วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557

วิกฤตสงครามกลางเมืองซีเรีย ความขัดแย้งที่ยังไร้ทางออก

27 มกราคม 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ได้รับการเผยแพร่ผ่าน ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2557, http://www.thaiworld.org/thn/thailand_monitor/answera.php?question_id=1311)

            ในรอบปี 2013 องค์กรสิทธิมนุษยชน (Human Rights Watch หรือ HRW) จัดให้ซีเรียเป็นพื้นที่แห่งความขัดแย้งที่ใช้อาวุธสงครามเข้าห้ำหั่นรุนแรงที่สุดของโลก ความขัดแย้งที่เริ่มในเดือนมีนาคม 2011 จากกลุ่มผู้ประท้วงจำนวนเพียงเล็กน้อย ตามกระแสอาหรับสปริง ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นความขัดแย้งในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ การที่เป็นเช่นนี้ต้นเหตุสำคัญประการหนึ่งมาจากการที่รัฐปราบปรามด้วยความรุนแรงและการแทรกแซงจากกองกำลังต่างชาติ ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด (Bashar Al Assad) ออกคำสั่งปราบปรามฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ระบุว่าเป็นพวกกบฏกับผู้ก่อการร้ายทั้งจากคนในประเทศและต่างประเทศ เพื่อพิทักษ์รักษาอธิปไตยแห่งชาติ ความมั่นคงเสถียรภาพของประเทศ
            แทนที่จะต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย กองกำลังติดอาวุธของฝ่ายต่อต้านเท่านั้น กองกำลังของรัฐบาลอัสซาดโจมตีพลเรือนที่อยู่ในเขตควบคุมของฝ่ายต่อต้านโดยไม่ยับยั้งชั่งใจ เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายคือต้องการขับไล่พลเรือนออกให้มากที่สุดเพื่อว่ากองกำลังฝ่ายต่อต้านจะได้อยู่ในพื้นที่อย่างโดดเดี่ยว ขาดกิจกรรมทางสังคมเศรษฐกิจที่จะเป็นประโยชน์แก่ฝ่ายต่อต้าน
            อีกสาเหตุหนึ่งคือ รัฐบาลอัสซาดหวังใช้การลงโทษหมู่ประชาชนเพื่อให้คนเหล่านั้นต่อต้านฝ่ายต่อต้าน และเพื่อเตือนคนในประเทศที่เหลือว่าชีวิตจะยากลำบากเพียงใดหากมีคนของฝ่ายต่อต้านอาศัยอยู่ในพื้นที่ของพวกเขา

            ผลลัพธ์คือ มีพลเรือนอพยพลี้ภัยออกจากถิ่นฐานของตนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี มีผู้อพยพจากภัยสงครามกลางเมืองซีเรียเกือบ 8 ล้านคน และอีก 10 ล้านคนอยู่ในสภาพที่จำต้องได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ฝ่ายรัฐบาลใช้ทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางการส่งความช่วยเหลือเหล่านี้ ไม่สนใจคำทักท้วงจากคณะมนตรีความมั่นคงที่ขอให้รัฐบาลซีเรียยุติพฤติกรรมดังกล่าว
            จำนวนผู้เสียชีวิตจากวิกฤตสงครามกลางเมืองกลายเป็นโศกนาฏกรรม มีผู้คาดว่าในแต่ละเดือนจะมีผู้เสียชีวิตจากอาวุธสงครามราว 5 พันคนต่อเดือน เป็นที่มาของยอดผู้เสียชีวิตทั้งสิ้นราว 130,000 - 150,000 คนจากความขัดแย้งในเวลาไม่ถึง 3 ปี ในจำนวนนี้ร้อยละ 35 เป็นพลเรือน ผู้เสียชีวิตเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นฝีมือจากกองกำลังฝ่ายรัฐบาล ที่ใช้อาวุธสงครามนานาชนิด ทั้งขีปนาวุธ จรวด ปืนใหญ่ ระเบิดลูกปราย (cluster bombs) อาวุธระเบิดอากาศเชื้อเพลิง (fuel-air explosives) การทิ้งระเบิดปูพรมทางอากาศ รวมทั้งการใช้อาวุธเคมี ที่โจมตีเป้าหมายทุกประเภท รวมทั้งเป้าหมายพลเรือนอย่างร้านขนมปัง โรงเรียน โรงพยาบาล ไม่เว้นแม้กระทั่งแพทย์พยาบาลเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วย

            กองกำลังรัฐบาลกระทำทารุณต่อพลเรือนและกองกำลังฝ่ายต่อต้านที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ มีเรื่องราวความโหดร้ายทารุณมากมายที่กองกำลังรัฐบาลกระทำต่อคนเหล่านั้น รวมถึงการสังหารหมู่อย่างเป็นระบบ
            ในอีกฝ่ายหนึ่ง กองกำลังฝ่ายต่อต้านมีส่วนในความโหดเหี้ยมนี้เช่นกัน โดยเฉพาะในหมู่มุสลิมสุดโต่ง (Islamist extremists) บางกลุ่มมีความเชื่อมโยงกับพวกอัลกออิดะห์

ทางออกที่ยังเป็นทางตัน:
            การเจรจาเพื่อหาทางออกเป็นแนวทางที่นานาชาติพูดถึงตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุ ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าปัญหาซีเรียต้องแก้ไขด้วยวิถีทางการเมืองเท่านั้น
            ตลอดเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา หลายฝ่ายได้พยายามพูดคุยหาทางออก เคยเชิญบุคคลที่โลกยกย่องอย่างนายโคฟี่ อานัน เป็นตัวแทนจากนานาชาติเพื่อเป็นคนกลางเจรจา แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยประสบความสำเร็จแม้แต่เพียงครั้งเดียว แม้กระทั่งการขอให้สองฝ่ายหยุดยิงชั่วคราวก็ยังไม่เป็นผล
            การประชุมเจนีวา 2 (Geneva II) หรือการประชุมนานาชาติเพื่อยุติสงครามกลางเมืองซีเรียที่ดำเนินเมื่อปลายเดือนมกราคมนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีความพยายามประชุมตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว แต่ต้องเลื่อนแล้วเลื่อนอีกเพราะบางกลุ่มบางฝ่ายไม่ยอมเข้าร่วมประชุม
            เหตุผลสำคัญที่การเจรจาไม่ประสบผลคือ ต่างฝ่ายต่างยึดมั่นในจุดยืนของตน ประธานาธิบดีอัสซาดเห็นว่ารัฐบาลกำลังทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ รักษาความสงบเรียบร้อยจากพวกกบฏและผู้ก่อการร้ายซึ่งมีทั้งพวกที่เป็นชาวซีเรียกับชาวต่างชาติ รัฐบาลพร้อมเจรจากับประชาชนหากพวกเขาวางอาวุธ และอาจแก้ปัญหาด้วยการเลือกตั้ง การปราบปรามอย่างหนักชี้ชัดว่าประธานาธิบดีอัสซาดสู้ไม่ถอย ยังใช้ความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง พร้อมเผชิญหน้าแรงกดดันจากนานาชาติ
            ส่วน Syrian National Coalition ซึ่งเป็นแนวร่วมฝ่ายต่อต้านรัฐบาลตั้งเงื่อนไขว่าประธานาธิบดีอัสซัดจะต้องก้าวลงจากอำนาจและไม่มีส่วนทางการเมืองอีกต่อไป

            ด้านประชาคมโลก มีทั้งฝ่ายสนับสนุนกับฝ่ายต่อต้านอย่างชัดเจนเช่นกัน 11 ประเทศที่เรียกตัวว่า Friends of Syria อันประกอบด้วยประเทศอังกฤษ อียิปต์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี จอร์แดน กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย ตุรกี สหรัฐอาหรับเรมิเรตส์ และสหรัฐฯ เป็นผู้ให้การสนับสนุนแนวร่วมฝ่ายต่อต้าน แสดงจุดยืนว่าประธานาธิบดีอัสซาดกับบริวารจะต้องไม่มีส่วนในรัฐบาลเฉพาะกาล (Transitional Governing Body หรือTGB) ตามแถลงการณ์เจนีวา (Geneva communiqué) เมื่อปี 2012 เพื่อยุติความขัดแย้ง ประธานาธิบดีบารัก โอบามาขอให้ประธานาธิบดีอัดซาดก้าวลงจากตำแหน่ง ถ่ายโอนอำนาจแก่ประชาชนโดยสันติ เปลี่ยนจากระบอบอำนาจนิยมเป็นประชาธิปไตย เช่นเดียวกับที่รัฐบาลกาตาร์ตั้งเงื่อนไขว่าจะต้องไม่มีประธานาธิบดีอัสซาดและบริวารของตนใน TGB และประธานาธิบดีอัสซาดมีความผิดในเรื่องที่ก่อไว้

            ฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาลอัสซาดแห่งซีเรียอย่างชัดเจนคือรัสเซียกับอิหร่าน นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียกล่าวว่าจุดยืนของรัสเซียคือสนับสนุนการเจรจาอย่างสันติ ผ่านกลไกของคณะมนตรีความมั่นคง ดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ในเบื้องต้นยังสนับสนุนรัฐบาลอัสซาด ต่อต้านการแทรกแซงด้วยกำลังทหารจากต่างชาติ และยังขายอาวุธแก่รัฐบาลอัสซาดโดยอ้างว่าเป็นการส่งมอบอาวุธตามสัญญาที่ได้ตกลงไว้นานแล้ว
            อิหร่านเป็นอีกประเทศที่สนับสนุนรัฐบาลซีเรียอย่างเต็มที่ รัฐสภาอิหร่านเรียกร้องให้ประเทศซีเรียป้องกันไม่ให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการของโลกอาหรับ ย้ำว่าอิหร่านสนับสนุนการปฏิรูปของซีเรีย และชาวซีเรียเท่านั้นที่จะต้องร่วมหาทางออกแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยตนเอง

            การที่ประชาคมโลกแยกเป็นฝ่ายสนับสนุนกับฝ่ายต่อต้าน ทำให้คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติไม่อาจมีข้อมติใดๆ เพื่อการแก้ปัญหา ในทางตรงข้ามประเทศผู้สนับสนุนฝ่ายของตนไม่เพียงให้การสนับสนุนทางการเมืองระหว่างประเทศเท่านั้น ยังสนับสนุนด้วยวัตถุปัจจัยต่างๆ ตั้งแต่เงิน อาวุธยุทโธปกรณ์ ยาและเวชภัณฑ์ จนถึงอาหาร ทำให้กองกำลังของทั้งฝ่ายรัฐบาลอัสซาดกับฝ่ายต่อต้านต่างได้รับปัจจัยสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง สามารถทำสงครามสู้รบกันไปเรื่อยๆ

            สถานการณ์ความวุ่นวายมีความซับซ้อน เพราะมีกองกำลังต่างชาติเข้าผสมโรง กลุ่มก่อการร้ายหลายกลุ่มที่ใกล้ชิดกับอัลกออิดะห์ ซึ่งประกอบด้วยกองกำลังติดอาวุธจากหลายประเทศพากันหลั่งไหลเข้ามาสู้รบ Islamic State of Iraq and the Levant (ISIL) กับ Jabhat al-Nusra เป็นกองกำลัง 2 กลุ่มที่มีพลังมากที่สุด มีการจัดระเบียบองค์กรอย่างดี สามารถยึดครองพื้นที่หลายแห่ง จัดตั้งเขตปกครองของตน พร้อมกับให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่ยึดครอง จัดหาอาหาร การบริการทางสังคม มีกฎระเบียบควบคุมสังคมของตนเอง ทั้ง 2 กลุ่มต้องการสถาปนารัฐอิสลามตามแนวทางของตน หากกลุ่มเหล่านี้ก่อการสำเร็จเท่ากับว่าพวกเขาซึ่งเป็นคนต่างชาติได้กลายเป็นผู้ปกครองประเทศแทน อาจมีการเปลี่ยนชื่อประเทศ ไม่มีประเทศซีเรียอีกต่อไป
            ISIL กับ Jabhat al-Nusra กลายเป็นปัญหาที่ทับซ้อนเข้ามา เพราะไม่อยู่ภายใต้อำนาจของแนวร่วมฝ่ายต่อต้าน ไม่ยอมรับการเจรจาระหว่างฝ่ายต่อต้านกับรัฐบาล ดังนั้น การประชุมสันติภาพเจนีวาจึงไม่มีผลต่อกลุ่มเหล่านี้ นักวิเคราะห์หลายคนจึงไม่เชื่อว่าวิกฤตซีเรียจะแก้ได้ด้วยการเจรจาเพียงอย่างเดียว

            การเจรจาเพื่อหาทางออกด้วยวิถีทางการเมืองจึงยังไร้ข้อยุติ เพราะทุกฝ่ายต่างยึดมั่นจุดยืนของตนเอง ฝ่ายหนึ่งปกป้องอธิปไตย ต่อต้านผู้ก่อการร้าย ในขณะที่อีกฝ่ายต้องการขับไล่รัฐบาลทรราช และพวกที่ต้องการสถาปนารัฐอิสลามตามแนวทางของตน วิกฤติสงครามกลางเมืองซีเรีย กลายเป็นภาวะชะงักงันทางการเมืองระหว่างประเทศ ท่ามกลางการปะทะด้วยอาวุธสงครามอย่างต่อเนื่อง

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
            ความรุนแรงในซีเรียเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความขัดแย้งทางการเมืองที่ขยายตัวกลายเป็นสงครามกลางเมือง ความขัดแย้งก่อให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงกว่าเดิม จากการชุมนุมโดยสงบกลายเป็นการใช้อาวุธ กลายเป็นสงครามกลางเมือง กลายเป็นสมรภูมิที่มีกองกำลังนอกประเทศเข้ามาร่วมรบ กองกำลังต่างชาติบางกลุ่มมีเป้าหมายเพื่อสถาปนารัฐอิสลามตามแบบฉบับของตนเอง
            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในซีเรียเป็นอุทาหรณ์ว่าการป้องกันปัญหาง่ายกว่าและดีกว่าการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลอัสซาดหรือประชาชนที่ต่อต้านรัฐบาลคงไม่คิดว่าสถานการณ์จะบานปลายได้ถึงเพียงนี้ คงไม่มีใครเคยคิดมาก่อนว่าการประท้วงแต่เริ่มจากคนเพียงจำนวนเล็กน้อยจะกลายผู้เสียชีวิตนับแสนคน มีผู้ที่ต้องละทิ้งบ้านเรือนกลายเป็นผู้อพยพลี้ภัยอีกหลายล้านคน โดยที่ยังไม่มีใครรู้ว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้จะจบลงเมื่อไร และคงไม่มีใกล้คิดมาก่อนว่าจะมีกองกำลังติดอาวุธต่างชาติอาศัยสถานการณ์ความวุ่นวายเข้ามาก่อการเพื่อสถาปนาประเทศของพวกเขาเอง
            หนทางที่ดีกว่า หนทางที่ทุกฝ่ายต้องยึดมั่นคือการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรง จัดการปัญหาตั้งแต่เริ่ม ไม่ปล่อยให้บานปลายแล้วค่อยมาคิดแก้ไข ไม่เปิดโอกาสให้ต่างชาติใกล้มาแทรกแซงโดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้กำลังเพื่อให้คนในชาติฆ่าฟันกันเอง คนในชาติต้องไม่คิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัว หรือคิดแต่เพียงปกป้องครอบครัวคนใกล้ชิดเท่านั้น วิกฤตสงครามกลางเมืองซีเรียเป็นบทเรียนที่ทุกคนทั่วโลกควรได้เรียนรู้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกับประเทศตน
----------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง:
หลังสงครามกลางเมืองเกือบครบ 3 ปี การประชุมเจนีวา 2 กลายเป็นการประชุมระดับนานาชาติครั้งสำคัญยิ่ง การประชุมไม่น่าจะสามารถยุติข้อขัดแย้งตราบใดที่รัฐบาลอัสซาดไม่ก้าวลงจากอำนาจ และสหรัฐกับชาติพันธมิตรยังหนุนหลังฝ่ายต่อต้านที่มุ่งโค่นล้มรัฐบาล คำถามที่สำคัญกว่าการมีข้อตกลงคือ ข้อตกลงนั้นจะนำสู่ประเทศซีเรียที่มีบูรณภาพแห่งดินแดนหรือไม่ เป็นการยุติความขัดแย้งอย่างถาวรหรือไม่ ทั้งหลายทั้งสิ้นนี้พลเมืองซีเรียน่าจะเป็นผู้ตัดสินอนาคตของตนเอง 

บรรณนานุกรม:
1. Extremist groups hobble Syrian peace negotiations. (2013, October 22).The Times of India/AP. http://timesofindia.indiatimes.com/world/middle-east/Extremist-groups-hobble-Syrian-peace-negotiations/articleshow/24549382.cms
2. Feltman, Jeffrey D. (2011, November 9). U.S Policy on Syria. Retrieved from http://www.state.gov/p/nea/rls/rm/176948.htm
3. Foreign Minister Attends Meeting of Friends of Syria. (2013, October 22). QNA. Retrieved from http://www.qnaol.net/QNAEn/Local_News/Politics2/Pages/Foreign-Minister-Attends-Meeting-of-Friends-of-Syria.aspx
4. Iranian MPs Stress Support for Syrian Nation, Gov't. (2012, July 29). FARS. Retrieved from http://english.farsnews.com/newstext.php?nn=9104251929
5. Jabhat al-Nusra's rising in Syria. (2013, May 19). Al Jazeera. Retrieved from http://www.aljazeera.com/indepth/features/2013/05/20135161073885661.html
6. NATO: Russia may assist in destruction of Syria's chemical weapons. (2013, October 23). Haaretz. Retrieved from http://www.haaretz.com/.premium-1.553979
7. Roth, Kenneth. (2014). Rights Struggles of 2013. Retrieved from http://www.hrw.org/world-report/2014/essays/rights-struggles-of-2013
8. Syrian opposition says Assad cannot be part of deal. (2013, February 22). Reuters. http://uk.news.yahoo.com/syrian-opposition-says-assad-cannot-part-deal-005801308.html
9. Vladimir V. Putin. (2013, September 11).  A Plea for Caution From Russia. Retrieved from http://www.nytimes.com/2013/09/12/opinion/putin-plea-for-caution-from-russia-on-syria.html?pagewanted=all&_r=0
-----------------------------------

วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557

เจนีวา 2 จะเป็นทางออกของสงครามกลางเมืองซีเรียหรือ

26 มกราคม 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6291 วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ.2557) 
            ใกล้ครบ 3 ปีแล้วที่ “ซีเรียสปริง” กลายเป็นสงครามกลางเมืองที่ยังไร้จุดยุติ ผู้ที่ติดตามเรื่องราวซีเรียจะพูดทำนองเดียวกันว่าเป็นความขัดแย้งที่ซับซ้อน ทุกฝ่ายยอมรับว่าที่สุดแล้วต้องนำเรื่องมาสู่โต๊ะเจรจา แม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาจะมีการเจรจาหลายรอบทั้งแบบลับและเปิดเผย ผลลัพธ์ที่ออกมาคือความขัดแย้งดำเนินต่อไป การประชุมเจนีวา 2 (Geneva II) ที่กำลังดำเนินในขณะนี้เป็นความพยายามล่าสุด หลังจากเลื่อนการประชุมดังกล่าวมาแล้วหลายรอบ
            บทความนี้จะนำเสนอประเด็นสำคัญๆ บางประเด็นเพื่อช่วยในการทำความเข้าใจ วิเคราะห์ทิศทางอนาคต

จุดยืน จุดต่างของแต่ละฝ่าย :
            นายวาลิด อัลเมาเล็ม (Walid al-Moualem) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซีเรีย กล่าวก่อนเข้าเจรจาว่า รัฐบาลซีเรียมาประชุมเพื่อร่วมหาทางออก ต่อต้านการก่อการร้าย ไม่ได้มาเพื่อส่งมอบอำนาจแก่ฝ่ายต่อต้าน จุดยืนของรัฐบาลซีเรียคือแก้ปัญหาด้วยวิถีทางการเมือง พร้อมจะให้ปรับแก้รัฐธรรมนูญ สรรหาผู้นำประเทศคนใหม่ แต่ทั้งหมดต้องใช้วิธีการลงประชามติ ผ่านการเลือกตั้ง และรัฐบาลอัสซาดจะต้องเป็นรัฐบาลรักษาการและมีโอกาสบริหารประเทศต่อไปถ้าชนะการเลือกตั้ง
            ด้านนายจอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในที่ประชุมว่าจุดยืนของสหรัฐ “คือเจรจาตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล (Transitional Governing Body หรือTGB)” โดยที่ประธานาธิบดีอัสซาดจะไม่มีส่วนในรัฐบาลเฉพาะกาลนี้ คำกล่าวของรัฐมนตรีแคร์รี่สะท้อนจุดยืนของ 11 ประเทศที่เรียกตัวว่า Friends of Syria อันประกอบด้วยประเทศอังกฤษ อียิปต์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี จอร์แดน กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย ตุรกี สหรัฐอาหรับเรมิเรตส์ และสหรัฐอเมริกา ประเทศเหล่านี้ให้การสนับสนุนแนวร่วมต่อต้านรัฐบาลซีเรีย มีจุดยืนว่าประธานาธิบดีอัสซาดกับบริวารจะต้องไม่มีส่วนใน TGB

            ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย เป็นกลุ่มสำคัญอีกส่วนที่เข้าร่วมประชุม โดยเฉพาะแนวร่วมฝ่ายต่อต้านที่เรียกว่า Syrian National Coalition (SNC) มีจุดยืนต้องการโค่นล้มระบอบอัสซาด แต่นักวิเคราะห์บางคนเช่นนาย Joshua Landis ชี้ว่า SNC “เป็นหุ่นเชิดของอเมริกาและมีไว้เพื่อคุยกับอัสซาดเท่านั้น กลายเป็นคำถามว่าจะได้อะไรจากการประชุมเจนีวา 2”
            ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลอัสซาดยึดมั่นว่ารัฐบาลมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตย รักษาความสงบเรียบร้อย ปราบปรามผู้ก่อการร้าย ส่วนฝ่ายต่อต้านเห็นว่าต้องโค่นล้มระบอบทรราช เมื่อบวกกับการสนับสนุนจากต่างชาติ การที่ไม่มีฝ่ายใดสามารถมีชัยในการรบอย่างเด็ดขาด ความขัดแย้งซีเรียกลายเป็นภาวะชะงักงัน เป็นการสู้รบไปเรื่อยๆ อย่างไม่จบสิ้น และหากต่างฝ่ายยึดมั่นจุดยืนตามที่ประกาศไว้จริง เพียงเท่านี้ก็ทำนายผลการเจรจาได้ว่าไม่สามารถยุติความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าการที่ทุกฝ่ายยอมเข้าร่วมประชุมก็ด้วยมีเหตุสำคัญบางประการ มีความจำเป็นมากพอที่จะต้องเปิดการเจรจาใช้เวทีระดับนานาชาติ คำถามที่ตามมาคือใครจะเป็นผู้ได้ประโยชน์ พลเรือนซีเรียจะได้ประโยชน์หรือไม่

เพื่อผลประโยชน์ของคนซีเรีย หรือของใคร:
            ความขัดแย้งซีเรียที่เริ่มจากความขัดแย้งภายในประเทศ ปัจจุบันกลายเป็นความขัดแย้งที่หลายประเทศมีส่วนเกี่ยวข้อง ทุกประเทศอ้างว่าทำเพื่อประโยชน์ของคนซีเรีย แต่รายงานประจำปีขององค์กรสิทธิมนุษยชน (Human Rights Watch หรือ HRW) ที่ออกเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา วิพากษ์ว่ารัฐบาลสหรัฐจะต้องพยายามมากกว่านี้เพื่อกดดันรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ให้การสนับสนุนรัฐบาลอัสซาดที่สำคัญที่สุด ที่ผ่านมารัสเซียขายอาวุธแก่รัฐบาลซีเรียอย่างต่อเนื่อง ขัดขวางข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติเพื่อใช้กำลังจัดการกองทัพอัสซาด
            วิพากษ์ว่ารัฐบาลสหรัฐไม่สนับสนุนการนำเรื่องเข้าสู่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court) ด้วยเกรงว่าจะกระทบต่อรัฐบาลอิสราเอล ที่ขณะนี้ยังคงขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ เพื่อตั้งถิ่นฐานใหม่ๆ ในพื้นที่ Golan Heights ที่อิสราเอลยึดจากซีเรีย
            รัฐบาลในหมู่ชาติอาหรับหลายประเทศประณามพฤติกรรมของรัฐบาลซีเรีย แต่ในอีกด้านหนึ่งยังคงทำธุรกรรมการเงินกับซีเรีย ไม่ยอมคว่ำบาตรด้วยวิธีการดังกล่าวทั้งๆ ที่พิสูจน์แล้วทั่วโลกว่าเป็นวิธีคว่ำบาตรที่ได้ผล ประเทศเลบานอน อิรักและอียิปต์ยังคงขายน้ำมันแก่ซีเรีย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำหรับอาวุธสงครามที่ใช้เข่นฆ่าประชาชน

            นอกจากนี้ องค์กรสิทธิมนุษยชนยังชี้ว่ามีรายงานว่าประเทศซาอุดิอาระเบียกับกาตาร์สนับสนุนกลุ่มพวกสุดโต่ง ให้ทั้งเงินกับอาวุธเพื่อโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด ซึ่งเป็นการเติมเชื้อไฟให้สถานการณ์ทวีความรุนแรง เป็นอีกเหตุหนึ่งให้การฆ่าฟันดำเนินต่อไป
            ข้อมูลที่บางประเทศสนับสนุนฝ่ายต่อต้าน สอดคล้องกับประธานาธิบดีอัสซาดที่ชี้ว่า “ถ้ายุติการสนับสนุนด้านการเงินกับอาวุธแก่พวกกบฏแล้ว การแก้วิกฤตก็จะกระทำได้โดยง่าย” พร้อมกับกล่าวโทษประเทศกาตาร์ว่าเป็นประเทศแรกที่ให้อาวุธและเงินแก่ฝ่ายต่อต้าน ตุรกีอำนวยความสะดวกด้านการขนส่ง ส่วนซาอุดิอาระเบียให้ความช่วยเหลือตามมา จอร์แดนตอนแรกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ต่อมาก็มีส่วนหลังความขัดแย้งเกิดขึ้นราว 1 ปี และกล่าวโทษซาอุฯ “ดำเนินนโยบายของสหรัฐอย่างสัตย์ซื่อ” และ “ซาอุฯ ให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในซีเรียอย่างเปิดเผย ทั้งด้วยการให้เงิน อาวุธ การสนับสนุนทางการเมืองและสื่อ”
            เมื่อเดือนกันยายนปีก่อน ทีมงานด้านมนุษยชนสหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกประเทศหยุดส่งอาวุธแก่รัฐบาลกับฝ่ายต่อต้าน เพราะคนส่วนใหญ่เสียชีวิตด้วยอาวุธจำพวกปืนกับปืนครก ดังนั้น วิธีการที่จะช่วยยับยั้งไม่ให้ผู้เสียชีวิตเพิ่มมากกว่านี้คือต้องตัดการสนับสนุนด้านอาวุธ เพราะอาวุธเหล่านี้ถูกนำไปใช้สังหารพลเรือน ถือว่ากระทำผิดฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหรือกฎหมายอาชญากรสงคราม แต่ไม่มีประเทศใดให้ความสำคัญกับข้อเรียกร้องดังกล่าว
            พฤติกรรมของหลายประเทศที่กล่าวถึง ก่อให้เกิดคำถามว่าคำว่านโยบายของประเทศเหล่านี้มีเพื่อประโยชน์ของใคร

ยิ่งกว่าเพียงแค่มีทางออก :
            หากดูเผินๆ การเจรจาน่าจะเป็นเรื่องดี หลายประเทศพูดว่าเป็นการเจรจาเพื่อแสวงหาสันติภาพ แต่หากวิเคราะห์รายละเอียด จะเกิดคำถามว่าสันติภาพหรือการยุติความขัดแย้งหมายถึงอะไรกันแน่ ถ้ามองในมุมรัฐบาลสหรัฐกับพวกจะหมายถึงไม่มีระบอบอัสซาดอีกต่อไป เท่ากับว่าการประชุมเจนีวา 2 การจัดตั้ง TGB คือเครื่องมือโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด โดยอ้างว่ารัฐบาลอัสซาดสังหารประชาชนจำนวนมาก ไม่มีความชอบธรรมอีกต่อไป
            เรื่องที่กองทัพรัฐบาลอัสซาดสังหารประชาชนมีมูลความจริง แต่ในอีกด้านหนึ่งฝ่ายต่อต้านที่ Friends of Syria สนับสนุนก็สังหารประชาชนจำนวนมากเช่นกัน เกิดคำถามว่าหากระบอบอัสซาดขาดความชอบธรรมที่จะปกครองประเทศเพราะสังหารประชาชนจำนวนมาก ฝ่ายต่อต้านจะมีความชอบธรรมได้อย่างไร ประเด็นนี้เป็นที่ถกเถียงกันได้ แต่จำต้องมีข้อสรุปในที่สุด
            การที่บางประเทศพยายามผลักดัน TGB พร้อมกับชี้ว่าประธานาธิบดีอัสซาดต้องลาออกจากตำแหน่ง เป็นการช่วงชิงกรอบการเจรจาไปสู่ทิศทางดังกล่าว เกิดคำถามว่าแนวทางดังกล่าวคือความต้องการของคนซีเรียส่วนใหญ่จริงหรือไม่ กลุ่มประเทศที่ผลักดันมีสิทธิ์อะไรในการกำหนดอนาคตของประเทศอื่น ทั้งยังเกิดคำถามว่า ทำไมไม่สนับสนุนให้พลเมืองซีเรียแท้ๆ ตัดสินอนาคตของตนเอง

            สงครามกลางเมืองซีเรียที่ยืดเยื้อรุนแรงเกือบ 3 ปีจะต้องมีวันยุติแน่นอนไม่วันใดก็วันหนึ่ง การประชุมเจนีวา 2 อาจเป็นก้าวแรกของทางออก แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือปลายทางของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ประเทศยังจะมีบูรณภาพแห่งดินแดนหรือไม่ หรือแยกเป็น 3 ส่วน 4 ส่วน เป็นประเทศเล็กๆ ที่อ่อนแอ อยู่ใต้อิทธิพลต่างชาติ หรือเป็นเพียงการหยุดยิงชั่วคราวที่พร้อมจะปะทะกันอีก

            ในด้านรูปแบบการปกครองในอนาคต การที่รัฐบาลโอบามากับชาติตะวันตกหลายประเทศเรียกร้องให้ซีเรียเป็นประชาธิปไตย คำถามคือเมื่อเปลี่ยนแปลงแล้ว ใครจะรับประกันหรือให้สัญญาได้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของชาวซีเรียโดยรวมจะดีขึ้น ปัจจุบันมีตัวอย่างหลายประเทศในภูมิภาค ที่การแทรกแซงจากต่างชาติ การเปลี่ยนการปกครองเป็นประชาธิปไตยไม่ช่วยให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม บางประเทศกลับวุ่นวายอย่างหนัก กลายเป็นรัฐล้มเหลว เช่น อิรัก ลิเบีย
            มีความเป็นไปได้ว่าหากประธานาธิบดีอัสซาดก้าวลงจากอำนาจ มีโอกาสที่ซีเรียจะเหมือนอิรัก คือ สงครามกลางเมืองดำเนินต่อไป กองกำลังสุดโต่งบางกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสถาปนารัฐอิสลามตามแนวทางของตน พวกเคิร์ดทางตอนเหนือของประเทศแบ่งแยกดินแดน

            แนวทางหนึ่งที่น่าจะเป็นทางออกคือ เริ่มจากให้ทุกฝ่ายหยุดยิง กองกำลังรัฐบาลกลับเข้าที่ตั้ง และให้กองกำลังสหประชาชาติเข้าควบคุมแลความสงบเรียบร้อย ส่วนกองกำลังต่างชาติ ชาวต่างชาติที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายต้องออกจากประเทศทันที
            เมื่อสถานการณ์โดยรวมสงบ ไม่มีการปะทะด้วยอาวุธ จะเป็นการปูทางสู่การหาทางออกด้วยวิถีทางการเมือง ให้การตัดสินใจเป็นของพลเมืองซีเรีย เป็นโอกาสที่ระบอบอัสซาดจะต้องยอมถอยหนึ่งก้าว ไม่ยึดอำนาจไว้กับพวกตนฝ่ายเดียวอีกต่อไป เปิดทางให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในอำนาจการเมือง ตัดสินใจทิศทางการเมืองการปกครองในอนาคต โดยคำนึงถึงความเจริญที่ยั่งยืนเป็นที่ตั้ง
            นอกจากนี้ ให้กำหนดภารกิจหลักของรัฐบาลใหม่คือการสร้างความสมานฉันท์ บูรณะประเทศซึ่งคาดว่าต้องกินเวลาหลายปี นำประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติในที่สุด

            ที่สุดแล้ว พลเมืองซีเรียเท่านั้นคือผู้มีสิทธิ์ตัดสินอนาคตของตนเองและอนาคตของประเทศ ไม่ใช่เพียงเพื่อยุติความขัดแย้งอย่างฉาบฉวย แต่เพื่อการอยู่ร่วมของคนในชาติอย่างสมานฉันท์ อย่างอารยประเทศ และหากสงครามกลางเมืองซีเรียยุติลงด้วยดีจะเป็นการวางแบบอย่างที่ดีแก่ความขัดแย้งในที่อื่นๆ ทั่วโลก
----------------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
จากที่ลังเลใจมาตลอดหนึ่งปี พยายามเลื่อนการตัดสินใจว่าใครเป็นผู้ใช้อาวุธเคมีในซีเรีย เหตุการณ์การใช้อาวุธเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม กลายเป็นข้ออ้าง เป็นจุดเปลี่ยนนโยบายของโอบามาต่อซีเรีย สหรัฐคิดโจมตีกองทัพรัฐบาลอัสซาดด้วยตนเอง ด้วยไม่ฟังคำทัดทานจากหลายประเทศ เหตุผลหลักประการหนึ่งคือต้องการช่วยเหลือฝ่ายต่อต้านรัฐบาล
สมาชิกสหภาพยุโรปมีทั้งประเทศที่เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยกับการเสริมเขี้ยวเล็บแก่ฝ่ายต่อต้าน และมติยกเลิกคว่ำบาตรขายอาวุธแก่ฝ่ายต่อต้านไม่น่าจะมีผลใดๆ ทั้งด้านการรบกับการเมืองของซีเรีย เพราะมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องและอาจไม่ตรงความต้องการของฝ่ายต่อต้าน

บรรณานุกรม:
1.  Assad, Bashar al-. (2014, January 21). Bashar al-Assad Interview: The Fight against Terrorists in Syria. Retrieved from http://www.globalresearch.ca/bashar-al-assad-interview-the-fight-against-terrorists-in-syria/5365613
2. Most Syrians killed in unlawful conventional attacks, UN human rights panel says. (2013, September 16). UN News Centre. Retrieved from http://www.un.org/apps/news/story.asp?NewsID=45858&Cr=syria&Cr1=#.UjefPdJQGzk
3. Roth, Kenneth. (2014). Rights Struggles of 2013. Retrieved from http://www.hrw.org/world-report/2014/essays/rights-struggles-of-2013
4. Syria accuses the west of pouring arms into the hands of terrorists. (2014, January 22). The Guardian. Retrieved from http://www.theguardian.com/world/2014/jan/22/syria-west-terror-montreux-talks
5. Syria FM says Assad's status "red line". (2014, January 22). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/world/2014-01/22/c_133063483.htm
6. Syria opposition under pressure to join peace talks. (2013, October 21).  AFP. http://uk.news.yahoo.com/friends-syria-meet-rebels-push-peace-efforts-074044647.html#GrTzsHL
7. Syria talks unlikely to bear fruit: Iranian president. (2014, January 22). Tehran Times. Retrieved from http://tehrantimes.com/politics/113608-syria-talks-unlikely-to-bear-fruit-iranian-president-
8. Syria's Assad says Geneva II conference has no success factors. (2013, October 22). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/world/2013-10/22/c_125574707.htm
--------------------------

วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557

กระแสพลเอกซิซี อียิปต์ต้องการผู้นำเข้มแข็ง ต่อต้านภราดรภาพมุสลิม

19 มกราคม 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6284 วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ.2557)
            และแล้วการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญก็เสร็จสิ้น สื่อ Ahram Online ของอียิปต์รายงานเบื้องต้นว่ามีผู้ใช้สิทธิ์ทั้งหมด 20,308,358 คน ลงมติรับร่าง 19,538,071 คนหรือคิดเป็นร้อยละ 97.7 ไม่รับร่าง 475,091 คนหรือคิดเป็นร้อยละ 2.3 จากผู้มีสิทธิ์ทั้งสิ้น 52,742,139 คน
            เมื่อเทียบกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2012 ที่เนื้อหาอิงแนวทางของกลุ่มภราดรภาพมุสลิม (Muslim Brotherhood) พบว่าฉบับปี 2014 มีผู้มาใช้สิทธิ์มากกว่าราว 4 ล้านคน (ฉบับปี 2012 มีผู้ใช้สิทธิ์ราว 17.49 ล้านเสียง เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญร้อยละ 64 หรือเท่ากับ 11.19 ล้านเสียง)
            หากย้อนกลับไปเมื่อ 6-7 เดือนก่อน ฝ่ายต่อต้านประธานาธิบดีมอร์ซีเห็นว่าพวกตนมีความชอบธรรม ในการเรียกร้องให้รัฐบาลมอร์ซีลาออก เนื่องจากอ้างว่ามีรายชื่อผู้สนับสนุนพวกตนถึง 22 ล้านรายชื่อ ในขณะที่ประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซีได้รับคะแนนจากการเลือกตั้งเพียง 13 ล้านเสียง
            ผู้รับร่างกว่า 19.5 ล้านเสียงนี้นับว่าใกล้เคียงกับรายชื่อผู้สนับสนุนต่อต้านรัฐบาลมอร์ซี แม้ว่าจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์ทั้งหมด (ทั้งที่รับกับไม่รับร่าง) คิดเป็นเพียงร้อยละ 38 จากจำนวนผู้มีสิทธิ์ทั่วประเทศ 52.7 ล้านคน เป็นการยืนยันว่าน่าจะมีผู้ต้องการขับไล่รัฐบาลมอร์ซีมากถึง 20 ล้านคนจริง แต่ไม่ได้ยืนยันว่าคนอียิปต์ส่วนใหญ่เห็นด้วย
            ผลการเลือกตั้งสอดคล้องกับความเห็นของนักวิเคราะห์หลายคนที่ชี้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะต้องผ่านอย่างแน่นอน เพราะกลุ่มภราดรภาพมุสลิมกับพันธมิตรคว่ำบาตรการลงมติ ฝ่ายรัฐบาลชั่วคราวที่ควบคุมการเลือกตั้งดำเนินการหลายอย่างเพื่อให้ประชาชนลงคะแนนรับร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมกับเกิดกระแสอย่างต่อเนื่องเรียกร้องให้พลเอกอับเดล ฟัตตาห์ เอล-ซีซี (Abdul Fatah al-Sisi) ผู้นำการรัฐประหารลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
            การวิเคราะห์แนวทางนี้ นอกจากเป็นการปูทางให้พลเอกซีซีแล้ว ยังเป็นการชี้ว่าการรัฐประหารชอบธรรม ก่อการแล้วเสร็จ กำลังนำประเทศสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มาจากเลือกตั้ง แต่ในอีกมุมหนึ่งที่ไม่ควรละเลยคือ การพูดถึงฝ่ายสูญเสียนั่นคือกลุ่มภราดรภาพมุสลิม

ย้อนรอยการโค่นล้มรัฐบาลมอร์ซี การปราบปรามกลุ่มภราดรภาพมุสลิม :
            ย้อนหลังเดือนมกราคม 2011ชาวอียิปต์จำนวนหนึ่งลุกขึ้นประท้วงประธานาธิบดีฮอสนี่ มูบารัค พร้อมกับกระแสอาหรับสปริง ด้วยความไม่พอใจที่คนกลุ่มน้อยผู้มีอำนาจเสวยสุข ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ดำเนินชีวิตด้วยความยากลำบาก การประท้วงลงเอยด้วยการที่กองทัพยึดอำนาจแบบเงียบๆ 6 เดือนต่อมาประเทศจัดการเลือกตั้ง นายโมฮัมเหม็ด มอร์ซีชนะการเลือกตั้ง ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่มาจากการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม เป็นประธานาธิบดีของประชาชน
            แต่เนื่องด้วยประธานาธิบดีมอร์ซียึดหลักแนวทางของกลุ่มภราดรภาพมุสลิม จึงพยายามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (ปี 2012) ที่อิงแนวทางของกลุ่ม แรงต่อต้านเริ่มมีมากขึ้น ผนวกกับข้อกล่าวหาว่าพยายามรวบอำนาจ ถูกเปรียบเทียบว่าเป็นฟาโรห์องค์ใหม่ กระแสประท้วงรุนแรงมากขึ้นจนกองทัพต้องก่อการรัฐประหารอีกครั้งเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2013 เท่ากับว่าในเวลาไม่ถึง 3 ปี กองทัพก่อการรัฐประหารถึง 2 ครั้ง
            เรื่องไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะรัฐบาลเฉพาะกาลที่นำโดยประธานาธิบดีอัดลี มานซูร์ (Adly Mansour) ประกาศให้กลุ่มภราดรภาพมุสลิมเป็นองค์กรก่อการร้าย ทั้งที่โดยเนื้อแท้แล้วกลุ่มดังกล่าวคือกลุ่มศาสนากลุ่มหนึ่ง ต้องการสถาปนารัฐอิสลามตามแนวทางของตน แต่ฝ่ายรัฐบาลอ้างว่าคนของกลุ่ม รวมทั้งนายมอร์ซีกระทำความผิดหลายข้อที่ชี้ว่าเป็นผู้ก่อการร้าย
            เมื่อกลุ่มภราดรภาพมุสลิมกลายเป็นองค์กรก่อการร้าย รัฐบาลย่อมมีความชอบธรรม มีหน้าที่ดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มภราดรภาพมุสลิม ขวากหนามขนาดใหญ่ :
            การปราบปรามกลุ่มภราดรภาพมุสลิมไม่ใช่เรื่องใหม่ ในช่วงทศวรรษ 1950 สมัยประธานาธิบดีกามัล อับเดล นัสเซอร์ (Gamal Abdel Nasser) เคยทำการปราบปรามอย่างหนักมาครั้งหนึ่งแล้ว ทำให้ อิทธิพลของกลุ่มถดถอยลงไปมาก นักวิเคราะห์บางคนอธิบายว่าประธานาธิบดีนัสเซอร์ไม่ต้องการให้กลุ่มใดมาแข่งอิทธิพลกับตน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มศาสนาหรือพวกสังคมนิยมที่มีอิทธิพลในระยะนั้น
            ในทศวรรษ 1970 กลุ่มเริ่มฟื้นตัวพร้อมกับยุทธศาสตร์ใหม่ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือทางสังคม ทำงานผ่านมัสยิด องค์กรการกุศล สามารถตอบสนองความต้องการของชาวอียิปต์จำนวนมากที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐอย่างเพียงพอ พร้อมกับการเข้าไปมีบทบาทในกลุ่มทางสังคมต่างๆ สมาชิกของกลุ่มได้รับเลือกเป็นตัวแทนขององค์กรวิชาชีพต่างๆ จำนวนมาก ตั้งแต่แพทย์ วิศวกร จนถึงกลุ่มเกษตรกร
            พลังอำนาจของกลุ่มจึงฟื้นคืนมาและสะท้อนผ่านการเข้าไปมีบทบาททางการเมืองระดับประเทศ กรณีตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาเมื่อ 2005 ผู้สมัครของกลุ่มได้รับคะแนนเสียงจำนวนมากในการเลือกรอบแรก เมื่อมาถึงการเลือกรอบที่ 3 ตำรวจปราบจลาจลจำนวนมหาศาลปรากฏตัวในหลายพื้นที่ เพื่อขัดขวางไม่ให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่คูหา แม้ถูกขัดขวางขนาดนั้นยังกวาดชัยชนะถึง 88 ที่นั่งหรือราวร้อยละ 20 ของที่นั่งทั้งหมด ส่วนกลุ่มอื่นๆ เช่น พวก Nasserists พวกฝ่ายซ้ายและพวกเสรีนิยม รวมแล้วได้ 14 ที่นั่งหรือเพียงร้อยละ 3 เท่านั้น
            พลังการชุมนุมประท้วงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง เพราะกลุ่มประท้วงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศคือกลุ่มภราดรภาพมุสลิมที่สามารถระดมคนได้คราวละหลายหมื่นคน มีสมาชิกกระจายทั่วประเทศ ในขณะที่กลุ่มอื่นๆ ได้ระดับพันเท่านั้น
            นักวิเคราะห์บางคนจึงชี้ว่ากลุ่มภราดรภาพมุสลิมคือกลุ่มที่มีพลังอำนาจทางการเมืองมากที่สุด รองจากกองทัพเท่านั้น
            จึงไม่แปลกใจเมื่อเกิดอียิปต์สปริง โค่นล้มระบอบมูบารัค มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยตามแรงกดดันของชาติตะวันตก ฝ่ายของกลุ่มภราดรภาพมุสลิมชนะการเลือกตั้ง นายโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ผู้นำกลุ่มขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี บริหารประเทศตามแนวทางของกลุ่ม
            วิเคราะห์ต่อได้ไม่ยากว่า หากปล่อยให้รัฐบาลมอร์ซีบริหารประเทศต่อเนื่อง ทำการรวบอำนาจบริหาร จะกระทบต่อชนชั้นปกครองดั้งเดิมในที่สุด (ทั้งนี้ยังไม่กล่าวถึงประเด็นกลุ่มประเทศอาหรับไม่สนับสนุนรัฐบาลมอร์ซีซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญอีกข้อทำให้รัฐบาลมอร์ซีต้องล้มไปในที่สุด)
            เหตุผลลึกที่สุดของการประกาศให้เป็นองค์กรก่อการร้าย คือทำให้กลุ่มภราดรภาพมุสลิมเปลี่ยนจากกลุ่มที่มีพลังอำนาจทางการเมืองอันดับสองของประเทศ กลายเป็นกลุ่มผิดกฎหมายที่ไม่อาจเกี่ยวข้องกับตำแหน่งทางการเมืองอีกต่อไป ชวนให้ตั้งคำถามว่าทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับการกุมอำนาจของชนชั้นปกครองเดิมหรือไม่ การรัฐประหาร การลงมติร่างรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุด คือกระบวนการที่การเมืองอียิปต์หวนเข้าสู่แนวทางดั้งเดิม

อำนาจนิยมกับขนมปัง :
            นับจากอียิปต์ได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี 1922 ประเทศอยู่ภายใต้การปกครองราชาธิปไตย และเมื่อเกิดการปฏิวัติโดย Free Officers Movement ในปี 1952 อำนาจการปกครองตกอยู่ในมือของผู้นำกองทัพมาโดยตลอด
            หลายทศวรรษที่ผ่านมา แม้จะมีสัญลักษณ์บางอย่างที่แสดงความเป็นประชาธิปไตย เช่น มีหลายพรรคการเมืองหลายพรรค มีสหภาพแรงงาน มีกลุ่มการเมือง แต่เกือบทั้งหมดเป็นการจัดตั้งเพื่อแสดงภาพลักษณ์เท่านั้น อำนาจการปกครองที่แท้จริงอยู่ในชนชั้นปกครองกลุ่มเล็กๆ ซึ่งมักเป็นนายทหารกับข้าราชการระดับสูง
            ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ประชาชนอียิปต์ก่อการประท้วงครั้งใหญ่หลายครั้ง แต่ทั้งหมดเป็นการประท้วงเรื่องปากท้องเป็นหลัก ไม่มีการประท้วงครั้งใหญ่เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการหรือต่อต้านรัฐบาลคอร์รัปชัน เช่นในปี 1977 เกิด กบฏอาหาร ประท้วงรัฐบาลที่ลดการอุดหนุนราคาอาหารกับเชื้อเพลิง เหตุการณ์ซ้ำรอยอีกครั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2007 เมื่อรัฐบาลประกาศยกเลิกการอุดหนุนแป้งบางชนิด ทำให้ขนมปังขาดตลาด เกิดความวุ่นวายอยู่หลายเดือน
            การโค่นล้มระบอบมูบารัคเมื่อปี 2011 ก็ด้วยเหตุผลจากเรื่องปากท้องเป็นตัวจุดประเด็น แรงกดดันจากชาติมหาอำนาจ ทำให้ผู้นำกองทัพรวมทั้งตำรวจไม่เข้าปราบปรามอย่างเด็ดขาดเหมือนทุกครั้งที่ผ่าน ฝ่ายต่อต้านจึงประสบชัยชนะ นำสู่การเลือกตั้ง และได้ประธานาธิบดีมอร์ซี
            ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาคนอียิปต์จึงประท้วงรัฐบาลเพราะเรื่องปากท้องเป็นหลัก

ประวัตศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่ :
            ว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไปที่สื่ออียิปต์กับสื่อต่างประเทศหลายแห่งประโคมข่าว หากไม่ใช่พลเอกอับเดล ฟัตตาห์ เอล-ซีซี ผู้นำการรัฐประหาร ก็น่าจะเป็นคนสนิทคนใกล้ชิดของท่าน เป็นอีกหลักฐานที่ชัดเจนว่า ชนชั้นปกครองเดิมกำลังจะเข้าไปควบคุมอำนาจอย่างชอบธรรม (ในขณะนี้เป็นฝ่ายกุมอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่แล้ว ภายใต้รัฐบาลชั่วคราวที่นำโดยนายมานซูร์ ที่พลเอกซีซีเป็นผู้แต่งตั้ง)
            การลงประชามติต่อร่างรัฐธรรมนูญเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเพื่อปูทางสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ พูดได้อีกนัยได้ว่า การลงมติร่างรัฐธรรมนูญคือขั้นตอนหนึ่งของการเชิญตัวแทนของชนชั้นปกครองขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศอย่างชอบธรรม เป็นไปตามระบบการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยที่รัฐบาลชาติตะวันตกเรียกร้องตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน
            หากแนวทางการอธิบายข้างต้นถูกต้อง เท่ากับว่าการเมืองการปกครองอียิปต์ ณ วันนี้กำลังหวนคืนสู่ระบอบเดิมๆ ดังเช่นหลายทศวรรษที่ผ่านมา

            หากมองว่าการรัฐประหารเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมปีที่แล้วคือการที่กองทัพยึดอำนาจคืน ประวัติศาสตร์อียิปต์น่าจะบันทึกว่านับจากได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อกุมภาพันธ์ 1922 อำนาจการปกครองอียิปต์อยู่ในมือของระบอบกษัตริย์หรือทหารมาโดยตลอด มีเพียงกลุ่มภราดรมุสลิมที่สามารถครองอำนาจในช่วงสั้นๆ ราวปีเศษเท่านั้น

            ถ้าอธิบายควบคู่กับความต้องการของประชาชนตามที่สื่อนำเสนอ น่าจะสรุปได้ว่า ณ วันนี้ชาวอียิปต์ส่วนใหญ่ต้องการกินอิ่มนอนหลับมากกว่าประชาธิปไตยที่แท้จริง ต้องการระบบการเมืองที่มีเสถียรภาพ ต้องการให้รัฐบาลดูแลระบบเศรษฐกิจ ไม่ต้องการให้คนกลุ่มใดมาก่อความวุ่นวาย ทั้งหมดนี้สื่อหลายแห่งเสนอภาพว่าชาวอียิปต์เห็นว่านายพลซีซีมีความเข้มแข็งมากพอที่จะทำหน้าที่ดังกล่าว
            แต่ไม่ว่าชาวอียิปต์ต้องการกินอิ่มนอนหลับมากกว่าประชาธิปไตย มากกว่าแนวทางของกลุ่มภราดรภาพมุสลิมหรือไม่ ในวันข้างหน้าไม่ว่าใครเป็นผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมีโอกาสเผชิญหน้ากับมวลชนอีกแน่นอนหากไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องปากท้อง สถานการณ์จะกลับเข้าสู่เมื่อ 3 ปีก่อนอีกรอบ ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่ต้องติดตามต่อไป

            น่าจะสรุปได้ว่า อียิปต์สปริง หมายถึง การเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาเรื่องปากท้อง ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นหลัก แต่ด้วยแรงกดดันจากชาติมหาอำนาจตะวันตก ทำให้แนวทางประชาธิปไตยเข้ามาสอดแทรกในการเมืองอียิปต์มากขึ้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเมืองอียิปต์ในปัจจุบัน อย่างน้อยก็มีการลงมติร่างรัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี
            ส่วนที่อียิปต์จะเป็นประเทศประชาธิปไตยจริงหรือไม่ มากน้อยเพียงใด คงต้องดูจากรัฐบาลชุดใหม่ในอนาคตว่าจะดำเนินนโยบายปฏิรูปอย่างจริงจังหรือไม่ แต่หากเป็นเพียงลมปาก กลุ่มบุคคลที่กุมอำนาจการเมืองเศรษฐกิจยังเป็นกลุ่มเดิม ก็ยากจะเชื่อว่าอียิปต์มีการปฏิรูปอย่างจริงจัง ทั้งนี้ทั้งนั้น ประชาชนอียิปต์จำนวนมากอาจไม่สนใจเรื่องทำนองนี้ หากพวกเขายังมีกินมีใช้ตามอัตภาพ หรือหากสภาพการดำเนินชีวิตดีขึ้นเล็กน้อยก็จะสรรเสริญยกย่องรัฐบาล กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแนวทางอธิบายนี้ถูกต้องมากน้อยเพียงใด
            ทุกสังคมทุกประเทศต่างมีบริบท มีค่านิยม วัฒนธรรมทางการเมืองของตน ถ้าพูดว่าต้องการโค่นล้มระบอบมูบารัคเพื่อนำสู่ประชาธิปไตยที่แท้ตามแบบตะวันตก นับว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่มาก เพราะแท้ที่จริงแล้วชาวอียิปต์คุ้นเคยกับการอยู่ภายใต้ระบอบอำนาจนิยมดังที่เกิดขึ้นตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สิ่งที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ให้ความสำคัญคือเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันมากกว่า พวกเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ของแต่ละวันไปกับการทำมาหากิน เพื่อที่จะมีกินอิ่มท้องอีกวันหนึ่ง พวกเขาเห็นว่ารัฐบาลหรือระบอบการปกครองที่ดีหมายถึงจะต้องทำให้พวกเขากินอิ่มนอนหลับ และหากชาวอียิปต์ส่วนใหญ่ต้องการเช่นนี้ด้วยบริสุทธิ์ใจ ประชาคมโลกก็ควรให้การยอมรับการตัดสินใจดังกล่าว และหากชาวอียิปต์ต้องการปฏิรูปการเมืองตามแนวทางของตน ประชาคมโลกก็ควรให้การสนับสนุน
--------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง:
ในเวลาไม่ถึง 3 ปี ประเทศอียิปต์เกิดเหตุประชาชนขับไล่รัฐบาลมาแล้ว 2 ชุด คือรัฐบาลของประธานาธิบดีฮอสนี่ มูบารัค กับรัฐบาลของประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ทั้งสองครั้งประชาชนผู้สนับสนุนต่างประกาศว่าคือส่วนหนึ่งของอียิปต์สปริง เป็นชัยชนะของประชาชน การชุมนุมทั้งสองครั้งกองทัพอียิปต์เข้าเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และสหรัฐมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพอียิปต์มานานหลายทศวรรษแล้ว
ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการโค่นล้มระบอบของประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค มีรัฐบาลอเมริกันเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ช่วยให้ประเทศอียิปต์ได้รัฐบาลใหม่ นำโดยประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ประธานาธิบดีโอบามากล่าวกับประธานาธิบดีมอร์ซี ว่าสหรัฐสนับสนุนประชาชนอียิปต์และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยที่เคารพสิทธิของประชาชนอียิปต์ทุกคน
หลังชุมนุมยืดเยื้อ 6-7 สัปดาห์ รัฐบาลก็เข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของกลุ่มภราดรภาพมุสลิม เหตุการณ์ความรุนแรงลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะรอบปีที่ผ่านมาในสมัยที่มอร์ซีเป็นประธานาธิบดี กลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลมอร์ซีก็บาดเจ็บล้มตายจำนวนมากเช่นกัน เพียงแต่สถานการณ์วันนี้สลับฝ่ายสลับขั้ว

