ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รูปแบบการปกครอง (1) รูปแบบการปกครองแบบกรีก

การจะบอกว่ามีกี่รูปแบบการปกครอง (Forms of Government) และแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัด ซึ่งพอจะมีวิธีแบ่งได้หลายแบบ เช่น เกณฑ์จำนวนผู้มีอำนาจปกครอง เกณฑ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
“รูปแบบการปกครองที่ใช้เกณฑ์จำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายของการปกครอง”

            รูปแบบนี้นักวิชาการบางท่านเรียกว่า รูปแบบการปกครองแบบกรีก (Greek Typology of Governments) โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ รูปแบบที่รัฐบาลมีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อความดีงามของรัฐ (polis) กับรูปแบบตรงกันข้ามที่รัฐบาลไม่มีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ปกครองเท่านั้น ในแต่ละรูปแบบหลักแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบย่อยตามจำนวนผู้ปกครอง คือ 1 คน (one) จำนวนเล็กน้อย (few) และ หลายคน (many)
Government
Pure Form
Impure Form
คนเดียว (of One)
ราชาธิปไตย (Monarchy)
ทรราชย์ (Tyranny)
จำนวนน้อย (of the Few)
อภิชนาธิปไตย (Aristocracy)
คณาธิปไตย (Oligarchy)
จำนวนมาก (of the Many)
มัชฌิมวิถีอธิปไตย (Polity)
ประชาธิปไตย (Democracy)

รูปแบบการปกครองตามแนวทางนี้ แบ่งรูปแบบการปกครองที่ใกล้เคียงกับอุดมคติที่ออกกฎหมายด้วยเหตุผลและเพื่อความผาสุกของประชาชนคือแบบที่ดีที่สุดและลดหลั่นลงมา อธิบายในรายละเอียดได้ว่า

1. การปกครองโดยคน ๆ เดียว หมายถึง ระบบการปกครองที่คนๆ เดียวมีอำนาจอธิปไตยหรืออำนาจสูงสุดเหนือบุคคลทั้งหลายโดยเด็ดขาด หากผู้ปกครองมีคุณธรรมเรียกกว่า ราชาธิปไตย” (Monarchy) ซึ่งอริสโตเติลให้นิยามว่าเป็นการปกครองภายใต้กษัตริย์จอมปราชญ์หรือราชาปราชญ์ (philosopher-king) แต่หากเป็นกษัตรย์ที่กดขี่ข่มเหงราษฎร จะเรียกกว่า ทุชนาธิปไตยหรือ ทรราช” (Tyranny) ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อผลประโยชน์ของผู้ปกครอง ตัวอย่างเช่น ฮิตเลอร์ในสมัยนาซี
ดังนั้น รูปแบบการปกครองที่ดีที่สุดตามคตินิยมของกรีกคือ การปกครองแบบราชาธิปไตย ในทางกลับกันรูปแบบที่แย่ที่สุดก็คือแบบทรราชย์  (มี ย์ ใช้กับรูปแบบการปกครอง ไม่มี ย์ ใช้กับตัวบุคคล) ที่ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของส่วนตัวและพวกพ้อง โดยไม่สนใจความทุกข์ยากของประชาชน ไม่ได้ปกครองเพื่อความผาสุกของพลเมือง

พึงระลึกว่า
1)       กษัตริย์จอมปราชญ์ของชาวกรีกต่างจากระบอบกษัตริย์แบบสมบูรณายาสิทธิราชตามคตินิยมของตะวันอินเดียโบราณหรือแบบของจีน ซึ่งมหาราชาหรือจักรพรรดิ์ของจีนได้รับอำนาจจากเทพ หรือเป็นโองการของสวรรค์ ต่างจากของกรีกที่มาจากการคัดสรรคน
2)       การปกครองภายใต้คตินิยมอินเดียโบราณหรือจีนโบราณก็เป็นตามความเชื่อ หลักศาสนา ของชนชาติในยุคสมัยนั้น เป็นความถูกต้องตามความเชื่อที่ยึดถือ ผู้ปกครองจะสืบสันตติวงศ์หรือสืบสายโลหิต ผู้ปกครองทำหน้าที่ทั้งเป็นประมุขของรัฐและเป็นหัวหน้ารัฐบาล คำพูดของกษัริย์ถือเป็นกฎหมาย ดังนั้น จึงมีอำนาจเบ็ดเสร็จ (absolute monarchy)
3)       ปัจจุบัน ยังมีบางประเทศที่มีพระมหากษัตริย์หรือพระราชินี (เช่นกรณีของประเทศอังกฤษ) อยู่ในฐานะประมุขของประเทศ แต่ไม่มีอำนาจในการบริหาร พระมหากษัตรยิ์ทรงอยู่ในฐานะที่ได้รับการยกย่องในเชิงสัญลักษณ์ (symbolic) และไม่ถือว่าประเทศดังกล่าวอยู่ใต้การปกครองแบบ Monarchy

