ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โรคอีโบลา (Ebola) ภัยคุกคามที่ไม่ธรรมดา

11 กันยายน 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ได้รับการเผยแพร่ผ่าน ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2557, http://www.thaiworld.org/thn/thailand_monitor/answera.php?question_id=1384)

            โรคอีโบลา (Ebola) ไม่ใช่โรคอุบัติใหม่ มนุษย์รู้จักโรคนี้ตั้งแต่ปี 1976 เกือบ 4 ทศวรรษที่ผ่านมามีการแพร่ระบาดน้อยใหญ่ทั้งหมด 24 ครั้ง ครั้งล่าสุดที่กำลังระบาดในขณะนี้มีความรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านเนื่องจากเชื้อกระจายหลายประเทศ มีผู้เสียชีวิตเกือบ 1,600 รายและยังคงเพิ่มมากขึ้น องค์การอนามัยโลกประเมินล่าสุดว่ามีผู้ติดเชื้อทั้งหมดราว 20,000 ราย ความน่ากลัวของโรคนี้คือผู้ติดเชื้อมีอัตราเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 50 - 90 เนื่องจากยังไม่มียารักษา ไม่มีวัคซีนป้องกันโรค และสามารถแพร่ระบาดง่าย ผ่านการติดต่อจากสารคัดหลั่งต่างๆ เช่น เลือด อาเจียน อุจจาระ การมีเพศสัมพันธ์ การติดเชื้อในมนุษย์เกือบทั้งหมดเกิดจากการติดต่อระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ที่อยู่ด้วยกันใกล้ชิด เช่น ระหว่างคนไข้กับคนในโรงพยาบาล ผู้ติดเชื้อกับคนในครอบครัว
            ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อมากเป็นประวัติการณ์ การแพร่ระบาดได้สร้างผลกระทบไม่เพียงต่อชีวิตเท่านั้น ยังมีผลต่อด้านอื่นๆ มากมาย ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ดังนี้

ผลของโรคอีโบลาต่อเศรษฐกิจสังคม :
          ถ้าไม่นับรวมเรื่องผู้เสียชีวิตแล้ว ปัญหาต่อเศรษฐกิจสังคม คือผลกระทบที่เห็นเด่นชัดและรวดเร็วที่สุด
          ประการแรก ระบบเศรษฐกิจการค้าภายในประเทศหยุดชะงัก
            เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและความปลอดภัยของคนงาน กิจการหลายแห่งประกาศหยุดงานชั่วคราว เช่น กิจการเหมือง การผลิตน้ำมันปาล์มในประเทศไลบีเรีย การปลูกโกโก้ ถั่ว และข้าวในประเทศเซียร์ราลีโอน (Sierra Leone) ในขณะที่พ่อค้าระมัดระวังที่จะเข้าไปรับซื้อสินค้าเกษตรในพื้นที่แพร่ระบาดหนัก ทำให้ผลผลิตการเกษตรเหลือค้าง เสียหาย โดยเฉพาะพวกโกโก้กับกาแฟ
            นอกจากนี้ ตลาดสดในชุมชนบางแห่งพลอยปิดกิจการด้วย เหลือไม่กี่ร้านเท่านั้นที่ยังกล้าหาญพอที่จะเปิดร้าน
            เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ความกลัวที่จะติดเชื้อ หลายฝ่ายเน้นให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน พยายามเดินทางให้น้อยที่สุด มาตรการต่างๆ แม้จะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดแต่กลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจสังคมเพราะคนงานเริ่มขาดรายได้ ประชาชนพากันอพยพเนื่องจากความอดยาก
          ประการที่สอง ผลกระทบต่อการลงทุนจากต่างประเทศ
            นับจากที่เกิดเหตุแพร่ระบาดรุนแรง บรรดาห้างร้าน โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไลบีเรีย เซียร์ราลีโอน กินี (Guinea) และไนจีเรีย ต่างพากันปิดกิจการชั่วคราว เนื่องจากกลัวการแพร่ระบาด
            นาย Philippe Hugon ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย IRIS ของฝรั่งเศส อธิบายว่าภัยคุกคามที่สำคัญร้ายแรงมากที่สุดคือ นักลงทุนต่างชาติพากันถอนตัวออกจากภูมิภาค ขณะนี้เจ้าของธุรกิจต่างชาติกำลังชั่งน้ำหนักว่าควรอยู่ต่อหรือควรถอนตัวกลับประเทศ ผลจากโรคอย่างอีโบลากับเอดส์ ทำให้กินี เซียร์ราลีโอน และไลบีเรียกลายเป็นประเทศที่อันตรายต่อชีวิตมากที่สุด

