วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ปริศนา ใครคือฝ่ายต่อต้านสายกลางในซีเรีย (2)

25 ตุลาคม 2016
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 6927 วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2558)

            ฝ่ายต่อต้านสายกลางในซีเรียมีอยู่จริง แต่การจัดกลุ่มสร้างความสับสนเพราะมีทั้งพลเมืองซีเรีย เช่น เคิร์ดซีเรีย ชาวซีเรียเชื้อสายอาหรับ คนซีเรียที่อพยพย้ายถิ่นอยู่ต่างประเทศ กองกำลังติดอาวุธต่างชาติสารพัดกลุ่ม รัฐบาลสหรัฐกับพันธมิตรจัดกลุ่มในลักษณะ “เหมารวม” อาจเพราะต้องการอำพรางเป้าหมายบางอย่าง การทำความเข้าใจจึงต้องแยกแยะกลุ่มเหล่านี้

กลุ่มที่ 3 และ 4 FSAกับกลุ่มที่เป็นความลับ
            Free Syrian Army (FSA) เป็นชื่อรวมๆ ของกลุ่มที่สหรัฐกับพันธมิตรตั้งขึ้น ประกอบด้วยหลายสิบกลุ่มรวมตัวอย่างหลวมๆ บางกลุ่มมีกองกำลังราวร้อยกว่าคนเท่านั้น บางกลุ่มจึงแทบไม่เป็นที่รู้จัก กลุ่มเหล่านี้ไม่มีความร่วมมืออย่างจริงจัง ต่างมีอุดมการณ์ เป้าหมายของตนเอง บางกลุ่มอิงศาสนา บางกลุ่มไม่อิงศาสนา
            FSA บางส่วนเป็นพลเมืองซีเรียแท้ๆ บางส่วนเป็นกองกำลังติดอาวุธจากต่างชาติ บางกลุ่มสามารถผนวกคนซีเรียเข้ามาอยู่ในกลุ่ม รวมกับคนท้องถิ่นจัดตั้งเขตปกครองตนเองขึ้นมา

            ถ้าพูดแบบรวมๆ สมาชิก FSA จึงไม่ใช่พลเมืองซีเรียทั้งหมด มีคำถามว่าบางกลุ่มที่เป็นกลุ่มสุดโต่ง ปฏิเสธอยู่ร่วมกับผู้เชื่อผู้นับถือศาสนาอื่นๆ (ทำนองเดียวกับ IS) กลุ่มเช่นนี้สมควรถูกปราบปรามหรือไม่ เพราะไม่ต้องการอยู่ร่วมอย่างสันติกับรัฐบาลอัสซาด และไม่ต้องการอยู่กับคนกลุ่มอื่นๆ อยู่แล้ว อีกทั้งรัฐบาลอัสซาดมีความชอบธรรมปราบปรามกองกำลังต่างชาติถ้ามองในเชิงอธิปไตย
            แต่รัฐบาลโอบามากับพันธมิตรพยายาม “เหมารวม” ว่า FSA คือฝ่ายต่อต้านสายกลาง เป็นฝ่ายที่ชอบธรรม การจัดกลุ่มให้เป็น FSA จึงเป็นการ “บิดเบือน” ตีความว่าทุกคนทุกกลุ่มใน FSA เป็นฝ่ายต่อต้านสายกลาง ทั้งๆ ที่โดยความจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น
            จุดยืนบางกลุ่มขัดแย้งกับท่าทีสหรัฐที่ต้องการให้รัฐบาลซีเรียในอนาคตเป็นชาติประชาธิปไตยด้วยซ้ำ

Al-Nusra Front ปัญหาของ FSA :
            ข้อมูลบางแหล่งระบุว่า Al-Nusra Front/Jabhat al-Nusra ก่อตั้งเมื่อปี 2012 อันเนื่องจากการก่อตั้ง Free Syrian Army (FSA) เกิดคำถามว่ากลุ่มดังกล่าวซึ่งเป็นพวกซุนนีหัวรุนแรง ใกล้ชิดอัลกออิดะห์เป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายต่อต้านสายกลางได้อย่างไร อีกทั้งคณะมนตรีความมั่นคงได้ประกาศแล้วว่า Al-Nusra Front เป็นผู้ก่อการร้าย ดังนั้น ผู้ที่รวม Al-Nusra Front เป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายต่อต้านสายกลางเท่ากับเป็นการรวมผู้ก่อการร้ายที่ใกล้ชิดอัลกออิดะห์เข้าไปอยู่ในกลุ่มด้วย
            เป็นไปได้หรือไม่เมื่อรัสเซียโจมตี Al-Nusra Front ก็จะมีรัฐบาลบางประเทศออกมาโจมตีว่ารัสเซียทิ้งระเบิดพวกฝ่ายต่อต้านสายกลาง

            ถ้าอธิบายในภาพที่กว้างขึ้น ปัจจุบันมีกองกำลังต่างชาติสารพัดกลุ่มเข้าไปในซีเรียสู้รับกับรัฐบาลอัสซาด กลุ่มเหล่านี้ไม่ได้สังกัด IS/ISIL/ISIS หรือ Al-Nusra Front เกิดคำถามว่ารัฐบาลสหรัฐกับพันธมิตรจัดให้กลุ่มเหล่านี้อยู่กลุ่มใด เป็นพวกฝ่ายต่อต้านสายกลางหรือไม่
            กลุ่มกองกำลังติดอาวุธต่างชาติที่เหลือนี้คือกลุ่มที่ 4 ที่รัฐบาลโอบามาไม่ยอมประกาศชัดใช่หรือไม่

            ต้นปี 2014 นาย James Clapper ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (National Intelligence) ของสหรัฐรายงานว่าฝ่ายต่อต้านมีกำลังทั้งหมด 75,000 ถึง 110,000 นาย ในจำนวนนี้ 26,000 นายเป็นพวกสุดโต่ง (extremists) 7,000 นายเป็นชาวต่างประเทศกว่า 50 สัญชาติ รวมทั้งจากยุโรป        
            กลุ่มต่อต้านสายกลางคือกลุ่มที่รัฐบาลโอบามาเปิดเผยว่าให้อาวุธ ฝึกการรบ ล่าสุดที่เป็นข่าวคือโครงการฝึกอบรมฝ่ายต่อต้านสายกลางด้วยงบประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ และเพิ่งยกเลิกเพราะล้มเหลว ควรบันทึกด้วยว่าโครงการดังกล่าววุฒิสภาสหรัฐลงมติสนับสนุนท่วมท้น ประธานาธิบดีโอบามาถึงกับกล่าวว่าสหรัฐ “เป็นประเทศที่เข้มแข็งที่สุดเมื่อประธานาธิบดีกับวุฒิสภาทำงานร่วมกัน”

            การปรากฏตัวของ Syrian Arab Coalition
ราวกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พันเอก Steve Warren โฆษกกระทรวงกลาโหมรายงานเพียงว่าสหรัฐได้ส่งมอบอาวุธจำนวนหนึ่งแก่ฝ่ายต่อต้าน แต่ไม่ยอมระบุว่าให้แก่กลุ่มใด อยู่ที่ใด อ้างว่าเป็นเรื่องความมั่นคง ชี้แจงว่ากลุ่มที่ได้รับอาวุธเป็นกลุ่มที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว มีทั้งพวกเคิร์ดกับอาหรับ (ซีเรีย) หลายกลุ่มที่ต่อสู้ IS เรียกรวมๆ ว่า “Syrian Arab Coalition
Syrian Arab Coalition” เป็นชื่อใหม่ที่เพิ่งปรากฏไม่นาน ทางการสหรัฐให้สาธารณชนรับรู้เพียงว่ารัฐบาลได้ส่งมอบอาวุธแก่ฝ่ายต่อต้านบางกลุ่ม และเรียกกลุ่มเหล่านี้รวมๆ ว่าคือ “Syrian Arab Coalition” คำถามคือใครเป็นสมาชิกกลุ่ม หรือว่าเป็นเพียงชื่อที่ “ตั้งขึ้น” เพื่อเรียกแบบ “เหมารวม” อีกครั้ง เลี่ยงการระบุชื่ออย่างเจาะจง จงใจไม่เปิดเผยให้รู้ว่าคือกลุ่มใดบ้าง เป็นพวกสุดโต่ง เป็นผู้ก่อการร้ายหรือไม่
            เนื่องจากเป็นข้อมูลลับ เป็นข้อมูลที่รัฐบาลโอบามาไม่ยอมเปิดเผย จึงยากที่สาธารณชนจะตรวจสอบ ยากจะหาหลักฐานผูกมัด ทำนองเดียวกับเรื่องสหรัฐสนับสนุน IS/ISIL/ISIS หรือไม่
            แถมรัฐบาลโอบามาพูดย้ำเสมอว่าให้อาวุธแก่กลุ่มดังกล่าวเพื่อต่อต้าน IS ไม่ใช่เพื่อโค่นล้มระบอบอัสซาดหรืออื่นๆ

