samaras) แสดงจุดยืนก่อนเจรจาผ่านสื่อว่า "ผมขอพูดแบบตรงไปตรงมา เราไม่ต้องการเงินเพิ่ม เรายึดมั่นในสัญญา ยึดมั่นในข้อเรียกร้องของเรา เราขอเร่งสร้างการเติบโต ... สิ่งเดียวที่เราต้องการคือมีที่ว่างหายใจเพิ่มอีกเล็กน้อยเพื่อให้เศรษฐกิจทำงาน ให้รัฐมีรายได้เพิ่ม" (REUTERS)
            ข้อเรียกร้องของรัฐบาลกรีซคือ ขอผ่อนคลายมาตรการรัดเข็มขัดออกไปอีกระยะหนึ่ง หลังจากที่เศรษฐกิจประเทศถดถอยสู่ปีที่ 5 ประชาชนเกือบ 1 ใน 4 อยู่ในภาวะว่างงาน
            คำถามคือ กลุ่มเจ้าหนี้ซึ่งประกอบด้วย EU ECB และ IMF ที่เรียกว่า troika จะยอมหรือไม่
มีแนวทางที่สามารถเป็นไปได้ 3 แบบ อธิบายได้ใน 3 ฉากทัศน์ (scenario) ดังนี้

1 ถ้าเจ้าหนี้ไม่ยอมตามกรีซ

            ในกรณีที่เจ้าหนี้ยืนยันคงข้อตกลงเดิม รัฐบาลกรีซกลับบ้านมือเปล่า ผลในระยะสั้นคือชาวกรีซบางส่วนอาจออกมาประท้วง รัฐบาลไร้เสถียรภาพ ระบบตลาดยูโรโซนพลอยหวั่นไหวไปด้วย เรื่องไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะในเวลาต่อมาอาจพบว่ากรีซไม่สามารถทำตามข้อตกลงต่างๆ ประเทศยังอยู่ในภาวะวิกฤต เศรษฐกิจยูโรโซนจะสั่นสะเทือนอีกรอบ เมื่อถึงเวลานั้นรัฐบาลกรีซจะเรียกร้องขอผ่อนปรนมาตรการรัดเข็มขัดอีก เหตุการณ์เกิดเป็นวงจร
            ถ้าเจ้าหนี้กรีซไม่ยอมผ่อนปรนใดๆ สภาพการในยูโรโซนจะออกมาย่ำแย่ที่สุด

2 ถ้าเจ้าหนี้ยอมตามกรีซ

            ผลที่เกิดทันทีคือรัฐบาลกรีซชุดนี้ได้รับเสียงปรบมือจากประชาชนชาวกรีซ สถานภาพทางการเมืองมั่นคงเท่ากับระยะเวลายืดหนี้ ชาวกรีซสามารถดำเนินชีวิตที่ไม่ต้องกระเบียดกระเสียดมากนัก คงสภาพการณ์ยูโรโซน
            ส่วนผลเสียจะเกิดขึ้นถ้าในเวลาต่อมาพบว่า รัฐบาลกรีซไม่สามารถทำตามสัญญา จะยิ่งทำให้กรีซขาดความเชื่อถือ สะท้อนความอ่อนแอของประเทศอีกรอบ
            ความอ่อนแอของกรีซ สามารถอธิบายโดยย้อนกลับไป 2 ปี กรีซเคยขอรับเงินกู้ช่วยเหลือจำนวน 110 พันล้านยูโรในเดือนพฤษภาคม 2010 จากกลุ่มยูโรและ IMF แต่ความช่วยเหลือรอบนั้นไม่สามารถฟื้นเศรษฐกิจขึ้นมาได้จริง ปีที่แล้วจึงกลับไปมาเจ้าหนี้เดิมเพื่อขอกู้รอบใหม่
เรื่องที่กำลังพูดถึง ณ วันนี้ก็คือรัฐบาลกรีซกำลังขอปรับแก้เงื่อนไขกู้ยืมรอบใหม่นี่เอง หลังจากผ่านการเจรจาตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว
การขอกู้รอบสอง การขอปรับเงื่อนไข ขอยืดมาตรการรัดเข็มขัด ล้วนสะท้อนความอ่อนแอของกรีซ
            ภายใต้ฉากทัศน์ที่สองนี้ ตราบใดที่กรีซยังอยู่ในยูโรโซน กรีซจะเป็นจุดอ่อนของกลุ่ม เป็นตัวสร้างความผันผวนแก่ยูโรโซน แต่นั่นจะเกิดขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า (หรือตามระยะเวลาการยืดหนี้ ยืดมาตรการรัดเข็มขัด) เว้นเสียแต่ว่ากรีซจะปฏิรูปได้อย่างจริงจังจนระบบตลาดเห็นอนาคตอันสดใสของประเทศนี้