            การยกเลิกการเดินทาง การระงับเที่ยวบินสู่ประเทศที่มีการแพร่ระบาด เป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญ ทางการสหรัฐฯ กับอีกหลายประเทศได้เตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงเดินทางไปสู่ประเทศที่มีเหตุติดเชื้อ แต่ไม่ว่าจะมีประกาศเตือนจากรัฐบาลหรือไม่ บรรดานักธุรกิจ นักท่องเที่ยวต่างชาติย่อมไม่คิดนำชีวิตไปเสี่ยงกับการติดเชื้อที่ไม่มียา ไม่มีวัคซีน โอกาสรอดต่ำมาก
            สายการบินต่างประเทศหลายแห่งระงับเที่ยวบินสู่แอฟริกาตะวันตก บางสายการบินที่ยังให้บริการบางครั้งต้องระงับบางเที่ยวบิน เนื่องจากมีผู้โดยสารน้อยเกินไป ล่าสุดเหลือเพียง Royal Air Morocco เพียงสายการบินเดียวเท่านั้นที่บินสู่เซียร์ราลีโอน สายการบินแอร์ฟรานซ์ กับบริติช แอร์เวย์ ซึ่งเป็นสายการบินสำคัญที่ขนส่งผู้โดยสารระหว่างยุโรปกับแอฟริกา ระงับเที่ยวบินสู่ประเทศนี้ และคาดว่าจะระงับเที่ยวบินจนถึงปีหน้า จนกว่าการระบาดจะสิ้นสุด
            การระงับเที่ยวบินต่างๆ เป็นสัญญาณบ่งชี้อนาคตการค้าการลงทุนกับต่างชาติ ภาวะซบเซาของธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศเหล่านี้

            นอกจากนี้ สินค้าของประเทศเหล่านี้กลายเป็นสินค้าต้องห้าม ผู้บริโภคต่างชาติหลายคนกังวลอย่างหนัก ถึงขั้นไม่กล้าซื้อสินค้า ผลิตผลทางการเกษตร อาหารจากประเทศที่มีข่าวเชื้อแพร่ระบาด ด้วยเกรงว่าสินค้านำเข้าเหล่านี้จะพาเชื้ออีโบลาเข้ามาด้วย มีความวิตกว่าสินค้าบางอย่างที่ลักลอบนำเข้าสหรัฐฯ เช่น เนื้อสัตว์ป่าจะเป็นต้นเหตุทำให้ชาวอเมริกันติดเชื้อ โดยปกติแล้วอาหารป่าเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ในชุมชนแอฟริกันในเมืองต่างๆ เฉพาะที่นิวยอร์ก มีชาวแอฟริกาตะวันตกอาศัยอยู่ถึง 77,000 คน
            ไม่ว่าสินค้าจากแอฟริกาจะมีความเสี่ยงนำเชื้ออีโบลามาด้วยมากน้อยเพียงใด เชื่อว่าบรรดาผู้ที่เคยบริโภคสินค้าเหล่านี้คงหันไปซื้อสินค้าประเทศอื่นๆ แทนหมดแล้ว ปัญหาจึงตกกับประเทศผู้ส่งออกเป็นหลัก
            ตราบใดที่การแพร่ระบาดยังไม่สิ้นสุด ประเทศเหล่านี้เหมือนประเทศที่ถูกคว่ำบาตรด้านการค้าการลงทุนจากนานาชาติ เป็นการยากลำบากอย่างยิ่งที่ประเทศซึ่งยากจนอยู่แล้วจะพัฒนาเศรษฐกิจสังคมให้เจริญรุ่งเรือง
          ประการที่สาม สร้างภาระแก่รัฐและสังคมโดยไม่จำเป็น
            การป่วยหนักของสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว ย่อมกลายเป็นภาระแก่คนในครอบครัวที่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล หากผู้เจ็บป่วยเป็นผู้สร้างรายได้ รายได้ของครอบครัวส่วนนั้นจะหดหายไปด้วย อีกทั้งคนในครอบครัวที่ทำหน้าที่ดูแลอาจต้องสูญเสียโอกาสสร้างรายได้อีกส่วนหนึ่งด้วย ยิ่งถ้าเป็นคนยากคนจนแล้ว จะยิ่งเป็นภาระหนัก หลายครอบครัวต้องกู้หนี้ยืมสิน