ความไหลลื่นของการเป็นฝ่ายต่อต้านสายกลาง :
            ข้อพึงตระหนักคือการเป็นสมาชิกกลุ่มนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงไปมา แม้กระทั่งกลุ่มยังเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนสังกัดได้
“รัฐอิสลาม” (Islamic State: IS) เป็นกรณีตัวอย่างที่ดี ก่อนหน้านี้เปลี่ยนมาแล้วหลายชื่อ เคยติดต่อใกล้ชิดกับโอซามา บินลาเดน (Osama Bin Laden) ผู้นำอัลกออิดะห์ที่โด่งดังในขณะนั้น กลายเป็นสาขาในอิรักหรือที่เรียกว่า “อัลกออิดะห์ในอิรัก” (Al-Qaeda in Iraq: AQI)
            ต่อมาแตกออกจากอัลกออิดะห์ด้วยข้อพิพาทกับ Al-Nusra Front เรื่องการแย่งอิทธิพลในซีเรีย กรณีของ IS เป็นเพียงตัวหนึ่งเท่านั้น ในยุคที่อัลกออิดะห์โด่งดัง หลายกลุ่มในหลายประเทศประกาศตัวว่าเป็นพวกอัลกออิดะห์ ลักษณะเช่นนี้เกิดซ้ำกับ IS ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาหลายกลุ่มประกาศว่าใกล้ชิดกับ IS
            ทำนองเดียวกับระดับปัจเจกบุคคล นักรบมุสลิมแอฟริกาคนหนึ่งอาจเริ่มต้นด้วยความไม่พอใจรัฐบาลอัสซาด จึงพาตัวเองเข้าไปในซีเรีย เริ่มแรกอาจเข้าสังกัด Al-Nusra Front ต่อมาอาจขอย้ายไปอยู่ IS และย้ายอีกทีไปอยู่กลุ่มอื่น หรือคนท้องถิ่นซีเรียที่เข้าเป็นสมาชิก IS

กรณีตัวอย่าง Jund al-Aqsa
Jund al-Aqsa (ทหารของ al-Aqsa) ประกาศตัวว่าเป็นกลุ่มญิฮาดอิสระ เดิมนั้นสมาชิกกลุ่มเป็นคนต่างชาติ ต่อมามีพลเมืองซีเรียเข้าร่วม ปัจจุบันจึงประกอบด้วยกองกำลังทั้งจากต่างชาติและคนซีเรีย ฐานกำลังอยู่เมือง Idlib กับ Hama องค์กร Syrian Observatory for Human Rights จัดให้อยู่กลุ่มกองกำลังติดอาวุธต่างชาติ
นอกจากมีสัมพันธ์ดีกับ al-Nusra Front ข้อมูลอื่นๆ ไม่ชัดเจน เป็นกรณีตัวอย่างว่าพลเมืองซีเรียบางคนไปเข้ากลุ่มที่เริ่มต้นจากการรวมตัวของฮิญาดต่างชาติ
            ดังนั้น จึงไม่มีความแน่นอนและไม่ชัดเจน อาจเข้าใจผิดว่ายังสังกัดกลุ่มเดิมหรือไม่ หรือย้ายไปอยู่กลุ่มใหม่แล้ว

ชาติตะวันตกกล่าวโทษ ส่วนรัสเซียสงสัย :
            จากการที่สื่อบางสำนักรายงานว่าเครื่องบินรัสเซียโจมตีกองกำลังที่รัฐบาลสหรัฐให้การสนับสนุนกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียจึงเรียกร้องให้สหรัฐเปิดเผยรายชื่อกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ เพื่อป้องกันไม่โจมตีพวกเดียวกันเอง แต่รัฐบาลโอบามาไม่ยอมเปิดเผยรายชื่อกลุ่มเหล่านั้น
            ที่ผ่านมารัฐบาลโอบามาพูดแต่ว่าให้การสนับสนุนฝ่ายต่อต้านสายกลาง อ้างว่าคือตัวแทนประชาชนซีเรียที่รัฐบาลสหรัฐสนับสนุนหวังเป็นแนวร่วมจัดตั้งรัฐบาลซีเรียในอนาคต แต่ฝ่ายต่อต้านที่อ้างถึงประกอบด้วยกลุ่มย่อยหลายกลุ่ม ไม่ยอมระบุชื่อชัดเจน ดังนั้น สาธารณชน รวมทั้งพลเมืองอเมริกันยังไม่รู้ว่ากลุ่มที่รัฐบาลของตนสนับสนุนคือกลุ่มใดกันแน่ อุดมการณ์ของแต่ละกลุ่มเป็นอย่างไร เป็นชาวซีเรียเท่านั้นหรือไม่

กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศพร้อมร่วมมือกับ Free Syrian Army เพื่อร่วมกันปราบปรามผู้ก่อการร้าย รวมถึงเจรจาทางการเมืองกับกลุ่มเพื่อยุติปัญหากับรัฐบาลอัสซาด อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่าไม่แน่ใจว่าใครบ้างที่จัดอยู่ในกลุ่ม FSA ใครเป็นผู้นำกลุ่ม
รัฐบาลปูตินพยายามแสดงท่าทีว่าจะไม่โจมตีชาวซีเรียที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลอัสซาด ย้ำว่าจะจัดการเฉพาะผู้ก่อการร้ายอย่าง IS อัลกออิดะห์กับพวกเท่านั้น จึงเปิดทางว่าพร้อมจะติดต่อเจรจากับฝ่ายต่อต้านสายกลาง อย่างน้อยเพื่อไม่โจมตีฝ่ายต่อต้านเหล่านี้ ปัญหาคือรัสเซียไม่แน่ใจว่าใครเป็นฝ่ายต่อต้านสายกลาง ในขณะที่ชาติตะวันตกไม่ยอมเปิดเผยรายชื่อกลุ่มเหล่านี้

อันที่จริงแล้ว กองทัพอัสซาดน่าจะพอมีรายละเอียดเหล่านี้ เพราะสู้รบด้วยกันมาตลอด แต่การที่รัฐบาลปูตินไม่แน่ใจ เรียกร้องชาติตะวันตกเปิดเผยรายชื่อน่าจะเป็นมาจากเหตุผลเพื่อป้องกันไม่ให้ชาติตะวันกล่าวอ้างอย่างผิดๆ
ที่สำคัญกว่านั้นคือต้องการเปิดโปงว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายต่อต้านสายกลาง เพราะข้อมูลบางแหล่งระบุว่าฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่เป็นชาวซีเรียนั้นเหลือน้อยและอ่อนกำลังลงมาก หลายกลุ่มเข้าพวกกับกองกำลังต่างชาติ ผู้ก่อการร้ายต่างชาติ ดังนั้น ฝ่ายต่อต้านสายกลางที่เป็นชาวซีเรียแท้ๆ ประเภทนี้จึงอยู่ใน 2 สถานะ นั่นคือเป็นชาวซีเรียแท้ๆ ที่ต่อต้านรัฐบาล กับคนที่เข้าพวกกับผู้ก่อการร้าย กองกำลังต่างชาติ บางครั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ใช้อาวุธกระสุนร่วมกัน จึงเป็นไปได้ว่าเมื่อรัสเซียโจมตีผู้ก่อการร้าย กองกำลังต่างชาติจึงโดนคนเหล่านี้ด้วย

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
            เมื่อมีความขัดแย้งย่อมต้องมีคู่กรณี การยุติปัญหาต้องได้รับความเห็นชอบจากคู่กรณี
            ในกรณีซีเรียมีปริศนาว่าใครเป็นคู่กรณี ใครกันแน่เป็นชาวซีเรียแท้ๆ ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลอัสซาด คนเหล่านี้มีแน่ แต่อยู่ที่ใด ใครเป็นผู้นำกลุ่ม ใครเป็นตัวแทน เพื่อที่รัฐบาลอัสซาดจะสามารถไปพูดคุยเจรจายุติความขัดแย้ง
            แต่ความจริงแล้วเหตุการณ์ในซีเรียซับซ้อนกว่านั้น มีคำถามว่าพวกที่อ้างว่าเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาลนั้นเป็นพลเมืองซีเรียแท้หรือไม่ คนที่เป็นพลเมืองซีเรียแท้มีปากเสียงมากเพียงใด เป็นคำถามเดียวกับปริศนาที่ว่า “ใครเป็นฝ่ายต่อต้านสายกลางในซีเรีย”
            ถ้ามีข้อสรุปว่าใครเป็นฝ่ายต่อต้านสายกลางก็จะเป็นแนวทางวิเคราะห์ประเด็นอื่นๆ อีกมาก
-----------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง 
สังคมซีเรียไม่ต่างจากสังคมประเทศอื่นๆ ที่มีทั้งฝ่ายสนับสนุนกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาล พลเมืองซีเรียท้องถิ่นที่ต่อต้านรัฐบาลคือฝ่ายต่อต้านสายกลาง แต่มีอีกหลายกลุ่มที่รัฐบาลสหรัฐกับพันธมิตรถือว่าเป็นฝ่ายต่อต้านสายกลาง เช่น ชาวซีเรียที่ย้ายถิ่นอาศัยต่างประเทศ รัฐบาลโอบามากับพันธมิตรวางบทบาทคนเหล่านี้เป็นว่าที่รัฐบาลซีเรียในอนาคต กลายเป็นพวกหุ่นเชิด ชาวเคิร์ดซีเรียเป็นอีกกลุ่มที่เป็นฝ่ายต่อต้านสายกลาง แต่ถูกวางบทบาทให้กลายเป็นเขตปกครองตนเอง ซีเรียถูกแบ่งแยก

