ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 5

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์
ชาญชัย

ตัวอย่างประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

สงครามเย็น โลกาวิวัตน์ และภาวะโลกร้อน

“สงครามเย็น”
            · สงครามเย็น (Cold War) หมายถึง สภาพที่มีความตึงเครียด การแข่งขันระหว่างค่ายประชาธิปไตยที่มีสหรัฐฯ เป็นผู้นำ กับค่ายคอมมิวนิสต์ที่มีสหภาพโซเวียตเป็นผู้นำ
            o เกิดขึ้นช่วงปี 1945 - 1991
           o เป็นสภาวะที่อภิมหาอำนาจทั้งสองมีความขัดแย้ง แต่ไม่ได้ถึงกับทำสงครามต่อกันโดยตรง
            o แต่ต่อสู้ด้วยวิถีทางอื่นๆ เช่น การโฆษณาชวนเชื่อ การแข่งขันพัฒนากองทัพ การให้ความช่วยเหลอทางเศรษฐกิจแก่ประเทศที่เป็นพวก
          o แต่มี “สงครามร้อน” ซึ่งดำเนินไปในลักษณะของสงครามตัวแทน (Proxy warfare) โดยอภิมหาอำนาจทั้งสองจะสนับสนุนกำลังทหารและอาวุธ ในกรณีที่เกิดการรบระหว่างฝ่ายนิยมประชาธิปไตยกับฝ่ายนิยมคอมมิวนิสต์ในประเทศที่สาม เช่น สงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม

           · หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด สหภาพโซเวียตกับสหรัฐฯ คือสองประเทศที่มีอำนาจทางการเมืองอย่างแท้จริง แต่ด้วยความขัดแย้งทางอุดมการณ์การปกครอง ทำให้ต่างฝ่ายต่างระแวงต่อกันว่าจะกระทบต่อการปกครองของอีกฝ่ายหนึ่ง ความระแวงนี้ก่อให้ทั้งสองฝ่ายแสดงความปฏิปักษ์ต่อกัน พยายามแสวงหาประเทศอื่นๆมาเป็นพวก และเกิดความขัดแย้งทั้งใหญ่และตามมาอีกมาก

            o ฝ่ายสหรัฐฯ ด้วยความกลัวอิทธิพลของคอมมิวนิสต์ที่ขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในยุโรปตะวันออก และทางเอเชีย ประธานาธิบดีทรูแมน จึงประกาศ วาทะทรูแทน (Truman Doctrine) มีเนื้อหาใจความว่าจะให้ความช่วยเหลือประเทศต่างๆ ให้พ้นจากการคุกคามของลัทธิคอมมิวนิสต์
          o มีการตั้งองค์การระหว่างประเทศอีกหลายอย่างที่แสดงถึงการจับขั้ว เช่น NATO Warsaw Pact

          · สงครามตัวแทนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่โดยเด่นที่สุดคือกรณีของเวียดนาม ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อขบวนการเวียดมินห์ภายใต้การนำของ โฮจิมินห์
          o โดยมี โว เหงียน เกียบ เป็นผู้บัญชาการรบสามารถเอาชนะกองทัพของฝรั่งเศสที่เมืองเดียนเบียนฟู และขับไล่อิทธิพลของฝรั่งเศสออกจากเวียดนามได้ ต่อมาได้มีการประชุมสันติภาพที่เจนิวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในการตกลงครั้งนั้นได้มีข้อสรุปให้แบ่งเวียดนามออกเป็นสองส่วน โดยเหนือเส้นขนานที่ 17 ให้เป็นเวียดนามเหนือภายใต้ชื่อ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเวียดนาม ปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ส่วนใต้เส้นขนานที่ 17 ให้เป็นเวียดนามใต้ใช้ชื่อว่าสาธารณรัฐเวียดนาม ปกครองแบบประชาธิปไตย โดยกำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อรวมประเทศภายในหนึ่งปี แต่ไปประสบผลสำเร็จ ขบวนการคอมมิวนิสต์เวียดนามเหนือที่มีสหภาพโซเวียตหนุนหลังได้ยกทัพเพื่อบุกเวียดนามใต้และจะสถาปนาเวียดนามให้เป็นคอมมิวนิสต์ทั้งประเทศ สหรัฐอเมริกาจึงได้เข้าสนับสนุนเวียดนามใต้ โดยจัดตั้งองค์การสนธิสัญญาป้องกันร่วมกันแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia Treaty Organization : SEATO ) ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ ปากีสถานและไทย เพื่อต้านคอมมิวนิสต์และส่งทหารเข้าช่วยเหลือเวียดนามใต้ 