บรรณานุกรม:
1. Egyptians turn out to vote on draft constitution. (2014, January 14). Daily News Egypt . Retrieved from http://www.dailynewsegypt.com/2014/01/14/egyptians-turn-out-to-vote-on-draft-constitution/
2. Preliminary results: 97.7% of votes in favour of Egyptian draft constitution. (2014, January 16). Ahram Online. Retrieved from http://english.ahram.org.eg/NewsContent/1/64/91686/Egypt/Politics-/Preliminary-results--of-votes-in-favour-of-Egyptia.aspx
3. In Egypt Charter, New Rights, but No Great Change. (2013, December 1). The New York Times. http://www.nytimes.com/2013/12/02/world/middleeast/in-egypt-charter-new-rights-but-no-great-change.html?_r=0
4. Egypt prepares for worst ahead of Sunday protest. (2013, June 30). AP. Retrieved from http://news.yahoo.com/egypt-prepares-worst-ahead-sunday-protest-074010870.html
5. Naguib, Sameh. (2009). Egypt: The Moment of Change. El-Mahdi, Rabab., & Marfleet, Philip (editors). New York: Zed Books.
6. Muslim Brotherhood is a terrorist organisation: Cabinet. Daily News Egypt. http://www.dailynewsegypt.com/2013/12/25/muslim-brotherhood-terrorist-organisation-cabinet/. 25 December 2013.
----------------------------

วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2557

ISIL/ISIS กับความขัดแย้งรอบใหม่ในอิรัก

12 มกราคม 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6277 วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ.2557)
            ชื่อ Islamic State of Iraq and the Levant (ISIL) หรือ Islamic State in Iraq and Syria (ISIS) เริ่มเป็นที่รู้จักจากความขัดแย้งในประเทศซีเรีย เป็นกองกำลังติดอาวุธที่ค่อนข้างเป็นอิสระจากฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่ชาติตะวันตกให้การสนับสนุน และเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ISIL/ISIS เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในอิรัก
            ISIL/ISIS คือกองกำลังติดอาวุธที่เชื่อมโยงอัลกออิดะห์ ผู้นำปัจจุบันคือ Abu Baker Al Baghdadi อันที่จริงมีอัลกออิดะห์ในอิรักมานานแล้ว แต่ชื่อ ISIL เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปีก่อน เป็นความร่วมมือของมุสลิมสุดโต่งหลายกลุ่ม นาย Hoshyar Zebari รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิรักเชื่อว่า ISIL ประกอบด้วยกองกำลังทั้งหมดราว 12,000 นาย (ทั้งในอิรักกับซีเรีย)

            นับจากอิรักเริ่มมีรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนูรี อัลมาลิกี (Nouri Al-Maliki) ความขัดแย้งระหว่างพวกซุนนีอาหรับกับชีอะห์ก็รุนแรงมากขึ้น มีข่าวเหตุความรุนแรงเรื่อยมา ชนวนความรุนแรงล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจับกุมตัวนาย Ahmed al-Alwani ผู้แทนรัฐสภาคนสำคัญของซุนนีด้วยข้อหาว่าสนับสนุนอัลกออิดะห์ นายกฯ อัลมาลิกี สั่งสลายการชุมนุมของพวกซุนนี อ้างว่าเวทีชุมนุมเป็นศูนย์บัญชาการของอัลกออิดะห์ ทำให้พวกซุนนีออกมาประท้วงรุนแรงกว่าเดิม สองสามวันต่อมาเมื่อฝ่ายรัฐบาลถอนทหารออกจากพื้นที่เพื่อให้ตำรวจเข้าดูแลความเรียบร้อยแทน ปรากฏว่ากองกำลังของ ISIL ฉวยโอกาสเข้ายึดครองพื้นที่ดังกล่าว สามารถยึดครองเมืองฟาลลูจาห์ (Fallujah) กับเมืองรามาดี (Ramadi) ในจังหวัดอันบาร (Anbar) ทำให้กองทัพรัฐบาลเข้าโจมตีพวก ISIL โดยที่พลเมืองชาวซุนนีติดอยู่ระหว่างการปะทะดังกล่าว
            ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ซุนนีทุกคนที่สนับสนุน ISIL แต่บางส่วนสนับสนุน ISIL มากกว่าอดีต แหล่งข่าวบางแห่งชี้ว่าผู้นำท้องถิ่นบางคนวางตัวเป็นกลาง เรียกร้องให้กองทัพรัฐบาลกับกองกำลัง ISIL ออกไปต่อสู้นอกเมือง ไม่ต้องการให้เกิดการปะทะภายในตัวเมือง
            เช่นเดียวกับที่นายกฯ อัลมาลิกีเห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวข้อง จึงเรียกร้องให้ชาวเมืองฟาลลูจาห์ขับไล่พวกอัลกกออิดะห์ออกจากเมือง ในขณะที่กองกำลัง ISIL เรียกร้องให้ชาวบ้านซุนนีต่อสู้กับรัฐบาลอิรัก ชี้ว่าเป็นการเลือกระหว่างที่จะลุกขึ้นสู้หรือยอมเป็นทาสพวกชีอะห์

การปราบปราม ISIL/ISIS ไม่ช่วยยุติความขัดแย้งในอิรัก :
            สถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มุ่งให้ความสำคัญกับการก่อการของ ISIL ในจังหวัดอันบารกับเขตพื้นที่ใกล้เคียง แต่รากปัญหาไม่อยู่ที่ ISIL การปรากฏตัวของกลุ่มสุดโต่งเป็นการสะท้อนปัญหาเรื้อรังหลายอย่าง ข้อแรกคือความไม่พอใจของซุนนีอาหรับบางกลุ่มบางพวกที่เห็นว่ารัฐบาลปัจจุบันซึ่งนำโดยผู้นำชีอะห์เลือกที่รักมักที่ชัง เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งอยู่ในอำนาจของพวกชีอะห์ปฏิบัติต่อพวกตนอย่างไม่เป็นธรรม ข้อนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่สุด ความไม่พอใจของซุนนีนำมาซึ่งการไม่ให้ความร่วมมือ ต่อต้านรัฐบาล หลายปีที่ผ่านมามีข่าวการเสียชีวิตของทั้งพวกซุนนีกับชีอะห์อย่างต่อเนื่องปีละหลายพันคน ดังนั้น ไม่ว่าจะมีอัลกออิดะห์หรือ ISIL หรือไม่สองฝ่ายมีการปะทะกันอยู่แล้ว
            ผลที่ตามมาคือการแตกแยกร้าวลึกในอิรัก ต่างฝ่ายต่างไม่ไว้ใจต่อกัน เหตุความรุนแรงรายวันทำให้ชาวบ้านต้องพึ่งพาการปกป้องจากผู้ปกครองชนเผ่าหรือผู้ปกครองท้องถิ่น ที่แบ่งแยกชัดเจนว่าเป็นชีอะห์กับซุนนี สนับสนุนหรือต่อต้านรัฐบาล ในด้านการเมืองฝ่ายค้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นซุนนีอาหรับพยายามโค่นล้มรัฐบาลอัลมาลิกี ต่างฝ่ายต่างกล่าวหากันไปมา รัฐสภาไม่ได้ทำงานตามบทบาทหน้าที่ของตน
            เมื่อรัฐบาลกลางอ่อนแอ ไม่ได้รับความร่วมมือจากพวกซุนนี เขตภาคตะวันตกซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของพวกซุนนีจึงกลายเป็นจุดอ่อนให้อำนาจอื่นเข้าแทรก เกิดการปรากฏตัวของมุสลิมสุดโต่ง พวกที่ใกล้ชิดกับอัลกออิดะห์ กลุ่มที่เรียกว่า ISIL จึงเกิดขึ้นและตั้งมั่นอยู่ได้

            จะว่าไปแล้วการปรากฏตัวของอัลกออิดะห์เป็นเรื่องตลกร้าย เพราะ 11 ปีก่อนประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชอ้างการมีอยู่ของอัลกออิดะห์เป็นเหตุผลหนึ่งเพื่อโจมตีโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซน เรื่องนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าข้ออ้างที่รัฐบาลซัดดัมสนับสนุนพวกอัลกออิดะห์นั้นเป็นเท็จ เพราะในขณะนั้นไม่มีกลุ่มดังกล่าวในอิรัก พวกอัลกออิดะห์เริ่มปรากฏตัวอย่างจริงจังหลังสิ้นสุดระบอบซัดดัม ด้วยเหตุผลต่อต้านการยึดครองของกองทัพอเมริกัน ต้องการขับไล่พวกอเมริกันออกจากอิรัก พวกซุนนีหลายคนมีใจฝักใฝ่ต่ออัลกออิดะห์ และมีนักรบญิฮาดจากหลายชาติเข้ามาร่วมต่อต้านกองทัพอเมริกันในอิรัก
            อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านบางส่วนต่อต้านกลุ่มมุสลิมสุดโต่งหรือไม่ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เนื่องจากพวกเขาบังคับใช้กฎหมายอิสลามที่เข้มงวดในแบบฉบับของตนเอง ไม่ให้ความเคารพต่อผู้นำท้องถิ่น การสนับสนุนพวกมุสลิมสุดโต่งจึงเป็นพฤติกรรมที่มีเงื่อนไข ชาวบ้านบางส่วนยินยอม ทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งเพราะถือว่ามีศัตรูคนเดียวกัน
            ดังนั้น การปราบปราม ISIL จะไม่ช่วยแก้ไขรากความขัดแย้งของสังคมอิรักแต่ประการใด ในทางกลับกันอาจเป็นเหตุให้ความขัดแย้งซับซ้อนซึมลึกกว่าเดิม ทั้งรัฐบาลอิรักกับรัฐบาลอเมริกันต่างตระหนักเรื่องนี้ดี

ความสำเร็จของ ISIL/ISIS :
            การที่ ISIL สามารถตั้งมั่นในอิรัก ได้รับการยอมรับจากชาวอิรักบางส่วน นับเป็นความสำเร็จแรกของกลุ่มที่เพิ่งประกาศตัวอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี 2013 ข้อนี้เป็นข้อสำคัญที่สำคัญที่สุดที่ ISIL จะต้องรักษาไว้ให้ได้
            การที่รัฐบาลโอบามาประกาศสนับสนุนรัฐบาลอัลมาลิกี ประกาศว่าจะมอบอากาศยานตรวจการไร้คนขับกับขีปนาวุธเฮลไฟร์ (Hellfire – ใช้โจมตีเป้าหมายภาคพื้นดิน) แม้ไม่ใช่การส่งทหารเข้าร่วมรบ เพราะรัฐบาลโอบามาระมัดระวังตัวมาก พยายามจะถอยห่างออกจากอิรักให้มากที่สุด แต่สนับสนุนเหล่านี้นับว่าได้ดึงสหรัฐเข้าร่วมสมรภูมิในระดับหนึ่งแล้ว ถือเป็นความสำเร็จอีกขั้นของ ISIL นับจากนี้วงการเมืองสหรัฐจะต้องพูดถึงความขัดแย้งในอิรักมากกว่าแต่ก่อน
            ในอนาคตต้องติดตามว่า ISIL จะสามารถดึงการสนับสนุนจากนักรบญิฮาดทั่วโลกได้มากน้อยเพียงใด จะเกิดกระแสรณรงค์ทั่วโลกเพื่อโค่นล้มรัฐบาลอัลมาลิกีเหมือนอย่างการโค่นล้มระบอบอัสซาดแห่งซีเรียหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น จะเป็นการเติมเชื้อไฟครั้งใหญ่ในอิรัก กลายเป็นสมรภูมิที่รุนแรงไม่แพ้ซีเรียในขณะนี้ เมื่อถึงตอนนั้นรัฐบาลอัลมาลิกีจะต้องเผชิญศึกหนัก เกิดคำถามว่าการที่รัฐบาลโอบามาสนับสนุนรัฐบาลอิรักเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษกันแน่

มีความเป็นไปได้ว่า ISIL/ISIS จะถูกปราบ แต่จะคงอยู่ต่อไป :
            จากข้อมูลที่ปรากฏเชื่อว่า ISIL ในอิรักยังไม่เป็นกลุ่มก้อนที่มีเอกภาพ เพียงแต่มีอุดมการณ์ร่วมบางอย่าง อีกทั้งยังขาดความร่วมมืออย่างจริงจังจากพวกซุนนีอาหรับในอิรัก โอกาสที่กลุ่มเหล่านี้จะถูกปราบปรามจึงมีสูง
            อย่างไรก็ตาม ISIL ไม่น่าจะสูญพันธุ์จากอิรัก เหตุผลแรกคือได้รับการสนับสนุนจากชาวอิรักบางส่วนดังที่ได้อธิบายแล้ว เหตุผลต่อมาคือ ISIL เป็นเพียงชื่อของกลุ่มใหญ่ที่ประกอบด้วยกลุ่มย่อยๆ หลายกลุ่ม ดังนั้น แม้กลุ่มย่อยบางกลุ่มถูกปราบ ยังเหลือกลุ่มย่อยอื่นๆ และอาจมีกลุ่มย่อยอื่นๆ เข้ามาสมทบได้ตลอดเวลา เหมือนกับที่อัลกออะห์ไม่ได้สูญสลายแม้นายบิน ลาดิน อดีตผู้นำกลุ่มจะถูกรัฐบาลโอบามาจัดการไปแล้ว คุณ Katherine Zimmerman นักวิเคราะห์จาก American Enterprise Institute ชี้ว่า “เครือข่ายอัลกออิดะห์ผุดขึ้นมาในพื้นที่ๆ อำนาจรัฐอ่อนแอ” ดังเช่นที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศอียิปต์ ลิเบีย เยเมน และซีเรีย ไม่ขึ้นกับว่ามีผู้นำบิน ลาดินหรือไม่
            เหตุผลลึกๆ ประการต่อมาคือพวกอัลกออิดะห์ รวมทั้ง ISIL ได้รับการสนับสนุนทั้งอาวุธและเงินจากต่างชาติ มีท่อน้ำเลี้ยงชั้นเลิศ การจะถอนรากถอนโคนกลุ่มเหล่านี้จึงเกี่ยวข้องกับการเมืองระหว่างประเทศ เป็นการห้ำหั่นกันอย่างไม่ลดราวาศอก

            ถ้ามองในเชิงค่านิยมอุดมการณ์ นาย Efraim Karsh อาจารย์จาก Bar Ilan University และ Kings College ชี้ว่าปัญหาสำคัญคือ “ชาวอเมริกันกับพวกตะวันตกไม่ตระหนักว่าภูมิภาค (ตะวันออกกลาง) ศรัทธาในศาสนามาก ส่วนแนวคิดพวกชาตินิยม ลัทธิเสรีนิยมไม่ได้หยั่งรากลึก” ในสังคมอาหรับ เป็นคำตอบว่าทำไมรัฐบาลอัลมาลิกีจึงอ่อนแอ ระบบรัฐสภาไม่ทำงาน
            ก่อให้เกิดคำถามว่ารัฐบาลอเมริกันกับชาติตะวันตกเข้าใจเรื่องเหล่านี้หรือไม่ ทำไมจึงพยายามดันทุรังผลักดันให้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยตามแบบฉบับตะวันตก ทั้งๆ ที่รู้แก่ว่าใจว่ายากที่ประเทศเหล่านี้จะประสบความสำเร็จในฐานะชาติประชาธิปไตยในระยะเวลาอันสั้น

            โดยสรุปแล้ว ปัญหาหลักของอิรัก คือ ความไร้เอกภาพของคน 3 กลุ่มใหญ่ นั่นคือพวกอาหรับซุนนี พวกชีอะห์ และชาวเคิร์ด (พวกนี้ส่วนใหญ่เป็นมุสลิมซุนนี แต่มีเชื้อสายเคิร์ด มีเป้าหมายของตนเองคือต้องการปกครองตนเอง) เมื่อสิ้นสุดระบอบซัดดัม ประเทศเกิดสุญญากาศทางอำนาจ ผู้นำทางการเมืองของทั้ง 3 ฝ่ายพยายามช่วงชิงอำนาจ การต่อสู้แก่งแย่งทำให้ประเทศแตกแยก
            ความแตกแยกดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่รัฐบาลของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช ส่งกองทัพโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซน โดยอ้างว่ารัฐบาลซัดดัมแอบซ่อนอาวุธอำนาจทำลายร้ายแรง (weapons of mass destruction) และอาจส่งอาวุธดังกล่าวให้ผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะห์ใช้โจมตีสหรัฐ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง
            เหตุผลอีกข้อคือรัฐบาลบุชเชื่อว่าการโค่นล้มระบอบซัดดัมแล้วเปลี่ยนอิรักเป็นประเทศประชาธิปไตยจะเป็นประโยชน์ต่อชาวอิรัก แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ปรากฏอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
            บัดนี้ ISIL ปรากฏเป็นตัวแสดงตัวใหม่ น่าติดตามว่าบทบาทของกลุ่มนี้จะยิ่งทำให้สถานการณ์ในอิรักวุ่นวายกว่าเดิมหรือไม่ ในระยะยาวจะนำอิรักไปสู่ทิศทางใด เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับภูมิภาคตะวันออกกลางทั้งหมด เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านอิรัก เป็นส่วนหนึ่งของการจัดระเบียบตะวันออกกลาง และอาจชักนำสหรัฐให้ถลำลึกอีกครั้ง
--------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง 
10 ปีที่กองทัพสหรัฐฯ บุกโค่นล้มระบอบซัดดัม ช่วยสถาปนารัฐประชาธิปไตยอิรัก พบว่าจนบัดนี้อิรักยังไม่ได้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง กลายเป็นรัฐล้มเหลวที่ประกอบด้วยหลายกลุ่มอำนาจที่พยายามแย่งชิงผลประโยชน์ ก่อให้เกิดคำถามมากมายว่าอิรักในวันนี้ดีกว่ายุคซัดดัมหรือไม่ อะไรคือการปกครองที่ดี และจะพาอิรักออกจากสถานการณ์วุ่นวายในขณะได้อย่างไร ทั้งหมดนี้ประชาชนอิรักไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดต้องออกมาแสดงพลัง กำหนดอนาคตของตนเอง

