วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2560

'นาโตล้าสมัย' หรือ 'ไม่ตามใจสหรัฐ'?

29 มกราคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7387 วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ.2560)

            ทรัมป์ระบุว่าปัญหานาโตมี 2 ข้อ ข้อแรกคือล้าสมัยเพราะสถาปนาตั้งแต่สมัยสงครามเย็น บริบทปัจจุบันแตกต่างไปมาก ข้อ 2 นาโตยังให้ความสำคัญกับก่อการร้ายน้อยเกินไป ในขณะที่สหรัฐต้องเสียงบประมาณสนับสนุนมากเกินไป ไม่ยุติธรรมต่อสหรัฐ ไม่คุ้มกับประโยชน์ที่ได้ ดังนั้นหากชาติสมาชิกนาโตไม่ช่วยแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จะขอพิจารณาถอนตัวออกจากนาโต และถ้าการทำเช่นนี้เป็นเหตุให้นาโตแตกก็ให้แตกไปเลย

นาโตปรับตัวอยู่เสมอ :
            องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organisation: NATO) หรือที่นิยมเรียกสั้นๆ ว่านาโตเกิดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ต่อต้านสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ เมื่อสิ้นสงครามเย็น ไม่มีสหภาพโซเวียต สหรัฐกับยุโรปตะวันตกต่างตั้งคำถามว่านาโตควรอยู่ต่อไปหรือไม่ ควรปรับตัวอย่างไร
ข้อสรุปคือนาโตควรอยู่ต่อไป เพราะวัตถุประสงค์นาโตไม่ใช่ต่อต้านสังคมนิยมเท่านั้น นับจากปี 1967 ก็ให้ความสำคัญกับการดูแลความมั่นคงของสมาชิกอย่างครอบคลุม
เมื่อสิ้นสงครามเย็น นาโต้เริ่มปรับบทบาทครั้งใหญ่ ปี 1992 ประกาศทำหน้าที่เป็นกองกำลังรักษาสันติภาพ (peacekeeping) มีแนวคิดจัดตั้งหน่วยรบเคลื่อนที่เร็วร่วม (Combined Joint Task Forces: CJTFs) พร้อมจะส่งกองทัพจำนวนหนึ่งไปยังจุดต่างๆ นอกภูมิภาค มีการเอ่ยถึงกลุ่มก่อการร้าย รัฐอันธพาล และเชื่อมโยงพวกเหล่านี้กับอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (weapons of mass destruction: WMD)
            ดังนั้น นาโตจึงปรับตัวเรื่อยมา พยายามปรับตัวให้กับเข้าบริบทใหม่ วัตถุประสงค์ใหม่ ไม่ได้ล้าสมัยดังที่ประธานาธิบดีทรัมป์เอ่ยถึง จุดที่เป็นประเด็นขัดแย้งคือต้องร่วมกับสหรัฐเข้าพัวพันในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกอย่างเข้มข้นหรือไม่
            กรณีสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งที่ 2 เมื่อปี 2003 เป็นตัวอย่างที่นาโตฝั่งยุโรปไม่สนใจเข้าร่วมรบ มีเฉพาะอังกฤษเท่านั้นที่สนับสนุนรัฐบาลบุช ผลคือสหรัฐต้องเข้าทำสงครามโค่นล้มซัดดัม ฮุสเซนโดยมีไม่กี่ประเทศที่สนับสนุนอย่างจริงจัง
            ล่าสุดคือกรณีทำสงครามกับ IS ในซีเรียกับอิรักที่ประธานาธิบดีทรัมป์พูดเรื่อยมาว่ายุโรปให้ความร่วมมือน้อยเกินไป

การกดดันรอบใหม่ :
            ในภารกิจต่างๆ ที่ใช้กองทัพนาโตยุโรปไม่ว่าปฏิบัติการนั้นจะอยู่ในยุโรปหรือนอกยุโรป ภายใต้ข้อมติสหประชาชาติหรือไม่ ที่ผ่านมาฝั่งยุโรปเห็นว่าตนแบกรับภาระมากเกินไป และไม่คิดจะรับผิดชอบมาก เป็นอีกประเด็นว่าใครจะเป็นรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
ในขณะเดียวกัน ตั้งแต่ก่อตั้งนาโต รัฐบาลสหรัฐพยายามเรียกร้องให้ฝั่งยุโรปแบกรับภาระเพิ่มเติม เป็นความจริงว่างบประมาณกลาโหมฝั่งยุโรปเมื่อเทียบต่อจีดีพีค่อยๆ ลดน้อยลง หลายประเทศไม่ยอมเพิ่มงบประมาณ
สมัยโอบามาไม่ต่างจากรัฐบาลทรัมป์ที่เรียกร้องให้ชาติยุโรปรับภาระเพิ่ม มิถุนายน 2013 Ivo Daalder เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำนาโต พูดย้ำตรงไปตรงมาว่าสัดส่วนที่ชาติยุโรปรับภาระนั้นน้อยเกินไปจนถึงระดับที่อยู่ต่อไม่ได้แล้ว (unsustainable level)
ดังนั้น ประเด็นขอให้ฝั่งยุโรปช่วยแบ่งเบาภาระงบประมาณเพิ่มจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่องมาแล้วหลายทศวรรษ

สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เป็นไปได้ว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง และกำลังกดดันหนักเพื่อให้ชาติสมาชิกฝั่งยุโรปทั้งหมดยอมรับแนวทางที่สหรัฐต้องการ
ประเด็นสำคัญที่ต้องพูดถึงคือ หลายนโยบายที่รัฐบาลทรัมป์คิดดำเนินการอยู่ในขณะนี้ สอดคล้องกับแนวยุทธศาสตร์แม่บท ประเด็นนาโตที่กำลังเอ่ยถึงเป็นอีกประเด็นตัวอย่าง

อะไรคือสิ่งที่สหรัฐต้องการ :
            ประเด็นน่าคิดคือถ้าเรื่องงบประมาณเป็นปัญหาใหญ่ สหรัฐควรยื่นคำขาดให้นาโตไปนานแล้ว แต่จนแล้วจนรอดสหรัฐยังอยู่กับนาโต เป็นไปได้ไหมว่าความหมายที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการจริงๆ คือกำลังพูดว่าชาติสมาชิกนาโตหลายประเทศไม่ได้ดำเนินนโยบายตามที่สหรัฐต้องการ
            ยกตัวอย่างเหตุการณ์ปัจจุบัน หลายประเทศให้ความร่วมมือต่อต้านผู้ก่อการร้าย IS น้อยเกินไป การใช้กำลังทางอากาศโจมตี IS มีเฉพาะอังกฤษกับฝรั่งเศสที่เข้ารบจริงๆ ยุโรปไม่ค่อยเห็นด้วยกับการคว่ำบาตรรัสเซีย ออกมาตรการเพียงเล็กน้อย และอาจเกี่ยวข้องกับนโยบายโครงการพัฒนานิวเคลียร์อิหร่านที่ทรัมป์แสดงท่าทีต้องการยกเลิกข้อตกลงเดิม ขณะที่ฝั่งยุโรปเห็นว่าเป็นข้อตกลงที่ดีแล้ว

ในระยะหลังชาตินาโตฝั่งยุโรปมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เยอรมันกลายเป็นแกนนำยุโรปตะวันตก อียู ไม่ได้ดำเนินการสอดคล้องกับสหรัฐหรืออย่างที่สหรัฐต้องการเสมอไป
            เงื่อนไขคือ หากยุโรปยังหวังรับการปกป้องทางทหารจากสหรัฐ จะต้องตามใจสหรัฐมากกว่าเดิม
            ประเด็นนาโตล้าสมัยของทรัมป์จึงล้ำลึกไม่น้อย

            ถ้ามองว่านโยบายนี้ต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดที่แล้ว เท่ากับว่าฝ่ายสหรัฐกำลังเปิดฉากเริ่มเจรจาต่อรองใหม่ เพิ่มแรงกดดันเป็นรูปธรรมมากกว่าเดิม คือขู่ว่าจะแยกตัวออกไป หรือจัดนาโตใหม่
            เป็นโจทย์ที่ฝ่ายยุโรปจะต้องให้คำตอบ
            ก่อนจะไปต่อรองกับสหรัฐ ต้องได้ข้อตกลงภายในกลุ่มก่อน แต่เนื่องจากกลุ่มประกอบหลายประเทศ ที่มีผลประโยชน์แตกต่างกัน เช่น ประเทศอย่างโปแลนด์หวังอิงสหรัฐมากกว่าเยอรมัน การหาข้อสรุปภายในยุโรปจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
            ในขั้นการเจรจากับสหรัฐ แม้ทรัมป์ขู่จะอาจถอนตัวจากนาโตหรือปล่อยให้นาโตล้ม ก็ใช่ว่ากลุ่มประเทศยุโรปจะหวั่นเกรง ขอเพียงยุโรปสามารถกำหนดจุดยืนของตนที่ชัดเจน ก็จะทนทานต่อแรงกดดันจากสหรัฐ

            สถานการณ์ในยามนี้ฝั่งยุโรปกำลังพิจารณาโจทย์เชิงยุทธศาสตร์อีกรอบ จากที่พึ่งพาความมั่นคงสหรัฐมานาน บัดนี้ต้องตอบว่าจะคงยุทธศาสตร์นี้ต่อหรือไม่ ถ้าจะรักษายุทธศาสตร์นี้ต่อไป ยุโรปพร้อมจะจ่ายอะไรบ้าง ถ้ายุโรปจะหันมาพึ่งพาตนเองมากขึ้น ยุโรปจะเสียมากว่าได้หรือไม่
            ไม่ใช่คำถามที่ตอบได้ง่ายๆ เพราะสมาชิกหลากหลาย บริบทแตกต่าง ความต้องการต่างกัน
ด้านนายกฯ แมร์เคิลกล่าวกว่า “อนาคตของพวกเราคนยุโรปอยู่ในมือของพวกเราเอง” พูดเป็นนัยว่าพวกยุโรปต้องเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ไม่ถูกใครชี้นำ ไม่ว่าแต่ละประเทศคิดตัดสินใจอย่างไร