            o สงครามเวียดนามกินระยะเวลายาวนานหลายปีและต้องยุติลงเนื่องจากสหรัฐอเมริกาถูกแรงกดดันจากประชาชนภายในประเทศและนานาชาติให้ถอนทหารออกจากสงครามเวียดนาม และปล่อยให้เวียดนามใต้เผชิญการรุกรานของเวียดนามเหนือตามลำพัง ซึ่งในที่สุดก็พ่ายแพ้ให้กับเวียดนามเหนือ เวียดนามจึงสามารถรวมประเทศเป็นหนึ่งเดียวภายใต้การปกครองแบบสังคมนิยมตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975 เป็นต้นมา

· กรณีความขัดแย้งในสงครามเย็น: สงครามเกาหลี
            o หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เกาหลีซึ่งก่อนหน้านี้ถูกยึดครองโดยญี่ปุ่น สหภาพโซเวียตเข้ามาปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นที่อยู่ในตอนเหนือของเกาหลี ส่วนใหญ่เข้ามาควบคุมทางตอนใต้ เป็นผลทำให้สหภาพโซเวียตได้สิทธิในดูแลเกาหลีเหนือ (เหนือเส้นขนานที่ 38) ส่วนสหรัฐฯกับพันธมิตรได้สิทธิในการดูแลเกาหลีใต้
            o ความขัดแย้งระหว่างสองรัฐบาลมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งในช่วงค.ศ.1950-1953 เกาหลีเหนือส่งทหารรุกรานเกาหลีใต้ ทำให้มหาอำนาจอื่นๆเข้าแทรกแซง รวมทั้งสหประชาชาติ
            สงครามเกาหลีเป็นครั้งแรกที่ มีทหารสหประชาชาติไปร่วมรบเพื่อปกป้องประเทศสมาชิก

“โลกาภิวัตน์”
            · นิยาม โลกาภิวัตน์ (globalization) ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง "การแพร่กระจายไปทั่วโลก; การที่ประชาคมโลกไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดใด สามารถรับรู้ สัมพันธ์ หรือรับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วกว้างขวาง ซึ่งเนื่องมาจากการพัฒนาระบบสารสนเทศเป็นต้น"
            · โลกาภิวัตน์ (globalization) หมายถึง สภาพที่ส่วนต่างๆ (ไม่ได้หมายถึงทุกส่วน) ของโลกติดต่อถึงกันได้โดยง่าย ทั้งทางด้านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง ทำให้ได้รับผลกระทบต่อกันและกันทั้งทางบวกและทางลบ ทั้งนี้สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากความก้าวหน้าทางการติดต่อสื่อสาร

