ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มกราคม, 2013

เข้าใจอาเซียน ตอน: ลักษณะวิถีอาเซียน

การจะเข้าใจอาเซียนจำต้องเข้าใจ “ลักษณะวิถีอาเซียน” เพราะคือหลักคิด หลักปฏิบัติ การตัดสินใจเรื่องราวสำคัญๆ ของอาเซียน เป็นหลักการสำคัญในการศึกษาทำความเข้าใจอาเซียนอย่างเป็นระบบ มีหลักยึดที่สอดคล้องกับความเป็นอาเซียน
Taku Tamaki ได้ศึกษาวิถีอาเซียน (ASEAN way) และพบว่าการพยายามที่จะนิยามว่าอะไรคือวิถีอาเซียนนั้นมักจะก่อให้เกิดความสับสน วิธีที่ดีกว่าคือการตีความว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร มีลักษณะอย่างไร Amitav Acharya ชี้ว่า “วิถีอาเซียน” มีต้นกำเนิดจากการพูดถึง “แนวทางการแก้ไขความขัดแย้งและการสร้างความร่วมมือที่มีเอกลักษณ์ของชาติสมาชิกอาเซียนที่แสวงหาสันติภาพและความมั่นคงภูมิภาค” Hadi Soesastro กล่าวถึงวิถีอาเซียนว่า “สมาชิกอาเซียนเห็นพ้องที่จะวางบรรทัดฐานแห่ง “วิถีอาเซียน” เพื่อเป็นแนวทางจัดการความขัดแย้งภายในกลุ่ม             งานวิชาการจำนวนมากพยายามศึกษาแยกแยะลักษณะเฉพาะของอาเซียนที่เป็นเอกลักษณ์ พอใจประมวลประเด็นสำคัญๆ ได้ดังนี้ 1.ไม่แทรกแซงกิจการภายใน (Non-interference)
หลักการไม่แทรกแซงกิจการภายใน (Principle of Non-interference) คือหนึ่งในลักษณะเด่นชัดที่สุด ปรากฏอยู่ในกฎบัตรส…

เข้าใจอาเซียน ตอน: ความสำคัญของการศึกษาวิถีอาเซียน

หลายประเทศที่สัมพันธ์กับอาเซียน รวมทั้งนักวิชาการต่างประเทศจำนวนมากที่ศึกษาเรื่องราวของอาเซียนมักจะพบความประหลาดใจ ได้ประสบการณ์ใหม่ที่ไม่คุ้นเคย เป็นลักษณะเฉพาะของอาเซียนและถูกขนานนามว่าเป็น “วิถีอาเซียน” (ASEAN way)

Kasira Cheeppensook ชี้ว่าการศึกษาอาเซียนตามแนวทางอย่างเป็นเหตุเป็นผล (rationalist approaches) จะทำให้เข้าใจไขว้เขว เพราะการตัดสินใจของอาเซียนไม่ได้ดำเนินภายใต้สถาบันหรือกลไกที่มีหลักมีเกณฑ์แน่นอน การตัดสินใจของอาเซียนไม่ได้หมายความว่าไม่เหตุผล แต่รูปแบบหรือลักษณะการคิดการตัดสินใจมีความยืดหยุ่น เปลี่ยนแปลงไปตามบริบท ไม่ยึดกับหลักการหรือกฎเกณฑ์ชุดใดอย่างตายตัว เรื่องราวความประหลาดใจอธิบายได้ง่ายๆ เหมือนชาวตะวันตกคนหนึ่งที่ไม่เคยรู้ใจเข้าใจวัฒนธรรมของชาติตะวันออก เมื่อเขาพยายามตีความพฤติกรรม ความคิดความอ่านของชาวตะวันออกจะรู้สึกสับสน หลักการที่มีอยู่ไม่อาจใช้กับชาวตะวันออกได้อย่างสมบูรณ์ ดังที่ Amitav Acharya ให้ข้อสรุปว่าวิถีอาเซียนคือชุดของความคิดที่ต่างจากแนวทางของชาติตะวันตก ทางออกของเรื่องนี้จึงต้องศึกษาให้เข้าใจวัฒนธรรม ค่านิยม วิถีชีวิตของอาเซียนก่อน ความสำคัญของการศึกษา…

