ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เรื่องอื้อฉาวของพรรคเดโมแครท คณาธิปไตย และข้อเสนอแนะ

12 พฤศจิกายน 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 22 ฉบับที่ 7674 วันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2560)
คำโปรยบทความ :
ฮิลลารี คลินตันถูกครหาว่าเข้าควบคุมพรรคก่อนได้เป็นตัวแทนพรรค สะท้อนคณาธิปไตยในพรรค แต่เป็นความจริงที่เลี่ยงไม่ได้ สำคัญว่ายึดถืออุดมการณ์หรือไม่

 คลิกที่รูปเพื่อฟังคลิป
1 ปีหลังเลือกตั้งประธานาธิบดี ดอนนา ลีซ บราซิล (Donna Lease Brazile) อดีตประธานคณะกรรมการใหญ่พรรคเดโมแครท (DNC - ช่วงกรกฎาคม 2016-กุมภาพันธ์ 2017) พูดถึงความอื้อฉาวของพรรคเดโมแครทในช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปีก่อน ช่วยให้เข้าใจเหตุการณ์ครั้งนั้นมากขึ้น
            ข้อสรุปคือ ฝ่ายฮิลลารี คลินตันสามารถควบคุมการทำธุรกรรมการเงินของแกนกลางพรรค ใช้ชื่อพรรคเพื่อขอรับบริจาคแล้วเข้ากระเป๋าทีมฮิลลารี แม้ไม่ผิดกฎหมายเพราะได้ทำข้อตกลงกับแกนกลางแล้ว แต่ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นตั้งแต่สิงหาคม 2015 ก่อนฮิลลารีเป็นตัวแทนพรรคเกือบ 1 ปีเต็ม เท่ากับว่าเข้าควบคุมพรรคตั้งแต่บัดนั้น เป็นที่มาของคำครหาว่าผู้ใหญ่พรรควางตัวให้ฮิลลารีเป็นตัวแทนพรรคตั้งแต่ต้น
            เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยฮิลลารีชนะการแข่งขันภายใน ได้เป็นตัวแทนพรรค

            เรื่องราวที่เกิดขึ้นบางคนตีความว่าเป็นเรื่องการแข่งขันภายใน เป็นกลยุทธ์ทางการเมือง ฝ่ายฮิลลารีไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย ผู้ใหญ่พรรคถ้าจะสนับสนุนฮิลลารีก็ไม่ผิดอะไร ขณะที่บางคนตีความว่าสะท้อนความไม่ชอบมาพากล พรรคอยู่ใต้การควบคุมของคนกลุ่มหนึ่ง เป็นผู้ชี้นำพรรค เมื่อผนวกกับประชาชนไม่เชื่อมั่นพรรคกับนักการเมือง คนเหล่านี้จึงตีความแง่ลบ ดังที่เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส (Bernie Sanders) คู่แข่งฮิลลารีพูดโจมตีว่าพรรคไม่เป็นกลาง ผู้ใหญ่พรรคเข้าข้างฮิลลารีเป็นเหตุให้ตนพ่ายแพ้การแข่งขันภายใน เป็นเรื่องอื้อฉาวของพรรคกับฮิลลารี คลินตันจนบัดนี้

บทเรียน ข้อเสนอเรื่องพรรคการเมือง :
            พรรคการเมืองมักประกาศว่าเป็นพรรคของมหาชน สมาชิกทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของพรรค มีสิทธิ์แสดงความเห็น ช่วยกันนำพรรคไปข้างหน้า เป็นอนาคตของชาติ ในขณะที่บางคนเห็นว่าในพรรคแฝงด้วยความไม่ชอบมาพากล อำนาจตัดสินใจสุดท้ายอยู่ในมือไม่กี่คน           
ความเข้าใจสำคัญคือ การบริหารพรรคเป็นเรื่องหนึ่ง อีกเรื่องคือพรรคทำหน้าที่เพื่อสมาชิกพรรคจริงแท้แค่ไหน เพราะคือส่วนที่ส่งผลโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกและต่อประเทศ
            การแข่งขันภายในเป็นเรื่องปกติ เช่น มีผู้สมัครเกินจำนวนจึงต้องแข่งขันภายในก่อน เพื่อได้ตัวแทนที่เหมาะสม การมีกลุ่มก๊วนทั้งแบบทางการกับไม่เป็นทางการบางครั้งเป็นผลดี เช่น จับกลุ่มเพราะอยู่พื้นที่เดียวกัน เขตเลือกตั้งเดียวกัน ช่วยให้สนิทสนมทำงานสอดประสาน หลักสำคัญคือการแข่งขันภายใน การตั้งกลุ่มก๊วนต้องไม่บั่นทอนพรรค ทุกคนพยายามทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

