วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

มองรอบด้านกับการบรรลุร่างข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน (2)

26 กรกฎาคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6836 วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2213679)

            สัปดาห์สุดท้ายก่อนบรรลุร่างข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ มีกระแสข่าวว่าประเด็นที่ยังตกลงกันไม่ได้คือเงื่อนไขยกเลิกข้อมติคว่ำบาตรของสหประชาชาติ เรื่องเครื่องหมุนเหวี่ยงเสริมสมรรถนะ (centrifuge) การคว่ำบาตรอีกรอบหากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข การย้ายแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะไปเก็บนอกประเทศ
ถ้าถอยหลัง 2-3 เดือน ประเด็นที่อิหร่านยืนกรานยอมรับไม่ได้คือเงื่อนไขการตรวจสอบทุกที่ทุกเวลาแม้กระทั่งที่ตั้งทางทหาร ฝ่ายพรรครีพับลิกันพยายามผลักดันเงื่อนไขดังกล่าว ถ้าต่างฝ่ายต่างยืนยันจุดยืน การเจรจาไม่บรรลุผลแน่นอน ผลการเจรจาลงเอยด้วยข้อสรุปว่าสามารถตรวจสอบที่ตั้งทางทหารหากมีเหตุต้องสงสัย โดย IAEA ต้องแจ้งก่อนล่วงหน้า ให้อิหร่านมีเวลาเตรียมตัว 24 วัน เพื่อเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ ความลับทางทหารที่ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ ประเด็นนี้เป็นอันยุติ และได้ร่างข้อตกลงฯ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม

 อิหร่านมีโอกาสผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้อีกหรือไม่ :
หนึ่งในประเด็นที่ถกเถียงกันมากที่สุดและมีผลต่อการรับรองร่างฯ จากรัฐสภาสหรัฐคือ ร่างข้อตกลงฯ ช่วยยับยั้งอิหร่านได้จริงหรือไม่ อิหร่านมีโอกาสผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้อีกหรือไม่
เนื่องจากข้อตกลงสำคัญๆ จะจำกัดโครงการนิวเคลียร์อิหร่านเป็นเวลา 10 ปี นายกฯ เนทันยาฮูจึงชี้ว่าเมื่อครบ 10 ปีอิหร่านอาจกลับมาผลิตอาวุธนิวเคลียร์ เพราะมีอิสระ “ที่จะสร้างเครื่องหมุนเหวี่ยงมากเท่าที่ต้องการและผลิตเค้กเหลือง (yellow cake) ได้มากเท่ากับภูเขา เป็นเหตุผลที่ท่านไม่เห็นด้วยกับร่างข้อตกลงฯ ไม่เชื่อว่าในระยะยาวจะช่วยป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์

คำพูดของนายกฯ เนทันยาฮูมีจุดอ่อนหลายข้อ ได้แก่
            ข้อแรก อิหร่านไม่หวนกลับเพื่อถูกคว่ำบาตรอีก
ในอนาคตหากอิหร่านผลิตเครื่องหมุนเหวี่ยงเสริมสมรรถนะมากเกินความจำเป็น และ/หรือผลิตเค้กเหลืองมากเป็นภูเขา ย่อมไม่สามารถหลบเลี่ยงการถูกตรวจจับ เนื่องจากปัจจุบันทุกฝ่ายรู้แน่ชัดแล้วว่าปริมาณเครื่องหมุนเหวี่ยงกับยูเรเนียมที่อิหร่านจำต้องมีใช้ในทางสันติคือจำนวนเท่าใด อยู่ในรูปแบบ ความเข้มข้นขนาดไหน หากมีแนวโน้มว่าจะผลิตเกินและ/หรือผลิตในความเข้มข้นสูงเกินไป หากถูกตรวจพบและอธิบายไม่ได้จะนำสู่การถูกคว่ำบาตร (แม้ปราศจากข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ) สถานการณ์ของอิหร่านจะหวนกลับสู่จุดเดิมที่ถูกคว่ำบาตรอย่างหนักจนต้องเจรจา
            การคว่ำบาตรรอบใหม่จะเกิดขึ้นเร็วกว่าและหนักกว่าเดิมหลายเท่า เพราะเท่ากับพิสูจน์ว่าอิหร่านไม่จริงใจ ไม่เป็นไปตามนโยบายที่ประกาศเรื่อยมาว่ามีโครงการฯ เพื่อสันติเท่านั้น

ข้อ 2 อิหร่านจะสามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์ในเวลาอันสั้น
ความอีกตอนนายกฯ เนทันยาฮูกล่าวว่าอิหร่านจะสามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์ได้หลายลูกในเวลาอันสั้น
ข้อผิดพลาดใหญ่หลวงคือ การผลิตเป็นอาวุธใช้งานต้องผ่านการทดลองทดสอบหลายขั้นตอน ไม่ใช่เพียงเสริมสมรถนะให้ได้ความเข้มข้นเกินว่าร้อยละ 90 ก็กลายเป็น “อาวุธระเบิดนิวเคลียร์”
            ในมุมมองของรัฐบาลโอบามา ทำเนียบขาวสรุปว่า ถ้าไม่มีข้อตกลง ด้วยเครื่องหมุนเหวี่ยง 20,000 เครื่องที่มีอยู่ อิหร่านสามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์ 8-10 ลูก และจะผลิตลูกแรกได้ภายในเวลาอย่างเร็วสุดคือ 2-3 เดือน ภายใต้ร่างข้อตกลงฯ หากอิหร่านผิดสัญญาจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีจึงจะสามารถสร้างระเบิดนิวเคลียร์ลูกแรก นั่นคือข้อตกลงฯ ช่วยลดขีดความสามารถ ยืดเวลาการสร้างอาวุธถ้าอิหร่านคิดจะทำ และถ้าอิหร่านผิดสัญญา สหประชาชาติ สหรัฐ อียูจะกลับไปคว่ำบาตรอิหร่านตามเดิม
            ที่สำคัญคือระบบการตรวจสอบ เครื่องมือต่างๆ ของ IAEA ในปัจจุบันก้าวหน้ากว่าอดีต การผลิตอาวุธนิวเคลียร์ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ยากที่จะหลบเลี่ยงการถูกตรวจจับ

            ข้อ 3 ประเด็นอิหร่านมีเวลา 24 วัน
            นายกฯ เนทันยาฮูอ้างว่าข้อตกลงฯ ให้อิหร่านมีเวลา 24 วันเพื่อพิจารณาการเข้าตรวจสอบในจุดต้องสงสัย อิหร่านสามารถใช้เวลาถึง 24 วันเพื่อทำลายหลักฐาน แต่ความจริงคือหากอิหร่านทำกิจกรรมใต้ดินหรือสถานที่ปกปิดมิดชิด มีคำถามว่าอิหร่านสามารถสร้างและทำลายสถานที่เหล่านี้ภายใน 24 วันหรือไม่ ที่สำคัญกว่านั้นคือครึ่งชีวิตของยูเรเนียมคือ 4,000 ล้านปี (ครึ่งชีวิตหมายถึงเวลาที่ปริมาณรังสีจากยูเรเนียมลดลงครึ่งหนึ่ง) ดังนั้นยากที่อิหร่านจะปกปิดได้อย่างสิ้นเชิง
            ประธานาธิบดีโอบามากล่าวถึงประเด็นนี้ว่า กิจกรรมนิวเคลียร์ “ไม่ใช่ของที่สามารถซ่อนในห้องเก็บของ ... ถ้ามีสารนิวเคลียร์อยู่ในนั้น ... จะทิ้งร่องร่อยไว้และทำให้เรารู้ว่าอิหร่านละเมิดข้อตกลงแล้ว” เกิดคำถามว่านายกฯ เนทันยาฮูผู้ติดตามและวิพากษ์โครงการนิวเคลียร์อิหร่านอย่างต่อเนื่องทำไมพูดราวกับขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องนี้
            ดังที่นำเสนอแล้วว่าการตรวจสอบที่ตั้งทางทหารเป็นเรื่องอ่อนไหว รัฐบาลอิหร่านแสดงจุดยืนปฏิเสธการตรวจสอบที่ตั้งทางทหาร การให้เวลา 24 วันเพียงพอแก่การเคลื่อนย้ายกำลัง เครื่องมือต่างๆ แต่ไม่อาจกลบเกลื่อนสารกัมมันตรังสีทั้งหมด เป็นการยืดหยุ่นเงื่อนไขที่ทุกฝ่ายยอมรับ

            ที่สุดแล้ว คำพูดในทำนองที่ว่าข้อตกลงฉบับสมบูรณ์จะเป็นเหตุให้อิหร่านผลิตอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคต ทำลายความมั่นคงของภูมิภาคและโลก สวนทางกับความคิดของชาติสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ กับเยอรมนีและตัวแทนอียูที่เห็นว่าเป็นข้อตกลงที่เหมาะสมแล้ว
            เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ชี้ว่าว่าฝ่ายใด “คิดถูก” หรือ “คิดผิด”