2. ISIL/ISIS หวังโค่นล้มรัฐบาลอัลมาลิกี เสริมไฟสงครามกลางเมืองอิรัก
นับจากการก่อตั้ง ISIL เป้าหมายและการแสดงออกของกลุ่มนั้นชัดเจนและสอดคล้องกัน คือสถาปนารัฐอิสลามในอิรักกับซีเรีย การยึดพื้นที่ถิ่นอาศัยของพวกซุนนีดูเป็นเรื่องง่าย แต่หาก ISIL ต้องการยึดอิรักทั้งประเทศ จะต้องยึดพื้นที่เขตปกครองของพวกเคิร์ดและชีอะห์ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ภายใต้ศักยภาพของกองกำลัง ISIL ในปัจจุบัน เป้าหมายเฉพาะหน้าที่ดูสมเหตุสมผลกว่าคือการควบคุมพื้นที่ถิ่นอาศัยของพวกซุนนี หรือไม่ก็ให้สงครามกลางเมืองอิรักเป็นศึกยืดเยื้อ

3. โอบามาส่งสัญญาณแก้ปัญหา ISIL/ISIS ในอิรัก ด้วยการเสียสละของอัลมาลิกี
แม้ว่าประธานาธิบดีโอบามาจะประกาศว่าอนาคตของอิรัก ชาวอิรักต้องตัดสินใจเองในฐานะรัฐอธิปไตย งานศึกษาบางชิ้นให้ข้อสรุปว่ารัฐบาลสหรัฐคือผู้อยู่เบื้องหลังให้นายอัลมาลิกีก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และทั้งๆ ที่รู้ซึ้งพฤติกรรมของนายกฯ อัลมาลิกี รัฐบาลโอบามายังสนับสนุนให้เขาดำรงตำแหน่งนายกฯ สมัยที่ 2 และขณะนี้มีข่าวว่ากำลังกดดันให้นายกฯ อัลมาลิกีลาออก เพื่อความปรองดองสมานฉันท์ แก้ปัญหาการก่อการของ ISIL/ISIS ในขณะนี้

รัฐบาลโอบามาตั้งเงื่อนไขจะสนับสนุนรัฐบาลอิรักอย่างเต็มกำลังในการปราบปรามกลุ่มผู้ก่อการร้าย ISIL/ISIS ก็ต่อเมื่ออิรักได้รัฐบาลใหม่ ซึ่งหมายถึงนายกฯ อัลมาลิกีต้องพ้นจากอำนาจ นายกฯ อัลมาลิกีปฏิเสธข้อเรียกร้องและเห็นว่าเท่ากับเป็นการรัฐประหารรัฐธรรมนูญ การตัดสินใจดังกล่าวส่งผลต่อตัวแสดงสำคัญๆ เช่น การคงอยู่ของ ISIL ความสัมพันธ์ระหว่าง ISIL กับพวกซุนนีกลุ่มต่างๆ 

สนใจอีบุ๊ค คลิกที่รูป


บรรณานุกรม:
1.  Al-Qaeda’s real origins exposed. (2014, January 7). Press TV. Retrieved from http://www.presstv.ir/detail/2014/01/07/344160/alqaedas-real-origins-exposed/
2. Al Maliki fishing in troubled water. (2014, January 6). Gulf News. Retrieved from http://gulfnews.com/opinions/columnists/al-maliki-fishing-in-troubled-water-1.1274530
3. Parker, Ned. Why Iraq’s Most Violent Province Is a War Zone Again. (2014, January 4). Time. Retrieved from http://world.time.com/2014/01/04/why-iraqs-most-violent-province-is-a-war-zone-again/
4. Iraq moves up tanks, guns for looming Fallujah assault. (2014, January 7). Oman Observer/Reuters. Retrieved from http://main.omanobserver.om/?p=46217
5. Al Maliki fishing in troubled water. (2014, January 6). Gulf News. Retrieved from
http://gulfnews.com/opinions/columnists/al-maliki-fishing-in-troubled-water-1.1274530
6. Al-Qaeda urges Iraqi Sunnis not to lay down arms. (2014, January 7). Al Arabiya. Retrieved from http://english.alarabiya.net/en/News/middle-east/2014/01/07/Iraq-troops-failed-to-take-over-Anbar-capital.html
7. Cleveland, William L. & Bunton, Martin. (2013). A History of the Modern Middle East  (Fifth Edition). USA: Westview Press.
8. Al-Qaeda hasn't gone away, and is gaining. (2014, January 9). USA Today. Retrieved from http://www.usatoday.com/story/news/world/2014/01/07/al-qaeda-spread/4358845/
-----------------------------

วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557

ข้อคิดจากขี้โรคแห่งเอเชีย

5 มกราคม 2557
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6270 วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ.2557) 
            ครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 จีนซึ่งเป็นชาติอารยธรรมเก่าแก่กลายเป็นที่ดูหมิ่นดูแคลนของคนต่างชาติ เกิดคำว่า “ขี้โรคแห่งเอเชีย” จวบจนปัจจุบันคนจีนจำนวนมากยังไม่ลืมประวัติศาสตร์ในยุคนั้น มีการสั่งสอนถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อให้คนจีนรุ่นใหม่ไม่ลืมช่วงแห่งเวลาความขมขื่น และที่สำคัญกว่านั้นคือเป็นบทเรียนที่ชาวจีนและคนทั่วโลกควรได้ตระหนักระลึกอยู่เสมอ
            บทความนี้จะนำเสนอเสี้ยวหนึ่งของเรื่องราวเหล่านั้น เพื่อเป็นบทเรียนและข้อคิด ดังนี้

สาเหตุที่จีนพ่ายแพ้:
            จีนเป็นอาณาจักรเก่าแก่ มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี มีทั้งช่วงแห่งความรุ่งโรจน์และเสื่อมถอย ราชวงศ์ชิงเป็นอีกราชวงศ์ที่ไม่พ้นวงล้อประวัติศาสตร์เช่นราชวงศ์หรืออาณาจักรอื่นๆ
            ประการแรก คิดว่าประเทศตนยิ่งใหญ่ ไม่ปฏิรูปอย่างจริงจัง
            อาณาจักรจีนมีการปฏิรูปหลายครั้ง สังคมมีการเปลี่ยนแปลงความคิดอ่านตามยุคสมัย แต่ในปลายราชวงศ์ชิงด้วยความคิดที่ว่าตนได้พัฒนามาไกลเมื่อเทียบกับชนชาติอื่นๆ จึงสำคัญผิดคิดว่าตนดีเลิศอยู่เสมอ กอปรกับชนชั้นปกครองพยายามรักษาอำนาจของตน เมื่อถึงคราวต้องการปฏิรูปจึงขาดการสนับสนุนอย่างจริงจังและสายเกินแก้
            เช่นในปี 1902 มีการปฏิรูประบบบริหารที่เรียกว่า นโยบายใหม่” (xinzheng) อันเป็นการรื้อฟื้นข้อเสนอปฏิรูปของเมื่อปี 1898 สำนักงานต่างประเทศกลายเป็นกระทรวงการต่างประเทศตามรูปแบบของตะวันตก มีการมอบหมายให้ศึกษาแนวทางการปฏิรูปทั้งของญี่ปุ่น ยุโรปและสหรัฐ จัดตั้งรัฐบาลโดยให้จักรพรรดิอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ จัดการเลือกตั้งทั่วไปทั้งในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ อย่างไรก็ตามปรากฏว่าอำนาจที่แท้ยังอยู่ในมือของชนชั้นปกครองระดับสูง
            นอกจากนี้อำนาจราชวงศ์ในตอนนั้นเหลือเพียงน้อยนิด ประชาชนส่วนใหญ่เลือกทางที่ตัวเองจะอยู่รอด อำนาจทางทหารกระจายตัวอยู่ในมือของแม่ทัพนายกองประจำเมือง เกิดคนรุ่นใหม่ ชนชั้นกลางที่ต่อต้านระบอบกษัตริย์ อำนาจเศรษฐกิจอยู่ในมือของนักธุรกิจรายใหญ่ หอการค้าประจำจังหวัด
            อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาดังกล่าวมีความสำเร็จในบางด้าน เช่น ปฏิรูประบบสอบเข้าราชการเมื่อปี 1905

          ประการสอง กองทัพอ่อนแอ เพราะขาดงบประมาณ การคอร์รัปชัน ความแตกแยกในผู้นำหมู่กองทัพ
            ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาระยะหลังพบว่า ในช่วงศตวรรษที่ 18 แม้จีนมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล แต่ระบบราชการมีขนาดเล็ก การเก็บภาษีเข้าคลังกระทำได้อย่างจำกัด ทำให้งบกลาโหมพลอยมีอย่างจำกัดด้วย และกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญเมื่อต้องเผชิญหน้ากองทัพของผู้รุกรานที่มาพร้อมกับอาวุธสมัยใหม่
            ความอ่อนแอของราชวงศ์ส่งผลต่อกองทัพเช่นกัน หลังจากปราบกบฏไท่ผิง (Taiping) ในปี 1864 เกิดปรากฎการณ์แม่ทัพตามหัวเมืองต่างๆ ไม่อยู่ใต้อำนาจจักรพรรดิอย่างเต็มที่อีกต่อไป หลายคนเลือกที่จะกระทำตามรัฐบาลกลางตราบเท่าที่ตนเห็นด้วยเท่านั้น
            ความอ่อนแอของกองทัพจีนเป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นเห็นว่าหากโจมตีจีนจะมีโอกาสชนะสูง ความพ่ายแพ้ของกองทัพเรือจีนในสงครามจีน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 1 เมื่อช่วงปี 1894-95 (First Sino- Japanese War) พิสูจน์ว่าข้อสมมติฐานของญี่ปุ่นถูกต้อง กองเรือรบหน่วยอื่นๆ ไม่ยอมเข้าช่วยเหลือกองเรือรบจีนที่กำลังจะปะทะกับกองเรือรบญี่ปุ่น ในเวลาต่อมาพบว่าอีกเหตุผลที่แพ้เป็นเพราะการคอร์รัปชันในหมู่ข้าราชการ งบประมาณกองทัพถูกข้าราชการโกงกิน ในซองบรรจุกระสุนแทนที่จะมีกระสุนปืนกลับมีแต่ทราย ทหารขาดการฝึกซ้อมและขาดขวัญกำลังใจ กองทัพไม่อยู่ในสภาพพร้อมรบ
            ความอ่อนแอของกองทัพคือผลสะท้อนรูปธรรมจากความอ่อนแอของประเทศ เปิดช่องให้ต่างชาติรุกราน

          ประการที่สาม สังคมแตกแยก
            เมื่อต่างชาติขยายการรุกราน การเมืองภายในอ่อนแอ สังคมเสื่อมโทรม ข้าราชการขุนนางระดับสูงแก่งแย่งอำนาจแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตัว ต่างชาติพยายามขูดรีดหาประโยชน์จากความอ่อนแอของจีน นำสู่การลุกฮือของประชาชนผ่านขบวนการต่างๆ เช่น กลุ่มไท่ผิง การประท้วงจากกลุ่มนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ที่ยึดถือลัทธิชาตินิยม รวมทั้งกลุ่มของซุนยัดเซนและกลุ่มลัทธิคอมมิวนิสต์ สภาพความวุ่นวายทั้งหมดทำให้สังคมปั่นป่วนมากขึ้น คนในสังคมแตกแยกทางความคิดเป็นฝักเป็นฝ่ายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เห็นได้ชัดว่าระบอบราชวงศ์ชิงจะต้องล่มสลายในที่สุด

ข้อคิดบางประการ:
            ประการแรก ไม่อาจโทษต่างชาติเพียงฝ่ายเดียว
            ตำราประวัติศาสตร์หลายเล่มบรรยายยุคขี้โรคแห่งเอเชียในภาพชนชาติจีนที่เคยสูงส่งยิ่งใหญ่ถูกต่างชาติรุมกดขี่ขูดรีด คนจีนทั้งประเทศถูกกดขี่ข่มเหง ต้องสังเวยเสียชีวิตนับแสนนับล้านคนจากพฤติกรรมเลวร้ายดังกล่าว บางแนวคิดเห็นว่าการรุกรานนั้นไม่เหมาะสม แต่บางแนวคิดเห็นว่าการรุกรานเป็นเรื่องปกติของโลก ต่างฉกฉวยผลประโยชน์จากอีกฝ่ายเสมอ การรุกรานจากญี่ปุ่นกับชาติตะวันตกในสมัยนั้นเป็นเรื่องปกติ เพราะชาติมหาอำนาจในยุคนั้นต่างรุกรานชนชาติอื่นที่อ่อนแอกว่า ยึดเป็นอาณานิคม จับคนเป็นทาส ด้วยเหตุผลเดียวกันคือ เพื่อเป็นตลาดระบายสินค้า เป็นแหล่งวัตถุดิบราคาถูก ส่งเสริมเกียรติภูมิของชาติ
            สิ่งที่ญี่ปุ่นแตกต่างจากจีนคือ ญี่ปุ่นอยู่ในฐานะประเทศอุตสาหกรรมเกิดใหม่ เจริญรุ่งเรืองทางวัตถุตามแบบโลกตะวันตกในยุคนั้น พัฒนาขีดความสามารถของกองทัพตามแบบแผนการรบอันทันสมัย ไม่ใช่การรบแบบยุคใช้มีดดาบอีกต่อไป และต้องการอาณานิคมด้วยเหตุผลเดียวกับมหาอำนาจอื่นๆ
            ประวัติศาสตร์โลกหลายพันปีพิสูจน์ว่าสังคมหรืออาณาจักรใดที่อ่อนแอ ย่อมง่ายต่อการถูกชนเผ่าหรืออาณาจักรอื่นรุกรานครอบครอง เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่งทั่วโลกและซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงไม่อาจโยนความผิดหรือโทษต่างชาติเพียงฝ่ายเดียวหากไม่รู้จักปกป้องตนเอง ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เป็นพวกอ่อนต่อโลก หรือคิดเพียงแต่ว่าปกป้องครอบครัววงศ์ตระกูลของตนก็เป็นพอ

            ประการที่สอง ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ ปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง
            การที่บุคคลหรือสังคมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ดี ต้องเริ่มจากการยอมรับว่ายังมีความรู้อีกมากที่ตนไม่รู้ ทำตัวเป็นดั่งฟองน้ำแห้งๆ ที่พยายามดูดซับน้ำมากที่สุด ต้องสำรวจเพื่อรู้ปัญหา รู้จุดอ่อนของตนเอง เพื่อจะหาทางแก้ถูกจุด บางคนเสียดายอารยธรรมจีนที่สั่งสมความรุ่งเรืองมานับร้อยนับพันปี ต้องมาพังทลายในช่วงเวลาไม่ถึงร้อยปี แต่ในอีกมุมหนึ่งอาจมองว่าคือนั่นคือความเก่าแก่คร่ำครึที่ไม่ยอมปรับปรุงตัวเอง และลงเอยด้วยการล่มสลายไม่ต่างจากอารยธรรมเก่าแก่อื่นๆ ทั่วโลก คงไว้แต่บทเรียนให้ชนรุ่นหลังตระหนักไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
            ในช่วงยุคสมัยแห่งการปฏิรูปจีนขนานใหญ่ คนรุ่นใหม่ตั้งคำถามต่อความรู้ที่ถ่ายทอดกันมานับพันปีว่ามีความถูกต้องเพียงใด หลายคนเห็นว่าล้าสมัยไม่ทันกับยุคสมัย ทำให้จีนอ่อนแอและล้าหลังในบางด้าน นักศึกษาชาวจีนจำนวนมากเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศด้วยเห็นว่าความรู้ภายในประเทศไม่ใช่คำตอบของทุกเรื่องอีกต่อไป มีข้อมูลกว่าในปี 1937 กว่า 30,000 คนเดินทางไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าญี่ปุ่นจะเป็นชาติที่ชาวจีนเกลียดชังและตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมาจีนเห็นว่าตนยิ่งใหญ่กว่า มีอารยธรรมสูงส่งกว่า ญี่ปุ่นต่างหากต้องรับวัฒนธรรมความรู้ของจีน แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ชาวจีนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเห็นด้วยกับการเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ด้วยความถ่อมใจ มองไกลกว่าการเป็นมิตรประเทศหรือไม่
            เจียงไคเช็ค เป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้ศึกษาต่อด้านการทหารที่ญี่ปุ่น แม้ท่านจะไม่ใช่นักศึกษาตัวอย่าง แต่ 3 ปีที่อยู่ญี่ปุ่นได้ซึมซับเรื่องความมีระเบียบวินัย เกิดความตั้งใจที่จะพัฒนาประเทศสู่ความทันสมัย

            ประการที่สาม ความร่วมมือของผู้ปกครองกับประชาชน
            แทนที่จะมุ่งโทษผู้ปกครองว่าไม่ได้ทำหน้าที่ เหตุที่ต่างชาติรุกรานประเทศเพราะผู้ปกครองไม่เอาใจใส่บ้านเมือง ไม่สนใจสุขทุกข์ของประชาชนเท่าที่ควร ประชาชนต้องแสดงบทบาทของตนเองด้วย เมื่อฮ่องเต้ไม่กระทำตามอาณัติสวรรค์ให้ปกครองบ้านเมืองเพื่อประชาชน ประชาชนก็ต้องลุกขึ้นแก้ไขตามบัญชาสวรรค์เช่นกัน
            การฝากอนาคตให้กับผู้ปกครองพิสูจน์ว่าผู้นำที่ฉ้อฉลอ่อนแอเพียงไม่กี่คนก็ทำให้ชาติล่มสลาย ดังนั้น ประชาชนจำต้องเอาใจใส่สังคม เอาใจใส่ประเทศชาติ ต่อต้านการใช้อำนาจในทางมิชอบ สังคมจำต้องเรียนรู้ความเป็นไปของโลก พัฒนาประเทศชาติให้เข้มแข็งอยู่ตลอดเวลา ไม่เป็นเหตุให้ต่างชาติเข้ารุกรานได้โดยง่าย บ้านเมืองที่อยู่เย็นเป็นสุขเกิดจากความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองกับผู้ใต้การปกครอง ต่างฝ่ายกระทำตามบทบาทหน้าที่ของตนอย่างเหมาะสม

