อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน
            ก่อตัวในศตวรรษที่ 17 ช่วงที่ระบบฟิวดัลยุโรปกำลังล่มสลาย สังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากปัจจุบัน จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจสมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคปัจจุบันที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม
นิยาม :
คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบันเมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาศิลปศาสตร์ (liberal arts)
            ในอีกความหมายคือ ความหย่อนยานในศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา)
            สรุป หลักสำคัญของอุดมการณ์เสรีนิยม คือ การให้ความสำคัญกับการรักษา ส่งเสริม เสรีภาพของประชาชน ต่อต้านการจำกัดเสรีภาพการแสดงออก ต่อต้านการออกกฎหมายควบคุมความเชื่อหรือค่านิยมที่ปัจเจกชนยึดถือ เช่น ค่านิยมการเป็นสาวประเภท 2
ลักษณะพื้นฐานของเสรีนิยม 7 ประการ : 
            แอนดรูว์ เฮย์วูด เสนอว่า อุดมการณ์เสรีนิยมมีลักษณะพื้นฐาน 7 ประการ ดังนี้
             1. ปัจเจกบุคคลนิยม
             2. เสรีภาพ
             3. เหตุผล
             4. ความเสมอภาค
             5. ขันติธรรม
             6. ฉันทานุมัติ
             7. รัฐธรรมนูญนิยม

1.        ปัจเจกชนนิยม (Individualism)
แนวคิดนี้ถือว่า มนุษย์ในฐานะปัจเจกบุคคลมีความสำคัญที่สุด (เหนือศาสนา สังคม) เป็นการมองที่ตัวเอง (Self center) ถือว่าตัวเองสำคัญที่สุด เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง เพราะมองว่าถ้าไม่มีความเป็นตัวของตัวเองเท่ากับไม่มีตัวตน หากเป็นเช่นนั้นทุกสิ่งที่มีอยู่ล้วนปราศจากคุณค่าใดๆ สำหรับเขา

2.        เสรีภาพ (Liberty/Freedom)
หลักเสรีภาพอยู่คู่กับหลักปัจเจกชนนิยม เพราะเสรีภาพทำให้ความเป็นปัจเจกโดดเด่น เป็นตัวของตัวเอง อย่างไรก็ตามเสรีภาพในความหมายของเสรีนิยมหมายถึง เสรีภาพภายใต้กฎหมาย (freedom under the law) เพื่อป้องกันไม่ให้การใช้เสรีภาพของบุคคลหนึ่งละเมิดเสรีภาพของอีกบุคคลหนึ่ง การวางกรอบกฎหมายเพื่อให้ต่างคนมีโอกาสใช้เสรีภาพมากที่สุด
(ชมคลิป เพิ่มความเข้าใจ)
3.        เหตุผล (Reason)
นักเสรีนิยมเชื่อมั่นในความสามารถการใช้เหตุผลของมนุษย์ เชื่อว่าทุกคนสามารถคิด ตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีให้กับตัวเอง รัฐบาลต้องเคารพการตัดสินใจของปัจเจกชน
ดังนั้น นักเสรีนิยมจึงส่งเสริมการอภิปรายถกเถียงด้วยเหตุผลมากกว่าใช้อำนาจบีบบังคับหรือทำสงคราม เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดร่วมกัน

คำถามเพื่อการอภิปราย สมมติว่า นาย ก. ถือครองอาวุธที่ทำลายโลกทั้งใบได้ และนาย ก. มีความเชื่อและเหตุผลของตนว่าหากทำลายโลกวันนี้จะสร้างประโยชน์สุขแก่มวลมนุษยชาติ นาย ก. มีเสรีภาพที่จะทำหรือไม่ เพราะเหตุใด

