วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2559

โครงการนิวเคลียร์อิหร่านสู่ยุติสันติ

24 มกราคม 2016
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7017 วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ.2559)

รัฐบาลอิหร่านยืนยันเรื่อยมาว่าโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของตนมีเพื่อสันติเท่านั้น แม้กระทั่งอยาตุลเลาะห์ คาเมเนอี กล่าวว่า “พวกเราได้ฟัตวา (fatwa) ประกาศว่าศาสนาอิสลามห้ามครอบครองอาวุธนิวเคลียร์” การวิจัยพัฒนาก็เพื่อใช้ในทางสันติเท่านั้น มาตรการคว่ำบาตรจากประเทศต่างๆ จึงไม่ชอบธรรม
            ปัญหาอันเนื่องจากโครงการนิวเคลียร์เริ่มสู่ทิศทางที่ดี เมื่อฮัสซัน โรฮานี (Hassan Rohani) เป็นประธานาธิบดีอิหร่านคนใหม่พร้อมนโยบายเจรจาแก้ปัญหานิวเคลียร์ เกิดกลุ่มเจรจาที่เรียกว่า P5+1 หรือ E3+3 (หมายถึงฝ่ายสหภาพยุโรป 3 ประเทศอันได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศสและเยอรมนี กับสหรัฐ รัสเซียและจีน) ได้ Joint Plan of Action เป็นข้อตกลงชั่วคราวที่ต่างฝ่ายต่างแสดงความจริงใจ ถอยกันคนละก้าวสองก้าว เช่น อิหร่านหยุดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่มีความเข้มข้นเกินร้อยละ 5 กำจัดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่มีความเข้มข้นเกินกว่าร้อย 5 ทั้งหมด ส่วนกลุ่ม P5+1 จะไม่ออกมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม ระงับการคว่ำบาตรบางส่วน
            ข้อตกลงชั่วคราวต่ออายุหลายรอบ ท่ามกลางแรงกดดันจากรัฐบาลอิสราเอลกับซาอุดิอาระเบียที่เห็นว่าเป็นข้อตกลงที่แย่ ย้ำว่าอิหร่านต้องทิ้งโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมด ไม่เหลือแม้กระทั่งใช้ในทางสันติ

ต่อมาเมื่อกรกฎาคม 2015 อิหร่านกับ 6 ชาติคู่เจรจาบรรลุร่างข้อตกลงแก้ปัญหาโครงการนิวเคลียร์อิหร่านฉบับสมบูรณ์ที่เรียกว่า Joint Comprehensive Plan of Action (JCPOA) ข้อตกลงจะมีผลอย่างสมบูรณ์ถ้าสามารถพิสูจน์ว่าอิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขเบื้องต้นทุกข้อ สหรัฐกับพันธมิตรจะต้องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดและคืนเงินที่อายัดไว้
กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายยูกิยะ อามาโนะ (Yukiya Amano) ผู้อำนวยการ IAEA ประกาศยืนยันว่าอิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขเบื้องต้นของ JCPOA แล้ว ด้วยเหตุนี้สหรัฐ อียู และคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติจึงยกเลิกการคว่ำบาตร

ความสำเร็จเพียงครึ่งเดียวของรัฐบาลโรฮานี :
            ประธานาธิบดีโรฮานีกล่าวในโอกาสดังกล่าวว่า สถานการณ์อิหร่าน “เข้าสู่บทใหม่แล้ว” “ชาวอิหร่านส่งสัญญาณความเป็นมิตรสู่โลก ละทิ้งความแค้นเคือง ความน่าสงสัย แผนร้ายไว้เบื้องหลัง เริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับโลกใหม่อีกครั้ง” การยกเลิกคว่ำบาตรเป็นจุดเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ เป็นยุคทองของอิหร่าน “เป็นโอกาสพัฒนาประเทศ ปรับปรุงสวัสดิการ สร้างเสถียรภาพและความมั่นคงแก่ภูมิภาค”
            ย้อนอดีตในช่วงหาเสียง ฮัสซัน โรฮานีเน้นนโยบายแก้ปัญหาการคว่ำบาตร ปัญหาเศรษฐกิจสังคมอันเนื่องจากการคว่ำบาตร
            อันที่จริงควรกล่าวด้วยว่าผู้สมัครอีกหลายคนหาเสียงด้วยการชูประเด็นเดียวกันนี้

นโยบายดังกล่าวสวนทางกับนโยบายของประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) เคยวิเคราะห์ไว้ว่า “ในช่วงนั้นรัฐบาลอิหร่านเดินหน้าโครงการอย่างเต็มที่ ประกาศไม่ยอมอ่อนข้อแม้ถูกคว่ำบาตร เมื่อมาถึงรัฐบาลของประธานาธิบดีโรฮานี นโยบายนิวเคลียร์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ อิหร่านเรียกร้องขอการเจรจาจนนำสู่ได้ข้อสรุปร่างข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ ความขัดแย้งอันเนื่องจากโครงการนิวเคลียร์กับหลายประเทศอาจถึงจุดยุติ อย่างไรก็ตาม หลายประเทศยังมีประเด็นขัดแย้งกับอิหร่านในหลายเรื่อง”
            ความสำเร็จสำคัญคือการที่ผู้ปกครองอิหร่านตัดสินใจให้โครงการนิวเคลียร์เข้ากระบวนการตรวจสอบของนานาชาติ ซึ่งครั้งสมัยรัฐบาลอาห์มาดิเนจาดเห็นว่าหน่วยงาน IAEA ไม่โปร่งใส เจ้าหน้าที่บางคนเป็นสายลับ การเข้าสู่กระบวนการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน นำสู่การได้ข้อสรุปอย่างเป็นขั้นเป็นตอนว่าไม่มีจุดใดของโครงการน่าสงสัยอีกแล้ว ส่วนที่เป็นกังวลของสหรัฐกับพันธมิตรได้รับการแก้ไข เช่น จำนวนเครื่องเพิ่มสมรรถนะแร่ยูเรเนียม การตรวจสอบจุดต่างๆ

            ถ้าจะวิเคราะห์ให้ลึก การเลิกคว่ำบาตรไม่ใช่ผลงานของรัฐบาลโรฮานีเสียทีเดียว แต่เป็นประจักษ์พยานว่านโยบายคว่ำบาตรของสหรัฐกับพันธมิตรได้ผล
            นโยบายคว่ำบาตรและเหตุผลอื่นๆ กระทบเศรษฐกิจสังคมอิหร่านอย่างชัดเจน เช่น รายได้จากน้ำมันลดลง ค่าเงินตกฮวบ อัตราเงินเฟ้อร้อยละ 30 คนว่างงานกว่า 3,300,000 คน กระทบต่อเศรษฐกิจสังคมโดยรวม เป็นเหตุผลว่ารัฐบาลอิหร่านต้องปรับเปลี่ยนนโยบายนิวเคลียร์ให้โปร่งใส
            อธิบายให้ชัดคือ การยกเลิกคว่ำบาตรเป็นไปตามหลักเกณฑ์นานาชาติ เมื่ออิหร่านสามารถพิสูจน์ตัวเองว่าโปร่งใส ใช้ในทางสันติจริง ประเทศใดที่ทำเช่นนี้ควรได้ผลลัพธ์แบบนี้
และต้องขอบคุณชาวอเมริกันที่ไม่เห็นด้วยกับการส่งลูกหลานไปเสี่ยงตายต่างแดนอย่างไม่สมคุณค่า รัฐต้องสูญเสียงบประมาณมหาศาลไปกับสงครามในอิรักกับอัฟกานิสถาน

นโยบายปรับความสัมพันธ์รอบทิศไม่เกิดผล :
            พร้อมกับการแก้ปัญหาโครงการนิวเคลียร์ รัฐบาลโรฮานีประกาศปรับความสัมพันธ์กับนานาชาติ รวมทั้งรัฐบาลซาอุฯ นายโมฮัมหมัด จาวัด ซารีฟ (Mohammad Javad Zarif) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่ารัฐบาล “มองว่าซาอุดิอาระเบียมีความสำคัญและมีอิทธิพลต่อประเทศในภูมิภาค เราพยายามกระชับความร่วมมือกับซาอุฯ เพื่อประโยชน์ของภูมิภาค”
ตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมารัฐมนตรีซารีฟเดินสายเยี่ยมเยียนประเทศต่างๆ ในภูมิภาค จากหน้าข่าวบอกได้ว่าความสัมพันธ์ดีขึ้น แต่ความจริงแล้วความสัมพันธ์ไม่ได้ดีขึ้น กลุ่มรัฐอาหรับยังเห็นว่าอิหร่านแทรกแซงกิจการเพื่อนบ้านซึ่งเป็นประเด็นเก่าแก่ เช่น ปลายปี 2012 Shaikh Khalid bin Ahmed Al Khalifa รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบาห์เรนกล่าวหาว่าอิหร่านพยายามแทรกแซงกิจการภายในประเทศของกลุ่ม GCC “เราได้บอกต่ออิหร่านแล้วว่าการเข้าแทรกแซงไม่ใช่ทางออกและจะไม่ไปไหน แต่พวกเขาไม่ฟัง ยังพยายามแทรกแซงก้าวก่ายเรื่องภายในของกลุ่ม GCC
            GCC เห็นว่าอิหร่านเป็นตัวก่อปัญหาในภูมิภาค ทั้งที่เยเมน ซีเรีย อิรัก ปาเลสไตน์ และบาห์เรน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา องค์การความร่วมมืออิสลาม (Organisation of Islamic Cooperation) ออกแถลงการณ์ “ประณามอิหร่านแทรกแซงกิจการภายในของรัฐในภูมิภาคและสมาชิกรัฐอื่นๆ (รวมทั้งบาห์เรน เยเมน ซีเรียและโซมาเลีย) ทั้งยังสนับสนุนก่อการร้ายอย่างต่อเนื่อง”
(อนึ่ง ตัวแทนจากอิหร่านไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์ดังกล่าว)

Alireza Miryousefi จาก Iranian Foreign Ministry’s Institute for Political and International ให้ความเห็นว่า “ซาอุดิอาระเบียโหมไฟความแตกต่างด้านนิกายชีอะห์กับซุนนีอย่างต่อเนื่อง และนับจากปี 2011 เป็นต้นมาพยายามใช้อิหร่านเป็นข้ออ้างเพื่อเบี่ยงความสนใจจากนโยบายควบคุมภายในประเทศอย่างเข้มงวด (iron-fist policies)” รัฐมนตรีซารีฟกล่าวทำนองเดียวกันว่า รัฐบาลซาอุฯ “พยายามทำให้เกิดการเผชิญหน้าทั่วทั้งภูมิภาค” ส่งเสริมหลักคิดการใช้ความรุนแรงสุดโต่ง (violent extremism)
            เป็นนโยบายปิดล้อมอิหร่านจากรัฐอาหรับ หรือพูดอีกอย่างคือเป็นช่วงเวลาที่รัฐอาหรับออกหน้า ถ้าเชื่อว่ารัฐบาลสหรัฐไม่คิดญาติดีกับอิหร่านอยู่แล้ว

            หลายคนเห็นว่าสงครามกลางเมืองในซีเรีย อิรัก เยเมนในขณะนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางนิกายศาสนา ต้นเหตุความขัดแย้งมาจากหลายประเด็น เรื่องนิกายศาสนามีส่วนในบางกรณี มากน้อยต่างกัน ที่ถูกต้องกว่าน่าจะตอบว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลอิหร่านกับรัฐบาลอาหรับ
            ไม่ว่าจะขัดแย้งด้วยเหตุผลใด สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วง 3-4  ปีที่ผ่านมาส่งผลให้ผู้คนหลายแสนเสียชีวิต ผู้อพยพลี้ภัยนับล้าน เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ให้เห็นว่ารุนแรงเพียงใด

            ในอีกด้านหนึ่ง 17 มกราคม 2016 รัฐบาลโอบามาประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านชุดใหม่ หลังยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอันเนื่องจากโครงการนิวเคลียร์ไม่ถึง 24 ชั่วโมง อ้างอิหร่านทดสอบขีปนาวุธละเมิดข้อมติสหประชาชาติ มาตรการชุดใหม่แม้ไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ แต่ชี้ว่ารัฐบาลสหรัฐพร้อมจะคว่ำบาตรอิหร่าน
            เหล่านี้ให้คำตอบว่านโยบายปรับความสัมพันธ์รอบทิศของรัฐบาลโรฮานีได้รับการตอบสนองอย่างไร

บริบทเปลี่ยนนโยบายเปลี่ยนตาม :
นโยบายเร่งพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของประธานาธิบดีอาห์มาดิเนจาดเกิดขึ้นพร้อมกับช่วงที่รัฐบาลบุชประกาศว่าอิหร่านเป็นหนึ่งในแกนแห่งความชั่วร้าย (axis of evil) เหมือนอิรักกับเกาหลีเหนือ เมื่อสหรัฐกับพันธมิตรส่งกองทัพรุกรานอิรักโดยปราศจากมติคณะมนตรีความมั่นคง ไม่ฟังเสียงคัดค้านของนานาชาติ ความคิดที่ว่าอิหร่านจะเป็นเป้าถัดจากอิรักย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ สหรัฐสามารถเคลื่อนพลซึ่งอยู่ในภาวะเต็มอัตราศึกจากอิรักเข้าอิหร่านได้ทันที
แต่นโยบายเร่งพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ส่งผลกระทบด้านลบเมื่อแสดงอาการไม่โปร่งใส กลายเป็นความชอบธรรมที่สหรัฐกับพันธมิตรจะคว่ำบาตรอิหร่าน เป็นปัญหาแทรกซ้อนที่รัฐบาลอิหร่านต้องเผชิญ ภาระนี้ตกแก่รัฐบาลโรฮานีเนื่องจากบริบทเปลี่ยนไป นโยบายของรัฐบาลโอบามามีแต่จะถอนทหารกลับประเทศ อิหร่านไม่กังวลว่าสหรัฐจะส่งทหารเข้ารุกรานประเทศ หลายประเทศหวังผลประโยชน์การค้าการลงทุนกับอิหร่าน
จะเห็นว่าเมื่อบริบทเปลี่ยนนโยบายเปลี่ยนตาม เมื่อนโยบายเปลี่ยนก็สร้างบริบทขึ้นใหม่ บริบทกับนโยบายต่างส่งผลต่อกันและกัน มีผลต่อกันและกัน