3 ประนีประนอม

            นอกจากฉากทัศน์ 2 แบบที่นำเสนอข้างต้น ซึ่งเป็นการเลือกระหว่างจะเอาซ้ายหรือขวา ขาวหรือดำ ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งคือ แนวทางประนีประนอม
            การประนีประนอมอาจออกมาในลักษณะยอมยืดเวลาให้อีกระยะ แต่การรัดเข็มขัดจะต้องบรรลุผลตามขั้นตอน เจ้าหนี้กรีซจะคอยตรวจสอบทุกระยะ การปล่อยเงินกู้ตามงวดและการผูกผันสัญญายืดชำระหนี้จะขึ้นกับการที่กรีซบรรลุเป้าหมายการรัดเข็มขัดในแต่ละช่วงเวลา
            ผลคือกรีซจะได้รับการผ่อนคลายมาตรการรัดเข็มขัด ส่วนเจ้าหนี้ก็ได้รับเงินคืนตามเวลาที่กำหนดใหม่ในแต่ละช่วง ภายใต้การตรวจสอบควบคุมอย่างเข้มงวด
            ฝ่ายการเมืองของทุกประเทศจะได้ประโยชน์ รวมทั้งประชาชนชาวกรีซด้วย
ที่ผ่านเจ้าหนี้กรีซพอใจกับรัฐบาลของซามาราสมากกว่าพรรคฝ่ายค้าน การพูดคุยเจรจากับนายซามาราสย่อมง่ายกว่าอีกฝ่าย
            ผมเชื่อว่าทางเลือกประนีประนอมน่าจะเป็นตัวเลือกที่มีโอกาสสูงสุด แต่อาจต้องใช้เวลาการเจรจานานกว่าที่คิด
-------------------

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ประเด็นโลก ประเด็นร้อน 20-26 สิงหาคม 2012

บทความ 19 สิงหาคม 2012
ชาญชัย
1. ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยานสู่ 100 ดอลลาร์


            คนที่มีรถยนต์ส่วนตัวจะสังเกตได้ว่าราคาน้ำมันในช่วงไม่ถึงสองเดือนนี้ปรับเพิ่มขึ้นบ่อยครั้ง ข้อมูลพลังงานขายปลีกของบริษัท ปตท. ชี้ว่านับตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมจนถึงวันนี้ ในเวลาเพียงเดือนครึ่ง ราคาปรับเพิ่มขึ้นมาแล้ว 7 ครั้ง (อ้างอิงราคาน้ำมัน E20, website ปตท.)


            ราคาน้ำมันขายปลีกไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบโลก ยกตัวอย่าง น้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ปิดที่ 96.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคมเป็นต้นมา (Bloomberg)


            ไม่ว่าปัจจัยพื้นฐานที่กล่าวอ้างจะเป็นเรื่องของดัชนีเศรษฐกิจบางตัวที่ดีขึ้น สถานการณ์รุนแรงในภูมิภาคตะวันออกลางหรือผลเกี่ยวเนื่องจากภัยแล้งสหรัฐฯ ราคาน้ำมันดิบโลกสูงขึ้นต่อเนื่อง 3 เดือนแล้ว