บรรณานุกรม:
1. Assad, Bashar al-. (2014, January 21). Bashar al-Assad Interview: The Fight against Terrorists in Syria. Global Research. Retrieved from http://www.globalresearch.ca/bashar-al-assad-interview-the-fight-against-terrorists-in-syria/5365613
2. Barnard, Anne., & Shoumali, Karam. (2015, October 12). U.S. Weaponry Is Turning Syria Into Proxy War With Russia. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2015/10/13/world/middleeast/syria-russia-airstrikes.html?_r=0
3. Cooper, Helene. (2015, October 7). A Semantic Downgrade for U.S.-Russian Talks About Operations in Syria. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2015/10/08/world/middleeast/a-semantic-downgrade-for-us-russian-talks-about-operations-in-syria.html?_r=0
4. Middle East Forum. (2015). Database: Identifiers of Designated Islamic Terrorist Organizations. Retrieved from http://jihadintel.meforum.org/group/123/jund-al-aqsa
5. Moscow ready to establish contacts with FSA, help it unite forces with Assad against ISIS. (2015, October 7). RT. Retrieved from https://www.rt.com/news/317880-putin-syria-settlement-hollande/
6. Syria Al Qaida group ‘wants to attack US’. (2014, January 30). Gulf News. Retrieved from http://gulfnews.com/news/region/syria/syria-al-qaida-group-wants-to-attack-us-1.1284269
7. Taylor, Guy. (2015, October 9). Obama shifts Syria policy as Russia takes lead role. The Washington Times. Retrieved from http://www.washingtontimes.com/news/2015/oct/9/obama-shifts-syria-policy-russia-takes-lead-role/?utm_source=RSS_Feedutm_medium=RSS
8. UN Security Council Adds Jabhat al-Nusra to Sanctions Blacklist. (2013, May 31). SANA. Retrieved from http://sana.sy/eng/22/2013/05/31/485111.htm
9. Weisman, Janathan., & Peters, Jaremy W. (2014, September 18). Senate Approves Training And Arming Syrian Rebels. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2014/09/19/world/middleeast/senate-approves-isis-bill-avoiding-bigger-war-debate.html?_r=0
10. Weiss, Michael., & Hassan, Hassan. (2015). ISIS: Inside the Army of Terror. New York : Regan Arts.
11. Yetkin, Murat. (2014, October 7). Turkey, ISIL and the PKK: It’s complicated. Daily News. Retrieved from http://www.hurriyetdailynews.com/turkey-isil-and-the-pkk-its-complicated.aspx?pageID=449&nID=72628&NewsCatID=409
-------------------------------

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ปริศนา ใครคือฝ่ายต่อต้านสายกลางในซีเรีย (1)

18 ตุลาคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6920 วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2276810)

            เมื่อสงครามกลางเมืองซีเรียดำเนินไปเรื่อยๆ รัฐบาลโอบามากับพันธมิตรชูบทบาทของฝ่ายต่อต้านสายกลาง (moderate) ในเวลาต่อมาเริ่มมีเสียงวิพากษ์ว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายต่อต้านสายกลาง พวกเขามีตัวตนหรือไม่
            ประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด (Bashar al-Assad) กล่าวตั้งแต่ต้นปี 2014 ว่าตอนนี้ฝ่ายต่อต้านไม่ได้แบ่งแยกเป็น 2 พวก คือ ไม่มีพวกสายกลาง (moderates) หรือ Free Syrian Army กับพวกสุดโต่งอีกแล้ว เนื่องจากเมื่อสองสามเดือนกองกำลังสุดโต่งได้ทำลายฐานที่มั่นสุดท้ายของพวกสายกลาง
            ปฏิบัติการโจมตีของรัสเซียในช่วงนี้ถูกรัฐบาลโอบามากับพันธมิตรวิพากษ์ว่าไม่ได้โจมตีเฉพาะผู้ก่อการร้าย IS/ISIL/ISIS แต่โจมตีพวกฝ่ายต่อต้านสายกลางด้วย ประเด็น “ใครคือฝ่ายต่อต้านสายกลางในซีเรีย” เป็นที่วิพากษ์อีกครั้ง
            (หมายเหตุ: บทความนี้เป็นตอนที่ 2 ของบทความชุด “สมรภูมิซีเรีย การเผชิญหน้าระหว่างค่ายสหรัฐกับค่ายรัสเซีย-จีน”)

จุดเริ่มต้นของฝ่ายต่อต้านสายกลาง :
การจะเข้าใจที่มาที่ไปของฝ่ายต่อต้านสายกลางเริ่มได้จากเมื่อเริ่มอาหรับสปริงซีเรียเมื่อมีนาคม 2011 พลเมืองซีเรียบางส่วนเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิรูป มีการเลือกตั้งโดยเสรี จัดตั้งรัฐสภาที่เป็นตัวแทนของประชาชน แต่ประธานาธิบดีอัสซาดเห็นว่าหากซีเรียปกครองด้วยประชาธิปไตยแบบตะวันตกจะยิ่งทำให้ประเทศอ่อนแอ จึงปฏิเสธข้อเรียกร้องของฝ่ายต่อต้าน
ประชาชนที่ต่อต้านเริ่มจากการชุมนุมของกลุ่มเล็กๆ ในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง และขยายวงกว้างขึ้น สามารถรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ขึ้นแต่ไม่มีแกนนำชัดเจน การชุมนุมที่เริ่มต้นโดยสงบกลายเป็นการชุมนุมที่ใช้อาวุธมากขึ้น บางกรณีเป็นการปะทะระหว่างคนที่สนับสนุนรัฐบาลกับคนที่ต่อต้านด้วยอาวุธที่หาได้ทั่วไป เช่น ไม้ มีด

            ข้อเท็จจริงที่ต้องตระหนักคือ การปะทะระหว่างฝ่ายสนับสนุนกับฝ่ายต่อต้านไม่ใช่เรื่องใหม่ ชาวซีเรียส่วนใหญ่เป็นมุสลิมนิกายซุนนี รัฐบาลอัสซาดใช้ความแตกต่างทางศาสนาเป็นประโยชน์ต่อการปกครอง สร้างกระแสว่าพวกซุนนีต่อต้านนิกายศาสนาอื่นๆ โดยเฉพาะพวกอาละวี (Alawite) ซึ่งเป็นนิกายของผู้นำอัสซาด ดังนั้นเมื่ออาละวีมีอำนาจมากกว่าจึงพยายามกดขี่บรรดาซุนนีที่ไม่จำนนต่อระบอบ
            ในอีกมุมหนึ่งเป็นความจริงที่ว่าพวกซุนนีบางคนบางกลุ่มต่อต้านพวกชีอะห์ พวกอาละวีอย่างรุนแรงมานานแล้วไม่ว่าจะมีระบอบอัสซาดหรือไม่

            ประชาชนซีเรียจึงมีทั้งพวกที่สนับสนุนกับต่อต้านรัฐบาล Raymond Hinnebusch อธิบายเรื่องนี้ว่ารัฐบาลใช้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นเครื่องตอบแทนโดยตรงแก่ผู้ที่จงรักภักดี ผู้ที่เชื่อฟังยินยอมอยู่ใต้อำนาจ สร้างรัฐที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องพึ่งพารัฐบาล
            Bassam Haddad เห็นว่าสังคมซีเรียไม่เท่าเทียม แต่โดยรวมแล้ว (ก่อนอาหรับสปริง) คนส่วนใหญ่ยังทนได้ต่อสภาพที่เป็นอยู่ จำนวนไม่น้อยที่ใช้ชีวิตอย่างปกติสุข
            พลเมืองซีเรียที่ต่อต้านรัฐบาลคือพวกฝ่ายต่อต้านสายกลาง

นิยามของรัฐบาลชาติตะวันตก :
            สังคมซีเรียไม่ได้แตกต่างจากสังคมประเทศอื่นๆ มีทั้งคนชอบรัฐบาลกับคนไม่ชอบ บางคนอาจเรียกว่าเป็นพวกฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน
            แต่สำหรับรัฐบาลสหรัฐกับพันธมิตรฝ่ายต่อต้านรัฐบาลสายกลางมีมากกว่าพลเมืองซีเรียทั่วไป จากการวิเคราะห์พบว่าฝ่ายต่อต้านสายกลางตามการจัดแบ่งของรัฐบาลโอบามามีอย่างน้อย 3-4 กลุ่มคือ พวกเคิร์ดซีเรีย ชาวซีเรียที่อาศัยต่างประเทศ กองกำลังติดอาวุธที่อยู่ในท้องที่ต่างๆ และกลุ่มที่ 4 ที่เป็นความลับ
            กลุ่มที่ 1 เคิร์ดซีเรีย
            ชนเชื้อสายเคิร์ด (Kurds) ในซีเรียเป็นชนกลุ่มน้อยที่ใหญ่ที่สุดที่มิใช่เชื้อสายอาหรับ มีประมาณร้อยละ 10 ของประชากร ส่วนใหญ่นับถืออิสลามนิกายซุนนี เป็นพลเมืองซีเรียโดยแท้ (ไม่นับพวกที่ไม่ได้รับบัตรประชาชน) อาศัยทางตอนเหนือติดกับพรมแดนตุรกี ตั้งแต่เริ่มอาหรับสปริงซีเรียพวกเขาพยายามรวมกลุ่มรักษาเขตอิทธิพลของตนเอง กลายเป็นเสมือนเขตปกครองตนเอง ในขณะที่พวกเขาบอกว่าเพียงเพื่อป้องกันตนเอง
            รัฐบาลโอบามากับพันธมิตรชาติตะวันตกให้การสนับสนุนพวกเคิร์ดซีเรีย ทั้งการทูตกับอาวุธ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กันยายน กองทัพอากาศสหรัฐได้ส่งอาวุธเครื่องกระสุนจำนวน 50 ตันแก่กองกำลัง People's Protection Units (YPG) เป็นกองกำลังของเคิร์ดซีเรีย กระทรวงกลาโหมสหรัฐอธิบายว่าเป็นการ “เติมเสบียงอาวุธแก่กองกำลังท้องถิ่นเพื่อปฏิบัติการต่อต้าน ISIS ต่อไป” ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย

            การจัดตั้งเขตปกครองตนเองของเคิร์ดซีเรียคล้ายเคิร์ดอิรัก พวกเคิร์ดอิรักอ้างถูกรัฐบาลซัดดัม ฮุสเซนกดขี่ข่มเหง จึงต้องปกป้องตนเอง ความฝันสูงสุดคือการตั้งประเทศเอกราช
            ลักษณะที่เหมือนกันคือ ในขณะที่รัฐบาลซัดดัมกับอัสซาดเห็นว่าต้องปกป้องอธิปไตย ปราบปรามพวกกบฏ ผู้ก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน พวกเคิร์ดอิรักกับเคิร์ดซีเรียต่อสู้เพื่อปกครองตัวเองมานานแล้ว เห็นว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่จะต่อต้านรัฐบาลที่ปกครองด้วยการกดขี่ข่มเหง แต่เริ่มเห็นผลสำเร็จเพราะต่างชาติสนับสนุน โดยเฉพาะการสนับสนุนจากรัฐบาลอเมริกัน
            เป็นข้อสรุปว่ารัฐบาลอเมริกันไม่ว่าจะพรรคเดโมแครทหรือรีพับลิกัน ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีบุชผู้พ่อ (George H. W. Bush) ผู้เปิดฉากทำสงครามสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก (1990-91) ต่อด้วยประธานาธิบดีบิล คลินตัน (พรรคเดโมแครท ขณะนี้ภรรยาคือฮิลลารี คลินตันกำลังหาเสียงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี) และประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช (ลูกของประธานาธิบดีบุชผู้พ่อ) และล่าสุดคือประธานาธิบดีบารัก โอบามาต่างสนับสนุนพวกเคิร์ดแบ่งแยกดินแดน

            กลุ่มที่ 2 National Coalition of Syrian/Syrian National Coalition
            National Coalition of Syrian/Syrian National Coalition (SNC) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2012 ที่ประเทศกาตาร์  
            รัฐบาลสหรัฐฯ กับชาติสมาชิกอียูเช่นอังกฤษกับฝรั่งเศส ตุรกีและกลุ่ม GCC รับรอง SNC          รัฐบาลโอบามามีส่วนสนับสนุน SNC โดยตรง ครั้งหนึ่งโฆษกกระทรวงต่างประเทศ วิตอเรีย นูแลนด์ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “เราหวังว่าโครงสร้างผู้นำใหม่นี้จะเกิดขึ้นและดีกว่าเก่า ทำให้นานาชาติสามารถให้ความช่วยเหลือผ่านองค์กรนี้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”
            บทบาทสำคัญของ SNC คือเป็นตัวแทน “ฝ่ายการเมือง” ของฝ่ายต่อต้านสายกลาง
พูดให้ชัดคือเป็นแกนนำตัวแทนรัฐบาลซีเรียชุดใหม่หากรัฐบาลอัสซาดก้าวลงจากอำนาจ ถือเป็นตัวแทนของพลเมืองซีเรียทั้งประเทศ ทั้งๆ ที่สมาชิก SNC ส่วนใหญ่คือชาวซีเรียที่อาศัยต่างประเทศมานานแล้ว ไม่มีส่วนในการรบในสงครามกลางเมือง

            ก่อนหน้านั้นเมื่อพฤศจิกายน 2011 สันนิบาตอาหรับ (Arab League) ระงับความเป็นสมาชิกของซีเรีย (รัฐบาลอัสซาด) และคว่ำบาตรเศรษฐกิจซีเรีย ต่อมาในเดือนมกราคม 2012 สันนิบาตอาหรับเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้ประธานาธิบดีอัสซาดก้าวลงจากอำนาจ
            ปัจจุบัน SNC คือตัวแทนของรัฐบาลซีเรียในสันนิบาตอาหรับ (ทั้งๆ ที่รัฐบาลอัสซาดยังคงอยู่)
            นี่คือความสำคัญของ SNC
            ในอีกแง่หนึ่งอาจมองว่า SNC คือรัฐบาลชั่วคราวของว่าที่รัฐบาลชุดใหม่ กำลังทำหน้าที่แทนประชาชนซีเรียทั้งประเทศ

            ต้นปี 2013 รองประธานแนวร่วมฝ่ายต่อต้าน Riad Seif (ในขณะนั้น) เรียกร้องว่า “เราต้องการรัฐบาลชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือชาวซีเรีย (อพยพ) หลายล้านคนในเขตปลดปล่อย (liberated zones) และโค่นระบอบ (อัสซาด) “พวกเราเรียกร้องแต่แรกว่าต้องการฐานที่มั่นในซีเรีย แต่จนบัดนี้ยังไม่ได้รับเงินสนับสนุนเพื่อจัดตั้งรัฐบาล” “เรากับพวกของเรากำลังหารือว่าทำอย่างไรจึงจะสามารถปกป้องเขตปลดปล่อยด้วยอาวุธที่มีประสิทธิภาพและทำอย่างไรจึงจะได้งบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์” “แต่ถ้าเราไม่มีงบประมาณก้อนนี้ก็ไม่มีเหตุจัดตั้งรัฐบาล”
            George Sabra รองประธานอีกท่านกล่าวว่าจะต้องใช้เงินอย่างน้อย 500 ล้านดอลลาร์เพื่อจัดตั้งรัฐบาล และกล่าวว่า “เราต้องการอาวุธ เราต้องการตั้งแต่นาทีแรก” “การประชุมเมื่อสัปดาห์ก่อนพวกเขา (สหรัฐกับพันธมิตร) ยอมรับว่าเรามีสิทธิในการป้องกันตัวเอง แต่จะมีความหมายอะไรถ้าเราไม่สามารถช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้าย”
            ข้อเรียกร้องของ SNC คือต้องการสร้างเขตห้ามบิน/เขตปลอดภัย ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลต่างชาติต้องเป็นฝ่ายดำเนินการ เช่นเดียวกับการให้อาวุธ แต่ในขณะนั้นชาติตะวันตกไม่กล้าให้อาวุธอย่างดีแก่ฝ่ายต่อต้าน อ้างว่าอาวุธเหล่านี้อาจจะตกไปอยู่ในมือของพวกมุสลิมหัวรุนแรงและนำไปก่อเหตุร้ายที่อื่นๆ ทั่วโลก
            หากมีเขตปลอดภัยเกิดขึ้นจริง SNC สามารถอ้างว่าคือประเทศซีเรียใหม่ ประเทศซีเรียภายใต้ SNC แต่จนบัดนี้แนวคิดนี้ยังไม่เป็นผล

            ประเด็นที่ต้องพึงระลึกคือ SNC ไม่ได้จัดตั้งหรืออยู่ได้ด้วยชาวซีเรียที่อยู่ต่างชาติ แต่มาจากการสนับสนุนของรัฐบาลสหรัฐกับพันธมิตร (เป็นที่มาของการรับรองกลุ่มดังกล่าวด้วย) งบประมาณที่ SNC ใช้ไม่ได้มาจากสมาชิกของ SNC จึงคาดเดาได้ว่ามาจากรัฐบาลต่างชาติ
            เกิดคำถามว่า SNC มีความชอบธรรมที่จะเป็นตัวแทนของคนซีเรียมากน้อยเพียงใด หรือเป็นเพียงหุ่นเชิดของต่างชาติ

            นายวาลิด อัลเมาเล็ม (Walid al-Moualem) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซีเรีย กล่าวเมื่อต้นปี 2014 ไม่ยอมรับชาวซีเรียต่างประเทศเป็นตัวแทนของพลเมืองซีเรียอย่างแท้จริง “ใครก็ตามที่หวังจะพูดในนามของประชาชนซีเรียจะต้องไม่เป็นคนทรยศ ... ต้องเป็นการแสดงออกจากภายในประเทศ” ต้องเป็นคนที่อดทนต่อการก่อการร้ายมากแล้ว 3 ปี

            มีการถกเถียงกันมากว่าใครคือฝ่ายต่อต้านสายกลางในซีเรีย ยังมีตัวตนอยู่หรือไม่ การวิเคราะห์ข้างต้นชี้ให้เห็นว่าอย่างน้อยพวกเคิร์ดซีเรียน่าจะถือว่าเป็นพวกฝ่ายต่อต้านสายกลาง และเดิมนั้นกลุ่มดังกล่าวมีจริงแต่ปัจจุบันอาจอพยพออกจากประเทศไปเกือบหมดแล้ว เพราะแท้จริงแล้วคนเหล่านี้ส่วนใหญ่คือชาวบ้านธรรมดา ทุกวันนี้รัฐบาลโอบามากับพันธมิตรยังเอ่ยถึงฝ่ายต่อต้านสายกลางอยู่เสมอนั้น เหตุผลส่วนหนึ่งคือต้องการความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลแทนระบอบอัสซาด อ้างว่าพวกเขาคือตัวแทนประชาชนซีเรีย
(หมายเหตุ : บทความนี้มี 2 ตอน ตอนหน้าจะนำเสนอฝ่ายต่อต้านสายกลางอีก 2 กลุ่ม คือ กองกำลังติดอาวุธที่อยู่ในท้องที่ต่างๆ และกลุ่มที่ 4 ที่เป็นความลับ)
--------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง 
ก่อนหน้านี้มีความพยายามยุติสงครามกลางเมืองซีเรีย แต่การเจรจาล้มเหลว ผลที่ตามมาคือรัสเซียเข้ามาตั้งฐานทัพในซีเรียและเปิดฉากโจมตี เป็นไปได้ว่านี่คือการสกัดกั้นแผนล้มระบอบอัสซาดของสหรัฐกับพันธมิตรด้วยการส่งกองทัพเข้าซีเรียรบทางภาคพื้นดิน 