            อิหร่านไม่ต้องการอาวุธนิวเคลียร์
            ถ้าพูดในมุมชาติตะวันตก รัฐอาหรับและอิสราเอลจะชี้ว่าอิหร่านแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างลับๆ แต่ถ้าพูดในมุมของอิหร่าน รัฐบาลอิหร่านยืนยันเรื่อยมาว่าโครงการของตนมีเพื่อสันติเท่านั้น แม้ทั่ง
อยาตุลเลาะห์ คาเมเนอี ยืนยันซ้ำหลายรอบว่า “พวกเราได้ฟัตวา (fatwa) ประกาศว่าศาสนาอิสลามห้ามครอบครองอาวุธนิวเคลียร์”
            ถ้ามองจากมุมของอิหร่าน อิหร่านไม่เคยคิดจะมีอาวุธนิวเคลียร์ โครงการที่มีอยู่ การวิจัยพัฒนาใช้ในทางสันติเท่านั้น

รอดูสถานการณ์อีก 60 วัน และ 5 เดือน :
ขั้นตอนจากนี้คือรัฐสภาอเมริกาจะพิจารณาร่างข้อตกลงฯ ถ้าหากรัฐสภาผ่านร่างจะเป็นผลงานชิ้นโบแดงของรัฐโอบามาทันที หากไม่เห็นด้วยประธานาธิบดีโอบามาประกาศแล้วว่าจะใช้สิทธิยับยั้ง (veto) ส่วนการแก้ไขร่างฯ จะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะหมายถึงต้องเข้าสู่กระบวนการเจรจา P-5+1 อีกรอบ และไม่รู้ว่าฝ่ายอิหร่านจะยอมรับเงื่อนไขใหม่ๆ หรือไม่
Ellie Geranmayeh นักวิชาการจาก European Council of Foreign Relations ชี้ว่าถ้ารัฐสภาสหรัฐไม่ทำตามข้อตกลง สหรัฐจะเป็นฝ่ายถูกตำหนิ มาตรการคว่ำบาตรที่นานาชาติมีต่ออิหร่านนั้นจะเสื่อมคลายไปเอง
Scott Lucas นักวิชาการจาก University of Birmingham เห็นว่าหากคองเกรสปฏิเสธร่างข้อตกลงจะสั่นคลอนความสัมพันธ์กับชาติอื่นๆ ในกลุ่ม P5+1 และหากเป็นเช่นนั้นจริงสถานการณ์จะตึงเครียด คราวนี้จะไม่เฉพาะประเด็นนิวเคลียร์เท่านั้น จะพัวพันเรื่องอื่นๆ เช่น ซีเรีย เยเมน อิรัก อิสราเอล ปาเลสไตน์ และไม่เชื่อว่าหากรีพับลิกันผ่านร่างข้อตกลงจะมีผลต่อการชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
หากยึดท่าทีของแกนนำพรรครีพับลิกัน พวกเขาจะคว่ำร่างฯ แน่นอน เป็นการยืนกรานจุดเดิม จากนี้ไปอีก 60 วันวาทกรรมของ 2 พรรคจะเข้มข้น สอดรับกระแสชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในระยะนี้

            ถ้ามองในกรอบหลักการ เป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายหนึ่งที่เชื่อว่าร่างข้อตกลงฯ นั้นเหมาะสม สามารถป้องกันไม่ให้อิหร่านมีนิวเคลียร์ กับอีกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ดังวุฒิสมาชิกจอห์น โบห์เนอร์ (John Boehner) ชี้ว่าร่างข้อตกลงฯ มีแต่ “สร้างความฮึกเหิม” แก่รัฐบาลอิหร่าน และอาจจุดกระแสการแข่งขันสร้างอาวุธนิวเคลียร์
แต่ไม่ว่าพรรคเดโมแครทกับรีพับลิกันจะถกเถียงรุนแรงเพียงใด ต้องย้ำอีกรอบว่าทั้งคู่มีเป้าหมายตรงกันว่าอิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ประเด็นที่ดูราวจะขัดแย้งกันมาก แท้จริงแล้วลงเอยด้วยเป้าหมายสุดท้ายเดียวกัน ดังนั้น ถ้าจะขยายความเฉพาะประเด็นนี้ อิสราเอลกับชาติอาหรับไม่ถึงกาลอวสานแต่อย่างไร
เรื่องแปลกแต่จริงคือในหมู่ประเทศคู่เจรจาทั้งหมด มีเฉพาะของสหรัฐที่เป็นปัญหา มีเฉพาะพวกพรรครีพับลิกันกับเดโมแครทบางคนที่เห็นว่าร่างข้อตกลงฯ ไม่ดีพอ จะให้ตีความหมายว่าประเทศคู่เจรจาอื่นๆ เป็นอย่างไรดี พวกเขาเข้าข้างอิหร่านหรือ
อย่างที่เคยวิเคราะห์แล้วว่า ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลโอบามากับฝ่ายที่ไม่เห็นอาจเป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น

            สมมุติว่าคองเกรสผ่านร่างในที่สุด ต้องรอดูอีก 5 เดือนหรือก่อนวันที่ 15 ธันวาคมนี้ เพื่อ IAEA ตรวจสอบและจะรายว่าโครงการนิวเคลียร์อิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงหรือไม่ หาก IAEA รายงานว่าโครงการนิวเคลียร์อิหร่านผ่านการตรวจสอบโดยสมบูรณ์ จะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญอีกชิ้นว่าพวกต่อต้านร่างข้อตกลงฯ เข้าใจผิด คิดผิด หรือ ...

สรุป :
            ถ้าย้อนหลังสู่สมัยประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) ในช่วงนั้นรัฐบาลอิหร่านเดินหน้าโครงการอย่างเต็มที่ ประกาศไม่ยอมอ่อนข้อแม้ถูกคว่ำบาตร เมื่อมาถึงรัฐบาลของประธานาธิบดีโรฮานี นโยบายนิวเคลียร์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ อิหร่านเรียกร้องขอการเจรจาจนนำสู่ได้ข้อสรุปร่างข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ ความขัดแย้งอันเนื่องจากโครงการนิวเคลียร์กับหลายประเทศอาจถึงจุดยุติ อย่างไรก็ตาม หลายประเทศยังมีประเด็นขัดแย้งกับอิหร่านในเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่อง และน่าจะทวีความรุนแรงมากขึ้นถ้าอิหร่านเข้มแข็งขึ้นอันเนื่องจากการฟื้นฟูประเทศ เมื่อถึงเวลานั้นต้องดูว่าผู้นำอิหร่านจะตัดสินใจอย่างไร อิหร่านจะพยายามหลบเลี่ยงการถูกคว่ำบาตรหรือไม่ หรือว่าเมื่อถึงตอนนั้นบริบทระหว่างประเทศเปลี่ยนไปมากแล้ว
-------------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง 
หากยึดว่าความสำเร็จจากการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ไม่ลดความหวาดระแวง ความไม่เป็นมิตรต่อกัน รัฐบาลสหรัฐยังคงคว่ำบาตรอิหร่านด้วยเหตุผลอื่นๆ อิสราเอลยังเชื่อว่าอิหร่านจะผลิตและสามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์ในอนาคต ผลประโยชน์ของการเจรจาโครงการนิวเคลียร์จึงไม่ใช่เรื่องนิวเคลียร์อิหร่าน แต่น่าจะเป็นประโยชน์จากการที่บริษัทต่างชาติเข้าไปมีส่วนโครงการฟื้นฟูอิหร่าน การขายอาวุธให้กับประเทศต่างๆ

บรรณานุกรม:
1. Accord will fuel nuclear race: US House speaker. (2015, July 15). Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/middle-east/news/776706
2. Historic deal.  (2015, July 15). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/index_View.asp?code=248041
3. Iran policy against ‘arrogant’ U.S. won’t change. (2015, July 18). Al Arabiya News. Retrieved from http://english.alarabiya.net/en/News/middle-east/2015/07/18/Khamenei-policy-against-arrogant-U-S-won-t-change-.html
4. Keinon, Herb. (2015, July 16). Netanyahu launches US media blitz against Iran deal. The Jerusalem Post. Retrieved from http://www.jpost.com/Middle-East/Iran/Netanyahu-launches-US-media-blitz-against-Iran-deal-409125
5. Slavin, Barbara. (2015, July 16). Is IAEA capable of monitoring Iran nuclear program?
Al Monitor. Retrieved from http://www.al-monitor.com/pulse/originals/2015/07/iran-nuclear-deal-compliance.html
6. The White House. (2015, July 14). A Historic Deal to Prevent Iran from Acquiring a Nuclear Weapon. Retrieved from https://www.whitehouse.gov/issues/foreign-policy/iran-deal
--------------------------------

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

มองรอบด้านกับการบรรลุร่างข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน (1)

19 กรกฎาคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6829 วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2208157)

            14 กรกฎาคม 2015 อิหร่านกับ 6 ชาติคู่เจรจาบรรลุร่างข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ข้อตกลงจะมีผลอย่างสมบูรณ์ถ้าพิสูจน์ว่าอิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขทุกข้อ โดยให้เวลาอิหร่านถึงวันที่ 15 ธันวาคม (5 เดือน) แลกกับการที่อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้ตามปกติ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางการเศรษฐกิจและเงินและได้คืนเงิน 150,000 ล้านดอลลาร์ที่ถูกอายัดและอื่นๆ