แม้โฆษกทำเนียบขาวจะออกมาให้ข่าวว่าเป็นนโยบายของประธานาธิบดีโอบามา ที่การระบายน้ำมันจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) เป็นหนึ่งในวิธีแก้ไขปัญหาน้ำมันแพง (AFP) และโอบามาเคยใช้มาครั้งหนึ่งเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้ไม่น่าพอใจเพราะในเวลา 2 สัปดาห์ราคาน้ำมันดิบที่ถูกกดให้ต่ำกลับดีดตัวขึ้นไปอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล


            ในอีกมุมมองหนึ่ง ครั้งนี้อาจแตกต่างจากเดิม เพราะโอบามากำลังอยู่ในช่วงหาเสียงอย่างเข้มข้น ท่านอาจมีวิธีสามารถสยบราคาน้ำมันดิบโลก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องคอยดูว่าตลาดน้ำมันดิบโลกจะตอบสนองอย่างไร


อาจจะมีโอกาสเห็นราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก็เป็นได้


2 ความหวังสันติภาพในซีเรียริบหรี่ลง



            โฆษกสหประชาชาติรายงานว่า กองกำลังสังเกตการณ์สหประชาชาติชุดสุดท้ายกำลังถอนตัวออกจากประเทศซีเรียเนื่องด้วยภารกิจจะยุติลงในเที่ยงคืนวันอาทิตย์ (AP)


            การถอนตัวดังกล่าวเท่ากับว่าความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีหยุดชะงักไปด้วย และไม่รู้ว่าจะมีความพยายามอย่างจริงจังเกิดขึ้นอีกเมื่อไร แม้สหประชาชาติจะแต่งตั้งนายลักคาร์ บราฮิมี (Lakhdar Brahimi) เป็นทูตสันติภาพแทนนายโคฟี่ อันนัน (Al Jazeera) ที่ขอลาออก ก็ไม่อาจแทนที่นายอันนัน บุคคลทรงเกียรติเป็นที่ยอมรับจากทุกชาติมหาอำนาจ จากชาติอาหรับ รวมทั้งจากประธานาธิบดีซีเรีย เรื่องทั้งหมดสรุปความได้ว่าสหประชาชาติยอมรับแล้วว่าไม่อาจแก้ปัญหาซีเรียด้วยสันติวิธี อย่างน้อยก็ในช่วงเวลาหนึ่ง


            การไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ความหมายในอีกด้านหนึ่งของเหรียญคือ ความขัดแย้งที่ดำเนินมากว่า 17 เดือนจะยืดเยื้อต่อไป ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากทุกฝ่ายที่มีผู้ประเมินว่าถึง 2 หมื่นคนก็จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าประชาชนชาวซีเรียจะต้องทนทุกข์กับเรื่องนี้อีกนานเท่าใด


นายเอ็ดมันด์ มูเล็ท (Edmond Mulet) รองหัวหน้ากองกำลังรักษาความสงบสหประชาชาติ กล่าวว่า "เห็นได้ชัดว่าในขณะนี้ทั้งสองฝ่ายเลือกที่จะทำสงคราม เลือกที่จะขัดแย้ง ส่วนโอกาสที่จะพูดคุยทางการเมือง การระงับความเป็นศัตรู และการเจรจาเหลือน้อยลงทุกที" (REUTERS)
ถ้ามองภาพที่กว้างกว่าประเทศซีเรีย ภูมิภาคตะวันออกกลางยังจะร้อนระอุ และมีโอกาสขยายวงความขัดแย้งออกไป หากประเทศที่เกี่ยวข้องต้องการเช่นนั้น


สันติภาพในซีเรียที่ริบหรี่จึงกลายเป็นโอกาสก่อความร้อนระอุแก่ภูมิภาคตะวันออกกลาง
--------------

วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2555

การกระตุ้นเศรษฐกิจควรสร้างความเจริญที่ยั่งยืน

บทความ 16 สิงหาคม 2012
ชาญชัย
            เป็นเรื่องบังเอิญหรืออย่างไรไม่ทราบ ที่ขณะนี้ตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐในสามระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ได้แก่ สหรัฐฯ ยูโรโซนและจีน
            โดยทั่วไปรัฐบาลทุนนิยมควรปล่อยให้ความเป็นไปของตลาดเป็นไปตามกลไกเสรีให้มากที่สุด แต่เนื่องจากระบบตลาดเงินตลาดทุนเป็นศูนย์รวมความมั่งของของประชาชนจำนวนไม่น้อย ทั้งนายทุนเล็กนายทุนใหญ่ อีกทั้งความเชื่อมั่นของตลาดส่งผลกระทบสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะกระทบต่อการเมือง สังคมอีกทอดหนึ่ง รัฐบาลจึงไม่อาจมองข้ามความต้องการของตลาดได้
            กลายเป็นว่ารัฐทุนนิยม (หรือกึ่งทุนนิยมกึ่งระบบตลาด) ต้องเข้าแทรกแซงกลไกการค้าเสรีเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ บางรัฐถึงกับยินดีเสียอธิปไตยบางส่วนเพื่อแลกกับความช่วยเหลือจากต่างชาติ จากองค์กรระหว่างประเทศ
            แน่นอนว่ารัฐบาลจะไม่ยอมให้ตลาดเอาแต่ใจตน กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร้เหตุผล เพราะการกระทำเช่นนั้นจะถูกฝ่ายค้านฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยโจมตี และที่สำคัญคือจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุนในที่สุด
            เป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนควรเข้าใจว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจมีทั้งทำเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ เพื่อการวางรากฐานระบบเศรษฐกิจใหม่ที่ต้องกินเวลานานเป็นปี แต่ละประเภทย่อมต้องใช้กระบวนการแก้ไขที่แตกต่างกัน ใช้มาตรการที่แตกต่าง เวลาที่ไม่เท่ากัน เราไม่ควรคาดหวังมาตรการแก้ไขเดียวกันในปัญหาเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน
            สิ่งที่เราควรคาดหวังคือ มาตรการเหล่านั้นมีเพื่อสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจ ส่งผลดีต่อการเมือง สังคมในระยะยาว เป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน แก้ไขปัญหาโดยไม่ทำลายรากฐานสังคม
            ตัวอย่างมาตรการบางอย่างอาจไม่กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่เป็นการรักษาเยียวยาที่ยั่งยืนกว่า เช่น การปรับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจ โครงสร้างทางสังคมทางการเมือง การส่งเสริมศักยภาพการแข่งขัน เรื่องเหล่านี้ไม่ส่งผลดีในระยะสั้นแต่คือความยั่งยืนในระยะยาว
ในขณะที่ยูโรโซนกำลังวิกฤตในขณะนี้ ประเทศเยอรมันถูกมองว่าได้ประโยชน์มากที่สุด เหตุเพราะมีระบบเศรษฐกิจภายในที่เข้มแข็ง ไม่ว่าเรื่องนี้จะมองในทางร้ายหรือทางดี เป็นหลักการที่เข้าใจทั่วไปว่าทุนนิยมยุคโลกภิวัตน์ไม่ได้เอื้อประโยชน์แก่ทุกประเทศทุกระบบเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียมกัน ประโยคนี้ควรพูดให้ชัดเจนขึ้นว่าจะมีบางประเทศหรือบางระบบเศรษฐกิจที่เสียเปรียบ เป็นสภาพการแข่งขัน ความร่วมมือที่จะมีผู้ได้ประโยชน์มากกับผู้ได้ประโยชน์น้อย (หรือเสียประโยชน์มาก) ขึ้นกับว่าจะวัดด้วยดัชนีเศรษฐกิจ วัดด้วยคุณภาพชีวิต หรือวัดด้วยความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม ฯลฯ
            ผมยกเรื่องประเทศเยอรมันเพื่อย้ำในตอนท้ายนี้ว่าที่สุดแล้วคนในชาติต้องร่วมกันสร้างประเทศสร้างระบบเศรษฐกิจภายในให้เข้มแข็ง เพราะเศรษฐกิจภายในที่เข้มแข็งคือหนึ่งในรากฐานความมั่นคงความมั่นคั่งของประเทศ พยายามนึกถึงประเทศเยอรมันที่เป็นสมาชิกในยูโรโซนแต่ได้ประโยชน์มากกว่าหลายประเทศในกลุ่ม ผมเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกจากยูโรโซนจะต้องส่งเสริมเสถียรภาพในระยะยาวแก่เยอรมันด้วย เพราะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่เขาตั้งไว้ตรงหน้าเสมอ
-----------------

วันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ประเด็นโลก ประเด็นร้อน 12-19 สิงหาคม 2012

บทความ 12 สิงหาคม 2012
ชาญชัย

1. ภัยแล้งสหรัฐฯ กำลังกระทบราคาสินค้าหลายชนิดทั่วโลก

            ภัยแล้งสหรัฐฯ ที่ดำเนินมาราว 2 เดือนแล้วกำลังเป็นภัยที่โลกต้องให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ประเมินผลผลิตข้าวโพดปีนี้อยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1995 เป็นต้นมา เช่นเดียวกับราคาถั่วเหลืองที่ปรับสูงขึ้นมาก (WSJ)
            ไม่เพียงแต่ราคาอาหารที่เกี่ยวข้องกับธัญพืชจะต้องปรับราคาขึ้น ราคาเนื้อสัตว์ปีหน้าจะต้องปรับสูงขึ้นด้วยจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่อากาศร้อนทำให้วัวโตช้า หญ้าสดหายากต้องให้กินหญ้าแห้งแทน ข้าวโพดที่ใช้เลี้ยงสัตวย์แพงขึ้น ทั้งหมดทั้งปวงนี้ส่งผลให้ราคาเนื้อสัตว์ปีหน้ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น (CNBC)
            ผลผลิตข้าวโพดร้อยละของสหรัฐฯ 40 ถูกใช้เพื่อผลิตเอทานอล ดังนั้น ราคาข้าวโพดที่เพิ่มสูงจึงกระทบต่ออุตสาหกรรมผลิตเอทานอลสหรัฐฯ โดยตรง แม้มีผู้ยื่นเรื่องให้ประธานาธิบดีโอบามาปรับลดการผลิตเอทานอลดังกล่าว แต่ทำเนียบขาวยังไม่มีคำตอบในเรื่องนี้ (AP) ราคาเอทานอลที่เพิ่มขึ้นสูงจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่กดดันให้ราคาตลาดพลังงานโลกยังอยู่ในระดับสูงต่อไป
องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) รายงานว่า ดัชนีราคาอาหาร (FAO Food Price Index) ประจำเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 สวนทางกับตัวเลขของ 3 เดือนก่อนหน้านั้นที่ราคาลดลงโดยตลอด (website FAO)
ภัยแล้งสหรัฐฯ ไม่ใช่ปัจจัยลบเพียงข้อเดียวที่กระทบต่อราคาอาหารโลก แต่เป็นตัวจุดชนวนให้ทั่วโลกต้องสนใจกับสถานการณ์ราคาอาหารและสินค้าที่เกี่ยวข้องว่ากำลังจะไปทิศทางใด