ที่สุดแล้วอาจไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ :
กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา Timo Soini รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศฟินแลนด์แสดงความเห็นว่า ที่สุดแล้วชาติสมาชิกนาโตจะเพิ่มงบกลาโหมให้ได้ถึงร้อยละ 2 ของจีดีพีตามที่ตกลงกันไว้ ทั้งยังกล่าวว่ารัฐบาลทรัมป์จะไม่แตกต่างจากรัฐบาลก่อนๆ เมื่อการเจรจาเข้มข้น นาโตจะไม่แตกออก (ฟินแลนด์ไม่ได้เป็นสมาชิกนาโต)
            คำกล่าวของรัฐมนตรีฟินแลนด์มาจากแนวคิดยุโรปต้องการสหรัฐ เช่นเดียวกับที่สหรัฐต้องการยุโรป

ย้อนหลังตั้งแต่เริ่มแรกหารือก่อตั้งนาโต รัฐบาลสหรัฐคือหนึ่งในแกนนำร่วมกับประเทศอย่างอังกฤษ ฝรั่งเศส ในมุมของสหรัฐ การก่อตั้งนาโตคือการละทิ้งหลักคิดโดดเดี่ยวตัวเอง พาตัวเองเข้าพัวพัน (engage) ในพื้นที่อื่นๆ นอกอาณาเขต เกิดกลุ่มพันธมิตร
สหรัฐไม่อาจเป็นมหาอำนาจโดยไม่มีพันธมิตร ปราศจากมิตรประเทศที่คอยสนับสนุน ดังนั้น แม้วิพากษ์ว่านาโตล้าสมัย สหรัฐยังคงต้องการอยู่ดี และต้องการมากขึ้นในยามที่อิทธิพลสหรัฐอ่อนแอลง
หากสหรัฐละทิ้งนาโตเท่ากับทำลายหลักนิยมเข้าพัวพันโลก กลับไปโดดเดี่ยวตัวเอง อิทธิพลของสหรัฐยิ่งอ่อนแอลง

คำถามสำคัญคือ ในบริบทโลกปัจจุบัน การอยู่โดดเดี่ยวกับการเข้าพัวพันโลก แบบใดที่สหรัฐได้หรือเสียประโยชน์มากกว่า และถ้าตอบได้ว่าสหรัฐจะเลือกทางใดก็จะตอบได้ว่าสหรัฐจะยังคงรักษานาโตอต่อหรือไม่

อีกความเข้าใจที่ต้องไม่มองข้ามคือ ในแง่การเมืองในประเทศ การตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ขึ้นกับประธานาธิบดีเพียงฝ่ายเดียว ทรัมป์จะพูดอะไรก็ได้ แต่ใช่ว่าจะสามารถทำตรงตามที่พูดทุกอย่าง ประเด็นนาโตจะเป็นอีกเรื่องที่พิสูจน์ ตอกย้ำความจริงข้อนี้

            ไม่ว่านาโตจะล้าสมัยจริงหรือไม่ หรือไม่ช่วยสหรัฐมากพอในภารกิจต่างๆ บรรทัดสุดท้ายที่เรียกร้องคือ ขอให้ชาติสมาชิกเพิ่มงบกลาโหมเป็นร้อยละ 2 ของจีดีพีตามที่ได้ตกลงกันจริงๆ เพราะจะช่วยลดภาระสหรัฐ
            ทันทีที่ได้ร้อยละ 2 นาโตจะกลับมาทันสมัยอีกครั้ง อย่างน้อยก็ระยะหนึ่ง จนกว่าทีมยุทธศาสตร์สหรัฐจะออกมาตรการกดดันชุดใหม่
---------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง 
ทรัมป์วิพากษ์นาโตว่าเก่าแก้ล้าสมัย ไม่ช่วยต่อต้านก่อการร้ายเท่าที่ควร สหรัฐต้องแบกรับภาระงบประมาณมากแต่ประโยชน์น้อย จึงคิดพิจารณาถอนตัวออกจากนาโต ความจริงคือรัฐบาลสหรัฐทุกรัฐบาลพยายามปรับปรุงแก้ไขเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว และไม่คิดถอนตัวออกจากนาโต เพราะการสูญเสียพันธมิตรยุโรปเป็นโทษมากกว่า พูดอีกอย่างคือทุกวันนี้ได้ประโยชน์มากอยู่แล้ว

บรรณานุกรม:
1. Birnbaum, Michael. (2017, January 16). European leaders shocked as Trump slams NATO and E.U., raising fears of transatlantic split. The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/world/europe-leaders-shocked-as-trump-slams-nato-eu-raising-fears-of-transatlantic-split/2017/01/16/82047072-dbe6-11e6-b2cf-b67fe3285cbc_story.html
2. Duiker, William J. (2009). Contemporary World History (5th ed.). USA: Wadsworth.
3. Folly, Martin H. (2008). North Atlantic Treaty Organization. In International Encyclopedia of the Social Sciences. (2nd Ed. (9 vol. set. pp. 544-546). USA: The Gale Group.
4. Howorth, Jolyon. (2015). Implications of the US Rebalance toward Asia: European Security and NATO. In Origins and Evolution of the US Rebalance toward Asia: Diplomatic, Military, and Economic Dimensions. (Pp.197-222). New York: Palgrave Macmillan.
5. POP, VALENTINA. (2017, January 16). A Q&A With Finland’s Foreign Minister on Trump, Brexit and Populism. The Wall Street Journal. Retrieved from http://blogs.wsj.com/brussels/2017/01/16/a-qa-with-finlands-foreign-minister-on-trump-brexit-and-populism/
6. Sandier, Todd., Hartley, Keith. (1999). The Political Economy of NATO: Past, Present and into the 21st Century. New York: Cambridge University Press.
7. Transcript: Donald Trump Expounds on His Foreign Policy Views. (2016, April 26). The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2016/03/27/us/politics/donald-trump-transcript.html
8. Trump predicts "very massive recession" in U.S. (2016, April 3). CNBC/Reuters. Retrieved from http://www.cnbc.com/2016/04/03/trump-predicts-very-massive-recession-in-us.html
-----------------------------

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2560

ถ้าทรัมป์เป็นหุ่นเชิดต่างชาติ แล้วนักการเมืองอื่นๆ เป็นด้วยหรือไม่

22 มกราคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7380 วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ.2560)

ข้อกล่าวหาว่าทรัมป์ถูกรัสเซีย “ซื้อตัว” เข้มข้นมากขึ้น เมื่อสังคมเห็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่รายงานร่วมของ 3 องค์กรรัฐใช้ คือรายงานลับจากอดีตสายลับอังกฤษนาม Christopher Steele จัดทำในฐานะสายลับเอกชน เจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับหลายคนยืนยันว่า Steele เป็นมืออาชีพ บางคนยกย่องว่าเป็น เจมส์ บอนด์ (James Bond) ที่มีอยู่จริง
เว็บไซต์ BuzzFeed เป็นผู้เปิดเผยเอกสารดังกล่าว ด้านทรัมป์กับทางการรัสเซียชี้ว่าข้อมูลจาก BuzzFeed ปราศจากมูลความจริง

เนื้อหาเอกสารลับ :
            เอกสารลับที่ตั้งหัวข้อ ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตกลงร่วมมือกับรัฐบาลรัสเซีย (และอื่นๆ อีกหลายฉบับ) มีสาระสำคัญว่ารัฐบาลรัสเซียพยายามสร้างสัมพันธ์และช่วยทรัมป์เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว ชี้ว่าประธานาธิบดีปูตินสั่งการโดยตรง เป้าหมายคือสร้างความแตกแยกทั้งภายในสหรัฐและพันธมิตรของสหรัฐ โดยเฉพาะพันธมิตรยุโรป เพื่อล้มระบบระเบียบโลกปัจจุบัน เปลี่ยนให้เป็นระบบถ่วงดุลระหว่างมหาอำนาจ (Great Power politics) ดังในสมัยศตวรรษที่ 19
            นอกจากนี้ ประธานาธิบดีปูตินเห็นว่าที่ควรร่วมมือด้วยเพราะทรัมป์เป็นพวกที่ต่อต้านระบอบอำนาจเก่าในสหรัฐ

            รายงานอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวหลายแห่งที่เชื่อถือได้ บางคนเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสกระทรวงการต่างประเทศ บางคนเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรอง หรือเคยเป็นมาก่อน ฯลฯ
            หลายปีที่ผ่านมาทีมงานวงในของทรัมป์ได้รับข้อมูลข่าวสารจากรัฐบาลรัสเซียเป็นระยะๆ รวมทั้งเรื่องพรรคคู่แข่ง (เดโมแครท) หนึ่งในนั้นคือฮิลลารี คลินตัน

            เอกสารระบุชัดว่าการลักลอบขโมยข้อมูลอีเมลจากพรรคเดโมแครทเป็นความร่วมมือจากทีมงานทรัมป์กับทางการรัสเซีย แลกกับการที่ทรัมป์จะไม่หยิบยกประเด็นรัสเซียแทรกแซงยูเครนขึ้นมาหาเสียง ข้อมูลอีกชุดระบุบว่าฝ่ายทรัมป์กับรัสเซียหารือความร่วมมือด้านพลังงาน แลกกับการยกเลิกคว่ำบาตรรัสเซียจากกรณียูเครน มีการพบปะหลายครั้งทั้งก่อนและหลังจากปล่อยอีเมลสู่สาธารณะ
            ฝ่ายรัสเซียพยายามหว่านล้อมด้วยข้อเสนอทางธุรกิจ โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังไม่ยอมรับข้อตกลง
            นอกจากนี้ รัสเซียยังใช้วิธีขู่กรรโชก (blackmail) เพื่อให้ทรัมป์ยอมรับข้อตกลง ด้วยการจัดฉาก ให้ทรัมป์ดูโชว์ลามกชุดหนึ่งในช่วงที่พักรัสเซีย ณ โรงแรมดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้แอบบันทึกเหตุการณ์ทุกอย่างไว้ ทั้งภาพและเสียง