สรุปเนื้อหาร่างข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ :
            ข้อมูลจากทำเนียบขาวระบุว่าร่างข้อตกลงฉบับสมบูรณ์เป็นผลสืบเนื่องจากข้อตกลงฉบับชั่วคราวที่เรียกว่า Joint Plan of Action (JPOA) ตั้งแต่เมื่อพฤศจิกายน 2013 และจากกรอบร่างข้อตกลงฉบับสมบูรณ์เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2015
            ร่างข้อตกฯ ฉบับปัจจุบันปิดกั้นช่องทางการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ด้วยวิธีการต่างๆ สรุปโดยสังเขปดังนี้
1. ลดทั้งปริมาณและความเข้มข้น
ลดจำนวนยูเรเนียมที่เก็บไว้ในคลังให้เหลือเพียงร้อยละ 2 และมีความเข้มข้นไม่เกินร้อยละ 3.67 การลดทั้งปริมาณกับระดับความเข้มข้น คือวิธีการหนึ่งเพื่อมั่นใจว่าอิหร่านปราศจากโอกาสที่จะมียูเรเนียมมากพอสำหรับผลิตอาวุธนิวเคลียร์
2. จำกัดเครื่องหมุนเหวี่ยงเสริมสมรถนะ (centrifuge)
            การผลิตระเบิดนิวเคลียร์จะต้องมีเครื่องหมุนเหวี่ยงเสริมสมรถนะ (centrifuge) นับหมื่นเครื่อง ปัจจุบันอิหร่านมีเกือบ 20,000 เครื่อง ภายใต้ร่างข้อตกลงฯ อิหร่านจะคงจำนวนเพียง 6,104 เครื่องเป็นเวลา 10 ปี โดยเป็นเครื่องรุ่นเก่าที่สุด
            3. ระงับการผลิตพลูโตเนียมชนิดที่สามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์
            พลูโตเนียมจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบปฏิกรณ์น้ำมวลหนัก (heavy-water reactor) ที่เมือง Arak เป็นอีกจุดที่สามารถนำไปผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ภายใต้ร่างข้อตกลงฯ เครื่องปฏิกรณ์จะได้รับการปรับเปลี่ยนจนไม่สามารถผลิตพลูโตเนียมชนิดที่สามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์ แท่งเชื้อเพลิงที่ใช้แล้วจะส่งออกนอกประเทศ (แท่งเชื้อเพลิงเป็นแหล่งพลูโตเนียมเช่นกัน) อิหร่านจะไม่สร้างเตาปฏิกรณ์แบบน้ำมวลหนักเพิ่มเติมเป็นระยะเวลา 15 ปี
            4. การตรวจสอบสถานที่ต่างๆ รวมทั้งจุดที่ต้องสงสัย
            ภายใต้ร่างข้อตกลงฯ โครงการจะได้รับการติดตามตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency: IAEA) อย่างเข้มงวด ทั้งในส่วนที่เปิดเผย (เช่นโรงงานนิวเคลียร์ต่างๆ) กับสถานที่อื่นๆ หากเจ้าหน้าที่ IAEA ต้องสงสัย ตามแนวทางที่ระบุไว้ในภาคผนวก (Additional Protocol) เช่น พบหลุมที่เชื่อว่าเป็นเหมืองแร่ยูเรเนียม จากรายงานข่าวกรอง การซื้อขายที่อธิบายไม่ได้ ระดับกัมมันตภาพรังสีที่ผิดปกติ

            ทำเนียบขาวสรุปว่า ถ้าไม่มีข้อตกลง ด้วยเครื่องหมุนเหวี่ยง 20,000 เครื่องที่มีอยู่ อิหร่านสามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์ 8-10 ลูก และจะผลิตลูกแรกได้ภายในเวลาอย่างเร็วสุดคือ 2-3 เดือน ภายใต้ร่างข้อตกลงฯ หากอิหร่านผิดสัญญาจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีจึงจะสามารถสร้างระเบิดนิวเคลียร์ลูกแรก สหประชาชาติ สหรัฐ อียูจะกลับไปคว่ำบาตรอิหร่านตามเดิมหากอิหร่านผิดสัญญา
            นอกจากนี้การคว่ำบาตรจากคณะมนตรีสหประชาชาติจะยุติเมื่อ IAEA ยืนยันว่าอิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลง ส่วนการคว่ำบาตรเรื่องการซื้อขายอาวุธจะมีผลสืบเนื่องอีก 5 ปี เฉพาะเทคโนโลยีขีปนาวุธจะยาวถึง 8 ปี

ถ้าจะชื่นชมรัฐบาลโอบามา :
            ไม่ว่าจุดเริ่มต้นของการเจรจามาจากความคิดของผู้ใด รัฐบาลแต่ละประเทศมีส่วนผลักดันมากน้อยเพียงไร ต้องยอมรับว่ารัฐบาลโอบามามีส่วนสำคัญยิ่ง เพราะหากสหรัฐไม่ยอม การเจรจาจะไม่เกิดขึ้น ถ้ามองในกรอบโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ต้องชื่นชมว่ารัฐบาลโอบามาพยายามลดแรงตึงเครียดระหว่างประเทศจากโครงการดังกล่าว
ดังที่ทราบกันทั่วไปว่า ตั้งแต่แรกแกนนำพรรครีพับลิกันหลายคนแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลโอบามา จอห์น โบห์เนอร์ (John Boehner) วุฒิสมาชิกแกนนำพรรครีพับลิกันกล่าวว่า อิหร่านเป็นระบอบที่ “ไม่เคยรักษาคำพูดของตนเอง” “ในความเห็นของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่เข้าใจว่าทำไมเราจึงลงนามข้อตกลงกับกลุ่มคนที่ไม่คิดจะรักษาคำพูดของตน” ล่าสุดชี้ว่าร่างข้อตกลงฯ มีแต่ “สร้างความฮึกเหิม” แก่รัฐบาลอิหร่าน และอาจจะจุดกระแสการแข่งขันสร้างอาวุธนิวเคลียร์
ท่าทีของพรรครีพับลิกันสอดคล้องกับท่าทีของรัฐบาลอิสราเอลและอาหรับทั้งหลาย แต่รัฐบาลโอบามายืนหยัดต่อแรงเสียดทานทั้งสิ้น จนได้ร่างข้อตกลงฯ ในที่สุด เป็นกรณีตัวอย่างว่ารัฐบาลโอบามามีนโยบายแตกต่างจากพรรครีพับลิกัน
อนึ่ง ต้องขีดเส้นใต้ว่า นี่เป็นการวิเคราะห์โดยมองในกรอบแคบ คือมองเฉพาะตัวโครงการนิวเคลียร์เท่านั้น

 “เพราะในโลกนี้ไม่มีของฟรี” :
            นักวิเคราะห์ผู้หนึ่งแนะว่าควรตั้งคำถามว่า “อะไรเป็นสาเหตุที่มาของการเจรจา เพราะในโลกนี้ไม่มีของฟรี” จากการศึกษาพอจะประมวลคำตอบดังนี้
ข้อแรก 1 เหตุผลที่รัฐบาลโอบามาหวังได้ข้อตกลง
Lyuba Lulko ให้เหตุผลว่าเหตุที่รัฐบาลโอบามาหวังได้ข้อตกลงเนื่องจากบรรษัทน้ำมันอเมริกาหวังที่จะเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมน้ำมันปิโตรเลียมอิหร่านอีกครั้ง เป็นที่รับรู้กันว่าอุตสาหกรรมอิหร่านจำต้องปรับปรุงครั้งใหญ่เพราะผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรหลายปี รัฐบาลอิหร่านจะต้องเร่งขยายกำลังการผลิต ปรับปรุงคุณภาพ อีกทั้งน้ำมันที่ออกสู่ตลาดจะกดดันราคาน้ำมันตลาดโลกให้ต่ำต่อไป ส่งผลต่อรายได้ของรัสเซียที่สหรัฐกำลังปิดล้อมในขณะนี้ และข้อสุดท้ายคือประธานาธิบดีโอบามาหวังสร้างผลงานตอกย้ำความเป็นผู้รักสันติภาพก่อนอำลาตำแหน่ง

            ข้อ 2 เหตุผลที่รัสเซียหวังได้ข้อตกลง
            ทันทีที่ได้ร่างข้อตกลงฯ ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่าแม้ร่างข้อตกลงฯ จะคว่ำบาตรอิหร่านเรื่องซื้อขายอาวุธกับต่างชาติ แต่น่าจะมีข้อยกเว้นโดยเฉพาะกรณีขีปนาวุธ S-300 ที่มีเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ อิหร่านได้สั่งซื้อตั้งแต่ปี 2007 หรือ 3 ปีก่อนมีมติคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ การที่รัสเซียระงับการส่งมอบชั่วคราวนั้นเป็นการตัดสินใจของรัสเซียเอง สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องอิงข้อมติ
            ในมุมของรัสเซียหวังว่าอิหร่านจะเป็นตลาดอาวุธสำคัญของตน หรือรวมสินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ

            ข้อ 3 เหตุผลที่ชาติคู่เจรจาอื่นๆ หวังได้จากข้อตกลง
            ถ้ายึดแนวทางอธิบายดังกล่าว สามารถขยายความว่าชาติคู่เจรจาอื่นๆ อย่างจีน เยอรมนี อังกฤษ ฝรั่งเศสอาจหวังประโยชน์จากการปรับปรุงฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมัน การฟื้นฟูประเทศ
            จีนอาจได้มากกว่าน้ำมันหากอิหร่านได้เงินที่ถูกอายัดคืนและมีรายได้จากการส่งออกน้ำมันมากขึ้น เพราะส่วนหนึ่งน่าจะนำไปลงทุนพัฒนาประเทศอย่างรอช้าไม่ได้ จีนหวังเรื่องการสร้างระบบสาธารณูปโภค เส้นทางคมนาคม
            โดยรวมแล้ว ถ้ามองข้ามประเด็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ ความมั่นคงภูมิภาค ผลประโยชน์ที่เห็นเด่นชัดคือการเข้าไปมีส่วนเมื่ออิหร่านมีเงินมีโอกาสฟื้นฟูประเทศ

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
นักวิชาการบางคนชี้ว่าเป็นความสำเร็จทางการทูตครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีโอบามาประธานาธิบดีโอบามาเอ่ยถึงร่างข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ว่า “เป็นข้อตกลงระยะยาวอย่างครบถ้วนสมบูรณ์เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์” มีผลต่อความมั่นคงของภูมิภาคและของโลก
            ข้อวิพากษ์คือ ไม่น่าจะสรุปว่าเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ ตรงข้ามอาจเป็นเพียงความสำเร็จจอมปลอม หากยึดว่าความสำเร็จจากการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ไม่ลดความหวาดระแวง ความไม่เป็นมิตรต่อกัน รัฐบาลสหรัฐยังคงคว่ำบาตรอิหร่านด้วยเหตุผลอื่นๆ และสามารถยกระดับการคว่ำบาตรถ้าต้องการ รัฐบาลเนทันยาฮูยังเชื่อว่าอิหร่านจะผลิตและสามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์ในอนาคต อิสราเอลพร้อมจะชิงโจมตีอิหร่าน เช่นเดียวกับที่รัฐบาลในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียยังเห็นว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามต่อตนและภูมิภาค รัฐบาลซาอุฯ เดินหน้าพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของตน
            ผู้ที่เชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายรัฐบาลสหรัฐกับอิหร่านจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีทำนองเดียวกับคิวบาหรือเมียนมา อาจต้องแปลกใจถ้าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือต้นปี 2017 จะเกิดการเผชิญหน้าครั้งใหญ่อีกรอบ

            ที่น่าจะเป็นจริงคือ การเอื้อประโยชน์ต่อบรรดาบรรษัทน้ำมันข้ามชาติที่จะเข้ามาลงทุนเพื่อฟื้นฟูปรับปรุงอุตสาหกรรมน้ำมันอิหร่านอีกครั้ง บัดนี้น้ำมันอิหร่านสามารถขายในตลาดโลกอย่างเสรี ช่วยถ่วงดุลอำนาจของโอเปก (ทำนองเดียวกับน้ำมันอิรักที่พวกชีอะห์อิรักกับเคิร์ดเป็นผู้ควบคุม) บริษัทต่างๆ ที่เข้ามาช่วยฟื้นฟูพัฒนาระบบสาธารณูปโภค สิ่งปลูกสร้างต่างๆ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะสามารถพิสูจน์ว่าการวิเคราะห์เช่นนี้ถูกต้องมากน้อยเพียงไร คนทั่วโลกจะรับรู้ความจริงที่ว่าบริษัทประเทศใดที่ได้รับประโยชน์
            อีกประการหนึ่งคือ หากอิหร่านได้เงินที่อายัดคืน ส่งออกน้ำมันมากขึ้น นำเงินบางส่วนมาปรับปรุงกองทัพ อาวุธที่ซื้อไม่ใช่จากสหรัฐแน่นอน แต่เมื่ออิหร่านปรับปรุงกองทัพ ประเทศในภูมิภาคต้องยกระดับขีดความสามารถเช่นกัน เป็นโอกาสของอาวุธ MADE IN USA
            ปกติหลายประเทศในตะวันออกกลางเป็นลูกค้ารายใหญ่ของสหรัฐอยู่แล้ว อาจแบ่งงบประมาณบางส่วนให้ยุโรปบ้าง ขึ้นกับว่าใครมีผลงานต่อรัฐอาหรับมากกว่ากัน “เพราะในโลกนี้ไม่มีของฟรี” หลักการนี้สามารถนำไปอธิบายในอีกหลายกรณี ของหลายประเทศ
-------------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
นักจากต้นปี 2014 เป็นต้นมา ความวิตกกังวลว่าอิหร่านจะมีอาวุธนิวเคลียร์น่าจะลดลง เพราะอิหร่านกับคู่เจรจา P-5+1 บรรลุข้อตกลงชั่วคราว “Joint Plan of Action” แต่การเจรจาเพื่อให้ได้ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์เป็นประเด็นความขัดแย้งใหม่ เกิดกระแสว่าอิหร่านกำลังเป็นภัยคุกคามต่อภูมิภาคและโลก ทั้งๆ ที่ตอนนี้ IAEA ได้เข้าตรวจตราโครงการนิวเคลียร์ไม่ต่างจากประเทศอื่นๆ แล้ว นักการเมืองสหรัฐฯ บางส่วนกับรัฐบาลอิสราเอลประกาศกร้าวยืนยันว่าโครงการที่เหลืออยู่เป็นอันตราย ปล่อยไว้ไม่ได้

2. นิวเคลียร์อิหร่าน ภาพหลอนเนทันยาฮู
รัฐบาลอิสราเอลพูดอยู่เสมอว่าอิหร่านใกล้จะประสบความสำเร็จในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เป้าหมายคือทำลายล้างอิสราเอล แม้อิหร่านกับชาติมหาอำนาจ 6 ประเทศที่เรียกว่ากลุ่ม P-5+1 ได้ข้อตกลงฉบับชั่วคราวและเมื่อต้นเดือนเมษาที่ผ่านมาได้ร่างข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ นายกฯ เนทันยาฮูยังเชื่อเช่นเดิม สวนทางความจริงที่ว่า ทุกวันนี้โครงการฯ ของอิหร่านหดตัว อยู่ภายใต้การตรวจตราของ IAEA ซึ่งได้พิสูจน์ชัดแล้วว่าโครงการฯ ในขณะนี้มีเพื่อใช้ในทางสันติเท่านั้น ความเข้าใจของนายกฯ เนทันยาฮูจึงกลายเป็นภาพหลอนที่คอยหลอกลอนให้หลายคนเชื่อเช่นนั้น

สนใจอีบุ๊ค คลิกที่รูป

บรรณานุกรม:
1. Charbonneau, Louis., & Irish, John. (2015, July 4). Despite progress in Iran nuclear talks, dispute over U.N. sanctions persists. Reuters. Retrieved from http://www.reuters.com/article/2015/07/04/us-iran-nuclear-idUSKCN0PD1DP20150704
2. Gordon, R. Michael., & Sanger, E. David. (2015, July 14). Iran Nuclear Deal Built on Verification, Obama Says.  The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2015/07/15/world/middleeast/iran-nuclear-deal-is-reached-after-long-negotiations.html
3. Herszenhorn, Davidm. (2015, July 14). Russia Quickly Maneuvers to Capitalize on Iran Nuclear Deal. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2015/07/15/world/europe/russia-quickly-maneuvers-to-capitalize-on-iran-nuclear-deal.html?_r=0
4. Hierannia, Javad. (2015, July 14). Congress will damage U.S. ties with other 5+1 states if it rejects nuclear deal: expert. Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/index_View.asp?code=248014
5. Iran Asks US to Comply with Sanctions Removal Undertaking. (2015, July 8). FNA. Retrieved from http://english.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13940416001666
6. Lakshmanan, Indira., Tirone, Jonathan., & Foroohar, Kambiz. (2015, July 14). Iran, World Powers Have Reached Nuclear Agreement. Bloomberg. Retrieved from http://www.bloomberg.com/news/articles/2015-07-14/iran-world-powers-said-to-have-reached-nuclear-agreement-ic2ypjym
7. Lulko, Lyuba. (2015, July 13). USA wants to settle scores with Iran, rather than its nuclear program. Pravda. Retrieved from http://english.pravda.ru/world/asia/13-07-2015/131312-iran_nuclear_program-0/
8. Sanger, E. David., & Gordon, R. Michael. (2015, March 29). Iran Backs Away From Key Detail in Nuclear Deal. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2015/03/30/world/middleeast/iran-backs-away-from-key-detail-in-nuclear-deal.html?_r=0
9. The White House. (2015, July 14). A Historic Deal to Prevent Iran from Acquiring a Nuclear Weapon. Retrieved from https://www.whitehouse.gov/issues/foreign-policy/iran-deal
--------------------------------


วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

The Wall Street Journal ผู้พิฆาตนายกฯ นาจิบ?

