ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ หน้า 5

“รัฐศาสตร์ คืออะไร” หมายถึง การศึกษาอย่างเป็นระบบเพื่อเข้าใจ การได้มาและการใช้อำนาจ ของหน่วยการเมือง (บุคคลหรือกลุ่มบุคคล ประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศ)
            “รัฐศาสตร์” ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า “Political Science”
            เข้าใจง่ายๆ ว่าหมายถึง การศึกษาอย่างเป็นระบบเพื่อเข้าใจ การได้มาและการใช้อำนาจ ของหน่วยการเมือง (บุคคลหรือกลุ่มบุคคล ประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศ)
            ฮาโรลด์ ลาสเวลล์ (Harold Lasswell, 1958) ให้นิยามว่า รัฐศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่ศึกษาถึงเรื่องของการเมือง เพื่อดูว่า “ใครได้อะไร เมื่อใด และอย่างไร” โดยคำว่า “ใคร” ได้แก่ ผู้นำทางการเมือง พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ ตลอดจนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งต่างเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนทางการเมือง คำว่า “อะไร” หมายถึง สิ่งที่รัฐบาลได้กระทำหรือละเว้นไม่กระทำอันเป็นผลลัพธ์ของกระบวนทางการเมือง เช่น นโยบาย และคำว่า “อย่างไร” หมายถึง วิธีการที่ใช้ในกระบวนการทางการเมือง เช่น การลงคะแนนเลือกตั้ง การโน้มน้าวใจ (Lobby) การประท้วง เป็นต้น

            กระมล ทองธรรมชาติ และเชาวนะ ไตรมาส (2546) กล่าวว่า รัฐศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับรัฐ (State) การเมือง (Politics) และการปกครอง (Government) โดยมีรายละเอียดดังนี้
            1. รัฐศาสตร์เป็นศาสตร์เกี่ยวกับรัฐ มุ่งอธิบายรัฐในมิติต่างๆ เช่น กำเนิดของรัฐ องค์ประกอบของรัฐ พัฒนาการของรัฐ รูปแบบและโครงสร้างของรัฐ อำนาจอธิปไตยของรัฐ เป็นต้น
            2. รัฐศาสตร์เป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง มุ่งอธิบายลัทธิอุดมการณ์ทางการเมือง เช่น อุดมการณ์เสรีนิยม อุดมการณ์อำนาจนิยม เป็นต้น อธิบายโครงสร้างสถาบันและการทำหน้าที่ของสถาบันทางการเมือง เช่น สถาบันที่ทำหน้าที่กำหนดกติกาทางการเมือง สถาบันที่ทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ เป็นต้น อธิบายถึงพัฒนาการทางการเมือง การมีส่วนร่วมทางการเมือง กระบวนการทางการเมือง การควบคุมและตรวจสอบทางการเมือง
            3. รัฐศาสตร์เป็นศาสตร์เกี่ยวกับการปกครอง มุ่งอธิบายเกี่ยวกับอำนาจสูงสุดของรัฐ เช่น การกำหนดที่มา ความเป็นเจ้าของ วิธีการนำอำนาจอธิปไตยไปใช้ เป็นต้น อธิบายรูปแบบและกลไกสถาบันในการปกครองของรัฐ เช่น รัฐบาลแบบรัฐสภา รัฐบาลแบบประธานาธิบดี เป็นต้น อธิบายแบบแผนและกระบวนการในการปกครองของรัฐ เช่น การแบ่งแยกอำนาจ การตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจระหว่างองค์กรอำนาจด้านนิติบัญญัติกับด้านบริหาร เป็นต้น
สนใจคลิกที่รูป
                          ดังนั้น รัฐศาสตร์จึงให้คำตอบหรืออธิบายเรื่องต่างๆ อย่างเป็นระบบ มีทฤษฎี และรูปแบบ (model) รองรับ และข้อเท็จจริง (fact) ที่เกิดขึ้นใหม่ๆ จะเป็นตัวสร้างทฤษฎีและรูปแบบการอธิบายต่างๆ อย่างไรก็ตาม พึงระลึกเสมอว่ารัฐศาสตร์ยังไม่มีทฤษฎีใดที่สามารถอธิบายปรากฎการณ์ทางการเมืองทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ จำเป็นตัวอาศัยทฤษฎีหลายตัวเพื่ออธิบายซึ่งบางครั้งทฤษฎีก็ขัดแย้งกันเองด้วย ด้วยความจริงข้อนี้จึงเป็นเสน่ห์ของวิชานี้ที่ทุกคนมีโอกาสสร้างทฤษฎีของตนเองเพื่ออธิบายข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จนกว่าจะมีใครคนหนึ่งมาหักล้างทฤษฎีที่เราสร้างขึ้น