บรรณานุกรม:
1. Assad, Bashar al-. (2014, January 21). Bashar al-Assad Interview: The Fight against Terrorists in Syria. Global Research. Retrieved from http://www.globalresearch.ca/bashar-al-assad-interview-the-fight-against-terrorists-in-syria/5365613
2. Erlich, Reese. (2014). Inside Syria: The Backstory of Their Civil War and What the World Can Expect. New York: Prometheus Books.
3. France fears Islamist rise in Syria unless opposition helped. (2013, January 28). Reuters. Retrieved from http://www.reuters.com/article/2013/01/28/us-syria-crisis-talks-idUSBRE90R0D720130128
4. Haddad, Bassam. (2012). Why Syria is Not Next...So Far. In The Dawn of the Arab Uprisings: End of an Old Order? (pp.207-209). London: Pluto Press.
5. Hanano, Amal. (2012). Syrian Hope: A Journal. In The Dawn of the Arab Uprisings: End of an Old Order? (pp.225-236). London: Pluto Press.
6. Hinnebusch, Raymond. (2001). Syria: Revolution From Above. New York: Routledge.
7. Masters, Jonathan. (2013, September 11). Syria's Crisis and the Global Response. Council on Foreign Relations. Retrieved from http://www.cfr.org/syria/syrias-crisis-global-response/p28402
8. Moallem, Walid al-. (2014, January 22). The West Publicly Claims to Be Fighting Terrorism, Whilst It Is Covertly Nourishing It. Retrieved from http://www.globalresearch.ca/geneva-ii-syrian-foreign-minister-the-west-publicly-claims-to-be-fighting-terrorism-whilst-it-is-covertly-nourishing-it/5365833
9. Stokes, Jamie (Editor). (2009). Kurds. In Encyclopedia of The Peoples of Africa and the Middle East. New York: Infobase Publishing.
10. US airdrops tons of ammo to PKK-affiliate YPG. (2015, October 13). Daily Sabah. Retrieved from http://www.dailysabah.com/politics/2015/10/14/us-airdrops-tons-of-ammo-to-pkk-affiliate-ypg
-------------------------------

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ฝ่ายสหรัฐเดือดร้อนเมื่อรัสเซียตั้งฐานทัพในซีเรีย ความขัดแย้งเข้าสู่บทใหม่อีกครั้ง

11 ตุลาคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6913 วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2271246)

            สงครามกลางเมืองซีเรียเข้าสู่บทใหม่อีกครั้งเมื่อรัฐบาลปูตินตั้งฐานทัพในซีเรียพร้อมกำลังรบ เป็นการสนับสนุนรัฐบาลอัสซาดโดยตรง
            อันที่จริงชาติมหาอำนาจและประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศแทรกแซงซีเรียตั้งแต่ความขัดแย้งภายในเริ่มก่อตัว จนกลายเป็นสงครามกลางเมืองที่ไม่รู้ว่าจะยุติเมื่อไหร่ เพราะรัฐบาลอัสซาด ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียต่างได้รับความช่วยเหลือจากต่างชาติ ทั้งยังมีการปรากฏตัวของผู้ก่อการร้ายสารพัดกลุ่ม
            รัฐบาลปูตินสนับสนุนรัฐบาลอัสซาดมาตั้งแต่ต้น บัดนี้ยกระดับการช่วยเหลืออีกขั้นด้วยการตั้งฐานทัพในซีเรียพร้อมกำลังรบ ถือเป็นการ “ขยับนโยบาย” ครั้งสำคัญ มีผลต่อหลายประเทศไม่เฉพาะต่อซีเรียเท่านั้น ยังรวมถึงภูมิภาคตะวันออกกลาง การเผชิญหน้าของ 2 ค่าย (ขั้ว) คือ ค่ายสหรัฐกับค่ายรัสเซีย-จีน ระเบียบโลกกำลังขยับอีกครั้ง
            (หมายเหตุ: บทความนี้เป็นตอนที่ 1 ของบทความชุด “สมรภูมิซีเรีย การเผชิญหน้าระหว่างค่ายสหรัฐกับค่ายรัสเซีย-จีน”)

2-3 เดือนที่ผ่านมามีความพยายามเจรจาเพื่อแก้ยุติสงครามกลางเมืองซีเรียอีกรอบ ซึ่งอาจนำสู่การหยุดยิงชั่วคราวหรือทางออกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่การเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ รัฐบาลโอบามายืนยันต้องไม่มีระบอบอัสซาดอีกต่อไป ในขณะที่รัฐบาลปูติน จีน อิหร่านพร้อมใจประกาศอยู่เคียงข้างรัฐบาลซีเรีย
            จากเหตุการณ์ข้างต้น รัสเซียเริ่มส่งเจ้าหน้าที่จำนวนมากพร้อมด้วยกำลังทหาร มาตั้งฐานทัพที่ Latakia ในซีเรีย ตามมาด้วยปฏิบัติการโจมตี

รัสเซียตั้งฐานทัพในซีเรีย จุดยืนที่ไม่อาจบรรจบ :
กลางเดือนกันยายน 2015 ประธานาธิบดีปูตินกล่าวในงานประชุมสุดยอด Collective Security Treaty Organization (CSTO) เรียกร้องให้ชาติตะวันตกระงับความต้องการส่วนตัว พฤติกรรม 2 มาตรฐานในการสู้กับก่อการร้าย ไม่ล้มรัฐบาลคนอื่นด้วยการยืมมือองค์กรก่อการร้าย “ณ ขณะนี้เราจำต้องร่วมมือกับรัฐบาลซีเรีย กองกำลังเคิร์ดและพวกที่เรียกว่าฝ่ายต่อต้านสายกลาง (moderate opposition) เหล่าประเทศในภูมิภาค เพื่อสู้กับภัยคุกคามต่อซีเรียและต่อต้านลัทธิก่อการร้าย” ถ้าร่วมมือกันจะแก้ปัญหาได้ พร้อมกับกล่าวว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาดพร้อมจะแก้ปัญหาด้วยวิถีทางการเมือง ให้ฝ่ายต่อต้านมีส่วนบริหารประเทศ ย้ำจะให้ความช่วยเหลือซีเรีย “ทั้งด้านการทหาร ความช่วยเหลือทางเทคนิคที่จำเป็น”
            แต่รัฐบาลโอบามากับพันธมิตรยืนยันจุดยืนเดิมคือประธานาธิบดีอัสซาดต้องก้าวลงจากอำนาจ

            30 กันยายน เครื่องบินรัสเซียที่ประจำการในซีเรียเริ่มเปิดฉากโจมตี
            ในมุมมองรัสเซียเห็นว่าประธานาธิบดีอัสซาดเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรม การเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อมิถุนายนปีที่แล้วประธานาธิบดีอัสซาดชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง ได้รับ 10.3 ล้านเสียง หรือเท่ากับร้อยละ 88.7 ของผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งสิ้นราว 11.6 ล้านเสียง จากประชาชนผู้มีสิทธิ์ทั้งสิ้น 15.8 ล้านคน ผู้สมัครที่ได้คะแนนอันดับ 2 กับ 3 ได้คะแนนเพียง 5 แสนกับ 3.7 แสนคะแนนเท่านั้น
            แต่ฝ่ายสหรัฐเห็นว่าสังคมอยู่ภายใต้ระบอบเผด็จการ ผู้ออกไปใช้สิทธิ์อยู่ในความหวาดกลัว ผลการเลือกตั้งจึงไม่แสดงเจตจำนงที่แท้จริง เป็นเพียงการแสดงอย่างหนึ่งเท่านั้น นายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐบอกว่าการเลือกตั้งเป็น “ฉากการเมืองที่น่าเยาะเย้ย”
            รัฐบาลของประเทศที่ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม 11 ประเทศที่เรียกตัวว่า Friends of Syria อันประกอบด้วย อังกฤษ อียิปต์ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี จอร์แดน กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย ตุรกี สหรัฐอาหรับเรมิเรตส์ และสหรัฐ ประเทศเหล่านี้เป็นผู้ให้การสนับสนุนแนวร่วมต่อต้านรัฐบาลซีเรีย แสดงจุดยืนว่าประธานาธิบดีอัสซาดกับบริวารจะต้องไม่มีส่วนในรัฐบาลเฉพาะกาล (Transitional Governing Body หรือTGB)
            เป็นจุดยืนที่สอดคล้องกับจุดยืนของรัฐบาลโอบามาที่ประกาศเมื่อสิงหาคม 2011 เรียกร้องให้ประธานาธิบดีอัสซาดก้าวลงจากอำนาจ ถ่ายโอนอำนาจแก่ประชาชนโดยสันติ เปลี่ยนจากระบอบอำนาจนิยมเป็นประชาธิปไตย
            ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา “จุดยืนที่แตกต่างกัน” เป็น “เงื่อนตาย” ทำให้ความขัดแย้งไม่อาจยุติได้ด้วยการเจรจา ต่างชาติเข้าแทรกแซงตลอดเวลา สงครามกลางเมืองดำเนินไปเรื่อยๆ