12 กรกฎาคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6822 วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2202814)

ประวัติศาสตร์การเมืองมาเลเซียอาจบันทึกว่าวันที่ 3 กรกฎาคม 2015 The Wall Street Journal (WSJ) หนังสือพิมพ์ของอเมริกาเป็นผู้จุดระเบิดพลิกโฉมการเมืองมาเลเซีย
            WSJ เป็นหนังสือพิมพ์คุณภาพเทียบเท่า The New York Times กับ The Washington Post รายงานข่าวทุกด้าน โดยเฉพาะการเมือง เศรษฐกิจ ทั้งในและต่างประเทศ มีบทวิเคราะห์ที่ลุ่มลึกเฉียบคมอยู่เสมอ เหมาะสำหรับผู้อ่านที่ต้องการลงลึกในรายละเอียด มีหลักวิชาการ ไม่ใช่หนังสือพิมพ์ประเภทขุดคุ้ย ปาปารัสซี นำเรื่องอื้อฉาวของบุคคลต่างๆ มาเผยแพร่ เพื่อเป็นประเด็นซุบซิบในวงสนทนา
WSJ ชี้ว่ามีการโอนเงินจากกองทุนพัฒนามาเลเซียเบอร์ฮัด (1Malaysia Development Bhd :1MBD) ที่เชื่อว่าเข้าบัญชีส่วนตัวของนาจิบ ราซัค (Najib Razak) นายกรัฐมนตรีมาเลเซียเมื่อมีนาคม 2013 ช่วงกำลังหาเสียงเลือกตั้ง เงินดังกล่าวมาจากบริษัท Tanore Finance จดทะเบียนที่เกาะบริติช เวอร์จิน (British Virgin) โอนผ่านธนาคารสวิสแห่งหนึ่ง เงินที่ผ่านบริษัทนี้สูงถึง 681 ล้านดอลลาร์ เข้าบัญชีส่วนตัวของนายกฯ นาจิบของธนาคาร AmIslamic Bank
เงินอีกส่วนหนึ่ง ราว 11.1 ล้านดอลลาร์ ถูกถ่ายโอนระหว่างช่วงปลายปี 2014 จนถึงต้นปี 2015 เงินก้อนนี้มาจากบริษัท SRC International Sdn. Bhd เป็นบริษัททำธุรกิจพลังงานภายใต้กองทุน 1MDB จากนั้นเงินถูกโอนผ่านหลายบริษัทที่เกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับ SRC ก่อนเข้าบัญชีส่วนตัวของนายกฯ นาจิบ
WSJ ตีข่าวว่าเงินจากกองทุนมีส่วนช่วยให้นาจิบชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2013 เงินจากกองทุนถูกถ่ายโอนเข้าไปในบริษัทพลังงาน จากนั้นบริษัทบริจาคเงินแก่องค์กรการกุศลที่สร้างคะแนนนิยมแก่นาจิบ เช่น มอบเงินแก่โรงเรียนท้องถิ่น
การเป็นผู้จุดประเด็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียยักยอกเงิน 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐของกองทุนพัฒนามาเลเซียเบอร์ฮัดจึงไม่ใช่การขุดคุ้ยเรื่องอื้อฉาวส่วนตัวเท่านั้น

เตรียมการมาอย่างดี :
            WSJ ไม่ได้เสนอข่าวเพียงครั้งเดียวแล้วจบ แต่เสนอข่าวหลายรอบ รวมทั้งบทบรรณาธิการ ตีแผ่ข้อมูลอย่างเป็นระบบ ชี้ว่ามีการวางแผนมาอย่างดี มีความตั้งใจบรรลุเป้าหมาย
            ทั้งยังติดตามการทำงานของคณะทำงานเฉพาะกิจที่จัดตั้งขึ้นเพื่อตรวจสอบคำกล่าวหาต่อนายกฯ นาจิบ ครั้งหนึ่งเมื่อคณะทำงานเข้าตรวจยึดเอกสารหลายชิ้นจากบริษัทที่เกี่ยวข้อง WSJ เสนอข่าวเห็นว่าเอกสารที่คณะทำงานเข้ายึดนั้นไม่สามารถพิสูจน์แหล่งที่มาของเงินหรือสามารถเชื่อมโยงกับเงินที่เข้าบัญชีส่วนตัวของนายกฯ นาจิบ
            คาดว่า WSJ คงจะเฝ้าติดตามเสนอข่าวประเด็นนี้อย่างต่อเนื่องจนกว่าเรื่องจะสิ้นสุด อาจหวังเป็นผลงานชิ้นโบแดง
            เกิดคำถามว่า WSJ ได้วางคนไว้ก่อนแล้วหรือไม่ หรือว่ามีผู้ไม่ประสงค์ออกนามฝั่งมาเลเซียคอยให้ข้อมูลเป็นระยะๆ
            ที่สำคัญคือข้อมูลบัญชีเงินฝากเป็นข้อมูลลับตามกฎหมาย Computer Crimes Act 1997 ของมาเลเซีย ผู้เข้าถึงและเผยแพร่ข้อมูลของธนาคารต่างๆ ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบอำนาจจากธนาคารกลางเท่านั้น ในระหว่างที่ยังไม่มีสรุปว่านายกฯ นาจิบผิดจริงหรือไม่ สำนักงานตำรวจมาเลเซียเริ่มสืบสวน เอาผิด WSJ ในการเข้าถึงข้อมูลการเงินที่เป็นเรื่องต้องห้าม
ดังที่นำเสนอข้างต้นแล้วว่า WSJ เป็นสื่อคุณภาพ ก่อนจะนำเสนอข่าวกล่าวหานายกฯ นาจิบ ต้องผ่านการศึกษา ไตร่ตรองมาแล้วอย่างรอบคอบ คงตระหนักเรื่องการฟ้องร้องตั้งแต่ต้นแล้ว และเป็นเหตุผลว่าจำต้องให้สื่อต่างประเทศเป็นผู้นำเสนอข้อมูลบางด้าน

ผู้ได้รับประโยชน์ :
            ถ้าตัดประเด็นการว่าจ้างให้เสนอข่าว WSJ ไม่น่าจะมีผลประโยชน์จากการนี้ ผู้ได้ประโยชน์โดยตรงคือฝั่งมาเลย์เท่านั้น กล่าวได้ว่า WSJ ถูกใช้เป็นเครื่องมือ หรือยินดีให้ใช้เป็นเครื่องมือ เพราะเป็นตัวเครื่องมืออยู่แล้ว เป็นสื่อเผยแพร่ข่าวสารให้สาธารณะรับรู้ หรือมีเบื้องหลังที่ลึกกว่านั้น
            ถ้าวิเคราะห์ตามข้อมูลที่ปรากฏในช่วงสั้นๆ ไม่กี่วันนี้ สิ่งหนึ่งที่ปรากฏชัดคือ ความขัดแย้งระหว่างนายกฯ นาจิบกับดร. มหาเธร์ โมฮัมหมัด (Dr. Mahathir Mohamad) อดีตนายกฯ มาเลย์ผู้ครองตำแหน่งอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1981 ถึง 2003 ทุกวันนี้หลายคนยังเห็นว่าท่านมีอิทธิพลต่อการเมือง มีอิทธิพลต่อพรรคอัมโน (United Malays National Organization: UMNO) ที่นายกฯ นาจิบสังกัด
ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุอดีตนายกฯ ดร.มหาเธร์เรียกร้องให้นายกฯ นาจิบลาออกจากตำแหน่ง กล่าวว่าตนไม่ใช่ชาวมาเลย์เพียงคนเดียวที่รู้สึกละอายต่อข่าวการยักยอกเงินกองทุน 1MDB ตอนนี้คนทั้งโลกรู้จักนาจิบกับ 1MDB เหตุการณ์เช่นนี้ถ้าเกิดกับประเทศอื่น ป่านนี้ผู้นำจะต้อง “ลาออกและขอโทษ”
            ประเด็นความขัดแย้งระหว่างนายกฯ นาจิบกับอดีตนายกฯ มหาเธร์เป็นเรื่องที่ควรวิพากษ์ในโอกาสต่อไป และเป็นเรื่องใหญ่ของพรรคร่วมรัฐบาล

การเคลื่อนไหวของฝ่ายค้านและสื่ออื่นๆ :
            ทันทีที่ WSJ เปิดประเด็น ฝ่ายค้านและสื่อในประเทศเปิดฉากขยายข่าวต่อเนื่อง สังคมมาเลย์ในยุคสมัยที่สื่อมีมากมาย บางสำนักเสนอข่าวที่เป็นลบต่อนายกฯ นาจิบอย่างชัดเจนต่อเนื่อง นอกจากสื่อกระแสหลักแล้ว สื่อของนักการเมืองฝ่ายค้านเปิดประเด็นโจมตีขยายแผล
Charles Santiago สมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรค Democratic Action Party (DAP) อาศัยสื่อหนังสือพิมพ์ให้ความเห็นว่าเนื่องจาก “สถาบันต่างๆ ของประเทศไม่เป็นอิสระและอยู่ภายใต้การควบคุมทางการเมืองของนายกรัฐมนตรี พวกเขา (คณะทำงานเฉพาะกิจ) จะไม่สามารถทำงาน” ตรวจสอบตามหน้าที่ และเห็นว่าในระหว่างการตรวจสอบนายกฯ นาจิบไม่ควรปฏิบัติหน้าที่แล้ว
Lim Kit Siang ที่ปรึกษาของพรรค DAP หนึ่งในแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ใช้บล็อก (blog) ของตนบรรยายการเมืองประเทศว่าเต็มด้วยการทุจริตคอร์รัปชัน ใช้อำนาจในทางมิชอบ เศรษฐกิจสังคมขาดความยุติธรรม ธรรมาภิบาลล้มเหลว
ตั้งข้อสงสัยว่าอัยการสูงสุดจะสั่งฟ้องนายกฯ หรือไม่ หรือนายกฯ จะถอดอัยการก่อน
            ทั้งหมดนี้ Lim Kit Siang เรียกร้องว่าถึงเวลาแล้วที่ชาวมาเลย์ทุกคนจะลุกขึ้นมาสนับสนุนการปฏิรูปประเทศ