2 อเลปโป จุดเปลี่ยนสถานการณ์ซีเรีย

            สถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศซีเรียกำลังมาถึงจุดพลิกผันอีกครั้ง เมื่อฝ่ายต่อต้านสูญเสียที่มั่นสำคัญบางส่วนในเมืองอเลปโปแก่กองกำลังฝ่ายรัฐบาล
            ประเทศอังกฤษตอบสนองโดยการออกแถลงการณ์จะมอบความช่วยเหลือแก่ฝ่ายต่อต้าน เป็นสิ่งของอุปกรณ์ไม่ใช่อาวุธ เช่น ยา เครื่องมือสื่อสาร มูลค่า 5 ล้านปอนด์ (The Guardian)
            แต่ความเคลื่อนไหวที่สำคัญที่สุดอยู่ที่รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ นางฮิลลารี่ คลินตัน บินไปประเทศตุรกีเพื่อหารือสถานการณ์ล่าสุดในซีเรีย ข่าวล่าสุดรายงานว่ามีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ กับตุรกีจะร่วมกันสร้างเขตห้ามบิน (no-fly zones) ตลอดพรมแดนระหว่างตุรีกีกับซีเรีย (REUTERS)
            เขตห้ามบินเป็นเรื่องหนึ่งที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลร้องขอมานานแล้ว เพราะหวังจะเลียนแบบกรณีของลิเบีย ที่กลุ่มประเทศนาโต้สนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลกัดดาฟี่ด้วยการช่วยเหลือทางอากาศ ถล่มอาวุธหนักของฝ่ายรัฐบาลในสมัยนั้น ด้วยข้ออ้างว่าอาวุธหนัก เช่น รถถัง ยานเกราะของฝ่ายรัฐบาลฆ่าทำลายประชาชน จนในที่สุดฝ่ายต่อต้านสามารถโค่นล้มรัฐบาลกัดดาฟี่
            เขตห้ามบิน จะเป็นปัจจัยพลิกผันสถานการณ์ในซีเรีย ให้ฝ่ายต่อต้านกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบทันที
---------------

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข้อสังเกตจากจำนวนประชากรในเมืองอเลปโป้

