ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

‘ชาร์ลีเอ็บโด’ การเผชิญหน้าของ 2 สุดโต่ง เสรีนิยมสุดโต่งกับมุสลิมสุดโต่ง

11 มกราคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6640 วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2067940)

            ก่อนเที่ยงของวันที่ 7 มกราคม เกิดเหตุผู้ก่อการบุกเข้าไปในสำนักพิมพ์ สังหารเจ้าหน้าสื่อนิตยสารชาร์ลีเอ็บโด (Charlie Hebdo) ที่เขียนล้อเลียนอิสลาม เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิต 12 คน รวมทั้งบรรณาธิการใหญ่ นักเขียนการ์ตูนชื่อก้อง
            เจ้าหน้าที่รายงานว่าผู้ต้องสงสัย 2 รายเป็นพี่น้องกันคือ Said Kouachi อายุ 32 ปีกับ Cherif Kouachi อายุ 34 ปี สองคนพี่น้องเป็นมุสลิมเกิดในปารีส ส่วนรายที่ 3 คือ Hamyd Mourad อายุ 18 ปี
            ข้อมูลจากกล้องวีดีโอตัวหนึ่งบันทึกภาพและเสียงของผู้ก่อเหตุ ชี้ว่ามาด้วยเหตุผลต้องการแก้แค้นทางศาสนา ทำนองเดียวกับกลุ่มใกล้ชิดอัลกออิดะห์กลุ่มหนึ่งในเยเมนอ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุ เพื่อแก้แค้นทางศาสนา Said Kouachi หนึ่งในผู้ต้องสงสัยเคยเดินไปเยเมนเมื่อปี 2011 ได้รับการฝึกจากอัลกออิดะห์ที่นั่น
            แม้ว่าต้นเหตุคงมาจากประเด็นศาสนา ควรเข้าใจว่านิตยสารชาร์ลี เอ็บโดไม่ได้เสียดสีเฉพาะศาสนาอย่างเดียว “ชาร์ลี เอ็บโด” เน้นการเสียดสีวิจารณ์การเมือง ศาสนา สังคม ฯลฯ จึงไม่อาจสรุปว่ามุ่งเป้าที่ศาสนาใดศาสนาหนึ่ง

ปัญหานิยาม “พวกสุดโต่ง” :
            ในโลกของพวกตะวันตกมักใช้คำว่า “พวกสุดโต่ง” (extremist) โดยเฉพาะมุสลิมสุดโต่ง ไม่ว่าในทางวิชาการจะนิยามอย่างไร คำๆ นี้ถูกใช้ในความหมายแง่ลบ เป็นพวกนิยมความรุนแรง มักสร้างปัญหาต่อโลกเสรีประชาธิปไตย โดยเฉพาะในหมู่ชาติตะวันตก

            การที่บางคนบางกลุ่มใช้ความรุนแรงแล้วถูกตีตราว่า “เป็นพวกสุดโต่ง” และใช้คำคำนี้อย่างพร่ำเพรื่อ อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหลายอย่าง
            ข้อแรก ผู้ก่อเหตุเป็นตัวแทนของอิสลามหรือไม่
            กรณี “ชาร์ลีเอ็บโด” สังคมควรตั้งคำถามว่าพวกเขากระทำตามหลักอิสลามหรือไม่ หรือว่าเป็นพวกบิดเบือนศาสนา เข้าใจหลักศาสนาผิดพลาด กระทำด้วยจิตใจ “อันโหดร้าย” สวนทางหลักศาสนาอย่างสิ้นเชิง