            · ตัวอย่างทาง สังคม วัฒนธรรม
           o เด็กนักเรียนประเทศแอฟริกาผู้ยากไร้สามารถเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของนักเรียนยุโรป ญี่ปุ่น ผ่านทางอินเตอร์เน็ตของโรงเรียนที่ได้รับบริจาคจากองค์กรช่วยเหลือจากต่างประเทศ
          · ตัวอย่างทาง เศรษฐกิจ 
            o คนอินเดียที่กำลังอาศัยอยู่ในอินเดียเป็นพนักงานบัญชีให้กับบริษัทอเมริกันที่ตั้งอยู่ในอเมริกา บริษัทอเมริกันสามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้แม้แรงงานนั้นอยู่นอกเขตแดนอเมริกา
            o หุ้นไทยสามารถถูกซื้อโดยโบรกเกอร์หรือนักลงทุนต่างชาติในรูปแบบต่างๆ เงินบาทไทยถูกซื้อขายแบบเก็งกำไรจากนักเก็งกำไรทั่วโลก
            o วิกฤติเศรษฐกิจโลกที่เริ่มจากสหรัฐฯ ในปี 2008 กระทบไปหลายประเทศทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
            · ตัวอย่างทาง การเมือง
          o ภาพความปั่นป่วนวุ่นวายทางการเมืองภายในของประเทศหนึ่งที่แพร่ภาพผ่านเวบไซด์อินเตอร์เน็ตโดยที่เจ้าของประเทศไม่สามารถปิดหรือห้ามได้ทั้งหมด

            · การแพร่กระจายทั่วโลก การติดต่อได้ง่าย โลกมีสภาพเหมือนเป็นหนึ่งเดียวมากขึ้นนั้น ก่อเกิดทั้งผลดีและผลเสีย
            · โลกาภิวัตน์ปัจจุบันซึ่งมีสหรัฐฯเป็นอภิมหาอำนาจหนึ่งเดียว สนับสนุนลัทธิเสรีนิยม (Liberalism) ตรงข้ามกับลัทธิปกป้อง (protectionism)
            o รูปธรรมของลัทธิเสรีนิยม เช่น การค้าเสรี (free trade)
            o รูปธรรมของลัทธิปกป้อง เช่น การตั้งกำแพงภาษีศุลากร

            · โดยรวมแล้ว โลกาภิวัตน์เหมือนอัตราเร่ง ทำให้โลกติดต่อกันได้เร็วขึ้น มากขึ้น
            o ผลที่ตามมา เช่น ค้าขายได้เร็วขึ้น มากขึ้น
            · โลกาภิวัตน์ทำให้จีนกับอินเดียเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ประชากรหลายร้อยล้านพ้นจากความยากจน (เพราะมีงานทำ)

“สหรัฐฯ กับโลกาภิวัตน์”
            · หลังจากที่สหรัฐฯ อยู่ในภาวะโลกาภิวัฒน์มาหลายปี เริ่มปรากฎให้เห็นทั้งผลบวกและลบ
            · ในด้านผลบวก
            o สินค้าไฮเทคกับพวกซอฟแวร์ของสหรัฐฯส่งออกได้มากขึ้น
            o ชาวอเมริกันบริโภคสินค้านำเข้าในราคาที่ถูกกว่าผลิตในประเทศ เช่น ของเล่นกับเครื่องนุ่งห่มจากจีน เครื่องใช้ไฟฟ้าจากหลายประเทศในเอเชีย
            · ในด้านผลลบ
            o ชาวอเมริกันส่วนใหญ่มีรายได้ลดน้อยลง เพราะสินค้าที่ต่างประเทศผลิตได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า ทำให้บริษัทและโรงงานสหรัฐฯ ต้องลดค่าแรงแรงงานอเมริกันเพื่อให้แข่งกับสินค้าที่ผลิตจากต่างประเทศ
          o ภาคการเกษตรของสหรัฐฯ ย่ำแย่กว่าเดิม เพราะสู้ต้นทุนที่ต่ำกว่าของบางประเทศไม่ได้
          · ด้วยจากผลลบดังกล่าว ทำให้กลุ่มกรรมกรเห็นว่าสหรัฐฯ ควรดำเนินนโยบายลัทธิปกป้อง (protectionism) เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวอเมริกันตกงาน

“ไทยกับโลกาภิวัตน์”
            · โดยภาพรวมแล้ว ประเทศไทยแทบไม่ได้ต่อต้านหรือปฏิเสธโลกาภิวัตน์
            · การต่อต้านอาจมีในกลุ่มนักวิชาการบางส่วน กับพวกเอ็นจีโอบางกลุ่มเท่านั้น
          o ทั้งนี้เนื่องจากสังคมไทยมีลักษณะเปิดรับสิ่งต่างๆที่เข้ามา โดยแทบไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองหรือปกป้องทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน 
          o และแท้จริงแล้ว สังคมไทยมีลักษณะค่อนไปตามกระแสโลก โดยเฉพาะกระแสจากชาติตะวันตก
            · ชนชั้นนำกับพวกนายทุนใหญ่ของไทยสนับสนุนการค้าเสรี ดังนั้น จึงสนับสนุนโลกาภิวัตน์
            o สังเกตว่ารัฐบาลไทยสนับสนุนให้ต่างชาติมาลงทุน สนับสนุนการค้าเสรี ด้วยเหตุผลที่ว่าจะทำให้คนไทยมีงานทำ ประเทศพัฒนา

· ประโยชน์และโทษที่ไทยได้รับ
            o ประโยชน์ เช่น มีสินค้าหลากหลายให้เลือกบริโภคได้ ต่างชาติมาลงทุนในบางอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมอิเลคทรอนิกส์ อุตสาหกรรมรถยนต์ คนไทยส่วนหนึ่งมีงานทำในภาคการลงทุนจากต่างชาติ
            o โทษ เช่น วัฒนธรรมท้องถิ่นจางหายกลายเป็นวัฒนธรรมตะวันตกเข้าแทนที่ (การมีโทรศัพท์มือถือ) เกิดวัตถุนิยม แฟชั่นนิยม ขาดดุลการค้า ขาดอิสระในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจกับต่างประเทศ โดยเฉพาะนโยบายที่เกี่ยวกับการค้าการลงทุนของต่างประเทศ

“ภาวะโลกร้อน (Global warming)”
            · เกิดจากสารประกอบของก๊าซต่างๆ ที่อยู่ในชั้นบรรยากาศของโลก ซึ่งส่วนใหญ่คือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (อื่นๆ เช่น มีเทน) ดูดซึมแสงอินฟาเรดและกันรังสีความร้อนจากโลกไว้ เกิดสภาพที่เรียกว่า Greenhouse effect (สภาพเรือนกระจก)
            o Greenhouse effect เป็นศัพท์ที่ใช้ในทางเกษตร เป็นห้องปรับอุณภูมิเเรือนเเพาะชำเพื่อให้พืชเจริญเติบโตโดยไม่ถูกขัดขวางด้วยแสงแดดกับอุณหภูมิ
            o ปกติแสงอินฟาเรดบางส่วนจะสะท้อนกลับมายังโลก แต่หากเกิดภาวะที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาก จะยิ่งกันไม่ให้แสงอินฟาเรดหลุดออกไป

            · สาเหตุสำคัญที่สุดของการเกิดภาวะโลกร้อนคือจากเกิดก๊าซเรือนกระจก ที่มาจากการเผาผลาญพลังงานน้ำมัน ถ่านหิน และแก๊ส

