ทฤษฎีดุลแห่งอำนาจ (Balance of Power) ในบริบทอาเซียน

ทฤษฎีดุลแห่งอำนาจ : ทฤษฎีดุลแห่งอำนาจ (Balance of Power) เป็นแนวคิดที่พัฒนามาจากสำนักสัจนิยม (Realist School) นักวิชาการบางคนเห็นว่าตามประวัติศาสตร์ยุโรปแนวคิดนี้ถูกใช้ตั้งแต่ปีค.ศ.1648 จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นช่วงเวลาที่ยุโรปสงบสุขถึง 266 ปี เหตุที่ใช้ได้ผลเพราะประเทศในยุโรปสมัยนั้นไม่มีประเทศใดเพียงประเทศเดียวที่เป็นมหาอำนาจ
            ทฤษฎีดุลแห่งอำนาจจึงเป็นหลักการหรือกลไกจัดระเบียบยุโรปในสมัยนั้น เป็นแนวทางการรักษาความมั่นคงระหว่างประเทศที่สำคัญ และยังคงใช้อยู่ในปัจจุบัน
            A. E. Campbell กับ Richard Dean Burns อธิบายว่าเริ่มต้นของดุลแห่งอำนาจเป็นเพียงหลักการง่ายๆ ว่าหากประเทศในกลุ่มมี ความสมดุลจริง’ (just equilibrium) ก็จะทำให้แต่ละประเทศมีความเข้มแข็งเพียงพอที่แสดงความต้องการที่แท้จริงของตน
            แนวทางของสมดุลแห่งอำนาจ คือ การพยายามรักษาให้กลุ่มหรือฝ่ายที่เป็นอริกันนั้นมีอำนาจเท่าเทียมกัน หากมีฝ่ายใดที่กำลังมีอำนาจเหนืออีกฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน ประเทศที่แต่เดิมเป็นกลางก็จะต้องหันไปสนับสนุนฝ่ายที่กำลังตกเป็นเบี้ยล่าง อาจเรียกประเทศดังกล่าวว่าเป็น ผู้รักษาสมดุล (keeper of the balance) ผลคือต่างฝ่ายต่างไม่ทำสงครามต่อกันเพราะรู้ว่าไม่อาจมีชัยในสงคราม
            ดังนั้น จึงไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวร แต่ต้องถ่วงดุลเพื่อไม่ให้ประเทศใดประเทศหนึ่งหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกล้าก่อสงคราม

บริบทอาเซียน :
            สถานการณ์หรือบริบทที่อาเซียนกำลังเผชิญอยู่คือการดำรงอยู่ของ 2 มหาอำนาจ อันได้แก่ จีนกับสหรัฐ อาเซียนรู้จักทั้ง 2 ประเทศอย่างดี ถ้าเป็นประเทศจีนสามารถย้อนประวัติศาสตร์เป็นพันปี ส่วนในยุคนี้ไม่มีความจำเป็นต้องเอ่ยถึงความเป็นมหาอำนาจของสหรัฐให้ยืดยาว
            การช่วงชิงผลประโยชน์ของ 2 มหาอำนาจที่เกี่ยวพันกับอาเซียนมีรอบด้าน อาเซียนมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจสังคมกับจีนและสหรัฐที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันนับวันจีนจะเข้มแข็งขึ้น กลายเป็นประเทศที่รัฐบาลสหรัฐวิตกกังวลว่าจะมีอิทธิพลเหนือตน จึงดำเนินนโยบายหลายอย่างหวังสกัดกั้นการก้าวขึ้นมาของจีน ประเด็นทะเลจีนใต้ การเดินเรือเสรี ข้อพิพาทการอ้างกรรมสิทธิ์ในอาณาเขตบางส่วนระหว่างชาติสมาชิกอาเซียนกับจีน กลายเป็นอีกประเด็นให้สหรัฐเข้ามาพัวพันและเพิ่มความขัดแย้งกับจีน

ยุทธศาสตร์ดุลแห่งอำนาจของอาเซียน :
            อาเซียนแม้มีชาติสมาชิก 10 ประเทศ แต่ไม่อาจสู้อำนาจของจีนหรือสหรัฐ ที่สำคัญคือหวังให้ภูมิภาคมีเสถียรภาพ สงบเรียบร้อย อันหมายถึงชาติสมาชิกทุกประเทศได้อยู่ในบรรยากาศภูมิภาคสงบเรียบร้อยด้วย เป็นโจทย์ที่อาเซียนต้องหาคำตอบ หนึ่งในคำตอบนั้นคืออาศัยทฤษฎีดุจแห่งอำนาจ มีรายละเอียดโดยสังเขป ดังนี้