            กองกำลังรัฐอิสลาม (IS/ISIL/ISIS) เป็นกรณีตัวอย่างที่ชัดเจน แม้ว่าพวกเขาจะเรียกตัวเองว่าเป็นรัฐอิสลาม ละหมาดวันละ 5 ครั้งไม่ได้ขาด แต่ผู้นำประเทศผู้นำศาสนาทั้งสายซุนนี-ชีอะห์ต่างออกมากล่าวอย่างชัดเจนว่า IS ไม่ใช่อิสลาม
            Grand Mufti Sheikh Abdulaziz Aal Alsheikh ผู้นำศาสนาในซาอุดิอาระเบีย ประณามอัลกออิดะห์และรัฐอิสลาม (Islamic State) ว่าเป็น “ศัตรูหมายเลข 1” ของอิสลาม “แนวคิดของลัทธิสุดโต่ง (extremism) หัวรุนแรง (radicalism) และก่อการร้าย (terrorism) ... ไม่มีอะไรที่สอดคล้องกับอิสลาม และเป็นศัตรูหมายเลข 1 ของอิสลาม “ผู้รับเคราะห์ร้ายจากลัทธิสุดโต่งส่วนใหญ่เป็นมุสลิม จากอาชญกรรมที่ก่อโดยพวกที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม อัลกออิดะห์และกลุ่มต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับพวกเขา”
            Mehmet Gormez ผู้นำศาสนาสูงสุดของตุรกี ผู้สืบทอด caliphate จากสมัยอาณาจักรออตโตมาน ประกาศว่ามุสลิมไม่ควรเป็นศัตรูต่อ “ผู้อื่นที่มีมุมมอง การยึดถือคุณค่า ความเชื่อแตกต่าง และถือว่าพวกเขาเป็นศัตรู”
            Muslim Public Affairs Council (MPAC) ออกแถลงการณ์ว่า “การแพร่ขยายของแนวคิดพวกสุดโต่ง กองกำลังติดอาวุธและลัทธิก่อการรร้ายบ่อนทำลายโลก ทำลายอารยธรรมมนุษย์ ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นอิลาม แต่เป็นศัตรูหมายเลข 1 ของอิสลาม และมุสลิมเป็นเหยื่อรายแรกของพวกมัน
            นาย Iyad Ameen Madani เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) แสดงความชื่นชมต่อแถลงการณ์ของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่จะร่วมกันต่อต้านอุดมการณ์ของ ISIL อัลกออิดะห์ Boko Haram และกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ ยืนยันว่าแนวทางของกลุ่มก่อการร้ายอย่าง IS ไม่มีส่วนใดที่เข้ากับอิสลาม หรือหลักการใดๆ ที่เข้ากับความยุติธรรม ความเท่าเทียม ความเมตตา เสรีภาพแห่งความเชื่อและการอยู่ร่วมกัน OIC ขอประณามการเคลื่อนไหวของกลุ่มเหล่านี้
            ประธานาธิบดีโรฮานีแห่งอิหร่านกล่าวว่า “ศัตรูของอิสลามพยายามสร้างความแตกแยกระหว่างมุสลิม และผลักดันให้พวกเขาก่อความรุนแรงเนื่องจากความแตกต่างทางศาสนา แต่มุมมองของอิสลามปฏิเสธความรุนแรง ความสุดโต่ง และเราต้องพยายามสุดกำลังที่จะสร้างมิตรภาพและความใกล้ชิดระหว่างมุสลิมด้วยกัน”
            ดังนั้น สังคมควรตั้งคำถามว่าพวกที่ถูกตีตราเป็นมุสลิมสุดโต่ง แท้จริงที่แล้วเขาได้กระทำตามหลักศาสนาหรือไม่ และการตีตราเรียกพวกเขาเป็นมุสลิมจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือไม่

            ข้อสอง มีพวกเสรีนิยมสุดโต่งหรือไม่
            ในขณะที่คำว่า “มุสลิมสุดโต่ง” ถูกใช้อย่างแพร่หลาย สังคมควรตั้งคำถามว่ามี “พวกเสรีนิยมสุดโต่ง” ด้วยหรือไม่ คนเหล่านี้อ้างเสรีภาพเพื่อกระทำตามอำเภอใจ ไม่สนใจว่าสิ่งที่กระทำส่งผลต่อผู้อื่นอย่างไร สิ่งที่กระทำนั้นสร้างสรรค์หรือทำลายสังคม การล้อเลียนลบหลู่ศาสนาคือการหว่านเพาะภัยคุกคามประเทศหรือไม่
            ในโลกประชาธิปไตย พวกเสรีนิยมสุดโต่งอาจเป็นเพียงคนที่ติดเหล้าติดบุหรี่อย่างหนัก อ้างว่าเป็นสิทธิส่วนตัวของพวกเขา แต่คนเหล่านี้ในระยะยาวจะมีปัญหาสุขภาพ ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ความรับผิดชอบต่อครอบครัวลดลง รัฐและคนใกล้ชิดต้องแบกรับภาระค่ารักษาพยาบาล การดูแล เป็นประเด็นที่สังคมควรถกกันต่อไปเพื่อทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
            ลองคิดดูง่ายๆ ว่าสังคมใดจะมีความสุขความปลอดภัยมากกว่ากัน ระหว่างสังคมที่ปลอดเหล้าปลอดบุหรี่ กับสังคมที่เต็มด้วยคนติดเหล้าติดบุหรี่

