วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ปฏิบัติการกำจัดประธานาธิบดีปูตินของสหรัฐ

22 กุมภาพันธ์ 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6682 วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2098741)

            มาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐกับพันธมิตรดำเนินการอยู่น่าจะมีเป้าหมายหลัก 3 ระดับ ระดับแรกคือระดับประเทศ เป็นการบ่อนทำลายประเทศรัสเซียโดยตรง ระดับที่ 2 คือ ระดับรวมพันธมิตรรัสเซีย เช่น BRICS จีน อิหร่าน ซีเรีย ฯลฯ และระดับที่ 3 คือ การบ่อนทำลายตัวประธานาธิบดีปูตินโดยตรง
            ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจการเมืองจากสหรัฐกับพันธมิตรส่งผลต่อทั้ง 3 ระดับ ระดับรวมพันธมิตรรัสเซียน่าจะเป็นเพียงผลพลอยได้ จึงเหลือเพียง 2 ระดับ จาการวิเคราะห์ มีความเป็นไปได้ว่าน่าจะมุ่งต่อตัวประธานาธิบดีปูตินโดยตรง หวังทำลายคะแนนนิยม เนื่องจากระบบการเมืองรัสเซียปัจจุบันกลุ่มอำนาจเชื่อมโยงกันทั้งหมด การบั่นทอนประธานาธิบดีปูตินคือบั่นทอนฐานอำนาจ หวังว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซียครั้งหน้าในเดือนมีนาคม 2018 รัสเซียจะได้ประธานาธิบดีคนใหม่ เป็นแผนจัดการประเทศคู่แข่งด้วยการกำจัดผู้นำประเทศนั้น

            ตามหลักการเรื่องกำจัดผู้นำ หากผู้นำสิ้นอำนาจ ผู้ติดตามย่อมกระจัดกระจาย หากหัวหน้าครอบครัวมีอันเป็นไปหรือไม่สามารถทำหน้าที่ย่อมสะเทือนทั้งครอบครัว เหมือนกรณีการลอบสังหารยัสเซอร์ อาราฟัต ผู้นำปาเลสไตน์ เพื่อบั่นทอนขบวนการต่อสู้ปลดปล่อยปาเลสไตน์ ความพยายามที่จะลอบสังหารฮิตเลอร์เพื่อยุติสงครามโลกครั้งที่ 2 กลยุทธ์การกำจัดผู้นำเป็นวิธีที่ใช้เสมอมา
            เป็นความคิดที่เชื่อว่าหากผู้นำรัสเซียในอนาคตไม่ใช่วลาดีมีร์ ปูติน รัสเซียจะอ่อนแอ ภัยคุกคามต่อสหรัฐกับพันธมิตรจะลดลงโดยปริยาย
            ภายใต้สมมติฐานนี้ การทำลายเศรษฐกิจรัสเซียเป็นเพียงแผนขั้นต้นก่อนลงมือขั้นต่อไป

เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย รัสเซียวกฤต :
เมื่อมิคาอิล กอร์บาชอฟ (Mikhail Gorbachev) ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหภาพโซเวียตเมื่อปี 1990 ท่านมาพร้อมกับแนวคิดประชาธิปไตย “demokratizatsiya” โดยสอดแทรกผ่านแนวคิดการปฏิรูป “perestroika” หวังว่าแนวทางเหล่านี้จะสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจการเมืองที่สะสมหมักหมมมาอย่างยาวนาน
ผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่คิด เศรษฐกิจปั่นป่วน รายได้ของคนทำงานทั่วไปลดลง 1 ใน 3 ซึ่งหมายถึงคุณภาพชีวิตที่ลดลง ยอดขายโทรทัศน์ ตู้เย็น นม เนื้อล้วนลดลง รัสเซียมีพื้นที่กว้างใหญ่ ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลต้องดิ้นรนช่วยตัวเองในภาวะที่ทุกอย่างขาดแคลน โรงงาน เหมือง สาธารณูปโภคถูกทิ้งร้าง ผู้ที่เคยพึ่งหวังความช่วยเหลือจากรัฐบัดนี้ต้องดิ้นรนหาทางเอาตัวรอดด้วยตนเอง
การปฏิรูปของกอร์บาชอฟกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ การเมืองภายในประเทศปั่นป่วนอย่างหนัก ในที่สุดประเทศสหภาพโซเวียตกลายเป็นอดีต รัสเซียเปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ บอริส เยลต์ซิน (Boris Yeltsin) กลายเป็นผู้นำที่ประชาชนกลุ่มใหญ่ให้ความเชื่อถือ และขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีรัสเซีย ภายใต้การปกครองแบบประชาธิปไตย

ประธานาธิบดีเยลต์ซินเห็นว่าการปฏิรูปแบบครึ่งๆ กลางๆ ของกอร์บาชอฟไม่ได้ผล ต้องแก้ไขสถานการณ์ด้วยการปฏิรูปอย่างจริงจัง ด้วยการยกเลิกระบอบเก่าทันทีและใช้ระบอบทุนนิยมอย่างเต็มที่ แต่รัสเซียในขณะนั้นไม่มีความพร้อมในทุกด้าน เช่น ระบบศาลยุติธรรมยังไม่มีกฎหมายการค้าการลงทุนภายใต้ระบอบทุนนิยม ผู้จัดการโรงงานเดิมผลิตตามคำสั่งรัฐ มาบัดนี้ต้องตัดสินใจเองว่าควรจะผลิตอะไร แต่ไม่สามารถหาคำตอบว่าตลาดต้องการอะไร อย่างไร
ผลลัพธ์คือรัสเซียตกอยู่ในความวุ่นวายปั่นป่วนหนักกว่าเดิม ราคาข้าวของเครื่องใช้หลายอย่างเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว สินค้าอุปโภคบริโภคประจำวันบางอย่างขาดแคลน คนต้องเข้าคิวซื้อหลายชั่วโมง อัตราเงินเฟ้อสูงถึงร้อยละ 2600 ผู้ที่เลี้ยงชีพด้วยบำเหน็จบำนาญลำบากมากสุด
การเปิดตลาดเสรีทำให้สินค้าเกษตรต่างประเทศไหลทะลักเข้ามา ราคาสินค้าเกษตรที่ผลิตภายในประเทศหลายรายการราคาลดต่ำกว่าครึ่งจากที่เคย ในขณะที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เช่นเดียวกับสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม ผลลัพธ์คือเกษตรกรยากจนกว่าเดิม ช่องว่างฐานะระหว่างคนชนบทกับคนเมืองถ่างกว้างมากขึ้นทุกที
มีข้อมูลว่าในทศวรรษ 1990 อายุขัยเฉลี่ยของผู้ชายลดจาก 63.8 เหลือ 58 ปี จำนวนประชากรลดลงเนื่องจากอัตราตายมากกว่าอัตราเกิด

ประชาชนบางส่วนเริ่มไม่เห็นด้วยกับการปฏิรูป ไม่เห็นด้วยกับทุนนิยมเสรีประชาธิปไตยแบบตะวันตก เสถียรภาพรัฐบาลสั่นคลอน ประธานาธิบดีเยลต์ซินต้องเผชิญมรสุมการเมืองหลายรอบ แต่ยังสามารถชนะการเลือกตั้งหลังมีรัฐธรรมนูญใหม่อย่างหวุดหวิด ถึงกระนั้นสุขภาพท่านทรุดโทรมอย่างหนัก ผู้ที่ต้องรับบทผู้นำบริหารประเทศคือนายกรัฐมนตรี แต่ภายในปีเดียวต้องเปลี่ยนตัวนายกฯ ถึง 5 ครั้ง คนที่ 5 คือนายวลาดีมีร์ ปูติน เข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ เมื่อปี 1999 และเป็นประธานาธิบดีรัสเซียคนที่ 2 ในปีถัดมา

รัสเซียในยุคปูติน :
            ผู้เชี่ยวชาญบางคนโจมตีว่าประธานาธิบดีปูตินบริหารประเทศแบบอำนาจนิยม ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง การเมืองฝ่ายค้านไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือองค์กรภาคประชาชนเปรียบได้เพียงแค่ไม้ประดับทางการเมือง ไม่มีผลต่อการเมืองอย่างจริงจัง นักการเมือง ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นต่างต้องสังกัดพรรคที่ไม่แปลกแยกจากรัฐบาล
            ด้านสื่อมวลชนดูเหมือนมีเสรีภาพ แต่สื่อที่นำเสนอเรื่องที่ขัดนโยบายรัฐ ต่อต้านผู้นำประเทศจะอยู่ไม่ได้ เริ่มด้วยการถูกตักเตือน กดดันนายทุนเจ้าของสื่อ สื่อขายโฆษณาไม่ได้ นักข่าวบางคนถูกคุกคามถึงชีวิต Edward Lucas สรุปว่า “คุณต้องเงียบ” ไม่ทำให้ผู้มีอำนาจระเคืองใจ มิฉะนั้นท่านจะถูกคุกคามจนกว่าจะเงียบ ไม่มีใครปกป้องท่านได้
            แต่ในด้านเศรษฐกิจ เศรษฐกิจรัสเซียดีขึ้นมาก คนว่างงานลดน้อยลงมาก กรรมกรได้ค่าจ้างมากกว่าเดิมอย่างชัดเจน ผู้ที่รับบำเหน็จบำนาญ สวัสดิการทางสังคมได้รับเงินตรงเวลา ประชาชนกลุ่มนี้เดิมเป็นฝ่ายต่อต้านประชาธิปไตยฝันอยากได้รัฐบาลสังคมนิยมคืนกลับมา เมื่อถึงยุคปูตินพวกเขาเลิกล้มความตั้งใจดังกล่าว
โดยรวมแล้ว ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้นมาก ทั้งนี้เหตุผลสำคัญประการหนึ่งมาจากราคาน้ำมัน เมื่อปูตินรับตำแหน่งนายกฯ สมัยแรก ราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ 18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รัฐได้กำไรจากน้ำมันเพียงน้อยนิด แต่ราคาน้ำมันที่ 100 ดอลลาร์คือราคาที่เพิ่มขึ้นถึง 6 เท่าตัว สร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำ และกลายเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ มีผู้ประเมินว่าที่มาของงบประมาณในปัจจุบันกว่าร้อยละ 60 มาจากกำไรที่ได้จากการขายน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติ

รายได้จากน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติกลายตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ไม่ต่างจากประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่อื่นๆ

การถูกคว่ำบาตร และสถานการณ์ล่าสุด :
            ข้อมูลล่าสุด การถูกคว่ำบาตรและราคาน้ำมันอ่อนตัว ทำให้ค่าเงินรูเบิลอ่อนค่าราวร้อยละ 50 อัตราเงินเฟ้อเมื่อเดือนมกราคมอยู่ที่ร้อยละ 15 ยอดค้าปลีกลดลงมาก มีผู้คาดว่าอาจต่ำสุดนับจากสิ้นสุดสหภาพโซเวียตเมื่อปี 1991 กระทรวงเศรษฐกิจ (Economy Ministry) คาดว่าปี 2015 ค่าจ้างแท้จริง (real wage) จะลดลงมากกว่าร้อยละ 9 เทียบกับปกติที่จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี
            กำลังซื้อที่ลดลงกระทบผลประกอบการของภาคเอกชน กระทบเป็นวงจรต่อการจ้างงาน รายได้ของรัฐ การตกงานกลายเป็นเรื่องที่ลูกจ้างกังวลมากที่สุดในขณะนี้
            นี่คือผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังถูกคว่ำบาตรอย่างหนักเพียงไม่กี่เดือน น่าคิดว่าหากสถานการณ์ดำเนินต่อเนื่องอีก 2-3 ปี ผลจะเป็นอย่างไร

วิเคราะห์องค์รวม :
            ประธานาธิบดีปูตินอาจไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบ รัสเซียไม่ใช่ทุนนิยมประชาธิปไตยอย่างชาติตะวันตก สังคมเต็มด้วยมาเฟีย คนบางกลุ่มได้รับผลประโยชน์มากเป็นพิเศษจากประเทศฟื้นตัว แต่ไม่อาจปฏิเสธว่า โดยภาพรวมแล้วชีวิตความเป็นอยู่ของชาวรัสเซียในยุคปูตินดีที่สุดเมื่อเทียบกับหลายสิบปีที่ผ่านมา