2. การปกครองโดยคณะบุคคล หมายถึง ระบบการปกครองที่บุคคลจำนวนหนึ่งที่มีความสามารถ มีสติปัญญา มีคุณธรรมสูงส่ง เป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ทางการเมืองและบริหารประเทศ (อาจเทียบกับระบบคณะกรรมการในปัจจุบัน) เพื่อป้องกันการตัดสินใจผิดพลาดของความเป็นมนุษย์และความไม่สมบูรณ์ของคนอันเป็นธรรมดาของมนุษย์ ซึ่งหากมีจุดมุ่งหมายเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนก็จะเป็นรูปการปกครองแบบ อภิชนาธิปไตย” (Aristocracy) แต่หากมีจุดมุ่งหมายเพื่อประโยชน์สุขของพรรคพวกก็จะเป็นรูปการปกครองแบบ คณาธิปไตย” (Oligarchy) ในปัจจุบันยังมีบางประเทศที่มีลักษณะการปกครองแบบนี้ เช่น ประเทศเอล ซัลวาดอร์ กัวเตมาลา โคลอมเบีย ฮอนดูรัส ที่การตัดสินใจนโยบายของรัฐบาลขึ้นอยู่กับผู้มีอิทธิพลไม่กี่กลุ่มในประเทศเหล่านี้

3. การปกครองโดยคนทั้งหมดหรือเสียงส่วนใหญ่ หมายถึง ระบบการปกครองที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย (แต่ไม่ได้หมายถึงว่าทุกคนต่างได้เข้าไปบริหารประเทศ ดังนั้น ไม่ใช่ทุกคนเป็นผู้ปกครอง) รูปแบบการปกครองที่อริสโตเติลเรียกว่า มัชฌิมวิถีอธิปไตย (Polity) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนรวมอย่างยั่งยืน (ไม่ใช่เพื่อประชาชน-ดูต้นฉบับ Politics Book 3 เล่มที่ 3 บทที่ 7) การใช้คำว่าเพื่อคนส่วนรวมอย่างยั่งยืน ก็เพราะต้องการเน้นว่าเป็นการมองที่เน้นองค์รวมของสังคม มากกว่าการเน้นที่ประชาชนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่ง และไม่ใช่เพียงเพราะความสุขชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น

คำถามเพื่อการอภิปราย จงยกตัวอย่างนโยบายของรัฐบาลที่ให้ประโยชน์แก่ประชาชนกลุ่มหนึ่ง แต่กลับสร้างความเสียหายแก่สังคมโดยรวม

แต่หากมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำตามใจตนเอง ไม่เห็นแก่ส่วนรวม ไม่เห็นแก่ความยั่งยืน ก็จะแปรเปลี่ยนเป็นการปกครองโดยประชาธิปไตย” (Democracy) หรือ ฝูงชน” (Mob-rule) หรือ มวลชนเป็นใหญ่ (rule of the masses) ซึ่งทุกคนมุ่งที่ประโยชน์ของตนเอง ประเทศไปตามมติของเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งอาจเป็นทางก่อให้เกิดผลดีหรือเสียก็ได้ ความมีจริยธรรมศีลธรรมหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้มีสิทธิออกเสียง ซึ่งอริสโตเติลเห็นว่าการปกครองโดยคนจำนวนมากไม่น่าจะดี เพราะมองจากสภาพคนในสมัยนั้นที่คนส่วนใหญ่ขาดความรู้ ความเข้าใจในปัญหาบ้านเมือง การตัดสินใจของคนส่วนใหญ่จึงตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไม่เข้าใจประเด็นบ้านเมืองอย่างถ่องแท้ มุ่งรักษาผลประโยชน์เฉพาะหน้าของตนเองเป็นหลัก