โต้แย้งแทนทรัมป์ :
          ประการแรก ลำพังการพบปะระหว่างทีมงานไม่ใช่เรื่องแปลก
เอกสารลับระบุว่าทีมงานทรัมป์ได้พบปะเจ้าหน้าที่รัสเซียหลายครั้ง เป็นเช่นนี้มานานหลายปี ข้อกล่าวหานี้แม้ถูกต้อง แต่ไม่อาจสรุปว่าทรัมป์ “ขายชาติ”
ต้องเข้าใจว่าในแวดวงการเมืองทั้งในและระหว่างประเทศ มีการพบปะกันอยู่เสมอ ทั้งระดับผู้นำสูงสุดและระดับทีมงานเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะระดับทีมงานเจ้าหน้าที่จะมีการติดต่อหารืออยู่เสมอทั้งทางตรงทางลับ เพื่อการประสานงาน ป้องกันความเข้าใจผิด ฯลฯ
            การพบปะระหว่างทีมงาน 2 ประเทศไม่ได้หมายความว่าทั้งคู่กำลังซื้อหรือขายความลับเสมอไป บ่อยครั้งเป็นเพียงการพบปะสนทนาฉันท์เพื่อน เรื่องเป็นของความสัมพันธ์ส่วนตัว และแม้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลก็ไม่ได้แปลว่าพวกเขามีเจตนาขายชาติ เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลในกรอบที่ยอมรับได้
            ถ้าจะตัดสินว่าทรัมป์ “ขายชาติ” จริง ต้องแสดงหลักฐานที่มากกว่าเอกสารที่ปรากฎในขณะนี้

          ประการที่ 2 สังคมอเมริกันยึดมั่นศีลธรรมมากเพียงใด
ทรัมป์กับทางการรัสเซียปฏิเสธเรื่องคลิปฉาว แม้เกิดขึ้นจริงควรเข้าใจว่าทรัมป์ไม่ได้ขู่บังคับใคร ผู้หญิงเหล่านี้มีอาชีพทางนี้อยู่แล้ว หลายประเทศให้โสเภณีเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย บางประเทศไม่ยอมรับอาชีพโสเภณีแต่ยอมให้มีสถานบริการ ถ้าจะผิดคือในแง่ศีลธรรม คำถามตามมาคือสังคมอเมริกันยึดมั่นศีลธรรมมากเพียงใด โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ หลายคนยอมรับการมีเพศสัมพันธ์เสรี
ถ้าวิเคราะห์เฉพาะตัวทรัมป์ ถ้าทรัมป์เกี่ยวข้องกับคลิปฉาวจริงก็ไม่น่าจะมีผลใดๆ เพราะคนทั่วไปค่อนข้างปักใจเชื่ออยู่แล้วว่าทรัมป์แม้มีภรรยาแล้วถึง 3 คน ยังเกี่ยวข้องการผู้หญิงอื่นๆ อีก ทรัมป์ชนะเลือกตั้งท่ามกลางข้อกล่าวหาว่ามีสัมพันธ์กับหญิงมากหน้าหลายตา ไม่เว้นแม้กระทั่งหญิงมีสามี
            แม้พิสูจน์ได้ว่าทางการรัสเซียเป็นผู้ฉากให้เกิดคลิปโชว์ลามกก็ไม่สามารถสรุปว่าทรัมป์ “ถูกซื้อตัวแล้ว”
ถ้าคิดให้ดี การใช้ตรรกะว่ารัสเซียสามารถขู่กรรโชกทรัมป์ด้วยคลิปโชว์ลามก เป็นเรื่องไม่มีน้ำหนักมากพอ ทรัมป์จะยอมเป็นหุ่นเชิด ยอมอยู่ใต้บงการรัสเซียเพียงเพราะคลิปดูโชว์ลามกเท่านี้เองหรือ สังคมอเมริกันให้น้ำหนักกับเรื่องนี้มากเพียงใด

          ประการที่ 3 ข้อเสนอธุรกิจสุดพิเศษ
เอกสารระบุว่าฝ่ายรัสเซียพยายามหว่านล้อมด้วยข้อเสนอธุรกิจโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ทรัมป์ยังไม่ยอมรับข้อตกลง ถ้าทรัมป์รับข้อตกลงก็ไม่นับว่าผิดเสมอไป เพราะรัฐบาลใดๆ ย่อมสามารถมอบ “สิทธิพิเศษ” แก่บุคคลหรือผู้ประกอบการใดๆ ถ้าจะผิดก็ต้องเชื่อมโยงให้ได้ว่าทรัมป์รับข้อตกลงเพื่อแลกกับการขายชาติ
            รวมความแล้ว เอกสารลับพยายามทำให้เชื่อว่าทรัมป์ผิด ข้อโต้แย้งที่นำเสนอข้างต้นไม่มีเจตนาชี้นำว่าทรัมป์ผิดจริงหรือไม่ เพียงชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่นำเสนอขาดน้ำหนัก ไม่ว่าเอกสารดังกล่าวจะลับหรือไม่ลับ มาจากทางการสหรัฐ หรือสายลับเอกชนผู้ลือนาม

ติดสินบน ฉันท์มิตร หรือขู่กรรโชก :
            การขู่กรรโชกหรือกรรโชก (blackmail) มักเกิดควบคู่กับการติดสินบน
            ในกรณีทรัมป์อาจมองว่า เริ่มจากการที่ทางการรัสเซียหรือใครบางคนที่ติดต่อกับทรัมป์เสนอให้ดูโชว์ฟรี เป็นความจริงว่าผู้ชายหลายคนเห็นว่าเป็นเรื่องสนุกตามประสาผู้ชาย ไม่ได้ทำผิดอะไร (แค่ดูเฉยๆ ปกติเคยทำอะไรที่มากกว่าเพียงแค่ดูด้วยตา) 
            พวกที่มีพฤติกรรมรับสินบนเป็นประจำ อาจเห็นว่าคือส่วนหนึ่งของสินบน หรือเป็นรางวัลพิเศษที่มอบให้
บางคนอาจตีความว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย หลังทำธุรกิจกันมานาน หลังบรรลุตกลงธุรกิจ มักมีการเลี้ยงฉลอง บางครั้งลงเอยด้วยมอบบริการพิเศษ
ในบางสังคมอาจมองว่าเรื่องมอบบริการพิเศษเป็นเรื่องปกติที่ทำกันอยู่แล้วในแวดวงธุรกิจ เป็นเรื่องการสร้างมิตรภาพ ในแวดวงราชการก็ไม่น้อยหน้า

            โดยรวมแล้ว เรื่องราวที่ทางการรัสเซียพยายามสร้างสัมพันธ์กับทรัมป์ช่วยให้เห็นโลกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอีกมิติที่ตำราไม่เอ่ยถึง ทั้งๆ ที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ การติดต่อระหว่างทีมงานหรือระดับเจ้าหน้าที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาแต่ไม่เป็นข่าว และมักมีเรื่องสินบนหรือความสัมพันธ์ฉันท์มิตรเข้าเกี่ยวข้อง
            บางคนอาจไม่คิดว่าการขู่กรรโชกเป็นเรื่องร้ายแรง บางคนคิดว่าจะไม่กลายเป็นประเด็นอื้อฉาว เพราะการติดสินบนเป็นการร่วมมือระหว่างผู้ให้กับผู้รับ ผู้ให้ยินดีที่จะมอบให้ ผู้รับพร้อมที่จะรับไว้ ถ้าจะมีคลิปหรือหลักฐานใดๆ ก็เพื่อป้องกันอีกฝ่ายผิดสัญญา (ไม่ใช่เพื่อเปิดโปงทุจริต)
            การทุจริตคอร์รัปชันที่ถูกเปิดโปงจึงมีน้อย ตรวจจับยาก โดยเฉพาะถ้าการทุจริตเกิดขึ้นที่ต่างแดน การทุจริตที่รัฐบาลเข้าเกี่ยวข้องด้วย

เป็นหุ่นเชิดรัสเซียผิด แต่เป็นหุ่นเชิดให้ประเทศอื่นๆ ไม่ผิด :
            จุดที่เบี่ยงเบนความคิด ทำให้หลายคนคล้อยตาม คือการใช้คำว่าเป็น “หุ่นเชิด” (puppet) แก่รัฐบาลรัสเซีย
            ถ้าพิจารณาให้ดี รัฐบาลต่างชาติหลายประเทศพยายามเสนอสัมพันธ์พิเศษกับผู้นำประเทศอยู่แล้ว เฉพาะกรณีทรัมป์ ในช่วงหาเสียงจนถึงล่าสุด นายกฯ อิสราเอล นายกฯ ญี่ปุ่น แม้กระทั่งผู้นำไต้หวัน ฯลฯ ได้พูดคุยส่วนตัวกับทรัมป์ ถามว่าทรัมป์ “ขายตัว” แก่ประเทศเหล่านี้ไปแล้วหรือไม่
กรณีที่ทรัมป์หยิบยกประเด็นนโยบายจีนเดียว (one-China policy) ขึ้นมายุแหย่จีน เชิดชูบทบาทไต้หวัน ทำไมไม่สืบสวนว่าทางการไต้หวันให้ผลประโยชน์ก้อนโตแก่ทรัมป์หรือไม่

ครั้งที่ทรัมป์กล่าวปราศรัยหาเสียงกับชาวอเมริกันที่นิยมอิสราเอล ทรัมป์พูดถึงนโยบายที่เอื้อประโยชน์อิสราเอลเต็มที่ เนื้อหาปราศรัยของทรัมป์เรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านใกล้เคียงกับคำพูดของนายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) ทำไมรัฐบาลโอบามาไม่ตั้งคำถามว่าทรัมป์ถูกอิสราเอล “ซื้อตัว” ไปแล้วหรือไม่ ทั้งๆ ที่เป็นที่รับรู้ทั่วไปว่าผู้จัดงาน The American Israel Public Affairs Committee (AIPAC) เป็นองค์กรที่ทำงานเพื่อประเทศอิสราเอลโดยตรง
บางคนถึงกับสรุปว่ารัฐบาลอิสราเอลมีอิทธิพลต่อรัฐบาลอเมริกันมาก เป็นเหตุผลว่าหลายนโยบายที่ประชาชนต้องการอย่างหนึ่ง แต่รัฐบาลทำอีกอย่าง เช่น ชาวอเมริกันต้องการให้คว่ำบาตรสินค้าอิสราเอล แต่รัฐบาลไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจากพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครท

            ถ้าอธิบายในเชิงวิชาการ ในแวดวงการเมืองอเมริกา การล็อบบี้เป็นเรื่องปกติ กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ รวมถึงกลุ่มที่เป็นตัวแทนต่างชาติหรืออิงต่างชาติ พยายามล็อบบี้นักการเมืองทุกคนทุกพรรค ตำรารัฐศาสตร์อเมริกาสอนว่านี่คือประชาธิปไตย
            ดังนั้น ถ้าจะพูดว่ารัฐบาลรัสเซียพยายามซื้อตัวทรัมป์ ทำไมไม่พูดว่าทุกกลุ่มผลประโยชน์ทั้งในและนอกประเทศพยายามซื้อตัวนักการเมือง บรรดาส.ส., ส.ว.
            สังคมควรพิจารณาให้ถ่องแท้ ไม่ยึดติดแค่ประเด็นทรัมป์เป็นหุ่นเชิดให้ใครหรือไม่
-----------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
ทรัมป์กำลังจะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีท่ามกลางเสียงโจมตี เสียงวิพากษ์วิจารณ์ ที่ถูกนำเสนออย่างไม่หยุดหย่อนตั้งแต่ช่วงหาเสียงจนปัจจุบัน หลายคนชี้ว่าเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจะเป็นต้นเหตุพาให้ทรัมป์ถูกเข้ากระบวนการถอดถอนออกจากตำแหน่ง กระแส Impeachment กำลังดังมากขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่ได้สรุปว่าทรัมป์จะทำผิดจริงหรือไม่ ราวกับว่าทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว

บรรณานุกรม:
1. Barrett, Wayne. (2016). Trump: The Greatest Show on Earth : The Deals, the Downfall, the Reinvention. New York: Regan Arts.
2. Bensinger, Ken., Elder, Miriam., Schoofs, Mark. (2017, January 13). These Reports Allege Trump Has Deep Ties To Russia. BuzzFeed. Retrieved from https://www.buzzfeed.com/kenbensinger/these-reports-allege-trump-has-deep-ties-to-russia?utm_term=.ww9qvwkMl#.cmBX4WLpv
3. Kornblum, William., Julian, Joseph. (2012). Social Problems (14th Ed.). USA: Pearson Education.
4. Lee, Kurtis. (2017, January 15). What we know about Christopher Steele, the British ex-spy who wrote the controversial Trump dossier. Los Angeles Times. Retrieved from http://www.latimes.com/world/europe/la-fg-trump-russia-spy-2017-story.html
5. McManus, Doyle. (2015, March 3). Herzog: Netanyahu's speech to Congress has politics written all over it. Los Angeles Times. Retrieved from http://www.latimes.com/opinion/op-ed/la-oe-mcmanus-netanyahu-speech-iran-politics-20150304-column.html
6. The American Israel Public Affairs Committee. (2016). Our Mission. Retrieved from http://www.aipac.org/en/about/mission
7. Trump blasts ‘sleazebag operatives’ for ‘Russian dossier’ release, pledges hacking report in 90 days. (2017, January 13). RT. Retrieved from https://www.rt.com/usa/373578-trump-promises-hacking-report/
-----------------------------

วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2560

ทรัมป์กับกระแส Impeachment

15 มกราคม 2016
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7373 วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ.2560)

รายงานร่วมของ 3 องค์กรรัฐชี้ว่าแฮ็กเกอร์เจาะเข้าระบบฐานข้อมูลของพรรคเดโมแครท ผลการตีแผ่ข้อมูลดังกล่าวทำให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าคณะกรรมการพรรควางตัวไม่เป็นกลาง เข้าข้างฮิลลารี คลินตัน หลายคนเชื่อว่าเป็นเหตุให้ฮิลลารีพ่ายแพ้การเลือกตั้ง
            ถ้าพูดอย่างเป็นกลาง ต้องแสดงความชื่นชมและขอบคุณเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรอง หน่วยสืบราชการลับหลายหน่วยที่ร่วมกันทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่หวั่นเกรงอิทธิพลของผู้ที่กำลังจะเป็นประธานาธิบดีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
            ที่สาธารณชนรับรู้คือหน่วยงานเหล่านี้ทำงานโดยคำสั่งจากประธานาธิบดีโอบามา ดังนั้นคู่กรณีน่าจะเป็นตัวประธานาธิบดีโอบามากับทรัมป์ แต่ทิศทางข่าวไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ กลายเป็นว่าประธานาธิบดีโอบามาเป็นเพียงคนที่กำลังก้าวลงจากเวทีเท่านั้น ทิ้งไว้แต่ข้อสรุปว่าทางการรัสเซียเกี่ยวข้องกับการแฮ็กข้อมูล ช่วยให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง
ดูเหมือนว่าประธานาธิบดีโอบามาตั้งใจจะทิ้งประเด็นให้สังคมเป็นผู้หาคำตอบ เป็นผู้ตัดสินว่าจะให้จบอย่างไร

ข้อสรุป 2 ชุด :
นับจากช่วงหาเสียงจนปัจจุบัน ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ทักษะด้านสื่อของตนเรื่อยมา มีการปะทะคารมอย่างรุนแรงกับสื่อบางสำนัก ชี้ว่านำเสนอข่าวเท็จ ไม่มีความน่าเชื่อ พยายามใช้ทวิตเตอร์ของตนสื่อสารกับสังคม
ด้าน Julian Assange ผู้ก่อตั้งวิกีลีกส์ (WikiLeaks) ยืนยันอีกครั้งว่าเขาไม่ได้ข้อมูลอีเมลจากบุคคลที่ทำงานให้กับทางการรัสเซีย เช่นเดียวกับรัฐบาลรัสเซียที่ออกมายืนยันหลายรอบว่าไม่เกี่ยวข้องแต่ประการใด
สถานการณ์ขณะนี้จึงมีข้อสรุป 2 ชุด ชุดแรกคือทางการรัสเซียช่วยทรัมป์ชนะเลือกตั้ง ด้วยการแฮ็กข้อมูล เปิดเผยข้อมูลที่คณะกรรมการพรรคเดโมแครทช่วยฮิลลารีให้เป็นตัวแทนพรรค ส่วนอีกชุดคือทางการรัสเซียไม่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องเท็จที่หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐกับหลายฝ่ายสร้างขึ้นมา
ประเด็นน่าสนใจอยู่ที่ท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่นตลบในขณะนี้ ทุกอย่างยังคงเดินหน้าต่อไป ต่างฝ่ายต่างยึดว่าข้อสรุปของตนถูกต้อง คำถามคือข้อสรุปใดที่ถูกต้องจริงๆ

เรื่องนี้จะจบอย่างไร :
            คำถามสำคัญอีกข้อคือเรื่องนี้จะจบอย่างไร ในขณะนี้คือการกล่าวหาไม่สิ้นสุด มีการขุดคุ้ย เจาะลึกลงรายละเอียดมากขึ้น มีตัวละครใหม่ ข้อมูลใหม่ เช่น การกล่าวหาว่ารัฐบาลปูตินพยายามเอาใจทรัมป์มานานหลายปี ตั้งแต่ครั้งที่ทรัมป์เยือนกรุงมอสโกเมื่อปี 2013 มีข้อมูลชิ้นเล็กๆ ที่โยงว่ารัฐบาลรัสเซียพยายาม “ซื้อตัว” ทรัมป์ ข้อมูลจากอดีตสายลับอังกฤษที่ชี้ว่ารัสเซียใช้วิธีทั้งขู่และปลอบเพื่อซื้อใจทรัมป์ เช่น จะเก็บคลิปฉาวเป็นความลับ เป็นคลิปทรัมป์ดูโชว์ลามก (แก้ไข) (ความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างทรัมป์กับโสเภณี) ในโรงแรมแห่งหนึ่ง พร้อมกับมอบข้อเสนอธุรกิจพิเศษแก่ทรัมป์
ทรัมป์ปฏิเสธชัดว่าตนกับทีมงานไม่ได้ติดต่อกับพวกรัสเซีย ไม่มีข้อตกลงใดๆ กับรัสเซีย และไม่มีทางเป็นไปได้ ตนไม่ได้กู้ยืมเงินจากรัสเซีย ด้านกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกมาปฏิเสธทันทีเช่นกัน ชี้ว่าเป็นเรื่องไร้สาระ
            ข้อสังเกตคือ ข้อมูลใหม่ที่ปรากฎนำสู่ข้อสรุปที่เป็นธงเดิม ฮิลลารีพูดในช่วงหาเสียงว่าหากทรัมป์ชนะเลือกตั้งจะเป็นหุ่นเชิด (puppet) ของรัสเซีย

            สถานการณ์ในขณะนี้คือ 2 เรื่องเดินหน้าไปพร้อมๆ กัน เรื่องแรกคือว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังจะเข้าพิธีรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ อีกเรื่องคือการขุดคุ้ยความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับรัฐบาลปูติน
            การเป็นหุ่นเชิดจริงหรือไม่นั่นเป็นเรื่องหนึ่ง ที่สำคัญกว่าคือการรับรู้ของคนในสังคม ตั้งแต่ช่วงหาเสียงก็มองทรัมป์ในแง่ลบ การรณรงค์เลือกตั้งทางลบ (Negative Campaign) ที่ผู้สมัครต่างหาเสียงด้วยการสาดโคลนใส่กัน ส่งผลให้ทรัมป์เสื่อมเสียตั้งแต่ยังไม่ชนะเลือกตั้ง แม้หลังจากชนะแล้ว หลายฝ่ายรวมทั้งสื่อหลายสำนักยังคงนำเสนอเรื่องที่ทำให้ทรัมป์เสื่อมเสีย
            เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นประเด็นที่พูดกันมากและนำเสนออย่างต่อเนื่อง ราวกับว่าครอบครัวทรัมป์กำลังจะเข้าไปโกงกินบ้านกินเมือง ไม่เพียงเท่านั้น การแต่งตั้งรัฐมนตรีบางตำแหน่งถูกวิพากษ์ว่าไม่เหมาะสม เสี่ยงต่อการมีผลประโยชน์ทับซ้อน วิจารณ์ว่าทรัมป์แต่งตั้งคนที่เป็นเหมือน “ทรัมป์”
ล่าสุดคือแต่งตั้งลูกเขย Jared Kushner เป็นที่ปรึกษาอาวุโสประจำทำเนียบ Kushner มีบทบาทสำคัญตั้งแต่ช่วงหาเสียง จนถึงการโอนถ่ายอำนาจเพื่อรับตำแหน่งประธานาธิบดี ผู้สังเกตการณ์ชี้ว่าเขาถูกวางตัวตั้งแต่ต้นให้มีบทบาททางการเมือง ในขณะที่นักกฎหมายบางคนตั้งข้อสงสัยว่าการแต่งตั้งลูกเขยเป็นที่ปรึกษาจะผิดกฎหมายหรือไม่
            ดังนั้น จะโทษคนอื่นเสียทั้งหมดก็ไม่ได้ การแต่งตั้งลูกเขยเป็นที่ปรึกษาแม้ไม่ผิดกฎหมาย แต่ทรัมป์น่าจะคาดเดาได้แต่ต้นว่าจะเกิดข้อครหา ในสถานการณ์ที่เต็มด้วยข่าวลบอื่นๆ อยู่แล้ว
            แต่ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ยังฝืนกระแส