ก้าวย่างที่ถอยห่างออกจากอียูของเดวิด คาเมรอน

ถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เดวิด คาเมรอน ที่สัญญาจะจัดทำประชามติภายในสิ้นปี 2017 เพื่อให้ชาวอังกฤษตัดสินใจว่าประเทศควรเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปต่อหรือไม่กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์โดยเฉพาะในกลุ่มสหภาพยุโรป ใจความสำคัญคือนายกฯ คาเมรอนต้องการปรับความสัมพันธ์กับสหภาพยุโรปเสียใหม่ ทางเลือกแรกคืออังกฤษเป็นสมาชิกอียูต่อไปแต่ปรับความสัมพันธ์ให้ถอยห่างมากขึ้น ทางเลือกที่สองคือถ้าอังกฤษตกลงกับอียูไม่ได้ อังกฤษจะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกอียูถ้าผลประชามติออกมาเช่นนั้น ถ้อยแถลงของนายกฯ คาเมรอนสร้างความไม่พอใจแก่เยอรมนีกับฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเยอรมัน กีโด เวสเตอร์เวลลา ตำหนิว่าอังกฤษไม่ควรตัดสินใจทำอะไรง่ายๆ แบบนั้น “เยอรมนีต้องการให้สหราชอาณาจักรเป็นสมาชิกที่มีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในสหภาพยุโรปต่อไป ... การตัดสินใจเลือกเอาเฉพาะส่วนที่ตนชอบนั้นทำไม่ได้” และกล่าวอีกว่า “ยุโรปไม่ใช่ผลรวมของผลประโยชน์แห่งชาติแต่เป็นประชาคมที่มีชะตากรรมร่วมแม้ในยามยากลำบาก” ส่วนรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศส ลอรอนต์ แฟบิอุส กล่าวอย่างประชดประชันว่า “ถ้าสหราชอาณาจักรต้องการถอนตัวจากยุโ…

การเมืองในประเทศ ขวากหนามโอบามา ขวากหนามอเมริกา

วันที่ 21 มกราคม 2013 กลายเป็นวันประวัติศาสตร์ประเทศสหรัฐอเมริกาอีกวันหนึ่ง เมื่อบารัก ฮุสเซน โอบามา ที่ 2 ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของอเมริกากล่าวสุนทรพจน์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองท่ามกลางความยินดีของชาวอเมริกัน             สุนทรพจน์ครั้งนี้เมื่อเทียบกับครั้งเมื่อสี่ปีก่อนมีทั้งส่วนที่คล้ายกันและแตกต่างกัน โดยรวมแล้วให้ความสำคัญกับหลักประชาธิปไตย ยึดถือการอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นเป้าหมายการบริหารประเทศ สถานการณ์การการต่อสู้กับการก่อการร้ายกำลังดีขึ้น การเมืองระหว่างประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้น สหรัฐฯ ยังคงเป็นชาติมหาอำนาจ เศรษฐกิจประเทศกำลังฟื้นตัว อัตราคนว่างงานน้อยลง ต้องยอมรับว่าหลายเรื่องดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับสี่ปีก่อน ส่วนหนึ่งคือผลงานของประธานาธิบดีบารัก โอบามา และเป็นเหตุให้ได้รับการเลือกอีกสมัย สำหรับสี่ปีต่อจากนี้ ประเด็นสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่เฉพาะเรื่องความมั่นคงระหว่างประเทศ ไม่ใช่ปัญหาเศรษฐกิจโลก แต่รวมถึงปัญหาการเมืองภายในสหรัฐฯ ความแตกแยกระหว่างพรรคเดโมแครตกับพรรครีพับลิกัน ไม่สามารถตกลงในหลักการบริหารประเทศโดยเฉพาะการใช้จ่ายงบประมาณ การบริหารการเงินของภาครัฐ แ…