            กระทรวงกลาโหมรัสเซียเริ่มต้นด้วยการรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายนเครื่องบินเริ่มเปิดฉากโจมตีผู้ก่อการร้าย IS/ISIL/ISIS เฉพาะจุดในประเทศซีเรีย ภายใต้การร้องขอจากประธานาธิบดีอัสซาด และประธานาธิบดีปูตินกล่าวแล้วว่าจะไม่ส่งทหารเข้ารบทางภาคพื้นดิน

สหรัฐกับพันธมิตรนั่งไม่ติด :
            ด้วยการตั้งฐานทัพ ออกปฏิบัติโจมตีเป้าหมายต่างๆ สหรัฐกับพันธมิตรแสดงปฏิกิริยาตอบโต้อย่างรุนแรงต่อเนื่อง ทั้งนี้น่าจะเป็นเพราะ 2 สาเหตุ
ประการแรก การส่งทหารเข้ารบภาคพื้นดิน
            แนวคิดเรื่องการส่งทหารเข้ารบภาคพื้นดินมีมานานแล้ว แต่ติดขัดที่รัฐบาลโอบามาปฏิเสธส่งทหารเข้าร่วมรบภาคพื้นดิน
แนวคิดนี้เริ่มจริงจังอีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว (2014) เคียงคู่กับการจัดตั้งเขตห้ามบินตามแนวพรมแดนตุรกี-ซีเรีย และจริงจังมากขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา
3 กันยายน รัฐสภาตุรกีเปิดสภาเป็นกรณีพิเศษลงมติอนุญาตให้รัฐบาลส่งทหารไปต่างแดน ไปอิรักกับซีเรียและให้ทหารต่างชาติมาประจำการในประเทศ
การที่รัฐสภาตุรกีอนุมัติส่งกองทัพไปอิรักกับซีเรีย พร้อมกับให้ทหารต่างชาติมาตั้งอยู่ในประเทศ เป็นหลักฐานสำคัญสนับสนุนเรื่องการส่งกองทัพทำการรบภาคพื้นดินในซีเรีย

            นอกจากมติของรัฐสภาตุรกี รัฐบาลพันธมิตรสหรัฐออกมากล่าวแสดงท่าทีสนับสนุน
            เดวิด คาเมรอน (David Cameron) นายกฯ อังกฤษกล่าวเมื่อวันที่ 9 กันยายนเสนอว่าจำต้องใช้กำลังทหารเข้ากวาดล้างอย่างเด็ดขาด พร้อมกับเห็นว่าอังกฤษจะขอมีส่วนร่วมด้วย “เราต้องเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรนานาชาติที่จะพูดว่าจำต้องมีแนวทางในประเด็นซีเรีย อันหมายถึงมีรัฐบาลที่สามารถดูแลประชาชนของตน” “อัสซาดจะต้องไป ISIL ก็ต้องไปด้วย เพื่อให้เป็นไปตามนั้น ... จะต้องใช้กำลังทหารพร้อมอาวุธหนัก (hard military force)” เพื่อปราบ IS และล้มรัฐบาลอัสซาด พร้อมกับชี้ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาผู้อพยพซีเรียจำนวนมากที่กำลังทะลักเข้ายุโรป
            สิ่งที่นายกฯ คาเมรอนพูดถึงคือการส่งกองทัพเข้าประเทศซีเรีย กวาดล้าง IS และล้มรัฐบาลอัสซาด

ในเวลาไล่เลี่ยงกัน 12 กันยายน นายเมฟเลิต ชาวูโชลู  (Mevlut Cavusoglu) รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศตุรกีอธิบายแนวทางส่งทหารเข้ารบทางภาคพื้นดินว่า การโจมตี ISIS ทางอากาศได้ไม่ค่อยได้ผล ตุรกีจึงคิดปฏิบัติการภาคพื้นดิน รัฐมนตรีชาวูโชลูพูดอย่างน่าคิดว่าการขาดรัฐบาลที่มีเสถียรภาพเป็นต้นเหตุการณ์ปรากฏตัวของ ISIS ดังนั้น แผนปราบ ISIS จึงต้องเป็นแผนที่ครอบคลุม ต้องจัดการภัยคุกคามทั้งหมด ทำให้ภูมิภาคมีเสถียรภาพ ส่วนหนึ่งของแผนคือการล้มระบอบเปลี่ยนแปลงรัฐบาล กวาดล้างผู้ก่อการร้ายในภูมิภาคและสิ่งอื่นๆ อันเป็นเหตุสร้างความไร้เสถียรภาพ พร้อมกับส่งเสริมประชาธิปไตย แต่หากจะเริ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินจะต้องได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรก่อน

            หากตุรกีจะส่งทหารเข้ารบทางภาคพื้นดิน เชื่อว่าจะต้องมีกำลังทางอากาศสนับสนุน รัฐบาลตุรกีคงหวังให้สหรัฐรับบทบาทตรงนี้ ปัจจุบันสหรัฐได้ใช้ฐานทัพอากาศที่ Incirlik ในตุรกีอยู่แล้ว รวมทั้งฐานทัพอื่นๆ ในภูมิภาค
            ข้อสรุปคือ เป็นไปได้ว่าตุรกีร่วมกับหลายประเทศ เช่น อังกฤษจะส่งทหารเข้าซีเรียรบทางภาคพื้นดิน ส่วนสหรัฐจะให้ความช่วยเหลือเรื่องกำลังรบทางอากาศ ข้อมูลข่าวสาร ฯลฯ เพื่อกวาดล้าง IS และล้มระบอบอัสซาด
            เป็นแผน เป็นข้อตกลงล่าสุดของสหรัฐกับพันธมิตร
การที่รัสเซียตั้งฐานทัพพร้อมกำลังรบในซีเรียจึงเป็นการสกัดทางหากสหรัฐกับพวกคิดจะส่งทหารโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด

          ประการที่ 2 การสร้างเขตปลอดภัย/เขตห้ามบิน
            แนวคิดสร้างเขตปลอดภัย/เขตห้ามบินมีมานานแล้วตั้งแต่ความขัดแย้งกลายเป็นสงครามกลางเมือง ด้วยเหตุผลเป้าหมายแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ข้อมูลที่ปรากฏเมื่อไม่นานนี้คือรัฐบาลโอบามาปรึกษากับรัฐบาลแอร์โดกานเรื่องจัดตั้งเขตห้ามบินเพื่อสร้างเขตปลอดภัยในซีเรียติดพรมแดนตอนใต้ของตุรกีเพื่อถ่ายโอนผู้อพยพซีเรีย 2 ล้านคนไปอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ฝ่ายรัสเซียไม่เห็นด้วยกับเพราะเท่ากับละเมิดอธิปไตยซีเรีย
            ถ้าวิเคราะห์เรื่องการส่งทหารกวาดล้าง IS ล้มระบอบอัสซาดร่วมกับการสร้างเขตปลอดภัยจะเห็นว่าขัดแย้งกัน เพราะหากสามารถกวาดล้าง IS ล้มอัสซาดก็ไม่จำต้องมีเขตปลอดภัยอีก
            เป็นไปได้ว่าการสร้างเขตปลอดภัยอาจซ่อนแผนพันธมิตรสหรัฐส่งทหารพร้อมอาวุธหนักเข้าซีเรีย เพราะจำต้องมีทหารเข้าดูแลรักษาความสงบในพื้นที่ เป็นข้ออ้างให้ทหารของพันธมิตรสหรัฐส่งอาวุธหนักเข้าประจำในเขตดังกล่าว จากนั้นเมื่อทุกอย่างพร้อม สถานการณ์สุกงอมจึงส่งทหารรุกเข้าซีเรีย

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
            ดังที่นำเสนอตั้งแต่ต้นว่าเมื่อ 2-3 เดือนก่อนมีความพยายามยุติสงครามกลางเมืองซีเรีย แต่การเจรจาไม่ประสบผลด้วยเหตุผลที่ไม่ปรากฏชัด (อาจเป็นเรื่องการคงอยู่ของระบอบอัสซาด) ผลที่ตามมาคือรัสเซียเข้ามาตั้งฐานทัพในซีเรียและเปิดฉากโจมตี
            เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายของรัสเซียคือ “สกัด” แผนการของฝ่ายตรงข้าม ที่น่าเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการล้มระบอบอัสซาด
ไม่ว่าแผนของรัฐบาลโอบามากับพันธมิตรคืออะไร พวกเขาเดือดเนื้อร้อนใจกับการโต้กลับของรัสเซีย สงครามกลางเมืองซีเรียเข้าสู่บทใหม่ การเผชิญหน้าระหว่างค่ายสหรัฐกับรัสเซียเข้มข้นกว่าเดิม
-----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่ หรือจะใช้ชื่อใด รัฐบาลโอบามากับตุรกีกำลังสร้างเขตปลอดภัย (safe zone) หรือเขตห้ามบิน (no-fly zone) ทางตอนเหนือของประเทศซีเรียติดแนวพรมแดนทางตอนใต้ตุรกี ข้อดีคือผู้ลี้ภัยซีเรียสามารถกลับประเทศเข้าไปอยู่ในเขตดังกล่าว ผลลัพธ์ที่ตามมาคือเกิดปกครองตนเองขึ้นมาอีกเขตหนึ่ง ประเด็นที่ต้องติดตามคือใครจะเป็นผู้ควบคุมเขตดังกล่าว อนาคตของพื้นที่นี้จะเป็นอย่างไร