            ในโอกาสครบรอบวันเกิด 120 ปีของอดีตประธานเหมา เจ๋อตง เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา สื่อ Global Times ของจีนได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของชาวจีน พบว่าคุณความดียิ่งใหญ่ของประธานเหมาคือช่วยให้จีนรอดพ้นจากการเป็นอาณานิคมของต่างชาติ สามารถเลือกเส้นทางของตนเอง พ้นจากการเป็นขี้โรคแห่งเอเชีย นอกจากนี้ผู้ตอบแบบสอบถามกว่าร้อยละ 60 เห็นว่าเรื่องสำคัญที่ประธานเหมาวางรากฐานไว้คือการรับใช้ประชาชนและหลักความยุติธรรม (fairness) กว่าร้อยละ 55 ยกย่องท่านที่เชิดชูบทบาทของจีนในเวทีโลก ส่วนข้อบกพร่องที่กว่าร้อยละ 80 พูดถึงคือนโยบายปฏิวัติวัฒนธรรมเมื่อปี 1966-76
            นาย Xie Chuntao นักวิชาการจาก Party School of the Communist Party of China Central Committee ให้ความเห็นว่าผลสำรวจชี้ว่าชาวจีนในปัจจุบันมีความคิดต่อประธานเหมาอย่างมีเหตุมีผลมากขึ้น (ไม่เชื่อแบบหลับหูหลับตาอีกต่อไป)

            การวิพากษ์วิจารณ์จากคนจีนปัจจุบันชี้ว่าสังคมเปิดกว้างเรื่องการวิพากษ์มากขึ้น ในอีกมุมหนึ่งคือรัฐไม่คิดจะควบคุมเข้มงวดอย่างที่ผ่านมา หรือไม่สามารถควบคุมดังเช่นอดีตอีกต่อไป เรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าการวิพากษ์คือการแสดงออกของสังคมที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า ผลสำรวจชี้ว่าคนรุ่นใหม่ นักศึกษาคือพวกที่วิพากษ์วิจารณ์ประธานเหมามากที่สุด แต่การปล่อยให้พวกนักคิดพวกหัวก้าวหน้าอย่างเดียวชี้นำสังคมนั้นไม่เพียงพอ ที่สุดแล้วประชาชนทุกคนที่ยังมีลมหายใจ ยังคิดได้ พูดได้ ควรมีส่วนร่วมตามบทบาทของตนเอง สังคมจึงต้องเป็นสังคมแห่งความคิดความเข้าใจ ก้าวไปข้าหน้าอย่างเป็นเอกภาพ
------------------------

บรรณานุกรม:
1. Pong, David. (editor in chief). 2009. Encyclopedia of Modern China. 4 volume set. USA: Charles Scribner’s Sons.
2. Mitter, Rana. 2013. Forgotten Ally: China's World War II, 1937-1945. New York: Houghton Mifflin Harcourt.
3. Wright, David Curtis. 2011. The History of China. Second edition. USA: Greenwood.
4. 85% say Mao's merits outweigh his faults: poll. (2013, December 24). Global Times. Retrieved from http://www.globaltimes.cn/content/834000.shtml#.UrrWC9IW0Rk
5. Duiker, William J. 2009. Contemporary World History, (Fifth edition). USA: Wadsworth.
6. Noble, Thomas F. X., Strauss, Barry., Osheim, Duane J., Neuschel, Kristen B., Accampo, Elinor A. Roberts, David D. & Cohen, William B. 2011. Western Civilization: Beyond Boundaries, (6th Edition). USA: Wadsworth.
-------------------------

วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2557

ผลงานได้รับการเผยแพร่ ปี 2014

ชาญชัย คุ้มปัญญา
            รวบรวมบทความ บทวิเคราะห์ทั้งหมดของปี 2014 ที่ได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อ หน่วยงาน องค์กรต่างๆ 
            คอลัมน์ “สถานการณ์โลก" ไทยโพสต์ เป็นคอลัมน์ที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์เป็นประจำทุกวันอาทิตย์ และจะเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ “สถานการณ์โลก” หลังจากตีพิมพ์แล้วอย่างน้อย 1 วัน
            ส่วนผลงานของปี 2012-13 ดูได้ที่ http://www.chanchaivision.com/2013/08/Chanchai-Published-2013.html

ผลงานได้รับการเผยแพร่ ปี 2014

หลายประเทศทั่วโลกกำลังอยู่ระหว่างปรึกษาหารือจัดทำร่างข้อมติสมัชชาสหประชาชาติเพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวของบุคคล หวังป้องกันไม่ให้ทางการสหรัฐฯ ทำการสอดแนมจนเกินความจำเป็น ในอีกด้านหนึ่งเรื่องดำเนินในทิศทางว่าด้วยแรงกดันทางการเมืองระหว่างประเทศทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ จำต้องปรับการทำงานของ NSA เพื่อให้เรื่องราวอันเนื่องจากการเปิดโปงของนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดนจบลงด้วยดี
ตีพิมพ์ใน นิตยสารหนังสือข่าวทหารอากาศ. ปีที่ 74 ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม 2557, http://www.airforcemagazine.rtaf.mi.th/main/index.php/e-magazine/117-2557-01.html

ชาวจีนปัจจุบันยังคงเรียนประวัติศาสตร์ในสมัยที่ถูกต่างชาติยึดเป็นอาณานิคมหรือกึ่งอาณานิคม เกิดคำว่าขี้โรคแห่งเอเชีย ชาวจีนถูกกดขี่ข่มเหง เสียชีวิตนับแสนนับล้าน ประวัติศาสตร์ไม่อาจแก้ไขแต่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ หากผู้ปกครองกับผู้ใต้การปกครองต่างบทบาทหน้าที่อย่างถูกต้อง พัฒนาปรับปรุงสังคมให้เข้มแข็งอยู่เสมอ ก้าวไปข้างหน้าอย่างเป็นเอกภาพ
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6270 วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1808932

3. ISIL/ISIS กับความขัดแย้งรอบใหม่ในอิรัก
ISIS/ISIL เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นอย่างมีเป้าหมายเฉพาะ กำลังก่อการทั้งในซีเรียกับอิรัก การปรากฏตัวของกลุ่มสะท้อนปัญหาการเมืองภายในอิรักที่เรื้อรังมานาน ความแตกแยกของฝ่ายต่างๆ การจะกำจัด ISIS/ISIL อย่างถอนรากถอนโคนคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนหลายอย่าง รวมทั้งมีประเทศผู้ให้การสนับสนุน น่าติดตามกลุ่มดังกล่าวจะนำอิรักสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ มีผลกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างไร
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6277 วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1813598

ท่ามกลางการลงมติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีกระแสการสนับสนุนพลเอกอับเดล-ฟัตตาห์ เอลซีซี ผู้นำก่อการรัฐประหารให้เป็นประธานาธิบดีอียิปต์ ด้านกลุ่มภราดรภาพมุสลิมคือฝ่ายสูญเสียเนื่องจากถูกตีตราว่าเป็นองค์กรก่อการร้าย เท่ากับว่าสมาชิกของกลุ่มไม่สามารถรับตำแหน่งใดๆ ทางการเมืองอีกต่อไป การเมืองการปกครองอียิปต์จึงหวนคืนสู่แนวทางที่ชนชั้นปกครองเป็นผู้กุมอำนาจประเทศดังเช่นหลายทศวรรษที่ผ่านมา เกิดคำว่าเมื่อเป็นเช่นนี้ประวัติศาสตร์การโค่นล้มระบอบมูบารัคเมื่อ 3 ปีกอ่นจะเกิดซ้ำอีกในอนาคตหรือไม่
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6284 วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1818566

หลังสงครามกลางเมืองเกือบครบ 3 ปี การประชุมเจนีวา 2 กลายเป็นการประชุมระดับนานาชาติครั้งสำคัญยิ่ง การประชุมไม่น่าจะสามารถยุติข้อขัดแย้งตราบใดที่รัฐบาลอัสซาดไม่ก้าวลงจากอำนาจ และสหรัฐกับชาติพันธมิตรยังหนุนหลังฝ่ายต่อต้านที่มุ่งโค่นล้มรัฐบาล คำถามที่สำคัญกว่าการมีข้อตกลงคือ ข้อตกลงนั้นจะนำสู่ประเทศซีเรียที่มีบูรณภาพแห่งดินแดนหรือไม่ เป็นการยุติความขัดแย้งอย่างถาวรหรือไม่ ทั้งหลายทั้งสิ้นนี้พลเมืองซีเรียน่าจะเป็นผู้ตัดสินอนาคตของตนเอง
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6291 วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1823299

6. วิกฤตสงครามกลางเมืองซีเรีย ความขัดแย้งที่ยังไร้ทางออก
ความรุนแรงในซีเรียเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความขัดแย้งทางการเมืองที่ขยายตัวกลายเป็นสงครามกลางเมือง กลายเป็นสมรภูมิที่มีกองกำลังนอกประเทศเข้ามาร่วมรบ เป็นอุทาหรณ์ว่าการป้องกันปัญหาง่ายกว่าและดีกว่าการแก้ปัญหา คนในชาติต้องไม่คิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัว หรือคิดแต่เพียงปกป้องครอบครัวคนใกล้ชิดเท่านั้น
ได้รับการเผยแพร่ผ่าน ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2557, http://www.thaiworld.org/thn/thailand_monitor/answera.php?question_id=1311

7. ผลเจรจาเจนีวา 2 สันติภาพอันเลือนรางของซีเรีย
ถ้ามองในแง่บวกการเจรจาเจนีวา 2 คือจุดเริ่มต้นของการยุติความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ถ้ามองในแง่ลบคือยังมองไม่เห็นทางออก เมื่อการเจรจายังไม่สามารถยุติความขัดแย้ง ประเด็นจึงกลับมาอยู่ที่จะแก้ปัญหาด้วยพลังอำนาจทางทหารอย่างไร ชาติอาหรับจะเป็นฝ่ายลงมือเองหรือไม่
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6298 วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1827845

การประกาศเขตแสดงตนเอื้อประโยชน์ในทางยุทธการหลายด้าน เพิ่มพื้นที่ทั้งการรุก-การรับ เพิ่มพื้นที่ลาดตระเวนสอดแนม เสริมขีดความสามารถของกองทัพเรือ และต่อต้านการกระทำของฝ่ายตรงข้าม และกำลังชี้ให้เห็นว่ากองทัพจีนมีศักยภาพ มีความพร้อมมากพอที่จะดูแล กำกับการบินในเขตแสดงตนดังกล่าว พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับอากาศยานทันสมัยของฝ่ายตรงข้าม
ตีพิมพ์ใน นิตยสารหนังสือข่าวทหารอากาศ. ปีที่ 74 ฉบับที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์ 2557, http://www.airforcemagazine.rtaf.mi.th/main/index.php/e-magazine/118-2557-02.html

ชาวยุโรปร้อยละ 76 คิดว่าประเทศของตนมีการคอร์รัปชันอย่างกว้างขวาง วิกฤตการเงินเมื่อปี 2008 สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ สังคม การเมืองยุโรป ทำให้สหภาพยุโรปเห็นว่าหาทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน  การจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจำต้องอาศัยความร่วมมือจากชาติสมาชิกทั้งหมด และหนึ่งในประเด็นสำคัญที่จำต้องแก้ไขควบคู่คือปัญหาคอร์รัปชันที่ต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาด้านอื่นทั้งหมด
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6305 วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1832586

10. การเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐไต้หวันกับจีนอีกก้าวของการรวมชาติ
เป็นครั้งแรกใน 65 ปีที่เจ้าหน้าที่รัฐไต้หวันกับเจ้าหน้าที่รัฐจีนได้ประชุมหารืออย่างเป็นทางการ หลังจาก 2 ฝ่ายได้กระชับความสัมพันธ์ในหลายปีที่ผ่านมา ประเด็นถกเถียงลึกๆ ยังเป็นเรื่องการรวมชาติ แต่เรื่องเฉพาะหน้าที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันคือเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้ประโยชน์มาโดยตลอด และเห็นว่าควรกระชับความสัมพันธ์ให้มากขึ้นกว่านี้ แม้ว่าไต้หวันจะเป็นผู้ออกหน้าก็ตาม
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6312 วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1836974


ทุกคนทุกชาติต่างมีความเชื่อศาสนาของตนเอง ทหารญี่ปุ่นหลายคนเข้าทำสงครามด้วยความเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่านี่คือสงครามศักดิ์สิทธิ์ ในขณะที่คนชาติอื่นย่อมมีความคิดเห็นของตนเอง เป็นอีกภาพความจริงของโลกที่ยังดำรงอยู่ในปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งภายในประเทศญี่ปุ่นนั้นก็ใช่ว่าทุกคนจะคิดเห็นตรงกัน ชาวญี่ปุ่นที่ไปสักการะศาลเจ้ายาสุกินิก็ใช่ว่าจะไปด้วยความหมายเดียวกัน หรือมีความรู้สึกที่เข้มข้นตรงกัน
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6319 วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1842243

สงครามทำลายล้างนานกิง เป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วเกือบ 8 ทศวรรษ แต่ด้วยการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างประเทศอย่างเข้มข้นของจีนกับญี่ปุ่นในปัจจุบัน เรื่องราวในอดีตจึงถูกรื้อฟื้น ประชาชน 2 ฝ่ายถูกดึงเข้ามามีส่วนร่วม กลายเป็นสมรภูมิทางการเมืองระหว่างประเทศ ที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็น สงครามนานกิงในศตวรรษที่ 21
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6326 วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1847668

13. American exceptionalism กับนโยบายต่างประเทศสหรัฐอเมริกา
เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาแสดงสุนทรพจน์ที่เกี่ยวข้องนโยบายต่างประเทศมักจะมีการเอ่ยถึงAmerican exceptionalism หรือหลักการที่อยู่ภายในลัทธิหรือแนวคิดดังกล่าว แม้เป็นคำที่มีการพูดถึงแต่ในทางวิชาการเป็นที่ถกเถียงในความหมาย อีกทั้งพบว่าบ่อยครั้งผู้ใช้แต่ละคนจะใช้ในความหมายที่แตกต่างกันด้วยเหตุผลเฉพาะเจาะจง บทความนี้จะอธิบายความหมาย การนำไปใช้ ผลที่เกิดขึ้นทั้งด้านบวกด้านลบ และข้อวิพากษ์
(ตีพิมพ์ใน  รัฐสภาสาร ปีที่ 62 ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม พ.ศ. 2557, http://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/download/article/article_20140127150327.pdf
บทความนี้แบ่งเป็น 3 ตอน

ยูเครนตั้งอยู่ในจุดภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญ มีพรมแดนติดรัสเซีย และเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือรัสเซีย หากยูเครนเป็นสมาชิกนาโต ยูเครนอาจไม่ยอมให้รัสเซียเช่าฐานทัพเรือที่ไครเมียอีกต่อไป อีกทั้งนาโตอาจวางกองกำลังในยูเครนที่มีพรมแดนติดกับรัสเซีย ขณะนี้ รัสเซียอยู่ในฐานะได้เปรียบ เพราะอย่างน้อยได้ควบคุมไครเมียแล้ว ในขณะที่นาโตลังเลใจที่จะตอบโต้ด้วยการใช้กำลังทหาร
รายการ “One World 05-03-57 สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ทำไมรัสเซียถึงต้องแทรกแซงไครเมีย ?เนชั่น แชนเนล วันที่ 5 มีนาคม 2014, http://www.nationchannel.com/main/programs/One_World/20140305/378397610/#

ความขัดแย้งจากการเยือนศาลเจ้ายุสากุนิไม่ใช่เรื่องใหม่ อดีตผู้นำญี่ปุ่นหลายท่านที่เคยเยือนศาลเจ้าจะตามมาด้วยการวิวาทะกับประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น นายกฯ อาเบะเยือนศาลเจ้าก็เพราะได้คิดไตร่ตรองรอบคอบแล้วว่า ได้มากกว่าเสียอาจต้องการชี้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นภายใต้การบริหารของตนกำลังฟื้นตัว ไม่เกรงกลัวแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากจีน ญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ กระชับความเป็นพันธมิตร และมั่นใจว่าความขัดแย้งอยู่ภายใต้การควบคุม
ได้รับการเผยแพร่ผ่าน ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2557, http://www.thaiworld.org/thn/thailand_monitor/answera.php?question_id=1323

รัฐบาลรัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดีปูติน ได้ควบคุมไครเมียและพร้อมส่งกองทัพข้ามพรมแดนไปยังฝั่งยูเครนตะวันออก เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลตะวันตกคาดการณ์มานานแล้ว เพราะในมุมมองของรัสเซียประเทศยูเครนเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางด้านความมั่นคงที่สำคัญ สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้จึงเป็นการให้บทเรียนแก่ชาติตะวันตก ว่ารัสเซียจะไม่ยอมปล่อยยูเครนให้อยู่ใต้อิทธิพลฝ่ายตะวันตกอย่างง่ายๆ และควรรู้ว่าอะไรคือ “เส้นต้องห้าม”
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6333 วันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1852655

รัฐบาลรักษาการยูเครนดำเนินนโยบายที่อิงฝ่ายชาติตะวันตกอย่างเต็มที่ ใช้ข้ออ้างสารพัดเพื่อดึงให้ชาติตะวันตกเข้ามาปกป้องอธิปไตย ช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ แน่นอนว่าชาติตะวันตกได้ประโยชน์จากการนี้ แต่ในอีกมุมหนึ่ง ฝ่ายที่ได้ประโยชน์แน่นอนคือพวกของอดีตนายกฯ ทีโมเชงโก ที่สามารถยืมมือชาติตะวันตกมาอยู่กับพวกตน
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6340 วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1857688


วิกฤตยูเครนเป็นมากกว่าเรื่องการเมืองภายในประเทศ การผนวกไครเมียเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์สหรัฐต่อรัสเซีย นโยบายขยายสมาชิกสู่ตะวันออกของนาโต อียู และยุทธศาสตร์รัฐกันชนของรัสเซีย การแก้ปัญหายูเครนที่ถูกจุดจึงเกี่ยวข้องกับประเด็นเหล่านี้
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6347 วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1862622

ยูเครนได้รับเอกราชและเปลี่ยนการปกครองเป็นประชาธิปไตยในสภาพที่ไม่มีการเตรียมตัวใดๆ นำสู่การบริหารประเทศที่ฝ่ายบริหารกับรัฐสภาเป็นผู้ทำหน้าที่ตัดสินใจนโยบายสำคัญๆ โดยปราศจากระบบหรือกลไกควบคุม การล้มเหลวของรัฐบาลมือใหม่สร้างปัญหาเศรษฐกิจการเมืองก่อให้เกิดการเมืองแบบ 2 ขั้วที่ไม่อาจร่วมมือกันเพื่อสร้างชาติ กลายเป็นปัญหาซ้อนปัญหา การปกครองล้มเหลว
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6354 วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1867473

ถ้ามองในแง่ดี คือ กลุ่ม G7 ระมัดระวังไม่ให้สถานการณ์บานปลาย ไม่ต้องการให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างชาติมหาอำนาจอย่างรุนแรง แต่ในอีกมุมหนึ่งอาจวิพากษ์ว่ากลุ่ม G7 เกรงว่ามาตรการคว่ำบาตรอย่างจริงจังจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของพวกตน ท้ายที่สุดแล้ว กรณียูเครนที่เป็นตัวอย่างล่าสุดที่เตือนใจองค์การระหว่างประเทศของประเทศเล็กๆ ทั้งหลายว่าจำต้องมีเอกภาพ ไม่สร้างเงื่อนไขให้ชาติมหาอำนาจเข้ามา “แบ่งแยกแล้วปกครอง”
ได้รับการเผยแพร่ผ่าน ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2557, http://www.thaiworld.org/thn/thailand_monitor/answera.php?question_id=1334