ประการแรก อาเซียนจะไม่ปะทะโดยตรงกับชาติมหาอำนาจ
            ไม่ใช่วิธีการที่ชาญฉลาดแน่นอนถ้าอาเซียนหรือชาติสมาชิกประเทศใดประเทศหนึ่งจะปะทะกับมหาอำนาจโดยตรง ในการนี้ไม่ได้หมายความว่าอาเซียนหรือชาติสมาชิกจะไม่รู้จักแสดงท่าทีแข็งกร้าว แต่จะต้องไม่เป็นเหตุบานปลายกลายเป็นสงครามใหญ่ เพราะไม่อาจสู้และจะเสียหายหนัก ดังนั้นต้องไม่ล้ำเส้นสู่การทำสงคราม มุ่งแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี คืนความสงบแก่ภูมิภาค
            ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาฟิลิปปินส์กับเวียดนามเป็นกรณีตัวอย่าง ทั้ง 2 ประเทศพิพาทกับจีนเรื่องการอ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ มีการเผชิญหน้าหลายครั้ง แต่ไม่ปล่อยให้บานปลายกลายเป็นสงครามใหญ่ ที่สุดแล้วหลังการเจรจาทั้งทางตรงทางลับสถานการณ์คืนสู่ความสงบ และวนเวียนเช่นนี้เป็นระยะๆ

ประการที่ 2 เรียกร้องให้มหาอำนาจมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์
ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธคือทั้งจีนกับสหรัฐต้องการมีบทบาทในภูมิภาค เป็นเช่นนี้มานานและคงจะเป็นเช่นนี้อีกต่อไป ไม่ว่าอาเซียนจะเชื้อเชิญหรือไม่ชาติมหาอำนาจจะเข้ามาพัวพัน (engage) เป็นลักษณะพื้นฐานของมหาอำนาจอยู่แล้ว เมื่อไม่สามารถกีดขวางจึงเปลี่ยนเป็นขอให้ทั้ง 2 ประเทศแสดงบทบาทในทางสร้างสรรค์ และให้เกิดการถ่วงดุลซึ่งกันและกัน การที่สามารถดึงมหาอำนาจมาถ่วงดุลกันเองเป็นเพราะทั้งจีนกับฝ่ายสหรัฐต่างต้องการผลประโยชน์ในภูมิภาค
ในอีกด้านหนึ่งต้องมองการดำรงอยู่ของมหาอำนาจในแง่บวก การดำรงอยู่ของทั้ง 2 มหาอำนาจมีข้อดีหลายอย่าง มีคุณประโยชน์ต่ออาเซียนทุกด้าน ถ้ามองในแง่บวกจะเห็นเป็นโอกาส อาเซียนไม่ควรโดดเดี่ยวตัวเอง

ลี เซียนลุง (Lee Hsien Loong) นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ อธิบายอย่างชัดเจนว่า ถ้าพูดอย่างมองโลกตามความจริง การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประเด็นคือเป็นการแข่งขันแบบใด
            รูปแบบหนึ่งคือการแข่งขันที่อยู่ในกรอบกติกาและบรรทัดฐานระหว่างประเทศ จีนคือกรณีตัวอย่างที่แสวงหาความร่วมมือ สร้างมิตรภาพกับทุกประเทศในเอเชีย ดำเนินนโยบายสร้างแนวเขตเศรษฐกิจเส้นทางสายไหม ก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank: AIIB) AIIB เสริมสร้างอิทธิพลระดับโลกแก่จีน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอบสนองความต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความต้องการเงินทุนของประเทศในภูมิภาค เป็นกรณีตัวอย่างว่าจีนสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ อย่างสร้างสรรค์ AIIB ไม่ต่างจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือธนาคารโลก หรือการที่ญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญในธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank)
            นี่เป็นนโยบายที่ชอบธรรม สร้างสรรค์ สิงคโปร์จึงสนับสนุน AIIB

            และในที่ประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐสมัยพิเศษ (U.S.-ASEAN Leaders Summit) ที่เมือง Rancho รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นายกฯ ลีกล่าวว่าสหรัฐเป็นหุ้นส่วนสำคัญของอาเซียน ทั้ง 2 ฝ่ายร่วมมือหลายด้าน หวังว่าในอนาคตสหรัฐจะพัวพันกับอาเซียนอย่างสร้างสรรค์ดังเช่นสมัยของประธานาธิบดีโอบามา และมีความสัมพันธ์กับมหาอำนาจอื่นๆ อย่างสร้างสรรค์เช่นกัน สหรัฐมีบทบาทสำคัญเรื่องต่อต้านก่อการร้าย เสรีภาพในการเดินเรือและการยึดถือกฎหมายระหว่างประเทศ ด้วยการพัวพันอย่างลงลึกเสมอต้นเสมอปลายจะเป็นเหตุให้สหรัฐมีอิทธิพลในเอเชียดียิ่งกว่าที่เป็นอยู่ กระตุ้นให้ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเล่นตามกฎและใช้สันติวิธี
            จะเห็นได้ว่าอาเซียนไม่ปฏิเสธอีกทั้งยังสนับสนุนให้ 2 มหาอำนาจเข้ามาเกี่ยวพันกับอาเซียน แต่ทั้งหมดขอให้ดำเนินการในทางการสร้างสรรค์ มุ่งสร้างความสุขความเจริญ