บรรณานุกรม :
1. al-Jarba, Ahmad. (2014, June 3). Bashar al-Assad’s ‘blood election’. The Washington Post. Retrieved from http://www.washingtonpost.com/opinions/ahmad-al-jarba-bashar-al-assads-blood-election/2014/06/02/4ad6b4e4-ea6b-11e3-93d2-edd4be1f5d9e_story.html
2. Dr. Bashar Hafez al-Assad wins post of President of Syria with sweeping majority of votes at 88.7%. (2014, June 4). SANA. Retrieved from http://www.sana.sy/eng/393/2014/06/04/548613.htm
3. Feltman, Jeffrey D. (2011, November 9). U.S Policy on Syria. U.S. Department of State. Retrieved from http://www.state.gov/p/nea/rls/rm/176948.htm
4. Putin: Russia supports and will support the Syrian government.  (2015, September 15). Pravda. Retrieved from http://english.pravda.ru/russia/politics/15-09-2015/131969-putin_russia_syria-0/
5. Russian planes start pinpoint strikes against IS positions in Syria — Defense Ministry. (2015, September 30). TASS. Retrieved from http://tass.ru/en/defense/824957
6. Shakdam, Catherine. (2015, September 26). Shifting winds: How Assad is becoming Syria’s only viable option. RT. Retrieved from https://www.rt.com/op-edge/316577-assad-syria-cameron-merkel-putin/
7. Turkish Parliament approves motion on Syria, Iraq amidst opposition fury at interim gov’t. (2015, September 3). Today’s Zaman. Retrieved from http://www.todayszaman.com/national_turkish-parliament-approves-motion-on-syria-iraq-amidst-opposition-fury-at-interim-govt_398207.html
8. Ünal, Ali. (2014, October 12). TURKISH FM: WEST UNDERSTANDS TURKISH FOREIGN POLICY’S CONSISTENCY IN SYRIA AND IRAQ. Daily Sabah. Retrieved from http://www.dailysabah.com/politics/2014/10/12/turkish-fm-west-understands-turkish-foreign-policys-consistency-in-syria-and-iraq
9. Watt, Nicholas. (2015, September 9). David Cameron says 'hard military force' needed to tackle Assad and Isis. The Guardian. Retrieved from http://www.theguardian.com/politics/2015/sep/09/david-cameron-says-hard-military-force-needed-to-tackle-assad-and-isis
--------------------------------

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Group of 77 (G-77)

4 ตุลาคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6906 วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2265596)

กำเนิดและบทบาทของ Group of 77 :
Group of 77 (G-77) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 1964 ด้วยประเทศผู้ร่วมก่อตั้งทั้งหมด 77 ประเทศ ทั้งหมดเป็นประเทศกำลังพัฒนา ปัจจุบัน (2015) มีสมาชิกทั้งสิ้น 134 ประเทศ ถือเป็นองค์กรสังกัดสหประชาชาติ และเป็นองค์กรของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในสหประชาชาติด้วย
            จุดแข็งประการหนึ่งของกลุ่มคือการมีจำนวนสมาชิกมากกว่าเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศจีนเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มด้วย
ในช่วงทศวรรษ 1950-60 เป็นช่วงที่มีประเทศเกิดใหม่จำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นอดีตอาณานิคม หลายประเทศกำลังเริ่มสร้างประเทศ มีอำนาจต่อรองน้อย ในขณะที่ชาติมหาอำนาจพยายามครอบงำทางการเมือง กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาจึงรวมกันก่อตั้ง “กลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด” (Non-Aligned Movement: NAM) เพื่อต้านแรงกดดันจากชาติมหาอำนาจทั้งเรื่องความพยายามที่จะครอบงำ และกำลังขัดแย้งรุนแรงด้วยเหตุสงครามเย็น
NAM จึงตั้งขึ้นด้วยเหตุผลการเมืองระหว่างประเทศเป็นหลัก

            แต่หลังจากนั้นไม่นาน เริ่มตระหนักว่าประเด็นเศรษฐกิจมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าการเมืองระหว่างประเทศ เนื่องจากหลายประเทศเดิมเป็นอาณานิคม แม้ประกาศอิสรภาพแล้วแต่ระบบเศรษฐกิจยังอิงกับประเทศเจ้าอาณานิคม อยู่ในสภาพเสียเปรียบ จึงหวังปลดปล่อยตัวเองให้พ้นจากการครอบงำทั้งจากรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ เป็นที่มาของ G-77

            ในปี 1974 G-77 เสนอระเบียบเศรษฐกิจนานาชาติแบบใหม่ (New International Economic Order: NIEO) เนื่องจากเห็นว่าระเบียบการค้าระหว่างประเทศที่มีอยู่เป็นระบบซึ่งประเทศกำลังพัฒนาเสียเปรียบ ขาดดุลการค้า ก่อปัญหาภายในมากมาย จึงต้องปฏิรูประบบเสียใหม่ ทั้งยังอ้างว่าระเบียบการค้าที่มีอยู่เกิดขึ้นในช่วงที่หลายประเทศยังไม่เกิดจึงไม่เป็นธรรมต่อพวกเขา ระเบียบการค้าโลกจะต้องสะท้อนความต้องการของประเทศที่กำลังพัฒนาด้วย ความมั่งคั่งจะต้องไม่กระจุกตัวที่บางประเทศเท่านั้นควรกระจายแก่ประเทศอื่นๆ ให้เท่าเทียมกว่านี้
            แนวคิดของ NIEO ตั้งอยู่บนทฤษฎีพึ่งพา (dependency theory) นายทุนของชาติอุตสาหกรรมควบคุมกฎการค้าเพื่อให้ประเทศอื่นๆ ยากจน อยู่ในฐานะต้องพึ่งพาประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการกดราคาสินค้าเกษตร สินแร่ต่างๆ ในขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมมีราคาสูงกว่ามาก ประเทศกำลังพัฒนาต้องขายของถูกแต่ซื้อของแพง เป็นโครงสร้างเศรษฐกิจพึ่งพาที่ไม่เท่าเทียมกัน
            G-77 NAM และ UNCTAD ร่วมกันเป็นแกนนำผลักดัน NIEO แต่ไม่เป็นผล

            ต่อมาในกลางทศวรรษ 1980 ทางกลุ่มหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนจากต่างชาติ ขอลดหนี้หรือยกเลิกหนี้ ลดหย่อนภาษีสินค้าส่งออก ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (generalized system of preferences: GSP) คือหนึ่งในผลงานของ G-77 ที่ได้รับการกล่าวขวัญมากที่สุด สามารถเจรจากับประเทศพัฒนาแล้วเพื่อลดภาษีสินค้าส่งออกของประเทศกำลังพัฒนา ได้ข้อตกลงว่าสินค้าบางอย่างจากประเทศกำลังพัฒนาจะได้รับการลดหย่อนภาษีโดยพิจารณาเป็นรายประเทศ
            ปัจจุบันเป้าหมายสำคัญของ G-77 ยังเป็นเรื่องเศรษฐกิจ และได้ขยายเป้าหมายสู่ประเด็นอื่นๆ ในทุกด้าน

            ประธานกลุ่ม (Chairman) คือผู้มีบทบาทสำคัญที่สุด ทำหน้าที่เป็นโฆษกของกลุ่ม ตำแหน่งประธานจะสลับเปลี่ยนหมุนเวียนตามภูมิภาคที่แบ่งออกเป็น 3 เขต ได้แก่ แอฟริกา เอเชียแปซิฟิก และลาตินอเมริกากับคาริเบียน ตำแหน่งประธานมีวาระ 1 ปี
            การประชุมที่สำคัญที่สุดคือการประชุมที่เรียกว่า “The South Summit” สถานที่จัดประชุมจะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนตามภูมิภาคเช่นกัน อีกการประชุมที่สำคัญคือการประชุมประจำปีระดับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ (The Annual Meeting of the Ministers for Foreign Affairs of the Group of 77) ที่จะจัดควบคู่การประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ณ กรุงนิวยอร์ก กลายเป็นหนึ่งในการประชุมกลุ่มย่อยที่สำคัญที่สุดของสหประชาชาติ
            ทุกวันนี้ การประชุมของ G-77 เป็นเวทีที่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนากำหนดจุดยืนร่วมกัน พร้อมๆ กับที่แต่ละประเทศมีความร่วมมือกับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ เป็นการส่วนตัว มีความร่วมมือในระดับภูมิภาคที่ตนสังกัด

