ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ หน้า 6

“ขอบเขต สาขาของวิชารัฐศาสตร์”
ปัจจุบัน รัฐ เป็นศูนย์กลางของการศึกษา
            เนื่องจากอำนาจการเมืองปัจจุบัน รัฐเป็นหน่วยทางการเมืองที่มีอำนาจสูงสุดในตัวเอง ดังนั้น การศึกษาวิชารัฐศาสตร์จึงมีรัฐเป็นศูนย์กลางการศึกษา เนื้อหาวิชาจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่อยู่ภายในรัฐ กระบวนการต่างๆ
• หน่วยการเมืองอื่นๆ มีความสำคัญมากขึ้น
            เหตุเนื่องจาก การพัฒนาทางการเมือง โดยเฉพาะการพัฒนาของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทำให้หน่วยทางการเมืองอื่นๆ ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนเช่นกัน โดยเฉพาะองค์กรระหว่างประเทศ หรือบรรษัทข้ามชาติ

• เน้นการศึกษาเรื่องที่เป็นปัจจุบัน
            รัฐศาสตร์เป็นการศึกษาเพื่อมุ่งตอบคำถามหรือแก้ปัญหาหรือเสนอแนะ แก่เรื่องหรือประเด็นที่เป็นปัจจุบัน ที่กำลังมีผลกระทบต่อรัฐชาติ
            เรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐศาสตร์จึงมักปรากฏอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ที่ออกมาในแต่ละวัน
            แต่เพื่อให้เข้าใจรัฐศาสตร์ นักศึกษาต้องเข้าใจเรื่องในอดีตหรือประวัติศาสตร์เสียก่อน การศึกษาเรื่องราวในอดีตหรือประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องจึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหาคำตอบของคำถามรัฐศาสตร์
            นักรัฐศาสตร์จึงต้องไม่พลาดจากสถานการณ์ความเป็นไปของบ้านเมืองทั้งในและต่างประเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
            และเรื่องที่เป็นรัฐศาสตร์ในปัจจุบันจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ในอนาคต

• เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กับศาสตร์อื่นๆ มากมาย
            เช่น ประวัติศาสตร์ มนุษยวิทยา ปรัชญา จริยศาสตร์ นิติศาสตร์ จิตวิทยา การทหาร เศรษฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประชากรศาสตร์ คณิตศาสตร์ สถิติ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ทั้งในและต่างประเทศ ขึ้นกับหัวข้อทางรัฐศาสตร์ที่กำลังศึกษาเกี่ยวข้องหรือเน้นหนักไปทางด้านใด ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งหรือหลายๆ ศาสตร์พร้อมกัน
สนใจคลิกที่รูป

            รัฐศาสตร์จึงเป็นการศึกษาแบบสหวิทยาการ (Multidisciplinary) ผู้ศึกษารัฐศาสตร์จึงต้องศึกษาศาสตร์อื่นๆ ควบคู่ด้วย สามารถนำความรู้จากศาสตร์อื่นเข้าผสมผสานกับรัฐศาสตร์ นักรัฐศาสตร์จะมัวมุ่งเน้นสนใจแต่เนื้อหารัฐศาสตร์ล้วนๆ โดยไม่สนใจศาสตร์หรือความรู้เรื่องอื่นๆไม่ได้

• ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับศาสตร์ใดขึ้นอยู่กับว่าประเด็นรัฐศาสตร์ที่พูดถึงเป็นเรื่องใด
            ยกตัวอย่าง หากเป็นการบริหารประเทศมักจะต้องพูดถึงการบริหารเศรษฐกิจประเทศ ดังนั้น เศรษฐศาสตร์จึงต้องเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก
            หรือหากเป็นความเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคง เรื่องการทหารย่อมจะต้องถูกพูดถึงด้วยเสมอ
            ดังนั้น นักรัฐศาสตร์ที่สนใจหรือศึกษาเรื่องใด ต้องศึกษาในศาสตร์ที่เกี่ยวข้องด้วยเสมอ