            รัสเซียในยุคปูตินกำลังฟื้นตัวตามลำดับ ปูตินเริ่มเป็นผู้นำบริหารประเทศด้วยการเป็นนายกฯ สมัยแรกในปี 1999 และเป็นประธานาธิบดีสมัยแรกในปี 2000 จากนั้นครองอำนาจมาโดยตลอด ในช่วงปี 2008-2012 กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้งหลังครบวาระเป็นประธานาธิบดี 2 สมัยซ้อน จากนั้นกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกสมัยเมื่อปี 2012 จนถึงปัจจุบัน
ประเด็นน่าคิดคือ หากสถานการณ์ราบรื่น ท่านน่าจะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไปในปี 2018 (รัฐธรรมนูญปัจจุบันกำหนดให้ประธานาธิบดีมีวาระ 6 ปี สามารถดำรงตำแหน่ง 2 วาระติดต่อกัน) นั่นหมายความว่าท่านจะได้เป็นประธานาธิบดีถึงปี 2024 ด้วยวัย 72 ปี เป็นผู้ปกครองประเทศยาวนานถึง 1 ใน 4 ของศตวรรษ
            ถ้านับจากวันนี้ ท่านจะเป็นผู้นำประเทศรัสเซียอีก 9 ปี (ภายใต้สมมติฐานว่าท่านวางมือจากการเมืองหลังวัย 72 ปี)

            จากนี้อีก 9 ปี หากรัสเซียพัฒนาเจริญก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้มุมมองของรัฐบาลสหรัฐย่อมเห็นว่าเป็นภัยคุกคาม ยิ่งหากคิดในกรอบที่กว้างขึ้น เช่น รัสเซียจับมือกับจีน รัสเซียกับกลุ่ม BRICS หรือเห็นคล้อยกับความคิดของนักวิชาการบางท่านที่ชี้ว่า รัสเซียมีแนวโน้มเป็นอำนาจนิยมและจักรวรรดินิยม เคยควบรวมอาณาจักรข้างเคียงมารวมเป็นประเทศเดียวกับตน ดังนั้น รัฐบาลสหรัฐย่อมกังวลหากรัสเซียจะเข้มแข็งอีกครั้ง
            ดังที่เคยอธิบายในบทความก่อนว่าแผนคว่ำบาตรรัสเซียในขณะนี้มีจุดอ่อน มีข้อจำกัด ความพยายามของรัฐบาลโอบามาในขณะนี้อาจเป็นเพียงทดสอบ “ปฏิบัติการกำจัดปูติน” ต้องการทดสอบวิธีการ ตรวจสอบการตอบสนองของชาวรัสเซีย ก่อนนำแผนไปปรับปรุงและเตรียมการให้ดีกว่านี้
            ถ้าหากสมมติฐานนี้ถูกต้อง ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับสหรัฐจะไม่จบในเร็ววัน
----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริง พื้นที่ที่เป็นปัญหาในขณะนี้เป็นเพียงพื้นที่เล็กๆ เท่านั้น เป็นไปได้ว่ารัฐบาลโอบามาเห็นว่าจำต้องให้ความช่วยเหลือกองทัพยูเครนล้อมกรอบฝ่ายต่อต้านต่อไปเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์บ่อนทำลายรัสเซีย คาดว่าจะต้องดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง ดัชนีราคาน้ำมันน่าจะเป็นตัวสะท้อนชี้ความขัดแย้งนี้

การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากร้อยละ 5.5 เป็น 17 ปรับประมาณการเติบโตของจีดีพีจากบวกเป็นติดลบร้อยละ 5 เป็นเรื่องเหลือเชื่อ สาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น สหรัฐกับอียูคว่ำบาตรรัสเซีย เศรษฐกิจอเมริกาฟื้นตัว แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือราคาน้ำมันดิบโลกอ่อนตัว คืออ่อนตัวจากราคาปกติที่ระดับ 90 กว่าต่อดอลลาร์ต่อบาร์เรลมาเป็น 55 ดอลลาร์ต่อบาร์ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ราคาน้ำมันที่อ่อนตัวในลักษณะเช่นนี้ยิ่งเป็นเหตุการณ์ที่เหลือเชื่อ “ผิดปกติ” เป็นต้นเหตุให้ค่าเงินรูเบิลอ่อนค่ารุนแรงในขณะนี้

ยูเครนเป็นประเทศที่น้อยคนจะรู้จัก เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอดีตสหภาพโซเวียต เริ่มเป็นรัฐอธิปไตยหลังสิ้นสุดสงครามเย็น ตั้งแต่ปลายปี 2013 เกิดความขัดแย้งทางการเมืองที่บานปลายจนรัสเซียส่งกองกำลังเข้ายึดไครเมีย และเกิดสงครามกลางเมืองขนาดย่อมในฝั่งตะวันออกของประเทศ แต่ความสำคัญของสถานการณ์ยูเครนในขณะนี้คือการเผชิญหน้า ความขัดแย้งระหว่างชาติมหาอำนาจ 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือรัสเซีย อีกฝ่ายคือสหรัฐฯ กับพันธมิตรอียู การเผชิญหน้าครั้งนี้อาจรุนแรงยืดเยื้อกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเนื่องจากรัฐบาลรัสเซียสู้ไม่ถอย

บรรณานุกรม :
1. Andrianova, Anna. (2015, February 15). Putin Lets Consumers Feel Pain as Russian Slump Deepens: Economy. Bloomberg. Retrieved from http://www.bloomberg.com/news/articles/2015-02-16/putin-lets-russian-consumers-feel-the-pain-as-economy-succumbs
2. Brown, Archie. (2004). Gorbachev, Mikhail Sergeyevich. In Encyclopedia of Russian History. (4 vol. set, pp.577-583). USA: Macmillan Reference USA.
3. Fakiolas, Efstathios T. (2012). International Politics in Times of Change. Tzifakis, Nikolaos. (Ed.). Berlin: Springer-Verlag Berlin Heidelberg.
4. Kenez, Peter. (2006). A History of the Soviet Union from the Beginning to the End (2nd Ed.). New York: Cambridge University Press.
5. Lucas, Edward. (2008). The New Cold War: Putin's Russia and the Threat to the West. New York: Palgrave Macmillan.
6. Saunders, Doug. (2014, March 15). Crimea is serious, but this is not a new Cold War. The Globe and Mail. Retrieved from http://www.theglobeandmail.com/globe-debate/crimea-is-serious-but-this-not-a-new-cold-war/article17490293/?cmpid=rss1
---------------------------------

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ทำไมโอบามาคิดส่งอาวุธหนักให้ยูเครน

15 กุมภาพันธ์ 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6675 วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558, http:// http://www.ryt9.com/s/tpd/2093580)

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา อังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) นายกรัฐมนตรีเยอรมนีกับ ฟร็องซัว ออล็องด์ (Francois Hollande) ประธานาธิบดีฝรั่งเศสต้องเดินทางไปๆ มาๆ หลายเที่ยวหลังมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลโอบามาคิดส่งอาวุธหนักให้รัฐบาลยูเครน บทความนี้จะวิเคราะห์เหตุผลว่าทำไมรัฐบาลสหรัฐจึงคิดทำเช่นนั้นพร้อมข้อวิพากษ์ ดังนี้

เหตุผลและข้อวิพากษ์ :
            หากย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน เริ่มเกิดความรุนแรงในยูเครนตะวันออก ในตอนนั้นประธานาธิบดีโอบามาไม่เห็นด้วยที่จะตอบโต้ด้วยกำลังทหารเนื่องจาก เห็นว่าการใช้กำลังทหารไม่ช่วยแก้ปัญหา รัฐบาลกำลังใช้วิธีคว่ำบาตรเศรษฐกิจรัสเซียซึ่งส่งผลในระดับหนึ่งแล้ว และเชื่อว่าสามารถแก้ไขด้วยวิถีทางการทูต
            ต่อมาในเดือนสิงหาคม มีกระแสข่าวรัสเซียจะบุกยูเครนฝั่งตะวันออก ประธานาธิบดีโอบามายืนยันว่าจะไม่ตอบโต้ด้วยกำลังทหาร เนื่องจากยูเครนไม่ใช่สมาชิกนาโต สหรัฐจะปกป้องประเทศสมาชิกเท่านั้น แต่จะอาศัยนานาชาติกดดันรัสเซีย ให้นานาประเทศเลิกทำธุรกิจกับรัสเซีย
            แต่ในเดือนถัดมา รัฐบาลโอบามาเริ่มส่งความช่วยเหลือทางทหารแก่กองทัพยูเครน เป็นอาวุธที่ไม่ร้ายแรง (lethal weapons) เช่น อาวุธประจำกาย เชื้อเพลิง เวชภัณฑ์ การเคลื่อนกำลังของยูเครน ด้านการสั่งการและควบคุม

การเอ่ยถึงความช่วยเหลือครั้งนี้แตกต่างจากครั้งแรก เหตุที่เป็นเช่นนี้น่าจะเป็นเพราะ
          ประการแรก กองทัพรัฐบาลยูเครนต้องการกำลังบำรุงเพิ่ม
            นับจากเกิดการปะทะในเขตยูเครนตะวันออก รัฐบาลยูเครนร้องขอความช่วยเหลือทางทหารอย่างต่อเนื่อง อ้างว่ามีกองกำลังรัสเซียในยูเครนจำนวนมาก เป็นข้ออ้างที่รัฐบาลโอบามาให้น้ำหนักในขณะนี้
            ไม่ว่าจะมีทหารรัสเซียหรือไม่ หรือรัสเซียคอยสนับสนุนกำลังบำรุง ให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคแก่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ทหารยูเครนที่กำลังรบเป็นชาวยูเครน ใส่เครื่องแบบกองทัพยูเครน แต่คงไม่กล่าวเกินไปถ้าจะตั้งคำถามว่า “ทหารที่กำลังสู้รบนั้นมีฐานะเป็นทหารรับจ้างของรัฐบาลโอบามาหรือไม่” หากทหารเหล่านี้ใช้อาวุธและกระสุนของสหรัฐ น้ำมันและกำลังบำรุงต่างๆ มาจากงบประมาณของรัฐบาลอเมริกา
เฉพาะเดือนที่แล้ว อียูให้เงินยูเครนอีก 2,050 ล้านดอลลาร์ สหรัฐให้ 1,000 ล้านดอลลาร์ รวมที่สหรัฐให้ทั้งหมดเท่ากับ 2,000 ดอลลาร์ (ไม่รวมเงินกู้จาก IMF)

            เรื่องทำนองนี้ชวนให้นึกถึงสงครามอื่นๆ ที่สหรัฐเข้าพัวพันเต็มตัว เช่น สงครามเวียดนาม กองทัพเวียดนามใต้อยู่ได้ด้วยงบประมาณอเมริกัน หรือถ้าจะพูดให้ไกลกว่านั้นต้องกล่าวว่ารัฐบาลเวียดนามใต้ในสมัยนั้นอยู่ได้เพราะรัฐบาลอเมริกันยุคนั้นหนุนหลัง
            ประเด็นที่ควรให้ความสำคัญคือความเป็นอิสระในการตัดสินใจของรัฐบาลยูเครนกับนโยบายแอบแฝงของรัฐบาลโอบามา
            น่าเห็นใจประธานาธิบดีโปโรเชนโกกำลังประสบปัญหารัฐบาลถังแตก งบประมาณบริหารประเทศที่ใช้คือเงินช่วยเหลือจากอียู เงินกู้จากไอเอ็มเอฟ ยามที่กองทัพต้องทำการสู้รบ ต้องใช้กำลังบำรุงมากกว่าปกติ คงไม่ผิดนักหากจะพูดว่า “กองทัพเดินด้วยยูเอสดอลลาร์” ต้องร้อนถึงรัฐบาลโอบามาให้ส่งเงิน ส่งกำลังบำรุงมาเพิ่ม
            และถ้าเป็นเช่นนี้ เมื่อผู้ให้เงินสั่งรบ ท่านก็ต้องรบ

          ประการที่ 2 สหรัฐต้องการควบคุมฝ่ายต่อต้านให้อยู่ในพื้นที่
            ตั้งแต่ฝ่ายต่อต้านเริ่มก่อการก็เข้ายึดพื้นที่บางส่วนใน 2 เมืองหลัก คือ โดเนตสค์ (Donetsk) กับลูกันสก์ (Lugansk) รัฐบาลยูเครนตอบโต้ด้วยการส่งทหารเข้าปราบ แม้ไม่สามารถปราบปรามได้อย่างราบคาบ เพียงช่วยจำกัดขอบเขตพื้นที่อิทธิพลของฝ่ายต่อต้าน
            ภายใต้สถานการณ์ขณะนี้ที่รัฐบาลโอบามากับพันธมิตรกำลังกดดันรัฐบาลปูตินทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ มีความเป็นไปได้ว่า รัฐบาลโอบามาเห็นว่าจำต้องให้ความช่วยเหลือกองทัพยูเครนล้อมกรอบฝ่ายต่อต้านต่อไปเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์บ่อนทำลายรัสเซีย