            ในยุคดิจิตอลนี้ บุคคลอย่าง Lim Kit Siang เป็นทั้งนักการเมืองฝ่ายค้าน นักวิเคราะห์ และมีสื่อโซเชียลมีเดียในมือ มีผู้ติดตามงานเขียนของท่านและสามารถหาอ่านย้อนหลัง จึงไม่มีใครสามารถปิดกั้นความคิดความเห็นของท่าน ลักษณะเช่นนี้เป็นหนึ่งยุทธศาสตร์ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่าพวกตนมีโอกาสชนะการเลือกตั้ง เพราะในอดีตรัฐบาลพยายามปกปิดบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร สื่อกระแสหลักเป็นเครื่องมือของรัฐบาล แต่ด้วยการสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต สื่อทางเลือกต่างๆ ฝ่ายค้านใช้เครื่องมือเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ นำเสนอข้อมูลอีกด้านหนึ่งให้ประชาชนรับทราบ วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล
            เมื่อ WSJ เปิดร่องรอยการคอร์รัปชันของนายกฯ ฝ่ายค้านและสื่อในมือฝ่ายค้านระดมกันขยายแผล แนวร่วมฝ่ายค้านน่าจะฉวยโอกาสนี้รณรงค์ต่อต้านพรรคร่วมรัฐบาลหลังบริหารประเทศครึ่งเทอม (นับจากสมัยเลือกตั้ง 2013) ตอกย้ำเหตุผลว่าทำไมจึงต้องเลือกพรรคฝ่ายค้าน ต่อต้านพรรคร่วมรัฐบาล เป็นการโหนกระแสที่น่าจะได้ผลดี ตรวจสอบคะแนนนิยมไปในตัว
            เป็นการเตือนความจำว่าการเลือกตั้งเมื่อปี 2013 แนวร่วมฝ่ายค้านได้คะแนนรวม (Popular votes) มากกว่า แต่ที่อัมโนกับพรรคร่วมรัฐบาลได้เป็นรัฐบาลอีกสมัยเป็นเพราะระบบการเลือกตั้งของมาเลเซียอิงหลัก “ภูมิบุตร” เสียงของเชื้อสายมาเลย์มีน้ำหนักมากกว่า เป็นประชาธิปไตยแบบมาเลย์

แนวร่วม Facebook Twitter :
            หลังสื่อกระแสหลักอย่างหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ บทวิเคราะห์ต่างๆ โหมข่าวแล้ว จากนั้นเป็นจังหวะของสื่อโซเชียลออนไลน์อย่าง Facebook Twitter ที่จะ “ฟันธง” “ตอกย้ำ” อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ฟันธงว่ามีคนโกง ตอกย้ำว่านักการเมืองขี้โกง ตามลักษณะสื่อประเภทนี้ที่มักส่งสารหรือข้อมูลสั้นๆ ตรงไปตรงมา ไม่นิยมเอ่ยถึงรายละเอียด
            บางคนรู้วิธีที่ทำให้มีคน “กดไลค์” “กดแชร์” กันมากๆ ความแตกต่างระหว่างข้อความแบบข้อมูลข่าวสารเป็นวิชาการกับข้อความกึ่งสร้างอารมณ์จะมีผลแตกต่างกันมาก
สำหรับพวกมืออาชีพจะมีแฟนคลับ จึงไม่แปลกใจหากบางข้อความจะมีผู้ “รีทวีต” เป็นพันในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ผู้บริโภคสื่อประเภทนี้จะมีประสบการณ์ได้อ่านเรื่องซ้ำๆ จากผู้ส่งหลายคน
ส่วนพวกที่ทำกันเป็นขบวนการ จะมีหมาแมวเข้าร่วมวิพากษ์อย่างถึงพริกถึงขิง เกิด “นักวิเคราะห์” มากมายนับไม่ถ้วน
หากผู้บริโภคขาดความรู้ความเข้าใจ ขาดการไตร่ตรองด้วยใจเป็นธรรม ย่อมหลงอยู่ในวังวันความขัดแย้งอย่างไม่จบสิ้น “ถูกกล่อมเกลา” หรือ “ถูกล้างสมอง” อย่างไม่รู้ตัว
            นักวิเคราะห์บางคนจึงสรุปว่า ไม่ว่านายกฯ นาจิบจะผิดจริงหรือไม่ ความเสียหายนั้นเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว

สรุป :
            ในประวัติศาสตร์สื่ออเมริกา เคยมีหลายกรณีที่นักข่าวสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญมาแล้ว ในมุมที่กว้างขึ้นบางคนเห็นว่าในหลายกรณี “สื่ออเมริกา” เป็นเครื่องมือของรัฐ ของขั้วการเมือง เสนอข่าวอย่างมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง (ทั้งนี้ยังไม่เอ่ยถึงสื่อที่เป็นของรัฐหรือเป็นตัวแทนของรัฐอย่างชัดเจน เช่น Xinhua ของจีน Pravda ของรัสเซีย) แม้กระทั่งสื่อของมาเลเซียจะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่าง New Strait Times กับ The Malaysian Insider และอื่นๆ
            คำกล่าวหาต่อนายกฯ นาจิบได้สั่นสะเทือนการเมืองอย่างรุนแรง เพราะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองมาเลเซีย 58 ปีที่นายกฯ อาจขึ้นศาลเพราะทุจริตคอร์รัปชัน เป็นคดีอาญา
            ณ ขณะนี้ยังไม่อาจคาดเดาผลลัพธ์ ที่แน่นอนคือสงครามข้อมูลข่าวสารกำลังดำเนินอย่างเข้มข้น ต่างฝ่ายต่างพยายามยึดครองความคิดความเข้าใจของคน ตอกย้ำจุดอ่อนของระบบการเมืองประเทศ เป็นลักษณะหนึ่งของการเมืองยุคดิจิตอล
------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
ภายใต้การนำของนายอัลวาร์ อิบราฮิมทำให้แนวร่วมฝ่ายค้านให้ได้ที่นั่งในสภาเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัวในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2008 เป็นจุดเริ่มต้นทำให้ประชาชนที่สนับสนุนแนวร่วมฯ เชื่อว่าพวกเขามีโอกาสโค่นล้มการบริหารประเทศที่พรรคอัมโนเป็นแกนนำตลอด 56 ปี แต่ความหวังนั้นมีอุปสรรค ปัญหาหลายประการ

บรรณานุกรม:
1. Lai, Allison. (2015, July 5). Freeze PM and family's bank accounts, says Klang MP. The Star. Retrieved from http://www.thestar.com.my/News/Nation/2015/07/05/Charles-Santiago-Najib/
2. Lim Kit Siang. (2015, July 9). Time for all progressive and patriotic political leaders to come together on a common programme to save Malaysia from becoming a failed state as a result of rampant corruption, abuses of power, socio-economic injustices and the collapse of good governance. Lim Kit Siang for Malay.  Retrieved from http://blog.limkitsiang.com/2015/07/09/time-for-all-progressive-and-patriotic-political-leaders-to-come-together-on-a-common-programme-to-save-malaysia-from-becoming-a-failed-state-as-a-result-of-rampant-corruption-abuses-of-power-socio/?utm_source=feedburner&utm_medium=feed&utm_campaign=Feed%3A+limkitsiang%2Frss+%28Lim+Kit+Siang%29
3. Malaysia Probe Says It Has Found Documents Tied to Alleged Transfers to Premier. (2015, July 4). Lim Kit Siang for Malay/Wall Street Journal. Retrieved from http://blog.limkitsiang.com/2015/07/05/malaysia-probe-says-it-has-found-documents-tied-to-alleged-transfers-to-premier/?utm_source=feedburner&utm_medium=feed&utm_campaign=Feed%3A+limkitsiang%2Frss+%28Lim+Kit+Siang%29
4. Mohd, Hariz. (2015, July 8). Police to probe WSJ under Computer Crimes for disclosing banking information: IGP. New Strait Times. Retrieved from http://www.nst.com.my/node/91282
5. Wright. Tom., & Clark, Simon. (2015, July 2). Investigators Believe Money Flowed to Malaysian Leader’s Accounts Amid 1MDB Probe. Lim Kit Siang for Malay/Wall Street Journal. Retrieved from http://blog.limkitsiang.com/2015/07/04/investigators-believe-money-flowed-to-malaysian-leaders-accounts/?utm_source=feedburner&utm_medium=feed&utm_campaign=Feed%3A+limkitsiang%2Frss+%28Lim+Kit+Siang%29
6. Zainal, Hanis. (2015, July 7). Mahathir: I'm not the one embarrassing the country. The Star. Retrieved from http://www.thestar.com.my/News/Nation/2015/07/07/Mahathir-Najib-Razak-1MDB-embarrassing/
--------------------------------

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

รัฐบาลสหรัฐกับการแบ่งแยกประเทศอิรัก

5 กรกฎาคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6815 วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2197704)