บทความ 8 สิงหาคม 2012
ชาญชัย
            ผู้ที่ติดตามข่าวความขัดแย้งในประเทศซีเรียจะมีความเห็นอย่างหนึ่งว่า ความขัดแย้งในซีเรียเกิดขึ้นมาแล้วคือนานกว่า 17 เดือน เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลภายใต้ประธานาธิบดี บาชาร์ อัลอัสซาด ยืนหยัดปราบปรามฝ่ายต่อต้านแม้เผชิญแรงกดดันจากหลายชาติในภูมิภาคตะวันออกกลาง จากชาติตะวันตก ขณะที่ฝ่ายต่อต้านที่ได้รับการสนับสนุนภายนอกประเทศก็ต่อสู้อย่างแข็งขัน ประกาศว่าจะต้องโค่นล้มระบอบของประธานาธิบดีอัสซาดให้จงได้
            จุดสนใจขณะนี้อยู่ที่เมืองอเลปโป้ (Aleppo) เมืองเศรษฐกิจและสำคัญเป็นอันดับสองรองจากเมืองหลวงดามัสกัส มีประวัติศาสตร์ย้อนหลังว่าเป็นเมืองสำคัญตั้งแต่สมัยจักรวรรดิออตโตมัน เป็นเมืองเศรษฐกิจตั้งแต่อดีตสมัยเพราะเป็นเมืองสำคัญของเส้นทางสายไหม
            ข้อมูลปี 2012 ซีเรียมีประชากรรวม 22.5 ล้านคน ส่วนพลเมืองในเมืองอเลปโป้ พลโท บาบาคาร์ กาย (Babacar Gaye) หัวหน้าทีมสังเกตการณ์สหประชาชาติในพันธกิจซีเรีย ระบุว่ามีราว 2.7 ล้านคน
            ข้อสังเกตแรก จำนวนประชากรส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในเมือง
ในขณะที่สื่อทุกสำนักทั่วโลกเสนอข่าวการปะทะกันอย่างรุนแรงในเมืองนี้ ข่าว Los Angeles Times ที่นำเสนอเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา รายงานจำนวนประชากรที่หลบหนีออกจากเมืองมีเพียงหลักหมื่นคนเท่านั้น ส่วนที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ต่อสู้มีจำนวนหลายพันคน
            ตีความได้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 95 ยังสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในเมืองได้
            ข้อสังเกตที่สอง เกิดคำถามว่า ทำไมชาวเมืองอเลปโป้ไม่ทิ้งเมือง ลี้ภัยออกนอกประเทศ
สำนักข่าว AFP รายงานจำนวนผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่ข้ามชายแดนไปอยู่ประเทศตุรกีมีจำนวนไม่ถึง 5 หมื่นคน ไปจอร์แดนไม่ถึง 3 พันคน (จาก Al Jazeera) ส่วนที่ไปอิรักตัวเลขไม่ชัดเจน
            ประเทศที่ประชาชนถูกรัฐบาลกดขี่ข่มเหง และต้องมาเผชิญกับสงครามกลางเมืองน่าจะมีความคิดลี้ภัยออกนอกประเทศ แต่กลับไม่เกิดขึ้นกับเมืองอเลปโป้ รวมทั้งเมืองอื่นๆ
            ตีความได้ว่าในพื้นที่ที่มีการรบรุนแรงอย่างอเลปโป้ แม้ว่าอาจต้องเผชิญปัญหาข้าวยากหมากแพง  ก็ยังอยู่ในสภาพที่คนกว่า 2.7 ล้านคนสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ บางส่วนอพยพไปเมืองอื่น แต่ผู้ที่ลี้ภัยนอกประเทศมีจำนวนน้อยมาก ส่วนเหตุผลทางการเมืองว่าพวกเขาชอบหรือไม่ชอบฝ่ายรัฐบาลยังไม่ชัดเจน
            ข้อสังเกตที่สาม การปะทะอยู่ในเขตพื้นที่จำกัด
The Guardian รายงานข่าวล่าสุดโดยอ้างแหล่งข่าวฝ่ายต่อต้านกลุ่มใหญ่สุดว่าสามารถควบคุมพื้นที่เขตตัวเมืองเก่าของอเลปโปได้ราวร้อยละ 60 แต่พื้นที่ที่อ้างถึงเป็นส่วนเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดของทั้งเมือง อีกทั้งสถานการณ์การยึดครองพื้นที่นั้นมักจะไม่ชัดเจน เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ผลัดกันรุกผลัดกันรับ
ข้อสังเกตที่สี่ ไม่ชัดเจนว่าชาวเมืองอเลปโป้สนับสนุนฝ่ายใด
            พื้นที่การรบที่จำกัด สะท้อนว่าจำนวนฝ่ายต่อต้านที่กำลังต่อสู้อยู่ในเมืองมีไม่มากนัก (ไม่น่าจะถึงหมื่นคน) ค่อนข้างผิดคาดว่าฝ่ายต่อต้านน่าจะมีมากกว่านี้ สะท้อนว่าอาจมีชาวเมืองอเลปโป้หลายคนที่ไม่ชอบฝ่ายรัฐบาลแต่ไม่ถึงขั้นสนับสนุนฝ่ายต่อต้านจนถึงขั้นเข้าร่วมรบ หรือก่อการต่อต้านรัฐบาลอย่างชัดแจ้ง
            วิเคราะห์ภาพรวม:
            การต่อสู้ยืดเยื้อระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายต่อต้านที่เกินเวลากว่า 17 เดือน จนถึงสถานการณ์รบที่เมืองอเลปโป้ ชี้ว่าฝ่ายต่อต้านยังไม่สามารถเป็นฝ่ายรุกได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็ไม่สามารถปราบปรามฝ่ายต่อต้านได้อย่างราบคาบ หากไม่มีฝ่ายใดยอมถอยสถานการณ์คงจะยืดเยื้อต่อไปอีก
            ประเด็นที่น่าสนใจคือ ท่ามกลางสถานการณ์ทั้งหมด คนซีเรียส่วนใหญ่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในประเทศต่อไป เกิดคำถามใหม่ว่า คนซีเรียส่วนใหญ่ต่อต้านหรือสนับสนุนฝ่ายใด เพียงใด หรือว่าความรุนแรงที่กำลังดำเนินอยู่เป็นเรื่องของคนส่วนน้อยในประเทศเท่านั้น
----------------

วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ยูโรโซน: เมื่อความจริงเหลือเพียงความฝันให้หวังต่อไป