Elvira Nabiullina ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศรัสเซียประเมินว่า หากราคาน้ำมันอยู่ที่ 45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รัสเซีย “จะสูญเสียรายได้จากการส่งออกน้ำมันปีละ 160,000 ล้านดอลลาร์” ปกติรัสเซียจะส่งออกน้ำมันปีละ 500,000 ล้านดอลลาร์ ด้านอัตราเงินเฟ้อสิ้นเดือนมกราคม 2015 สูงถึงร้อยละ 13.1 รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับราคาสินค้าที่ถีบตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ยืนยันว่าจะดูแลเรื่องราคาสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้กระทบประชาชน
            ภายใต้การวิเคราะห์นี้ให้ข้อสรุปว่า หากสหรัฐส่งอาวุธหนักให้แก่ยูเครนก็เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์บั่นทอนรัสเซียเป็นหลัก สหรัฐหวังคงมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียอย่างรุนแรงต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากเห็นว่ามาตรการเริ่มได้ผลจริงจังหลังโอเปกประกาศคงกำลังการผลิตน้ำมัน
            ตอนที่ยูเครนตะวันออกเริ่มเกิดความวุ่นวาย รัฐบาลโอบามากล่าวหาว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังสนับสนุนผู้ชุมนุมประท้วง รัฐมนตรีต่างประเทศแคร์รีชี้ว่ารัสเซีย “พยายามบ่อนทำลายรัฐ (ยูเครน) และสร้างสถานการณ์วิกฤต” เพื่อเป็นข้ออ้างให้รัสเซียบุกยูเครน จะเห็นว่ารัฐบาลโอบามาพยายามโน้มน้าวว่ารัสเซียคือผู้สร้างวิกฤต แต่ขณะนี้กระแสการส่งอาวุธหนักให้กองทัพยูเครนเป็นตัว “สร้างสถานการณ์วิกฤต” มากกว่า

จะกลายเป็นสงครามใหญ่หรือไม่ :
            ประเด็นหนึ่งที่ให้ความสำคัญคือ ความกังวลว่าหากสหรัฐส่งอาวุธหนักให้ฝ่ายรัฐบาลยูเครน ความขัดแย้งในยูเครนฝั่งตะวันออกจะกลายเป็นสงครามใหญ่ และจะยิ่งร้ายแรงหากสามารถดึงรัสเซียกับอีกหลายประเทศเข้าร่วมสมรภูมิ
            ประธานาธิบดีออล็องด์ถึงกับกล่าวว่าหากการเจรจาล้มเหลวหมายถึงจะเกิดสงคราม สอดคล้องกับ Ursula von der Leyen รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเยอรมันกล่าวว่า “การมุ่งแต่เรื่องจะให้อาวุธจะยิ่งเพิ่มความขัดแย้ง” เกรงว่าสถานการณ์จะบานปลาย

            ถ้ามองสถานการณ์ตามข้อเท็จจริง ขณะนี้ความขัดแย้งจำกัดขอบเขตในอาณาบริเวณของเมืองใหญ่เพียง 2 เมือง คือโดเนตสค์กับลูกันสก์ที่ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษารัสเซีย มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัสเซียทางด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ (เมืองอื่นๆ มีชาวยูเครนพูดภาษารัสเซียเช่นกัน แต่มีจำนวนน้อย) เป็นตัวตั้งตัวตีขอแยกตัวเป็นอิสระจากรัฐบาลยูเครน
            ข้อพิพาทอยู่ในพื้นที่ขนาด 400-500 ตารางกิโลเมตร เมื่อเทียบกับขนาดประเทศที่กว้างใหญ่ถึง 579,330 ตร.กม. จะเท่ากับร้อยละ 0.07 -0.09 ของพื้นที่ทั้งประเทศ (ขนาดพื้นที่ยูเครนดังกล่าวยังรวมไครเมีย ส่วนประเทศไทยมีขนาด 513,120 ตร.กม. กรุงเทพมหานครมีขนาดพื้นที่ 1,568 ตร.กม.)
            การปะทะทางทหารในขณะนี้จึงจำกัดขอบเขตมาก

            ถามว่าฝ่ายต่อต้านจะสามารถขยายพื้นที่อิทธิพลได้หรือไม่ คำตอบคือยังพอทำได้ แต่จะเต็มด้วยอุปสรรคเนื่องจากเขตพื้นที่อื่นๆ สภาพประชากรแตกต่างจาก 2 เมืองนี้ สัดส่วนประชากรที่ใกล้ชิดรัสเซียมีน้อย ยิ่งในฝั่งยูเครนตะวันตกส่วนใหญ่เป็นเชื้อสายยูเครนแท้ๆ เป็นถิ่นอาศัยของพวกหัวรุนแรงต่อต้านรัสเซีย ต่อต้านชาวยูเครนที่พูดภาษารัสเซีย
            นอกจากนี้ เป้าหมายของฝ่ายต่อต้านคือการสถาปนาเขตปกครองตนเองเฉพาะเมืองโดเนตสค์กับลูกันสก์เท่านั้น เช่นเดียวกับเป้าหมายของรัฐบาลปูตินที่มุ่งให้ความสำคัญกับ 2 เมืองนี้ ไม่ได้คิดยึดครองยูเครนทั้งประเทศ
            การกล่าวอ้างว่าจะเกิดสงครามใหญ่จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก

วาทกรรมการให้อาวุธหนัก :
            รัฐบาลโอบามากำลังคิดเรื่องให้อาวุธหนัก คำพูดสั้นๆ นี้ตีความได้หลากหลาย เช่น อาจหมายถึงอาวุธหนักสำหรับกำลังพลนับแสน ในขณะเดียวกันอาจเป็นเพียงรถถังไม่กี่คัน ปืนใหญ่ไม่กี่กระบอก
            แต่ขณะนี้ผู้นำบางประเทศ สื่อตะวันตกหลายสำนักแสดงให้เห็นภาพรุนแรง น่ากลัว ทั้งๆ ที่รัฐบาลโอบามายังไม่ได้สรุปด้วยซ้ำว่าหากมอบอาวุธหนักให้ยูเครน หมายถึงอะไรบ้าง จำนวนเท่าใด

            เป็นไปได้หรือไม่ว่าการสร้างภาพให้ใหญ่โตน่ากลัว เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแรงกดดัน เพื่อให้ฝ่ายต่อต้านกับรัฐบาลปูตินยอมรับเงื่อนไขหยุดยิงของฝ่ายตะวันตก

            ในอีกมุมหนึ่ง เป็นการตอกย้ำความอ่อนแอของกองทัพรัฐบาลยูเครน ที่ไม่สามารถชนะฝ่ายต่อต้าน ขาดแคลนแม้กระทั่งอาวุธหลัก ไม่แปลกใจที่รัสเซียเคยพูดในทำนองว่า หากต้องการยึดยูเครนทั้งประเทศ สามารถทำสำเร็จภายในเวลาเพียงเดือนเดียว
            แม้กระทั่งสื่อตะวันตกบางสำนักยังเคยเสนอข่าวความอ่อนแอของกองทัพรัฐบาลยูเครน โดยอ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สหรัฐชี้ว่ากองทัพยูเครนไม่เข้มแข็งอย่างที่ควร อาวุธไม่อยู่ในสภาพพร้อมใช้ ขาดแคลนงบประมาณ ขวัญกำลังใจตกต่ำ
            ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ แมร์เคิลพูดย้ำเตือนว่าถึงจะให้อาวุธหนักก็ใช่ว่าฝ่ายรัฐบาลจะสามารถเอาชนะฝ่ายต่อต้านที่รัสเซียหนุนหลัง
ทั้งหมดนี้สะท้อนความอ่อนแอของประเทศยูเครน รัฐบาลยูเครนปัจจุบัน จึงต้องช่วยอีกแรงด้วยการสร้างกระแสข่าวเพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นว่าควรหยุดยิง

ความขัดแย้งซ้อน :
เมื่อพูดถึงความขัดแย้งยูเครนในขณะนี้ สถานการณ์ได้พัฒนากลายเป็นความขัดแย้งซ้อนกัน 2 ระดับ
            ระดับแรก คือความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับยูเครนโดยตรง อันหมายถึงบูรณภาพแห่งดินแดน การเมืองการปกครองภายในของยูเครน
            ระดับที่ใหญ่กว่า คือการเผชิญหน้าระหว่างฝ่ายสหรัฐกับรัสเซีย เป็นเรื่องสืบเนื่องจากความขัดแย้งยูเครน ฝ่ายสหรัฐดำเนินมาตรการคว่ำบาตรเศรษฐกิจการเมืองต่อรัสเซีย กระทบเศรษฐกิจรัสเซียอย่างหนัก แต่รัสเซียยังไม่ยอมแพ้ และ/หรือยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงประนีประนอม รัฐบาลปูตินเชื่อมั่นเศรษฐกิจของตน และยังเห็นว่ามีโอกาสชนะในที่สุดถ้าสามารถทนแรงกดดัน

            ความขัดแย้งในขณะนี้จึงเป็นความขัดแย้งซ้อน เป็นความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจซึ่งเกิดขึ้นตามมา แต่กลายเป็นประเด็นหลัก ส่งผลกระทบย้อนกลับต่อการแก้ปัญหายูเครน การแก้ปัญหาจึงไม่ใช่เรื่องยูเครนเท่านั้น ต้องแก้ปัญหาระหว่างชาติมหาอำนาจด้วย
            การคาดการณ์ว่าเรื่องจะจบลงเมื่อใดเป็นเรื่องยาก ในกรณียูเครนมีการพูดคุยเจรจาอย่างต่อเนื่อง ติดตรงที่ต่างฝ่ายต่างยึดมั่นจุดยืนของตนเอง วิธีหนึ่งที่จะติดตามว่าสถานการณ์คลี่คลายหรือไม่คือดูจากดัชนีราคาน้ำมัน ถ้าเชื่อว่าราคาน้ำมันดิบโลกที่ลดต่ำผิดปกติเกิดจากความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
            ถ้ามองในภาพกว้างๆ ข้อเท็จจริงคือ รัฐบาลยูเครนที่อิงตะวันตกขอความช่วยเหลือทางการเงินครั้งแล้วครั้งเล่า ก้อนเงินที่ตกลงครั้งแรกไม่เพียงพอ ต้องขอก้อนใหม่และดูเหมือนว่าจะต้องขอต่ออีกในอนาคต หากรัฐบาลยูเครนไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จะเป็นเหมือนบ่อทรายดูดที่ถมไม่เต็ม ชาติตะวันตกคงต้องคิดหนักเรื่องนี้ และจะส่งผลต่อยุทธศาสตร์ใหญ่ในที่สุด

เช่นเดียวกับเรื่องราคาน้ำมัน ราคาที่ 40-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นราคาที่หลายประเทศขาดทุน ไม่สามารถแบกรับภาระงบประมาณ ที่สุดแล้วราคาต้องกลับไปสู่ระดับที่ทุกฝ่ายอยู่ได้ ยอมรับได้ นี่เป็นความจริงตามหลักพื้นฐานเศรษฐศาสตร์การเมือง
เป็นจุดอ่อนสำคัญของยุทธศาสตร์นี้ ไม่ช้าก็เร็วเศรษฐกิจรัสเซียจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง

ดังที่เคยสรุปในบทความก่อนว่าการต่อสู้ในขณะนี้จึงเป็นเรื่องของเวลา ดูว่าประเทศใดจะทนได้นานกว่า ความพยายามส่งอาวุธหนักให้กองทัพยูเครนอาจเป็นเพียงการยื้อเวลาออกไปอีกช่วงเท่านั้น นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าราคาน้ำมันจะทรงตัวในระดับต่ำอีก 1 ปีซึ่งหมายความว่าจะไปถึงช่วงเวลาหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีในปลายปี 2016 บางคนเห็นว่าจะทรงไปตัวถึง 3 ปีซึ่งหมายถึงประธานาธิบดีคนใหม่จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะปรับเปลี่ยนนโยบายหรือไม่ หรือไม่ก็ต้องรอการเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซียครั้งหน้าในเดือนมีนาคม 2018
             ผลการเจรจารอบล่าสุดจบลงแค่ขอให้ทุกฝ่ายหยุดยิง (อีกครั้ง) และถอนทหารถอยห่างมากกว่าเดิมเท่านั้น นั่นหมายถึงการคว่ำบาตรดำเนินต่อไป และความขัดแย้งในยูเครนฝั่งตะวันออกพร้อมจะปะทุขึ้นอีกในอนาคต
------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง 
ตอนที่กองกำลังไร้สังกัดเข้าควบคุมไครเมีย สื่อนานาชาติหลายสำนักแสดงภาพถ่ายอย่างชัดเจนถึงการมีตัวตน แต่สถานการณ์ยูเครนตะวันออกในขณะนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เกิดข้อสงสัยว่ามีกองกำลังรัสเซียอยู่จริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในเชิงทฤษฎีมีความเป็นไปได้ว่ารัสเซียให้การสนับสนุน โดยเฉพาะด้านกระสุน กำลังบำรุง กลยุทธ์การรบ และการข่าวแก่ฝ่ายต่อต้านอย่างลับๆ

การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากร้อยละ 5.5 เป็น 17 ปรับประมาณการเติบโตของจีดีพีจากบวกเป็นติดลบร้อยละ 5 เป็นเรื่องเหลือเชื่อ สาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น สหรัฐกับอียูคว่ำบาตรรัสเซีย เศรษฐกิจอเมริกาฟื้นตัว แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือราคาน้ำมันดิบโลกอ่อนตัว คืออ่อนตัวจากราคาปกติที่ระดับ 90 กว่าต่อดอลลาร์ต่อบาร์เรลมาเป็น 55 ดอลลาร์ต่อบาร์ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ราคาน้ำมันที่อ่อนตัวในลักษณะเช่นนี้ยิ่งเป็นเหตุการณ์ที่เหลือเชื่อ “ผิดปกติ” เป็นต้นเหตุให้ค่าเงินรูเบิลอ่อนค่ารุนแรงในขณะนี้

3.ยูเครนวิกฤตรัสเซียสู้ไม่ถอย (Ookbee)
ยูเครนเป็นประเทศที่น้อยคนจะรู้จัก เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอดีตสหภาพโซเวียต เริ่มเป็นรัฐอธิปไตยหลังสิ้นสุดสงครามเย็น ตั้งแต่ปลายปี 2013 เกิดความขัดแย้งทางการเมืองที่บานปลายจนรัสเซียส่งกองกำลังเข้ายึดไครเมีย และเกิดสงครามกลางเมืองขนาดย่อมในฝั่งตะวันออกของประเทศ แต่ความสำคัญของสถานการณ์ยูเครนในขณะนี้คือการเผชิญหน้า ความขัดแย้งระหว่างชาติมหาอำนาจ 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือรัสเซีย อีกฝ่ายคือสหรัฐฯ กับพันธมิตรอียู การเผชิญหน้าครั้งนี้อาจรุนแรงยืดเยื้อกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเนื่องจากรัฐบาลรัสเซียสู้ไม่ถอย

สนใจอีบุ๊ค คลิกที่รูป

บรรณานุกรม:
1. Central Intelligence Agency. (2014, June). Ukraine. In The World Factbook. Retrieved from https://www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/geos/up.html
2. Faiola, Anthony., Birnbaum, Michael., & Morello, Carol. (2015, February 7). Urgency increases from world leaders trying to broker Moscow-Ukraine cease-fire. The Washington Post. Retrieved from http://www.washingtonpost.com/world/us-european-leaders-to-try-again-with-moscow-for-cease-fire-in-ukraine/2015/02/07/652ef282-aeb7-11e4-9c91-e9d2f9fde644_story.html
3. IMF wary of providing Kiev with extra bailout funds. (2015, February 5). RT. Retrieved from http://rt.com/news/229515-imf-ukraine-economy-aid/
4.  Marsden, Chris. (2014, April 9). U.S. Hypocrisy Over Ukraine: Accusing Russia of Illegally Trying to Destabilize a Sovereign State. Global Research. Retrieved from http://www.globalresearch.ca/u-s-hypocrisy-over-ukraine-accusing-russia-of-illegally-trying-to-destabilize-a-sovereign-state/5377246
5. Russia to lose 160 bln USD a year on oil price slump, central bank says. (2015, February 4). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/europe/europe/2015-02/04/c_133967924.htm
6. The White House. (2014, April 24). Joint Press Conference with President Obama and Prime Minister Abe of Japan. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/04/24/joint-press-conference-president-obama-and-prime-minister-abe-japan
7. The White House. (2014, August 28). Statement by the President. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/08/28/statement-president
8. The White House. (2014, September 5). Remarks by President Obama at NATO Summit Press Conference. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/09/05/weekly-address-time-give-middle-class-chance
9. Ukraine Uses Military Force for First Time. (2014, April 15). The Wall Street Journal. Retrieved from http://online.wsj.com/article/BT-CO-20140415-711992.html?mod=googlenews_wsj
10. Ukrainian troop defections escalate tensions in eastern Ukraine. (2014, April 16). The Washington Post. Retrieved from http://www.washingtonpost.com/world/ukrainian-troop-defections-escalate-tensions-in-eastern-ukraine/2014/04/16/4d36b1b6-c532-11e3-b574-f8748871856a_story.html
---------------------------------

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อีบุ๊ค 2015

9 กุมภาพันธ์ 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ปรับปรุง 6 มีนาคม 2015)
            ผมทำอีบุ๊ค (e-book) เล่มเล็กๆ รูปแบบเนื้อหาทำนองเดียวกับบทความที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ จำหน่ายผ่าน Ookbee (www.ookbee.com/)
            หนังสืออีบุ๊คของผมจะมี 2 ประเภท
            ประเภทแรก คือ หนังสือที่เหมือนบทความจบในตอน
            ชื่อตอนจะเป็นชื่อหนังสือ เช่น “พอโลเนียม-210 ยาพิษปริศนา” เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเฉพาะประเด็น บทวิเคราะห์ล่าสุดทันสถานการณ์
            ภาพปกเป็นหญิงสาวกำลังวิ่ง จำหน่ายเล่มละ 9 หรือ 19 บาท (ขึ้นกับความยาว) โดยดูผ่าน Android ทุกเครือข่าย, ระบบ Window 8

            ประเภทที่ 2 คือ หนังสือ “สถานการณ์โลก”
            หนังสือ “สถานการณ์โลก” เป็นการนำหนังสือประเภทแรกจำนวน 3-4 เล่มมารวมกัน เป็นหนังสือ 1 เล่มใหญ่ สามารถอ่านผ่านหลายช่องทาง เช่น Android ทุกเครือข่าย, ระบบ Window 8 รวมทั้ง iPad, iPhone ในราคาเล่มละ 29 บาท หรือ 0.99 ดอลลาร์ (สำหรับ iPad, iPhone) หนังสือ “สถานการณ์โลก” จึงถูกกว่าเมื่อเทียบกับการแยกซื้อหนังสือประเภทแรก
            เนื้อหาเข้มข้น พร้อมบรรณานุกรม
----------------------------

รายชื่ออีบุ๊ค
(สั่งซื้อ : คลิกที่ชื่อหนังสือ)

15. โลกไม่ลืม "หญิงบำเรอ" (comfort women)
            “หญิงบำเรอ” คือ สตรีที่ถูกบังคับให้มาปรนเปรอความสุขทางเพศแก่ทหารของกองทัพจักรพรรดิญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นสตรีจากหลายประเทศที่กองทัพญี่ปุ่นยาตราทัพไปถึง ส่วนใหญ่เป็นชาวเกาหลีกับจีน
            ข้อเขียน “โลกไม่ลืม “หญิงบำเรอ” (comfort women)” ให้ความเข้าใจพื้นฐาน เหตุการณ์ในอดีต เพื่อนำสู่การเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกที่เอ่ยถึงเรื่องนี้ หญิงบำเรอเกี่ยวข้องกับประเด็นอื่นๆ เช่น การเยือนศาลเจ้ายาสุกุนิ การปรับแก้ตำราเรียน การสังหารหมู่นานกิง การปรับเปลี่ยนนโยบายความมั่นคงของรัฐบาลอาเบะ พัวพันถึงยุทธศาสตร์สหรัฐฯ นำเสนอท่าทีของประเทศต่างๆ กลยุทธ์ เทคนิคของแต่ละประเทศทั้งฝ่ายรุกกับตั้งรับ จนถึงการวิเคราะห์องค์รวมให้เห็นภาพทั้งหมด เกี่ยวข้องกับประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิกโดยตรง

14. หนังสือ "สถานการณ์โลก 4
            หนังสือ “สถานการณ์โลก 4” เป็นการรวมผลงาน 2 ชิ้น เพื่อเผยแพร่ในลักษณะอีบุ๊ค ได้แก่
            1. โรฮีนจา คนไร้รัฐ (หน้า 2)
            2. 10 คำถาม โรฮีนจา (หน้า 23)
            “โรฮีนจา คนไร้รัฐ” อธิบายเรื่องราวตั้งแต่ประวัติศาสตร์ประเทศพม่า ตั้งแต่ยุคโบราณกาลจนถึงปัจจุบัน เหตุการณ์ในอดีตได้ถักทอร้อยเรื่องราวของโรฮีนจาในแต่ละช่วงสมัย ถักทอร้อยเรื่องของพวกเขาจนรัฐบาลเมียนมาไม่ยอมรับพวกเขาในฐานะพลเมือง กลายเป็นคนไร้รัฐ นำเสนอประเด็นถกเถียง เหตุผลข้อโต้แย้งและคาดการณ์อนาคต
           “10 คำถาม โรฮีนจา” มุ่งตอบคำถามหรือนำเสนอประเด็นสำคัญๆ ที่ผู้สนใจควรทราบ เป็นความรู้พื้นฐานสู่การทำความเข้าใจ การวิเคราะห์ในระดับที่สูงขึ้น เริ่มจากการเรียกชื่อ ต้นกำเนิดโรฮีนจา เป็นชาวเบงกาลีหรือไม่ เหตุผลเบื้องหลังรัฐบาลเมียนมาไม่ถือโรฮีนจาเป็นพลเมือง จากนั้นอธิบายเหตุปะทะเมื่อปี 2012 ซึ่งเป็นจุดเริ่มของความสนใจรอบใหม่ ความเกี่ยวข้องของขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ ปัญหาชุมชนโรฮีนจาที่ไม่อาจมองข้าม นโยบายและท่าทีของรัฐบาลเมียนมา โอบามาและมาเลเซีย สอดแทรกด้วยการวิเคราะห์ประเด็นสำคัญ ช่วยตอบโจทย์อนาคตของโรฮีนจา อนาคตประชาธิปไตยเมียนมาซึ่งมีผลกระทบต่ออาเซียนทั้งหมด


13. 10 คำถาม โรฮีนจา”
            ประเด็นโรฮีนจา (Rohingya) เกี่ยวข้องกับประเทศไทยและชาติสมาชิกอาเซียนอีกหลายประเทศโดยตรง มีผลต่อความเป็นไปของเมียนมาและกระทบต่อทั้งภูมิภาค เป็นเรื่องเก่าหลายทศวรรษ (หรือหลายศตวรรษ) และคงจะอยู่คู่กับอาเซียนอีกนาน จึงเป็นประเด็นที่ควรศึกษาให้เข้าใจถ่องแท้
            ข้อเขียน “10 คำถาม โรฮีนจา” มุ่งตอบคำถามหรือนำเสนอประเด็นสำคัญๆ ที่ผู้สนใจควรทราบ เป็นความรู้พื้นฐานสู่การทำความเข้าใจ การวิเคราะห์ในระดับที่สูงขึ้น
            “10 คำถาม โรฮีนจา” จะตอบคำถามหรือนำเสนอ 10 ข้อ 10 ประเด็น เริ่มจากการเรียกชื่อ ควรเรียก “โรฮีนจาหรือโรฮินญา” อธิบายต้นกำเนิดโรฮีนจา เป็นชาวเบงกาลีหรือไม่ เหตุผลเบื้องหลังรัฐบาลเมียนมาไม่ถือโรฮีนจาเป็นพลเมือง จากนั้นอธิบายเหตุปะทะเมื่อปี 2012 ซึ่งเป็นจุดเริ่มของความสนใจรอบใหม่ ความเกี่ยวข้องของขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ ปัญหาชุมชนโรฮีนจาซึ่งเป็นประเด็นที่ไม่อาจมองข้าม นโยบายและท่าทีของรัฐบาลเมียนมา โอบามาและมาเลเซีย สอดแทรกด้วยการวิเคราะห์ประเด็นสำคัญ ช่วยตอบโจทย์อนาคตของโรฮีนจา อนาคตประชาธิปไตยเมียนมาซึ่งมีผลกระทบต่ออาเซียนทั้งหมด