            ในช่วงที่ IS/ISIL/ISIS เริ่มยึดพื้นที่ในอิรักเมื่อมิถุนายน 2014 รัฐบาลโอบามามีนโยบายไม่ส่งอาวุธแก่พวกเคิร์ดอิรักโดยตรง ภายใต้กฎหมายรัฐบาลไม่สามารถส่งอาวุธแก่กองกำลังที่ไม่ใช่ของรัฐ หากเคิร์ดจะได้รับอาวุธของสหรัฐจะต้องได้ผ่านรัฐบาลแบกแดด แต่รัฐบาลแบกแดดไม่ยอมส่งอาวุธให้เคิร์ด ทั้งยังอ้างว่าที่ทำเช่นนี้เพราะเกรงว่าการส่งมอบอาวุธให้โดยตรงจะส่งเสริมการแบ่งแยกอิรัก ทำให้อิรักแตกออกเป็น 3 กลุ่ม คือพวกชีอะห์ พวกเคิร์ดและซุนนีภายใต้ IS
            อนึ่ง แม้กฎหมายบางข้อไม่เอื้ออำนวย รัฐบาลโอบามาได้ให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่เคิร์ดในฐานะหุ้นส่วนทางทหาร (military partners) เช่น ส่งที่ปรึกษาทางทหาร และฝึกทหารอิรัก ให้ความคุ้มครองด้วยกำลังรบทางอากาศ ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง 1,000 ชุด ยานยนต์ทำลายกับระเบิด 40 คัน
Bayan Sami Abdul Rahman ตัวแทนเคิร์ดประจำสหรัฐชี้ว่ากองกำลังเคิร์ดมีแต่อาวุธเบา “สถานการณ์ตอนนี้ดีขึ้นเพราะสหรัฐกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลีและอังกฤษต่างให้ความช่วยเหลือเรื่องอาวุธ ช่วยฝึกกำลังพล ... แต่ยังไม่เพียงพอ”
            ไม่ว่าฝ่ายเคิร์ดจะพูดอย่างไร ความจริงคือรัฐบาลโอบามาปกป้องพวกเคิร์ดมาตลอด ส่งเครื่องบินรบสกัดการรุกรานจาก IS พฤติกรรมของรัฐบาลโอบามาไม่ต่างจากรัฐบาลชุดก่อนๆ ย้อนไปไกลถึง สงครามอ่าวเปอร์เซียเมื่อต้นทศวรรษ 1990

วิเคราะห์สถานการณ์อิรัก :
            การแบ่งแยกดินแดนในอิรักเกี่ยวข้องกับบริบทกับประเด็นสำคัญๆ ดังนี้
            ประการแรก การปรากฏตัวของ IS/ISIL/ISIS ตอกย้ำการแบ่งประเทศเป็น 3 ส่วน
            กองกำลัง ISIL/ISIS ที่บุกยึดพื้นที่อย่างรวดเร็ว ทำให้รัฐบาลแบกแดดต้องยุ่งอยู่กับการปกป้องพื้นที่ที่เหลือ โดยเฉพาะพื้นที่ชีอะห์ ส่วนพวกเคิร์ดนั้นดูแลตนเอง ปรากฏว่า ISIL/ISIS แทบไม่แตะพื้นที่พวกเคิร์ด มีเพียงการปะทะประปราย ราวกับว่าพวกเคิร์ดไม่ใช่เป้าหมาย
            ไม่ว่าการที่ ISIL/ISIS ไม่แตะพวกเคิร์ดจะเป็นด้วยเหตุผลใด เช่น อยู่ระหว่างการชักจูงให้เคิร์ดมาเข้าพวก รัฐบาลโอบามาพร้อมปกป้องพวกเคิร์ด บัดนี้พิสูจน์แล้วว่าพวกเคิร์ดอิรักเลือกที่จะอยู่ข้างพวกชีอะห์อิรักดังเดิม เหมือนสมัยรัฐบาลมาลิกีที่ชีอะห์จับขั้วกับเคิร์ดปกครองประเทศ

            ในสมัยรัฐบาลอิรักปัจจุบัน การจับขั้วระหว่างชีอะห์กับเคิร์ดยังคงเช่นเดิม แม้จะปรากฏข่าวความขัดแย้งระหว่าง 2 ฝ่าย แต่ผลรูปธรรมคือ 2 ฝ่ายยังคงร่วมมือกัน โดยพวกเคิร์ดได้ผลประโยชน์มากขึ้น มีความเป็นอิสระมากขึ้น
            เมื่อพวกชีอะห์อิรักยังสามารถรักษาเขตอิทธิพลของตน เช่นเดียวกับพวกเคิร์ด พื้นที่ที่เหลือจึงเป็นการแบ่งสรรระหว่าง IS กับพวกซุนนีอิรักที่เหลือ
            ถ้าพิจารณาเฉพาะในส่วนหลังนี้ ยังแบ่งออกได้อีกเป็นพื้นที่ที่ IS หรือซุนนีมีอิทธิพลสูงกับพื้นที่ที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีอิทธิพลพอๆ กัน
            รวมความแล้วการปรากฏตัวของ IS/ISIL/ISIS ตอกย้ำการแบ่งพื้นที่อิรักออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ และคงเป็นเช่นนี้อีกหลายปี ถ้ายึดตามยุทธศาสตร์โอบามาอาจต้องกินเวลาอีก 3-5 ปีเป็นอย่างต่ำ

            ประการที่ 2 IS ล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ
            เป้าหมายของ IS ไม่จำกัดเฉพาะในอิรักเท่านั้น แต่ถ้ามองในกรอบอิรัก มีคำถามว่า ณ วันนี้ IS ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว
            ถ้าตั้งเป้าเพียงว่าสามารถสถาปนารัฐอิสลาม น่าจะตอบว่าประสบความสำเร็จ เพราะได้สถาปนารัฐสมความตั้งใจ และคาดว่าจะตั้งอยู่ได้อีกหลายปี
            ถ้าตั้งเป้าหมายช่วยให้พวกซุนนีอิรักหลุดพ้นจากการข่มเหงของรัฐบาลที่นำโดยชีอะห์ ก็อาจนับว่าประสบความสำเร็จเช่นกัน แต่ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่หรือที่ดีหรือไม่ ตอบสนองความต้องการหรือไม่เป็นคำถามชวนคิด มีปัญหาในบางพื้นที่ว่า IS เป็นผู้ปกครองซุนนีอิรัก หรือซุนนีมีอิทธิพลเหนือ IS และประชาชนคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร
            ส่วนเป้าหมายบั่นทอนพวกชีอะห์ล้มเหลว เพราะรัฐบาลชุดล่าสุดนำโดยนายกฯ ไฮเดอร์ อัล-อาบาดี (Haider al-Abadi) ยังเป็นรัฐบาลที่เอื้อประโยชน์แก่พวกชีอะห์เป็นหลัก ไม่ตอบโจทย์ของพวกซุนนี
            พวกซุนนีอิรักที่เข้าพวกหรือสนับสนุน IS กลายเป็นผู้ก่อการร้ายหรือผู้สนับสนุนการก่อการร้ายที่ต้องถูกปราบปราม
            บัดนี้ IS ในอิรักอยู่ในสภาพเป็นฝ่ายตั้งรับมากกว่าฝ่ายรุก ความหวังที่จะล้มรัฐบาลแบกแดดเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่เป็นเรื่องไกลเกินเอื้อมแล้ว

            ประการที่ 3 เรื่องน่าปวดหัวคือรัฐบาลสหรัฐปกป้องพวกเคิร์ดกับชีอะห์
            ดังที่นำเสนอแล้วว่าตั้งแต่ทศวรรษ 1990 รัฐบาลสหรัฐสนับสนุนพวกเคิร์ดกับชีอะห์อิรักเพื่อโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซน เมื่อสิ้นรัฐบาลซัดดัมรัฐบาลสหรัฐมีอิทธิพลทั้งต่อพวกชีอะห์กับเคิร์ด และมีอิทธิพลต่อรัฐบาลกลางแบกแดก นายนูรี อัลมาลิกี (Nouri Al-Maliki) นายกรัฐมนตรีคนแรกหลังยุคซัดดัมมาจากการยกชูของรัฐบาลสหรัฐโดยตรง และน่าเชื่อว่าการก้าวลงจากอำนาจก็เนื่องด้วยอิทธิพลของสหรัฐเช่นกัน
ตอนแรกคิดว่านายกฯ อาบาดีผู้ขึ้นมาแทนจะสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง บัดนี้เห็นชัดแล้วว่าดำเนินนโยบายไม่ต่างจากอดีตนายกฯ มาลิกี
            ทั้งหมดนี้อธิบายได้ว่าเบื้องหลังของพวกเคิร์ดกับรัฐบาลแบกแดดคืออิทธิพลของรัฐบาลสหรัฐ เป็นอุปสรรคหรือความท้าทายหลักของ IS กับบรรดาผู้อุปถัมภ์ IS ทั้งหลาย

