ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก เมษายน, 2017

ทรัมป์ “ผู้คาดเดาไม่ได้” หรือ “ผู้พูดเท็จเป็นนิจ”

ในช่วง 100 วันของตำแหน่งประธานาธิบดี ความเป็น โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เปิดออกสู่สายตาชาวอเมริกันและทั่วโลก หลายคนชอบ หลายคนไม่ชอบ ถ้าดูจากโพลความนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ที่น้อยอยู่แล้วตั้งแต่ต้น มีแนวโน้มลดลงอีก ต้นเหตุหนึ่งที่บั่นทอนคะแนนนิยมและมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคือนโยบายต่างประเทศที่เปลี่ยนกลับไปกลับมา (flip-flop) ไม่ตรงกับที่หาเสียง
กลยุทธ์ “คาดเดาไม่ได้” นโยบายที่กลับไปกลับมา : ในช่วงหาเสียงทรัมป์พูดเสมอว่าตนศึกษาเรื่องนี้เรื่องนั้นมากกว่าใคร รู้ดีกว่าหลายคน ขอให้เชื่อเขาว่าเขาสามารถทำได้ อเมริกาจะยิ่งใหญ่อีกครั้ง ปัญหาหลายอย่างแก้ได้ด้วยการเจรจา เมื่อถูกสอบถามรายละเอียดว่าจะทำอย่างไร ทรัมป์ให้คำตอบว่าเป็นความลับ ไม่อาจเปิดเผย เกรงว่าฝ่ายตรงข้ามจะรู้ตัว ในเวลาไม่ถึง 100 วัน รัฐบาลทรัมป์ปรับเปลี่ยนนโยบายสำคัญหลายเรื่อง เช่น ประกาศว่าจะทบทวนความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพราะ 2 ประเทศนี้เอาเปรียบสหรัฐ ไม่แบ่งเบาภาระงบประมาณเท่าที่ควร จะถอนทหารอเมริกันที่ประจำการใน 2 ประเทศนี้ ให้ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้มีอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง             2 สัปดาห์หลังเป็นรัฐบาล รั…

ตรรกะของรัฐบาลทรัมป์ ใครใช้อาวุธเคมีในซีเรีย

การโจมตีซีเรียด้วยขีปนาวุธเมื่อวันที่ 6 เมษายนกลายเป็นข่าวดังต่อเนื่อง ในทางวิชาการเป็นกรณีศึกษาให้เข้าใจนโยบายและการดำเนินนโยบายรัฐบาลทรัมป์ ควรคิดกำหนดล่วงหน้าว่ารัฐบาลนี้จะอยู่อีกอย่างน้อยเกือบ 4 ปีเต็ม มีผลต่อความเป็นไปของโลกไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ สังคม กระทั่งเรื่องภาวะโลกร้อน เป็นกรณีศึกษาสำคัญช่วยให้เข้าใจระบบความคิด การใช้ตรรกะ จากการศึกษามีประเด็นสำคัญพร้อมข้อวิพากษ์ ดังนี้
ตรรกะของรัฐบาลทรัมป์ :           ประการแรก ลงโทษเพราะสังหารพลเรือน ใช้อาวุธเคมี             แถลงการณ์จากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เมื่อวันที่ 6 กล่าวอย่างชัดเจนว่า ผู้นำซีเรีย บาชาร์ อัลอัสซาด (Bashar al-Assad) โจมตีพลเรือนด้วยอาวุธเคมี ไม่มีข้อโต้เถียงใดๆ ว่ารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมี ละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมีของสหประชาชาติ (Chemical Weapons Convention)             แม้การปราบปรามผู้ก่อการร้ายสำคัญที่สุด รัฐบาลทรัมป์มีนโยบายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย สนับสนุนฝ่ายต่อต้านสายกลาง สนับสนุนพวกเคิร์ดซีเรีย ไม่นานนี้ส่งทหารเข้ารบทางภาคพื้นดินนับร้อยนับพันนายเพื่อสนับสนุนฝ่ายต่อต…