12. โรฮีนจา คนไร้รัฐ 
            การทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้สามารถเริ่มต้นด้วยการศึกษาประวัติศาสตร์ประเทศพม่า ตั้งแต่ยุคโบราณกาลจนถึงปัจจุบัน เหตุการณ์ในอดีตได้ถักทอร้อยเรื่องราวของโรฮีนจาที่เกี่ยวข้องกับผู้ปกครอง เกี่ยวข้องกับหลายประเทศ หลายเหตุการณ์แม้กระทั่งยุคล่าอาณานิคม สงครามโลกครั้งที่ 2 จนพม่าเปลี่ยนชื่อประเทศ กลับมาปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง
            ข้อเขียนชิ้นนี้นำเสนอเรื่องราวตั้งแต่ชนพื้นเมืองอาระกันยังไม่ถูกเรียกว่าโรฮีนจา เข้าสู่ความขัดแย้งหลายระลอก จนพม่าประกาศเอกราช เกิดการปฏิวัติ รัฐบาลทหารกำหนดว่าใครเป็นพลเมือง พร้อมกับเหตุผลข้อโต้แย้ง ประเด็นถกเถียงและคาดการณ์อนาคต

11. หนังสือ“สถานการณ์โลก 3”
            หนังสือ “สถานการณ์โลก 3” เป็นการรวมผลงาน 2 ชิ้น เพื่อเผยแพร่ในลักษณะอีบุ๊ค ได้แก่
            1. รอยร้าวญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ รอยด่าง Pivot to Asia (หน้า 2)
            2. ด้วยรักจากปูตินถึงโอบามา การปิดล้อมและการโต้กลับ (หน้า 27)
            เมื่อรัฐบาลโอบามานำเสนอยุทธศาสตร์ปักหมุดเอเชีย (Pivot to Asia) หรือยุทธศาสตร์ปรับสมดุลเอเชียแปซิฟิก (rebalanced strategy in Asia-Pacific) ชี้ไปทางที่สหรัฐฯ มุ่งให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียแปซิกฟิก แม้ไม่เอ่ยถึงจีนโดยตรงแต่เป็นที่ยอมรับกันว่าจีนคือประเทศที่สหรัฐฯ ให้ความสนใจ แต่นานวันเข้ามีเพียงญี่ปุ่นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ เท่านั้นที่แสดงบทบาทตามยุทธศาสตร์ ซ้ำร้ายกว่านั้นรัฐบาลเกาหลีใต้กับรัฐบาลญี่ปุ่นขัดแย้งกันอย่างหนัก เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญบ่งชี้พลังอันอ่อนแอของยุทธศาสตร์นี้
            บทความ “ด้วยรักจากปูตินถึงโอบามา การปิดล้อมและการโต้กลับอธิบายนโยบายของสหรัฐฯ ต่อรัสเซียเพื่ออธิบายเหตุผลที่มาที่ไปของนโยบายปิดล้อมรัสเซีย การตอบโต้จากรัฐบาลปูติน นำสู่การวิเคราะห์องค์รวม ชี้ให้เห็นยุทธศาสตร์เชิงลึกของสหรัฐฯ ความพยายามจัดระเบียบโลกผ่านวิธีการต่างๆ จุดอ่อนของยุทธศาสตร์ปิดล้อม พลังอำนาจที่ถดถอยของสหรัฐฯ พร้อมกับคาดการณ์อนาคต


            ความตึงเครียดจากสถานการณ์ยูเครนที่เริ่มต้นตั้งแต่ปลายปี 2013 จนนำสู่การเผชิญหน้าระหว่างชาติมหาอำนาจรัสเซียกับฝ่ายสหรัฐฯ อย่างชัดเจน สหรัฐฯ กับพันธมิตรโดยเฉพาะอียูร่วมออกมาตรคว่ำบาตรรัสเซียหลายรอบ
            ข้อเขียนชิ้นนี้อธิบายนโยบายของสหรัฐฯ ต่อรัสเซียเพื่ออธิบายเหตุผลที่มาที่ไปของนโยบายปิดล้อมรัสเซีย การตอบโต้จากรัฐบาลปูติน นำสู่การวิเคราะห์องค์รวม ชี้ให้เห็นยุทธศาสตร์เชิงลึกของสหรัฐฯ ความพยายามจัดระเบียบโลกผ่านวิธีการต่างๆ จุดอ่อนของยุทธศาสตร์ปิดล้อม พลังอำนาจที่ถดถอยของสหรัฐฯ พร้อมกับคาดการณ์อนาคต

9. รอยร้าวญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ รอยด่างPivot to Asia
            การวิพากษ์ Pivot to Asia หรือยุทธศาสตร์ปักหมุดเอเชียสามารถทำได้หลายรูปแบบ มองในหลายแง่มุม งานเขียนชิ้นนี้ชี้จุดอ่อนของยุทธศาสตร์ผ่านประเด็นความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ เป็นความขัดแย้งจากผลพวงของประวัติศาสตร์ กลายเป็นรอยร้าวที่ยากจะแก้ไขภายใต้บริบทปัจจุบัน เนื่องจากเป็นเรื่องที่ยอมให้กันไม่ได้ ต้องตอบสนองความคาดหวังจากการเมืองภายในของแต่ละประเทศ เกิดการแก้เกมแบบชิงไหวชิงพริบ นำสู่คำตอบว่าทำไมยุทธศาสตร์ปักหมุดเอเชียจึงอ่อนกำลัง ไม่ได้ผลตามเป้าหมาย ในอนาคตจะต้องปรับแก้ยุทธศาสตร์หากรัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการหวังผลอย่างจริงจัง ประเด็นสำคัญอยู่ที่จะต้องหาพันธมิตรเพิ่ม หรือทำให้ประเทศเหล่านั้นถอยห่างจากจีนมากขึ้น ซึ่งในกรอบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็มีเพียงไม่กี่ประเทศดังปรากฏบนแผนที่

            หนังสือ “สถานการณ์โลก 2” ประกอบด้วยบทความ 3 เรื่อง ได้แก่ 1. IS = ซุนนีอิรัก? 2. ใครได้ใครเสีย หากอิรักชนะ IS และ 3. นิวเคลียร์อิหร่าน ภาพหลอนเนทันยาฮู ทั้ง 3 เรื่องเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในภูมิตะวันออกกลางที่ยังร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง และมีผลต่อประเทศอื่นๆ ไม่มากก็น้อย


7. นิวเคลียร์อิหร่าน ภาพหลอนเนทันยาฮู
            รัฐบาลอิสราเอลพูดอยู่เสมอว่าอิหร่านใกล้จะประสบความสำเร็จในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เป้าหมายคือทำลายล้างอิสราเอล แม้อิหร่านกับชาติมหาอำนาจ 6 ประเทศที่เรียกว่ากลุ่ม P-5+1 ได้ข้อตกลงฉบับชั่วคราวและเมื่อต้นเดือนเมษาที่ผ่านมาได้ร่างข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ นายกฯ เนทันยาฮูยังเชื่อเช่นเดิม สวนทางความจริงที่ว่า ทุกวันนี้โครงการฯ ของอิหร่านหดตัว อยู่ภายใต้การตรวจตราของ IAEA ซึ่งได้พิสูจน์ชัดแล้วว่าโครงการฯ ในขณะนี้มีเพื่อใช้ในทางสันติเท่านั้น ความเข้าใจของนายกฯ เนทันยาฮูจึงกลายเป็นภาพหลอนที่คอยหลอกลอนให้หลายคนเชื่อเช่นนั้น

            สมรภูมิทิกริตไม่ใช่่เรื่องการปราบปรามผู้ก่อการร้าย IS ในอิรักเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับหลายฝ่ายหลายประเทศ ที่ควรเอ่ยถึงได้แก่ 1.ชีอะห์อิรัก 2.อิหร่าน 3.ซุนนีอิรัก 4.พวกเคิร์ด 5.ซีเรีย 6.IS/ISIL/ISIS 7.รัฐบาลสหรัฐฯ 8.GCC ผลลัพธ์ที่ตามมาไม่ได้มีต่อการเมืองอิรักเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบภูมิภาคตะวันออกกลาง เกี่ยวข้องกับชาติมหาอำนาจ

5. IS = ซุนนีอิรัก?
           ข้อมูลจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ ประเมินว่ามีชาวต่างชาติจากกว่า 90 ประเทศ จึงดูเหมือนว่า IS คือผู้ก่อการร้ายนานาชาติ ซึ่งมีส่วนถูกต้อง แต่หากพิจารณาจากสัดส่วนของสมาชิก สมาชิก IS ส่วนใหญ่เป็นชาวอิรัก มีพื้นเพเป็นพวกซุนนี ความเข้าใจเรื่องนี้มีความสำคัญ ผูกโยงกับเหตุการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะสถานการณ์ในอิรัก ข้อเขียนชิ้นนี้จะอธิบายความเกี่ยวโยงเหล่านี้ ช่วยให้เข้าใจสถานการณ์อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

4. สถานการณ์โลก 1
            หนังสือ “สถานการณ์โลก 1” ประกอบด้วยบทความ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.พอโลเนียม-210 ยาพิษปริศนา 2.ปริศนาการตายของยัสเซอร์ อาราฟัต และ 3. ยูเครนวิกฤต รัสเซียสู้ไม่ถอยสามารถ อ่านผ่าน Android AIS, Apple Tablet, ระบบ Android และ Window 8

3.ยูเครนวิกฤตรัสเซียสู้ไม่ถอย
            ยูเครนเป็นประเทศที่น้อยคนจะรู้จัก เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอดีตสหภาพโซเวียต เริ่มเป็นรัฐอธิปไตยหลังสิ้นสุดสงครามเย็น ตั้งแต่ปลายปี 2013 เกิดความขัดแย้งทางการเมืองที่บานปลายจนรัสเซียส่งกองกำลังเข้ายึดไครเมีย และเกิดสงครามกลางเมืองขนาดย่อมในฝั่งตะวันออกของประเทศ แต่ความสำคัญของสถานการณ์ยูเครนในขณะนี้คือการเผชิญหน้า ความขัดแย้งระหว่างชาติมหาอำนาจ 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือรัสเซีย อีกฝ่ายคือสหรัฐฯ กับพันธมิตรอียู การเผชิญหน้าครั้งนี้อาจรุนแรงยืดเยื้อกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเนื่องจากรัฐบาลรัสเซียสู้ไม่ถอย

2. ปริศนาการตายของยัสเซอร์อาราฟัต
            ยัสเซอร์ อาราฟัต เป็นบุคคลสำคัญของโลก ได้ชื่อว่าเป็นผู้ต่อสู้เพื่อปลดปล่อยปาเลสไตน์ ชีวิตของท่านตั้งแต่วัยหนุ่มเต็มด้วยการต่อสู้ ฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการ มีผู้พยายามสังหารท่านหลายครั้ง แต่สามารถหลบรอดคมห่ากระสุนอย่างหวุดหวิด จนกระทั่งคืนวันที่ 12 ตุลาคม 2004 ท่านล้มป่วยกะทันหันอย่างรุนแรงในบ้านพักของท่านเอง ผู้เชี่ยวชาญบางคนเห็นว่าท่านเสียชีวิตด้วยพอโลเนียม-210

1.พอโลเนียม-210 ยาพิษปริศนา (เล่มแรกฟรี)
            ตั้งแต่ยุคโบราณมนุษย์รู้จักยาพิษ นำมาใช้เป็นอาวุธเรื่อยมา และเมื่อความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้นมนุษย์เริ่มคิดค้นสารพิษใหม่ที่ร้ายแรงกว่าสารพิษที่พบตามธรรมชาติ พอโลเนียม-210 คือตัวอย่างสารพิษที่มนุษย์แสวงหามานานแล้ว นั่นคือสารพิษหรือยาพิษที่ไร้สีไร้กลิ่นไร้รส ไม่มีทางเยียวยาที่ได้ผลดี ตรวจจับไม่ได้ (ยากแก่การตรวจจับ) ผู้เสียชีวิตมักเป็นบุคคลพิเศษ บุคคลสำคัญทางการเมือง พอโลเนียม-210 จึงเป็นยาพิษสมัยใหม่ที่คิดค้นมาเพื่อจัดการบุคคลเหล่านี้

---------------------------

รัสเซียหนุนหลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลยูเครนหรือไม่

8 กุมภาพันธ์ 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6668 วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2088288)