            นอกจากนี้ การอธิบายชี้แจงของทรัมป์เป็นอีกส่วนที่ทำให้สังคมไม่มั่นใจในตัวทรัมป์ ยกตัวอย่าง แต่แรกทรัมป์ปฏิเสธเรื่องทางการรัสเซียแฮ็กข้อมูลเรื่อยมา จนถึงเมื่อวันที่ 6 มกราคมว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวยอมรับว่าน่าจะเป็นพวกรัสเซียที่แฮ็กข้อมูลพรรคเดโมแครท แต่ไม่กี่วันต่อมาก็เปลี่ยนท่าทีว่าอาจไม่ใช่รัสเซียก็เป็นได้
            ไม่ว่าเรื่องที่รัฐบาลกับสื่อนำเสนอจะเป็นจริงหรือเท็จ สังคมอเมริกันกำลังตีตราว่าทรัมป์คือประธานาธิบดีที่เสื่อมเสีย
            ในระหว่างที่สังคมยังไร้คำตอบว่าอะไรจริงอะไรเท็จ การขุดคุ้ยสืบสวนยังดำเนินต่อไป เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้

กระแส Impeachment และการทำลายอย่างเป็นระบบ :
            ทันทีที่ชนะเลือกตั้ง นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญเริ่มแสดงความเห็นว่าไม่นานหลังรับตำแหน่งประธานาธิบดี ทรัมป์จะถูกนำเข้ากระบวน Impeachment ขับออกจากตำแหน่ง หลายคนเดาว่าจะมาจากเหตุผลประโยชน์ทับซ้อน การทุจริตคอร์รัปชัน
ไม่ว่าประวัติศาสตร์สหรัฐจะจารึกว่าประธานาธิบดีทรัมป์ถูกขับออกจากตำแหน่งหรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือ กระแสข่าวลบที่ควบคู่กับกระแส Impeachment ตั้งแต่ยังไม่ดำรงตำแหน่ง

            ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะโทษผู้อื่นทั้งหมดคงไม่ได้ เพราะบางอย่างที่ทำสมควรถูกวิพากษ์วิจารณ์ เช่น การแต่งตั้งลูกเขย การแก้ข่าวส่อออกมาในทางลบมากกว่าบวก บางครั้งเหมือนเป็นการราดน้ำมันเข้ากองไฟ ทำให้เรื่องยิ่งลุกลามบานปลาย

ผลสำรวจของ Pew Research Center ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ที่ผ่านมา ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 57 เป็นกังวลเรื่องที่ทรัมป์กับครอบครัวอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ร้อยละ 58 เห็นว่าทรัมป์เป็นคนหุนหันพลันแล่น อาจตัดสินเรื่องสำคัญโดยขาดการยับยั้งชั่งใจ ร้อยละ 49 ไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งรัฐมนตรี ตำแหน่งสำคัญๆ (ร้อยละ 41 เห็นว่าดีแล้ว)
โดยรวมแล้วผลสำรวจดังกล่าวบ่งชี้ว่าคนในสังคมส่วนใหญ่มองแง่ลบต่อว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์กับคณะรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทำงาน

จากการวิเคราะห์พบว่า นับจากช่วงหาเสียงทรัมป์ถูกโจมตีเรื่อยมา บางเรื่องมีความต่อเนื่อง มีลักษณะเป็นกระบวนการ จนน่าคิดว่า เป็นการทำลาย “อย่างเป็นระบบ” เริ่มด้วยการสร้างข่าวลบ เน้นเสนอข่าวเสื่อมเสีย ขยายข่าวภาพพจน์ทางลบ บั่นทอนความน่าเชื่อถือต่อตัวทรัมป์ ผลคือชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อยเริ่มคล้อยตาม เห็นว่าทรัมป์ไม่คู่ควรเป็นประธานาธิบดี

รายงานของหน่วยข่าวกรองสหรัฐ ข้อมูลที่ชี้ว่ารัฐบาลรัสเซียพยายามซื้อตัวทรัมป์ และผลสำรวจของ Pew Research Center ไม่มีผลทางกฎหมาย แต่ทั้งหมดกำลังชี้ทิศทางสู่ ข้อสรุปสุดท้าย นั่นคือ สมควรแล้วที่รัฐสภาจะ impeach ทรัมป์จากตำแหน่งประธานาธิบดี
Julian Assange ผู้ก่อตั้งวิกีลีกส์เป็นผู้หนึ่งที่คิดทำนองนี้
ที่เหลือคือรักษากระแสภาพลบ รอเรื่องผิดกฎมาย และรอจังหวะเวลาเท่านั้น

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
            สุนทรพจน์อำลาตำแหน่งของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ใจความตอนหนึ่งว่า ประชาธิปไตยจะถูกคุกคามทันทีเมื่อประชาชนไม่ใส่ใจ ทุกคนจึงต้องทุ่มเทร่วมสร้างสถาบันประชาธิปไตย ไม่ปล่อยให้อำนาจเงินมีอิทธิพลเหนือรัฐสภา ร่วมสร้างการเมืองที่โปร่งใส มีจริยธรรม สิ่งเหล่าจะไม่เกิดถ้าทุกคนไม่เข้าไปมีส่วนร่วม อันเป็นความรับผิดชอบอย่างหนึ่งของความเป็นพลเมือง
            ประชาธิปไตยจะอ่อนแอลงถ้าตีความว่าชาวอเมริกันบางคนมีความเป็นอเมริกันมากกว่าคนอื่น ปฏิเสธระบอบเพียงเพราะมีการทุจริต และเมื่อทุกคนเอาแต่ตำหนิผู้นำที่เลือกมาโดยไม่ทำหน้าที่พลเมืองตนเอง ต้องตระหนักเสมอว่าหน่วยที่สำคัญที่สุดคือ “พลเมือง”
            ระบอบประชาธิปไตยจึงต้องการพลเมือง ที่ไม่ใช่เพียงไปเลือกตั้ง หรือยึดผลประโยชน์ส่วนตัวอันคับแคบ แต่ต้องทำหน้าที่ ต้องแสดงบทบาทเจ้าของประเทศ เข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองและกับหน่วยงานราชการทุกระดับ
ความเป็นไปของทรัมป์จะเป็นเครื่องพิสูจน์อีกครั้งว่าอนาคตของชาวอเมริกันอยู่ในมือของคนอเมริกัน หรืออยู่ภายใต้ชี้นำอย่างผิดๆ ของบางคนบางฝ่าย (ไม่ว่าจะเป็นคนในหรือนอกประเทศ) เป็นความท้าทายของระบอบประชาธิปไตยอเมริกันโดยแท้
------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง
ประธานาธิบดีโอบามามีคำสั่งลงโทษรัสเซีย หลังได้ข้อสรุปว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดี ด้วยการขโมยและเปิดเผยอีเมลของพรรคเดโมแครท ประเด็นที่ไม่พยายามเอ่ยถึงคืออีเมลเหล่านั้นชี้ว่าผู้ใหญ่ในพรรคเดโมแครทตั้งใจให้ฮิลลารี คลินตันเป็นตัวแทนพรรค คณะกรรมการพรรคจึงบ่อนทำลายคะแนนคู่แข่งคนอื่นๆ จนฮิลลารีได้เป็นตัวแทนพรรคในที่สุด ส่อว่าโอบามากำลังปกป้องระบอบคณาธิปไตย

บรรณานุกรม:
1. Buncombem, Andrew. (2017, January 10). Donald Trump's son-in-law Jared Kushner 'to be senior adviser to the president'. The Independent. Retrieved from http://www.independent.co.uk/news/people/donald-trump-jared-kushner-senior-adviser-to-president-latest-a7518156.html
2. Burrows, Thomas. (2017, January 3). Assange says he is '1,000% confident' that Russia was NOT the source for hacked Democratic emails which were published by WikiLeaks. Daily Mail. Retrieved from http://www.dailymail.co.uk/news/article-4083580/Assange-says-1-000-confident-Russia-NOT-source-hacked-Democratic-emails-published-WikiLeaks.html
3. Claims That Russia Tried to 'Recruit' Trump 'Nonsense'. (2017, January 12). RT. Retrieved from https://sputniknews.com/politics/201701121049523896-russia-trump-zakharova/)
4. Graham, Davida. (2017, January 9). Trump’s Senior Adviser-in-Law. The Atlantic. Retrieved from https://www.theatlantic.com/politics/archive/2017/01/jared-kushner/512576/
5. Pew Research Center. (2017, January 10). Negative Views of Trump’s Transition, Amid Concerns About Conflicts, Tax Returns. Retrieved from http://www.people-press.org/2017/01/10/negative-views-of-trumps-transition-amid-concerns-about-conflicts-tax-returns/
6. Sengupta, Kim. (2017, January 13). Revealed: former British ambassador Sir Andrew Wood's key role in Trump investigation. The Independent. Retrieved from http://www.independent.co.uk/news/world/americas/donald-trump-russia-dossier-leak-sir-andrew-wood-john-mccain-british-ambassador-spy-a7524931.html
7. Shane, Socott., Confessore, Nicholas., & Rosenberg, Matthew. (2017, January 11). How a Sensational, Unverified Dossier Became a Crisis for Donald Trump. The New York Times. Retrieved from https://www.nytimes.com/2017/01/11/us/politics/donald-trump-russia-intelligence.html
8. Tumulty, Karen., Rucker, Philip. (2016, October 19). At third debate, Trump won’t commit to accepting election results if he loses. The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/politics/trump-wont-commit-to-accepting-election-results-if-he-loses/2016/10/19/9c9672e6-9609-11e6-bc79-af1cd3d2984b_story.html
9. US-CERT. (2016, December 29). Joint DHS, ODNI, FBI Statement on Russian Malicious Cyber Activity. Retrieved from https://www.us-cert.gov/sites/default/files/publications/JAR_16-20296A_GRIZZLY%20STEPPE-2016-1229.pdf
10. The White House. (2017, January 10). FAREWELL ADDRESS: President Obama’s Farewell Address to You. Retrieved from https://www.whitehouse.gov/farewell
11. Weir, Fred. (2017, January 12). Why Russia's Kremlin watchers take Trump dossier with a grain of salt. The Christian Science Monitor. Retrieved from http://www.csmonitor.com/World/Europe/2017/0112/Why-Russia-s-Kremlin-watchers-take-Trump-dossier-with-a-grain-of-salt
-----------------------------

วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560

ไช่อิงเหวินดิ้นรนเพื่อ International legal sovereignty

8 มกราคม 2560
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7366 วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ.2560)

ไช่อิงเหวิน (Tsai Ing-wen) ประธานาธิบดีไต้หวันกล่าวว่าจะแวะพักสหรัฐก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศในอเมริกากลาง พยายามชี้ว่าเป็นการแวะพักระหว่างทางเท่านั้น ไม่มีความหมายเป็นอื่น ฝ่ายทางการจีนเรียกร้องให้สหรัฐปฏิเสธการแวะพักดังกล่าว เพราะอาจทำให้จีนเข้าใจผิด
            ประธานาธิบดีไช่มีกำหนดเยือนหลายประเทศในแถบอเมริกากลางระหว่างวันที่ 7-15 มกราคม

ประวัติสงครามการทูตจีน-ไต้หวัน :
            แต่เดิมรัฐบาลสหรัฐสนับสนุนกลุ่มชาตินิยมเจียงไคเช็ค (Chiang Kai-shek) ปัจจัยสำคัญมาจากกลุ่มล็อบบี้รัฐบาลอเมริกันกับเหตุญี่ปุ่นรุกรานจีนเมื่อปี 1937
            กลุ่มล็อบลี้มีหลายกลุ่ม บางกลุ่มเกี่ยวข้องรัฐบาลจีน (ฝ่ายชาตินิยม) บางกลุ่มทำงานอิสระ บางกลุ่มเป็นชาวจีน บางกลุ่มเป็นชาวอเมริกัน ผลจากการล็อบบี้สามารถผลักดันให้สหรัฐระงับส่งสินค้าแก่ญี่ปุ่น โดยเฉพาะสินค้ากับวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับยุทโธปกรณ์

            เมื่อสหรัฐเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 กลุ่มเพิ่มภารกิจระดมทุนต่างประเทศเพื่อช่วยจีนชาตินิยมต้านญี่ปุ่น เกิดเครือข่ายนักธุรกิจที่ตั้งใจช่วยจีน พัฒนาเป็นกลุ่มใหม่ชื่อว่า American Bureau for Medical Aid to China (ABMAC) เน้นชี้ให้เห็นความทุกข์ยากที่เกิดกับชาวจีน สนับสนุนเจียงไคเช็ค หวังให้จีนไม่อยู่ใต้อำนาจญี่ปุ่น เป็นชาติประชาธิปไตย
            ค.ศ.1943 พวกคอมมิวนิสต์จีนเติบใหญ่ขึ้นมา พวกชาตินิยมขัดแย้งกับคอมมิวนิสต์จีนอย่างหนัก กองทัพเจียงหันไปรบกับพวกคอมมิวนิสต์แทนที่จะทุ่มเทรบกับญี่ปุ่น ข่าวแง่ลบเกี่ยวกับนายพลเจียง การทุจริตในหมู่กองทัพชาตินิยมหนาหูขึ้นทุกวัน นักการเมืองอเมริกันบางคนเห็นว่าควรสนับสนุนพวกคอมมิวนิสต์ที่เอาจริงเอาจังรบกับพวกญี่ปุ่น เพราะในช่วงนั้นสหรัฐให้ความสำคัญกับการต้านญี่ปุ่นมากกว่า
            การที่รัฐบาลสหรัฐจะสนับสนุนจีนฝ่ายไหนจึงเป็นประเด็นเรื่อยมา

            ค.ศ.1949 เมื่อสถาปนาประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เกิดคำถามว่าฝ่ายไหนคือประเทศจีนที่ชอบธรรม ในระยะแรกรัฐบาลสหรัฐสนับสนุนสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) แต่หลังจากประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน (Richard Nixon) เยือนจีนเมื่อ 1972 สหรัฐเริ่มหันมาเอาใจจีนมากขึ้น จากนั้นรัฐบาลสมัยประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ (Jimmy Carter) ประกาศว่าสาธารณรัฐประชาชนจีนคือ “รัฐบาลจีนหนึ่งเดียวที่ถูกต้องตามกฎหมาย” ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันในปี 1979
เมื่อจีนเดินหน้านโยบายเปิดประเทศต้อนรับการลงทุนต่างชาติ ประเทศพัฒนาในทุกด้าน นานาประเทศหันมาผูกสัมพันธ์กับจีน ล่าสุดเหลือ 21 ประเทศที่ยังมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน ส่วนใหญ่เป็นประเทศเล็กๆ ในแถบละตินอเมริกากับอเมริกาใต้ เพื่อผลประโยชน์แบบยื่นหมูยื่นแมว
            เห็นชัดว่าไต้หวันได้สูญเสียอธิปไตยทางกฎหมายระหว่างประเทศแก่จีน

หลักอธิปไตยทางกฎหมายระหว่างประเทศ :
อธิปไตยทางกฎหมายระหว่างประเทศ (International legal sovereignty) หมายถึงการยอมรับ การมีตัวตนในระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีความสัมพันธ์การทูตอย่างเป็นทางการ เช่น ไต้หวันมี Westphalian sovereignty แต่ขาดอธิปไตยทางกฎหมายระหว่างประเทศ นานาประเทศส่วนใหญ่ไม่ยอมรับความเป็นรัฐอธิปไตยไต้หวัน
ความเป็นไปของอธิปไตยทางกฎหมายระหว่างประเทศจะขึ้นกับนโยบาย การตัดสินใจของผู้ปกครองต่างชาติเป็นหลัก เช่น รัฐบาลสหรัฐครั้งหนึ่งตัดสินใจยอมรับรัฐบาลไต้หวัน ในเวลาต่อมาหันไปยอมรับสาธารณรัฐประชาชนจีน
การยอมรับอธิปไตยจึงเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นเรื่องที่เปลี่ยนกลับไปกลับมาได้ เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่ นโยบายอาจเปลี่ยนตาม ในบางเรื่องมีกฎหมายระหว่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศเข้าเกี่ยวข้อง แต่ละเมิดได้ถ้าต้องการจริงๆ

อธิปไตยทางกฎหมายระหว่างประเทศกับเอกราช :
            แต่ไหนแต่ไร ภายใต้หลักจีนเดียว สังคมไต้หวันถกเถียงว่าควรประกาศเอกราชหรือไม่ เรื่องที่ควรตระหนักคือ ตามหลักอธิปไตยทางกฎหมายระหว่างประเทศ การประเทศเอกราชไม่เป็นเหตุให้นานาชาติยอมรับความเป็นเอกราชของไต้หวัน ไม่เป็นเหตุให้ไต้หวันเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ ความมีตัวตนของไต้หวันในปัจจุบันขึ้นกับอิทธิพลของสหรัฐกับจีนเป็นหลัก
            ในมุมข้อเสีย การประกาศเอกราชจะยิ่งเพิ่มความชอบธรรมให้จีนใช้กำลังกับไต้หวัน เป็นการบังคับให้จีนเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรกดดันไต้หวัน ดังนั้น แม้ประกาศเอกราชแต่ก็ไม่เป็นที่ยอมรับ แม้ไม่ถูกรุกรานด้วยกำลังทหาร แต่ต้องทนมาตรการคว่ำบาตรจากจีน รวมความแล้วมีผลเสียมากกว่า

            ข้อสรุปบรรทัดสุดท้ายคือ รัฐบาลไต้หวันจะไม่ประกาศเอกราช ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลภายใต้พรรคชาตินิยม (Kuomintang: KMT) หรือ Democratic Progressive Party’s (DPP) ในขณะนี้
            มีแต่ชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐกับรัฐบาลไต้หวันที่กล้าแหย่จีนเรื่องหลักจีนเดียว (one-China policy) เป็นครั้งคราว เช่น ช่วงหาเสียงในไต้หวัน ช่วงเยือนมิตรประเทศ

การได้รับการยอมรับว่าเป็นรัฐอธิปไตยมีความสำคัญยิ่งในยุคปัจจุบันที่โลกเชื่อมโยง เป็นโอกาสของการพัฒนาประเทศในทุกด้าน การขาดอธิปไตยทางกฎหมายระหว่างประเทศลดหรือปิดกั้นโอกาสสัมพันธ์กับนานาประเทศอย่างที่ควรมี นักลงทุนต่างชาติต้องคิดทบทวนอีกครั้งก่อนลงทุนในรัฐที่ประเทศส่วนใหญ่ไม่ยอมรับความเป็นรัฐ
            นี่คือความสูญเสียของไต้หวันเพราะขาดอธิปไตยทางกฎหมายระหว่างประเทศ

การปะทะเล็กๆ สมรภูมิการทูตระหว่างจีนกับไต้หวัน :
            นับจากทศวรรษ 1970 จนบัดนี้ รัฐบาลจีนพยายามกดดันนานาชาติไม่ให้มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ พยายามกดดันประเทศที่เหลือ 20 กว่าประเทศตัดสัมพันธ์กับไต้หวัน ในขณะที่รัฐบาลไต้หวันเห็นว่าการรักษาประเทศที่เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ ความร่วมมือในด้านต่างๆ
            การเยือนของผู้นำไต้หวันเป็นอีกภารกิจสำคัญในการรักษาความสัมพันธ์กับประเทศเหล่านี้ เป็นการดิ้นรนรักษาความมีตัวตนในระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
            โดยรวมแล้ว ในสมรภูมิการทูต ไต้หวันเป็นฝ่ายตั้งรับและถอยร่น แต่ยังคงพยายามต่อสู้ดิ้นรน ขอให้ตัวเองมีบทบาทมากขึ้น