ทรัมป์โจมตีอัสซาด แม้ปราศจากหลักฐานใช้อาวุธเคมี

4 เมษายน เกิดเหตุใช้ก๊าซพิษในซีเรีย ที่เมือง Idlib ทางตอนเหนือของซีเรีย เขตควบคุมของฝ่ายต่อต้าน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 80 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กเกือบ 30 ราย สื่อ The Guardian อ้างข้อมูลจากผู้เห็นเหตุการณ์ว่าก๊าซพิษเกิดขึ้นหลังเครื่องบินรบบินผ่าน รัฐบาลสหรัฐโทษว่าเป็นฝีมือของรัฐบาลอัสซาด ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า “เมื่อวันอังคาร (4) ผู้นำเผด็จการ บาชาร์ อัลอัสซาด (Bashar al-Assad) โจมตีพลเรือนผู้บริสุทธิ์อย่างโหดร้ายด้วยอาวุธเคมี เป็นสารทำลายประสาท”
คืน 6 เมษายน (ตามเวลาสหรัฐหรือเช้าวันที่ 7 ของซีเรีย) จรวดร่อน (cruise missiles) เกือบ 60 ลูกโจมตีฐานทัพอากาศ Shayrat ในจังหวัด Homs ที่ฝ่ายสหรัฐเชื่อว่าเครื่องบินที่ปล่อยอาวุธเคมีบินขึ้นจากฐานบินนี้             ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าเหตุที่ทำเช่นนี้ก็เพราะเป็นผลประโยชน์ยิ่งยวดแห่งชาติ (vital national security interest) พร้อมกับเรียกร้องให้ชาติอารยะทั้งหลายร่วมมือกับสหรัฐหยุดการสังหารและหลั่งเลือดในซีเรีย รวมทั้งการก่อการร้ายทุกประเภท
คำชี้แจงของรัฐบาลซีเรียบกับรัสเซียตรงกัน คือชี้ว่าต้นเหตุเกิดจากเครื่องบินรบซีเรียโจมตีคลังอาวุธขนาดใ…

ประธานาธิบดีทรัมป์กับการถูกดักฟังโทรศัพท์

ประธานาธิบดีทรัมป์ทวิชข้อความว่าอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา (Barack Obama) ดักฟังโทรศัพท์ของตนในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง แต่ ณ ขณะนั้นไม่ได้ฟ้องร้องหน่วยงานใด ต่อมาอ้างว่าเนื่องจากข้อมูลดักฟังมาจากสื่อ The New York Timesฉบับวันที่ 20 มกราคม ตนไม่ชอบสื่อดังกล่าวจึงไม่ดำเนินการฟ้องร้องโอบามาในขณะนั้น ด้าน The New York Timesแย้งว่าที่นำเสนอคือ “ข้อมูลที่ได้จากการดักฟังถูกนำไปใช้ในการสอบสวนทีมผู้ช่วยทรัมป์” ไม่ได้ระบุว่าโอบามาสั่งดักฟังช่วงเลือกตั้ง             เรื่องที่The New York Timesเอ่ยถึงคือเจ้าหน้าที่ FBI ดักฟังการติดต่อสารทีมงานทรัมป์ รวมทั้ง Roger Stone, Carter Page และ Paul Manafort (คนเหล่านี้เป็นทีมงานใกล้ชิด) เพื่อหาความเชื่อมโยงกับรัสเซียตามที่ประธานาธิบดีได้ลงนามในคำสั่งหลังฝ่ายการเมืองเรียกร้อง ไม่ได้ดักฟังทรัมป์แต่อย่างไร             คำกล่าวหาของทรัมป์เป็นเรื่องร้ายแรงเพราะหากประธานาธิบดีโอบามาทำเช่นนั้นเท่ากับผิดกฎหมาย ใช้อำนาจดักฟังผู้สมัครฝ่ายตรงข้ามในช่วงเลือกตั้ง อีกทั้งการตรวจสอบติดตามพลเมืองอเมริกันจะต้องมีหมายศาล มีมูลเหตุน่าสงสัย ลำพังคำสั่งประธานาธิบดีไม่สามารถทำได้…