คำถามเพื่อการอภิปราย ภายใต้การปกครองแบบประชาธิปไตยตามความหมายดังกล่าว เป็นไปได้หรือไม่ว่า จะได้กฎหมายที่สวนทางกับความถูกต้องตามหลักศาสนา
            พึงระลึกว่า ประชาธิปไตยของอริสโตเติล เป็นแบบตามความคิดของท่าน ซึ่งต่างจากนิยามประชาธิปไตยที่ใช้ในปัจจุบัน
เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง
ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
-----------------------------
ประชาสัมพันธ์ :
คุณสมบัติ :
ชาย-หญิง อายุ 25-65 ปี
ไม่ต้องเก่ง ไม่ต้องมีประสบการณ์ แค่ตั้งใจและเอาจริง
ค่าคอมหลายหมื่นหรือหลายแสน
บริษัทของเรามีระบบและขั้นตอนการทำงานง่ายๆ ที่ได้ผลจริง
ทำงานเป็นทีม อยู่แบบพี่ๆ น้องๆ
มีพี่เลี้ยงดูแลตลอดเส้นทาง
สนใจลงทะเบียนด้านล่างด่วน
ติดต่อ 083-0725036 ไลน์ @7chanchai



ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

มุกตาดา อัล-ซาดาร์ ผู้สร้างความเปลี่ยนครั้งใหญ่แก่อิรัก ?

ตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐส่งมอบอธิปไตยคืนแก่อิรัก นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมามีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลสหรัฐทั้งสิ้น อัล-ซาดาร์กำลังจะเป็นนายกฯ คนแรกที่พยายามปลดแอกอิรักจากการครอบงำของต่างชาติ
เมื่อกองทัพสหรัฐกับพันธมิตรโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซน รัฐบาลสหรัฐเป็นผู้ปกครองอิรัก จนถึงปี 2006 ส่งมอบอธิปไตยคืนแก่อิรัก จัดเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยหลายครั้ง แต่ผู้เป็นนายกฯ เป็นคนที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐ ดังนั้น แม้จะบอกว่าเป็นการเลือกตั้งเสรี ความจริงแล้วเป็นเพียงวิธีการ ทุกอย่างอยู่ภายใต้การจัดวางล่วงหน้า
เลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อกลางเดือนที่ผ่าน มุกตาดา อัล-ซาดาร์ (Moqtada al-Sadr) ได้ที่นั่งในสภาสูงสุด มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลและเป็นนายกฯ และอาจสร้างความเปลี่ยนแปลงแก่อิรักต่างจากนายกฯ คนก่อนๆ
แนวทางของอัลซาดาร์ : มุกตาดา อัล-ซาดาร์ เป็นนักบวช เป็นผู้นำจิตวิญญาณของมุสลิมชีอะห์กลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งในอิรัก นอกจากแสดงบทบาทในฐานะผู้นำทางศาสนา ยังทำหน้าที่อีกหลายอย่างเช่น เป็นผู้ปกครองของกลุ่ม ผู้วางนโยบายกำหนดทิศทาง และเป็นผู้นำกองกำลัง Mahdi Army อันเลื่องชื่อ ปะทะกับกองทัพสหรัฐนับครั้งไม่ถ้วน อัล-ซาดาร์ต่อต…

อุดมการณ์ทางการเมือง (1) นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง

หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล
“นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง”
1.ความหมายของอุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideology) มีผู้นิยามหลากหลาย 1.1.หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล 1.2.หมายถึง ความคิดความเชื่อที่ทำให้เกิดกลไกควบคุม เพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความคิดความเชื่อนั้น 1.2.1.เช่นอุดมการณ์มาร์กซิสม์ ก่อให้เกิดพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อสร้างและควบคุมให้การปกครองบรรลุเป้าหมายของอุดมการณ์ 1.2.2.อุดมการณ์ประชาธิปไตย คือ การเพิ่มพูน ปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคล ทำให้เกิดไกกลต่างๆ เช่น พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ การลงมติ เพื่อรักษาความเป็นประชาธิปไตย 1.3.อุดมการณ์มิใช่เป็นเพียงปรัชญาการเมือง อุดมการณ์ทางการเมืองจะเรียกร้องให้มีการกระทำจากผู้ศรัทธาในอุดมการณ์ เกิดความรู้สึกว่าถูกต้องที่จะกระทำตามน…