บทความ 3 ส.ค. 2012
ชาญชัย
จากคำพูดของประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) นายมาริโอ้ ดรากี้ ที่จะกระทำทุกอย่างเพื่อรักษาเสถียรภาพของยูโรโซน กับแถลงการณ์ร่วมของผู้นำเยอรมันกับฝรั่งเศสที่ทวนย้ำคำพูดของนายดรากี้ เมื่อวานได้ข้อสรุปแล้วว่า นายดรากี้ยังพูดทำนองเดิมแต่ขาดมาตรการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ความหวังของตลาดจึงกลายเป็นเพียง ความฝัน
ECB ยอมรับว่า “อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจยังอ่อนแอ” แต่ยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยที่ร้อยละ .75 และไม่มีมาตรการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม นายดร้ากี้ยังทิ้งความหวังเพื่อให้ ฝัน ต่อไป โดยกล่าวว่า ในหลายสัปดาห์จากนี้เราจะคิดหาทางแก้ไขที่เหมาะสม
ผมตีความระหว่างบรรทัดจากคำพูดของนายดร้ากี้ในบางประเด็นเช่น ที่ประชุมได้หารือและมีความเห็นร่วมในหลายเรื่อง แปลว่า ยังมีหลักการหรือรายละเอียดที่ตกลงกันไม่ได้ ทำให้ไม่สามารถออกมาตรการที่เป็นรูปธรรมในวันนี้
 ในหลายสัปดาห์จากนี้เราจะคิดหาทางแก้ไขที่เหมาะสม แปลว่า การพูดคุยภายในชาติสมาชิก ECB ยังไม่จบสิ้น บางประเทศอาจยังพยายามผลักดันให้เกิดผลอันเป็นรูปธรรมตามแบบที่ตนต้องการ หรือยังอยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองว่าแผนที่เป็นรูปธรรมควรเป็นอย่างไร ทั้งหมดนี้จะดำเนินไปเรื่อยๆ อย่าคาดหวังว่าจะได้ข้อสรุปเมื่อไร
จากนี้ไป จุดที่ควรเฝ้าระวังคือ อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสเปนอายุ 10 ปี เพราะเป็นต้นเหตุที่มาของคำพูดที่ว่า “จะกระทำทุกอย่างเพื่อรักษาเสถียรภาพของยูโรโซน” หากอัตราดอกเบี้ยเกินร้อยละ 7 กว่าๆ เข้าใกล้ร้อยละ 8 เชื่อว่า ECB จะต้องออกมาทำอะไรบางอย่างอีก (ปัญหาพันธบัตรสเปนอ่านบทความย้อนหลัง สัญญาณอันตรายจากอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสเปนได้ที่ http://www.chanchaivision.com/2012/06/blog-post_19.html)
ในขณะที่เขียนบทความนี้ อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสเปนอายุ 10 ปี ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากที่ระดับร้อยละ 6.5 (ในระหว่างวันเมื่อวันพฤหัส) มาอยู่ที่ระดับเกินร้อยละ 7 เล็กน้อย ตลาดตอบสนองในทิศทางลบอย่างชัดเจน
            ประเด็นสำคัญกลับไปที่สเปน หากมีข่าวร้ายใหม่ๆ ข่าวร้ายเพิ่มเติมจากสเปน อาจเป็นแรงกระตุ้นให้ ECB คิดออกอย่างรวดเร็วว่ามาตรการรูปธรรมนั้นคืออะไรบ้าง
            ผมนั่งทบทวนเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้ สรุปว่าสถานการณ์ภายในชาติสมาชิกยูโรโซนไม่เปลี่ยนแปลง ทุกอย่างจึงคงเดิม นั่นคือ ไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม ที่จะเป็น ยารักษาโรคไม่ใช่ ยาบรรเทาปวด
นายดร้ากี้จึงทำได้เพียงพูดให้เกิด ความเชื่อ เพื่อที่จะหวังหรือ ฝัน กันต่อไป แต่ที่สุดแล้ว บรรดาชาติสมาชิกยูโรโซนจะต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง
--------------