หลังจากคำนวณผลได้ผลเสียแล้ว ชาติมหาอำนาจเห็นว่าการ “แช่งแข็ง” ความขัดแย้งยูเครน ไครเมีย จะเป็นประโยชน์ต่อตนเองมากที่สุด หากไม่มีเหตุการณ์ยั่วยุใดๆ ที่ร้ายแรงนับจากนี้ไปยูเครนจะสามารถบริหารประเทศภายใต้โครงการปฏิรูปของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ดังนั้น การเข้าโครงการ IMF การใช้ระบบเศรษฐกิจที่อิงกลไกตลาดมากอาจเป็นปัจจัยสร้างผลกระทบทางการเมืองภายในยูเครนอีกครั้งในอนาคต 
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6361 วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ.2557

ประธานาธิบดีการ์ไซไม่ลงนามร่างสนธิสัญญาความมั่นคงเนื่องจากเห็นว่าข้อตกลงดังกล่าวไม่ช่วยนำสันติภาพสู่ประเทศอย่างแท้จริง เพราะประเทศได้ผ่านหลังจากการทำสงครามอย่างยาวนานกว่า 10 ปี นับจากเหตุ 9/11 เมื่อปี 2001 ท่านพร้อมที่จะลงนามในร่างสนธิสัญญา ถ้าข้อตกลงดังกล่าวมุ่งสร้างสันติภาพแก่ประเทศ เจรจากับพวกสุดโต่งทุกกลุ่ม เพื่อจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ยุติการทำสงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6368 วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1876805

23. ฝิ่น ปัจจัยกำหนดอนาคตของอัฟกานิสถาน
ณ วันนี้ ฝิ่น กลายเป็นเครื่องผูกพันผู้มีบารมีท้องถิ่น กำลังติดอาวุธ ผู้ก่อการร้ายอย่างตอลีบัน เจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับที่คอร์รัปชันและชาวบ้านหลายล้านคนที่เกี่ยวข้องกับฝิ่น บางคนอาจประณามว่าฝิ่นเป็นยาเสพติด ทำลายสังคม แต่สำหรับชาวอัฟกันจำนวนมากยอมรับการมีอยู่ของฝิ่น เป็นเครื่องค้ำจุนครอบครัว ชุมชน หรือเพื่ออุดมการณ์เป้าหมายที่เห็นว่ายิ่งใหญ่กว่า เป็นปัจจัยกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศโดยเฉพาะหลังปี 2014
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6375 วันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1880489


ในด้านหนึ่งประธานาธิบดีโอบามาได้เตือนนายกฯ อาเบะว่าไม่ควรก่อความตึงเครียด ควรเจรจาและสร้างความไว้วางใจมากกว่า แต่ในอีกด้านหนึ่งประธานาธิบดีโอบามาช่วยเบี่ยงเบนพฤติกรรมการรุกคืบของญี่ปุ่น เช่น การเพิ่มงบประมาณกลาโหม การจัดตั้งหน่วยนาวิกโยธิน การปรับยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติให้ญี่ปุ่นแสดงบทบาทเชิงรุกมากขึ้น การแก้ไขตำราเรียนและการเรียนการสอนที่อ้างว่าหมู่เกาะเตียวหยู/เซนกากุ และเกาะด็อกโด/ทาเคชิมา เป็นดินแดนของญี่ปุ่น
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6382 วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1885261


รัฐบาลสหรัฐกับรัฐบาลมาเลเซียได้ตกลงยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีสู่ระดับ “ความเป็นหุ้นส่วนรอบด้าน” แต่ความรอบด้านมีความอ่อนไหวที่แฝงอยู่มากมาย ไม่ใช่เรื่องง่ายที่มาเลเซียจะเป็นพันธมิตรสหรัฐ เว้นเสียแต่รัฐบาลสหรัฐจะยอมปิดตาข้างหนึ่ง ยอมให้รัฐบาลมาเลย์บริหารประเทศตามที่เห็นสมควร รวมทั้งเรื่อง “ภูมิบุตร”
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6389 วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1889692


การปรับความสัมพันธ์ใดๆ ต้องใช้วิธีการ “ให้อภัย” แก่กันและกัน เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างได้เริ่มต้นกันใหม่ด้วยความสัมพันธ์อันดี แต่ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีความซับซ้อนกว่านั้น เพราะผู้นำประเทศต้องดำเนินนโยบายภายใต้ประชาชนของตนที่มีหลากหลายความคิดเห็น
ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557, http://www.thaiworld.org/thn/thailand_monitor/answera.php?question_id=1343

27. จะเลือกตั้งหรือลงประชามติ เพียงย่างก้าวเล็กๆของยูเครน
การเลือกตั้งหรือลงประชามติเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ประเทศยูเครนจะก้าวไปข้างหน้า (หรือมีปัญหามากกว่าเดิม) แต่การจะสร้างสังคมประเทศให้มีความสงบสุข ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ยังต้องอาศัยกระบวนการอีกมากมาย ที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วม ยินดีจ่ายราคา ไม่ปล่อยให้ความแตกต่างเรื่องเชื้อชาติ ภาษาเป็นจุดอ่อนให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแบ่งแยก ดึงเป็นฐานเสียง ดำเนินนโยบายต่างประเทศเป็นมิตรกับทั้งรัสเซียและชาติตะวันตก
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6396 วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1894362

28. จีนเดินหน้าต่อต้านระเบียบโลกตะวันตก สร้างระเบียบโลกใหม่
สถานการณ์ตึงเครียดในทะเลจีนใต้จำต้องมองกรอบที่กว้างกว่าอาเซียน เกี่ยวข้องกับท่าทีของสหรัฐกับญี่ปุ่น ที่รัฐบาลอาเบะเพิ่งประกาศต้องการแสดงภาวะผู้นำเหนือภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จีนคงต้องการเตือนอาเซียนว่าอาเซียนควรร่วมมือกับจีน อยู่ร่วมกับจีนอย่างฉันท์มิตรมากกว่าที่จะเข้าพวกกับสหรัฐ ญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในแนวทางต่อต้านยุทธศาสตร์ Pivot to Asia
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6403 วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1899449


ถ้ามองว่าการติดตั้งแท่นขุดเจาะเป็นเรื่องของ “การละเมิดอธิปไตย” จะกลายเป็นโจทย์ยาก แต่ถ้ามองว่าความขัดแย้งรอบนี้มีต้นเหตุจาก “แท่นขุดเจาะ” จะกลายเป็นโจทย์ว่าย และหากมองว่าเป็นเรื่องการช่วงชิงอิทธิพลทางการเมืองระหว่างประเทศในระดับภูมิภาคนั้นเป็นโจทย์ซับซ้อน ประเทศที่เกี่ยวข้องควรระมัดระวังผลต่อมุมมองของประเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6410 วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1904463


ประธานาธิบดีโอบามาได้ประกาศแล้วว่า ภายในสิ้นปี 2014 สหรัฐจะยุติภารกิจรบ พร้อมกับถอนกำลังส่วนใหญ่ ให้เหลือเพียง 9,800 นาย และจะถอนทหารทั้งหมดออกจากอัฟกานิสถานภายในปี 2016 ทำให้เกิดคำถามว่ารัฐบาลคาบูลในอนาคตจะมีความมั่นคงหรือไม่ สหรัฐประสบความสำเร็จในการทำสงครามต่อต้านการก่อการร้ายหรือ ในเมื่อฐานที่มั่นตอลีบันยังอยู่ พวกอัลกออิดะห์ขยายตัว กระจายตัวไปหลายประเทศ
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6417 วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1909513


เมื่อประเทศถูกรุกราน ละเมิดอธิปไตย ประชาชนสมควรที่จะแสดงออกซึ่งความรักชาติ การชุมนุมประท้วงเป็นการแสดงพลังอย่างหนึ่ง ด้วยการรู้จักแยกแยะ ไม่เหมารวม นอกจากนี้การแสดงความรักชาติสามารถกระทำได้ในหลากหลายรูปแบบ ไม่จำต้องเป็นการชุมนุมประท้วงเพียงอย่างเดียว เป็นไปได้ไหมหากจะใช้พลังในทางสร้างสรรค์ ที่ก่อประโยชน์ทั้งต่อตัวเอง ต่อครอบครัว สังคมและประเทศชาติ
ได้รับการเผยแพร่ผ่าน ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2557, http://www.thaiworld.org/thn/thailand_monitor/answera.php?question_id=1353


การเลือกตั้งเป็นประเด็นที่พูดหนาหูมาสองสามปีแล้ว ที่ผ่านมาประธานาธิบดีอัสซาดรอดูสถานการณ์ว่าเหมาะสมที่จะจัดเลือกตั้งหรือไม่ ผลการเลือกตั้งที่ออกมาไม่มีอะไรแปลกประหลาดเหนือความคาดหมาย ท่าทีการตอบสนองของกลุ่ม Friends of Syria และประเทศผู้สนับสนุนระบอบอัสซาดไม่มีอะไรแตกต่างจากเดิม สงครามกลางเมืองซีเรียดำเนินต่อไปโดยที่ระบอบอัสซาดเป็นฝ่ายได้เปรียบมากขึ้นทุกที
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6424 วันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1914420

นับจากการก่อตั้ง ISIL เป้าหมายและการแสดงออกของกลุ่มนั้นชัดเจนและสอดคล้องกัน คือสถาปนารัฐอิสลามในอิรักกับซีเรีย การยึดพื้นที่ถิ่นอาศัยของพวกซุนนีดูเป็นเรื่องง่าย แต่หาก ISIL ต้องการยึดอิรักทั้งประเทศ จะต้องยึดพื้นที่เขตปกครองของพวกเคิร์ดและชีอะห์ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ภายใต้ศักยภาพของกองกำลัง ISIL ในปัจจุบัน เป้าหมายเฉพาะหน้าที่ดูสมเหตุสมผลกว่าคือการควบคุมพื้นที่ถิ่นอาศัยของพวกซุนนี หรือไม่ก็ให้สงครามกลางเมืองอิรักเป็นศึกยืดเยื้อ
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6431 วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1919451

แม้ว่าประธานาธิบดีโอบามาจะประกาศว่าอนาคตของอิรัก ชาวอิรักต้องตัดสินใจเองในฐานะรัฐอธิปไตย งานศึกษาบางชิ้นให้ข้อสรุปว่ารัฐบาลสหรัฐคือผู้อยู่เบื้องหลังให้นายอัลมาลิกีก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และทั้งๆ ที่รู้ซึ้งพฤติกรรมของนายกฯ อัลมาลิกี รัฐบาลโอบามายังสนับสนุนให้เขาดำรงตำแหน่งนายกฯ สมัยที่ 2 และขณะนี้มีข่าวว่ากำลังกดดันให้นายกฯ อัลมาลิกีลาออก เพื่อความปรองดองสมานฉันท์ แก้ปัญหาการก่อการของ ISIL/ISIS ในขณะนี้
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6438 วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1924325

อิรักกำลังมาสู่ทางสองแพร่งอีกครั้ง ขึ้นกับการตัดสินใจของสังคมว่าต้องการให้ประเทศเป็นอย่างไร ต้องการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ปรองดอง หรือต้องการทำสงครามกลางเมืองยืดเยื้อไปเรื่อยๆ การก่อการของ ISIL จะกลายเป็นผลดีหากเป็นต้นเหตุให้เกิดการเจรจาอย่างจริงจัง ช่วยยุติความขัดแย้งภายในประเทศที่ดำเนินต่อเนื่องมาแล้วหลายปี แต่ถ้ามองในแง่ลบ การปรากฏตัวของ ISIL จะซ้ำเติมความแตกแยกในอิรัก
ได้รับการเผยแพร่ผ่าน ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2557, http://www.thaiworld.org/thn/thailand_monitor/answera.php?question_id=1361

รัฐบาลโอบามาตั้งเงื่อนไขจะสนับสนุนรัฐบาลอิรักอย่างเต็มกำลังในการปราบปรามกลุ่มผู้ก่อการร้าย ISIL/ISIS ก็ต่อเมื่ออิรักได้รัฐบาลใหม่ ซึ่งหมายถึงนายกฯ อัลมาลิกีต้องพ้นจากอำนาจ นายกฯ อัลมาลิกีปฏิเสธข้อเรียกร้องและเห็นว่าเท่ากับเป็นการรัฐประหารรัฐธรรมนูญ การตัดสินใจดังกล่าวส่งผลต่อตัวแสดงสำคัญๆ เช่น การคงอยู่ของ ISIL ความสัมพันธ์ระหว่าง ISIL กับพวกซุนนีกลุ่มต่างๆ
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6445 วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1929500

37. ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับรัสเซียในวิกฤตยูเครนเป็นสงครามเย็นหรือไม่
แม้ว่าทุกวันนี้จะผ่านพ้นสงครามเย็นมานานแล้ว สิ่งหนึ่งที่สื่อชาติตะวันตกทำอย่างต่อเนื่องนับจากสงครามเย็นจนถึงปัจจุบัน คือ การโฆษณาชวนเชื่อ บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร หลอกหลวงประชาคมโลกอย่างเป็นระบบ ไม่ต่างจากทางการรัสเซียที่ยังใช้การโฆษณาชวนเชื่อเป็นเครื่องมือดังที่กระทำเรื่อยมา วิกฤตยูเครนในขณะนี้เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ต่างฝ่ายต่างพยายามช่วงชิงความได้เปรียบ โดยพยายามเปรียบเปรยให้นึกถึงสงครามเย็น ยุคที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน และพยายามดึงให้ประเทศอื่นๆ อยู่กับฝ่ายของตน
(บทความทั้งหมดแบ่งออกเป็น 3 ตอน แยกตีพิมพ์ใน นิตยสารหนังสือข่าวทหารอากาศ จำนวน 3 เล่ม คือฉบับปีที่ 74 ฉบับที่ 5, 6 และ 7 เดือนพฤษภาคม มิถุนายน และพฤษภาคม 2557)

38. อิรักกำลังตามอย่างซีเรีย ด้วยสงครามกลางเมืองยืดเยื้อ
วิกฤตอิรักรอบใหม่ที่เริ่มต้นเมื่อเดือนมิถุนายน ในตอนแรกนั้นสื่อมุ่งกล่าวถึงกองกำลัง ISIL/ISIS ที่สามารถยึดครองหลายเมืองได้อย่างรวดเร็ว แต่ล่าสุดการบรรยายเหตุการณ์ในอิรักให้ความสำคัญกับการลุกฮือของพวกซุนนีอิรัก ภาพวิกฤตอิรักจึงกลายเป็นสงครามระหว่างรัฐบาลชีอะห์ผู้กดขี่ข่มเหงประชาชน (โดยเฉพาะพวกซุนนี) กับฝ่ายต่อต้าน ซึ่งส่วนใหญ่คือประชาชนอิรักผู้นับถือนิกายซุนนี กองกำลัง ISIL สถานการณ์ในอิรักจึงคล้ายสงครามกลางเมืองซีเรียมากขึ้นทุกที
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6452 วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1934491


ร้อยปีเต็มแล้วที่ชาวเคิร์ดอิรักต่อสู้เรียกร้องอิสรภาพ  การปกครองตนเอง น่าสนใจที่พวกเคิร์ดเป็นซุนนีแต่ไม่ปรารถนาอยู่ร่วมกับพวกอาหรับอิรักที่เป็นมุสลิมด้วยกัน รัฐบาลอังกฤษเคยเชื่อว่าพวกเคิร์ดเป็นเพียงแค่ชนเผ่าต่างๆ ไม่สามารถรวมตัวปกครองตนเอง แต่จากประวัติศาสตร์ในอดีตจนถึงปัจจุบัน พวกเคิร์ดพิสูจน์แล้วว่าพวกเขาสามารถรวมตัวกันได้ ตรงข้ามกับพวกอาหรับอิรักที่กำลังแตกแยกอยู่ในขณะนี้
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6459 วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1938884

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สังคมไทยให้ความสำคัญกับการมาถึงของประชาคมอาเซียนในปี 2015 หลายภาคส่วนทั้งเอกชน ราชการต่างเร่งเตรียมตัว เพื่อรองรับการมาถึงของประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน บทความนี้ (แบ่งออกเป็น 2 ตอน) จะนำเสนอว่าเมื่อถึงสิ้นปี 2015 อาจไม่เกิดประชาคมอาเซียน หรือเกิดประชาคมอาเซียนแต่จะไม่เป็นไปตามแผนเดิมที่ประกาศไว้
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6466 วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1943668

ทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชนทั่วไปกำลังเตรียมรับการมาของ AEC แต่ถ้าไม่เกิด AEC ตามแผนที่กำหนดไว้เมื่อถึงสิ้นปี 2015 ย่อมส่งผลกระทบทางลบ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ทุกฝ่ายจำต้องปรับความเข้าใจและปรับแผน ติดตามแผนพัฒนาประชาคมอาเซียนหลังปี 2015 ฉบับใหม่ที่น่าจะประกาศในเดือนพฤศจิกายนนี้ หรือไม่ก็เมษายนปีหน้า
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6473 วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1948859

เมื่อโซเวียตรัสเซียยิงเครื่องบินโดยสารของเกาหลีใต้ รัฐบาลโซเวียตเริ่มด้วยการปฏิเสธว่าไม่ได้ยิง เมื่อจนมุมด้วยหลักฐานจึงกล่าวหาว่าเป็นเครื่องบินจารกรรม ประธานาธิบดีเรแกนประณามว่า “เป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ” “เป็นพฤติกรรมอันป่าเถื่อน” ส่วนเมื่อสหรัฐยิงเครื่องบินโดยสารของอิหร่าน ประธานาธิบดีเรแกนกล่าวว่า ต้องปฏิบัติตามแนวปฏิบัติมาตรฐาน ยิงเพื่อป้องกันตนเอง
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6480 วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1953930

หลังจากที่สหรัฐกับพันธมิตรประกาศคว่ำบาตรรัสเซียหลายระลอก ตั้งแต่รัสเซียบุกไครเมีย จนถึงล่าสุดคือการเชื่อว่าเครื่องบินโดยสารมาเลเซีย เที่ยวบิน MH17 ถูกฝ่ายต่อต้านรัฐบาลยูเครนยิงตก โดยมีรัสเซียเป็นผู้ให้การหนุนหลัง คราวนี้รัสเซียเป็นฝ่ายประกาศคว่ำบาตรบ้าง โดยมุ่งสินค้าในหมวดเกษตร อาหาร วัตถุดิบ ข้อสังเกตคือการคว่ำบาตรที่ผ่านมาทั้งหมดมีผลในเชิงรูปธรรมน้อย มีเพียงตลาดทุนตลาดเงินที่แสดงการรับรู้มากที่สุด
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6487 วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1959526 และ http://www.thaipost.net/sunday/100814/94434