            ในภาครัฐบาล การมีผู้เจ็บป่วยเพิ่มมากขึ้น หมายถึงต้องเพิ่มการจ้างบุคลากรทางการแพทย์ ต้องสร้างสถานพยาบาลเพิ่มเติม ในขณะที่เศรษฐกิจซบเซา รัฐมีรายได้ลดน้อยลง

            ทั้งหมดนี้เป็นการสร้างภาระแก่สังคมโดยไม่จำเป็น แทนที่จะใช้จ่ายเงินดังกล่าวเพื่อการศึกษา เพื่อเก็บออม เพื่อการพัฒนาประเทศ นาย Donald Kaberuka ประธานธนาคารแอฟริกันเพื่อการพัฒนา (African Development Bank) เตือนว่า “การแพร่ระบาดของโรคอีโบลาไม่เพียงเป็นวิกฤตด้านสาธารณสุขเท่านั้น ยังเป็นวิกฤตเศรษฐกิจด้วย ... กระทบต่อกิจการหลายภาคส่วน”

            ในระดับประเทศ เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งหนึ่ง ย่อมสร้างความสูญเสียต่อประเทศอย่างมหาศาล และต้องอาศัยเวลานานหลายปีกว่าจะฟื้นตัวสู่สภาพเดิม เมื่อคิดถึงหลายประเทศในแอฟริกาที่มักประสบโรคอีโบลาแพร่ระบาดอยู่เนืองๆ ย่อมวิเคราะห์ได้ว่าด้วยเชื้อโรคเพียงชนิดเดียวได้สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อทั้งประเทศในทุกด้าน ส่งผลต่ออนาคตของประเทศที่ต้องทนทุกข์ยากอย่างไม่รู้จักสิ้นสุด

ผู้ติดเชื้อเพียงคนเดียว กระทบมากกว่าหนึ่งประเทศ :
            ความเข้าใจที่สำคัญคือ การแพร่ระบาดเริ่มต้นจากคนติดเชื้อเพียงคนเดียว และจากคนเพียงคนเดียวนี้แพร่ระบาดต่อคนอื่นๆ ทั้งหมดนับพันนับหมื่น
            เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่าในแต่ละวัน มีผู้คนนับล้านเดินทางข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ แต่ละสัปดาห์ที่คนนับล้านจากประเทศพัฒนากับประเทศกำลังพัฒนาต่างเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างกัน เชื้อโรคจะเดินทางข้ามพรมแดน เดินทางไปมารอบโลกอยู่ตลอดเวลา

            ผู้ติดเชื้ออีโบลาบางคนจะไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะต้น บางคนต้องกินเวลาหลายวันกว่าจะแสดงอาการ คนเหล่านี้เมื่อเดินทางข้ามประเทศจึงเป็นพาหะนำโรคที่เครื่องมือของด่านตรวจคนเข้าเมืองตรวจจับไม่ได้ (เพราะยังไม่แสดงอาการออกมา เช่น เป็นไข้) การแพร่ระบาดข้ามประเทศจึงมีโอกาสเกิดขึ้นเสมอแม้มีระบบตรวจจับอาการ ดังนั้น จำต้องมีมาตรการติดตามบุคคลต้องสงสัย และแต่ละคนต้องเข้ารับการรักษาทันทีเมื่อมีอาการคล้ายกับโรคอีโบลา ทั้งหมดนี้เป็นมาตรการป้องกันแพร่ระบาดที่สำคัญที่สุด ไม่ปล่อยให้เชื้อที่เข้ามาเพียงตัวเดียว ทำให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างกว้างขวาง กลายเป็นอีกประเทศที่เผชิญความเลวร้ายของโรคระบาดอย่างประเทศในแอฟริกา