อย่างไรก็ตาม ถือว่าเป็นผลงานชิ้นสำคัญของรัฐบาลโรฮานี ด้วยผลดีที่ได้จากการระงับคว่ำบาตร นักลงทุนต่างชาติหลายประเทศพากันมาลงทุน หลายโครงการเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐ แม้กระทั่งจากยุโรปตะวันตก
นโยบายรัฐบาลอาหรับขณะนี้คือออกหน้าต่อต้านอิหร่านด้วยตัวเอง ดังนั้น แม้การคว่ำบาตรอันเนื่องจากโครงการนิวเคลียร์อิหร่านจะยุติ ต้องตามต่อว่าอะไรคือสิ่งที่จะตามมา จะปิดล้อมอิหร่านอย่างไร การกดดันให้ราคาน้ำมันตลาดโลกต่ำไม่สามารถทำได้ตลอดไป
ส่วนในปีหน้าต้องติดตามว่าประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่จะมีนโยบายต่อภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างไร
-------------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง : 
หากยึดว่าความสำเร็จจากการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ไม่ลดความหวาดระแวง ความไม่เป็นมิตรต่อกัน รัฐบาลสหรัฐยังคงคว่ำบาตรอิหร่านด้วยเหตุผลอื่นๆ อิสราเอลยังเชื่อว่าอิหร่านจะผลิตและสามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์ในอนาคต ผลประโยชน์ของการเจรจาโครงการนิวเคลียร์จึงไม่ใช่เรื่องนิวเคลียร์อิหร่าน แต่น่าจะเป็นประโยชน์จากการที่บริษัทต่างชาติเข้าไปมีส่วนโครงการฟื้นฟูอิหร่าน หลายประเทศขายอาวุธแก่อิหร่าน

บรรณานุกรม:
1. Baker, Peter., Sanger E. David., & Gladstone, Rick. (2015, January 17). U.S. Imposes New Sanctions Over Iran Missile Tests. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2016/01/18/world/middleeast/three-freed-americans-depart-iran-one-remains-us-officials-say.html?_r=0
2. Hashem, Ali. (2015, January 19). Will Iran, Saudi Arabia patch things up? Al Monitor. Retrieved from http://www.al-monitor.com/pulse/originals/2016/01/iran-saudi-arabia-proxy-war-diplomatic-relations-cut.html
3. Iran policy against ‘arrogant’ U.S. won’t change. (2015, July 18). Al Arabiya News. Retrieved from http://english.alarabiya.net/en/News/middle-east/2015/07/18/Khamenei-policy-against-arrogant-U-S-won-t-change-.html
4. JCPOA goes into force; Rouhani says new chapter opens with the world. (2015, January 17). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/index_View.asp?code=252269
5. Kuwaiti emir says Iran has created constructive atmosphere. (2013, December 1). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/component/content/article/94-headline/112503-kuwaiti-emir-says-iran-has-created-constructive-atmosphere-
6. Mohammed Al A'Ali. (2012, December 26). GCC warns Iran 'stop interference'. Gulf Daily News. Retrieved from http://www.gulf-daily-news.com/NewsDetails.aspx?storyid=344444
7. Organisation of Islamic Cooperation. (2016, January 22). FINAL COMMUNIQUÉ OF THE EXTRAORDINARY MEETING OF THE COUNCIL OF FOREIGN MINISTERS OF THE ORGANIZATION OF ISLAMIC COOPERATION ON AGGRESSIONS ON THE EMBASSY OF THE KINGDOM OF SAUDI ARABIA IN TEHRAN AND ITS CONSULATE GENERAL IN MASHHAD. Retrieved from http://www.oic-oci.org/oicv2/topic/?t_id=10837&t_ref=4262&lan=en
8. Rohani vows to bring moderation to the country. (2013, May 28). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/politics/108120-rohani-vows-to-bring-moderation-to-the-country-
9. Spotlight: EU, Iran announce implementation of nuclear deal, sanctions lifted. (2015, January 17). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/2016-01/17/c_135016268.htm
10. Usher, Barbara Plett. (2015, March 16). Iran deal could start nuclear fuel race - Saudi Arabia. BBC. Retrieved from http://www.bbc.com/news/world-middle-east-31901961
-----------------------------

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2559

จีนกับการแก้ปัญหานิวเคลียร์เกาหลีเหนือ

17 มกราคม 2016
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7010 วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ.2559)

            ในการแก้ปัญหาโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์กับขีปนาวุธเกาหลีเหนือ หลายฝ่ายเห็นว่าต้องให้รัฐบาลเกาหลีเหนือยกเลิกโครงการทั้งหมด พร้อมกับพุ่งเป้าที่จีน เห็นว่าจีนต้องรับผิดชอบ เนื่องจากมีอิทธิพลต่อเกาหลีเหนือมากที่สุด
            คำถามคือข้ออ้างว่าจีนมีอิทธิพลมากที่สุดถูกต้อง สมเหตุผลมากเพียงไร

เหตุที่จีนมีความสำคัญ :
            ย้อนอดีตเมื่อปี 2014 เกาหลีเหนือทดสอบจุดระเบิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 3 ประธานาธิบดี ปาร์ค กึน-เฮ (Park Geun-hye) ร้องขอให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยับยั้งการทดลองนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าเกาหลีเหนืออาจเตรียมทดลองนิวเคลียร์อีกครั้ง
            จากการทดลองระเบิดไฮโดรเจนตามคำประกาศของเกาหลีเหนือเมื่อต้นปี 2016 ที่ผ่านมา เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลเกาหลีใต้ร้องขอให้จีนจัดการเกาหลีเหนืออย่างเป็นรูปธรรมและได้ผลจริงๆ “หวังว่าจีนจะให้ร่วมมือต่อคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติอย่างจริงจัง” ไม่ปล่อยให้เกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์
Hwang Joon-kook ทูตพิเศษเกาหลีใต้กล่าวว่า “จีนเป็นสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคง และมีอิทธิพลมากที่สุดต่อเกาหลีเหนือ ข้าพเจ้าเชื่อว่าเป็นประเทศสำคัญที่สุดในการแก้ไขสถานการณ์ขณะนี้”

            เหตุที่จีนมีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากในด้านการทูตนั้น จีนใกล้ชิดเกาหลีเหนือมากที่สุด คอยปกป้องเกาหลีเหนือจากมติคณะมนตรีความมั่นคงที่จีนไม่เห็นด้วย ที่สำคัญคือด้านเศรษฐกิจ จีนเป็นคู่ค้ารายสำคัญเพียงรายเดียวของเกาหลีเหนือ คิดมูลค่าการส่งออกนำเข้าราวร้อยละ 90 ของเกาหลีเหนือ นอกจากนี้ ร้อยละ 80 ของความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือมาจากจีน เป็นเหตุผลว่าทำไมจีนจึงมีอิทธิพลต่อเกาหลีเหนือ
            Robert G. Sutter อธิบายว่ายุทธศาสตร์ต่อต้านเกาหลีเหนือคือยุทธศาสตร์ปิดล้อม ในการนี้จีนมีผลต่อการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือมากที่สุด เพราะภายใต้บริบทที่กดดันเกาหลีเหนือทุกทิศทาง เกาหลีเหนือยังคงค้าขายกับจีน รัฐบาลจีนให้ความช่วยเหลือด้านอาหาร น้ำมันเชื้อเพลิง และวัตถุดิบ ปกป้องเกาหลีเหนือจากข้อมติคณะมนตรีความมั่นคง การคว่ำบาตรจากนานาชาติที่สหรัฐเป็นแกนนำจึงไม่ค่อยมีผลต่อ รัฐบาลเกาหลีเหนือยังตั้งมั่นอยู่ได้ มาตรการคว่ำบาตรใดๆ จะสัมฤทธิ์ผลได้มากน้อยเพียงใดขึ้นกับความร่วมมือจากจีน
สรุปสั้นๆ ได้ว่าเศรษฐกิจเกาหลีเหนือยังขับเคลื่อนได้เพราะเลือดที่จีนส่งไปหล่อเลี้ยง บ่อยครั้งที่เกาหลีเหนือยอมร่วมมือเข้าร่วมเจรจาก็เพราะหวังความช่วยเหลือจากจีนเพิ่มเติม
ในสถานการณ์ล่าสุด Hwang Joon-kook ทูตพิเศษเกาหลีใต้ย้ำความสำคัญของจีนอีกครั้งว่าการค้าร้อยละ 90 ของเกาหลีเหนือคือจีน จีนจึงต้องให้ความร่วมมือเพื่อลงโทษเกาหลีเหนือ ด้านจีนเห็นว่าควรเปิดการเจรจา 6 ฝ่าย นำเกาหลีเหนือมาร่วมเจรจาอีกรอบ

ความกังวลของจีน :
            สหรัฐเชื่อว่าจีนยังต้องการสนับสนุนเกาหลีเหนือเพื่อปกป้องให้ระบอบเกาหลีเหนือดำรงอยู่ต่อไป การคงอยู่ของระบอบเป็นประโยชน์ต่อจีนมากกว่า จีนเกรงว่าหากเกิดความวุ่นวายจะเกิดผู้อพยพจำนวนมากเข้าจีน ความไม่แน่นอนของคาบสมุทรเกาหลีที่จะตามมา สภาพการณ์ที่ก่อประโยชน์ต่อจีนมากที่สุดคือคาบสมุทรมีเสถียรภาพ
ในสถานการณ์ล่าสุด ประธานาธิบดีปาร์ค กึน-เฮ ประกาศว่ากำลังพิจารณาทบทวนติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ Terminal high-altitude area defense (THAAD) “เมื่อพิจารณาภัยคุกคามจากนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ข้าพเจ้าจะทบทวนเรื่องติดตั้ง THAAD เพื่อความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติ” “จีนประกาศซ้ำว่าจะไม่อดทนต่อโครงการนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ แต่แถลงการณ์ที่เข้มแข็งต้องมีมาตรการรองรับ มิฉะนั้น เกาหลีเหนือจะทดลองนิวเคลียร์อีก ... ข้าพเจ้าเชื่อว่ารัฐบาลจีนจะไม่ปล่อยให้สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีเลวร้ายกว่านี้”
เป็นที่รับรู้ทั่วไปว่ารัฐบาลสหรัฐต้องการติดตั้ง THAAD ในเกาหลีใต้ และได้สำรวจจุดติดตั้งแล้ว แต่ที่ผ่านมารัฐบาลเกาหลีใต้ลังเลใจเนื่องจากจีนคัดค้านอย่างรุนแรง นอกจากนี้ประเด็นเกาหลีใต้จะมีอาวุธนิวเคลียร์ของตนเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่ประธานาธิบดีปาร์คเห็นว่าคงไม่จำต้องกระทำถึงขนาดนั้น
            ถ้อยคำเหล่านี้มีถึงรัฐบาลจีนโดยตรง หวังกดดันให้ร่วมมือต้านเกาหลีเหนือ เป็นวิธีเก่าที่ใช้มาหลายปีแล้ว โดยเฉพาะประเด็นเกาหลีใต้คิดจะมีอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง เป็นเรื่องร้ายแรงมาก เพราะถ้าเกาหลีใต้มี ญี่ปุ่นจะขอมีด้วย เมื่อนั้นสถานการณ์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือจะตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม

ประเด็นที่จีนกังวลมากที่สุดไม่ใช่ระบบขีปนาวุธ THAAD คลื่นผู้อพยพลี้ภัย เพราะระบบติดตั้งที่ญี่ปุ่นอยู่แล้ว สหรัฐสามารถส่งเรือขีปนาวุธมาประชิดชายฝั่งจีน จีนมีประชากรกว่า 1,300 ล้านคนอยู่แล้ว มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ประเด็นผู้อพยพลี้ภัยจะกระทบเพียงพื้นที่ติดกับเกาหลีเหนือเท่านั้น
            ประเด็นสำคัญที่กังวลคือ หากรัฐบาลเกาหลีเหนือล่ม สหรัฐอาจส่งทหารเข้าเกาหลีเหนือประชิดชายแดนจีนโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง (เหมือนทหารอเมริกันที่ประจำการในเกาหลีใต้ในขณะนี้) กลายเป็นว่าจีนต้องเผชิญหน้ากองทัพสหรัฐทางบกโดยตรง ประโยชน์การใช้เกาหลีเหนือเป็นรัฐกันชนภายใต้บริบทปัจจุบันจึงยังมีความจำเป็น

จีนคุมเกาหลีเหนือได้จริงหรือ :
นับตั้งแต่การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ครั้งแรกเมื่อตุลาคม 2006 เจ้าหน้าที่จีนเห็นว่าเกาหลีเหนือดื้อดึงต่อจีน แต่การแก้ปัญหาจำต้องใช้ทั้งแรงกดดันควบคู่กับการปลอบโยน ให้ของกำนัล
            ในมุมมองของจีน เกาหลีเหนือเป็นเพื่อนบ้านที่สร้างปัญหาเป็นระยะๆ ทำให้จีนต้องเผชิญหน้ากับเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐ เป็นข้ออ้างให้ประเทศเหล่านี้เสริมสร้างกองทัพปิดล้อมจีน
ถึงกระนั้นไรก็ตาม จีนยังคงเป็นคู่ค้าสำคัญช่วยให้ระบอบเกาหลีเหนืออยู่รอด พร้อมกับสนับสนุนข้อมติคณะมนตรีความมั่นคง (บางครั้ง) เป็นหลักฐานว่าจีนใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็ง เพื่อควบคุมให้เกาหลีเหนืออยู่ได้และไม่ล้ำเส้น

            ในแง่หนึ่ง จีนเปรียบเหมือนพี่ใหญ่ผู้ควบคุมเกาหลีเหนือ ซึ่งในระยะหลังแสดงท่าขัดขืนความสัมพันธ์ดังกล่าวมากขึ้น การทดลองนิวเคลียร์ครั้งล่าสุดเป็นอีกครั้งที่ตีความได้ว่าไม่สามารถควบคุมรัฐบาลเกาหลีเหนือ

แต่ถ้ามองจากมุมเกาหลีเหนือ การทดลองแต่ละครั้งมีเหตุผลเบื้องหน้าเบื้องหลัง เช่นเมื่อธันวาคม 2002 เกาหลีเหนือประกาศว่าจะเริ่มเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ โครงการนิวเคลียร์ต่างๆ รัฐบาลจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช (George W. Bush) ตอบโต้ด้วยการคว่ำบาตรทางการเงิน ปฏิเสธเจรจากับเกาหลีเหนือ สัมพันธ์ทวิภาคีเสื่อมทรามลงทันที

หากมองตามเหตุผลของเกาหลีเหนือ สถานการณ์นับจากปี 2001 เป็นต้นมา รัฐบาลบุชประกาศมาตรการแข็งกร้าวทางทหาร เกาหลีเหนือกลายเป็นหนึ่งในแกนแห่งความชั่วร้าย (axis of evil) การแสดงออกของเกาหลีเหนือสอดคล้องกับรัฐบาลอิหร่านที่เร่งโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของตนเพื่อตอบโต้นโยบายของรัฐบาลสหรัฐในขณะนั้น
ในบางครั้งอาจเป็นเพียงเพื่อกระชับอำนาจภายใน ดังนั้น “ยุทธศาสตร์การทูตควบคู่การทหาร” ของเกาหลีเหนือจึงเกิดจากเหตุผลมากมายหลายแบบ ไม่อาจตีความว่าเพื่อต้านทุนนิยมเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่จีนต้องการจากเกาหลีเหนือ :
รัฐบาลจีนสนับสนุนข้อมติความมั่นคงสหประชาชาติประณามเกาหลีเหนือ เมื่อเกาหลีเหนือทดลองจุดระเบิดนิวเคลียร์ครั้งแรกในปี 2006 และสนับสนุนข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงอีกหลายฉบับ เพิ่มมาตรการคว่ำบาตร คำถามคือจีนได้ปฏิบัติตามข้อมติอย่างจริงจังหรือไม่ อะไรที่จีนต้องการจากเกาหลีเหนือ
คำตอบที่ดีที่สุดคือ จีนต้องการให้คาบสมุทรเกาหลีสงบเรียบร้อย ไม่เกิดความวุ่นวายไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม
            นั่นหมายถึงเกาหลีต้องไม่รวมชาติด้วย ต้องแยกเป็นเหนือ-ใต้ดังที่เป็นอยู่เช่นนี้ตลอดไป

            ในขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐพยายามชี้มาที่จีน รัฐบาลจีนกลับเห็นว่าการแก้ปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ฮงเล่ย (Hong Lei) กล่าว “จีนยึดมั่นในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลีและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือบนพื้นฐานเคารพผลประโยชน์ของทุกฝ่าย และถือว่าเป็นความรับผิดชอบร่วมของทุกฝ่าย”
จีนเรียกร้องให้รื้อฟื้นการเจรจา 6 ฝ่าย (six-party talks) อย่างต่อเนื่อง แต่ยุติไปเมื่อ 2008 เพราะไม่ประสบผลเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม จีนยังเห็นความจำเป็น เห็นว่าปัญหาเกาหลีเหนือไม่อาจแก้ด้วยการคว่ำบาตรกับแรงกดดัน ทุกฝ่ายควรร่วมมือเพื่อคลายแรงตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี พยายามพูดคุยเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ
            เพราะการร่วมเจรจาบนโต๊ะประชุมเดียวกันน่าจะปกป้องไม่ให้จีนต้องจ่ายราคาเพียงลำพัง และไม่ใช่ความรับผิดชอบของจีนเท่านั้นหากการเจรจาล้มเหลว รวมถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อีกทั้งลึกๆ แล้ว จีนเห็นว่ารัฐบาลสหรัฐไม่ต้องการญาติดีกับเกาหลีเหนือจริงๆ ไม่ต่างจากที่สหรัฐกำลังปฏิบัติต่อรัสเซียและจีนในขณะนี้

นักวิเคราะห์บางคนตั้งคำถามว่า จีนจะสามารถคงนโยบายนี้ได้อีกนานเพียงไร ระบอบเกาหลีเหนือหากไม่ปฏิรูปตนเองจะคงอยู่เช่นนี้ได้อีกนานเพียงไร ที่สุดแล้วนโยบายจีนต่อเกาหลีเหนือต้องเปลี่ยนแปลง
            ผู้ตอบคำถามข้อนี้อาจไม่ใช่รัฐบาลจีน แต่อยู่ที่ชนชั้นปกครองเกาหลีเหนือมากกว่า แต่การเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือคงไม่เกิดขึ้นในระยะเวลาไม่กี่ปี
            นอกจากนี้ ถ้ามองในกรอบที่กว้างขึ้น ไม่เพียงแต่จีนเท่านั้นที่หวังให้คาบสมุทรเกาหลีอยู่ในสภาพปัจจุบันดังที่เป็นอยู่ (มีความสงบคู่กับแรงตึงเครียดเป็นระยะๆ) ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐ ต่างหวังให้อยู่ในสภาพเช่นนี้เหมือนกัน ด้วยเหตุผลแรงจูงใจที่ต่างกัน สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีจึงดำเนินไปเพราะตัวแสดงเหล่านี้ ไม่เพียงเฉพาะจีนหรือเกาหลีเหนือเท่านั้น
-----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง 
ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบระเบิดไฮโดรเจนหรือหรือไม่ เป็นอีกครั้งที่เกาหลีเหนือใช้ “ยุทธศาสตร์การทูตนิวเคลียร์” เพื่อหวังประโยชน์ที่ต้องการ ประเด็นที่ลึกกว่านั้นคือบ่งชี้ว่าขีดความสามารถนิวเคลียร์ก้าวหน้าขึ้นอีกระดับ รัฐบาลจีนต้องขบคิดว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร หาไม่แล้วจะมีการทดลองครั้งหน้าแน่นอน สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลียังไม่นิ่ง มีผลต่อการเผชิญหน้าของชาติมหาอำนาจ

บรรณานุกรม:
1. (2nd LD) S. Korea presses China to play 'important role' in imposing sanctions against N. Korea. (2015, January 14). Yonhap. Retrieved from http://english.yonhapnews.co.kr/national/2016/01/14/13/0301000000AEN20160114010100315F.html
2. Bonnie Glaser, Scott Snyder and John S. Park. (2008, Jan). Keeping an Eye on an Unruly Neighbor: Chinese Views of Economic Reform and Stability in North Korea. United States Institute of Peace. Retrieved from http://www.usip.org/files/resources/Jan2008.pdf
3. Cha, Victor., & Kim, Ellen. (2013, March 7). UN Security Council Passes New Resolution 2094 on North Korea. Center for Strategic and International Studies. Retrieved from http://csis.org/publication/un-security-council-passes-new-resolution-2094-north-korea?
4. China says six-party talks needed to resolve DPRK nuclear issue. (2013, March 6). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/china/2013-03/06/c_132210852.htm
5. Kang Seung-woo. (2015, January 11). Park hints at THAAD deployment. The Korea Times. Retrieved from http://www.koreatimes.co.kr/www/news/nation/2016/01/116_195361.html
6. N.K. erecting last stage of rocket. (2012, December 5). The Korea Herald. Retrieved from http://nwww.koreaherald.com/view.php?ud=20121204001037
7. Nathan, Andrew J., & Scobell, Andrew. (2012).China's Search for Security. NY: Columbia University Press.
8. North Korea: U.S. Relations, Nuclear Diplomacy, and Internal Situation. (2013, January 4). Congressional Research Service. Retrieved from http://www.fas.org/sgp/crs/nuke/R41259.pdf
9. Park asks Xi to prevent N.K. nuclear test. (2014, April 23). The Korea Herald. Retrieved from http://www.koreaherald.com/view.php?ud=20140423001295
10. Press Conference with President Obama and President Park of the Republic of Korea. (2014, April 25). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/04/25/press-conference-president-obama-and-president-park-republic-korea
11. S. Korea requests China's cooperation in punishing N. Korea. (2015, January 7). Yonhap. Retrieved from http://english.yonhapnews.co.kr/national/2016/01/07/53/0301000000AEN20160107008100315F.html
12. S. Korean, Chinese envoys to meet over N. Korea's nuclear test. (2015, January 13). Yonhap. Retrieved from http://english.yonhapnews.co.kr/national/2016/01/14/7/0301000000AEN20160114003900315F.html
13. Seth, Michael J. (2011). A History of Korea: From Antiquity to the Present. United Kingdom: Rowman & Littlefield Publishers.
14. Sutter, Robert G. (2012). China’s Growing International Role. In Tzifakis, Nikolaos (Ed.), International Politics in Times of Change (pp.117-134). Berlin: Springer-Verlag Berlin Heidelberg.
-----------------------------

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559

ทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ไฮโดรเจน การทูตแบบเกาหลีเหนือ

10 มกราคม 2016
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7003 วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ.2559)

เกาหลีเหนือประกาศความสำเร็จในการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ชนิดระเบิดไฮโดรเจน (hydrogen bomb: H-bomb) และเป็นการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งแรกภายใต้ผู้นำคิม จ็อง-อึน (Kim Jong-un)
H-bomb เป็นระเบิดนิวเคลียร์ที่พัฒนาต่อจากระเบิดนิวเคลียร์รุ่นแรกๆ ที่เรียกว่า A-bomb (อย่างที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2) มีอานุภาพร้ายแรงกว่ามาก
The Rodong Sinmun สื่อเกาหลีเหนือรายงานความสำเร็จในการทดสอบระเบิดไฮโดรเจนอย่างเลิศเลอ เป็นผลจากสติปัญญาอันเลิศล้ำ เทคโนโลยีและความพยายามของเกาหลีเหนือ เสริมสร้างฐานะประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อปกป้องอธิปไตย จากการถูกข่มขู่คุกคามด้วยอาวุธนิวเคลียร์จากขั้วสหรัฐ เพื่อสันติสุขและความมั่นคงของคาบสมุทรเกาหลี
เกาหลีเหนือเป็นชาติรักสันติอย่างแท้จริง พยายามทุกอย่างเพื่อพิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงของคาบสมุทรจากฉากทัศน์ที่สหรัฐทำสงครามนิวเคลียร์
เกาหลีเหนือจะไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อน จะไม่ส่งมอบเทคโนโลยีแก่ผู้ใดดังที่ประกาศแล้ว และจะไม่หยุดพัฒนานิวเคลียร์ ไม่ถอดถอนระบบต่างๆ จนกว่าสหรัฐจะยุตินโยบายอันเป็นปฏิปักษ์
            ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ผู้นำคิมได้ประกาศล่วงหน้าแล้วว่าประสบความสำเร็จในการสร้างระเบิดไฮโดรเจน เกาหลีเหนือ “จึงมีทั้งระเบิดนิวเคลียร์ (A-bomb) และระเบิดไฮโดรเจน (H-bomb) พร้อมปกป้องอธิปไตยและอนาคตของชาติ”
            การทดลองครั้งนี้จึงสอดคล้องกับคำประกาศเมื่อปลายปีที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนไม่เชื่อว่าเป็นการทดลองระเบิดไฮโดรเจน อาจมีการศึกษาบ้างแต่ยังไม่ถึงขั้นทดสอบระเบิด Josh Earnest โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่าจากข้อมูลที่ได้รับยังไม่เพียงพอที่จะยอมรับว่าเกาหลีเหนือมีความสามารถผลิตระเบิดไฮโดรเจน

ยั่วยุขั้วสหรัฐแต่จีนควักกระเป๋าจ่าย :
            การวิเคราะห์เบื้องต้นบ่งบอกว่าเกาหลีเหนือต้องการยั่วยุ เพราะเคยทดลองจุดระเบิดนิวเคลียร์มาแล้ว 3 ครั้ง แต่ละครั้งถูกนานาประเทศกล่าวโจมตี คว่ำบาตร ครั้งนี้ก็เช่นกันประธานาธิบดี ปาร์ค กึน-เฮ (Park Geun-hye) ประกาศว่าเกาหลีใต้จะร่วมมือกับประชาคมโลกอย่างใกล้ชิดเพื่อลงโทษเกาหลีเหนือในเหตุทดลองนิวเคลียร์ครั้งนี้ อาจยกระดับการคว่ำบาตร
            รัฐบาลเกาหลีเหนือย่อมคิดล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องเผชิญอะไรบ้าง

            รัฐบาลเกาหลีเหนือประกาศมานานแล้วว่ามีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง พร้อมตอบโต้ประเทศทุนนิยมอย่างสาสม แต่รัฐบาลโอบามาปรับเปลี่ยนนโยบายเจรจา กำหนดเป้าหมายว่าถ้าจะเจรจาจะหมายถึงเกาหลีเหนือจะต้องยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ที่เป็นภัยคุกคามทั้งหมด หวังป้องกันไม่ให้ยั่วยุแล้วขอเจรจา แต่สุดท้ายยังเดินหน้าพัฒนานิวเคลียร์ต่อไป

            ไม่ว่าการทดลองที่ผ่านมาทั้ง 3 ครั้งจะช่วยให้เกาหลีเหนือเป็นชาติมีอาวุธนิวเคลียร์มากน้อยเพียงใด แต่ละครั้งส่งผลสะเทือนต่อความมั่นคงภูมิภาค ครั้งนี้ก็ไม่เว้น
Yonhap สื่อทางการเกาหลีใต้รายงานว่าการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ครั้งล่าสุดนี้ อาจเป็นเหตุให้เกาหลีใต้พิจารณาประจำการอาวุธนิวเคลียร์เช่นกัน โดยเฉพาะอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี (Tactical nuclear weapons) รวมถึงระบบต่อต้านขีปนาวุธ Terminal High Altitude Area Defense (THAAD) เพราะหากเกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์ เกาหลีใต้ย่อมต้องการเช่นกัน พร้อมระบบป้องกัน
            ในช่วงสงครามเย็น สหรัฐประจำการอาวุธนิวเคลียร์จำนวนหนึ่งในเกาหลีใต้ และถอนกลับไปเมื่อสิ้นสุดสงครามเย็น เป็นที่รับทราบทั่วไปว่าปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐหวังติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ในเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหว กระทบต่อจีนโดยตรง

            Charles Ferguson จาก Federation of American Scientists เห็นว่าหากสหรัฐไม่สามารถสร้างความมั่นใจแก่เกาหลีใต้กับญี่ปุ่น 2 ประเทศนี้จะเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ หากประเทศใดประเทศหนึ่งมีจะกระตุ้นให้อีกประเทศต้องการมีไว้ในครอบครองเช่นกัน
            ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ รัฐบาลเกาหลีเหนือชี้ว่าเรื่องทั้งหมดคือเรื่องของเกาหลีเหนือกับขั้วสหรัฐเช่น เป็นการปกป้องอธิปไตยจากการข่มขู่ของขั้วสหรัฐ ถ้ามองในกรอบแคบ หากอยากให้เหตุการณ์สงบโดยเร็ว (อย่างน้อยอีกระยะหนึ่ง) รัฐบาลจีนอาจต้องส่งมอบความช่วยเหลือแก่เกาหลีเหนือเพิ่มเติม มิฉะนั้นรัฐบาลอาเบะกับโอบามาอาจฉวยเป็นข้ออ้างเสริมสร้างกำลังรบในภูมิภาค ติดตั้ง THAAD ในเกาหลีใต้ ให้คิดเสียว่าเป็นของขวัญปีใหม่

            เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมารัฐบาลอาเบะกับรัฐบาลปาร์คเพิ่งจะบรรลุร่างข้อตกลงแก้ไขข้อพิพาทเรื่อง “หญิงบำเรอ” (comfort women) นายกฯ อาเบะจะ “แสดงความรู้สึกขอโทษ” (express feelings of apology) ที่สำคัญคือจะเป็นการแก้ไขครั้งสุดท้าย เป็นท่าทีสุดท้ายที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ทั้ง 2 ฝ่ายจะไม่หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดอีกในอนาคต
บทความ “ญี่ปุ่นกับร่างข้อตกลงแก้ไขข้อพิพาทหญิงบำเรอ” เมื่อสัปดาห์ก่อนได้นำเสนอว่า “การกระชับความสัมพันธ์รอบนี้อาจมีข้อตกลงลับเรื่องความร่วมมือทางทหารต้านจีน ซึ่งจะเป็นอย่างไรต้องติดตามต่อไป” “เป็นไปได้ว่าในปี 2016 นี้ การเผชิญหน้าระหว่างขั้วจีนกับขั้วสหรัฐในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะรุนแรงกว่าเดิม การปรับความสัมพันธ์ครั้งนี้เป็นการปูทางสู่แผนการเผชิญหน้ากับจีน ประเด็นเกาหลีเหนืออาจปะทุขึ้นอีกครั้ง” เพราะเรื่องราวทั้งหมดเชื่อมโยงกัน
เพียงแต่ว่าประเด็นเกาหลีเหนือปะทุเร็วกว่าที่คิดไว้มาก ถ้าเชื่อว่าเกาหลีเหนือวางแผนโดยอิงการปรับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น นับว่าเป็นอีกครั้งที่เกาหลีเหนือใช้ “ยุทธศาสตร์การทูตนิวเคลียร์”