            ในอีกมุมหนึ่ง คำพูดของนายกฯ ลี บ่งบอกเป็นนัยว่า อาเซียนจะสนับสนุนมากกว่านี้ถ้าสหรัฐแสดงบทบาทในทางสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่องเสมอต้นเสมอปลาย มุ่งความสงบสุขเรียบร้อยของภูมิภาค หากสหรัฐแสดงบทบาทในทางตรงข้าม อาเซียนจะถอยห่างจากสหรัฐ ซึ่งหมายความจะจับมือกับจีนเพื่อต้านสหรัฐ
            เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ดุลแห่งอำนาจ

ถ้ามองในภาพกว้าง อาเซียนไม่ได้ละเลยตัวแสดงอื่นๆ เช่น ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป รัสเซีย หรือแม้แต่อินเดียที่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะมีประชากรมากที่สุดในโลกในไม่ช้า มีพรมแดนติดอาเซียนทางตะวันตก

จุดอ่อนของทฤษฎีดุลแห่งอำนาจ :
            ทฤษฎีหรือแนวคิดต่างๆ มีจุดแข็งจุดอ่อนในตัวมันเองเสมอ ทฤษฎีดุลแห่งอำนาจก็เช่นกัน เช่น
            ประการแรก ยากจะประเมินพลังอำนาจของอีกฝ่าย
            ในทางปฏิบัติเป็นการยากที่จะประเมินพลังอำนาจของอีกฝ่ายอย่างถูกต้อง ยกตัวอย่างการประเมินพลังอำนาจทางทหาร ขีดความสามารถของกองทัพขึ้นกับหลายปัจจัย ไม่ใช่เพียงชนิดหรือจำนวนเท่านั้น นอกจากนี้ ต้องประเมินพลังอำนาจในด้านอื่นๆ ประกอบด้วย ไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจ ความเข้มแข็งของการเมืองภายใน ประชากร
            ประการที่ 2 ยากจะบรรลุหรือรักษาจุดแห่งความสมดุล
            การจะรักษาให้อยู่ในภาวะสมดุลไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะขึ้นกับปัจจัยมากมาย บริบทภายในและระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จึงมีปัญหาว่าหากประเทศมีขีดจำกัดหรือไม่สามารถรักษาสมดุลแล้ว ย่อมกลายเป็นเหตุไม่บรรลุเป้าหมายหลักการ หรือไม่หากประชาชนไม่สนใจรักษาสมดุลดังกล่าว
            ประการที่ 3 ต้องการครอบครอง
            รัฐที่ประกาศยึดหลักสมดุลอำนาจเพราะเชื่อว่าหากยึดทฤษฎีดังกล่าวทุกประเทศจะไม่ทำสงคราม แต่ไม่ใช่ทุกรัฐหรือผู้นำประเทศทุกคนที่ไม่ต้องการขยายอำนาจ การที่ฮิตเลอร์ก่อสงครามโลกครั้งที่สองไม่ได้คำนึงเรื่องสมดุลอำนาจ เพราะไม่มีเป้าหมายรักษาสมดุล ปรารถนาสร้างสังคมอารยันตามความใฝ่ฝันของตน เช่นเดียวกับสังคมนิยมคอมมิวนิสต์โซเวียตก็ไม่คำนึงเรื่องสมดุลอำนาจแต่ต้องการปฏิวัติชนชั้นกรรมาชีพทั่วโลก ญี่ปุ่นโจมตีสหรัฐในสงครามโลกครั้งที่สองก็ด้วยเหตุผลหวังครอบครองเอเชีย
            Peloponnesian War เป็นตัวอย่างประวัติศาสตร์ว่าในบางครั้งมีความคิดไม่ต้องการให้รัฐหรือเมืองคู่แข่งมีอำนาจทัดเทียมกับตน ในปี 431 ก่อนคริสตศักราช สปาร์ตา (Sparta) กับเอเธนส์ (Athens) ทำสงครามกัน ธูซิดดิดีส (Thucydides) อธิบายว่าเดิม 2 รัฐอยู่ด้วยกันอย่างสงบ แต่เมื่อสปาร์ตาเห็นว่าเอเธนส์มีอำนาจมากขึ้นเรื่อยๆ และเกรงว่าสักวันหนึ่งอาจรุกรานสปาร์ตา จึงตัดสินใจชิงโจมตีเอเธนส์ก่อน