นานาชาติร่วมใจ ป้องกันการแพร่ระบาด :
            อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดทั้ง 23 ครั้งในเกือบ 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ที่สุดแล้วก็มีจุดยุติและครั้งนี้ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะเมื่อนานาชาติให้ความสำคัญ และทุกฝ่ายเข้าใจเช่นนั้นอยู่แล้วว่าการควบคุมโรคระบาดที่ได้ผลจะต้องผ่านความร่วมมือระดับโลก

            มีกรณีตัวอย่างสำคัญหลายกรณีเป็นหลักฐานว่าความร่วมมือระดับโลกช่วยป้องกันโรค รักษาชีวิตจำนวนมาก เช่น โครงการปลูกวัคซีนต้านไข้ทรพิษหรือโรคฝีดาษในเด็ก อันเป็นความร่วมมือของกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UN Children’s Emergency Fund) กับองค์การอนามัยโลก 
            กรณีตัวอย่างที่ใกล้เคียงมากที่สุดคือ การแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนก ด้วยความร่วมมือร่วมใจของประเทศต่างๆ ร่วมกับองค์การระหว่างประเทศและทุกภาคส่วน โลกสามารถกำราบเชื้อไข้หวัดนกชนิด H5N1 ที่เคยระบาดหนัก พบว่านับจากปี 2005 เป็นต้นมา การควบคุมการระบาดจากเชื้อ H5N1 เป็นไปด้วยดี จากเดิมที่พบเชื้อดังกล่าวใน 62 ประเทศ ปัจจุบันลดเหลือ 10-15 ประเทศ ในจำนวนนี้มีการระบาดเพียง 5 ประเทศ

            สำหรับความพยายามแก้ไขปัญหาโรคอีโบลามีความคืบหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม องค์การอนามัยโลกประกาศร่างยุทธศาสตร์ต่อต้านการแพร่ระบาดของโรคอีโบลาครั้งล่าสุดนี้ว่า จะต้องใช้เวลาอีกราว 6 – 9 เดือน (หรือเท่ากับว่าอย่างเร็วสุดคือ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2015) การควบคุมการแพร่ระบาดครั้งนี้จึงไม่อาจทำให้สำเร็จในระยะเวลาอันสั้น เป็นสถานการณ์ที่นานาชาติต้องร่วมมือร่วมใจอีกครั้ง

            งานศึกษาของ Simon Szreter ค้นพบว่า ไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจดี จึงทำให้ประชากรมีสุขภาพแข็งแรง ข้อเท็จจริงคือ ประชากรที่สุขภาพดี สังคมที่มีอนามัย จะเป็นเหตุให้เศรษฐกิจสังคมประเทศพัฒนา มุมมองนี้เชื่อว่าสุขภาวะไม่ใช่เพียง “ปัจจัยหนึ่ง” ที่ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่เป็น “ปัจจัยหลัก” ที่จะชี้ว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นหรือแย่ลง
            ในช่วงทศวรรษ 1960-80 ธนาคารโลกกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศมุ่งให้พัฒนาประเทศ ด้วยการให้ความสำคัญกับการค้าการลงทุน บนสมมติฐานว่าต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก เมื่อเศรษฐกิจดีแล้วสุขภาพของประชาชนจะดีตามมาเอง มาวันนี้ธนาคารโลกยอมรับแล้วว่า หากประเทศใดที่พลเรือนในวัยทำงานกว่าร้อยละ 10 ป่วยเป็นโรคเรื้อรังจะกระทบต่อการยกระดับการพัฒนา เว้นเสียแต่ประเทศนั้นจะลงทุนด้านการรักษาสุขภาพเพิ่มเติม
            สุขภาพที่ดีของประชาชนจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง มีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของปัจเจกบุคคล ครอบครัว และส่งผลต่ออนาคตของประเทศโดยตรง
-----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 
โลกรู้จักไวรัสอีโบลา หลายทศวรรษแล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมา เกิดการระบาดครั้งใหญ่น้อยหลายรอบ แต่จนถึงทุกวันนี้ โลกยังปราศจากยา วัคซีนที่ใช้ได้ผลอย่างจริงจัง เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะขาดการวิจัยยากับวัคซีนที่มากเพียงพอ ในภาวะเช่นนี้ การป้องกันและการควบคุมการแพร่ระบาดคือ “แนวทางรักษา” ที่เหมาะสมที่สุด เพราะเมื่อไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม การระบาดจะยุติไปเอง 