ข้อเสนอปรับปรุงสหประชาชาติจาก G-77 :
            กันยายน 1997 G-77 ได้ข้อสรุปปรับปรุงสหประชาชาติ เป็นมุมมองข้อคิดที่น่าสนใจ G-77 เริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามว่าการดำเนินงานของสหประชาชาติสะท้อนความต้องการของประชาชนในประเทศกำลังพัฒนามากน้อยเพียงใด หรือว่านับวันสหประชาชาติยิ่งถูกควบคุมกำกับโดยชาติมหาอำนาจ สหประชาชาติควรเป็นองค์กรเพื่อยับยั้งอำนาจที่ต้องการครอบครองความเป็นเจ้าไม่ว่าจะด้านการเมือง เศรษฐกิจ เป็นองค์กรที่ทำเพื่อสมาชิกทุกประเทศไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก
            การที่ประเทศพัฒนาแล้วพยายามจำกัดบทบาทสหประชาชาติ รักษาองค์กรระหว่างประเทศที่ดูแลเศรษฐกิจโลกอย่างสถาบันจาก Bretton Woods, WTO, Group of 7 และ OECD เท่ากับเป็นการกีดกันสหประชาชาติไม่ให้ดูแลเศรษฐกิจทั้งๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญ รวมทั้งประเด็นการเมืองอันเนื่องจากนโยบายของสถาบันเหล่านั้นด้วย ผลลัพธ์คือการกีดกันบทบาทของประเทศกำลังพัฒนา สวนทางกับเจตจำนงของสหประชาชาติ สมัชชาควรมีบทบาทกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก

            ประเทศพัฒนาแล้วพยายามผลักดันให้สหประชาชาติเล็กลง ให้งบประมาณเฉพาะประเด็นที่พวกเขาสนใจ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาพยายามลดบทบาทสมัชชา ควบคุมสหประชาชาติไปในทิศทางที่เอื้อประโยชน์ต่อชาติที่พัฒนาแล้ว
สมัชชาควรมีบทบาทในลงมติการคว่ำบาตรประเทศใดประเทศหนึ่ง อีกทั้งไม่ควรที่ประเทศหนึ่งประเทศใดจะคว่ำบาตรประเทศอื่นโดยปราศจากข้อมติสหประชาชาติ
            ประเทศที่พัฒนาแล้วบางประเทศพยายามผลักดันให้สหประชาชาติใช้ประเด็นสิทธิมนุษยชนเพื่อแก้ไขโครงการรัฐบาลและการเมืองของประเทศที่มีปัญหา เป็นการบั่นทอนหลักอธิปไตยชาติขัดแย้งหลักการของสหประชาชาติ
            ในอนาคตจะต้องสหประชาชาติโปร่งใสกว่านี้ เป็นพหุสังคมและประชาธิปไตย กระบวนการตัดสินใจต้องยึดหลักประชาธิปไตยมากกว่าที่เป็นอยู่

วิเคราะห์ ข้อเสนอปรับปรุงสหประชาชาติจาก G-77 :
          ประการแรก การต่อสู้เพื่อปรับปรุงสหประชาชาติ
            เมื่อพิจารณาแนวคิดการพัฒนาปรับปรุงสหประชาชาติของกลุ่มต่างๆ ข้อเสนอและข้อโต้แย้งแนวทางการปรับปรุงชี้ให้เห็นถึงการต่อสู้แข่งขันทั้งระดับระหว่างกลุ่มกับภายในกลุ่ม ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งของเวทีโลกไม่ว่าประเด็นการครอบงำของชาติมหาอำนาจ ประเทศที่พัฒนาแล้ว ความพยายามเพิ่มอิทธิพลของตนเองในสหประชาชาติ ผลักดันให้ไปในทิศทางที่เอื้อต่อกลุ่มตน ประเทศตนเป็นหลัก
            ทั้งหมดสะท้อนความเป็นไปของสหประชาชาติที่เป็นอยู่จริงในขณะนี้

          ประการที่ 2 บริบทเปลี่ยนไปและซับซ้อนกว่าเดิม
            จากข้อเสนอปรับปรุงสหประชาชาติของ G-77 บ่งบอกมุมมองที่แตกต่างระหว่างกลุ่มประเทศกำลังพัฒนากับประเทศที่พัฒนาแล้ว ผลประโยชน์ที่ขัดแย้ง
แนวคิดของ NIEO ที่นำเสนอในทศวรรษ 1970 ตั้งอยู่บนทฤษฎีพึ่งพา เห็นว่าโครงสร้างระบบเศรษฐกิจโลกมาจากการจัดวางของประเทศที่พัฒนาแล้ว เป็นโครงสร้างที่ประเทศกำลังพัฒนาเสียเปรียบ ต้องพึ่งพาประเทศที่พัฒนาแล้ว ขายของถูกแต่ซื้อของแพง จึงเรียกร้องแก้ไขระบบเศรษฐกิจโลก
ในเวลาต่อมา G-77 ได้ปรับยุทธศาสตร์เน้นส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ ทำให้เศรษฐกิจระหว่างประเทศพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันมากขึ้น ในแง่หนึ่งแม้จะยังเสียเปรียบ แต่เร่งให้เศรษฐกิจเติบโต ประเทศพัฒนาทางวัตถุอย่างรวดเร็ว
            และพัฒนามาเป็นยุคโลกาภิวัตน์ในปัจจุบัน ที่ประชาชนจำนวนมากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อายุขัยเฉลี่ยสูงขึ้น แต่ช่องว่างความมั่งคั่งถีบห่างมากขึ้นเช่นกัน พร้อมกับปัญหาใหม่ความท้าทายใหม่อีกหลายประเด็น

          ประการที่ 3 ทำเพื่อประโยชน์ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาหรือ
            การดำเนินการของ G-77 ดูราวกับว่ากลุ่มประเทศกำลังพัฒนาได้ร่วมมือร่วมใจอย่างมีเอกภาพ ผลักดันวาระของพวกเขาดังที่ปรากฏ ในอีกมุมหนึ่งเกิดคำถามว่ากลุ่มประเทศกำลังพัฒนามีเอกภาพจริงหรือ มากน้อยเพียงใด ในเมื่อแต่ละประเทศยังพยายามแสวงหาความช่วยเหลือจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ต่างหวังรับการลงทุนจากต่างชาติ เร่งการส่งออก เจรจาต่อรองผลประโยชน์ทั้งทางตรงทางลับกับประเทศที่พัฒนาแล้ว
            ในด้านหนึ่ง G-77 เป็นเวทีแสดงท่าทีจุดยืนร่วม ในขณะเดียวบางประเทศอาจใช้เป็นเครื่องเพื่อต่อรองผลประโยชน์ให้กับตัวเองเท่านั้น เป็นอีกเหตุผลว่าทำไมกลุ่มจึงมีผลงานน้อย

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
            บรรดารัฐบาลของ G-77 พยายามชี้ว่าปัญหาอันเนื่องจากการเอารัดเอาเปรียบของประเทศที่พัฒนาแล้ว นายทุนข้ามชาติที่ขูดรีด เป็นต้นเหตุให้ประเทศกำลังพัฒนายากจน เกิดปัญหาภายในมากมาย สหประชาชาติเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่สะท้อนการเอารัดเอาเปรียบดังกล่าว สหประชาชาติไม่ได้ดูแลผลประโยชน์ของประชาชนในหมู่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างเต็มที่
            เรื่องเหล่านี้เป็นจริงไม่มากก็น้อย

            ในอีกมุมหนึ่งเป็นเรื่องจริงเช่นเดียวกันว่า ผู้นำหลายประเทศของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนากดขี่ขูดรีดคนในประเทศเดียวกัน
            ถ้าเรามองทั้งโลก มีประเทศร่ำรวยกับยากจน ถ้ามองในระดับประเทศมีคนมั่งมีกับยากจน มีความไม่เท่าเทียมกันเช่นกัน
            ที่สำคัญกว่านั้นคือในแง่แนวคิด เป้าหมายการพัฒนาผิดพลาดหรือไม่ ที่มุ่งแต่ฐานะทางเศรษฐกิจ มุ่งพัฒนาสะสมวัตถุ ทำให้ทั้งโลกจ้องจะแย่งชิงเพื่อครอบครองความมั่งคั่ง วัตถุสิ่งของ
การปฏิรูปต้องปฏิรูปที่หลักคิดก่อน ถ้าหลักคิดผิดก็จะยังวนเวียนอยู่ในวงวันแห่งปัญหา ความทุกข์ยากไม่สิ้นสุด
------------------------------

บรรณานุกรม:
1. Braveboy-Wagner, Jacqueline Anne. (2007). Group of 77. In Encyclopedia of Governance. (pp.400-401). USA: SAGE Publications.
2. DK. (2010, April 17). BANDUNG SPIRIT. Retrieved from http://www.bandungspirit.org/spip.php?article4
3. Grieb, K. J. (2008). New International Economic Order (NIEO). In Encyclopedia of the United Nations (2nd Ed.). (pp.309-310). USA: Facts On File.
4. Kegley, Charles W., & Blanton, Shannon L. (2011). World Politics: Trend and Transformation, (2010-2011 Ed.). MA: Wadsworth Publishing.
5. Phipps, Peter. (2012). Neocolonialism. In Encyclopedia of Global Studies. (Vol. 2., pp.1232-1236). USA: SAGE Publications.
6. The Group of 77. (2015). A Commentary on "Renewing the United Nations: A Programme for Reform": A policy brief prepared by the South Centre at the request of the Group of 77. Retrieved from http://www.g77.org/doc/policy%20brief.htm
7. The Group of 77. (2015). About the Group of 77. Retrieved from http://www.g77.org/doc/
--------------------------------

อาเซียนแทรกแซงเมียนมา หรือเมียนมาแทรกแซงอาเซียน

15 ตุลาคม 2017 ชาญชัย คุ้มปัญญา (ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “ สถานการณ์โลก ” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7646 วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2560) ...