ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไข้หวัดใหญ่ฮ่องกงป้องกันได้ด้วยวัคซีน

30 กรกฎาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7569 วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2560)

สถานการณ์ล่าสุดในฮ่องกง :
            สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ระบาดในฮ่องกงเสียชีวิตกว่า 200 รายแล้ว (26 ก.ค.) ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย สถานพยาบาลในฮ่องกงรับมือเต็มที่ โรงพยาบาลบางแห่งรับผู้ป่วยมากจนเต็มจำนวนเตียงผู้ป่วยทั้งหมด ผู้ป่วยบางรายต้องรอหลายชั่วโมงกว่าจะได้เตียงนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล รายที่อาการไม่หนักจะต้องรอหลายชั่วโมงกว่าจะมีแพทย์มาตรวจ ขณะนี้รัฐบาลกำลังหารือกับโรงพยาบาลเอกชนเพื่อช่วยรับผู้ป่วยโดยรัฐจะออกค่าใช้จ่ายบางส่วนเพื่อช่วยแบกรับค่ารักษาของผู้ป่วย สมาคมแพทย์ร้องขอให้แพทย์โรงพยาบาลเอกชนกับแพทย์ที่เกษียณแล้วสละเวลาบางส่วนมาช่วยดูแล
            โดยปกติการระบาดไม่ใช่เรื่องร้ายแรงหากระบาดไม่มาก ปีนี้พิเศษกว่าปกติเพราะการระบาดมาเร็วและแรง ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในช่วงกลางพฤษภาคมพบติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ร้อยละ 13.5 และเพิ่มเป็น 40.6 ในสัปดาห์ที่ 2 ของกรกฎาคม ชี้ให้เห็นการระบาดเพิ่มขึ้นมาก
เฉพาะผู้ป่วยหนักนับจากพฤษภาคมมีกว่า 300 รายแล้ว เสียชีวิตกว่า 200 คน เป็นตัวเลขที่สูงกว่าปีก่อนอย่างชัดเจน

เชื้อที่พบในปีนี้ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 35) เป็นสายพันธุ์ A(H3N2) เป็นสายพันธุ์เก่าที่มีวัคซีนป้องกัน อีกทั้งหลายคนมีภูมิต้านทานไวรัสสายพันธุ์นี้อยู่แล้ว
ชื่อเต็มของสายพันธุ์นี้คือ A/Hong Kong/1/68(H3N2)

มีข้อมูลว่าที่ฮ่องกงเชื้อได้กลายพันธุ์เล็กน้อย แต่วัคซีนยังคงใช้ได้ผล
            ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นหลากหลาย บางคนเห็นว่าที่ระบาดหนักเพราะคุณภาพวัคซีนที่ให้เมื่อพฤศจิกายนไม่เต็มร้อย บางคนเห็นว่าปีที่แล้วไม่มีปัญหาไข้หวัดใหญ่ ภูมิคุ้มกันในหลายคนจึงต่ำ เป็นต้นเหตุติดเชื้อแล้วมีอาการหนักในปีนี้ บางคนเห็นว่าเหตุเพราะเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A(H3N2) กลายพันธุ์ทำให้วัคซีนที่ผลิตเมื่อ 2 ปีก่อนไม่ค่อยได้ผล

            เชื้อไข้หวัดใหญ่มี 3 สายพันธุ์หลัก (type) สายพันธุ์หลักที่สร้างปัญหาเรื่องการระบาดคือ A กับ B แต่ละสายพันธุ์หลักจะมีสายพันธุ์ย่อย (subtype) ได้อีก
            วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza vaccine) ที่มีประสิทธิภาพจะต้องมีลักษณะพันธุกรรมตรงกับที่เชื้อที่กำลังระบาด ปัจจุบันองค์การอนามัยโลก (WHO) จะกำหนดว่าวัคซีนควรจะครอบคลุมเชื้อสายพันธุ์ใด ที่ผ่านมาจะเป็นสายพันธุ์ A 2 ชนิดกับสายพันธุ์ B 1 ชนิด หรือเป็นสายพันธุ์ A กับ B อย่างละ 2 ชนิด และจะอัพเดทข้อมูลสายพันธุ์ทุก 2 ปี

ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ :
            คนฮ่องกงอ่อนไหวเป็นพิเศษกับข่าวไข้หวัดใหญ่ระบาด เพราะมักระบาดอยู่เสมอและเคยมีประสบการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ เช่น เมื่อ 1968 (Hong Kong flu of 1968/Hong Kong flu pandemic of 1968) การระบาดเริ่มจากจีนมาฮ่องกงแล้วแพร่กระจายทั่วโลก ระบาดนาน 2-3 ปี เป็นการระบาดใหญ่ครั้งที่ 3 ของศตวรรษที่ 20 ผู้เสียชีวิตทั้งโลกราว 1-4 ล้านคน
            การระบาดเมื่อ 1968 เริ่มจากสายพันธุ์ A(H3N2) (สายพันธุ์ที่กำลังเป็นข่าวในขณะนี้) ในสมัยนั้นถือเป็นสายพันธุ์ที่พบใหม่ เชื้อไข้หวัดใหญ่ระบาดอย่างรวดเร็ว ในเวลา 2 สัปดาห์มีผู้ติดเชื้อถึง 500,000 ราย