Fiscal Cliff: หนังเก่าฉายซ้ำ

หลังผ่านการเจรจาต่อรองหลายรอบทั้งทางตรงทางลับระหว่างพรรคเดโมแครตกับพรรครีพับลิกัน ผู้คนจำนวนมากทั่วโลกตั้งหน้าตั้งตารอข่าวว่าจะสามารถแก้ปัญหาทันสิ้นปีหรือไม่ ในที่สุดประธานาธิบดีบารัก โอบามาลงนามผ่านร่างกฎหมายเพื่อเลื่อนการตัดลดรายจ่ายและขึ้นภาษีบุคคลธรรมที่มีรายได้มากกว่า  4 แสนดอลลาร์ต่อปี หรือครัวเรือนที่มีรายได้มากกว่า 4.5 แสนดอลลาร์ต่อปี เป็นเวลา 2 เดือน ขยายความช่วยแก่ผู้ว่างงานตลอดปี 2013 ที่สุดของความพยายามจากทั้งสองฝ่ายในรอบที่แล้วทำได้เพียงเลื่อนปัญหาออกไปอีก 2 เดือน ดังนั้นเส้นตายของ Fiscal Cliff รอบใหม่นี้คือต้นเดือนมีนาคม มาถึงรอบนี้จุดยืนของพรรครีพับลิกันยังคงเดิมคือต้องการให้รัฐบาลกลางตัดลดงบประมาณ โดยเฉพาะงบประมาณสวัสดิการช่วยเหลือผู้ว่างงานกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยเพื่อแลกกับการที่พรรครีพับลิกันจะยอมเพิ่มระดับเพดานเงินกู้ วุฒิสมาชิก มิช แม็คคอนเนล กล่าวว่า โอบามาจะต้อง “ใช้จ่ายอย่างระมัดระวังและเป็นเวลาดีที่จะแก้เพดานหนี้” โฆษกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน นายจอห์น โบเนอร์ ให้เหตุผลว่า “คนอเมริกันไม่สนับสนุนเพิ่มเพดานหนี้หากรัฐบาลไม่ลดการใช้จ่ายด้วย” โดยสรุปคือพรรครีพับล…

ถอดรหัสสุนทรพจน์สองเลขาธิการอาเซียน

เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียนที่เพิ่งดำรงตำแหน่งครบวาระ 5 ปีได้กล่าวสุนทรพจน์สุดท้าย พร้อมกับที่นายเล ลุงมินห์ เลขาธิการอาเซียนคนใหม่จากประเทศเวียดนามกล่าวสุนทรพจน์แรกเมื่อเริ่มเข้าทำงาน             สุนทรพจน์ทั้งสองได้กล่าวถึงหรือสะท้อนให้เห็นภาพอาเซียนบางอย่างที่สำคัญ ทำให้เห็นความคืบหน้า โอกาส อุปสรรคและปัญหาสำคัญๆ ของอาเซียน บทความนี้ได้สังเคราะห์วิเคราะห์สุนทรพจน์ทั้งสอง และนำเสนอเรื่องราวทั้งหมดตาม 3 เสาหลักประชาคมอาเซียนพร้อมกับภาพรวม ดังนี้
ประการแรก ความท้าทายต่อเสาประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน             ในเรื่องทั่วๆ ไป เลขาธิการ เล ย้ำว่าจะพยายามขับเคลื่อนให้ชาติสมาชิกทุกประเทศลงนามข้อตกลงหรือปฏิบัติตามความร่วมมือต่างๆ ของอาเซียน เช่นสนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Treaty of Amity and Cooperation in Southeast Asia) เพิ่มความร่วมมือต้านภัยคุกคามรูปแบบใหม่ (non-traditional) เช่น การก่อการร้าย อาชญกรรมข้ามชาติ ภัยธรรมชาติ ความท้าทายที่สำคัญที่สุดยังเป็นเรื่องการสร้างความร่วมมือและไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างสมาชิก กา…

เข้าใจอาเซียน ตอน: อาเซียนอยากมีสมาชิกมากกว่าสิบประเทศหรือไม่

เป็นที่ทราบว่าเดิมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations) ที่ก่อตั้งในปี 1967 มีรัฐสมาชิกเริ่มต้นเพียง5 ประเทศ ต่อมาเพิ่มอีก 5 ประเทศจนกลายเป็น 10 ประเทศในปัจจุบัน คำถามเบื้องต้นคืออาเซียนจะมีสมาชิกมากกว่านี้ได้อีกหรือไม่ เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น             คำตอบมีได้หลายแง่มุม ดังต่อไปนี้
มุมมองจากภูมิศาสตร์ : ชื่อ ‘สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้’ ให้ความหมายชัดเจนในตัวเองว่าเป็นองค์กรระหว่างประเทศของชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้             คำว่า “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เริ่มใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรคือ สหรัฐอเมริกากับอังกฤษได้ตั้งศูนย์บัญชาการการรบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขึ้นในค.ศ.1943 การเรียกชื่อเช่นนี้เพื่อความเด่นชัดทางด้านภูมิศาสตร์ โดยหมายถึงภูมิภาคที่ประกอบด้วยประเทศเมียนมาร์ ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซียโดยไม่รวมถึงฟิลิปปินส์ จนในทศวรรษ 1960 จึงรวมฟิลิปปินส์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาค และในค.ศ.1984 เมื่อบรูไนได้รับเอกราชก็เข้าร่วม รวมทั้งติมอร์-เลสเตในค.ศ. 2002 รวมทั้งสิ…