            การพูดคุยทางโทรศัพท์ระหว่างประธานาธิบดีไช่กับว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นอีกกรณีตัวอย่างถึงความพยายามดังกล่าว และประธานาธิบดีไช่ประสบความสำเร็จ ประวัติศาสตร์ไต้หวันจารึกว่าเธอเป็นผู้นำไต้หวันแรกที่สามารถคุยโทรศัพท์กับว่าที่ประธานาธิบดีอเมริกา
            การประกาศว่าจะแวะจอดพักบนแผ่นดินอเมริกา เป็นอีกวิธีที่ผู้นำไต้หวันพยายามแสดงความมีตัวตน แม้จะบอกว่า “อย่างไม่เป็นทางการ” เพื่อลดแรงกดดันจากจีน ลดแรงกดดันที่มีต่อสหรัฐ ทุกฝ่ายต่างรู้ดีว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลไต้หวันที่จะแสดงความมีตัวตน
ประธานาธิบดีไช่ไม่ใช่ผู้นำไต้หวันคนแรกที่แวะพักสหรัฐ แต่จะเป็นอีกคนที่สามารถทำเช่นนี้

การประกาศล่วงหน้าว่าจะแวะสหรัฐ เท่ากับพูดเป็นนัยว่าได้เจรจากับรัฐบาลสหรัฐเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหมายถึงผ่านการเจรจากับรัฐบาลโอบามาที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ ส่วนจะได้พบปะกับว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นคนละเรื่องกับการแวะพัก และจะเป็นข่าวใหญ่อีกครั้งหากมีการพบปะกันจริง
ล่าสุด สื่อ Global Times ของจีนรายงานเป็นนัยว่าผู้นำไต้หวันอาจพบกับนักการเมืองสหรัฐหรือทีมงานทรัมป์

บางคนอาจคิดถึงเรื่องการได้หน้าเสียหน้า โดยเฉพาะที่รัฐบาลจีนอาจต้องเสียหน้าอีกครั้ง แต่ หากมององค์รวม พลังอำนาจของจีนกำลังเติบใหญ่ขึ้น ไต้หวันไม่มีอะไรเทียบได้ ถ้าพิจารณาเฉพาะ 2 ประเทศ “จีนกำลังเติบใหญ่จนไต้หวันดูเล็กลงเรื่อยๆ” นี่คือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธ
            การที่ประธานาธิบดีไช่ได้คุยโทรศัพท์กับว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้แวะจอดพักบนแผ่นดินอเมริกา เยือนกระชับมิตรหลายประเทศที่มีความสัมพันธ์การทูตอย่างเป็นทางการ หรือแม้กระทั่งหากผู้นำไต้หวันได้พบปะกับว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ในเดือนนี้ ทั้งหมดช่วยให้เป็นข่าวได้อีกชิ้น ได้แหย่รัฐบาลจีนอีกครั้ง แสดงจุดยืนของตนอีกรอบ ชาวไต้หวันชื่นชมผู้นำของตนอีกหน แต่ทั้งหมดไม่ช่วยให้ไต้หวันดู “ใหญ่ขึ้น”
            ต้องแยกแยะระหว่าง “เวทีการเมืองในประเทศ” กับ “เวทีโลก”

ไต้หวันเป็นประเทศที่ถูกมหาอำนาจจีนกดดันทางการทูตอย่างหนักและต่อเนื่อง จนเหลือพื้นที่ให้มีบทบาทในเวทีโลกเพียงน้อยนิด เสียโอกาสและประโยชน์มากมายจากภาวะไร้ความสัมพันธ์การทูต การมีความสัมพันธ์การทูตจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ในอีกด้านหนึ่ง ไม่ว่านานาชาติจะรับรองหรือไม่ ไต้หวันยังดำรงอยู่เป็นไต้หวัน อีกทั้งเจริญก้าวหน้าพัฒนากลายเป็น NICs ควรชื่นชมว่าแม้อยู่ใต้แรงกดดันมหาศาล ไต้หวันยังไปได้ไกลถึงเพียงนี้
อธิปไตยทางกฎหมายระหว่างประเทศจะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออนาคตของชาวไต้หวันไปอีกนาน
-------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง : 
เพื่อผลประโยชน์ต่อต้านโซเวียตรัสเซียในสมัยสงครามเย็น รัฐบาลสหรัฐจึงตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน เป็นเหตุให้ไต้หวันกลายเป็นประเทศที่นานาชาติไม่ยอมรับว่าเป็นประเทศ ผู้นำไต้หวันทุกยุคทุกสมัยจึงพยายามดิ้นรนแสดงความเป็นตัวตน เทคนิคที่ประธานาธิบดีไช่ทำครั้งนี้คือติดต่อพูดคุยกับว่าที่ผู้นำประธานาธิบดีสหรัฐ กลายเป็นประเด็นให้วิพากษ์ ซึ่งแท้จริงแล้วมีความสำคัญต่อไต้หวันมากกว่านั้น

นโยบายจีนเดียว (one-China policy) ถูกอ้างว่าเป็นหนึ่งในรากฐานความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่ย้อนหลังถึงปี 1972 เมื่อ 2 รัฐบาลจับมือกันต้านสหภาพโซเวียต เป็นความสำเร็จทางการทูตครั้งใหญ่ในยุคนั้น ผู้นำโลกเสรีสามารถจับมือกับคอมมิวนิสต์จีน แต่บริบทโลกเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันไม่มีสหภาพโซเวียตอีกแล้ว รัสเซียในปัจจุบันมีสัมพันธ์ใกล้ชิดจีน ส่วนสหรัฐฯ แสดงท่าทีไม่เป็นมิตรต่อจีนมากขึ้น ชัดเจนขึ้น อะไรคือคุณค่าแท้ของนโยบายจีนเดียวในปัจจุบันและอนาคต

บรรณานุกรม:
1. Cohen, Warren I. (2002). The China Lobby. In Encyclopedia of American Foreign Policy (2nd Ed., Vol 1, pp.185-191). USA: Sage Publications.
2. Colcol, Erwin. (2017, January 5). Russia open to conduct joint military exercises with PHL, says envoy. GMA News. Retrieved from http://www.gmanetwork.com/news/story/594683/news/nation/russia-open-to-conduct-joint-military-exercises-with-phl-says-envoy
3.Jie, Shan. (2017, January 6). Tsai aims to meet Trump team during transit. Global Times. Retrieved from http://www.globaltimes.cn/content/1027522.shtml
4. Kazer, William. (2016, December 31). Taiwan’s Leader Says Planned U.S. Stops on Trip Will Be Unofficial, Routine. The Wall Street Journal. Retrieved from http://www.wsj.com/articles/taiwans-leader-says-planned-u-s-stops-on-trip-will-be-unofficial-routine-1483181381
5. Kondapalli, Srikanth. (2008). China, People’s Republic of. In The Encyclopedia of the Cold War: A Student Encyclopedia. (pp.401-408). USA: ABC-CLIO.
6. Krasner, Stephen D. (1999). Sovereignty: Organized Hypocrisy. New Jersey: Princeton University Press.
-----------------------------

วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2560

โอบามาเลือกที่จะเล่นงานรัสเซีย ปกป้องคณาธิปไตยอเมริกา

1 มกราคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7360 วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ.2560)

            ประธานาธิบดีบารัก โอบามามีคำสั่งตอบโต้รัสเซียที่แทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดี 2016 ถือเป็นการบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย ความน่าเชื่อถือต่อกระบวนการเลือกตั้งและสถาบันการเมืองอเมริกา
            โทษฐานการขโมยและเปิดเผยข้อมูลลับ การคุกคามจากหน่วยงานความมั่นคงรัสเซีย จึงลงโทษเจ้าหน้าที่ข่าวกรองรัสเซีย 2 นาย เจ้าหน้าที่ GRU (Glavnoe Razvedyvatel’noe Upravlenie - สำนักงานข่าวกรองกลาง) 4 นาย และบริษัทเอกชน 3 แห่งผู้จัดหาอุปกรณ์แก่ GRU พร้อมกับประกาศขับไล่เจ้าหน้าที่สถานทูตรัสเซีย 35 คนให้ออกนอกประเทศ ทั้งยังมีมาตรการลงโทษจากกระทรวงอื่นๆ และอาจมีมาตรการเพิ่มเติมในอนาคต ส่วนหนึ่งเป็นมาตรการลับ
            รัสเซียแฮ็กคอมพิวเตอร์เข้าขโมยข้อมูลลับ แล้วส่งให้เว็บไซต์อย่าง DCLeaks.com กับวิกีลีกส์ (WikiLeaks) นำไปเปิดเผยต่อสาธารณะ ข้อมูลลับที่ทางการให้ความสำคัญคือ อีเมลรั่วจากพรรคเดโมแครท รายงานร่วมของ 3 องค์กรรัฐผู้สืบสวน อธิบายรายละเอียดแฮ็กเกอร์ผู้ทำงานให้กับรัสเซียเจาะเข้าฐานข้อมูลของพรรคเดโมแครทตั้งแต่ปี 2015 และอีกครั้งในปี 2016 ก่อกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าคณะกรรมการพรรควางตัวไม่เป็นกลาง เข้าข้างฮิลลารี คลินตัน
            เหตุการณ์อีเมลรั่วเป็นข่าวตั้งแต่ช่วงหาเสียง เป็นประเด็นโจมตีฮิลลารี บางส่วนของข้อสรุปล่าสุดเป็นข้อสรุปเดิมของหน่วยความมั่นคงตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ด้านรัสเซียปฏิเสธความเกี่ยวข้อง ส่วนทรัมป์เห็นว่าข้อสรุปเชื่อถือไม่ได้

ประเด็นวิพากษ์ :
ประการแรก มีผลต่อการเลือกตั้งมากเพียงไร
            รายงานสรุปว่ามีผลต่อการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้สรุปว่ามีผลมากน้อยเพียงไร เช่น มีผลกี่คะแนน เป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักมากจนทำให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้งหรือไม่ คงจะยากเต็มทนถ้าจะพิสูจน์ตามหลักวิชาการ

            ประการที่ 2 รัฐบาลสั่งลงโทษแต่ไม่ผลต่อการเลือกตั้ง
            แม้รัฐบาลโอบามามีข้อสรุปชัดว่าทางการรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้ง เอื้อประโยชน์ทรัมป์ ถึงกับมีคำสั่งลงโทษหลายประการดังกล่าวข้างต้น แต่กลับไม่ทำอะไรต่อผลการเลือกตั้ง ทรัมป์ยังเป็นว่าที่ประธานาธิบดีผู้เข้าพิธีสาบานตนในวันที่ 20 มกราคม

