ย้อนรอยความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับผู้หวังครองน้ำมัน

อิหร่านต่อกรกับสหรัฐเรื่อยมา ไม่เพียงเพราะการปฏิวัติอิสลาม การมองย้อนหลังไกลกว่า 40 ปีช่วยให้เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันดีขึ้น ชาติมหาอำนาจต้องการครอบงำอิหร่าน เป็นเช่นนี้นับตั้งแต่ค้นพบน้ำมัน

            ปีนี้เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีแห่งการปฏิวัติอิหร่าน  ถ้ามองในเชิงศาสนาคือการปฏิวัติชีอะห์ ถ้ามองในเชิงต่อสู้กับต่างชาติคือการต่อต้านขัดขืนมหาอำนาจที่สามารถมองย้อนหลังไกลกว่า 110 ปี
เรื่องราวเริ่มขึ้นปี 1908 อังกฤษประกาศค้นพบน้ำมันในอิหร่าน ในตอนนั้นอังกฤษกับรัสเซียร่วมกันครอบงำอิหร่าน บริษัทน้ำมันอังกฤษ Anglo-Iranian Oil Company (AIOC - ในที่นี้ใช้ชื่อสุดท้าย) ได้รับสัมปทาน แบ่งผลประโยชน์แก่อิหร่านเพียงน้อยนิด เช่นบางช่วงให้ร้อยละ 16 อีกทั้งไม่ยอมให้รัฐบาลอิหร่านดูบัญชีบริษัทด้วย
นอกจากผลประโยชน์เรื่องกำไร เมื่อเรือรบเริ่มเปลี่ยนจากมาใช้น้ำมัน รัฐบาลอังกฤษเล็งเห็นคุณค่าของน้ำมันในฐานะยุทธปัจจัย ต้องมั่นใจว่าสามารถควบคุมบ่อน้ำมันที่นี่
ในยุคต้นของการใช้น้ำมันเป็นพลังงานแทนถ่านหิน บ่อน้ำมันขนาดใหญ่ที่ค้นพบในโลกมีไม่กี่แห่ง แต่ละแหล่งจึงมีคุณค่าสูงมากสำหรับประเทศอุตสาหกรรมและการเป็นมหาอำนาจ บ่อน้ำมันอิหร่านคือแหล่งน้ำมันสำคัญที่สุดของอังกฤษ
รัฐบาลอังกฤษปฏิบัติต่ออิหร่าน ชนชาวอิหร่านดังเช่นปฏิบัติต่ออาณานิคม ดูหมิ่นดูแคลน เห็นว่าต่ำต้อย ตักตวงผลประโยชน์จากอิหร่านอย่างเต็มที่ มีเพียงพวกราชวงศ์อิหร่าน เจ้าหน้าที่บางส่วนได้ผลประโยชน์จากน้ำมันบ้าง หรืออาจอธิบายว่าเพราะผู้ปกครองอิหร่านจำยอม เห็นว่าไม่อาจต้านมหาอำนาจ
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 อิหร่านประกาศวางตัวเป็นกลาง แต่รัสเซียกับอังกฤษไม่วางใจ ส่งทหารเข้าอิหร่าน อ้างป้องกันการรุกรานจากฝ่ายเยอรมนี
เพื่อควบคุมอิหร่านเบ็ดเสร็จ ปี 1921 รัฐบาลอังกฤษกับรัสเซียร่วมกับสนับสนุนพันเอก Reza Khan ยึดอำนาจรัฐบาลเก่า ยุติราชวงศ์ Qajar dynasty
Reza Khan สถาปนาตัวเองเป็นกษัตริย์มูฮัมหมัด เรซา ชาห์ ปาห์ลาวี (Mohammad Reza Shah Pahlavi) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ปาห์ลาวี (Pahlavi) เมื่อปี 1925
ในระยะต้นกษัตริย์ปาห์ลาวีอยู่ใต้อิทธิพลอังกฤษกับรัสเซีย แต่เมื่อรวบอำนาจเป็นที่เรียบร้อย เศรษฐกิจไปได้ดี จึงหันไปผูกมิตรกับเยอรมัน หวังลดทอนอิทธิพลของอังกฤษ สร้างความไม่พอใจแก่อังกฤษกับรัสเซียอย่างมาก
เมื่อเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลของกษัตริย์ปาห์ลาวีประกาศเป็นกลางอีกครั้ง (เพื่อไม่เป็นเหตุให้มหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเข้ารุกรานเพื่อต่อต้านอีกฝ่าย) และเช่นเดียวกับครั้งก่อน อังกฤษกับรัสเซียส่งทหารรุกรานอิหร่าน อ้างว่าเพื่อต้านอิทธิพลเยอรมัน เป้าหมายที่แท้จริงคือรักษาแหล่งน้ำมัน
ในโอกาสเดียวกันนี้ อังกฤษกับรัสเซียเห็นพ้องต้องกันขับไล่กษัตริย์เรซา ชาห์ ปาห์ลาวี ออกนอกประเทศ และให้ลูกของท่าน Mohammad Reza อายุ 22 ขึ้นครองตำแหน่งแทน เกิดสนธิสัญญา Tripartite Agreement 1942 สาระสำคัญคือสิ้นสงครามโลกเมื่อไร กองกำลังต่างชาติต้องถอนตัวออกจากประเทศ แลกกับที่ประเทศเหล่านี้ได้ประโยชน์จากทรัพยากรอิหร่าน
ตรงนี้อาจตีความว่ารัฐบาลอิหร่านยอมสูญเสียผลประโยชน์น้ำมันเพื่อรักษาเอกราช หรืออาจมองว่า ผลประโยชน์หลักที่อังกฤษต้องการคือน้ำมัน ไม่ประสงค์จะครอบครองประเทศ เพราะต้องลงทุนมาก ต้องส่งทหารมาประจำการมาก อาศัยกษัตริย์ Mohammad Reza เป็นหุ่นเชิด ให้อิหร่านปกครองกันเอง เช่นนี้เป็นประโยชน์มากกว่า
ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร นับจากอังกฤษเข้าฉวยประโยชน์เมื่อค้นพบน้ำมันในอิหร่าน นับวันชาวอิหร่านจะสะสมความโกรธแค้นชิงชังประเทศนี้