การปรากฏตัวของกำลังอากาศสหรัฐ ไม่ใช่เพื่อการปราบปรามกองกำลัง IS แต่ใช้เหตุช่วยเหลือชนกลุ่มน้อยเพื่อเป็นข้ออ้างให้กองกำลังอากาศสหรัฐเข้าควบคุมน่านฟ้าอิรักทั้งหมด แสดงถึงพลังอำนาจ “การมีอยู่” ของสหรัฐ ในช่วงจังหวะที่อิรักกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ ที่นายกฯ มาลิกีเปรียบเปรยว่าคือ “รัฐประหาร”
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6494 วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1964348

กว่า 20 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลรัสเซียเข้าแทรกแซงการเมืองการเลือกตั้งยูเครน เพื่อให้ได้รัฐบาลที่ดำเนินนโยบายใกล้ชิดรัสเซีย แต่ความไร้เสถียรภาพของรัฐบาล การก่อการของขั้วฝ่ายตรงข้าม ทำให้การเมืองยูเครนผันผวน ได้รัฐบาลที่อิงชาติตะวันตกสลับกับที่อิงรัสเซีย เป้าหมายของยุทธศาสตร์ใหม่ของประธานาธิบดีปูติน คือหวังแก้ความผันผวนทางการเมือง ด้วยการแยกยูเครนออกเป็น 3 ส่วน
ได้รับการเผยแพร่ผ่าน ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2557, http://www.thaiworld.org/thn/thailand_monitor/answera.php?question_id=1377

46. รู้จักโรคอีโบลา (Ebola) โรคที่ต้องเน้นการควบคุมการแพร่ระบาด
โลกรู้จักไวรัสอีโบลา หลายทศวรรษแล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมา เกิดการระบาดครั้งใหญ่น้อยหลายรอบ แต่จนถึงทุกวันนี้ โลกยังปราศจากยา วัคซีนที่ใช้ได้ผลอย่างจริงจัง เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะขาดการวิจัยยากับวัคซีนที่มากเพียงพอ ในภาวะเช่นนี้ การป้องกันและการควบคุมการแพร่ระบาดคือ “แนวทางรักษา” ที่เหมาะสมที่สุด เพราะเมื่อไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม การระบาดจะยุติไปเอง
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6501 วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1969582

ในมุมหนึ่งประธานาธิบดีโอบามาชี้ว่า IS เป็นภัยคุกคาม ต้องกำจัดอย่างถอนรากถอนโคน ในอีกมุมหนึ่งชี้ว่าการปราบปราม IS ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องลงมือทันที ที่สำคัญคือต้องรอความร่วมมือจากประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะพวกซุนนี เมื่อวิเคราะห์แล้วนำสู่คำถามว่ารัฐบาลโอบามามีความตั้งใจปราบปรามกองกำลัง IS มากน้อยเพียงใด ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6508 วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1974808

รัฐบาลชาติตะวันตกหลายประเทศหยิบยกประเด็นพลเรือนของตนที่เข้าร่วม IS จะกลับมาก่อเหตุก่อการร้ายที่บ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง จึงเห็นว่าควรดำเนินมาตรการป้องกันหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการติดอาวุธพวกเคิร์ด ซึ่งเป็นการปิดล้อมพื้นที่อิทธิพลของกองกำลัง IS ไม่ให้ขยายออกไปทางทิศตะวันออกให้มากกว่าที่เป็นอยู่ แต่ผลกระทบต่อประเทศอิรักคือพวกเคิร์ดมีความเป็นอธิปไตยมากขึ้น เท่ากับว่าอิรักสูญเสียอธิปไตย
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6515 วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1980064

ผลจากการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาทำให้สังคมโลกตีตราว่าประเทศที่มีการแพร่ระบาดกลายเป็นประเทศที่อันตรายต่อชีวิตมากที่สุด หลายคนกลัวแม้กระทั่งไม่กล้าซื้อสินค้าจากประเทศเหล่านี้ ตราบใดที่การแพร่ระบาดยังไม่สิ้นสุด ประเทศเหล่านี้เหมือนประเทศที่ถูกคว่ำบาตรด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุนจากนานาชาติ เป็นการยากลำบากอย่างยิ่งที่ประเทศซึ่งยากจนอยู่แล้วจะพัฒนาเศรษฐกิจสังคมให้เจริญรุ่งเรือง
ได้รับการเผยแพร่ผ่าน ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2557, http://www.thaiworld.org/thn/thailand_monitor/answera.php?question_id=1384

การก่อการของ IS มีผลต่อการสร้างกระแสสงครามระหว่างนิกาย ซึ่งรัฐบาลอิหร่านระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง ผลลัพธ์คือติดอาวุธให้กับพวกเคิร์ด สนับสนุนรัฐบาลแบกแดด เพื่อให้อิรักฝั่งตะวันออกเป็นแนวป้องกัน เป็น “รัฐกันชน” ป้องกันไม่ให้กองกำลัง IS เข้ามาก่อกวน สร้างสถานการณ์ให้ลุกลามบานปลาย กลายเป็นสงครามระหว่าง IS กับอิหร่าน เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ปราบปราม IS อันซับซ้อน
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6522 วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1985154

ในการระบาดช่วงแรกนั้น ชาวบ้านจำนวนมากเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่โรคอีโบลา แต่เป็นแผนของรัฐบาลเพื่อเรียกร้องขอเงินบริจาคจากนานาชาติ เพื่อจะได้ฮุบเงินส่วนหนึ่งเข้ากระเป๋าตัวเอง คอร์รัปชันจึงเป็นต้นเหตุบ่อนทำลายการเมืองแบบประชาธิปไตย หากจะแก้ไขเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน คนในสังคมต้องส่งเสียงว่าการทุจริตเป็นเรื่องที่รับไม่ได้เลย เพื่อที่สุดแล้วมุมมองของทุกคนในสังคมจะเปลี่ยนใหม่ ไม่เห็นด้วยกับการคอร์รัปชัน
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6529 วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1990263

ประธานาธิบดีโอบามาชี้ว่าวิธีต่อต้านผู้ก่อการร้าย IS ที่เหมาะสมที่สุดในขณะนี้คือใช้กำลังทางอากาศ สนับสนุนพันธมิตรและหุ้นส่วน เพิ่มการสนับสนุนกองกำลังประเทศอื่นๆ ที่เข้ารบทางภาคพื้นดิน เป็นการแสดงให้โลกเห็นถึงภาวะผู้นำของอเมริกา แต่จนบัดนี้ รัฐบาลโอบามายังไม่ใช้คำว่า “ทำสงครามกับ IS” ในขณะที่ IS แถลงอย่างชัดเจนให้สมาชิกสังหารชาวตะวันตกทุกประเทศที่เข้าร่วมโจมตี IS ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นทหารหรือพลเรือน ดังนั้น โอกาสที่ IS จะก่อความรุนแรงในประเทศอื่นๆ ย่อมมีตลอดเวลาคอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6536 วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1994911

มีความเป็นไปได้ว่าผู้ก่อการร้ายที่อาจก่อเหตุในอนาคตจะเป็นพลเมืองอเมริกัน และชาวอเมริกันต้องอยู่กับภัยคุกคามนี้อีกนาน เป็นกระแสภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้ายรอบที่ 2 หลังจากเหตุ 9/11 เมื่อ 13 ปีก่อน หากเกิดเหตุวินาศกรรมครั้งใหญ่ไม่แพ้กรณี 9/11 เมื่อถึงคราวนั้นสังคมอเมริกาคงต้องตัดสินใจอีกครั้ง และต้องคอยดูว่าเมื่อถึงตอนนั้นผู้เป็นประธานาธิบดีจะตื่นตระหนกตกใจรีบเร่งส่งกองทัพเข้าสู่ตะวันออกกลางหรือไม่
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6543 วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2557, http://www.thaipost.net/sunday/051014/97134

54. ยุทธศาสตร์ต่อต้าน IS เรื่องที่โอบามาพูดและไม่ได้พูด(ตอนที่ 3)
ก่อนหน้านี้รัฐบาลโอบามาไม่เห็นด้วยกับการให้อาวุธประสิทธิภาพสูงแก่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ไม่สนับสนุนการจัดตั้งเขตห้ามบิน ชาวอเมริกันต่อต้านการใช้กำลังทางอากาศโจมตีกองทัพอัสซาด แต่บัดนี้ นโยบายต่อซีเรียเหล่านี้กลับกลายเป็นตรงข้าม รัฐบาลโอบามาอาศัยการต่อต้านการก่อการร้าย แนบนโยบายซีเรียที่ชาวอเมริกันเคยต่อต้าน เข้าไปอยู่ในส่วนหนึ่งของแผนต่อต้าน IS
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6550 วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/2005088

ออสเตรเลียเป็นอีกประเทศที่เข้าร่วมต่อต้าน IS ทำให้ IS ประกาศให้พลพรรคของตนสังหารชาวออสเตรเลียได้ทุกคน สังคมออสเตรเลียจึงระวังตัวต่อภัยก่อการร้ายในประเทศ จากความระวังกลายเป็นความระแวงต่อชาวมุสลิมทุกคนในประเทศ กลายเป็นว่ามุสลิมออสเตรเลียถูกดูหมิ่นคุกคาม สังคมออสเตรเลียขณะนี้กำลังต่อสู้ในสมรภูมิทางอุดมการณ์กับ IS เป็นภาวะที่ทุกคนอยู่ในสมรภูมินี้
ได้รับการเผยแพร่ผ่าน ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2557, http://www.thaiworld.org/thn/thailand_monitor/answera.php?question_id=1391

รองประธานาธิบดีไบเดนอ้างว่ารัฐบาลตุรกี ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ ให้เงินและอาวุธกับผู้ก่อการร้าย รวมทั้งกลุ่ม IS แม้ว่าทำเนียบขาวจะชี้แจงว่าท่านไม่ได้ตั้งใจหมายความเช่นนั้นจริง แต่เป็นอีกข้อมูลอีกชิ้นที่ชี้ว่าชาติอาหรับให้การสนับสนุนผู้ก่อการร้าย และเกิดคำถามว่าคำพูดของท่านสร้างความกระจ่างหรือสร้างความสับสนกันแน่
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6557 วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/2010240

ในโลกมุสลิมมีผู้เชื่อว่าซุนนีกับชีอะห์มีความขัดแย้ง และในขณะนี้มีผู้พยายามอ้างว่าสงครามในซีเรียกับอิรักคือสงครามตัวแทนซุนนี-ชีอะห์ โดยเชื่อมโยงว่า IS คือเครื่องมือของซุนนี แต่เมื่อองค์กร ผู้นำจิตวิญญาณอิสลามประกาศชัดว่า IS ไม่ใช่อิสลาม การอ้าง IS เป็นเหตุผลสงครามตัวแทนซุนนี-ชีอะห์จึงตกไป น่าแปลกใจที่รองประธานาธิบดีไบเดนกลับพยายามดึง IS เข้าไปอยู่ในอิสลาม ยังยืนยันว่า IS อยู่ในกลุ่มซุนนี กำลังทำสงครามตัวแทนซุนนี-ชีอะห์
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6564 วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/2014774

รองประธานาธิบดีไบเดนชี้ว่าปัญหาวุ่นวายในซีเรียที่ยืดเยื้อกว่า 3 ปีครึ่ง ผู้คนล้มตายกว่า 200,000 คน มาจากพันธมิตรในภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ในอีกมุมหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐบาลโอบามาประกาศนโยบายโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด และยังยืนยันนโยบายจนถึงบัดนี้ นอกจากนี้การสนับสนุนฝ่ายต่อต้านเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อให้เกิดคำถามว่ารัฐบาลโอบามากำลังดำเนินนโยบายเพื่อคนอเมริกันหรือเพื่อใครกันแน่
คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6571 วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2557, http://www.thaipost.net/sunday/021114/98410 และ http://www.ryt9.com/s/tpd/2020029

การประชุมผู้นำจีน-สหรัฐในปีนี้ จะเป็นอีกครั้งที่ผู้นำจีนประกาศจุดยืนต่อประชาคมโลก ว่าตนต้องการสันติภาพ ต้องการเป็นมิตรกับทุกประเทศ ส่วนรัฐบาลโอบามาไม่ว่าจะพูดกับจีนอย่างไร ยังคงเดินหน้าตามแผนเสริมกำลังรบในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กองกำลังอีกส่วนที่กำลังปฏิบัติการโจมตีกองกำลังรัฐอิสลาม (IS/ISIL/ISIS) ก็ยังคงเดินหน้าต่อ เช่นเดียวกับงานจารกรรมประเทศต่างๆ ทั่วโลก ประเทศทั้งหลายต้องระวังที่จะไม่ก้าวข้ามเส้นต้องห้ามของจีน จีนยังต้องการเป็นมิตรในระยะนี้
คอลัมน์ สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6578 วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/2025148

60. เขตการค้าเสรีภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกการประลองหลักการระหว่างจีนกับสหรัฐ
สมาชิกเอเปกประกาศว่า FTAAP จะยอมรับแนวทางเขตการค้าเสรีแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น TPP RCEP เท่ากับชี้ว่าที่ประชุมเอเปกปฏิเสธว่า TPP คือมาตรฐานเขตการค้าเสรีของภูมิภาค ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงให้เหตุผลว่าเขตการค้าเสรีอื่นๆ ที่กำลังเจรจาทั้งหมด ทั้งในระดับทวิภาคีหรือพหุภาคี ล้วนสนับสนุนเป้าหมายของ FTAAP
คอลัมน์ สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6585 วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/2030844

การที่รัฐบาลอาเบะยุบสภา แสวงหาความชอบธรรมทางการเมืองอีกครั้ง ก็เพราะคาดการณ์ล่วงหน้าแล้วว่าพรรคร่วมของตนจะได้มาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศต่อไป และคราวนี้จะกลับมาด้วยความชอบธรรมกว่าเดิม เป็นวิธีใช้ประโยชน์จากการใช้สิทธิ์ 1 คน 1 เสียงของระบอบประชาธิปไตยตะวันตก ที่ประชาชนต้องเลือกตั้งแบบ “เหมารวม”
คอลัมน์ สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6592 วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/2036246

ข้อตกลง Joint Plan of Action มีผลชั่วคราว นั่นหมายความว่าอนาคตไม่แน่นอน ถ้ามองในแง่ดีเป็นโอกาสที่ต่างฝ่ายต่างแสดงความปรารถนาดีต่อกัน เป็นกระบวนการสร้างความไว้วางใจ และนำสู่การเจรจาขั้นสุดท้าย ถ้ามองในแง่ร้าย การผ่อนคลายการคว่ำบาตรมีผลชั่วคราว รัฐบาลสหรัฐยังคว่ำบาตรต่อไป ข้อตกลงชั่วคราวกลายเป็นเครื่องมือที่ประเทศคู่เจรจาใช้กดดันอิหร่าน
คอลัมน์ สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6599 วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/2041411

สมาชิกรัฐสภาฝ่ายที่ต้องการให้อิหร่านละทิ้งโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ใช้การคว่ำบาตรอย่างรุนแรงเพื่อกดดันให้รัฐบาลอิหร่านยอมรับเงื่อนไข การเจรจาในช่วงนี้เป็นจุดสำคัญ เพราะหากเลยเส้นตาย 1 กรกฎาคม 2015 สหรัฐจะเข้าสู่ช่วงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี โครงการนิวเคลียร์อิหร่านจะกลายเป็นหนึ่งในประเด็นหาเสียงอย่างสมบูรณ์ สถานการณ์จะซับซ้อนยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ 
คอลัมน์ สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6606 วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/2045814

สถานการณ์ในยูเครนสงบเรียบร้อยขึ้น แต่กลายเป็นต้นเหตุทำให้รัสเซียเผชิญหน้ากับสหรัฐและพันธมิตร รัฐบาลปูตินเชื่อว่าหากเดินเกมยืดเยื้อ ประชาชนยูเครนจะออกมาประท้วงคว่ำรัฐบาลโปโรเชนโก ฝ่ายตนจะเป็นผู้ได้ชัย ด้านสหรัฐกับพันธมิตรตอบโต้ด้วยการกดดันคว่ำบาตรรัสเซีย จนค่าเงินรูเบิลอ่อนค่าอย่างรุนแรง กระทบเศรษฐกิจรัสเซีย
คอลัมน์ สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6613 วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/2050549

การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากร้อยละ 5.5 เป็น 17 ปรับประมาณการเติบโตของจีดีพีจากบวกเป็นติดลบร้อยละ 5 เป็นเรื่องเหลือเชื่อ สาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น สหรัฐกับอียูคว่ำบาตรรัสเซีย เศรษฐกิจอเมริกาฟื้นตัว แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือราคาน้ำมันดิบโลกอ่อนตัว คืออ่อนตัวจากราคาปกติที่ระดับ 90 กว่าต่อดอลลาร์ต่อบาร์เรลมาเป็น 55 ดอลลาร์ต่อบาร์ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ราคาน้ำมันที่อ่อนตัวในลักษณะเช่นนี้ยิ่งเป็นเหตุการณ์ที่เหลือเชื่อ “ผิดปกติ” เป็นต้นเหตุให้ค่าเงินรูเบิลอ่อนค่ารุนแรงในขณะนี้
คอลัมน์ สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6620 วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/2055659)

สนธิสัญญาเวสฟาเลีย (Treaty of Westphalia) ในปี 1648 เป็นจุดเริ่มต้นของ “รัฐสมัยใหม่” (modern state) ผู้ครองรัฐต่างๆ สามารถกำหนดนิกายศาสนาด้วยตนเอง ไม่จำต้องขึ้นกับศาสนจักรอีกต่อไป เป็นการยุติอำนาจฝ่ายโลกของคริสตจักรโรมันคาทอลิกที่มีมาตั้งแต่ยุโรปสมัยกลาง ผู้ปกครองแต่ละคนมีอำนาจสูงสุดเหนือดินแดน รวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างในดินแดนนั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นประชากร ทรัพยากรต่างๆ รัฐจึงเป็นสิ่งประดิษฐ์คิดค้น สามารถพัฒนาปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม
คอลัมน์ สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6627 วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/2060571

----------------------

อาเซียนแทรกแซงเมียนมา หรือเมียนมาแทรกแซงอาเซียน

15 ตุลาคม 2017 ชาญชัย คุ้มปัญญา (ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “ สถานการณ์โลก ” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7646 วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2560) ...