อาจเป็นการทดสอบจุดระเบิดนิวเคลียร์อีกครั้ง :
            จากข้อมูลที่ปรากฏ ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าไม่น่าจะเป็น H-bomb เพราะเกาหลีเหนือคงไม่ก้าวหน้าขนาดนั้น การสั่นสะเทือนและจุดเกิดเหตุมีลักษณะเหมือนกับการทดลอง A-bomb เมื่อ 3 ครั้งก่อน ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่าการทดลองครั้งล่าสุดไม่ใช่ H-bomb แต่เป็น A-bomb
            ถ้าเป็นเช่นนั้นเท่ากับว่าเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดสอบจุดระเบิด A-bomb เป็นครั้งที่ 4 แล้ว มีความรู้ประสบการณ์มากขึ้น

Park Won-gon จาก Handong Global University แสดงทัศนะว่าแม้นานาชาติจะยังไม่ยอมรับว่าเกาหลีเหนือเป็นชาติที่มีอาวุธนิวเคลียร์ แต่โดยพฤตินัยถือว่ามีฐานะดังกล่าวแล้วเนื่องจากประสบความสำเร็จในการทดลองถึง 4 ครั้งแล้ว และดูจากขีดความสามารถโดยรวม พลูโตเนียมที่เก็บสะสม
ประเด็นที่น่าคิดคือ ต่อหน้าประชาคมโลก เกาหลีเหนือใช้วิธีหยุดการทดลอง A-bomb ไว้ตรงครั้งที่ 3 จากนั้นประกาศว่าเป็นการทดลอง H-bomb หากใช้วิธีนี้ต่อไปอีก 2 ครั้ง เกาหลีเหนือจะประกาศว่าได้ทดลอง H-bomb 3 ครั้ง ทั้งๆ ที่ความจริงคือได้ทดลอง A-bomb รวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง
H-bomb อาจไม่ใช่เรื่องจริง แต่ A-bomb คือความจริงและพัฒนามากขึ้นทุกที เป็นวิธีซ่อนการทดลอง A-bomb ไว้ในคราบ H-bomb
อย่างไรก็ตาม พึงตระหนักว่าข้อมูลต่างๆ ยากจะพิสูจน์ว่าเป็นจริงหรือเท็จ ในขณะนี้จึงยากจะมีข้อสรุปชัดเจน อีกทั้งยังมีหลายขั้นตอนกว่าจะกลายเป็น “อาวุธ” ที่ใช้การได้จริง ต้องพัฒนาให้เป็น “หัวรบ” มีระบบนำส่งที่ใช้การได้จริง เช่น ด้วยขีปนาวุธ

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
Narushige Michishita อธิบายอย่างน่าสนใจว่าวิธีการของเกาหลีเหนือคือสิ่งที่เรียกว่า “ยุทธศาสตร์การทูตนิวเคลียร์” เป็นการพัฒนาหรือเป็นส่วนหนึ่งของ “ยุทธศาสตร์การทูตควบคู่การทหาร” ที่ใช้มาตลอด
“ยุทธศาสตร์การทูตนิวเคลียร์” เริ่มต้นเมื่อปี 1993 ประกาศถอนตัวจากสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (Treaty on the Non-Proliferation of Nuclear Weapons: NPT) เป็นเหตุให้รัฐบาลสหรัฐขอเจรจาทวิภาคีทันที แต่ไม่สำเร็จ ไม่มีทางออกชัดเจน รัฐบาลเกาหลีใต้วิตกกังวลอย่างยิ่ง รัฐบาลสหรัฐเริ่มคว่ำบาตรเศรษฐกิจเกาหลีเหนืออย่างจริงจัง ฝ่ายเกาหลีเหนือตอบโต้ว่าการประกาศคว่ำบาตรเท่ากับประกาศสงคราม วิกฤตคลี่คลายเมื่ออดีตประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์เดินทางไปเยือนอย่างไม่เป็นทางการ สามารถบรรลุข้อตกลงกับผู้นำคิม อิล-ซุง (Kim Il-sung) 
ธันวาคม 2002 เกาหลีเหนือขยับ “ยุทธศาสตร์การทูตนิวเคลียร์” อีกขั้นด้วยการประกาศว่าจะเริ่มเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ โครงการนิวเคลียร์ต่างๆ สหรัฐตอบโต้ด้วยการคว่ำบาตรงการเงิน ปฏิเสธเจรจากับเกาหลีเหนือ
2006 เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดสอบจุดระเบิดนิวเคลียร์เป็นครั้งแรก ผลการเจรจาต่อรองรัฐบาลสหรัฐถอดเกาหลีเหนือจากกลุ่มรัฐที่สนับสนุนก่อการร้าย ในอีกด้านหนึ่งรัฐบาลสหรัฐกับญี่ปุ่นตอบโต้ด้วยการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธในญี่ปุ่นเมื่อปี 2007
เหตุทดสอบจุดระเบิดไฮโดรเจนครั้งนี้คือการใช้ “ยุทธศาสตร์การทูตนิวเคลียร์” อีกครั้ง

ที่ผ่านมาหลายประเทศรวมทั้งสหรัฐยังไม่ยอมรับว่าเกาหลีเหนือมีระเบิดนิวเคลียร์ แม้บางคนจะยอมรับว่าเคยทดสอบจุดระเบิด A-bomb ใต้ดินมาแล้ว 3 ครั้งก็ตาม อันที่จริงแล้วถ้าจะพิสูจน์ว่ามีระเบิดนิวเคลียร์จริงหรือไม่ เป็นประเภทใด เครื่องมือวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้ แต่ถ้าพิสูจน์ว่าเกาหลีเหนือมีจริงจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ รัฐบาลคิมต้องคิดให้รอบคอบ เพราะอาจเป็นย่างก้าวที่ไม่อาจถอยหลังกลับเนื่องจากชาติมหาอำนาจทั้งหลายจะไม่ปล่อยทิ้งไว้
“การคุยโว” กับ “การมีอาวุธจริง” เป็นบริบทที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นำสู่การตอบโต้ที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงเช่นกัน
            รัฐบาลเกาหลีเหนือถนัดเรื่องการเจรจาต่อรองเป็นเลิศย่อมรู้ดีว่าควรปฏิบัติอย่างไร เส้นต้องห้ามอยู่ที่ใด
            จากนี้ไปต้องติดตามผลการตรวจสอบยืนยันว่าเป็นการทดลองระเบิดไฮโดรเจนหรือไม่ ประเทศที่เกี่ยวข้องอย่างเกาหลีใต้ จีน สหรัฐจะตอบโต้อย่างไร เรื่องจะจบเพียงเท่านี้หรือว่าเป็นเพียงแผนขั้นแรกของรัฐบาลคิม จ็อง-อึน
-----------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง :
เวลากล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนด้านความมั่นคงมักจะเป็นความขัดแย้งเสียมากกว่าแต่กรณีเกาหลีเหนือเป็นข้อยกเว้น สองมหาอำนาจสามารถร่วมมือกันได้ ทั้งนี้เป็นเพราะรัฐบาลบารัก โอบามาเน้นแก้ไขปัญหาด้วยวิถีทางทูตไม่หวังยกระดับความขัดแย้ง

บรรณานุกรม:
1. (3rd LD) S. Korea to work with partners to punish N. Korea for H-bomb test. (2016, January 6). Yonhap. Retrieved from http://english.yonhapnews.co.kr/national/2016/01/06/19/0301000000AEN20160106006354315F.html
2. Choe, Sang-Hun. (2015, December 10). Kim Jong-Un’s Claim of North Korea Hydrogen Bomb Draws Skepticism. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2015/12/11/world/asia/north-korea-kim-hydrogen-bomb.html
3. ‘Comfort women’ deal reached / Japan to give ¥1 billion to new ROK foundation. (2015, December 28). The Japan News. Retrieved from http://the-japan-news.com/news/article/0002651144
4. DPRK Proves Successful in H-bomb Test. (2016, January 6). The Rodong Sinmun. Retrieved from http://www.rodong.rep.kp/en/index.php?strPageID=SF01_02_01&newsID=2016-01-06-0001
5. Ed Mazza. (2015, December 10). Kim Jong Un Claims North Korea Has Hydrogen Bomb. The Huffington Post. Retrieved from http://www.huffingtonpost.com/entry/north-korea-hydrogen-bomb_56693255e4b0f290e5220a7b
6. (LEAD) N.K.'s latest nuclear test could give rise to calls for tactical nuclear weapons in S. Korea. (2016, January 7). Yonhap. Retrieved from http://english.yonhapnews.co.kr/national/2016/01/07/43/0301000000AEN20160107001151315F.html
7. Michishita, Narushige. (2010). North Korea's Military-Diplomatic Campaigns, 1966-2008. Oxon: Routledge.
8. Press Conference with President Obama and President Park of the Republic of Korea. (2014, April 25). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/04/25/press-conference-president-obama-and-president-park-republic-korea
9. Sharp, Andy., & Kim, Cynthia., & Kim, Sam. (2016, January 6). North Korea Quake Near Nuclear Site Was Artificial, Says South. Bloomberg. Retrieved from http://www.bloomberg.com/news/articles/2016-01-06/magnitude-5-1-quake-detected-near-north-korea-nuclear-test-site
10. Song, Sang-ho.  (2016, January 6). N.K. nuke program progresses. The Korea Herald. Retrieved from http://www.koreaherald.com/view.php?ud=20160106001160
-----------------------------

วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2559

ญี่ปุ่นกับร่างข้อตกลงแก้ไขข้อพิพาทหญิงบำเรอ

3 มกราคม 2016
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 6996 วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ.2559)

            ปลายเดือนธันวาคมรัฐบาลอาเบะกับรัฐบาลปาร์คบรรลุร่างข้อตกลงแก้ไขข้อพิพาทเรื่อง “หญิงบำเรอ” (comfort women) ส่วนหนึ่งของข้อตกลงคือ ญี่ปุ่นจะมอบเงิน 1 พันล้านเยน (8.3 ล้านดอลลาร์) แก่สมาคมช่วยเหลือที่จะจัดตั้งขึ้น นายกฯ อาเบะจะ “แสดงความรู้สึกขอโทษ” (express feelings of apology) ที่สำคัญคือจะเป็นการแก้ไขครั้งสุดท้าย เป็นท่าทีสุดท้ายที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ทั้ง 2 ฝ่ายจะไม่หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดอีกในอนาคต
The Korea Herald รายงานว่าเป็นผลจากการเจรจาของเจ้าหน้าที่ระดับสูงถึง 12 ครั้งกว่าจะบรรลุร่างข้อตกลง

ย้อนอดีตปัญหาหญิงบำเรอ ท่าทีรัฐบาลอาเบะ :
            ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้มีปัญหาระหองระแหงจากเรื่องหญิงบำเรอมานานนับสิบปีแล้ว และรุนแรงขึ้นเมื่อญี่ปุ่นได้รัฐบาลฝ่ายขวาอาเบะ และส่วนอีกฝั่งคือประธานาธิบดีหญิงปาร์ค กึน-เฮ
            ที่ผ่านมาประธานาธิบดีปาร์คเรียกร้องให้ญี่ปุ่นยอมรับความจริงทางประวัติศาสตร์ อันจะเป็นการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคี มิฉะนั้นญี่ปุ่นจะโดดเดี่ยวตัวเอง เพื่อที่เกาหลีใต้กับญี่ปุ่นจะสามารถร่วมมือกัน อยู่ด้วยกันอย่างสันติ

            รัฐบาลเกาหลีใต้กล่าวโจมตีฝ่ายญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ญี่ปุ่นนอกจากไม่แยแสยังโต้กลับสารพัด พยายามอธิบายว่ารัฐบาลกับกองทัพในสมัยนั้นไม่มีส่วนรู้เห็น กองทัพไม่เกี่ยวข้องการจัดหาหญิงบำเรอโดยตรง เป็นการกระทำของเอกชน แต่แล้วเมื่อจนมุมด้วยหลักฐานจึงยอมรับว่ากองทัพมีส่วนเกี่ยวข้อง
            จากนั้นมีการถกเถียงเรื่องจำนวน นักวิชาการญี่ปุ่นบางคนอ้างว่ามีไม่เกิน 20,000 คน และเป็นชาวญี่ปุ่นที่มาทำงานเป็นหญิงบำเรอด้วยความสมัครใจ มีรายได้งาม
            ในขณะที่ข้อมูลอีกด้านชี้ว่าหญิงบำเรอส่วนใหญ่คือสาวเกาหลี ถูกเรียกตัวขณะมีอายุระหว่าง 14-18 ปี บางคนได้รับการทาบทามแต่แรกว่าให้เป็นโสเภณี แต่ส่วนใหญ่ถูกล่อลวง ข่มขู่และบังคับด้วยกำลัง หลายคนได้รับการชี้ชวนว่าไปทำงานในภัตตาคาร ร้านอาหาร โรงงาน แต่สุดท้ายเมื่อทราบว่าต้องเป็นหญิงบำเรอก็ไม่สามารถกลับบ้านแล้ว บางรายเป็นการแลกตัวเพื่อผู้ชายในครอบครัวไม่ต้องถูกเกณฑ์แรงงาน
            หญิงเหล่านี้จะถูกเฆี่ยนตี ข่มขืน จนกว่าจะยอมปรนนิบัติปรนเปรอผู้ชายวันละ 30-40 คน หลายคนถูกบังคับให้ทำแท้งเมื่อตั้งครรภ์ บางคนตัดสินใจหนีชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย

            ในสมัยรัฐบาลอาเบะปัจจุบัน เมษายน 2014 นายกฯ อาเบะกล่าวไม่ยอมรับแถลงการณ์ขอโทษของนายกฯ โทมิอิชิ มุรายะมะ (Tomiichi Murayama) ที่ประกาศเมื่อปี 1995 และโต้ว่าคำว่า “การรุกราน” (aggression) มีมุมมองที่แตกต่างกันขึ้นกับว่าฝ่ายใดเป็นผู้ตีความ หลังเกิดกระแสวิพากษ์อย่างหนักทั้งจากภายในและนอกประเทศ นายกฯ อาเบะจึงกลับคำยอมรับแถลงการณ์ของนายกฯ มุรายะมะทั้งหมดและเลิกเอ่ยถึงมุมมองต่อการรุกราน