“ชาร์ลีเอ็บโด” เสรีนิยมสุดโต่ง :
            สื่อตะวันตกมักนำเสนออีกว่าผู้ก่อการเป็นพวกสุดโต่ง (extremist) คำถามที่น่าคิดคือ พวกนิยมลบหลู่ศาสนา กระทำเป็นประจำเป็นอาชีพ พวกนี้เป็นพวกสุดโต่งด้วยหรือไม่ เนื่องจากเชื่อได้ว่าคนเหล่านี้กระทำโดยเจตนา รู้ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นต่อสังคมแต่ยังกระทำต่อเนื่อง
            หากทบทวนประวัติศาสตร์จะพบว่าเหตุการณ์ลักษณะ “ชาร์ลีเอ็บโด” เป็นเรื่องซ้ำเดิมเคยเกิดขึ้นหลายครั้ง
            ในปี 2012 มุสลิมทั่วโลกประท้วงภาพยนตร์ลบหลู่ศาสนา ข้อมูลบางแหล่งชี้ว่าเชื่อมโยงกับการเผาสถานกงสุลสหรัฐประจำเมืองเบงกาซี เอกอัครราชทูตสหรัฐนายคริสโตเฟอร์ สตีเว่นส์ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ชาวอเมริกันอีก 3 คนเสียชีวิตในบริเวณสถานกงสุล
            ในกรณี “ชาร์ลีเอ็บโด” สื่อรู้ตัวเพราะถูกคุกคามเรื่อยมา มีข้อมูลว่า Stéphane Charbonnier บรรณาธิการอำนวยการ ได้รับการคุ้มครองจากตำรวจในระดับหนึ่งอยู่แล้ว และเมื่อปี 2011 สำนักงานเคยถูกขว้างด้วยระเบิดเพลิงหลังตีพิมพ์เนื้อหาลบหลู่อิสลาม

            การล้อเลียนไม่ช่วยสร้างสรรค์สังคม เป็นการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความแตกแยก ความเกลียดชัง เพราะเป็นที่ประจักษ์ เป็นที่รับรู้ทั่วไปอยู่แล้วว่าการลบหลู่อิสลามสร้างความแตกแยกในสังคม เป็นต้นเหตุความรุนแรง
            ถ้าเป็นนักเสรีนิยมต้องการส่งเสริมประชาธิปไตยสามารถกระทำได้สารพัดวิธี ไม่จำต้องใช้วิธีลบหลู่ศาสนา
            สื่อตะวันตกมักนำเสนอในแง่ว่าผู้ก่อการเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ คำถามน่าคิดคือ พวกนิยมลบหลู่ศาสนาเป็นผู้บั่นทอนความมั่นคงของชาติหรือไม่
            “บ้านเมืองที่แตกแยก ประชาชนจะเป็นสุขได้อย่างไร”

เป็นเรื่องของพวกสุดโต่งด้วยกันหรือไม่ :
            ถ้าเชื่อว่าชาวฝรั่งเศสคือผู้ที่มีหัวใจแห่งเสรีภาพ อดทนต่อความเห็นต่าง พวกเขาจะต้อง “อดทน” ต่อศาสนาอื่นๆ ที่แตกต่างหลากหลายด้วย การแสดงออกซึ่งการดูหมิ่นศาสนาอย่างรุนแรงจึงไม่ใช่วิสัยที่ชาวฝรั่งเศสทั่วไปจะกระทำ
            เช่นเดียวกับการมองฝ่ายมุสลิม ต้องใช้ความระมัดระวังเพื่อเข้าใจว่ามุสลิมส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงเช่นนี้หรือไม่ ผู้ก่อเหตุเป็นตัวแทนของมุสลิมหรือไม่ หรือเป็นเพียงอาชญากรที่อ้างศาสนาเท่านั้น
            รวมความแล้ว สังคมต้องระวังไม่ให้ความสุดโต่งของทั้ง 2 กลุ่มเป็นต้นเหตุเพิ่มความขัดแย้ง

            มีคำคมกล่าวว่า “ผู้ใดหว่านสันติ ผู้นั้นจะได้ชื่นชมความหอมหวานจากสันติ ผู้ใดหว่านความแตกแยกก็จะจมอยู่ในความเน่าเปื่อย”