            · ผลจากภาวะโลกร้อนได้แก่
            o ระดับน้ำในมหาสมุทรเพิ่มขึ้นจากสาเหตุหลักๆ คือ การขยายตัวของน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น รองลงมาเป็นการละลายของธารน้ำแข็ง
            o บางส่วนเกิดอุทกภัยรุนแรง บางส่วนเกิดภัยแล้ง คาดว่าประชากร 1 ใน 6 ของโลกจะเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มอย่างรุนแรง
            o ภาคการเกษตรเสียหาย พื้นที่เกษตรกรรมลดลง ทำให้บางประเทศผลิตอาหารไม่พอเลี้ยงประชากร อาหารจะแพงขึ้น ผู้มีรายได้น้อยจะได้ผลกระทบมากที่สุด เป็นภาระแก่รัฐบาล
            o ปัญหาจากภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม พายุ
            o โรคระบาดเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะมาเลเรีย
            o พื้นที่ชายทะเลจมใต้น้ำ เนื่องจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น เกิดปัญหาการว่างงานเพิ่มขึ้น และต้องการย้ายถิ่นฐาน
            o ปัญหาตามมา เช่น การต้องสร้างแนวเขื่อนป้องกันระดับน้ำที่สูงขึ้น ก่อสร้างสถานีสูบน้ำ การจัดเตรียมแผนงานเพื่ออพยพและตั้งถิ่นฐานใหม่ แผนงาน ป้องกันและควบคุมโรค เป็นต้น ซึ่งจะทำให้รัฐต้องเสีย ค่าใช้จ่ายและ ลงทุน เพิ่มขึ้นมากมาย
            · คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ หรือ “ไอพีซีซี” (Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) ที่ตั้งขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ไอพีซีซีชี้ว่า ก๊าซเรือนกระจก จะส่งผลกระทบต่อระบบลมฟ้าอากาศของโลก ทำให้รูปแบบการเกิดฝนเปลี่ยนแปลง และยังทำให้พายุมีกำลังความรุนแรงมากขึ้น อีกทั้งยังก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะจะเกิด ปัญหา ภัยแล้ง น้ำท่วม และแหล่งน้ำเหือดแห้ง

            · การแก้ปัญหาก็คือ การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 
              o ประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดคือสหรัฐฯ คือราวร้อยละ 23 ของจำนวนที่ทุกประเทศปล่อยทั้งหมด รองมาคือจีนราวร้อยละ 17 อันดับสามคืออินเดียราวร้อย 5-6

แนวทางแก้ไขภาวะโลกร้อน
            · ภาวะโลกร้อนเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยลำพังเพียงบางประเทศ แต่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกประเทศ
            · ในระดับนานาชาติมีความพยายามแก้ไขปัญหาโลกร้อน ความพยายามที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดอย่างหนึ่งคือ การทำพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) เป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศ กำหนดให้มีการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเรียกร้องให้ประเทศที่พัฒนาแล้วลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้ได้ 5.2 เปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าระดับการปล่อยก๊าซดังกล่าวของปี พ.ศ. 2533 ภายใน พ.ศ. 2555 (2012)
            · มีบางคนฝากความหวังไว้กับการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทั้งนี้เทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ดังกล่าวต้องมีราคาถูกสามารถใช้ได้อย่างกว้างขวาง

สหรัฐฯ กับภาวะโลกร้อน
            ผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด ทำให้การถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ได้เปลี่ยนหัวข้อจากคำถามที่ว่า "โลกกำลังร้อนขึ้นจริงหรือ" เป็น "ผลกระทบจากการที่โลกร้อนขึ้นจะส่งผลร้ายแรง และต่อเนื่องต่อสิ่งที่มีชีวิตในโลกอย่างไร"
            · ข้อเรียกร้องของสหรัฐฯในปัจจุบันจึงเปลี่ยนไปเป็นการเรียกร้องให้จีนกับอินเดีย ต้องลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกในอัตราเดียวหรือใกล้เคียงกับสหรัฐฯ
            · อีกมาตรการหนึ่งที่สหรัฐฯ กับบางประเทศเสนอคือ การใช้ Pollution Credit คือ โดยทางรัฐบาลของแต่ละประเทศจะกำหนดค่าของมลภาวะที่บริษัท หน่วยงานหนึ่งๆ จะสามารถปลดปล่อยออกมาสู่ธรรมชาติได้ ซึ่งหากบางองค์กรมีความจำเป็นต้องปล่อยก๊าซคาร์บอนออกมามากกว่าเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนดไว้ จะต้องจ่ายเงินซื้อสิทธิจากองค์กรอื่น ดังนั้น จึงเหมือนการที่ประเทศหนึ่งหรือบริษัทหนึ่งซื้อสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโควต้าของอีกประเทศหนึ่ง
            o ยกตัวอย่าง สมมุติว่าสหรัฐฯสามารถปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ปีละ 100 หน่วย แต่สหรัฐฯปล่อยทั้งหมด 120 หน่วย ดังนั้น สหรัฐฯต้องติดต่อขอซื้อสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากประเทศอื่นๆอีก 20 หน่วยที่ใช้สิทธิไม่ถึงที่ตัวเองมี
            o แต่ข้อเสนอนี้ มีนักวิชาการเห็นว่าเป็นการเอาเปรียบประเทศที่กำลังพัฒนาเพราะเป็นการพยายามหาทางออกเพื่อให้ประเทศตน สามารถดำเนิน กิจการอุตสาหกรรมโดยไม่ได้รับความเสียหาย ถึงแม้จะช่วยเหลือทางด้านการ เงินแก่ประเทศ กำลังพัฒนาก็ตาม แต่ก็คุ้มค่ากว่าที่จะมาพัฒนาโครงการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกกับกิจกรรมอุตสาหกรรมของรัฐตน และที่สำคัญคือการเข้าร่วมโครงการลดปริมาณ ก๊าซ เรือนกระจก ในความช่วยเหลือการเงินของประเทศที่พัฒนาย่อมต้องใช้เวลาในการดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆทำให้เกิดข้อจำกัดในการผลิตในกิจการอุตสาหกรรมของประเทศกำลังพัฒนา