คำถามเพื่อการอภิปราย สมมติว่า มีหนุ่มสาว (อายุ 20 ปีบริบูรณ์แล้ว) จำนวนนับล้านในประเทศที่ไม่สนใจเป็นสุขภาพของตนเอง ไม่สนใจอนาคตว่าจะประกอบสัมมาอาชีพหรือไม่ จึงเสพยา เที่ยวเตร่ ไม่สนใจเรียนหนังสือ หรือตั้งใจทำงาน คนหนุ่มสาวเหล่านี้มีเสรีภาพในการใช้ชีวิตเช่นนี้หรือไม่ แม้ว่าจะมีการคาดการเชิงสังคมแล้วว่า หากปล่อยเช่นนี้สังคมจะอยู่ในภาวะตกต่ำ วุ่นวาย เกิดปัญหาสังคมตามมาที่เป็นภาระแก่รัฐ สังคมอย่างมากมาย

4.        ความเสมอภาค (Equality)
นักเสรีนิยมเชื่อว่ามนุษย์ เกิดมาเท่าเทียมกัน (born equal) มีความเสมอภาคต่อหน้ากฎหมาย (equality before the law) ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน และมีความเสมอภาคทางการเมือง เช่น หนึ่งคนหนึ่งเสียง (One Man, One Vote)
พึงระลึกเสมอว่า นักเสรีนิยมเน้นความเสมอภาคในแง่ของสิทธิและโอกาส แต่ไม่รับประกันว่าบุคคลจะต้องมีความเสมอภาคทางสังคมหรือผลลัพธ์ของการกระทำ (social equality or equality of outcome) ทั้งนี้เพราะความสามารถในการทำงานและความจริงใจหรือความตั้งใจของแต่ละบุคคลอาจไม่เท่ากัน การที่เสรีนิยมเน้นความเสมอภาคในโอกาส (equality of opportunity) ให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมในการใช้ความรู้ ความสามารถ ความขยันหมั่นเพียรที่ตนเองมีอยู่เท่ากับสนับสนุนระบบคุณธรรม (meritocracy) ที่ว่าใครทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย ความเฉลียวฉลาดที่กอปรด้วยความขยันหมั่นเพียรจึงเป็นที่ปรารถนาในลัทธิเสรีนิยม 

5.        ขันติธรรม (Toleration)
ขันติธรรมหรือความใจกว้างอดทนต่อความคิดต่าง การกระทำของผู้อื่นที่แตกต่างเป็นปัจจัยสำคัญที่จะประกันเสรีภาพส่วนบุคคล และเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งทางสติปัญญาแก่สังคมที่ส่งเสริมให้อภิปราย ถกเถียง เกิดความก้าวหน้าทางปัญญา เกิดตลาดเสรีทางความคิด (Free Market of Ideas) ผลที่ตามมาคือสังคมที่เป็นพหุนิยม (Pluralism) หลากหลายความคิด วัฒนธรรมค่านิยม 
ทั้งนี้นักเสรีนิยมเชื่อว่าเสรีภาพทางความคิดไม่เป็นอันตรายต่อสังคม เพราะความแตกต่างทางความคิดจะดำเนินไปสู่จุดดุลยภาพจากการที่มนุษย์มีเหตุผล สามารถอยู่ร่วมกันแม้คิดต่างชอบต่าง

คำถามเพื่อการอภิปราย การแตกแยกทางความคิดระหว่างกลุ่มคนสีเสื้อต่างๆ ที่สุดแล้วจะถึงจุดดุลยภาพโดยธรรมชาติตามลักษณะของอุดมการณ์เสรีนิยมหรือไม่