            หลายคนมองโรคระบาดว่าเป็นเรื่องของสาธารณสุขล้วนๆ แม้กระทั่งรัฐบาลหลายประเทศก็คิดเช่นนั้น จึงจัดการปัญหาในกรอบสาธารณสุข ยิ่งมีองค์การอนามัยโลกคอยบริการจัดการ การจัดการโรคระบาดจึงมักอยู่ในกรอบนี้
            แต่บริบทโลกเปลี่ยนแปลง มีการคิดค้นอาวุธเชื้อโรค สารพิษต่างๆ เพื่อมุ่งเล่นงานพลเรือนหรือแบบไม่เลือกหน้า ฝ่ายความมั่นคงจึงเข้ามาเกี่ยวข้องทันที ทุกวันนี้ยังมีบางประเทศที่มีเทคโนโลยีและเก็บเชื้อโรคเพื่อใช้เป็นอาวุธ (biological weapons) มีการศึกษาเพื่อพัฒนาเชื้อโรคให้มีฤทธิ์ร้ายแรงกว่าเดิม ติดต่อแพร่กระจายง่าย ยุคปัจจุบันที่ก่อการร้ายเป็นประเด็นร้ายแรง หน่วยงานความมั่นคงกังวลว่าผู้ก่อการร้ายอาจใช้เชื้อโรคเป็นอาวุธ หรือที่เรียกว่า Bioterrorism

            ถ้าใช้มุมมองแบบรัฐศาสตร์ ฝ่ายความมั่นคงจะมองว่าโรคระบาดหากระบาดหนักจะเป็น “ภัยคุกคามรูปแบบใหม่” (non traditional security หรือ NTS) เป็นเรื่องร้ายแรงกระทบความมั่นคงของรัฐ
ในอดีตเราอาจคุ้นกับภัยคุกคามความมั่นคงจากคอมมิวนิสต์ สงครามรบพุ่งกัน ปัจจุบันบริบทโลกเปลี่ยนเกิดภัยคุกคามชนิดใหม่ เรียกรวมๆ ว่า “ภัยคุกคามรูปแบบใหม่” ยกตัวอย่างเช่น การก่อการร้าย ภาวะโลกร้อน การขาดแคลนน้ำ การลักลอบค้ายาเสพติด การอพยพย้ายถิ่นของคนจำนวนมาก รวมถึงโรคระบาดร้ายแรงอย่างไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ฯลฯ

โลกเคยรณรงค์ต้านเอดส์ เชื้อ HIV เคยสร้างความตื่นตระหนกแก่โลกมาแล้ว บั่นทอนหลายประเทศในแอฟริกาอย่างรุนแรง ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจสังคมที่อ่อนแออยู่แล้วให้อ่อนแอกว่าเดิมอีก เชื้อโรคเพียงชนิดเดียวสามารถสร้างหายนะแก่ประเทศ

ภัยคุกคามรูปแบบใหม่มีลักษณะสำคัญคือ เริ่มต้นจากประเทศหนึ่งแล้วส่งผลกระทบต่อประเทศอื่น (ไม่รู้จะห้ามนกบินข้ามพรมแดนได้อย่างไร) ลำพังประเทศเดียวไม่อาจต่อต้านป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ จำต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นความรับผิดชอบของนานาชาติ ไม่ใช่เรื่องของประชาชนจำนวนหนึ่งที่ล้มป่วยหรือเกิดเหตุร้ายในประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น

หันกลับมาพิจารณาในกรอบรัฐ โรคระบาดประเภทนี้ลำพังประชาชนไม่อาจแก้ไขจัดการได้ทั้งหมด บทบาทภาครัฐจึงสำคัญยิ่ง ตั้งแต่เริ่มเฝ้าระวัง เตรียมพร้อมรับมือ ป้องกันไม่เชื้อโรคระบาดเข้าประเทศ ร่วมมือกับนานาชาติ องค์กรระหว่างประเทศ จนถึงให้ความรู้ประชาชน ดูแลรักษาผู้ติดเชื้อ
คำถามสำคัญยิ่งคือ รัฐให้ความสำคัญกับอะไรมากกว่ากัน คุณภาพชีวิตของประชาชนคือเรื่องสำคัญที่สุดหรือไม่ อะไรเรียกว่าความมั่นคงของมนุษย์ อย่างไรเรียกว่าประชาชนมีคุณภาพชีวิตมากกว่ากัน สิทธิของปัจเจกสำคัญหรือส่วนรวมสำคัญกว่า จุดสมดุลอยู่ที่ใด
เป็นคำถามที่ท้าทายของผู้บริหารประเทศ

ตื่นตัวแต่ไม่ตื่นตระหนัก :
            ในยุคปัจจุบัน น้อยคนจะตายด้วยสงคราม (อาวุธสงคราม) มนุษย์นับล้านแต่ละปีพ่ายแพ้ต่อสงครามเชื้อโรค (การรักษาโรคติดเชื้อ) ในแง่ความมั่นคงของมนุษย์ (Human security) สงครามเชื้อโรคจึงเป็นเรื่องใกล้ตัว เป็นภัยร้ายแรงยิ่งกว่าสงครามด้วยอาวุธ และกำลังคุกคามรุนแรงยิ่งขึ้น เชื้อดื้อยา (antibiotic resistant bacteria) กำลังเป็นปัญหาระดับโลก