            ย้อนกลับไปสมัยปี 1995 แถลงการณ์ของนายกฯ มุรายะมะความตอนหนึ่งว่า “บัดนี้ญี่ปุ่นได้อยู่อย่างเป็นสุขและอุดมสมบูรณ์ เราจะจับจ้องพรต่างๆ ที่ได้จากสันติภาพอันประเมินค่ามิได้ งานของเราคือการส่งทอดความโหดร้ายของสงครามแก่ชนรุ่นหลัง เพื่อที่จะไม่ทำผิดซ้ำรอยประวัติศาสตร์อีก ... เดินหน้าสู่หนทางแห่งสงคราม นำชาวญี่ปุ่นสู่หลุมแห่งวิกฤติ เป็นต้นเหตุความเสียหายและทุกข์ยากสุดแสนต่อประชาชนหลายประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาติเอเชียต่างๆ จากการปกครองอาณานิคมและการรุกราน ด้วยความหวังว่าจะไม่ทำผิดเช่นนี้อีกในอนาคต ข้าพเจ้า ... ขอแสดงความรู้สึกสำนึกผิดอย่างยิ่ง (deep remorse) อีกครั้ง และขอโทษอย่างสุดซึ้ง (heartfelt apology) ... ต่อเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทุกคนทั้งในและต่างประเทศ” “ญี่ปุ่นจะต้องกำจัดลัทธิชาตินิยมที่อ้างความชอบธรรมฝ่ายเดียว (self-righteous nationalism) สนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศดังเช่นสมาชิกประชาคมโลกที่มีความรับผิดชอบ” ยึดมั่นหลักสันติภาพและประชาธิปไตย
แถลงการณ์ชัดเจนตรงไปตรงมา หลายฝ่ายเรียกร้องให้นายกฯ อาเบะใช้ถ้อยคำเหล่านี้ เป็นการยืนยันท่าทีอดีตรัฐบาล แต่นายกฯ อาเบะพยายามหลีกเลี่ยง เห็นว่าไม่จำต้องใช้คำซ้ำ เกิดกระแสวิพากษ์อีกรอบ

รัฐบาลอาเบะใช้วิธีขอให้ทุกฝ่ายลืมอดีต เห็นแก่ความร่วมมือเพื่อประโยชน์ในปัจจุบันและอนาคต แนวทางนี้เป็นวิธีที่ดี แต่ขาดองค์ประกอบสำคัญ เพราะอาจถูกตีความว่าเมื่อทำผิดแล้วก็ขอให้ลืมๆ กันไป เพื่อให้รัฐบาลญี่ปุ่นสามารถทำผิดซ้ำอีกในอนาคต เป็นเหตุผลว่ารัฐบาลจีน เกาหลีใต้พยายามโจมตีว่ารัฐบาลอาเบะกำลังฟื้นฟูลัทธิทหารใหม่อีกรอบ ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นรุกรานประเทศเพื่อนบ้านกำลังจะเกิดซ้ำอีกครั้งใช่หรือไม่
            เรื่องราวหญิงบำเรอเป็นเพียงผลพวงอย่างหนึ่งจากสงครามในครั้งอดีตนั้น

            ถ้าจะพูดให้ครบ ตั้งแต่โบราณกาล “ผู้หญิง” เป็นเหยื่อของสงครามเรื่อยมา ผู้รุกรานอาจเลือกไม่สังหารผู้หญิง แต่ให้อยู่ในฐานะเชลย บำรุงบำเรอกาม ทหารนอกแถวอาจข่มขืนผู้หญิงทุกคนที่ก้าวผ่าน เหตุการณ์เช่นนี้ยังคงเกิดขึ้นแม้กระทั่งทุกวันนี้

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
การที่รัฐบาลอาเบะบรรลุข้อตกลงแก้ปัญหากับรัฐบาลปาร์คจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ มีประเด็นวิเคราะห์สำคัญๆ ดังนี้
ประการแรก ความผิดพลาดของทหารพระจักรพรรดิ
เมื่อเอ่ยถึง “หญิงบำเรอ” จะหมายถึงสตรีที่ถูกบังคับให้มาปรนเปรอความสุขทางเพศแก่ทหารในกองทัพจักรพรรดิญี่ปุ่น (Japan's Imperial Army) เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1930-1940 ขณะญี่ปุ่นเป็นเจ้าอาณานิคมหลายแห่งและช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ไหนแต่ไรชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก รวมทั้งนักการเมืองฝ่ายขวาจะยกย่องเชิดชูเกียรติศักดิ์ของกองทัพจักรพรรดิ เป็นส่วนหนึ่งของลัทธิทหารนิยม (Militarism)
            ดูเหมือนว่าร่างข้อตกลงญี่ปุ่น-เกาหลีใต้พยายามมองข้ามเรื่องนี้ ตีกรอบว่าคือเรื่องของสตรีจำนวนหนึ่งที่เคราะห์ร้ายเท่านั้น

ประการที่ 2 รัฐบาลอาเบะยังเป็นทหารนิยมหรือไม่
ประเด็นต่อมาคือไม่อาจห้ามการกล่าวถึงลิทธิทหารนิยม ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่นำมาอ้างได้ เช่น การเยือนศาลเจ้ายาสุกุนิ การแก้ตำราประวัติศาสตร์ เพียงแต่รัฐบาลเกาหลีใต้อาจเลือกที่จะไม่เอ่ยถึงในช่วงนี้
Kang Chol Su ชี้ประเด็นอย่างเป็นรูปธรรมใน The Rodong Sinmun สื่อของเกาหลีเหนือว่าญี่ปุ่นเสริมสร้างกองทัพต่อเนื่อง กำลังร่วมพัฒนาอาวุธหลายอย่างกับสหรัฐ เช่น ขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ SM-3 Block 2A เฮลิคอปเตอร์อเนกประสงค์ การพัฒนาอาวุธล้ำสมัยเหล่านี้เป็นหลักฐานชี้ว่าญี่ปุ่นหวังเป็นมหาอำนาจทางทหารอีกครั้ง เบื้องหลังของนโยบายส่งออกอาวุธคือต้องการสะสมอาวุธเครื่องกระสุนจำนวนมาก
ทุกวันนี้ในหมู่ประเทศทุนนิยม กองทัพญี่ปุ่นมีขนาดเป็นรองสหรัฐเท่านั้น สวนทางกับแถลงการณ์ว่าเป็นชาติรักสันติ
            ด้านนายกฯ อาเบะปฏิเสธว่าตนไม่ใช่พวกทหารนิยมฝ่ายขวา (right-wing militarist) ญี่ปุ่นจะเป็นชาติสนับสนุนสันติภาพโลกอย่างกระตือรือร้น (proactive contributor to peace)

ประการที่ 3 กระชับสัมพันธ์เพื่อต้านจีน
สมุดปกขาวว่าด้วยนโยบายความมั่นคงของญี่ปุ่นฉบับปีล่าสุด ชี้ว่าจีนกำลังเป็นภัยคุกคามมากขึ้น โดยเฉพาะการเดินเรือทางทะเล รัฐบาลอาเบะจึงเห็นควรเพิ่มบทบาทกองทัพเพื่อรับมือภัยคุกคามดังกล่าว ส่วนภัยคุกคามอื่นๆ เช่น ขีปนาวุธกับนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ ผู้ก่อการร้าย IS
การกระชับความสัมพันธ์รอบนี้อาจมีข้อตกลงลับเรื่องความร่วมมือทางทหารต้านจีน ซึ่งจะเป็นอย่างไรต้องติดตามต่อไป
            การที่รัฐบาลอาเบะประกาศยอมรับเรื่องหญิงบำเรอเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ เป็นการเปลี่ยนท่าทีฝ่ายขวาอย่างชัดเจน เหตุผลน่าจะเพราะแรงกดดันจากการก้าวขึ้นมาของจีน รัฐบาลสหรัฐกับญี่ปุ่นเห็นความจำเป็นที่จะต้องดึงเกาหลีใต้มาเป็นพวก (เดิมติดขัดด้วยข้อพิพาทหญิงบำเรอ) ข้อพิสูจน์นี้ดูได้จากญี่ปุ่นจะมีข้อตกลงแก้ไขเรื่องหญิงบำเรอกับจีน ไต้หวัน และประเทศอื่นๆ หรือไม่
หากไม่มีข้อตกลงเรื่องหญิงบำเรอทำนองเดียวกับที่ทำกับเกาหลีใต้ เท่ากับว่าเป็นนโยบายที่มีเฉพาะต่อเกาหลีใต้เท่านั้น เป็นหลักฐานว่ารัฐบาลอาเบะหวังเพียงกระชับความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้เพื่อเป้าหมายเฉพาะ ไม่ใช่เพราะยอมรับประวัติศาสตร์ที่ทหารญี่ปุ่นข่มเหงสตรีต่างชาติ

ประเด็นนี้จะกลายเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต จะเกิดคำถามว่ารัฐบาลญี่ปุ่นยอมรับผิด ยอมจ่ายค่าชดเชยเรื่องหญิงบำเรอเฉพาะกับเกาหลีใต้เท่านั้น ทำไมไม่ทำเช่นนี้กับประเทศอื่นๆ รัฐบาลจีน ไต้หวันจะต้องหยิบเรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นโจมตีว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกระทำสองมาตรฐาน หน้าไหว้หลังหลอก มีเป้าหมายแอบแฝง ไม่พ้นการกล่าวหาเรื่องลัทธิทหาร
กลายเป็นว่ารัฐบาลญี่ปุ่นสามารถปรับความสัมพันธ์กับรัฐบาลเกาหลีใต้ แต่ยิ่งเติมเชื้อไฟต่อประเทศอื่นๆ เกิดคำถามว่ารัฐบาลอาเบะเสียใจขอโทษต่อเรื่องหญิงบำเรอจริงแท้เพียงใด คำถามเดิมๆ ยังคงอยู่และรุนแรงกว่าเดิม

ประการที่ 4 คาดปี 2016 เผชิญหน้ากันมากขึ้น
            นายกฯ อาเบะกล่าวในวันขึ้นปีใหม่ว่าในปี 2016 นี้ญี่ปุ่นจะเป็นชาติที่แสดงบทบาทนำระดับโลก เป็นเจ้าภาพจัดประชุม G7 จัดประชุมสุดยอดญี่ปุ่น-จีน-เกาหลีใต้ เป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นสหประชาชาติ
ในโลกนี้มีเพียงไม่กี่ประเทศที่กล้าเอ่ยว่าจะแสดงบทบาทนำระดับโลกในประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศ เป็นไปได้ว่าในปี 2016 นี้ การเผชิญหน้าระหว่างขั้วจีนกับขั้วสหรัฐในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะรุนแรงกว่าเดิม การปรับความสัมพันธ์ครั้งนี้เป็นการปูทางสู่แผนการเผชิญหน้ากับจีน ประเด็นเกาหลีเหนืออาจปะทุขึ้นอีกครั้ง

ประเทศเพื่อนบ้านญี่ปุ่นหลายประเทศยังคงใช้ความทารุณโหดร้ายเมื่อญี่ปุ่นรุกรานพวกเขาเป็นข้ออ้างโจมตีหากเห็นว่ารัฐบาลญี่ปุ่นเสริมสร้างกองทัพ แสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์ แม้รัฐบาลญี่ปุ่นจะเอ่ยคำว่าแสดงความรู้สึกสำนึกผิดอย่างยิ่ง (deep remorse) และขอโทษอย่างสุดซึ้ง (heartfelt apology) มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง
ในแง่หนึ่งอาจมองว่าเป็นความชอบธรรมที่จะอ้างเช่นนั้น เพราะยังมีประเด็นน่าสงสัย ในอีกมุมหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นการหา “ข้ออ้าง” เพื่อพูดโจมตี ถ้าจะมองให้ครบ จีนเสริมสร้างกองทัพเช่นกัน กำลังเป็นชาติมหาอำนาจที่แม้กระทั่งรัฐบาลสหรัฐยังหวาดวิตก ในแง่นี้จีนน่าจะเป็นภัยคุกคามต่อญี่ปุ่นมากกว่าญี่ปุ่นเป็นคุกคามต่อจีน พฤติกรรมของญี่ปุ่นอาจเป็นเพียงปฏิกิริยาตอบสนองเท่านั้น
รวมความแล้ว ถ้าญี่ปุ่นก่อสงครามได้อีก ประเทศอื่นๆ อย่างจีนก็ก่อสงครามได้อีกเช่นกัน ประวัติศาสตร์บันทึกอย่างนั้นมิใช่หรือ
--------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง: 
ท่าทีของชินโซ อาเบะตั้งแต่ก่อนเป็นนายกฯ สมัยแรก จนถึงการหาเสียงเป็นนายกฯ สมัยปัจจุบันเมื่อปลายปี 2012 ล้วนเป็นท่าทีของฝ่ายขวา เช่น ปฏิเสธเรื่องหญิงบำเรอ การรุกรานจากญี่ปุ่น ขณะบริหารประเทศในยามนี้นายกฯ อาเบะได้ผ่อนคลายท่าที แต่เกิดข้อสงสัยว่าปากกับใจนั้นตรงกันหรือไม่ เพราะการแสดงออกยังไม่ชัดเจน ซ้ำยังขัดแย้งในบางประเด็น ทั้งหมดบ่งชี้ว่าหลักคิดของฝ่ายขวามีอิทธิพลไม่น้อย
            ให้ความเข้าใจพื้นฐาน เหตุการณ์ในอดีต เพื่อนำสู่การเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกที่เอ่ยถึงเรื่องนี้ หญิงบำเรอเกี่ยวข้องกับประเด็นอื่นๆ เช่น การเยือนศาลเจ้ายาสุกุนิ การปรับแก้ตำราเรียน การสังหารหมู่นานกิง การปรับเปลี่ยนนโยบายความมั่นคงของรัฐบาลอาเบะ พัวพันถึงยุทธศาสตร์สหรัฐฯ นำเสนอท่าทีของประเทศต่างๆ กลยุทธ์ เทคนิคของแต่ละประเทศทั้งฝ่ายรุกกับตั้งรับ จนถึงการวิเคราะห์องค์รวมให้เห็นภาพทั้งหมด เกี่ยวข้องกับประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิกโดยตรง
            ประเด็นหญิงบำเรอสามารถมองทั้งในแง่การเมืองระหว่างประเทศ และการเคารพสิทธิมนุษยชน

สนใจอีบุ๊ค คลิก

บรรณานุกรม:
1. Abe says Japan will play leading global role in ‘challenging’ 2016. (2016, January 1). The Japan Times. Retrieved from http://www.japantimes.co.jp/news/2016/01/01/national/politics-diplomacy/abe-says-japan-will-play-leading-global-role-challenging-2016/#.VoYq0rZ97IV
2. Abe tries to counter militant image in U.S.(2013, September 27). The Japan Times. Retrieved from http://www.japantimes.co.jp/news/2013/09/26/national/abe-tries-to-counter-militant-image-in-u-s/#.UkTiDNJQGzk
3. Cabinet Public Relations Office. (2015, August 14). Statement by Prime Minister Shinzo Abe. Retrieved from http://japan.kantei.go.jp/97_abe/statement/201508/0814statement.html
4. ‘Comfort women’ deal reached / Japan to give ¥1 billion to new ROK foundation. (2015, December 28). The Japan News. Retrieved from http://the-japan-news.com/news/article/0002651144
5. Henshall, G Kenneth. (2012). A History of Japan: From Stone Age to Superpower (3rd Ed.). New York: Palgrave Macmillan.
6. Japan officially apologizes, offers funds. (2015, December 28). The Korea Herald. Retrieved from http://www.koreaherald.com/view.php?ud=20151228000889
7. Kang Chol Su. (2015, December 31). Japan's Moves for Emerging Military Giant. The Rodong Sinmun. Retrieved from http://www.rodong.rep.kp/en/
8. Kingston, Jeff. (2013). Contemporary Japan: History, Politics, and Social Change since the 1980s (2nd ed.). USA: John Wiley & Sons Ltd.
9. Ministry of Foreign Affairs of Japan. (1995, August 15). Statement by Prime Minister Tomiichi Murayama "On the occasion of the 50th anniversary of the war's end".
Retrieved from http://www.mofa.go.jp/announce/press/pm/murayama/9508.html
10. Park urges Japan to stop denying history. (2014, March 1). The Korea Times/ Yonhap News Agency. Retrieved from http://www.koreatimes.co.kr/www/news/nation/2014/03/120_152467.html
11. Sandler, Stanley (Ed.). (2001). Comfort Women. In World War II in the Pacific: An Encyclopedia. (pp. 259-263). New York : Garland Publishing, Inc.
12. Seybolt, Peter J. (2009). Anti-Japanese War, 1937–1945. In Encyclopedia of Modern China (4 volume set, pp.36-40). USA: Charles Scribner’s Sons.
13. Yoshida, Reiji. (2015, August 6). Abe advisory panel cites wartime ‘aggression’ but fails to address recent revisionism. The Japan Times. Retrieved from http://www.japantimes.co.jp/news/2015/08/06/national/politics-diplomacy/abe-advisory-panel-cites-wartime-aggression-fails-address-recent-revisionism/#.VcQ8WXGqqkp
 14. Yoshida, Reiji. (2015, March 18). Japanese historians seek revision of U.S. textbook over ‘comfort women’ depiction. The Japan Times. Retrieved from http://www.japantimes.co.jp/news/2015/03/18/national/history/japanese-historians-seek-revision-of-u-s-textbook-over-comfort-women-depiction/#.VQlmj9KUfmA
-------------------------------