            · ในปัจจุบัน สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนมากที่สุด ทั้งในแง่ปริมาณและในแง่สัดส่วน คือสหรัฐฯมีประชากรเพียง 4% ของโลก แต่ปล่อยก๊าซเรือกระจก ที่เป็นสาเหตุทำให้อุณหภูมิโลกร้อนสูงถึงราว 25% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากทั่วโลก

            · นายอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาสมัยปธน.บิล คลินตัน เป็นนักการเมืองที่สนใจประเด็นภาวะโลกร้อนเป็นอย่างมาก ได้สร้างภาพยนตร์สารคดี "An Inconvenient Truth" นำเสนอเรื่องราวปัญหาวิกฤติการณ์โลกร้อน

ไทยกับภาวะโลกร้อน
            · ประเทศไทยมีความพยายามในการลดภาวะโลกร้อน ตัวอย่างที่เห็นชัดส่วนหนึ่งมาจากภาคราชการ
            · ตัวอย่างการรณรงค์ของทางราชการไทย เช่น ก.ท.ม.ร่วมรณรงค์ลดปัญหาภาวะโลกร้อน ด้วยการปิดไฟวันละ 15 นาที ตามสโลแกนว่า “หยุดเพิ่ม ความร้อน ใส่กรุงเทพฯ”
            · นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมลงนามปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการลด ปัญหาภาวะโลกร้อน
            คำถาม รัฐบาลไทยควรดำเนินการอย่างไรกับภาวะโลกร้อน


· หลักนโยบายของไทย
            o ไม่ปฏิเสธแนวทางของนานาชาติ โดยเฉพาะข้อมติของสหประชาชาติ (ถ้ามี)
            o แต่ต้องรักษาผลประโยชน์ของไทย

· แนวทางการดำเนินนโยบายของไทย
            o ไทยควรฉวยประโยชน์จากการรณรงค์ภาวะโลกร้อน
            o ใช้เป็นข้อต่อรองกับสหรัฐฯ และประเทศที่สนับสนุนพิธีสารเกียวโต

· ภายในประเทศมีนโยบายแก้ไขอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง
            o มาตรการประหยัดการใช้พลังงาน เช่น การพัฒนาระบบขนส่งมวลชน
            o สนับสนุนอุตสาหกรรมให้เปลี่ยนหรือปรับปรุงเครื่องจักรที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
            o การปลูกป่าทดแทน ปลูกป่าเพิ่มเติม เพื่อเป็นตัวฟอกก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นออกซิเจนแทน
------------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…