            ประการที่ 4 การเจรจาเพื่อเอกภาพ
            ประธานาธิบดีโอบามากล่าวซ้ำหลายรอบว่าปัญหาอิรักคือเรื่องความเป็นเอกภาพของ 3 ฝ่าย หากจะแก้ปัญหาอย่างถาวรต้องให้ทั้ง 3 ฝ่ายอยู่ร่วมอย่างฉันท์มิตร จนบัดนี้ไม่มีความคืบหน้า รัฐบาลอาบาดีรักษาผลประโยชน์ของพวกชีอะห์ ดำเนินนโยบายปราบปราม IS ทุกคนที่สนับสนุนผู้ก่อการร้าย
            ถ้าเชื่อว่า “เบื้องหลังของพวกเคิร์ดกับรัฐบาลแบกแดดคืออิทธิพลของรัฐบาลสหรัฐ” คำถามที่ต้องตอบคือ รัฐบาลสหรัฐกดดัน 2 ฝ่ายนี้จริงจังแค่ไหน หรือสหรัฐมีอิทธิพลไม่เพียงพอ
            หรือว่ารัฐบาลโอบามาไม่ต่างจากรัฐบาลอเมริกันอื่นๆ ที่รักษาผลประโยชน์เรื่องน้ำมันอย่างเหนียวแน่น พยายามมีอิทธิพลต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเทศที่อุดมด้วยน้ำมันอย่างอิรัก แหล่งสำรองน้ำมันลำดับ 5 ของโลก
            เป้าหมายคือให้น้ำมันอิรักอยู่ในมือพวกชีอะห์ (ที่เป็นมิตรกับตน) เป็นเครื่องมือถ่วงดุลอำนาจโอเปก ไม่สนใจว่านโยบายเช่นนี้ส่งเสริมการแบ่งแยกนิกาย การแบ่งแยกประเทศอิรัก ขัดแย้งกับนโยบายส่งเสริมความเป็นเอกภาพของอิรัก
            การเจรจาเพื่อเอกภาพอิรักจึงเป็นเรื่องซับซ้อน สิ่งที่เห็นกับความจริงอาจเป็นคนละเรื่อง

            ประการที่ 5 รัฐสภาอเมริกัน
            ที่ประชุมคองเกรสถกเถียงว่าควรให้อาวุธแก่พวกเคิร์ดโดยตรงหรือไม่ วุฒิสมาชิกบางคน เช่น Joni Ernst เรียกร้องให้รีบส่งโดยด่วน เพราะที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่ากองกำลังเคิร์ดสามารถต้านผู้ก่อการร้าย IS แต่ขาดแคลนยุทโธปกรณ์ รัฐบาลแบกแดดไม่ยอมส่งอาวุธไปช่วย สมาชิกคองเกรสส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เกรงว่าจะเป็นการสนับสนุนให้พวกเคิร์ดแบ่งแยกดินแดน
            ประเด็นที่ครองเกรสไม่ยอมเอ่ยถึงคือรัฐบาลสหรัฐคือผู้แบ่งแยกอิรักมานานแล้ว หนึ่งในนโยบายสำคัญคือการจัดตั้งเขตห้ามบิน (No-fly zone) เพื่อปกป้องมิให้อิรักโจมตีประชาชนของตน โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อย เช่น ชาวเคิร์ดทางตอนเหนือ และพวกชีอะห์ทางตอนใต้ รวมทั้งปกป้องเพื่อนบ้านของอิรัก กองกำลังร่วมทางอากาศได้บังคับใช้เขตห้ามบินตอนเหนือตั้งแต่ปี 1991 และทางตอนใต้ตั้งแต่ปี 1992”
            รัฐบาลสหรัฐในช่วงนั้น (ทั้งรีพับลิกันกับเดโมแครท) หวังใช้พวกเคิร์ดกับชีอะห์ต่อต้านรัฐบาลซัดดัม พวกชีอะห์ที่ถูกกดขี่มานานแล้วจึงร่วมมือ เช่นเดียวกับพวกเคิร์ดที่หวังว่าจะเอื้อต่อการแยกดินแดนที่พวกเขาต่อสู้นานนับร้อยปีย้อนหลังได้ถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1
            ปฏิบัติการทางอากาศของสหรัฐกับพันธมิตรเพื่อบั่นทอน IS ในขณะนี้มีลักษณะบางอย่างคล้ายสมัยสงครามอ่าวเปอร์เซีย นั่นคือปกป้องพวกชีอะห์กับเคิร์ดจากการโจมตีของ IS (เทียบกับอดีตคือซัดดัม ฮุสเซน)

ในรอบนี้การปกป้องพวกเคิร์ดครั้งแรกอาจเริ่มเมื่อรัฐบาลโอบามาใช้กำลังอากาศสกัดการรุกคืบของ IS ที่กำลังปิดล้อมชนกลุ่มน้อยยาซิดี (Yazidi) ที่ติดอยู่ในภูเขาซินจาร์ (Sinjar Mountain) ในครั้งนั้นรัฐบาลโอบามาประกาศว่าเป็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม แต่ ความจริงแล้วกองกำลัง IS รุกเข้ามาใกล้เขตของพวกเคิร์ดและกำลังเข้ายึดพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ใกล้กับพื้นที่ของเคิร์ดอันเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรมน้ำมันอเมริกาอย่างเช่น Chevron กับ Exxon Mobil มีชาวอเมริกันทำงานหลายร้อยคน มีความสำคัญถึงกับมีสถานกงสุลสหรัฐ ณ ที่นั่น
            เป็นเหตุผลว่าทำไม IS ได้แต่ยึดพื้นที่ของพวกซุนนีอิรักบางส่วน สถานการณ์คงจะเป็นเช่นนี้อีกนาน เท่ากับว่าอิรักจึงแยกออกเป็น 3 ส่วนโดยปริยาย หากจะให้อิรักเป็นเอกภาพ ต้องไม่ลืมสอบถามรัฐบาลสหรัฐด้วย

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
            การที่อิรักแบ่งแยกรุนแรงกลายเป็นรัฐล้มเหลวไม่อาจโทษรัฐบาลสหรัฐเพียงฝ่ายเดียว พวกเคิร์ดพยายามแบ่งแยกประเทศ หวังปกครองตนเอง ชีอะห์อิรักกับซุนนีอิรักมีความขัดแย้งเรื่อยมา และรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อสิ้นสุดระบอบซัดดัม ฮุสเซน รัฐบาลอิรักที่มาจากการเลือกภายใต้ระบอบประชาธิปไตยเป็นรัฐบาลที่พวกซุนนีเห็นว่าเป็นอำนาจนิยม มุ่งร้ายต่อพวกตน ภายใต้ความแตกแยกดังกล่าวสหรัฐคือฝ่ายหนึ่งที่ได้ประโยชน์มากที่สุด เป็นผู้ฉวยประโยชน์จากความแตกแยก และเป็นตัวถ่วงความเป็นเอกภาพของประเทศนี้
            หากประชาชนอิรักหวังความสงบ ประเทศพัฒนาก้าวหน้ารุ่งเรืองเป็นแหล่งอารยธรรมโลกดังเช่นอดีต ต้องเริ่มจากการตกลงกันเองว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไร
----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
กว่าที่สหรัฐจะเริ่มโจมตี IS ในสมรภูมิเมืองทิกริต การรบได้ผ่านไปแล้วกว่า 3 สัปดาห์จนรัฐบาลอิรักต้องออกมาเรียกร้อง เรื่องนี้เป็นเรื่องแปลกเพราะก่อนหน้านี้สหรัฐใช้กำลังทางอากาศโจมตี IS อย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์ที่สมรภูมิทิกริตสะท้อนคำพูดของรัฐบาลโอบามาที่ชี้ว่ารากปัญหาคือความขัดแย้งภายในระหว่างซุนนี-ชีอะห์ อีกทั้งยังแสดงท่าทีไม่อยากเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

สมรภูมิทิกริตไม่ใช่่เรื่องการปราบปรามผู้ก่อการร้าย IS ในอิรักเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับหลายฝ่ายหลายประเทศ ที่ควรเอ่ยถึงได้แก่ 1.ชีอะห์อิรัก 2.อิหร่าน 3.ซุนนีอิรัก 4.พวกเคิร์ด 5.ซีเรีย 6.IS/ISIL/ISIS 7.รัฐบาลสหรัฐฯ 8.GCC ผลลัพธ์ที่ตามมาไม่ได้มีต่อการเมืองอิรักเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบภูมิภาคตะวันออกกลาง เกี่ยวข้องกับชาติมหาอำนาจ

สนใจอีบุ๊ค คลิกที่รูป

บรรณานุกรม:
1. Ahmed, Akbar Shahid., & Conetta, Christine. (2015, June 29). Congress Voted Against Directly Arming Iraq's Kurds. Here's What That Means For The ISIS Fight. Huffington Post. Retrieved from http://www.huffingtonpost.com/2015/06/29/congress-arm-kurds_n_7647068.html
2. Central Intelligence Agency. (2014, May 29). Iraq. In The World Factbook. Retrieved from https://www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/geos/iz.html
3. Ghanim, David. (2011). Iraq’s dysfunctional democracy. California: ABC-CLIO, LLC.
4. Kozaryn, Linda D. (1999, January 12). Air Force sends more planes to Persian Gulf.  American Forces Press Service. Retrieved from http://www.af.mil./news/Jan1999/n19990112_990037.html
5. McDowall, David. (2004). A Modern History of the Kurds, (3rd ed.). New York: I.B. Tauris
6. The White House. (2014, August 28). Statement by the President. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/08/28/statement-president
---------------------------------