ผลงานได้รับการเผยแพร่ ปี 2016

ชาญชัย คุ้มปัญญา
            รวบรวมบทความ บทวิเคราะห์ทั้งหมดของปี 2016 ที่ได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อ หน่วยงาน องค์กรต่างๆ 
            คอลัมน์ สถานการณ์โลก" ไทยโพสต์ เป็นคอลัมน์ที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์เป็นประจำทุกวันอาทิตย์ และจะเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ สถานการณ์โลก” หลังจากตีพิมพ์แล้วอย่างน้อย 1 วัน

ผลงานของปี 2015 รวบรวมไว้ที่ http://www.chanchaivision.com/2015/01/Chanchai-Published-2015.html
            ผลงานของปี 2014 รวบรวมไว้ที่ http://www.chanchaivision.com/2014/01/Chanchai-Published-2014.html
            ผลงานของปี 2012-13 รวบรวมไว้ที่ http://www.chanchaivision.com/2013/08/Chanchai-Published-2013.html

รัฐบาลอาเบะกับรัฐบาลปาร์คบรรลุร่างข้อตกลงแก้ไขข้อพิพาทเรื่อง หญิงบำเรอแนวโน้มความสัมพันธ์ทวิภาคีจะดีขึ้น เกิดคำถามว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะกระทำเช่นนี้กับประเทศอื่นๆ ที่มีปัญหาหญิงบำเรอหรือไม่ นำสู่การวิเคราะห์ว่าอะไรคือเหตุผลเบื้องหลังของข้อตกลง เพื่อต้านจีนใช่หรือไม่ นักการเมืองญี่ปุ่นยังเป็นพวกทหารนิยมใช่หรือไม่ คำตอบเหล่านี้จะนำสู่การคาดการณ์การเผชิญหน้าระหว่างจีนกับขั้วสหรัฐในอนาคตอันใกล้นี้
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 6996 วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ.2559

ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบระเบิดไฮโดรเจนหรือหรือไม่ เป็นอีกครั้งที่เกาหลีเหนือใช้ “ยุทธศาสตร์การทูตนิวเคลียร์” เพื่อหวังประโยชน์ที่ต้องการ ประเด็นที่ลึกกว่านั้นคือบ่งชี้ว่าขีดความสามารถนิวเคลียร์ก้าวหน้าขึ้นอีกระดับ รัฐบาลจีนต้องขบคิดว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร หาไม่แล้วจะมีการทดลองครั้งหน้าแน่นอน สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลียังไม่นิ่ง มีผลต่อการเผชิญหน้าของชาติมหาอำนาจ
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7003 วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ.2559

จีนเป็นคู่ค้ารายสำคัญเพียงรายเดียวของเกาหลีเหนือ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ความช่วยเหลือจากจีนเป็นเหมือนเลือดหล่อเลี้ยงระบอบเกาหลีเหนือ เป็นตัวบ่งชี้ความสำคัญของจีน หลายฝ่ายวิพากษ์ว่าจีนเป็นต้นเหตุให้เกาหลีเหนือเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เหตุผลข้อนี้มีส่วนถูกอยู่บ้าง แต่ความจริงที่ลึกกว่าคือประเทศเพื่อนบ้านอย่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐ ต่างหวังให้เกาหลีเหนืออยู่ในสภาพปัจจุบัน ด้วยเหตุผลแรงจูงใจที่ต่างกัน สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีจึงดำเนินไปด้วยผลจากทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง ไม่เฉพาะจีนเท่านั้น
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7010 วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ.2559


กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมามีข่าวดีของอิหร่าน เมื่อ IAEA ประกาศว่าอิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขเบื้องต้นของ JCPOA แล้ว ยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์อิหร่านใช้เพื่อสันติเท่านั้น ด้วยเหตุนี้สหรัฐ อียู และคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติจึงยกเลิกการคว่ำบาตร ข่าวดีที่สำคัญกว่ากองทัพสหรัฐไม่เป็นภัยคุกคามต่ออิหร่านดังสมัยสงครามอ่าวเปอร์เซีย อย่างไรก็ตามรากความขัดแย้งกับรัฐอาหรับยังคงอยู่และดำเนินต่อไป เพียงแต่ไม่สามารถใช้ประเด็นโครงการนิวเคลียร์เป็นเครื่องมืออีกต่อไป
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7017 วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ.2559

รัฐบาลนาจิบประกาศชัดว่าประเทศกำลังเผชิญภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้าย IS หลังเผชิญการคุกคามต่อเนื่อง ประกาศหลักวะสะฏียะฮ์ ยึดความสมดุล ความพอดี ไม่สุดโต่งเป็นอุดมการณ์ต่อต้านอุดมการณ์ของผู้ก่อการร้าย อย่างไรก็ตามประเด็นหลักอิสลามเป็นเรื่องละเอียดอ่อน สำคัญที่เมื่อ IS ใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือ ฝ่ายต่อต้าน IS สามารถใช้และน่าจะมีพลังมากกว่า
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7024 วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ.2559

หลังผ่านประวัติศาสตร์อันขมขื่นของการเป็นอาณานิคมทั้งทางตรงทางอ้อมนับร้อยปี สิ่งที่เกาหลีใต้ต้องการมากที่สุดคือความเป็นอิสระและความสงบ ในการนี้จะต้องให้เกาหลีเหนืออยู่ในความสงบ การทดสอบนิวเคลียร์ ขีปนาวุธพิสัยไกลของเกาหลีเหนือล้วนเป็นเหตุบั่นทอน จึงต้องพยายามให้เกาหลีเหนือนิ่งมากที่สุด ถ้า “แช่แข็ง” เกาหลีเหนือได้จะเป็นการดีที่สุด เป็นผลดีต่อเกาหลีใต้ จีน การคงอยู่ของระบอบเกาหลีเหนือ คงแต่คนเกาหลีเหนือที่ยังต้องอยู่ในสภาพทุกข์ยากต่อไป
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7031 วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559

วิกฤตสงครามกลางเมืองซีเรียเข้าสู่จุดสำคัญอีกครั้ง เมื่อประเทศที่เกี่ยวข้องได้ข้อสรุปให้หยุดยิงทั่วประเทศ (แต่ยังสู้กับผู้ก่อการร้ายต่อไป) พร้อมกับที่รัฐบาลซาอุฯ กับพวกประกาศพร้อมส่งกองทัพเข้าซีเรีย ข้อสรุปหยุดยิงเป็นผลจากการที่ทุกฝ่ายตระหนักว่าที่สุดแล้วต้องลงเอยด้วยการเจรจา การทำสงครามต่อไปมีแต่จะสูญเสียมากขึ้น บัดนี้ไม่อาจล้มรัฐบาลอัสซาดด้วยกำลังอีกต่อไป อย่างไรก็ตามต้องติดตามต่อว่าซาอุฯ ตุรกี จะส่งทหารเข้าซีเรียหรือไม่
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7038 วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559

ทฤษฎีดุลแห่งอำนาจเป็นแนวคิดจากสำนักสัจนิยมที่ใช้กันแพร่หลาย ถ่วงดุลฝ่ายที่เป็นอริ ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายได้เปรียบ หวังเป็นเหตุไม่ให้คิดทำสงครามต่อกัน อาเซียนกำลังใช้ทฤษฎีดุลแห่งอำนาจถ่วงดุลจีนกับฝ่ายสหรัฐ เพื่อชี้ชวนให้ทุกฝ่ายดำเนินนโยบายกับอาเซียนอย่างสร้างสรรค์ แต่ทฤษฎีดุลแห่งอำนาจมีจุดอ่อนเช่นกัน จึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7045 วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559

อาจอธิบายว่ารัสเซียทำสงครามต่อต้านผู้ก่อการร้ายไม่ต่างชาติประเทศอื่นๆ ที่มีส่วนร่วม จุดต่างคือรัฐบาลปูตินสนับสนุนรัฐบาลอัสซาด ในขณะที่ชาติตะวันตกหลายประเทศกับรัฐอาหรับต่อต้านระบอบอัสซาด กลายเป็นประเด็นสร้างความขัดแย้งที่ซับซ้อนในซีเรีย เหตุการณ์ใช้อาวุธเคมีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2013 เป็นหลักฐานบ่งชี้ความสัมพันธ์ดังกล่าวอย่างชัดเจน
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7052 วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559

เป็นเรื่องแปลกที่รัสเซียกับฝ่ายสหรัฐฯ (รวมชาติตะวันตกกับรัฐอาหรับ) ต่างมีนโยบายปราบปรามผู้ก่อการร้าย IS/ISIL/ISIS แต่ต่างฝ่ายต่างทำ ฝ่ายสหรัฐฯ กล่าวหาว่ารัสเซียไม่ได้มุ่งทำลาย IS แต่มุ่งเป้าที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอัสซาดมากกว่า ในขณะที่รัสเซียปฏิเสธ อีกทั้งมีประเด็นที่นักวิชาการหลายคนชี้ว่านโยบายปราบ IS ของฝ่ายสหรัฐฯ ไม่ได้ผล ถ้ามองในกรอบแคบความแตกต่างนี้มาจากการสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนรัฐบาลอัสซาด ถ้ามองในกรอบกว้างคือการเผชิญหน้าระหว่าง 2 มหาอำนาจ
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7059 วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2559

การทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางของอิหร่านกลายเป็นประเด็นข่าว เพราะไม่เพียงยิงไกลถึงอิสราเอล อาจผิดข้อมติคณะมนตรีความมั่นคง ที่สำคัญคือมีข้อความ “อิสราเอลต้องถูกลบออกจากหน้าประวัติศาสตร์” บ่งบอกถึงทัศนคติที่อิหร่านมีต่ออิสราเอล แต่ถ้าวิเคราะห์จากหลักฐานเชิงประจักษ์ อิสราเอลในวันนี้มีศักยภาพที่จะ “ลบ” อิหร่านออกจากแผนที่โลกมากกว่า
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7066 วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2559

นับตั้งแต่ข้อพิพาททะเลจีนใต้กลายเป็นประเด็นสำคัญ รัฐบาลฟิลิปปินส์ยึดหลักสันติวิธีเรื่อยมา แม้บางช่วงจะแสดงท่าทีแข็งกร้าวบ้าง เห็นความแตกแยกในอาเซียนบ้าง ความสัมพันธ์ทวิภาคีฟิลิปปินส์-จีนมีมากกว่าเรื่องทะเลจีนใต้ ทุกฝ่ายระวังที่จะไม่ให้ความขัดแย้งบานปลาย อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งยังคงอยู่ จีนยังรุกคืบแสดงความเป็นเจ้าของอย่างต่อเนื่อง
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7073 วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2559


เป็นหลักการที่ถูกต้องถ้าผู้พูดเลือกพูดประเด็นที่ผู้ฟังสนใจ ผู้ฟังจะชอบใจถ้าได้ฟังเรื่องที่เห็นว่ามีประโยชน์ต่อตน แต่การหาเสียงด้วยการบิดเบือนข้อเท็จจริงเป็นการชี้นำสังคมไปผิดทิศผิดทาง ไม่ใช่คุณสมบัติของผู้ที่ประกาศตัวอาสาเป็นตัวแทนประชาชนรับใช้ประเทศ กรณีทรัมป์หาเสียงเพื่อเอาใจพวกที่นิยมชมชอบอิสราเอลเป็นกรณีตัวอย่าง เป็นจุดอ่อนประชาธิปไตยอย่างหนึ่ง
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7080 วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2559

รายงานของผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองให้ภาพว่าสหรัฐถูกคุกคามด้วยอะไรบ้าง อะไรเป็นภัยคุกคามร้ายแรง ให้ภาพว่าสหรัฐเป็น “ฝ่ายถูกกระทำ” จึงต้องป้องกัน โต้ตอบ โดยปราศจากมุมมองของฝ่ายตรงข้าม เป็นการมองโลกผ่านมุมของตัวเองเท่านั้น และไม่ตรงข้อเท็จจริงทั้งหมด รายงานเช่นนี้เป็นประโยชน์ต่อพลเมืองอเมริกันมากน้อยเพียงใด 
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7087 วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ.2559

ปานามา เปเปอร์ส’ คือชื่อที่เรียกขานข้อมูลลับของลูกค้าของบริษัทมอสสัคฟอนเซคา หรือคือการสืบสวนเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของบริษัทมอสสัคฟอนเซคา ลูกค้าบริษัทผ่านข้อมูลที่รั่วไหลออกมา จากการที่บริษัทเอกชนได้ประโยชน์จากบริษัทนอกอาณาเขต มีลูกค้าชั้นดีอย่างพวกอาชญากรข้ามชาติ เป็น “ตู้เซฟ” ของชนชั้นอำนาจ เป็นเครื่องมือความมั่นคงของรัฐ จึงคาดการณ์ได้ว่าบริษัทอย่างมอสสัคฟอนเซคายังเป็นที่ต้องการของตลาด รัฐหนึ่งอาจต่อต้านแต่อีกรัฐจะปกป้อง
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7094 วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ.2559

หลายคนละครแล้วมีความสนุกสนานเพลิดเพลิน บางคนถึงกับ “ติด” การดูละครไม่ใช่เรื่องผิด การโฆษณามีอยู่คู่กับอุตสาหกรรมละคร ประเด็นข้อคิดคือ “เป็นไปได้ไหมที่ละครทั้งเรื่องคือโฆษณา” นั่นหมายความว่าเวลาดูละครคือดูโฆษณา ได้รับสื่อโฆษณาทั้งแบบตรงไปตรงมากับแบบแนบเนียน การที่เป็นเช่นนี้มีทั้งผลดีผลเสีย เพราะบางส่วนคือการปลูกฝังค่านิยมที่ดี ส่งเสริมเศรษฐกิจ แต่ในด้านลบก็มีเช่นกัน
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7101 วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน พ.ศ.2559

ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการบางคนพูดเสมอว่าราคาน้ำมันเป็นไปตามหลักตลาดเสรี ขึ้นกับอุปสงค์อุปทาน แต่การลดต่ำของราคาน้ำมันดิบในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีหลักฐานหลายชิ้นที่บ่งบอกว่าไม่ได้เป็นไปตามหลักกลไกเสรี หนึ่งในหลักฐานดังกล่าวคือแนวคิดที่ว่ารัฐบาลซาอุฯ กำลังใช้ราคาน้ำมันเป็นเครื่องมือจัดการอิหร่าน เรื่องทำนองไม่ใช่เรื่องใหม่ราคาน้ำมันเป็นเครื่องมือทางการเมืองระหว่างประเทศมานานแล้ว
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7108 วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ.2559

คำว่าเดินเรือเสรี ฟังดูผิวเผินเป็นเรื่องดีมีประโยชน์ เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย แต่คำว่าเดินเรือเสรีของรัฐบาลหมายถึงเฉพาะสหรัฐเท่านั้นที่มีความเสรีเป็นพิเศษเหนือประเทศอื่นๆ ส่วนประเทศอื่นๆ ที่เรือจะต้อง “เสรีภายใต้กรอบระเบียบที่วางไว้” ซึ่งเสรีน้อยกว่าของสหรัฐ อีกทั้งรัฐบาลสหรัฐจะใช้ทุกวิธีเพื่อกดดันบังคับให้นานาประเทศต้องอยู่ภายใต้เสรีตามระเบียบดังกล่าว เป็นตัวอย่างความเป็นจักรวรรดินิยม
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7115 วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2559

12 ปีนับจากโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซนและรัฐบาลบุชประกาศว่าจะสร้างอิรักให้เป็นประชาธิปไตย เป็นแบบอย่างแก่ประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลาง จากบัดนั้นจนบัดนี้อิรักยังไม่เคยเป็นประชาธิปไตยจริงๆ อีกทั้งสถานการณ์เลวร้ายกว่าเดิม สังคมแตกแยกร้าวลึก สงครามกลางเมืองทำให้ผู้คนล้มตายปีละนับพันนับหมื่น โดยยังไม่เห็นวี่แววว่าเมื่อไหร่ความสงบสุขจะกลับคืนมา
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7122 วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ.2559


มุกตาดา อัล-ซาดาร์ นักบวชผู้นำชีอะห์กลุ่มหนึ่ง กล่าวต่อประชาชนว่าไม่มีรัฐมนตรีคนใดที่เป็นตัวแทนของพวกเขา เป็นต้นตอซ้ำเติมการทุจริตคอร์รัปชัน การปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีเป็นเรื่องของการสืบทอดอำนาจเท่านั้น 12 ปีประชาธิปไตยอิรักก่อให้เกิดเกิดคำถามว่าประเทศยังเหมาะที่จะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยต่อไปอีกหรือไม่ เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษมากกว่ากัน ควรแสวงหาทางเลือกอื่นหรือไม่
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7129 วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2559

ภายใต้บริบทปัจจุบัน รัสเซียอยู่ในตำแหน่งที่เป็นมิตรและสามารถเป็นมิตรที่ดีของอาเซียน การประชุมสุดยอดผู้นำครั้งล่าสุดตอกย้ำทิศทางดังกล่าว เกิดความร่วมมือในทุกด้าน ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจจะเพิ่มสูงขึ้น บทบาทรัสเซียในเอเชียแปซิฟิกจะเป็นประโยชน์ร่วมกับอาเซียน ส่งเสริมสถานภาพของอาเซียนในเวทีโลก
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7136 วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2559

ในสมัยสงครามเย็น นักวิชาการ ตำราจำนวนมากสอนว่าประเทศเสรีประชาธิปไตยเข้ากับสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ไม่ได้ มองคอมมิวนิสต์เป็นภัยคุกคามร้ายแรง แต่ปัจจุบันความแตกต่างด้านระบอบเศรษฐกิจการปกครองดูจะไม่เป็นปัญหาร้ายแรงดังเช่นอดีต ความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนาม-สหรัฐในขณะนี้คือหลักฐาน การยึดถือว่าใครประเทศใดเป็นมิตรหรือศัตรูต่างหากที่เป็นเหตุสร้างความตึงเครียด สร้างสงครามทำลายล้างกัน
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7143 วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2559

ความร่วมมือระหว่างประเทศสังคมนิยมเวียดนามกับทุนนิยมเสรีสหรัฐฯ เพื่อต้านจีนในปัจจุบัน หรือพูดในอีกมุมหนึ่งคือเวียดนามพยายามอยู่ร่วมกับสหรัฐฯ กับจีนโดยอาศัยการถ่วงดุลอำนาจ เป็นอีกหลักฐานบ่งชี้ว่าความแตกต่างด้านการเมืองการปกครองไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ใช้แยกความเป็นมิตรกับศัตรู สำหรับเวียดนามแล้วประเด็นสำคัญอยู่ที่ทำอย่างไรจึงสามารถสามารถดำรงอยู่ในสถานการณ์โลกปัจจุบัน
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7150 วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2559

รัฐบาลสหรัฐภายใต้ประธานาธิบดีโอบามารุกคืบเข้ามาพัวพันภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างต่อเนื่องเป็นขั้นเป็นตอน “ข้อเสนอโครงสร้างเครือความมั่นคงเอเชียแปซิฟิก” เป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ที่ตั้งชื่อให้ฟังดูเป็นกลางว่า “ปรับสมดุล” เมื่อวิเคราะห์แล้วคือความต้องการเข้ามาจัดระเบียบภูมิภาคอย่างครอบคลุมทุกด้าน เป็นช่วงเวลาที่ประเทศต่างๆ ทั้งอาเซียน จีนและอีกหลายประเทศต้อง “ปรับสมดุล” เช่นกัน
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7157 วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2559

โดนัลด์ ทรัมป์ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐไม่พลาดโอกาสนำเหตุการณ์สังหารหมู่ที่ออร์แลนโด้มาสนับสนุนนโยบายกีดกันมุสลิมบางกลุ่มเข้าประเทศ เทคนิคการหาเสียงทรัมป์สรุปสั้นๆ ได้ว่า “เล่นกับความรู้สึก” ของคน โดยขยายความประเด็นนั้นๆ ให้รุนแรงที่สุด (สร้างความรู้สึกให้แรงสุด) โจมตีผู้สมัครคนอื่นว่าผิดหมด (ทำลายแนวทางเลือกอื่นๆ) พร้อมกับเสนอวิธีแก้ไขที่ไม่อาจสมเหตุผลแต่ตอบสนองความรู้สึกของผู้ที่มองแง่ลบต่อมุสลิมอยู่แล้ว
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7164 วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2559

ผู้ที่เข้าใจมาตรการป้องกันก่อการร้ายของสหรัฐจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าข้อเรียกร้องของโดนัลด์ ทรัมป์ที่ให้ตรวจตราติดตามมุสลิมทุกคนเปล่าประโยชน์ เพราะตามกฎหมายแล้วใครก็ตามที่เข้าข่ายต้องสงสัยจะถูกตรวจสอบติดตามทันทีไม่ว่าจะเป็นมุสลิมหรือไม่ ข้อเสนอของทรัมป์ช่วยให้เขาได้คะแนนนิยมทิ้งห่างผู้สมัครพรรคเดียวกัน ความจริงคือไม่ว่า “อิสลามหัวรุนแรง” เป็นภัยคุกคามจริงแท้เพียงไร ชาวอเมริกันที่ชื่นชอบพรรครีพับลิกันหลายคนเชื่อเช่นนั้น มุสลิมอเมริกัน 3 ล้านคนจึงกลายเป็นแพะรับบาปเพราะทรัมป์
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7171 วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2559

บทความนี้วิเคราะห์การหาเสียงของทรัมป์ในประเด็น “อิสลามหัวรุนแรง” ที่เชื่อมโยงกับแนวนโยบายของพรรครีพับลิกัน เชื่อมโยงกับแนวคิดการปะทะกันระหว่างอารยธรรมของฮันติงตันที่นับวันจะเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น (หรือถูกชักนำให้เข้าใจ) ในความขัดแย้งระหว่างศาสนาคริสต์กับอิสลาม ไม่ว่ารัฐบาลสหรัฐจะยอมรับหรือไม่ว่าคือส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์แม่บท
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7178 วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2559

28. ประชาธิปไตยไม่อาจยับยั้งแบลร์กับบุชก่อสงครามมิชอบ(1)
ทุกวันนี้มีข้อสรุปที่ยอมรับแล้วว่าอิรักไม่มี WMD ซัดดัมไม่ได้สนับสนุนผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะห์ตามที่รัฐบาลแบลร์กับบุชกล่าวอ้าง การทำสงครามล้มระบอบซัดดัมไม่ช่วยเรื่องต่อต้านก่อการร้าย ซ้ำยังกระตุ้นให้เกิดผู้ก่อการร้ายสารพัดกลุ่ม เช่น IS ทิ้งให้อิรักกลายเป็นรัฐล้มเหลว ประเด็นที่สำคัญกว่านั้นคือคำถามที่ว่าระบอบประชาธิปไตยอังกฤษกับสหรัฐช่วยให้ 2 ประเทศนี้ก่อสงครามที่สมควรทำหรือไม่
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7185 วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2559

ทุกวันนี้พิสูจน์แล้วว่าเมื่อปี 2002 อิรัก อิหร่านและเกาหลีเหนือไม่เป็นภัยคุกคามจวนตัวอย่างที่รัฐบาลบุชกล่าวอ้าง เอกสารรายงานต่างๆ ที่ออกมาจากรัฐบาลสหรัฐกับอังกฤษมีข้อสรุปที่เป็นเท็จ พูดเกินจริง สร้างภาพให้เห็นภัยคุกคามใหญ่เกินตัว ระบอบประชาธิปไตยอังกฤษกับสหรัฐไม่อำนวยการตัดสินใจที่ถูกต้องแก่ผู้นำประเทศ ไม่สามารถยับยั้งการตัดสินใจอย่างไม่สมเหตุสมผลทั้งๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวด
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7192 วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ.2559

นโยบายปรับความสัมพันธ์กับรัสเซีย ให้ความสำคัญกับการจัดการผู้ก่อการร้าย IS มากกว่าล้มระบอบประธานาธิบดีอัสซาด เป็นประเด็นที่แตกต่างจากท่าทีเดิมของรีพับลิกัน นโยบายให้พันธมิตรนาโต เกาหลีใต้ช่วยแบกรับค่าใช้จ่าย นโยบายการค้ายุติธรรม (fair trade) เป็นเรื่องเก่าดำเนินมาแล้วหลายรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเก่าหรือใหม่ การหาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์มีเป้าหมายสำคัญคือมุ่งทำลายคะแนนของฮิลลารี คลินตัน เป็นส่วนหนึ่งของหลัก “อเมริกาต้องมาก่อน” ของทรัมป์
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7199 วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2559

อีเมลที่รั่วออกจากพรรคเป็นหลักฐานชี้ว่าเจ้าหน้าที่พรรคไม่ได้วางตัวเป็นกลาง ช่วยฮิลลารีอย่างเป็นระบบ ผู้ใหญ่ในพรรคตั้งใจให้ฮิลลารีเป็นตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีตั้งแต่ต้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอีกหลักฐานชี้ว่าพรรคอยู่ใต้อำนาจของผู้ใหญ่ นายทุนไม่กี่กลุ่ม ไม่ใช่พรรคของปวงชนอย่างแท้จริง นับวันการเมืองสหรัฐจะมีสภาพเป็นคณาธิปไตยในคราบประชาธิปไตย
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7206 วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ.2559

The Clash of Civilizations ของฮันติงตันระบุว่าโลกในอนาคตจะไม่แบ่งแยกด้วยอุดมการณ์การเมืองเศรษฐกิจอีกต่อไป แต่จะแบ่งแยกด้วยความเชื่อศาสนา มนุษย์จะฆ่าฟันทำลายล้างกันด้วยเหตุนี้ แต่ข้อเท็จจริงคือทุกวันนี้อำนาจรัฐระวังการครอบงำจากศาสนา แนวคิดของฮันติงตันอาจถูกตีความว่าต้องการให้ศาสนามีอิทธิพลเหนืออำนาจรัฐฝ่ายโลก หรือไม่ก็หวังใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือแบ่งแยกโลก แบ่งความเป็นมิตรกับศัตรูแบบเหมารวม เป็นอีกครั้งที่อำนาจรัฐแสวงหาประโยชน์จากศาสนา
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7213 วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ.2559

ความเชื่อศาสนาคริสต์ไม่ใช่ตัวแทนของอารยธรรมตะวันตก เห็นว่าระบอบประชาธิปไตยมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ระบบการค้าอิงหลักคุณธรรมไม่ใช่ความโลภ ความมั่งคั่งมีเพื่อช่วยเหลือส่วนรวม ปัจเจกมีเสรีภาพแต่เป็นเสรีภาพภายใต้หลักศาสนา ส่วนอิสลามเน้นรักสันติ ไม่สุดโต่ง มุสลิมทั่วโลกส่วนใหญ่เป็นผู้รักสันติ ไม่ใช่พวกสุดโต่งหัวรุนแรง ต่อต้าน IS อัลกออิดะห์ แต่ฮันติงตันยังพยายามชักนำให้เกิดสงครามศาสนา
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7220 วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2559


บางครั้งการวิเคราะห์โดยตั้งอยู่บนศาสนาสร้างความสับสนไม่น้อย ยกตัวอย่าง ชายพุทธคนหนึ่งข่มขืนแล้วฆ่าหญิงชาวพุทธ อย่างนี้เป็นประเด็นศาสนาหรือไม่ อเมริกาคือประเทศที่มีสถิติข่มขืนสูงมาก จะอธิบายว่าพวกคริสต์มักข่มขืนพวกคริสต์ด้วยกันเองหรือไม่ ควรอธิบายอย่างนี้หรือไม่ว่าถ้าชายบ้ากามคนนี้ข่มขืนหญิงศาสนาเดียวกันก็เพราะ “ความบ้ากาม” แต่ถ้าข่มขืนหญิงต่างศาสนาจะกลายเป็น “การปะทะระหว่างอารยธรรม
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7227 วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2559


35. กองทัพตุรกีในดินแดนซีเรีย 
รัฐบาลตุรกีส่งกองทัพเข้าซีเรีย อ้างเหตุผลเพื่อปราบปราม IS ป้องปรามภัยคุกคามจากเคิร์ดซีเรีย ความจริงที่ต้องเข้าใจคือปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากขั้วสหรัฐ ได้ความเห็นชอบจากรัฐบาลรัสเซีย ผลลัพธ์ที่ได้จึงจำกัด เป็นหลักฐานอีกชิ้นชี้ว่าอนาคตของซีเรียไม่เป็นของคนซีเรียอีกต่อไป ประเทศนี้กลายเป็นสมรภูมิ ดินแดนที่หลายประเทศเข้ากอบโกยผลประโยชน์ โดยอ้างปราบปรามผู้ก่อการร้าย สนับสนุนฝ่ายต่อต้านหรือไม่ก็สนับสนุนรัฐบาลซีเรีย นี่คือพัฒนาการล่าสุดจากความวุ่นวายภายในของประเทศนี้ 
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7234 วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2559