6.        ฉันทานุมัติ (Consent)
อุดมการณ์เสรีนิยมจะต้องตั้งอยู่บน ฉันทานุมัติของผู้อยู่ใต้การปกครอง (consent of the governed) หมายความว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับคนในสังคมที่ปรากฏออกมาในรูปของกฎ กติกา ระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมายที่รัฐใช้บังคับแก่ผู้คนทั้งหลายในสังคมต้องได้รับความเห็นชอบโดยสมาชิกของสังคม
ลักษณะเช่นนี้ทำให้ลัทธิเสรีนิยมมีแนวโน้มเข้าได้ดีกับการปกครองแบบประชาธิปไตย (Democracy) การเลือกตัวแทนเข้าไปในระบบการเมือง (representation)
หลักฉันทานุมัติสนับสนุนให้ประชาชนจัดตั้งสมาคมหรือองค์กรที่เป็นตัวแทนหรือสนับสนุนผลประโยชน์ของแต่ละกลุ่ม เพราะภายใต้กลุ่มก้อนเหล่านี้ได้กลั่นกรองรวบรวมคนที่มีความคิดใกล้เคียงหรือตรงกันเข้าอยู่ด้วยกัน กลุ่มเป็นตัวแทนช่วยให้การแสดงความคิดเห็นมีประสิทธิภาพ เช่น สมาคมแม่บ้าน กลุ่มชาวไร่ชาวนา ชมรมอนุรักษ์ป่า

7.        รัฐธรรมนูญนิยม (Constitutionalism)
รัฐธรรมนูญคือกฎหมายระบุว่าจะอยู่ในการปกครองร่วมกันอย่างไร กติกาการอยู่ร่วมกันเป็นอย่างไร บทบาทหน้าที่ของรัฐบาลมีอะไรบ้าง หลักนโยบายรัฐบาลเป็นอย่างไร รวมทั้งหน้าที่พลเมือง กลไกควบคุมการปกครองเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของลัทธิเสรีนิยม
จากลักษณะพื้นฐานที่กล่าวมาทั้งหมด ผู้ที่ยึดมั่นเสรีนิยมจึงหมายถึงผู้ยึดถือลักษณะพื้นฐานของเสรีนิยมเหล่านี้ทุกประการ ไม่ใช่การตามทำอำเภอใจ

“เสรีนิยม 2 ประเภท”
            อุดมการณ์เสรีนิยมจากอดีตจนถึงปัจจุบัน สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ เสรีนิยมคลาสสิค กับเสรีนิยมสมัยใหม่

1. เสรีนิยมคลาสสิค
            เมื่อพูดถึงอุดมการณ์เสรีนิยม มักยกย่องว่าต้นกำเนิดอุดมการณ์นี้คือ จอห์น ล็อค (John Locke, 1632-1704) นักปรัชญาชาวอังกฤษจากผลงาน Two Treaties of Government (1690) มีสาระสำคัญ ดังนี้
1)       การให้ความสำคัญต่อปัจเจกชนมากกว่ารัฐ เพราะปัจเจกชนเป็นผู้สร้างรัฐ และอำนาจของรัฐโดยฉันทานุมัติ รัฐไม่สามารถดำรงอยู่ได้หากปราศจากฉันทานุมัติของปัจเจกชนในสังคม 
2)       ปัจเจกชนมีความสามารถในการดูแลตนเอง และตัดสินใจด้วยตนเองว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไรโดยไม่ล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น
3)       ความก้าวหน้าเกิดจากฝีมือมนุษย์เพราะความเป็นผู้มีเหตุผล การเปลี่ยนแปลงใดๆ ไม่ใช่เรื่องน่าวิตกเพราะมนุษย์สามารถควบคุมการเปลี่ยนแปลงเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
4)       รัฐควรมีอำนาจจำกัด ปล่อยให้ปัจเจกชนมีอิสระในการใช้เหตุผลที่มีอยู่เพื่อตัดสินใจเลือกว่าจะดำเนินชีวิตอย่างไร