ประชาธิปไตยจะลงเอยด้วยคณาธิปไตยเสมอ :
ในขณะที่สังคมเรียกร้องประชาธิปไตย นักการเมืองเชิดชูประชาธิปไตย มีงานวิจัยพบว่า การบริหารจัดการภายในพรรคสุดท้ายเป็นระบบคณาธิปไตยเสมอ
Robert Michels (1876-1936) ศึกษาพรรค German Social Democratic Party ที่ในสมัยนั้นขึ้นเชื่อว่าเป็นพรรคที่มีความเป็นประชาธิปไตยสูง ได้ข้อสรุป “กฎเหล็กคณาธิปไตย” (iron law of oligarchy) ชี้ว่าองค์กรขนาดใหญ่ (เช่น พรรคการเมือง ระบบราชการ กลุ่มประชาสังคม) ไม่ว่าจะเริ่มต้นด้วยความเป็นประชาธิปไตยสูงเพียงใดจะมีแนวโน้มเป็นคณาธิปไตย (อำนาจตัดสินสุดท้ายอยู่ในมือไม่กี่คนไม่กี่กลุ่ม)

            ต้นเหตุมาจากระบบราชการและความรู้ทางเทคนิค องค์กรไม่สามารถเคลื่อนด้วยคนกลุ่มใหญ่ ภารกิจประจำวันอยู่ในมือของเจ้าหน้าที่ประจำกับผู้เชี่ยวชาญ การตัดสินใจอยู่ในกลุ่มคนจำนวนหนึ่งเท่านั้น การให้ทุกคนร่วมตัดสินใจเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
            สุดท้ายอำนาจตกแก่คน 3 กลุ่มคือ ผู้นำองค์กร ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ประจำ และจำต้องเป็นเช่นนี้เพื่อความคล่องตัวในบริหารจัดการ Michels เห็นว่าคนเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะทำงานหรือใช้ตำแหน่งเพื่อผลประโยชน์ของตน
ผู้นำระดับสูงเข้าถึงทั้งข้อมูล เงินทุน สามารถสั่งการให้องค์กรไปในทิศทางที่ต้องการ ชี้นำให้คนอื่นๆ สนับสนุนการตัดสินใจของตน การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน เรื่องที่ต้องอาศัยความรู้ระดับสูงตกอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญ การตัดสินใจเรื่องประจำวันส่วนใหญ่อยู่ในมือของเจ้าหน้าที่ประจำไม่ถึงมือผู้บริหารระดับสูง จะเห็นว่าอำนาจการตัดสินใจกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนวงในที่คนนอกเข้าไม่ถึง

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางคนไม่เห็นด้วย การศึกษาของ Samuel Eldersveld ให้ข้อสรุปว่าอำนาจพรรคกระจายตัวในแต่ละระดับๆ ต่างมีขอบเขตอำนาจ Judith Stephen-Norris กับ Maurice Zeitlin เห็นว่าถ้าภายในองค์กรมีการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอระหว่างผู้นำกับสมาชิก จะเกิดการตรวจสอบการใช้อำนาจ คณาธิปไตยจะไม่เกิด
หากเชื่อแนวคิดคณาธิปไตย พัฒนาการของประชาธิปไตยถ้าเริ่มต้นที่ประชาธิปไตยจะไปสู่คณาธิปไตยและทรราชย์หรือเผด็จการในที่สุด จากนั้นอาจเกิดการปฏิวัติ/ปฏิรูปฟื้นฟูประชาธิปไตย เป็นวงจรเช่นนี้ โดยรวมแล้วถ้ามองในเชิงระยะเวลา อำนาจการการตัดสินใจมักอยู่ในคนกลุ่มน้อย

ประชาธิปไตยตัวแทนแปลงคณาธิปไตยเป็นองค์การ :
            ทำนองเดียวกัน อีกแนวทางหนึ่งอธิบายว่า ประชาธิปไตยแบบตัวแทนเป็นการมองข้ามคณาธิปไตยในเชิงรูปแบบการปกครอง แต่มองเป็น “องค์การ” (organization)
ประชาธิปไตยแบบทางอ้อมหรือประชาธิปไตยแบบตัวแทนคือคณาธิปไตย ที่ถูกกำหนดหรือตีตราให้มีความชอบธรรม โดยอ้างเหตุผลความจำเป็นที่ไม่สามารถใช้ประชาธิปไตยทางตรง คณาธิปไตยเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงพบเห็นทั่วไป ทุกองค์กรจะมีสภาพเช่นนี้ เป็นไปตามโครงสร้าง ผู้ตัดสินใจหรือผู้มีอำนาจอยู่บนสุดของโครงสร้าง
            ผู้ที่ยึดถือแนวคิดนี้เห็นว่ายิ่งมีสมาชิกมาก การรอความเห็นจากสมาชิกจะยิ่งล่าช้าไม่ทันการ บ่อยครั้งที่ผู้บริหารพรรคต้องตัดสินใจ สำคัญว่ายึดถือหลักการพรรค นโยบายพรรค และผลประโยชน์สมาชิกหรือไม่