เมื่อผู้นำประเทศ ผู้นำการเมืองสหรัฐฯ เอ่ยถึง “American exceptionalism” คือช่วงเวลาที่เชิดชูความพิเศษโดดเด่นของอเมริกาว่าเหนือประเทศอื่นๆ ในโลกนี้ การแสดงความรักนับถือต่อประเทศตัวเองเป็นเรื่องควรส่งเสริม ในขณะเดียวกัน ฮิลลารีไม่ต่างจากผู้นำคนอื่นๆ ในอดีต (ไมว่าจะพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครท) ที่ระบุชัดว่าประเทศใดเป็นศัตรู หากฮิลลารีได้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไป คาดเดาได้ว่าอเมริกาจะยังอยู่ในสงครามต่อไป เป็นส่วนหนึ่งของความเป็น “American exceptionalism” ในตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7241 วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน พ.ศ.2559


ในบริบททะเลจีนใต้ ไม่มีประเทศใดสามารถได้ทุกอย่างที่ต้องการ ประเทศเล็กกว่าต้องรู้จักนิยามคำว่า "ความมั่นคง" ให้เข้ากับสถานการณ์ ที่ผ่านมาอาเซียนทำได้ดี เป็นเหตุให้ประชาชนอยู่ในความสงบสุข บริบทระหว่างประเทศเอื้อต่อการพัฒนา ส่วนที่เหลือคือการจัดการภายในประเทศ วิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน 2025 มีเนื้อหาเอ่ยถึงมากมาย สมาชิกอาเซียนซึ่งหมายถึงพลเมืองทุกคนและทุกภาคส่วนควรร่วมมือกันทำให้วิสัยทัศน์กลายเป็นความจริง
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7248 วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ.2559

ประวัติศาสตร์ของชนชาติโรมันไม่ต่างจากหลายชนชาติที่เริ่มต้นด้วยคนกลุ่มเล็กๆ ที่สามารถเอาตัวรอดจากเผ่าอื่นๆ รอบข้าง จนกลายเป็นเมือง นครรัฐ และพัฒนาเป็นสาธารณรัฐโรมัน อันหมายถึงการปกครองโดยชนชั้นอำนาจที่สังคมโรมันสมัยนั้นหมายถึงเจ้าของที่ดินรายใหญ่ รากฐานความมั่งคั่งในยุคนั้น ชนชั้นอำนาจพยายามรักษาผลประโยชน์ด้วยการยึดอำนาจปกครองไว้กับพวกตัว วางกฎสังคมห้ามแต่งงานข้ามชนชั้น เป็นสาเหตุเกื้อหนุนให้ชนชั้นปกครองนี้สามารถรักษาอำนาจยาวนานกว่า 400 ปี
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7255 วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ.2559


จากชุมชนสู่นครรัฐและกลายเป็นสาธารณรัฐโรมัน ชนชั้นปกครองซึ่งคืออดีตขุนนางและเป็นเจ้าของที่ดินรายใหญ่สามารถกุมอำนาจปกครองอย่างเหนียวแน่น ทั้งด้านบริหาร การยุติธรรม เศรษฐกิจ การทหาร การทำสงครามขยายอาณาเขตหมายถึงการได้ทรัพย์สิน ที่ดินและทาส ผลประโยชน์เหล่านี้ส่วนใหญ่ตกอยู่ในมือของชนชั้นปกครองไม่กี่ตระกูล แต่ด้วยการขยายอาณาจักรอย่างไม่สิ้นสุดส่งผลให้กองทัพใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ และควบคุมยากขึ้น ท้ายที่สุดกลายเป็นผู้ล้มล้างระบบสาธารณรัฐโรมัน
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7262 วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559

ทรัมป์ชูนโยบายทบทวนความสัมพันธ์กับชาติพันธมิตร เห็นว่าการคงทหารหลายหมื่นนายในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ไม่ก่อประโยชน์ต่อสหรัฐฯ เท่าที่ควร ต้องสูญเสียงบประมาณจำนวนมาก ไม่คุ้มค่า ไม่สนใจว่าหากถอนการเป็นพันธมิตรจะส่งผลต่อระบบความมั่นคงภูมิภาคและโลกอย่างไร ความจริงที่ต้องเข้าใจคือประเทศเหล่านี้ช่วยแบ่งเบาภาระงบประมาณมานานแล้ว และยังคงเจรจาต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7269 วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ทรัมป์วิพากษ์นาโตว่าเก่าแก้ล้าสมัย ไม่ช่วยต่อต้านก่อการร้ายเท่าที่ควร สหรัฐต้องแบกรับภาระงบประมาณมากแต่ประโยชน์น้อย จึงคิดพิจารณาถอนตัวออกจากนาโต ความจริงคือรัฐบาลสหรัฐทุกรัฐบาลพยายามปรับปรุงแก้ไขเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว และไม่คิดถอนตัวออกจากนาโต เพราะการสูญเสียพันธมิตรยุโรปเป็นโทษมากกว่า พูดอีกอย่างคือทุกวันนี้ได้ประโยชน์มากอยู่แล้ว
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7276 วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ความสัมพันธ์กับซาอุดิอาระเบียเป็นอีกกรณีที่ทรัมป์ชี้ว่าต้องทบทวนความสัมพันธ์เพราะประเทศเสียงบประมาณกลาโหมแก่ซาอุฯ มากเกินไป โดยไม่เอ่ยถึงผลประโยชน์อื่นๆ ที่สหรัฐฯ ได้จากภูมิภาค ลดทอนความสำคัญการนำเข้าน้ำมันจากซาอุฯ ทั้งๆ ที่ทุกรัฐบาลมีนโยบายลดการนำเข้าจากทุกประเทศอยู่แล้ว ฮิลลารี คลินตันใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของทรัมป์ “สร้างความกลัวแก่ชาวอเมริกัน” ด้วยการชี้ว่า “ทรัมป์” คือภัยคุกคามใกล้ตัวที่สุด ร้ายแรงที่สุด
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7283 วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2559

เป้าหมายของการหาเสียงคือชนะการเลือกตั้ง ผู้สมัครเลือกตั้งไม่ได้หาเสียงด้วยการแสดงความดีงามของตน นโยบายที่ดีกว่าเท่านั้น บางคนใช้วิธีรณรงค์เลือกตั้งทางลบ สร้างความเสื่อมเสียฝ่ายตรงข้าม หลายเรื่องที่หยิบขึ้นมาพูดไม่มีผลทางกฎหมาย แต่ทำให้ประชาชนคิดว่าผู้สมัครฝ่ายตรงข้างแย่ ไม่น่าเลือก เมื่อต่างฝ่ายต่างใช้จึงเกิดการสาดโคลนกันไปมา ประชาชนบางส่วนเอือมระอาการเมืองแบบนี้ ในขณะที่อีกหลายคนเห็นว่ามีประโยชน์เช่นกัน
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7290 วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2559

ในการเลือกตั้งบางครั้ง ไม่มีผู้สมัครคนใดที่ดีพอ คู่ควรกับตำแหน่ง แต่ด้วยระบอบกับระบบพยายามให้ประชาชนออกไปเลือกตั้ง หลายคนจึงใช้วิธีเลือกคนที่แย่น้อยกว่า เพื่อสกัดไม่ให้คนที่แย่ที่สุดได้ถืออำนาจบริหารประเทศ แต่แนวคิดเช่นนี้ไม่ช่วยให้ประเทศเจริญรุ่งเรืองยั่งยืน เป็นเพียงการซื้อเวลา จึงต้องคิดหาระบบเลือกตั้ง/สรรหาให้ได้คนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยไม่ยึดกรอบว่าต้องเป็นการเลือก/สรรหาช่วงเวลาหาเสียงเท่านั้น
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7297 วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ.2559

ในยุคประธานาธิบดีอากีโนที่ 3 รัฐบาลยึดว่าพื้นที่พิพาทสการ์โบโรห์เป็นของฟิลิปปินส์ ดังนั้น ต้องปกป้องอธิปไตย มิฉะนั้นอาจเสียดินแดนมากกว่านี้ จึงดำเนินนโยบายใกล้ชิดสหรัฐ ผลคือจีนคว่ำบาตรเศรษฐกิจฟิลิปปินส์บางอย่าง เมื่อมาถึงสมัยประธานาธิบดีดูเตร์เต รัฐบาลใช้หลักคิดใหม่ เห็นว่าไม่ควรอยู่ท่ามกลางการเผชิญหน้าของ 2 มหาอำนาจ การเจรจากับจีนน่าจะให้ผลประโยชน์เศรษฐกิจที่จับต้องได้มากกว่า สัมพันธ์ทวิภาคีกับจีนจึงดีขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ต้องเผชิญหน้าด้วยเรื่องอธิปไตยที่ต่างยอมให้กันไม่ได้อีกต่อไป
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7304 วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2559

จากนี้อีก 4 ปี ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ในวัย 70 จะต้องเผชิญเรื่องยากๆ อีกมากมาย เรื่องที่เขาไม่รู้ ไม่เคยคิดถึงมาก่อน สังคมอเมริกันที่ให้เสรีกับการวิพากษ์วิจารณ์ สังคมโลกที่จะร่วมวิพากษ์วิจารณ์เช่นกัน ประวัติศาสตร์กำลังบันทึกว่าทรัมป์เป็นประธานาธิบดีที่ได้รับความชื่นชมหรือคนที่โลกประณาม คงเป็นงานสำคัญชิ้นสุดท้ายสำหรับนักสู้ที่ชื่อ โดนัลด์ ทรัมป์
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7311 วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ.2559

เหตุที่ชุมนุมประท้วงเพราะคิดว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะสร้างปัญหาสร้างความเสียหาย แต่อะไรคือประเด็นที่ควรหยิบขึ้นมาประท้วงในเมื่อเป็นเพียงว่าที่ประธานาธิบดี นโยบายที่ใช้หาเสียงหลายเรื่องพูดชัดว่าเป็นเพียงข้อเสนอ หลายเรื่องอาจไม่ได้ทำจริงตามที่พูด หรือไม่รุนแรงสุดโต่งขนาดนั้น ประโยชน์ที่ยั่งยืนของการชุมนุมจะเกิดขึ้นจริงหากมีการรวมกลุ่มภาคประชาสังคม เกิดกลุ่มถาวร ร่วมกันตรวจสอบเฝ้าระวังรัฐบาลอย่างเป็นระบบ ถูกต้องตามหลักวิชาการ
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7318 วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2559

ความขัดแย้งซีเรียได้ดำเนินต่อเนื่องกว่า 5 ปีครึ่งแล้ว สถานการณ์ได้พัฒนาเปลี่ยนแปลง เริ่มจากการชุมนุมประท้วงรัฐบาลอย่างสงบ ตามด้วยต่างชาติเข้าแทรก การปรากฏตัวของผู้ก่อการร้าย กองกำลังมุสลิมต่างชาติกว่าร้อยประเทศ การเผชิญหน้าระหว่าง 2 ขั้ว 2 มหาอำนาจชัดเจนมากขึ้น บัดนี้ความเป็นไปของสมรภูมิกับอนาคตซีเรียจึงขึ้นกับการตัดสินใจบนผลประโยชน์ของ 2 ฝ่าย 2 มหาอำนาจ เป็นความขัดแย้งที่จะยืดเยื้อยาวนาน เป็นเรื่องที่ควรตระหนัก
ตีพิมพ์ใน นิตยสารหนังสือข่าวทหารอากาศ ปีที่ 76 ฉบับที่ 11 เดือนพฤศจิกายน 2559

เนื่องจากโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้งด้วย popular vote ต่ำกว่าฮิลลารี คลินตัน ความคิดเปลี่ยนวิธีเลือกตั้งประธานาธิบดีจึงดังขึ้นอีกรอบ แต่การแก้ไขหมายถึงการแก้รัฐธรรมนูญซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายทั้งในเชิงกฎหมายกับการเมือง ผลดีจากการปรากฎตัวของทรัมป์คือเกิดกระแสปฏิรูปการเมือง เป็นเรื่องระยะยาวที่ต้องอาศัยคนมีส่วนร่วมจำนวนมาก การศึกษาอย่างเป็นระบบ สะท้อนสภาพสังคมการเมืองอเมริกา
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7325 วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2559

หลังจากที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันประสบภาวะขาดดุล เศรษฐกิจชะลอตัว หลายฝ่ายเชื่อว่าจะเกิดการเจรจาเพื่อผลักดันให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น การเจรจารอบพฤศจิกายนคือความสำเร็จครั้งแรก แต่การจะให้ราคาน้ำมันไปสู่ระดับ 100 ดอลลาร์เป็นเรื่องห่างไกล หากเชื่อว่าต้นตอปัญหาอ่อนตัวยังคงอยู่ นอกจากนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังสะท้อนให้เห็นว่าอำนาจต่อรองของโอเปกลดน้อยลง โครงสร้างเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศกำลังเปลี่ยนแปลง
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7332 วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2559

เพื่อผลประโยชน์ต่อต้านโซเวียตรัสเซียในสมัยสงครามเย็น รัฐบาลสหรัฐจึงตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน เป็นเหตุให้ไต้หวันกลายเป็นประเทศที่นานาชาติไม่ยอมรับว่าเป็นประเทศ ผู้นำไต้หวันทุกยุคทุกสมัยจึงพยายามดิ้นรนแสดงความเป็นตัวตน เทคนิคที่ประธานาธิบดีไช่ทำครั้งนี้คือติดต่อพูดคุยกับว่าที่ผู้นำประธานาธิบดีสหรัฐ กลายเป็นประเด็นให้วิพากษ์ ซึ่งแท้จริงแล้วมีความสำคัญต่อไต้หวันมากกว่านั้น
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7339 วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2559

ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอให้ทบทวนนโยบายจีนเดียว หวังใช้เป็นเครื่องมือเจรจาแก้ปัญหาการค้าจีน  ฝ่ายจีนแสดงท่าทีแข็งกร้าวชี้ว่าเกี่ยวข้องกับอธิปไตยไต้หวัน เป็นเรื่องที่ยอมให้ไม่ได้ ถ้าพิจารณาให้ถ่องแท้รัฐบาลจีนได้ละเมิดนโยบายจีนเดียวมานานแล้ว ดังนั้น รัฐบาลสหรัฐมีความชอบธรรมที่จะละเมิดหรือยกเลิก แต่จะได้ผลดีหรือผลเสียมากกว่า เพราะต้องคำนึงปัจจัยไต้หวันและอื่นๆ
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7346 วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2559

เมื่อสิ้นยุคประธานเหมา จีนเปิดประเทศต้อนรับการลงทุน การสัมพันธ์กับต่างชาติ ค่านิยมความงามแบบตะวันตกเริ่มเข้ามา จีนกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ด้านความงามของโลก สตรีจีนใช้จ่ายเพื่อความงามมากกว่าหลายประเทศจนน่าตกใจ บ่งบอกความเป็นพวกวัตถุนิยม กำลังถอยห่างอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ โฉมหน้าความงามของสาวจีนสะท้อนโฉมหน้าสังคมนิยมจีนในปัจจุบันและอนาคต
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7353 วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2559
----------------------------