“วิธีการศึกษารัฐศาสตร์”
            Jacobson เสนอว่า ไม่ควรศึกษารัฐศาสตร์จากแนวคิดในสมองหรือจากความจำ แต่ยึดหลักการศึกษาการทดลองเหมือนวิชาเคมี ห้องทดลองของรัฐศาสตร์ คือ โลกที่อยู่นอกชั้นเรียนที่สามารถรับรู้ได้ผ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร โครงการ เอกสาร สุนทรพจน์ การรณรงค์หาเสียง ฯลฯ ซึ่งสามารถหาได้มากมายในอินเตอร์เน็ต
            ศึกษาจากเหตุการณ์จริงทั้งที่เกิดในอดีตและปัจจุบัน เพื่อทดลองว่าสอดคล้องกับทฤษฎีหรือแนวคิด หรือแนววิเคราะห์หรือไม่อย่างไร
            นอกจากนี้ การได้อภิปรายร่วมกันจะเป็นการช่วยให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์เที่ยงตรงมากขึ้น ข้อสรุปที่ได้ก็ผ่านการคัดกรองมากขึ้น การอภิปรายยังช่วยให้ได้ขัดเขลาความคิดร่วมกัน ได้แบ่งปันข้อูลร่วมกัน ได้มุมมองในหลากหลายรูปแบบ
            การศึกษาข้อมูลดิบอย่างเป็นระบบ ที่สุดแล้วจะทำให้เกิดความคิดรวบยอดในตัวมันเอง ซึ่งอาจกลายแนวคิดหรือทฤษฎีการเมืองได้ในที่สุด
เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120
ชาญชัย คุ้มปัญญา
------------------------------
ประชาสัมพันธ์ :
เชิญมาร่วมธุรกิจเครือข่ายกับคุณก้อง อรรฆรัตน์ นิติพล ผู้ผลิตรายการอายุน้อยร้อยล้าน
INDEEM (อินดีม) เครือข่ายผู้บริโภค สินค้าคุณภาพ ใช้ดีแล้วบอกต่อ เพิ่มโอกาสเพิ่มรายได้ เครือข่ายที่ให้ความสำคัญกับสมาชิกทุกคน
https://www.positive4thailand.com/2018/07/INDEEM.html

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

America First, America Lonely

โดนัลด์ ทรัมป์ชูแนวคิด America First พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ประเทศ แต่หลายนโยบายที่ยึดแนวทางนี้ส่งผลให้สหรัฐโดดเดี่ยวตัวเอง โลกกำลังก้าวสู่ความเป็นพหุภาคีมากขึ้น

หลักนโยบายแม่บทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือ “หลักนิยมทรัมป์” (Trump’s Doctrine) ตั้งอยู่บนแนวคิด “America First” (อเมริกาต้องมาก่อน) หมายถึงการบริหารประเทศที่ถือผลประโยชน์ของชาติกับพลเมืองเป็นที่ตั้ง แม้จะขัดแย้งประเทศอื่นๆ ละเมิดศีลธรรมคุณธรรม ตั้งอยู่บนหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบสัจนิยม (Realism) แบบสุดขั้ว ระบบโลกเหมือนป่าดงดิบที่สัตว์ป่าทั้งหลายต่างดิ้นรนหาทางอยู่รอดโดยไม่คำนึงกฎใดๆ ยึดอธิปไตยชาติเป็นสำคัญ รัฐบาลทุกประเทศมีสิทธิ์และมีความรับผิดชอบต่อพลเมืองของตน เป็นลัทธิอเมริกานิยม (Americanism) ไม่ใช่โลกนิยม (globalism) บทความนี้เขียนขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศกว่าปีครึ่งแล้ว ความเป็น “อเมริกาต้องมาก่อน” ปรากฏชัดเจนมากขึ้น ในที่นี้จะนำเสนอบางตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจหลักการดังกล่าวและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ไม่สนกติกาองค์การค้าโลกอีกต่อไป : ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีองค์การค้าโลกเมื่อ…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ติมอร์-เลสเต จะเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 หรือไม่

นับจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1999 จนถึงบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดเข้าร่วมอาเซียนอีก อาเซียนปัจจุบันจึงคงมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลประเทศติมอร์-เลสเตพยายามขอเข้าร่วมสมาคมอาเซียน เกิดคำถามว่าอาเซียนจะมีสมาชิกใหม่หรือไม่ อะไรเป็นเหตุผลการรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิก             เมื่อเอ่ยชื่อประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยไปเยือนประเทศนี้เนื่องจากเป็นรัฐเกิดใหม่ บางคนอาจรู้จักในนามติมอร์ตะวันออกจากข่าวการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างยาวนานกับอินโดนีเซีย ก่อนได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002             ติมอร์-เลสเต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับเอกราชแล้วอาณาเขตรัฐประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่เคยต่อสู้เพื่อเอกราช พวกที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตเมืองหรือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย และพวกที่ลี้ภัยออกนอกอาณาเขตเนื่องจากความไม่สงบที่ผ่านมา สภาพที่ประชาชนมี…