            ระบบการบริหารจัดการเป็นเรื่องหนึ่ง ที่สำคัญกว่าคือความตั้งใจของฝ่ายบริหาร สะท้อนออกมาในรูปผลงานของพรรค สมาชิกกับประชาชนควรยึดถือผลงานมากกว่าการบริการจัดการภายในพรรคซึ่งต้องการประสิทธิภาพ

น้อยคนที่สนใจการเมืองการปกครอง :
นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ไม่สนใจการเมืองมากเพียงพอ แม้จะมอบสิทธิ์แก่ประชาชนก็ใช่หาพวกเขาจะใช้สิทธิ์ และจะเป็นข้อเสียด้วยซ้ำถ้ามีหน้าที่แต่ไม่รับผิดชอบ ดังนั้น การปกครองซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของบ้านเมืองควรอยู่ในมือของคนที่สนใจเอาใจใส่ คนที่ผ่านการเตรียมพร้อมและมีความรับผิดชอบ
สภาพเช่นนี้เกิดในสังคมทุกภาคส่วนที่ผู้สนใจจริงเป็นคนส่วนน้อย คนที่ให้เวลาเต็มที่กลายเป็นผู้ตัดสินใจ

            แนวคิดคณาธิปไตยที่เอ่ยถึงนี้ไม่มองว่าเป็นเรื่องเลวร้ายเสมอไป สะท้อนความจริงว่าในคนหมู่มาก ยิ่งมากเท่าใด การตัดสินใจขั้นสุดท้ายอยู่ในกลุ่มคนไม่กี่คน สำคัญที่คนเหล่านี้จะทำหน้าที่ด้วยใจเที่ยงธรรมหรือไม่ ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมหรือไม่


แนวคิดยึดอุดมการณ์พรรค :
            ระบบประชาธิปไตยอเมริกาต้องการให้ตัวแทนพรรคคือตัวแทนประชาชน มองว่าตัวแทนพรรคจะยึดมั่นผลประโยชน์สมาชิก ระบบอเมริกาและอีกหลายประเทศในปัจจุบันยึดตัวบุคคลเป็นสำคัญ โดยเฉพาะผู้นำฝ่ายบริหารเมื่อชนะเลือกตั้งจะบริหารประเทศตามที่หาเสียงไว้ ซึ่งอาจจะใกล้เคียงหรือแตกต่างจากนโยบายในอดีตมาก อุดมการณ์คือเพื่อประชาชน
            อีกแนวคิดหนึ่งคือ ยึดอุดมการณ์พรรคเป็นแกนสำคัญ ตัวอุดมการณ์มีรายละเอียดมากพอ สามารถตีความใช้ในบริบทต่างๆ ไม่ใช่แค่คำขวัญ (ไม่ใช่แค่วลียึดมั่นประชาธิปไตย การค้าเสรี ประเทศมั่นคงมั่งคั่ง)
พรรคกรีน (Green party) เป็นตัวอย่างพรรคการเมืองสมัยใหม่ที่ยึดอุดมการณ์มากกว่าตัวบุคคล ยึดหลักเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ความเป็นธรรมทางสังคม (social justice) ประชาธิปไตยรากหญ้า แก้ปัญหาด้วยสันติวิธี ฯลฯ พรรคกรีนมีอยู่ในหลายประเทศ เช่น ในสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมันและอีกหลายประเทศ

ผู้สมัครเป็น “ตัวแทน” พรรคและตัวแทนอุดมการณ์ นักการเมือง ผู้ถืออำนาจไม่ว่าตำแหน่งใหญ่เล็กทำหน้าที่เป็น “ตัวแทน” เท่านั้น อุดมการณ์พรรคเป็นสิ่งคงทน สำคัญกว่าตัวแทนที่ปรับเปลี่ยนไปมาตามรอบบริหาร หรือนโยบายปลีกย่อยที่แปรเปลี่ยนตามบริบท
ผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญของพรรค ผู้สมัครในนามพรรค จะต้องมีคุณสมบัติผ่านการรับรองแล้วว่าเป็นผู้เข้าใจอุดมการณ์ ยึดอุดมการณ์ ปฏิบัติตามจนเกิดผลเหนือกว่าสมาชิกทั่วไป เช่น เป็นสุจริตชน ซื่อสัตย์ไม่คดโกง เสียสละตัวเองเพื่อส่วนรวม มีความรู้ความสามารถ บริการคนบริหารงาน เป็นผู้พัฒนาตนให้ก้าวหน้าอย่างไม่สิ้นสุด
ผู้ใดที่ละเลย ละทิ้งอุดมการณ์จะถูกพรรคปรับโทษ