โค่นล้มรัฐบาล มอสซาเดก :
            เข้าสู่ทศวรรษ 1950 เกิดเหตุการณ์สำคัญ คือการปรากฏตัวของ โมฮาเหม็ด มอสซาเดก (Mohammad Mossadegh) นักชาตินิยม มีความรู้ทั้งด้านการเงินและรัฐศาสตร์ ทำงานการเมืองเรื่อยมา ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีในหลายกระทรวง
เมื่อมอสซาเดกดำรงตำแหน่ง chairman of the government's Oil Committee เห็นว่า AIOC เป็นสัญลักษณ์จักรวรรดินิยม ขัดขวางอธิปไตยและความมั่งคั่งของชาติ มอสซาเดกกับพวกจึงต่อสู้ขอแบ่งประโยชน์ที่ได้จากน้ำมันเสียใหม่ เมื่อมอสซาเดกได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยความยินดีของประชาชน งานชิ้นแรกคือการออกพ.ร.บ.ยึดกิจการน้ำมัน (Oil Nationalisation Bill) รัฐเข้าถือครองบ่อน้ำมันแทน AIOC แนวทางของมอสซาเดกสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน
ผลลัพธ์ตามมาคือรัฐบาลชาติตะวันตกร่วมกันต้านมอสซาเดกด้วยเกรงว่ากระแสยึดคืนจะแผ่ทั่วตะวันออกกลาง จึงร่วมกันคว่ำบาตร อิหร่าน ในมุมของเจ้าอาณานิคม ความสำเร็จของมอสซาเดกอาจทำให้ประเทศอาณานิคมอื่นๆ ลุกฮือต่อต้าน ผลประโยชน์ที่เสียหายจึงไม่จำกัดเฉพาะที่อิหร่านเท่านั้น
            ในแง่เศรษฐกิจเท่ากับสร้างอุปสรรคต่อรัฐบาลอังกฤษ ชาติตะวันตก บรรษัทน้ำมันในการควบคุมราคาน้ำมันโลก
            ประเด็นจึงไม่อยู่ที่มอสซาเดกเป็นชาตินิยมหรือไม่ แต่เป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่เคยได้รับต้องหดหาย รัฐบาลอังกฤษเห็นว่าต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง
            อันที่จริงแล้วการยึดกิจการน้ำมันกลับมาเป็นของรัฐเป็นแค่จุดเริ่มของการเจรจาต่อรอง เพราะอิหร่านไม่อาจดูแลอุตสาหกรรมน้ำมันด้วยตนเอง ขาดบุคลากร เครื่องมือที่อิหร่านผลิตเองไม่ได้ ไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันที่จะส่งไปขายต่างประเทศ เป็นจุดอ่อนที่มอสซาเดกแก้ไขไม่ได้ ได้เป็นเพียงเครื่องต่อรองแบ่งสรรรายได้กับบรรษัทน้ำมันต่างชาติให้เป็นธรรมยิ่งขึ้น
            แต่ชาติมหาอำนาจไม่เห็นด้วยกับแนวคิดเจรจาต่อรองใหม่