ใช้ยุทธศาสตร์ดุลแห่งอำนาจอย่างระมัดระวัง :
            ปัญหาของทฤษฎีดุลแห่งอำนาจสำหรับอาเซียนคือมีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ที่วันหนึ่งเมื่อเกิดเหตุร้ายจริง จีนจะลังเลในการยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ความช่วยเหลือจะจริงจังมากเพียงใด หรือในทางกลับกันสหรัฐพร้อมจะถ่วงดุลจีนอย่างจริงจังเพื่ออาเซียนกระนั้นหรือ
            ปัญหาอีกข้อนักวิเคราะห์ Eric Chiou เอ่ยถึงกรณีฟิลิปปินส์ เห็นว่าใจว่าเนื่องจากเป็นประเทศเล็ก มีพลังอำนาจป้องกันประเทศต่ำ จึงกระตือรือร้นที่จะร่วมมือกับสหรัฐ ยอมให้กองทัพสหรัฐเข้ามาใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในประเทศ แลกกับการได้รับการปกป้องจากภัยคุกคามจีน แต่ตั้งคำถามว่ายุทธศาสตร์ของดังกล่าวเสี่ยงที่จะนำประเทศให้เผชิญหน้ากับจีนมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ เพราะพลังอำนาจของสหรัฐกำลังถดถอย และอาจถูกทอดทิ้งก็เป็นได้
21 กุมภาพันธ์ 2016
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7045 วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2559)
-------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง : 
ทฤษฎีสัจนิยมให้ความสำคัญกับความมั่นคงแห่งชาติมากที่สุด รัฐต้องระแวดระวัง เตรียมการรับมือภัยคุกคามทุกชนิด พร้อมเผชิญหน้าฝ่ายตรงข้าม แต่ภายใต้แนวคิดนี้นโยบายความมั่นคงแห่งชาติเต็มด้วยความหวาดระแวง ความไม่เชื่อใจ กลายเป็นดาบสองคมให้ประเทศเพื่อนบ้านมองด้วยความหวาดระแวง มองอย่างเป็นภัยคุกคามเช่นกัน นโยบายความมั่นแห่งชาติญี่ปุ่นสะท้อนลักษณะดังกล่าวอย่างชัดเจน

บรรณานุกรม:
1. Acharya, Amitav. (2014). Thinking Theoretically about Asian IR. In David Shambaugh and Michael Yahuda (Eds.), International Relations of Asia (2nd ed.). Maryland : Rowman & Littlefield.
2. Au Yong, Jeremy. (2016, February 16). PM Lee Hsien Loong calls on US to stay the course in Asia. The Straits Times. Retrieved from http://www.straitstimes.com/world/united-states/pm-lee-calls-on-us-to-stay-the-course-in-asia
3. Campbell, A. E., & Burns, Richard Dean. (2002). Balance of Power. In Encyclopedia of American Foreign Policy (2nd Ed., Vol 1). USA: Sage Publications.
4. Chiou, Eric. (2014, February 26). The shadow of conflict in East Asia. Taipei Times. Retrieved from http://www.taipeitimes.com/News/editorials/archives/2014/02/26/2003584357
5. D'Anieri, Paul. (2012). International Politics: Power and Purpose in Global Affairs. USA: Wadsworth.
6. Lee Hsien Loong. (2015, May 29). Keynote Address: Lee Hsien Loong. IISS Shangri-La Dialogue 2015. Retrieved from https://www.iiss.org/en/events/shangri%20la%20dialogue/archive/shangri-la-dialogue-2015-862b/opening-remarks-and-keynote-address-6729/keynote-address-a51f
7. Magstadt, Thomas M. (2009). Understanding Politics (8th Ed.). CA: Wadsworth/Cengage Learning.
8. Rafferty, Kirsten., & Mansbach, Richard. (2012). Introduction to Global Politics (2nd ed.). New York: Routledge.
9. Spykerman, Kimberly. (2016, February 16). PM Lee outlines 3 trends that will influence the strategic landscape in Asia. Channel News Asia. Retrieved from http://www.channelnewsasia.com/news/singapore/pm-lee-outlines-3-trends/2519878.html
-----------------------------

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง
เบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักหมื่นครับ สนใจคลิกดูก่อนครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ
ติดต่อ ไลน์ ck09105

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19
สนใจคลิกที่รูป