            มีโรคติดเชื้ออีกหลายอย่างที่คร่าชีวิตผู้คนมากกว่าไข้หวัดใหญ่ องค์การอนามัยโลกรายงานว่าปี 2015 โรคเอดส์คร่าชีวิตมนุษย์ 1.1 ล้านคน ก่อนหน้านี้บางปีคร่าชีวิต 3-4ล้านคน ในขณะที่ผู้ป่วยเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่จะตกปีละ 250,000-500,000 คน
แต่ปัญหาของไข้หวัดใหญ่มีมากกว่าคนป่วย คนตาย เพราะส่งผลต่อจิตวิทยาสังคม เนื่องจากติดต่อง่าย บางสายพันธุ์สามารถแพร่เชื้อจากสัตว์ปีกสู่คน เช่น H7N9 กับ H5N1 หรือที่นิยมเรียกว่าไข้หวัดนก (Avian flu) ในช่วงที่ระบาดคนไทยกลัวจนไม่กล้ากินไก่ ถ้าจะกินเนื้อไก่หรือไข่ต้องปรุงสุกเท่านั้น มีช่วงเวลาที่หลายคนแห่กันไปซื้อเจลฆ่าเชื้อโรค ซื้อผ้าปิดจมูก (หน้ากากอนามัย)
ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเสียชีวิตได้ง่าย ผู้ป่วยไม่กี่คนอาจเป็นข่าวร้ายที่โหมกระพือ ทำให้สังคมตื่นตระหนก ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติ โดยเฉพาะประเทศที่ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

            ตลอดประวัติศาสตร์โลกเผชิญปัญหาโรคระบาดเรื่อยมา แต่ที่สุดแล้วทุกอย่างผ่านไป สถานการณ์กลับคืนสู่ปกติ นอกจากนี้ เมื่อเอ่ยถึงโรคระบาดต้องเข้าใจว่าการระบาดแต่ละครั้งมีความรุนแรงมากน้อยต่างกัน และมักเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ ไข้หวัดใหญ่ฮ่องกงปีนี้ระบาดหนักกว่าปีที่ผ่านมา แต่ยังควบคุมได้
            ทางการรายงานว่าการไปฮ่องกงในขณะนี้ยังปลอดภัย ถ้าจะกล่าวให้ถูกต้องกว่าคือควรระวังคนฮ่องกงที่เดินทางออกนอกประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทยที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว คนต่างชาติเดินทางเข้าออกจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ระบบการเฝ้าระวังสาธารณสุขเรียนรู้มากขึ้น ปรับปรุงดีขึ้น เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่ทางการฮ่องกงเตรียมรับมือทันที
            การป้องกันไว้ก่อน การรับมือแต่เนิ่นๆ คือแนวทางที่ดีที่สุด

            นอกจากนี้ไข้หวัดใหญ่ฮ่องกงสายพันธุ์ที่ระบาดหนักในขณะนี้สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ผู้สูงวัย เด็กเล็ก หญิงมีครรภ์ ผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS ผู้ป่วยหอบหืด เป็นโรคหัวใจหรือปอดเรื้อรัง และผู้สุ่มเสี่ยงติดเชื้อ ควรพิจารณารับการฉีดวัคซีนเป็นพิเศษ
            องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าการฉีดวัคซีนคือวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด
------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง : 
การแพร่ระบาดของไข้หวัดนก H7N9 เป็นมากกว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ระบาด แต่เป็นหนึ่งในภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่จะอยู่กับมนุษย์ไปอีกนาน จำต้องเข้าใจเพื่อรับมืออย่างถูกต้อง


บรรณานุกรม:
1. Hong Kong struggles with long, deadly flu outbreak. (2017, July 26). Straits Times. Retrieved from http://www.straitstimes.com/asia/east-asia/hong-kong-struggles-with-long-deadly-flu-outbreak
2. How worried should you be about Hong Kong’s unusual flu outbreak? (2017, July 25). South China Morning Post. Retrieved from http://www.scmp.com/news/hong-kong/health-environment/article/2103878/how-worried-should-you-be-about-hong-kongs-unusual
3. Maras, Marie Helen. (2015). Transnational Security. USA: CRC Press.
4. Rogers, Kara. (n.a). Hong Kong flu of 1968. Encyclopædia Britannica. Retrieved from https://www.britannica.com/event/Hong-Kong-flu-of-1968
5. WHO. (2016, November). Influenza (Seasonal): Fact sheet. Retrieved from http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs211/en/
6. WHO. (2017). Number of deaths due to HIV/AIDS. Retrieved from http://www.who.int/gho/hiv/epidemic_status/deaths_text/en/
7. Williams, Paul D. (Ed.). (2008). Security Studies: An Introduction. Oxon: Routledge.
-----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…