            ในช่วงนั้นตรงกับยุคต้นสงครามเย็น ข้อมูลบางชิ้นระบุว่าเนื่องจาก AIOC เสียผลประโยชน์จึงติดต่อกับหน่วยข่าวกรองอังกฤษ (MI6) เพื่อโค่นล้มรัฐบาลมอสซาเดก ทางด้านหน่วยข่าวกรองอังกฤษขอการสนับสนุนจาก CIA ตอนแรกรัฐบาลสหรัฐ (สมัยทรูแมน) ไม่เห็นด้วย จนเมื่อเข้าสมัยไฮเซนฮาวร์ (Eisenhower – ชนะเลือกตั้งพฤศจิกายน 1952) จึงรับข้อเสนออังกฤษ ยกข้ออ้างเรื่องภัยคอมมิวนิสต์ ให้ CIA ปฏิบัติการโค่นล้มรัฐบาลมอสซาเดก 
            วิธีการที่ CIA ทำคือจัดตั้งกลุ่มการเมืองภายในอิหร่านเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลมอสซาเดก ซื้อสื่อเพื่อเขียนข่าวโจมตี สื่ออย่าง BBC เป็นส่วนหนึ่งของแผนด้วย กล่าวหาว่าชนะเลือกตั้งด้วยการโกง รัฐบาลมอสซาเดกอยู่ใต้อำนาจของคอมมิวนิสต์ จ้างนักเลงก่อเหตุวุ่นวาย ใช้เงินซื้อนายทหารก่อรัฐประหาร
มอสซาเดกซึ่งเป็นรัฐบาลที่มาอย่างถูกต้องชอบธรรมจึงถูกคว่ำ ทดแทนด้วยระบอบกษัตริย์ที่รัฐบาลสหรัฐกับอังกฤษหนุนหลัง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงแรกของสงครามเย็น ที่รัฐบาลสหรัฐกับอังกฤษชูนโยบายเสรีนิยมประชาธิปไตย
            หลังยึดอำนาจรัฐบาลสหรัฐเป็นผู้นำแบ่งสรรผลประโยชน์ บริษัทน้ำมันของสหรัฐควบคุมน้ำมันอิหร่านร้อยละ 40 AIOC ของอังกฤษได้ร้อยละ 40 ส่วนที่เหลือร้อยละ 20 เป็นของฝรั่งเศสกับเนเธอร์แลนด์
การรักษาผลประโยชน์ทั้งระบบและการปฏิวัติอิสลาม :
ในแง่ของเหตุผล รัฐบาลอังกฤษใช้เหตุผลว่าสังคมเสรี โลกเสรี จะถูกกระทบหากสูญเสียผลประโยชน์จากน้ำมันอิหร่านจึงจำต้องล้มรัฐบาลมอสซาเดก แต่ไม่เอ่ยไม่สนใจว่าประชาชนอิหร่านจะเป็นอย่างไร ยังต้องอยู่ในความทุกข์เข็ญหรือไม่ ด้านสหรัฐคิดเห็นไม่ต่างจากอังกฤษ เห็นว่าหากปล่อยไปจะกระทบต่อชาติอารยะ (civilized countries) ความเป็นไปของบรรษัทน้ำมันสำคัญยิ่งยวดต่อชีวิตและสวัสดิภาพของผู้คนมากมาย
            ความเข้าใจเรื่องหนึ่งที่ได้คือชาติมหาอำนาจซึ่งตักตวงผลประโยชน์มหาศาลจากประเทศอื่นๆ ทั่วโลก จำต้องเข้าแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะส่วนที่กระทบต่อผลประโยชน์ของตน มหาอำนาจมองผลประโยชน์ของเขาทั้งระบบ (ทั้งโลก) จึงไม่อาจปล่อยให้มอสซาเดกอยู่นาน เพราะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่ประเทศอื่นๆ เพื่อดำรงไว้ซึ่งความอารยะตามมุมมองของพวกเขา
ผู้นำที่ตะวันตกยกขึ้นมาคือกษัตริย์มูฮัมหมัด เรซา ชาห์ ปาห์ลาวี การปกครองเต็มด้วยปัญหา ประชาชนไม่พอใจ รัฐบาลปราบปรามฝ่ายตรงข้ามอย่างรุนแรง ในที่สุดเกิดปฏิวัติอิสลาม และกลายเป็นคู่ต่อกรกับรัฐบาลสหรัฐจวบจนบัดนี้
            ดังที่เกริ่นตั้งแต่ต้นว่าถ้ามองประวัติศาสตร์อิหร่านสมัยใหม่ในเชิงต่อสู้กับสหรัฐ คือการต่อต้านขัดขืนชาติมหาอำนาจที่หวังตักตวงผลประโยชน์ที่ดำเนินเรื่อยมากว่า 110 ปีแล้ว เพียงแต่เปลี่ยนตัวแสดงตามกาลเวลา และเพิ่มเรื่องอิสราเอล เพิ่มเรื่องนิกายศาสนา การมองย้อนหลังไกลกว่า 40 ปีช่วยให้เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันดีขึ้น เพราะไม่ว่าจะมีปฏิวัติอิสลามหรือไม่ จะมีรัฐอิสราเอลหรือไม่ ชาติมหาอำนาจต้องการครอบงำอิหร่าน เป็นเช่นนี้นับตั้งแต่ค้นพบน้ำมัน
17 กุมภาพันธ์ 2019
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 23 ฉบับที่ 8134 วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562)