            สถานการณ์ยูเครนตึงเครียดอีกครั้ง หลังสื่อ The New York Times รายงานว่าประธานาธิบดีบารัก โอบามากำลังพิจารณาส่งอาวุธหนักให้รัฐบาลยูเครนเพื่อรบกับฝ่ายต่อต้าน เนื่องจากการคว่ำบาตรรัสเซียไม่ได้ผล
            แต่ไหนแต่ไรฝ่ายตะวันตกกล่าวหารัสเซียหนุนหลังกองกำลังฝ่ายต่อต้าน ให้ทั้งเงินและอาวุธ ทำให้ฝ่ายต่อต้านเป็นฝ่ายได้เปรียบในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลรัสเซียปฏิเสธมาโดยตลอด
            รายงานของสหรัฐชิ้นหนึ่งระบุว่าหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียได้ส่งอาวุธหนักจำนวนมากให้ฝ่ายต่อต้าน รวมทั้งรถถัง T-80, T-72 เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง ปืนใหญ่ แนะว่าอาวุธที่ควรให้กองทัพยูเครนควรเป็นอาวุธที่สามารถต่อกรกับอาวุธรัสเซีย เช่น เรดาร์ชี้เป้าตำแหน่งอาวุธหนักของฝ่ายตรงข้าม เครื่องบินไร้พลขับ ระบบสื่อสารที่รัสเซียตรวจจับไม่ได้
            เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อน อียูเกรงว่ายุโรปกำลังจะเกิดศึกใหญ่ จึงพยายามเจรจาก่อนจะไม่ทันการ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานางอังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) นายกรัฐมนตรีเยอรมนีกับประธานาธิบดีฝรั่งเศส ฟร็องซัว ออล็องด์ (Francois Hollande) ได้บินด่วนไปกรุงมอสโคว์หารือกับนายวลาดีมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) ประธานาธิบดีรัสเซีย การเดินทางครั้งนี้ปราศจากพิธีการทูต ไม่มีภาพข่าว 3 ผู้นำจับมือ
            หลังการประชุมไม่มีฝ่ายใดแถลงผลการประชุม ชี้ว่ายังตกลงกันไม่ได้ อาจต้องนำเสนอของรัสเซียไปพิจารณาให้รอบคอบ ฟังความเห็นของประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะสหรัฐ
            ข้อมูลล่าสุด รัฐบาลโอบามายังไม่ตัดสินใจว่าจะส่งอาวุธหนักให้หรือไม่

มีกองกำลังรัสเซียในยูเครนตะวันออกหรือไม่ :
            คำถามแรกที่สุดคือการหาคำตอบว่ามีกองกำลังรัสเซียในยูเครนฝั่งตะวันออกหรือไม่ จากข้อมูลที่ปรากฎ พอจะสรุปได้ดังนี้
เหตุผลว่ามี :
          ประการแรก รัสเซียเคยใช้กองกำลังไร้สังกัดเข้าควบคุมไครเมีย
            ย้อนหลังเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2014 รัสเซียส่งทหารราว 6,000 นายเข้าเขตปกครองตนเองไครเมีย (ในตอนนั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของประเทศยูเครน) กองกำลังเหล่านี้ ไม่ได้ติดแถบเครื่องหมายใดๆ ที่แสดงว่าเป็นกองกำลังของฝ่ายใด ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ยังสับสนอยู่นั้น นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergei Lavrov) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียกล่าวว่ากองกำลังเหล่านั้นเป็นกองกำลังท้องถิ่นไครเมีย
            ในที่สุดเป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่า กองกำลังเหล่านั้นคือกองกำลังรัสเซีย มีภาพข่าวจากหลายสำนักข่าวอย่างชัดเจน ทั้งภาพหน้าตากองกำลัง อาวุธยุทโธปกรณ์
            จึงมีความเป็นไปได้ว่ารัสเซียกำลังใช้วิธีเดียวกันนี้กับยูเครนตะวันออก

            ประการที่ 2 ประธานาธิบดีโปโรเชนโกประกาศว่ามี
            รัฐบาลยูเครนพูดเรื่องนี้ซ้ำหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมาในที่ประชุมดาวอส (Davos) นายเปโตร โปโรเชนโก (Petro Poroshenko) ประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่ามีทหารรัสเซียกว่า 9,000 นายในยูเครนตะวันออก ส่วนนายอาร์เซนีย์ ยัตเซนยุค (Arseny Yatsenyuk) นายกรัฐมนตรียูเครน เรียกร้องให้รัสเซีย “ถอนปืนใหญ่และหยุดส่งอาวุธแก่ผู้ก่อการร้าย”

            ประการที่ 3 ข้อมูลจากสหประชาชาติ นาโต และประเทศต่างๆ
            เจ้าหน้าที่นาโตคิดว่าปัจจุบันมีกองกำลังสังกัดรัสเซียราว 1,000 นาย ประเทศในกลุ่มอียูบางประเทศ เช่น นายเดวิด คาเมรอน (David Cameron) นายกฯ อังกฤษยืนยันว่ามีกองกำลังรัสเซียในยูเครน เตือนว่าจะคว่ำบาตรรัสเซียต่อไป “จนกว่าทหารรัสเซียจะออกจากยูเครน
            ส่วนรายงานของสหประชาชาติเมื่อเดือนตุลาคม 2014 ชี้ว่ามี “ทหารรับจ้างต่างชาติ” มากขึ้นในกลุ่มกองกำลังฝ่ายต่อต้าน ส่วนหนึ่งเป็นพลเมืองรัสเซีย แต่ไม่สามารถระบุรายละเอียด
            จากข้อมูลที่ปรากฎ หลายฝ่ายยืนยันว่ามีกองกำลังรัสเซียในยูเครน แต่จำนวนนั้นไม่ชัดเจน มีตั้งแต่ 1,000 – 9,000 นาย

ไม่มีกองกำลังรัสเซีย เพราะ :
            ในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลปูตินปฏิเสธเรื่อยมา ยืนยันว่าไม่มีกองกำลังรัสเซียในยูเครน นอกจากคำกล่าวอ้างนี้ ข้อมูลอื่นๆ ที่ชี้ว่าไม่มี เช่น
            ประการแรก OSCE ยอมรับว่าไม่มี
            องค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Organization for Security and Co-operation in Europe : OSCE) ซึ่งเป็นหน่วยงานของยุโรปยอมรับว่าไม่มีกองกำลังรัสเซียในยูเครน
            ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ OSCE ได้ตั้งสถานีตรวจสอบจุดผ่านแดนระหว่างรัสเซียกับยูเครน 2 จุด เพื่อตรวจสอบการเข้าออก เจ้าหน้าที่ของ OSCE ยอมรับว่าไม่มีประเทศใดสามารถซ่อนกองกำลังของตนในเขตพื้นที่สู้รบ เนื่องจากเขตพื้นที่สู้รบอยู่ในพื้นที่เปิดและเป็นบริเวณเล็กๆ เท่านั้น

            ประการที่ 2 สื่อไม่สามารถแสดงหลักฐาน
            นับจากยูเครนเริ่มเกิดความตึงเครียด นักข่าวจากหลายสำนักทั่วโลกต่างไปทำข่าวที่นั่น น่าแปลกใจที่สื่อตะวันตกหลายสำนักเสนอข่าวว่ามีกองกำลังรัสเซีย รัสเซียส่งอาวุธให้ฝ่ายต่อต้าน แต่ไม่มีหลักฐานภาพถ่ายใดๆ
            กรณีการปรากฏตัวของกองกำลังต่างชาติในยูเครน แตกต่างจากกรณีไครเมียกับซีเรียอย่างชัดเจน ดังที่นำเสนอแล้วว่า ในกรณีไครเมียสื่อสามารถนำเสนอภาพข่าวกองกำลังติดอาวุธไร้สังกัด
            ส่วนกรณีซีเรียประธานาธิบดีอัสซาดระบุว่ารัฐบาลกำลังสู้กับผู้ก่อการร้ายต่างชาติ หลายประเทศสนับสนุนผู้ก่อการร้ายให้เข้ามาก่อเหตุในซีเรีย ให้เงินและอาวุธแก่องค์กรก่อการร้าย มีหลักฐานแสดงการปรากฏตัวของกองกำลังต่างชาติมากมาย ทั้งภาพถ่ายและศพทหาร มีการคืนศพจำนวนหนึ่งแก่รัฐบาลเจ้าของประเทศ องค์กรระหว่างประเทศอย่าง Syrian Observatory for Human Rights ประเมินเมื่อกันยายน 2014 ว่ามีกองกำลังรัฐอิสลาม (IS) ในซีเรีย 50,000 นาย ในจำนวนนี้ราว 20,000 นายเป็นชาวต่างชาติ (ไม่ใช่ซีเรีย)
            แม้กระทั่งรายงานของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (National Intelligence) ของสหรัฐเมื่อต้นปี 2014 ก็ยอมรับว่าฝ่ายต่อต้านมีกำลังรบทั้งหมด 75,000 ถึง 110,000 นาย ในจำนวนนี้ 7,000 นายเป็นชาวต่างประเทศกว่า 50 สัญชาติ
            กรณียูเครนจึงต่างจากไครเมียกับซีเรียอย่างชัดเจน

            ประการที่ 3 ไม่มีหลักฐานจากระบบข่าวของฝ่ายตะวันตก
            ใครๆ ก็ยอมรับว่าสหรัฐมีระบบจารกรรม สอดแนมที่ทันสมัยและครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด จนรัฐบาลประเทศต่างๆ ต้องหวาดผวา เพราะแม้กระทั่งรัฐบาลแมร์เคิลของเยอรมัน ประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นพันธมิตรนาโต แต่โทรศัพท์ผู้นำเยอรมันถูกดักฟัง
            สหรัฐมีระบบดาวเทียม เครื่องบินสอดแนมที่ปฏิบัติภารกิจเป็นประจำทั่วโลก แต่น่าแปลกใจที่ไม่สามารถแสดงหลักฐานว่ามีกองกำลังรัสเซียในยูเครนตะวันออก
            แม้กระทั่งยูเครนก็มีดาวเทียมของตนเอง (เช่น ดาวเทียม Sich-1 กับ Sich-2) และเคยแสดงหลักฐานการตกของเครื่องบินโบอิ้ง 777 ของสายการบินมาเลเซีย เที่ยวบิน MH17 ที่ถูกยิงตกเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว
            น่าแปลกใจที่การสู้รบในยูเครนดำเนินมาแล้วหลายเดือน มีผู้เสียชีวิตกว่า 5,000 ราย แต่ฝ่ายตะวันตกไม่สามารถแสดงหลักฐานใดๆ จากระบบข่าวกรองของตน

วิเคราะห์องค์รวม :
            ตอนที่กองกำลังไร้สังกัดเข้าควบคุมไครเมีย สื่อนานาชาติหลายสำนักแสดงภาพถ่ายอย่างชัดเจนถึงการมีตัวตน อาวุธต่างๆ ดังนั้น แม้รัฐบาลรัสเซียจะปฏิเสธแต่เป็นที่ยอมรับทั่วไปว่านั่นคือกองกำลังรัสเซีย แต่สถานการณ์ยูเครนตะวันออกในขณะนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เกิดข้อสงสัยว่ามีกองกำลังรัสเซียอยู่จริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในเชิงทฤษฎี มีความเป็นไปได้ว่ารัสเซียให้การสนับสนุน โดยเฉพาะด้านกระสุน กำลังบำรุง กลยุทธ์การรบ และการข่าวแก่ฝ่ายต่อต้านอย่างลับๆ ช่วยไห้ฝ่ายต่อต้านรบอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถต้านทานกองทัพรัฐบาล

ข้อกล่าวอ้างบางครั้งส่งผลเสียมากกว่าผลดี เช่น รัฐบาลยูเครนพูดซ้ำหลายรอบว่ามีกองกำลังรัสเซีย ชี้ว่ามีถึง 9,000 นาย แต่ไม่เคยแสดงหลักฐานที่เชื่อถือได้ เกิดคำถามว่าเป็นการพูดเท็จหรือไม่ ทำไมจึงพูดเท็จ และขณะนี้รัฐบาลโอบามากับพันธมิตรกำลังคิดดำเนินนโยบายตามคำเท็จเหล่านั้น
            ในหลักความสัมพันธ์ระหว่าง “มนุษย์” หากคนที่ติดต่อด้วยพูดเท็จ อีกฝ่ายคงต้องมองแง่ลบต่อผู้พูด อย่างน้อยต้องระวังตัวไว้ก่อน ในกรณีรัฐบาล “พูดเท็จ” ย่อมสมควรถูกมองแง่ลบ ถูกตั้งข้อสงสัยถึงเจตนาแอบแฝงของรัฐบาลประเภทนี้
            และถ้ามีรัฐบาลใดเชื่อถือ “คำพูดเท็จ” ก็สมควรถูกมองแง่ลบและถูกตั้งข้อสงสัยเช่นกัน