• ในแวดวงวิชาการ วิชารัฐศาสตร์จำแนกแยกย่อยเป็นสาขาหลายสาขา (ขึ้นอยู่กับว่านักวิชาการผู้นั้น หรือสำนักนั้นจะแบ่ง) เช่น
            o สาขาปรัชญาการเมือง (Political Philosophy)
            o สาขาทฤษฎีการเมือง (Political Theory)
            o สาขากฎหมายมหาชน (Public Law)
            o สาขาการเมืองการปกครอง (Government)
            o สาขารัฐประศาสนศาสตร์ (Public Administration)
            o สาขาการเมืองเปรียบเทียบ (Comparative Politics)
            o สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations)

            สำหรับการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเมืองไทย เน้นหลักใน 3 สาขา ได้แก่
            1. สาขาการเมืองการปกครอง (Government)
            2. สาขารัฐประศาสนศาสตร์หรือบริหารรัฐกิจ (Public Administration)
            3. สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations)

“ธรรมชาติของวิชารัฐศาสตร์”
            • การศึกษารัฐศาสตร์สามารถเป็นวิทยาศาสตร์ แต่ไม่อาจจะพิสูจน์แน่นอนเหมือนวิทยาศาสตร์
            หมายความว่า การศึกษารัฐศาสตร์สามารถใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Method) เริ่มจากการตั้งสมมติฐานและเข้าสู่กระบวนเพื่อทดสอบสมมติฐาน แต่เนื่องจากเกี่ยวข้องกับมนุษย์ที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่แน่นอน บางครั้งใช้เหตุผล บางครั้งใช้อย่างอื่นที่ไม่ใช่เหตุผล เช่น อารมณ์ ความรู้สึก ไสยศาสตร์ บางครั้งก็ใช้เหตุผลเป็นส่วนประกอบมากบ้างน้อยบ้าง อีกทั้งไม่สามารถจับมนุษย์หรือหน่วยทางการเมืองมาทดลองในห้องทดลองเหมือนกับการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เพราะผิดศีลธรรมหรือเป็นไปไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ การศึกษารัฐศาสตร์จึงเป็นเพียงการสังเกตุ การพยายามเข้าใจ อธิบายปรากฎการณ์หนึ่งๆ และคาดเดาผลสืบเนื่องในอนาคตอย่างเป็นระบบเท่านั้น
            เหตุผลที่สอง คือ การมีปัจจัยเกี่ยวข้องจำนวนมหาศาล ยกตัวอย่างเช่น นายกทักษิณชนะการเลือกตั้งในปี 2548 ถามว่า เหตุใดจึงชนะการเลือกตั้ง เป็นเพราะมีเงินมากกว่าหรือ เป็นเพราะผลงานการเป็นรัฐบาลก่อนหน้านี้หรือ เป็นเพราะมีทีมงานดีหรือ เป็นเพราะคนจำนวนมากพอใจในผลงานของท่านหรือ ฯลฯ เหล่านี้ยังเป็นการเพียงพูดโดยคร่าวๆเท่านั้น ดังนั้น การศึกษาเพื่อจะหาคำตอบจึงยากมาก แตกต่างจากการทดลองทางเคมีที่สามารถควบคุมตัวแปรต่างๆได้ง่ายกว่า
            เหตุผลที่สาม คือ บริบทหรือเหตุการณ์ต่างๆไม่สามารถทำซ้ำได้เหมือนเดิม จึงกลายเป็นข้อจำกัดอย่างมากต่อการศึกษาว่า ปัจจัยที่เราสนใจนั้น จริงๆแล้วมีผลอย่างไร มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะหากปัจจัยดังกล่าวเป็นผลลูกโซ่ที่เกิดจากปัจจัยอื่นๆในบริบทหนึ่งๆ