-------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง :
ทรัมป์เตือนว่า ใครทำธุรกิจกับอิหร่าน สหรัฐจะไม่ทำธุรกิจกับผู้นั้นเป็นการเจาะจงเล่นงานบริษัทเอกชน เป็นแนวทางของจักรวรรดินิยมปัจจุบัน
ตลอด 240 ปีนับจากก่อตั้งประเทศได้พิสูจน์ชัดว่าชาวอเมริกันผู้รักสันติแทบไม่มีผลต่อนโยบายทำสงคราม เป็นเหตุให้สหรัฐเข้าทำสงครามน้อยใหญ่อยู่เสมอ สงครามมีเพื่อใครกันแน่
บรรณานุกรม :
1. Abrahamian, Ervand. (2008). A History of Modern Iran. UK: Cambridge University Press.
2. Abrahamian, Ervand. (2013). The coup: 1953, the CIA, and the roots of modern U.S.-Iranian relations. New York: The New Press.
3. Cooper, Andrew Scott. (2011). The Oil Kings: How the U.S., Iran, and Saudi Arabia Changed the Balance of Power in the Middle East. New York: Simon & Schuster.
4. Mossadegh, Mohammed. (2013, March 17). Iran. Retrieved from http://www.moreorless.au.com/heroes/mossadegh.html
5. Mousavian, Seyed Hossein., Shahid Saless, Shahir. (2014). Iran and the United States: An Insider's View on the Failed Past and the Road to Peace. New York: Bloomsbury Academic.
-----------------------------

unsplash-logoZbynek Burival

การมีโบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์หลายแห่งเป็นเรื่องดี

การมีโบรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์หลายแห่งเป็นเรื่องดี
“724 insure” เป็นหนึ่งในนั้น คลิกที่รูป

คุ้มครองบ้านและทรัพย์สิน จากไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม จารกรรม

คุ้มครองบ้านและทรัพย์สิน จากไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม จารกรรม
สนใจคลิกที่รูป

ซื้อใช้ได้ส่วนลด ขายได้เปอร์เซ็นต์เก็บกินตลอดไป กับบริษัทศรีกรุงโบรคเกอร์ที่ก่อตั้งมากว่า 30 ปี

ซื้อใช้ได้ส่วนลด ขายได้เปอร์เซ็นต์เก็บกินตลอดไป กับบริษัทศรีกรุงโบรคเกอร์ที่ก่อตั้งมากว่า 30 ปี
สนใจคลิกที่รูป

ประกันชั้น 1 ทั้งเก่งกับกระบะเพียง 7,500 บาทต่อปีและไม่ต้องตรวจสภาพ

ประกันชั้น 1 ทั้งเก่งกับกระบะเพียง 7,500 บาทต่อปีและไม่ต้องตรวจสภาพ
ซื้อหรือสอบถาม คลิกที่รูป

ประกันสุขภาพ 3 โรคสุดฮิต เริ่มต้นเพียง 150 บาท

ประกันสุขภาพ 3 โรคสุดฮิต เริ่มต้นเพียง 150 บาท
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือ ติดต่อไลน์ @7chanchai (มีเครื่องหมาย @) หรือโทร 083-072 5036

เพียง 650 บาท ประกันอุบัติเหตุทั้งครอบครัว ตลอดปี

เพียง 650 บาท ประกันอุบัติเหตุทั้งครอบครัว ตลอดปี
สอบถามหรือซื้อ เชิญคลิกที่รูป

ประกันชั้น 3 เริ่ม 1,800 บาทต่อปี

ประกันชั้น 3 เริ่ม 1,800 บาทต่อปี
ซื้อหรือสอบถาม คลิกที่รูป

ประกันสุขภาพที่รับพิจารณา แม้คุณมีความเสี่ยงสุขภาพ และต่ออายุได้ถึง 99 ปี

ประกันสุขภาพที่รับพิจารณา แม้คุณมีความเสี่ยงสุขภาพ และต่ออายุได้ถึง 99 ปี
ซื้อหรือสอบถาม คลิกที่รูป