            นอกจากเรื่องการให้อาวุธ Ursula von der Leyen รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมันตั้งคำถามว่า “มั่นใจได้หรือที่การให้อาวุธจะช่วยให้ชาวยูเครนมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น มั่นใจได้หรือที่ [กองทัพรัฐบาล] ยูเครนจะสามารถเอาชนะอาวุธสงครามของรัสเซีย”
            รัฐมนตรี Leyen พาให้คิดทบทวนภาพรวมว่าการให้อาวุธหนักจะเป็นประโยชน์มากเพียงใด หากสามารถเอาชนะฝ่ายต่อต้านจะเป็นหลักประกันว่ายูเครนตะวันออกจะสงบหรือไม่ เพราะชาวยูเครนตะวันออกที่พูดภาษารัสเซียมีความใกล้ชิดรัสเซียมากกว่า ระบบเศรษฐกิจมีความเชื่อมโยงมากกว่า
            ในอีกมุมหนึ่ง การส่งอาวุธหนักให้กองทัพรัฐบาลจะยิ่งทำให้การรบยืดเยื้อ จะมีคนบาดเจ็บล้มตายมากขึ้น สถานการณ์จะเหมือนกับซีเรียในขณะนี้ที่สงครามกลางเมืองดำเนินมาแล้วเกือบ 4 ปีเต็ม มีผู้เสียชีวิตกว่า 200,000 คน เพราะต่างฝ่ายต่างมีอาวุธกระสุนเต็มคลัง มีชาติผู้สนับสนุนมาเติมให้อย่างต่อเนื่อง กลายเป็นสงครามที่ไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไร
            ที่ผ่านมาทุกฝ่ายเห็นว่าต้องแก้ปัญหาด้วยการเจรจา ด้วยสันติวิธี แต่ดูเหมือนว่าบางประเทศไม่คิดปฏิบัติตามนั้นจริง ไปๆ มาๆ ยูเครนกำลังจะเป็นเหมือนซีเรียอีกประเทศหรือไม่ หรือมีอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น
----------------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
สถานการณ์ในยูเครนสงบเรียบร้อยขึ้น แต่กลายเป็นต้นเหตุทำให้รัสเซียเผชิญหน้ากับสหรัฐและพันธมิตร รัฐบาลปูตินเชื่อว่าหากเดินเกมยืดเยื้อ ประชาชนยูเครนจะออกมาประท้วงคว่ำรัฐบาลโปโรเชนโก ฝ่ายตนจะเป็นผู้ได้ชัย ด้านสหรัฐกับพันธมิตรตอบโต้ด้วยการกดดันคว่ำบาตรรัสเซีย จนค่าเงินรูเบิลอ่อนค่าอย่างรุนแรง กระทบเศรษฐกิจรัสเซีย

กว่า 20 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลรัสเซียเข้าแทรกแซงการเมืองการเลือกตั้งยูเครน เพื่อให้ได้รัฐบาลที่ดำเนินนโยบายใกล้ชิดรัสเซีย แต่ความไร้เสถียรภาพของรัฐบาล การก่อการของขั้วฝ่ายตรงข้าม ทำให้การเมืองยูเครนผันผวน ได้รัฐบาลที่อิงชาติตะวันตกสลับกับที่อิงรัสเซีย เป้าหมายของยุทธศาสตร์ใหม่ของประธานาธิบดีปูติน คือหวังแก้ความผันผวนทางการเมือง ด้วยการแยกยูเครนออกเป็น 3 ส่วน

แม้ว่าทุกวันนี้จะผ่านพ้นสงครามเย็นมานานแล้ว สิ่งหนึ่งที่สื่อชาติตะวันตกทำอย่างต่อเนื่องนับจากสงครามเย็นจนถึงปัจจุบัน คือ การโฆษณาชวนเชื่อ บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร หลอกหลวงประชาคมโลกอย่างเป็นระบบ ไม่ต่างจากทางการรัสเซียที่ยังใช้การโฆษณาชวนเชื่อเป็นเครื่องมือดังที่กระทำเรื่อยมา วิกฤตยูเครนในขณะนี้เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ต่างฝ่ายต่างพยายามช่วงชิงความได้เปรียบ โดยพยายามเปรียบเปรยให้นึกถึงสงครามเย็น ยุคที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน และพยายามดึงให้ประเทศอื่นๆ อยู่กับฝ่ายของตน

โฆษณาอีบุ๊คของผม (คลิกที่รูป)


บรรณานุกรม:
1. Alastair Macdonald and Jan Strupczewski. (2014, December 19). EU leaders prepare for long confrontation with Russia. Euronews/Reuters. Retrieved from http://www.euronews.com/newswires/2849952-eu-leaders-ready-long-confrontation-with-russia/
2. Bashar al-Assad Interview: The Fight against Terrorists in Syria. (2014, January 21). Global Research. Retrieved from http://www.globalresearch.ca/bashar-al-assad-interview-the-fight-against-terrorists-in-syria/5365613
3. Charbonneau, Louis. (2014, September 25). Exclusive: Ukraine prime minister says Russians 'want us to freeze'. Reuters. Retrieved from http://www.reuters.com/article/2014/09/25/us-un-assembly-ukraine-idUSKCN0HK2LC20140925
4. Garanich, Gleb., & Baczynska, Gabriela. (2015, February 6). Kremlin talks on Ukraine yield little but agreement to keep talking. Reuters. Retrieved from http://uk.reuters.com/article/2015/02/06/uk-ukraine-crisis-idUKKBN0LA13N20150206
5. Gordon, Michael R., & Schmitt, Gordon. (2015, February 1). U.S. Considers Supplying Arms to Ukraine Forces, Officials Say. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2015/02/02/world/us-taking-a-fresh-look-at-arming-kiev-forces.html?_r=0
6. Islamic State 'has 50,000 fighters in Syria'. (2014, August 19). Al Jazeera. Retrieved from http://www.aljazeera.com/news/middleeast/2014/08/islamic-state-50000-fighters-syria-2014819184258421392.html
 7. Lerma, Xavier. (2015, February 2). No Russian Troops in Ukraine/Obama Admits to Coup. Pravda. Retrieved from http://english.pravda.ru/opinion/columnists/02-02-2015/129672-obama_admits_ukraine_coup-0/
8. Russia tightens grip on Crimea as West scrambles to respond. (2014, March 3). Fox News/AP. Retrieved from http://www.foxnews.com/world/2014/03/03/russia-tightens-grip-on-crimea-as-west-scrambles-to-respond/
9. Standoffs persist in Crimea as Kerry prepares to meet Russian counterpart. (2014, March 5). The Washington Post. Retrieved from http://www.washingtonpost.com/world/europe/standoffs-persist-in-crimea-as-kerry-prepares-to-meet-russian-counterpart/2014/03/05/6677625e-a45f-11e3-8466-d34c451760b9_story.html
10. Syria Al Qaida group ‘wants to attack US’. (2014, January 30). Gulf News. Retrieved from http://gulfnews.com/news/region/syria/syria-al-qaida-group-wants-to-attack-us-1.1284269
11. Ukraine crisis: President Putin gets Russian parliament's nod to send military into Crimea. (2014, March 1). Hindustan Times. Retrieved from http://www.hindustantimes.com/world-news/russian-parliament-allows-putin-to-use-military-in-ukraine/article1-1189678.aspx
12. Ukraine did not make satellite images that security service revealed July 30. (2014, August 1). ITAR-TASS. Retrieved from http://en.itar-tass.com/russia/743240
13. UN: 3,660 killed, 8,756 wounded in Ukraine conflict since April. (2014, October 8). RT. Retrieved from http://rt.com/news/194052-ukraine-human-rights-violations/
14. Zamyatina, Tamara. (2015, January 16). New spate of drafting to Ukrainian Armed Forces fraught with full-scale war in Europe. TASS. Retrieved from http://itar-tass.com/en/opinions/771633
---------------------------------

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

แนวทางการต่อรองระหว่างรัฐบาลซีปราสกับทรอยกา

1 กุมภาพันธ์ 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6661 วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2083444)

ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 25 มกราคมเป็นไปตามคาด พรรคซีริซา (Syriza) ชนะอย่างถล่มทลายกวาดที่นั่งในสภาเกือบครึ่ง และดึงพรรค Independent Greeks ซึ่งเป็นพรรคขนาดเล็กร่วมจัดตั้งรัฐบาล นายอเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) หัวหน้าพรรคซีริซาขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
นายกฯ ซีปราสกล่าวว่าชาวกรีก “ได้แสดงอาณัติที่ชัดเจนและทรงพลัง” นับจากนี้กรีซจะแก้วิกฤตเศรษฐกิจด้วยโยบายใหม่

ท่าทีและข้อเสนอของพรรคซีริซา :
ในช่วงหาเสียง พรรคซีริซาปรับท่าทีคลายความตึงเครียดกับอียู ประกาศนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยเฉพาะมาตรการรัดเข็มขัด ดังนี้
            ประการแรก ต้องการเป็นสมาชิกยูโรโซนต่อไป
            ในช่วงหาเสียงซีปราสประกาศว่ายังต้องการเป็นสมาชิกอียูต่อไป แต่ขอระงับมาตรการรัดเข็มขัด เจรจาผ่อนผันหนี้สิน
การประกาศว่าต้องการเป็นสมาชิกยูโรโซนต่อไปน่าจะเป็นเพราะการเป็นสมาชิกหมายถึงได้รับความช่วยเหลือ ได้เงินจากต่างชาติซึ่งจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาอียูได้สร้างระบบป้องกันความผันผวนทางการเงินหากกรีซถอนตัวออกไป การใช้วิธีขู่จะถอนตัวจึงไม่น่าจะได้ผล และต้องชั่งใจว่าหากอียูยอมให้กรีซถอนตัวเท่ากับทำลายอนาคตของพรรค จะเกิดการเลือกตั้งใหม่อีกรอบ คราวนี้พรรคสายเสรีประชาธิปไตยจะชนะการเลือกตั้ง กรีซเข้ารับความช่วยเหลือจากทรอยกาตามเดิม
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทางเลือกที่ดีที่สุดคือชนะการเลือกตั้ง เป็นรัฐบาล และขอเจรจาเพื่อปรับลด ยืดเวลาชำระหนี้ออกไประยะหนึ่ง ผ่อนคลายมาตรการรัดเข็มขัดบางส่วน เป็นหนทางที่พรรคจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน สามารถบริหารประเทศ

            ประการที่ 2 ขอลดหย่อนผ่อนผันอีก
ช่วงเดือนธันวาคม 2014 ขณะที่รัฐบาลซามารัสกำลังเตรียมตัวเพื่อรับเงินช่วยเหลืองวดใหม่ พรรค พรรคซีริซาใช้กลยุทธ์เรียกร้องขอลดหย่อนผ่อนผัน เป็นการทำลายคะแนนนิยมรัฐบาล และหาเสียงให้กับตนเอง ซีปราสเห็นว่าไม่จำต้องชำระหนี้ทั้งหมด เรื่องหนี้สินเป็นนโยบายอีกข้อที่แตกต่างจากปี 2012 คือจะไม่ขอล้างหนี้ทั้งหมด ข้อมูลบางแหล่งชี้ว่าจะขอปรับลดหนี้ลงกึ่งหนึ่ง เหมือนกับที่เยอรมนีเคยได้รับเมื่อปี 1953
ซีปราสกล่าวว่าจะเรียกร้อง “ขอปรับโครงสร้างหนี้เพื่อนำมาใช้ในกิจการทางสังคม ... รวมถึงลบล้างหนี้ส่วนใหญ่ด้วย”

            ประการที่ 3 ระงับนโยบายรัดเข็มขัด พร้อมกับขึ้นเงินเดือน
กรีซเริ่มใช้นโยบายรัดเข็มขัดตั้งแต่ปี 2010 และยกระดับมาตรการหลายรอบ รวมถึงการขึ้นภาษี ลดเงินเดือน บำเหน็จบำนาญ ชาวบ้านเดือดร้อนถ้วนหน้า
ในช่วงหาเสียงซีปราสชี้ว่าถึงเวลาแล้วที่ชาวกรีกจะ “ยุติระบอบที่ผลักประเทศกรีซสู่ความยากจน การว่างงาน ความโศกเศร้าและสิ้นหวัง” ให้สัญญาว่าจะเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ขึ้นเงินเดือน บำเหน็จบำนาญ จ้างงานเพิ่มหลายพันตำแหน่ง ระงับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ถ้าได้เป็นรัฐบาลจะยกเลิกมาตรการรัดเข็มขัดที่ทรอยกายัดเยียดให้
            แนวทางที่ใช้  คือ ลดหนี้และ/หรือระงับการชำระชั่วคราวเพื่อไม่เป็นภาระทางการคลัง ซึ่งเท่ากับสามารถคลายมาตรการรัดเข็มขัดไปในตัว และนำเงินกู้ เงินที่ต้องชำระหนี้ไปเพิ่มเงินเดือน เพิ่มการจ้างงาน สวัสดิการต่างๆ นอกจากนี้ พรรคจะเน้นเก็บภาษีจากคนรวย