            • การไม่สามารถคาดการณ์ได้แน่นอนเป็นเสน่ห์ของรัฐศาสตร์ และท้าทายความสามารถของนักรัฐศาสตร์
            ดังที่ทราบว่า รัฐศาสตร์ไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจน แน่นอน เหมือนกันทุกครั้ง อย่างที่วิทยาศาสตร์ทำได้ ในแง่มุมหนึ่งอาจทำให้บางคนเกิดความวิตกเนื่องจากรัฐศาสตร์ไม่มีคำตอบที่แน่นอน แต่ในอีกมุมหนึ่ง ความไม่แน่นอน ความคาดการณ์ไม่ได้สมบูรณ์ เป็นเส่นห์ ของรัฐศาสตร์ ที่เรื่องราวต่างๆ ผลิกผันได้อยู่เสมอ ไม่มีผลสรุปตายตัวเหมือนเดิมอย่าง 4 คูณ 5 จะเท่ากับ 20 เสมอ และกลายเป็นความน่าท้าทายความสามารถของนักรัฐศาสตร์ เมื่อต้องเผชิญกับประเด็นหรือปัญหารัฐศาสตร์ที่ต้องเกี่ยวข้องด้วย ต้องเข้าไปแก้ปัญหาตรงนั้น
เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120

ชาญชัย คุ้มปัญญา
------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

America First, America Lonely

โดนัลด์ ทรัมป์ชูแนวคิด America First พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ประเทศ แต่หลายนโยบายที่ยึดแนวทางนี้ส่งผลให้สหรัฐโดดเดี่ยวตัวเอง โลกกำลังก้าวสู่ความเป็นพหุภาคีมากขึ้น

หลักนโยบายแม่บทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือ “หลักนิยมทรัมป์” (Trump’s Doctrine) ตั้งอยู่บนแนวคิด “America First” (อเมริกาต้องมาก่อน) หมายถึงการบริหารประเทศที่ถือผลประโยชน์ของชาติกับพลเมืองเป็นที่ตั้ง แม้จะขัดแย้งประเทศอื่นๆ ละเมิดศีลธรรมคุณธรรม ตั้งอยู่บนหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบสัจนิยม (Realism) แบบสุดขั้ว ระบบโลกเหมือนป่าดงดิบที่สัตว์ป่าทั้งหลายต่างดิ้นรนหาทางอยู่รอดโดยไม่คำนึงกฎใดๆ ยึดอธิปไตยชาติเป็นสำคัญ รัฐบาลทุกประเทศมีสิทธิ์และมีความรับผิดชอบต่อพลเมืองของตน เป็นลัทธิอเมริกานิยม (Americanism) ไม่ใช่โลกนิยม (globalism) บทความนี้เขียนขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศกว่าปีครึ่งแล้ว ความเป็น “อเมริกาต้องมาก่อน” ปรากฏชัดเจนมากขึ้น ในที่นี้จะนำเสนอบางตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจหลักการดังกล่าวและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ไม่สนกติกาองค์การค้าโลกอีกต่อไป : ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีองค์การค้าโลกเมื่อ…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ติมอร์-เลสเต จะเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 หรือไม่

นับจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1999 จนถึงบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดเข้าร่วมอาเซียนอีก อาเซียนปัจจุบันจึงคงมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลประเทศติมอร์-เลสเตพยายามขอเข้าร่วมสมาคมอาเซียน เกิดคำถามว่าอาเซียนจะมีสมาชิกใหม่หรือไม่ อะไรเป็นเหตุผลการรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิก             เมื่อเอ่ยชื่อประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยไปเยือนประเทศนี้เนื่องจากเป็นรัฐเกิดใหม่ บางคนอาจรู้จักในนามติมอร์ตะวันออกจากข่าวการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างยาวนานกับอินโดนีเซีย ก่อนได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002             ติมอร์-เลสเต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับเอกราชแล้วอาณาเขตรัฐประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่เคยต่อสู้เพื่อเอกราช พวกที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตเมืองหรือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย และพวกที่ลี้ภัยออกนอกอาณาเขตเนื่องจากความไม่สงบที่ผ่านมา สภาพที่ประชาชนมี…