อดัม สมิทธ (Adam Smith, 1723-1790) ขยายความคิดเสรีนิยมคลาสสิคต่อจากล็อค และแนวคิดทางการเมืองในกรอบแนวคิดทางเศรษฐกิจ ปรากฏในหนังสือของเขาชื่อ The Wealth of Nations เสนอว่า ความมั่งคั่งของชาติไม่ได้เกิดจากการสะสมทองคำหรือเงินตามแนวคิดพาณิชยนิยม (Mercantilism) เพราะทองคำควรเป็นเพียงสื่อกลางแลกเปลี่ยนสินค้า แต่ความมั่งคั่งของชาติที่แท้มาจากการใช้ระบบเศรษฐกิจที่เปิดโอกาสให้ปัจเจกชนผลิตสินค้าและบริการ และสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนอย่างเสรี (Laissez-faire) เพื่อตอบสนองความต้องการของปัจเจกชนซึ่งต่างถือประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้ง โดยที่รัฐต้องปล่อยให้ปัจเจกชนมีอิสระในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สมิทธเชื่อว่าสังคมเศรษฐกิจแบบนี้จะไม่สับสนวุ่นวาย เพราะกลไกราคาของระบบตลาด (เรื่องอุปสงค์อุปทาน) ที่แข่งขันอย่างเสรีจะมีหน้าที่เสมือน “มือที่มองไม่เห็น” (invisible hand) เป็นตัวกำหนดราคาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

            แนวคิดของสมิทธจึงเป็นเสรีนิยมทางเศรษฐกิจ (Economic Liberalism) หรือตลาดแข่งขันโดยเสรี (Free Market) จำกัดอำนาจของรัฐให้เป็นเพียง “ผู้ตรวจยามค่ำคืน” (Night Watchman) หรือเป็นเพียงกรรมการแข่งขันกีฬาเท่านั้น

ถ้ามองในระดับโลก แนวทางเสรีนิยมเศรษฐกิจ ทำให้รัฐทั้งหลายความร่วมมือกัน เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าเติบโต ต่างได้ประโยชน์ นอกจากนี้ การค้าเสรีทำให้เล็งเห็นประโยชน์ของการร่วมมือกัน อุปสรรคของการร่วมมือยังมีอยู่แต่สามารถก้าวผ่านด้วยการเจรจาตกลง

            ปัจจุบันแนวคิดเสรีนิยมคลาสสิคได้หวนกลับมามีบทบาทอีกครั้ง ชื่อ "เสรีนิยมใหม่" (Neoliberalism) เป็นเสรีนิยมที่มีการจัดการเชิงโครงสร้าง เป็นอุดมการณ์ที่อยู่เบื้องหลังแนวคิดการค้าเสรีหรือตลาดเสรีในขณะนี้ ผ่านองค์การระหว่างประเทศ เช่น องค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) เป็นต้น
สิ่งที่ได้จาก Neoliberalism คือสภาพที่รัฐต่างๆ ได้ประโยชน์จากการพึ่งพาอาศัยกันและกัน สร้างกลไกอำนวยการความร่วมมือนี้ เช่น สร้างองค์กรร่วมมือระหว่างประเทศ การทำสนธิสัญญา ข้อตกลงต่างๆ 
2. เสรีนิยมสมัยใหม่
            ในปลายช่วงศตวรรษที่ 19 ประเทศที่ใช้แนวทางเสรีนิยมของสมิทธพบว่าระบบเศรษฐกิจไม่ได้เป็นไปตามคำอธิบายของสมิทธ เกิดการผูกขาดจากธุรกิจเอกชนรายใหญ่ ราคาไม่เป็นไปตามกลไกตลาด ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนเพิ่มขึ้น สังคมได้รับผลกระทบทางลบมากมาย โดยเฉพาะกรรมกร ผู้ใช้แรงงานระดับล่างได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากที่สุด
            "เสรีนิยมสมัยใหม่" (Modern Liberalism) เป็นแนวคิดที่ยังรักษาให้ระบบเศรษฐกิจแข่งขันโดยเสรี แต่รัฐบาลข้ามาแทรกแซงกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น ให้ความช่วยเหลือปกป้องปัจเจกชนที่อ่อนแอ ป้องกันการผูกขาด สนับสนุนให้คนมีงานทำ