            บางคนวิจารณ์ว่าพรรคซีริซาเป็นพวกสุดโต่ง เป็นพวกสังคมนิยม ต่อต้านทุนนิยมโลกาภิวัตน์ ข้อเท็จจริงคือไม่ว่าพรรคจะหาเสียงอย่างไร หากผลสุดท้ายคือรับความช่วยเหลือจากทรอยกา เพียงแต่ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขบางอย่าง พยายามติดต่อค้าขายกับนานาชาติ ข้อสรุปคือ แนวนโยบายของพรรคซีริซาไม่แตกต่างจากพรรคกระแสหลัก เพราะกรีซยังอยู่ในระบบเศรษฐกิจทุนนิยมเสรีของโลกอยู่ดี
            สิ่งที่พรรคซีริซาทำคืออาศัยกระแสต่อต้านนโยบายมาตรการรัดเข็มขัดเป็นประเด็นหาเสียง ด้วยการชูนโยบาย “ระงับมาตรการรัดเข็มขัด” เป็นเครื่องจูงใจให้ประชาชนหันมาเลือกตน เสนอนโยบายตอบสนองความต้องการเฉพาะหน้าของประชาชนอย่างตรงไปตรงมา

ทางเลือกที่เป็นไปได้ :
            เรื่องที่นักวิเคราะห์สนใจมากที่สุดคือรัฐบาลซีปราสจะบรรลุข้อตกลงใหม่กับทรอยกาได้หรือไม่ มีทางเลือก 2-3 ทาง ดังนี้
            ทางเลือกแรก ทรอยกายอมให้กรีซถอนตัว
            จุดยืนของพรรคซีริซาคือขอปรับลดหนี้ แต่คนของทรอยกาหลายคนแสดงท่าทีแข็งกร้าว เช่น Benoit Coeure สมาชิกคณะกรรมการบริหาร ECB ชี้ว่ารัฐบาลกรีกไม่สามารถตัดลดหนี้สินส่วนที่ ECB เป็นเจ้าหนี้ เนื่องจาก “ผิดกฎหมายและผิดข้อสัญญา”
            ที่สำคัญกว่านั้นคือหากกรีซได้สิทธิพิเศษนี้ ลูกหนี้รายอื่นๆ จะเรียกร้องสิทธิเช่นกัน การยืนกรานต่อกรีซเท่ากับยืนกรานต่อลูกหนี้รายอื่นๆ ไปในตัว
            เหตุผลสำคัญอีกประการคือ ยูโรโซนในวันนี้มีความเข้มแข็งและเตรียมมาตรการรับมือไว้ดีกว่าเมื่ออดีต จึงเชื่อว่าหากกรีซถอนตัวจะไม่กระทบต่อเสถียรภาพของค่าเงินยูโรมากนัก Fredrik Erixon ผู้อำนวยการ European Centre for International Political Economy กล่าวว่า “เจ้าหน้าที่ยุโรปหลายคนเชื่อว่าหากกรีซถอนตัว จะไม่ส่งผลให้ประเทศอื่นๆ ถอนตัวตาม เช่น สเปนหรือไอร์แลนด์” สถานการณ์ในปัจจุบันต่างจากเมื่อปี 2010-11
หากต่างฝ่ายยึดมั่นจุดยืน กรีซจะถอนตัวออกจากยูโรโซน เมื่อถึงเวลานั้นยูโรโซนจะรับมือได้ดีเพียงใดต้องติดตาม

ทางเลือกที่ 2 ทรอยกายินยอมผ่อนหนี้ให้บางส่วน ลดมาตรการรัดเข็มขัด
            ก่อนหน้านี้ทรอยกายได้ยืดหนี้กรีซออกไประยะหนึ่ง และปรับลดอัตราดอกเบี้ยบางส่วน ทรอยกาคิดดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 2.4 ในขณะที่รัฐบาลเยอรมันต้องชำระดอกเบี้ยในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 2.7
            การลดหย่อนผ่อนหนี้เพิ่มเติมจึงเป็นไปได้และเป็นผลดีกับทุกฝ่าย นั่นคือ กรีซยังเป็นสมาชิกยูโรโซนต่อไป ยังอยู่ในโครงการรับความช่วยเหลือจากทรอยกา พร้อมกับลดมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อให้ชาวกรีก “รู้สึก” ผ่อนคลายลง
            สำหรับประเทศอย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส หวังจะให้กรีซเป็นสมาชิกยูโรโซนต่อไป เพราะประเทศเหล่านี้ได้ประโยชน์จากการมียูโรโซน การคงเป็นสมาชิกยังช่วยลดแรงกระเพื่อมเรื่องที่อียูอาจแตกออกซึ่งเป็นฉากทัศน์ที่เลวร้ายสุด และไม่มีใครอยากให้เกิด เพราะจะส่งผลเสียรุนแรงต่อทุกประเทศ
            กรีซจะไม่ถึงขั้นถังแตก ระบบเศรษฐกิจล่มสลาย บรรดานักธุรกิจ ผู้คุมอำนาจ ยังคงรักษาธุรกิจ ฐานอำนาจของตนไว้ได้ “ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปอย่างที่เคย” เพียงแต่ได้ผู้นำรัฐบาลหน้าใหม่เท่านั้น
            ถ้ามองโลกในแง่ดี รัฐบาลซีปราสซึ่งเป็นรัฐบาลจากพรรคที่ไม่เคยเป็นรัฐบาลมาก่อนจะสามารถปฏิรูปประเทศ แก้ไขรากปัญหาที่หมักหมมมานานหลายทศวรรษ
            ถ้ามองในแง่ร้าย การปฏิรูปจะไม่ได้ผลจริงจัง ประเทศยังคงเหมือนเดิม แม้ว่าจะมีพรรคที่ขึ้นชื่อว่าซ้ายสุดโต่งนามว่าซีริซา

            ทางเลือกที่ 3 กรีซอยู่กับยูโรโซนอีกระยะหนึ่ง
            นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่ารัฐบาลซีปราสจะต้องขอรับเงินกู้งวดใหม่ก่อน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจในขณะนี้ ในเวลาอันใกล้นี้ กรีซจะยังอยู่กับยูโรโซนไปก่อน
            แต่หลังจากนั้น เมื่อรัฐบาลเข้าบริหารประเทศได้ระยะหนึ่ง ล่วงรู้ความเป็นไปของฐานะการเงินการคลัง ตื้นลึกหนาบางของเศรษฐกิจ รัฐบาลซีปราสจะพร้อมดำเนินแผนขั้นต่อไป หนึ่งในทางเลือกที่เป็นไปได้คือถอนตัวออกจากยูโรโซน อย่างไรก็ตามทางเลือกนี้จะเป็นทางเลือกสุดท้าย ทั้ง 2 ฝ่ายจะพยายามไม่ให้มาถึงจุดนี้
            ในช่วงหาเสียง อดีตนายกฯ ซามารัส หัวหน้าพรรค New Democracy เตือนว่าการเลือกตั้งจะเป็นการตัดสินใจว่าประเทศจะยังเป็นสมาชิกอียูต่อไปหรือไม่ ชี้ว่าหากพรรคฝ่ายซ้ายซีริซาชนะการเลือกตั้ง อาจเป็นเหตุให้ประเทศต้องพ้นจากการเป็นสมาชิกอียูในที่สุด อดีตนายกฯ ซามารัสอาจพูดเพื่อขู่ไม่ให้คนเลือกพรรคซีริซา แต่ก็อาจพยากรณ์อนาคตได้ถูกต้อง

อนาคตที่ไม่แน่นอน :
รัฐบาลซีปราสกำลังเจรจากับทรอยกา กรีซจำต้องได้คำตอบในไม่ช้า เพราะการบริหารประเทศจำต้องใช้เงิน ต้องการเงินกู้งวดใหม่จากทรอยกา ยิ่งเวลาผ่านไปมากเพียงใดความตึงเครียดจะยิ่งมากขึ้น ข้อนี้ไม่เป็นผลดีต่อยูโรโซนด้วย เพราะหากการเจรจายืดเยื้อไม่สำเร็จโดยเร็ว รัฐบาลกรีกอาจต้องถอนตัวออกจากยูโรโซนโดยปริยาย
ล่าสุด Yanis Varoufakis รัฐมนตรีกระทรวงการคลังกรีกกล่าวว่า กรีซ “ไม่ต้องการเงิน 7,000 ล้านยูโร [เงินกู้ช่วยเหลืองวดใหม่] … เราต้องการนั่งลงและทบทวนโครงการทั้งหมด”
ด้าน Sigmar Gabriel รองนายกฯ และรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ (economy minister) กล่าวว่า กรีซต้อง “รักษาข้อผูกพันต่างๆ” ทั้งเรื่องงบประมาณและการปฏิรูปเศรษฐกิจที่ได้ตกลงไว้เพื่อแลกกับความช่วยเหลือ
            ในหลายฉากทัศน์ที่นำเสนอ ในระยะสั้นกรีซอาจบรรลุข้อตกลงกับทรอยกาได้รับเงินช่วยเหลืออีกงวด หรืออาจสามารถตกลงประนีประนอมกันได้ แต่ต้องไม่ลืมว่ารากปัญหาเดิมยังคงอยู่ ทั้งเรื่องการคอร์รัปชัน การใช้จ่ายเงินเกินตัว หากรัฐบาลซีปราสไม่สามารถแก้รากปัญหา ในอนาคตหนี้สินภาครัฐจะพอกพูนอีกครั้ง ปัญหาเดิมๆ จะวนกลับมา
-----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง 
ในช่วงปี 2000-07 รัฐบาลใช้เงินกู้จำนวนมหาศาล เศรษฐกิจเติบโตชั่วคราว จีดีพีเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 4.5 อัตราว่างงานลดลงเหลือร้อยละ 7 ในปี 2008 แต่พบว่าการเก็บภาษีไม่ได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วน ฐานะเศรษฐกิจของกลุ่มคนยากจนไม่ดีกว่าเดิมมากนัก หนี้สินภาครัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การทุจริตคอร์รัปชันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการศึกษาพบว่าเป็นต้นเหตุสำคัญพาประเทศสู่วิกฤต

บรรณานุกรม :
1. Blenkinsop, Philip. (2015, January 10). Greek debt held by ECB cannot be restructured: ECB's Coeure. Reuters. Retrieved from http://www.reuters.com/article/2015/01/10/us-greece-election-polls-idUSKBN0KJ0OP20150110
2. Blome, Nikolaus., Christides, Giorgos., Reiermann, Christian., & Schmitz, Gregor Peter. (2015, January 5). Grexit Grumblings: Germany Open to Possible Greek Euro Zone Exit. Spiegel Online. Retrieved from http://www.spiegel.de/international/europe/merkel-and-germany-open-to-possible-greek-euro-zone-exit-a-1011277.html
3. Greece election: Anti-austerity Syriza wins election. (2015, January 25). BBC. Retrieved from http://www.bbc.com/news/world-europe-30975437
4. Greek Crisis 2.0? Not quite yet. (2014, December 13). The Grand Island Independent/AP. Retrieved from http://www.theindependent.com/news/world/greek-crisis-not-quite-yet/article_fe68a983-44c3-5fa6-9236-03fbea08654a.html
5. Greek elections: Will anti-austerity party Syriza win? (2015, January 22). BBC. Retrieved from http://www.bbc.co.uk/news/world-europe-30906153
6. Greece warned against reversing bailout deals. (2015, January 30). Kathimerini/AFP. Retrieved from http://www.ekathimerini.com/4dcgi/_w_articles_wsite1_1_30/01/2015_546704
7. Mangasarian, Leon. (2015, January 5). Samaras Warns of Euro Exit Risk as Greek Campaign Starts. Bloomberg. Retrieved from http://www.bloomberg.com/news/2015-01-03/germany-sees-greek-euro-exit-as-manageable-outcome-spiegel-says.html
8. Odendahl, Christian., & Tilford, Simon. (2015, January 16). Greece will remain in the euro for now. Centre for European Reform. Retrieved from http://www.cer.org.uk/insights/greece-will-remain-euro-now
9. Prospect of Greek electoral stalemate scares business world. (2015, January 16). Asia One/AFP. Retrieved from http://news.asiaone.com/news/world/prospect-greek-electoral-stalemate-scares-business-world
10. The new spectre haunting Europe: Greece's Syriza. (2014, December 31). France 24. Retrieved from http://www.france24.com/en/20141230-greece-Syriza-europe-austerity-spectre-tsipras-troika/
11. Tsipras tries to strike balanced tone in first cabinet address. (2015, January 28). Kathimerini. Retrieved from http://www.ekathimerini.com/4dcgi/_w_articles_wsite1_1_28/01/2015_546615
-----------------------------