ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รัฐ (3)

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120
ชาญชัย

อำนาจอธิปไตย ความหมาย

            Stanford Encyclopedia of Philosophy ชี้ว่าความหมายของอำนาจอธิปไตยเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามยุคสมัย แต่ทั้งหมดมีแก่นความหมายตรงกันว่า คือ สิทธิอำนาจสูงสุดในเขตแดน หรือ “supreme authority within a territory”
New Columbia Encyclopedia ให้นิยามว่า สิทธิอำนาจสูงสุดของชุมชนการเมือง หรือ “the supreme authority in a political community”
โดยรวมแล้วสรุปได้ว่า อำนาจอธิปไตย (sovereignty) หมายถึง อำนาจสูงสุดในการปกครองรัฐ

รัฐอธิปไตย (sovereign state) บางทีเรียกว่า รัฐเอกราช (independent state) คือรัฐที่การตัดสินใจว่าจะกระทำหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดจากการตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐหรือหน่วยการเมืองอื่น
เมื่อตกเป็นเมืองขึ้นก็คือสูญเสียเอกราช สูญเสียอธิปไตย ไม่มีอิสระในการกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง
คำว่า รัฐเอกราช เน้นใช้ถึงการยอมรับจากรัฐอื่นๆ

            คำถาม รัฐที่ปกครองโดยรัฐบาลหุ่น หรือรัฐบาลหุ่นเชิดจากประเทศอื่น เช่นอาจเป็นเจ้าอาณานิคมเดิม โดยที่รัฐบาลหุ่นซึ่งเป็นคนในชาตินั้นแต่บริหารประเทศด้วยการถูกบังคับควบคุมจากเจ้าอาณานิคม ถือว่าประเทศรัฐบาลหุ่นเป็นประเทศที่มีอธิปไตยหรือไม่

 แนวคิดเกี่ยวกับอำนาจอธิปไตย

·       ประวัติการก่อกำเนิด
แนวคิดอำนาจอธิปไตยก่อตัวในสมัยกลางของยุโรป (Middle Ages) ระหว่างช่วงปี ค.ศ. 500-1350 เมื่อผู้ปกครองยุโรปพยายามแยกตัวจากอำนาจของ Holy Roman Empire และอำนาจของสันตะปาปา อีกทั้งกษัตริย์สามารถรวบรวมอำนาจที่กระจายตัวอยู่กับผู้นำระดับท้องถิ่น ทำให้กษัตริย์เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดของดินแดนที่ตนเองครอบครอง

·       เหตุแห่งการถกเถียง
            อำนาจอธิปไตยจะกลายเป็นข้อถกเถียงสำคัญเมื่อสังคมไม่ชัดว่าใครหรือสถาบันใดเป็นผู้มีสิทธิอำนาจอันชอบธรรมที่จะครอบครองอำนาจปกครองสูงสุด
            กษัตริย์สยามในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มีอำนาจอธิปไตย พระดำรัสเป็นกฎหมาย มีอำนาจเหนือประชาชนทุกคนในแผ่นดิน สามารถกระทำการใดๆต่อประชาชนแม้กระทั่งสั่งประหารชีวิตโดยไม่มีการไต่สวน

·       แนวคิดจากคัมภีร์ไบเบิ้ล
ด้วยความเชื่อว่าพระเจ้าคือผู้มีอำนาจสูงสุด เป็นเจ้าของทุกอำนาจในสวรรค์และโลก พระเจ้าคือผู้ปกครองเหนือบรรดาประชาชาติ หรือ The Governor among the nations (Ps. 22:28) พระองค์เป็นผู้ตั้งอาณาจักรและล้มอาณาจักร ดังนั้นอำนาจอธิปไตยจึงอยู่ที่พระเจ้าของศาสนาคริสต์
อำนาจอธิปไตยจากพระเจ้านี้เป็นอำนาจสูงสุด ไม่มีอะไรต้านทานได้ และไม่จำกัด
อำนาจของทุกรัฐบาล ทุกอาณาจักรในโลกได้มาจากพระเจ้าทั้งสิ้น พระเจ้ามอบอำนาจให้แก่สถาบันหรืออาณาจักรเหล่านี้ และสามารถถอดถอนเมื่อใดก็ได้
            แต่แนวคิดนี้ไม่เป็นที่ยอมรับของรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน

            ตัวอย่าง การปกครองแบบรัฐศักดิดาของยุโรปสมัยกลางเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนเรื่องอำนาจของพระเจ้าในศาสนาคริสต์ ในยุคนั้นนิกายคาธอลิคมีอำนาจในการปกครอง สันตะปาปาได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวแทนของพระเจ้าที่มีอำนาจทั้งด้านการปกครองโลกฝ่ายจิตวิญญาณ (spiritual world) กับด้านโลกฝ่ายกายภาพ (secular world) ซึ่งในยุคนั้นกษัตริย์บางองค์ยอมรับแต่บางองค์ไม่ยอมรับ เกิดการต่อสู้ช่วงชิงอำนาจระหว่างกัน