            ถ้าเชื่อว่ารัสเซียแทรกแซงจริง เท่ากับรัสเซียได้ “กำไรมหาศาล” เพราะได้ประธานาธิบดีคนใหม่ที่เป็นมิตรกับตน
ในการอภิปรายตัวต่อตัวรอบสุดท้าย ฮิลลารีชี้ว่ารัสเซียแฮ็กข้อมูลลับของอเมริกาแล้วส่งให้วิกีลีกส์ รัฐบาลรัสเซียกำลังช่วยทรัมป์ กล่าวหาว่าหากทรัมป์ชนะเลือกตั้งจะเป็นหุ่นเชิด (puppet) ของรัสเซีย

เมื่อรัฐบาลไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้ง อนาคตอาจถูกแทรกแซงมากขึ้นอีก ควรถือเป็นความ “อ่อนด้อย” ของรัฐบาลโอบามาหรือไม่ กำลังแก้ไขปัญหาตรงจุดหรือไม่ มาตรการลงโทษมากพอหยุดยั้งการแทรกแซงในอนาคตหรือไม่

            ผู้นำประเทศมหาอำนาจ ชาติเสรีประชาธิปไตยที่น่าจะก้าวสู่ตำแหน่งอย่างสง่างาม สมศักดิ์ศรี บัดนี้ สิ่งที่ประธานาธิบดีโอบามาทิ้งไว้ คือรอยด่างอีกรอยของทรัมป์ เสริมความฉาวโฉ่ที่หลายคนหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์แง่ลบต่างๆ นานา
            ถ้าวิเคราะห์ในเชิงการเมือง กล่าวได้ว่าเป็นการบ่อนทำลายว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์และพรรครีพับลิกัน เรื่องนี้โทษใครคนอื่นไม่ได้เท่ากับโทษสังคมการเมืองอเมริกา

ประการที่ 3 คณาธิปไตยได้รับการปกป้องโดยกฎหมาย
            ข้อสรุปกรณีอีเมลพรรคคือ แฮ็กเกอร์กลุ่มหนึ่งเข้าขโมยความลับของคณะกรรมการพรรคเดโมแครท (Democratic National Committee) อันเป็นหลักฐานชี้ว่าผู้ใหญ่พรรคตั้งใจให้ฮิลลารีเป็นตัวแทนพรรคตั้งแต่ต้น คณะกรรมการพรรคจึงวางตัวไม่เป็นกลาง ช่วยฮิลลารีอย่างเป็นระบบตามแผนที่วางไว้ พยายามทำลายคะแนนนิยมของเบอร์นีย์ แซนเดอร์ส (Bernie Sanders) คู่แข่งคนสำคัญ ท้ายที่สุดฮิลลารีได้เป็นตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีบนความไม่เป็นกลางดังกล่าว

ข้อมูลอีเมลถูกปล่อยในช่วงหาเสียง คนของฮิลลารีกับเจ้าหน้าที่พรรคเห็นว่าน่าจะเป็นฝีมือแฮกเกอร์รัสเซีย จงใจปล่อยอีเมลในช่วงที่ส่งผลต่อฮิลลารีมากที่สุด พยายามชี้ว่าต่างชาติเข้าแทรกหวังบ่อนทำลายประเทศ แทนที่จะเอ่ยถึงความไม่เป็นกลางของพรรค

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คณะกรรมการใหญ่พรรคมีแถลงการณ์ขอโทษแซนเดอร์สกับผู้สนับสนุน Debbie Wasserman Schultz ประธานคณะกรรมการประกาศลาออก ข้อมูลจากอีเมลชี้ว่าคุณ Schultz เข้าข้างฮิลลารี แต่แถลงการณ์ยังย้ำว่าคณะกรรมการเป็นกลางไม่ได้เข้าข้างผู้สมัครคนใด

กลุ่มผู้สนับสนุนแซนเดอร์สเชื่อว่าพรรคเดโมแครทที่เขาสังกัดนั้นเป็นพรรคของชนชั้นปกครอง ฮิลลารีเป็นเพียงตัวแทนของชนชั้นปกครองที่จะเข้าควบคุมพรรคต่อไป ตรงข้ามกับแซนเดอร์สที่ไม่ใช่ตัวแทนของชนชั้นปกครอง อุตสาหกรรมทหาร ตลาดหุ้น Wall Street รัฐบาลอิสราเอล
ในช่วงหาเสียง แซนเดอร์สประกาศว่าจะ การปฏิวัติทางการเมือง“เพื่อดึงรัฐบาลคืนจากมือของพวกเศรษฐีพันล้านไม่กี่คน”
            รวมความแล้ว พรรคเดโมแครทแก้ปัญหาด้วยการที่ประธานคณะกรรมการลาออก แต่ไม่ยอมรับความไม่เป็นกลาง ทั้งๆ ที่อีเมลที่รั่วออกมาให้ข้อสรุปเช่นนั้น ประเด็นการสอบสวนเอาผิดจากรัฐบาลมุ่งลงโทษรัสเซียเจ้าของแฮ็กเกอร์ โทษฐานบ่อนทำลายความมั่นคง ความน่าเชื่อถือของสถาบันการเมือง

            ประธานาธิบดีบารัก โอบามากล่าวใน State of the Union Address ปี 2016 ครั้งสุดท้าย ความตอนหนึ่งว่า “ต้องลดอิทธิพลของเงินต่อการเมือง เพื่อไม่ให้คนไม่กี่ตระกูลกับผลประโยชน์ซ่อนเร้นซื้อการเลือกตั้ง” การที่บรรดาพวกมีเงินและอำนาจสามารถควบคุมการตัดสินใจต่างๆ อาจเป็นเหตุให้ประเทศต้องส่งทหารหนุ่มเข้าสงคราม เกิดวิกฤตเศรษฐกิจอีกครั้ง บั่นทอนความเสมอภาคและสิทธิในการลงคะแนนเสียง
            ประธานาธิบดีโอบามาเคยกล่าวถึงปัญหาพรรคเมืองสหรัฐ แต่พฤติกรรมของประธานาธิบดีโอบามาส่อว่ากำลังปกป้อง “ความไม่เป็นกลางในพรรค” ปกป้อง “คณาธิปไตยอเมริกา”
            เป็นผลงานชิ้นท้ายๆ ก่อนอำลาตำแหน่ง
---------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
อีเมลที่รั่วออกจากพรรคเป็นหลักฐานชี้ว่าเจ้าหน้าที่พรรคไม่ได้วางตัวเป็นกลาง ช่วยฮิลลารีอย่างเป็นระบบ ผู้ใหญ่ในพรรคตั้งใจให้ฮิลลารีเป็นตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีตั้งแต่ต้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอีกหลักฐานชี้ว่าพรรคอยู่ใต้อำนาจของผู้ใหญ่ นายทุนไม่กี่กลุ่ม ไม่ใช่พรรคของปวงชนอย่างแท้จริง นับวันการเมืองสหรัฐจะมีสภาพเป็นคณาธิปไตยในคราบประชาธิปไตย

บรรณานุกรม:
1. Costa, Robert., Philip, Rucker., & O'Keefe, Ed. (2016, July 25). A day of humiliation for party chair underscores Democratic divide. The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/politics/a-day-of-humiliation-for-party-chair-underscores-democratic-divide/2016/07/25/aaa9b512-5277-11e6-bbf5-957ad17b4385_story.html
2. Department of Homeland Security. (2016, December 29). Joint DHS, ODNI, FBI Statement on Russian Malicious Cyber Activity. Retrieved from https://www.dhs.gov/news/2016/12/29/joint-dhs-odni-fbi-statement-russian-malicious-cyber-activity
3. Diamond, Jeremy., Collinson, Stephen. (2016, July 28). Democrats accuse Trump of disloyalty over Clinton emails. CNN. Retrieved from http://edition.cnn.com/2016/07/27/politics/donald-trump-vladimir-putin-hack-hillary-clinton/
4. Full text: Donald Trump 2016 RNC draft speech transcript. (2016, July 21). Politico. Retrieved from http://www.politico.com/story/2016/07/full-transcript-donald-trump-nomination-acceptance-speech-at-rnc-225974
5. Perez, Evan. (2016, July 25). Sources: US officials warned DNC of hack months before the party acted. CNN. Retrieved from http://edition.cnn.com/2016/07/25/politics/democratic-convention-dnc-emails-russia/
6. Phillip, Abby., & Sullivan, Sean. (2016, July 25). Democratic National Convention: Speakers highlight Clinton’s achievements, denounce Trump after an acrimonious opening to the event. The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/politics/democratic-national-convention-warren-sanders-to-speak-tonight-as-party-tries-to-move-past-disarray/2016/07/25/93d4faba-5211-11e6-bbf5-957ad17b4385_story.html
7. Roberts, Paul Craig. (2016, August 1). Election Fraud and America’s Horror Story: How the Democrats Found a Boogeyman in Hillary’s Emails. Global Research. Retrieved from http://www.globalresearch.ca/election-fraud-and-americas-horror-story-how-the-democrats-found-a-boogeyman-in-hillarys-emails/5539294
8. Talev, Margaret., Epstein, Jennifer. (2015, October 12). In Debate, Clinton Says It's Time to 'Save Capitalism From Itself'. Bloomberg. Retrieved from http://www.bloomberg.com/politics/articles/2015-10-13/debate-in-vegas-will-hillary-clinton-give-her-competitors-an-opening-
9. The White House. (2016, January 12). President Obama’s 2016 State of the Union Address. Retrieved from https://medium.com/@WhiteHouse/president-obama-s-2016-state-of-the-union-address-7c06300f9726#.nni0zwom1
10. The White House. (2016, December 29). The Administration’s Response to Russia: What You Need to Know. Retrieved from https://www.whitehouse.gov/blog/2016/12/29/presidents-response-russias-actions-during-2016-election-what-you-need-know
11. US-CERT. (2016, December 29). Joint DHS, ODNI, FBI Statement on Russian Malicious Cyber Activity. Retrieved from https://www.us-cert.gov/sites/default/files/publications/JAR_16-20296A_GRIZZLY%20STEPPE-2016-1229.pdf
12. Weise , Elizabeth. (2016, December 12). Yes, Donald Trump, you can catch hackers not in the act. USA Today. Retrieved from http://www.usatoday.com/story/tech/news/2016/12/12/trump-election-russia-interference-hacking-mock-twitter-tweet/95332544/
-----------------------------

อาเซียนแทรกแซงเมียนมา หรือเมียนมาแทรกแซงอาเซียน

15 ตุลาคม 2017 ชาญชัย คุ้มปัญญา (ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “ สถานการณ์โลก ” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7646 วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2560) ...