การแพร่ระบาดของไข้หวัดนก H7N9 เป็นมากกว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ระบาด แต่เป็นหนึ่งในภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่จะอยู่กับมนุษย์ไปอีกนาน จำต้องเข้าใจเพื่อรับมืออย่างถูกต้อง

บรรณานุกรม :
1. Ba, Malick. (2014, August 30). Ebola hits fifth W. African state as Senegal confirms first case. AFP. Retrieved from https://news.yahoo.com/senegal-reports-first-case-ebola-health-ministry-130949860.html;_ylt=AwrSyCTpmARUakEAuDLQtDMD
2. Dosso, Zoom. (2014, August 24). Ebola taking toll on west African economy. AFP. Retrieved from https://news.yahoo.com/ebola-taking-toll-west-african-economy-104428978.html;_ylt=AwrSyCQsrvpT5m8AZXzQtDMD
 3. D'Anieri, Paul. (2012). International Politics: Power and Purpose in Global Affairs. USA: Wadsworth.
4. Ebola’s Back door to America. (2014, August 24). Newsweek. pp. 5-16.
5. Johnson, Rod Mac. (2014, August 25). Ebola zone countries isolated as airlines stop flights. AFP. Retrieved from https://news.yahoo.com/ebola-zone-countries-isolated-airlines-stop-flights-181224031.html
6. Kenny, Charles. (2014, August 25). The Economic Case for Wiping Out Ebola. Business Week. Retrieved from http://www.businessweek.com/articles/2014-08-25/the-economic-case-for-wiping-out-ebola?campaign_id=yhoo
7. Peters, Clarence J. (2008).  Ebola and Marburg Viruses. In Fauci, Anthony S., Braunwald, Eugene., Kasper, Dennis L., Hauser, Stephen L., Longo, Dan L., Jameson, J. Larry., & Loscalzo,Joseph. (Eds.), Harrison's Principles of Internal Medicine (17th Ed.). pp. 1240-1242. USA.: The McGraw-Hill.
8. Price-Smith, Andrew T. (2001). Disease and International Development. In Price-Smith, Andrew T. (Ed.), Plagues and Politics: Infectious Disease and International Policy (pp.117-150). New York:  Palgrave.
9. UN Response, Avian influenza and the Pandemic Threat. (2013, April 2). UN-Influenza.org.
Retrieved from http://www.un-influenza.org/content/un-response
-------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

รูปแบบการปกครอง (1) รูปบการปกครองแบบกรีก

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย  รูปแบบการปกครอง การจะบอกว่ามีกี่รูปแบบการปกครอง (Forms of Government) และแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัด ซึ่งพอจะมีวิธีแบ่งได้หลายแบบ เช่น เกณฑ์จำนวนผู้มีอำนาจปกครอง เกณฑ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
“รูปแบบการปกครองที่ใช้เกณฑ์จำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายของการปกครอง”             รูปแบบนี้นักวิชาการบางท่านเรียกว่า รูปแบบการปกครองแบบกรีก (Greek Typology of Governments) โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ รูปแบบที่รัฐบาลมีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อความดีงามของรัฐ (polis) กับรูปแบบตรงกันข้ามที่รัฐบาลไม่มีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ปกครองเท่านั้น ในแต่ละรูปแบบหลักแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบย่อยตามจำนวนผู้ปกครอง คือ 1 คน (one) จำนวนเล็กน้อย (few) และ หลายคน (many)
Government Pure Form Impure Form คนเดียว (of One) ราชาธิปไตย (Monarchy) ทรราชย์ (Tyranny) จำนวนน้อย (of the Few) อภิชนาธิปไตย (Aristocracy) คณาธิปไตย (Oligarchy) จำนวนมาก (of the Many) มัชฌิมวิถีอธิปไตย (Polity) ประชาธิปไตย (Democracy)
รูปแบ…