            แนวทางของ“ชาร์ลีเอ็บโด” คือการแสดงออกถึงการวิพากษ์วิจารณ์ในรูปแบบหนึ่งเท่านั้น ข้อควรคิดคือการแสดงออกดังกล่าว “สร้างสรรค์” หรือ “ทำลาย”
            ถ้ามองในแง่สิทธิเสรีภาพ ควรตอบคำถามว่า “สังคมประชาธิปไตยควรส่งเสริมแนวทางเช่นนี้หรือไม่” ถ้ามีลูกมีหลานก็ตั้งคำถามว่า “ต้องการให้ลูกหลานตนเองเป็นคนชอบเสียดสีคนอื่นหรือไม่”
            การดูหมิ่นเสียดสีจึงไม่อาจพิจารณาเพียงเรื่องเสรีภาพเท่านั้น ควรพิจารณาว่าเป็นการ “สร้างสรรค์” หรือ “ทำลาย”
            ที่สุดแล้วคงเป็นเพียงการแสดงออกของพวกสุดโต่ง 2 กลุ่ม ที่ฝ่ายหนึ่งนิยมใช้ “ความรุนแรงต่อจิตใจ“ ด้วยการใช้สื่อเป็นเครื่องมือ กับอีกฝ่ายที่นิยมใช้ “ความรุนแรงต่อร่างกาย” ใช้อาวุธสงครามทำร้ายผู้คน สร้างความหวาดผวาแก่สังคม
            สังคมควรส่งเสริมพวกสุดโต่งเหล่านี้หรือไม่
----------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
เมื่อพูดถึงการสกัดกั้นการแผ่ขยายของกลุ่มก่อการร้าย คำตอบคือ ต้องไม่ปล่อยให้ผู้ก่อการร้ายมีเงื่อนไขที่จะก่อเหตุ เราไม่อาจป้องกันเหตุก่อการร้ายทั้งหมด จึงต้องมุ่งลดความเสี่ยง จำกัดขอบเขตความสูญเสีย เสรีนิยมแบบตะวันตกมีข้อดีที่ให้เสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพในการนับถือศาสนา แต่มีปัญหาเรื่องเสรีภาพที่ขัดแย้งกับความศรัทธาในศาสนา รัฐบาลที่ยึดมั่นในเสรีนิยมเช่นนี้จำต้องบริหารจัดการให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ไม่ใช่เอาน้ำมันราดกองไฟ เพราะจะก่อให้เกิดคำถามข้อสังสัยตามมาอีกหลายข้อ

บรรณานุกรม :
1. Bilefsky, Dan., & Baume, Maia de la. (2015, January 7). Suspects Identified in Attack on French Newspaper, Charlie Hebdo. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2015/01/08/world/europe/charlie-hebdo-paris-shooting.html?_r=0
2. Grand Mufti: IS is Islam’s ‘enemy No. 1’. (2014, August 20). Saudi Gazette. Retrieved from http://www.saudigazette.com.sa/index.cfm?method=home.regcon&contentid=20140820215352
3. Iranian President: Islam Rejects Violence, Extremism. (2014, June 23). FNA. Retrieved from http://english.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13930402001046
4. Michaels, Jim. (2015, January 9). Al-Qaeda in Yemen says it's behind Paris attack. USA Today. Retrieved from http://www.usatoday.com/story/news/world/2015/01/09/paris-charlie-hebdo-yemen-al-qaeda-pentagon/21520311/
5. OIC welcomes President Obama’s call to confront extremist ideology. (2014, September 25). Organisation of Islamic Cooperation. Retrieved from http://www.oic-oci.org/oicv2/topic/?t_id=9363&t_ref=3737&lan=en
6. Washington's Blog. (2014, August 24). Muslim Leaders Worldwide Condemn ISIS. Global Research.  Retrieved from http://www.globalresearch.ca/muslim-leaders-worldwide-condemn-isis/5397364
--------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

อุดมการณ์ทางการเมือง (1) นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย
อุดมการณ์ทางการเมือง
“นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง”
1.ความหมายของอุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideology) มีผู้นิยามหลากหลาย 1.1.หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล 1.2.หมายถึง ความคิดความเชื่อที่ทำให้เกิดกลไกควบคุม เพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความคิดความเชื่อนั้น 1.2.1.เช่นอุดมการณ์มาร์กซิสม์ ก่อให้เกิดพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อสร้างและควบคุมให้การปกครองบรรลุเป้าหมายของอุดมการณ์ 1.2.2.อุดมการณ์ประชาธิปไตย คือ การเพิ่มพูน ปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคล ทำให้เกิดไกกลต่างๆ เช่น พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ การลงมติ เพื่อรักษาความเป็นประชาธิปไตย 1.3.อุดมการณ์มิใช่เป็นเพียงปรัชญาการเมือง อุดมการณ์ทางการเมืองจะเรียกร้องให้มีการกระทำจากผู้ศรัทธาในอุดมการณ์ เกิดความรู้สึกว่าถูกต้องที่จะกระทำตามนั้น อุดมการณ์ทางการเมืองมักจะเชื่อมโยงกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ 1.4.สมเกียรติ วันท…