นอกจากนี้เสรีนิยมสมัยใหม่ส่งเสริมสวัสดิการสังคม (Social welfare) หรือการเป็นรัฐสวัสดิการ (welfare state) รัฐมีหน้าที่ทำให้สังคมมีแรงงานที่มีการศึกษา มีสุขภาพอนามัยที่ดี (ตรงกับหลักการเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ หลักประกันสุขภาพของคนไทย)
            ตัวอย่างนักคิดกลุ่มนี้คือ จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ (John Maynard Keynes, 1883-1946) ที่ให้หลักว่า ระบบทุนนิยมที่จะธำรงรักษาการเติบโตและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจต้องเป็นทุนนิยมที่มีการจัดการหรือการควบคุมดูแล (Managed or Regulated Capitalism)

เคนส์เสนอให้รัฐเข้าแทรกแซงระบบเศรษฐกิจ หรือเป็นผู้จัดการระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะยามเมื่อเศรษฐกิจตกต่ำภาคเอกชนไม่มีอำนาจซื้อหรือไม่มีอุปสงค์ (demand) ทำให้คนตกงาน ระบบเศรษฐกิจขาดกำลังซื้อ โดยให้รัฐบาลเข้าแก้ไขด้วยหลายวิธี เช่น ลดภาษีเพื่อให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอย หรือรัฐบาลเป็นผู้จับจ่ายใช้สอยเสียเองด้วยการทำโครงการต่างๆ เพื่อเพิ่มการจ้างงาน การอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ ในทางกลับกันถ้าระบบเศรษฐกิจเติบโตรวดเร็วเกินไป รัฐบาลต้องเข้าไปช่วยลดความร้อนแรง ด้วยมาตรการต่างๆ เช่น เพิ่มภาษี ลดการใช้จ่ายภาครัฐ

            รูปแบบของเสรีนิยมสมัยใหม่ เช่น บทบาทของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการแทรกแซงเศรษฐกิจในยุคภาวะเศรษฐกิจตกต่ำช่วงทศวรรษ 1930 ของรัฐบาลแฟรงคลิน รูสเวลท์ (Franklin Roosevelt, 1882-1945) ภายใต้นโยบาย New Deal

            คำถามเพื่อการอภิปราย การแสดงออกทางการเมืองของกลุ่มการเมืองปัจจุบัน มีลักษณะตามที่แอนดรูว์ เฮย์วูด เสนอไว้ดังกล่าวเรื่องอุดมการณ์เสรีนิยมหรือไม่เพียงใด เหตุผล
(ฉบับปรับปรุงธันวาคม 2563)
ชาญชัย คุ้มปัญญา
-----------------------------

รวมคำถามคำตอบประกันโควิด-19

รวมคำถามคำตอบประกันโควิด-19
ทุกคำถามย่อมมีคำตอบ คลิกอ่าน

ด่วนที่สุด เจอ-จ่าย-จบ ประกันโควิด-19 ใหม่สุดๆ ตรวจเจอจ่ายทันที 2 แสนบาท (อาคเนย์ แผน 4)

ด่วนที่สุด เจอ-จ่าย-จบ ประกันโควิด-19 ใหม่สุดๆ ตรวจเจอจ่ายทันที 2 แสนบาท (อาคเนย์ แผน 4)
มีติดตัวไว้ครับ

Go to Thailand. Health Insurance Required.

Go to Thailand. Health Insurance Required.
Start 3,000 Bath/month

รับส่วนลดสูงสุด และอื่นๆ #lazada

รับส่วนลดสูงสุด และอื่นๆ #lazada
สนใจคลิกที่รูป

ร้านค้าอย่างเป็นทางการ GSK ใน #Lazada

ร้านค้าอย่างเป็นทางการ GSK ใน #Lazada
วิตามิน Centrum ลดเกือบ 40% ... คลิกที่รูป

ร้านค้าอย่างเป็นทางการ ยูนิลีเวอร์

ร้านค้าอย่างเป็นทางการ ยูนิลีเวอร์
รับส่วนลดพิเศษหลายอย่าง

กลุ่มไลน์ ติดตามข่าวสารทั่วโลก

กลุ่มไลน์ ติดตามข่าวสารทั่วโลก
https://line.me/ti/g2/6rXIwiNZgKq21mhYLjKfBA?utm_source=invitation&utm_medium=link_copy&utm_campaign=default

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905