การยึดถืออุดมการณ์ในทุกระดับชั้น ตั้งแต่ผู้นำสูงสุดจนถึงสมาชิกสุดท้าย เป็นเครื่องประกันว่าทุกคนจะมุ่งรักษาอุดมการณ์ที่ยึดถือ ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจหรือการกระทำของระดับใดจะตั้งอยู่บนอุดมการณ์นั้น

            พรรคการเมืองที่แตกต่างในบางบริบทอาจไม่เป็นที่ยอมรับ เป็นพรรคเล็กที่ไม่มีใครสนใจ แต่หากอยู่ในบริบทที่เหมาะสม สังคมกำลังเรียกร้อง พรรคที่เริ่มต้นบนฐานคิดที่แตกต่าง อาจกลายเป็นพรรคที่ประชาชนร่วมใจเทคะแนนให้
---------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง : 
ข้อมูลจากสุดชี้ว่าแกนกลางพรรคช่วยฮิลลารีให้เป็นตัวแทนพรรคเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ที่ร้ายแรงคือเป็นอีกครั้งที่ทำให้ชาวอเมริกันไม่เชื่อถือพรรค เห็นว่าเป็นพรรคของพวกชนชั้นปกครองกับนายทุน
  
บรรณานุกรม:
1. Bird, Colin. (2006). An Introduction to Political Philosophy. UK: Cambridge University Press.
2. Brazile: I found no evidence Democratic primary was rigged. (2017, November 6). CNN. Retrieved from https://www.theatlantic.com/politics/archive/2017/11/donna-braziles-curious-account-of-the-2016-election/544778
3. Breiner, Peter. (2006). Oligarchy. In Governments Of The World: A Global Guide to Citizens’ Rights and Responsibilities (Vol. 3, pp.219-222). USA: Thomson Gale.
4. Cebi, Sezgin S. (2011). Oligarchy, Iron Law of. In The Encyclopedia of Political Science. (pp.1142-1143). DC: CQ Press.
5. Diamond, Larry., Gunther, Richard (Eds.). (2001). Political Parties and Democracy. Maryland: The Johns Hopkins University Press.
6. Inside Hillary Clinton’s Secret Takeover of the DNC. (2017, November 2). Politico. Retrieved from https://www.politico.com/magazine/story/2017/11/02/clinton-brazile-hacks-2016-215774
7. Katz, Richard S., Crotty, William J. (2006). Handbook of Party Politics. London :
SAGE Publications.
8. The Green Party of the United States. (2017). Retrieved from http://www.gp.org/
-----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

รูปแบบการปกครอง (1) รูปบการปกครองแบบกรีก

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย  รูปแบบการปกครอง การจะบอกว่ามีกี่รูปแบบการปกครอง (Forms of Government) และแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัด ซึ่งพอจะมีวิธีแบ่งได้หลายแบบ เช่น เกณฑ์จำนวนผู้มีอำนาจปกครอง เกณฑ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
“รูปแบบการปกครองที่ใช้เกณฑ์จำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายของการปกครอง”             รูปแบบนี้นักวิชาการบางท่านเรียกว่า รูปแบบการปกครองแบบกรีก (Greek Typology of Governments) โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ รูปแบบที่รัฐบาลมีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อความดีงามของรัฐ (polis) กับรูปแบบตรงกันข้ามที่รัฐบาลไม่มีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ปกครองเท่านั้น ในแต่ละรูปแบบหลักแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบย่อยตามจำนวนผู้ปกครอง คือ 1 คน (one) จำนวนเล็กน้อย (few) และ หลายคน (many)
Government Pure Form Impure Form คนเดียว (of One) ราชาธิปไตย (Monarchy) ทรราชย์ (Tyranny) จำนวนน้อย (of the Few) อภิชนาธิปไตย (Aristocracy) คณาธิปไตย (Oligarchy) จำนวนมาก (of the Many) มัชฌิมวิถีอธิปไตย (Polity) ประชาธิปไตย (Democracy)
รูปแบ…