·       แนวคิดจากทฤษฎีเทวสิทธิ์ (divine right) ของ ฌอง โบแดง
ฌอง โบแดง (Jean Bodin) เป็นชาวฝรั่งเศส ต้องการสร้างความชอบธรรมให้แก่กษัตริย์เพื่อลดอำนาจปกครองของพระสันตะปาปาแห่งศาสนจักร จึงเสนอทฤษฎีว่าแท้จริงแล้วพระเจ้ามอบอำนาจการปกครองสูงสุดแก่กษัตริย์ไม่ใช่ศาสนจักร อำนาจอธิปไตยอยู่ในตัวคนเดียวและอยู่เหนือกฎหมาย

·       แนวคิดจากทฤษฎีสัญญาประชาคม (popular sovereign)
ทฤษฎีนี้เกิดจากแนวคิดที่ว่ามนุษย์ที่อยู่ร่วมกันทำสัญญาประชาคม (social contact) เพื่อมอบอำนาจให้แก่ผู้ปกครองที่จะดูแลพวกเขาทั้งหมด มนุษย์จึงเป็นผู้สร้างรัฐ

·       แนวคิด รัฐสมัยใหม่ยอมรับอำนาจอธิปไตยของอีกรัฐหนึ่ง
การทำสนธิสัญญาสันติภาพที่เวสฟาเลีย (Peace of Westphalia) เมื่อปี 1648 รัฐสมัยใหม่ที่เข้าร่วมสันธิสัญญายอมรับการดำรงอยู่รัฐสมัยใหม่อื่น และรัฐสมัยใหม่กลายเป็นเขตแดนของอำนาจอธิปไตย การแทรกแซงจากรัฐอื่นเป็นเรื่องไม่ชอบด้วยกฎหมาย

·       อำนาจอธิปไตยของไทยในปัจจุบัน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 ระบุไว้ในมาตรา 3 ว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นผ่านทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและศาล
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ระบุไว้ในมาตรา 3 ว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้
การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐ ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม

·       ข้อคิดที่ได้จากแนวคิดอำนาจอธิปไตย
1)      แนวคิดเกี่ยวกับอำนาจอธิปไตยเท่าที่ศึกษาส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะพูดถึงที่มาแห่งอำนาจและการใช้อำนาจดังกล่าว ใครเป็นผู้ถืออำนาจ
2)      ยังไม่มีความชัดเจนถึงที่มาของอำนาจอธิปไตย หรือยังถกเถียงกันอยู่ว่าเป็นอย่างไร
3)      แต่เราไม่อาจปฏิเสธว่าอำนาจอธิปไตยนั้นมีอยู่จริงในการเมืองการปกครองในปัจจุบัน และประชาชนส่วนใหญ่เคยชินกับการอยู่ภายใต้อำนาจนี้
4)      ในระบอบอการเมืองการปกครอง อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนโดยมอบให้รัฐไปใช้ รัฐกลายเป็นตัวแสดงหลักของเวทีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นตัวแทนของประชาชนแห่งรัฐนั้น

ลักษณะของอำนาจอธิปไตย

1.      เป็นอำนาจสูงสุด
ไม่มีอำนาจที่สูงกว่าอำนาจอธิปไตยอีกแล้ว
2.      ครอบคลุมไปทั่วอย่างบริบูรณ์ คือมีอำนาจตกทุกคน ทุกองค์กรในรัฐ
3.      มั่นคงถาวร ไม่สูญสลาย อำนาจอธิปไตยอยู่คู่กับความเป็นเอกราชของรัฐ
4.      แบ่งแยกไม่ได้
5.      แต่ละรัฐมีความเท่าเทียมกันในทางกฎหมาย (legal equality among states)

 การสั่นคลอนอำนาจอธิปไตย

มีในหลายรูปแบบ
รูปแบบ 1 การแทรกแซงกิจการของอีกประเทศหนึ่ง
·       ปัจจุบัน มีแนวคิดบางอย่างที่ทำให้แทรกแซงกิจการภายในของอีกประเทศหนึ่ง (เท่ากับว่ารุกล้ำอธิปไตย) เช่น หลักสิทธิมนุษยชนสากลหรือหลักยุติธรรมสากล (universal humanitarian intervention or universal jurisdiction) ประเทศที่แทรกแซงมากคือสหรัฐฯ นอกนั้นคือประเทศอื่นๆในยุโรปตะวันตก
o   เฉพาะในทศวรรษ 1990 สหรัฐฯมีปฏิบัติการทางทหารด้วยเหตุมนุษยธรรม ถึง 4 ครั้ง คือ ในประเทศ โซมาเลีย ไฮติ บอสเนีย และโคโซโว

รูปแบบ 2 การรวมตัวเป็นสหภาพหรือองค์การที่ใหญ่กว่ารัฐของตัว
·       การรวมตัวของหลายประเทศในยุโรปตะวันตกกับตะวันออกเป็นสหภาพยุโรป เป็นอีกลักษณะที่สำคัญของการสั่นคลอนอธิปไตยของรัฐชาติเก่าๆ
o   รัฐชาติเดิมได้สละอำนาจอธิปไตยบางส่วนให้กับองค์การหรือสหภาพที่ใหญ่กว่ารัฐของตัว
o   อย่างไรก็ตาม เป็นอธิปไตยแบบใหม่ในรูปสหภาพ และอาจกลายเป็นรัฐหนึ่งเดียวในอนาคต
o   การรวมกลุ่มในบ้างด้านก็เป็นการสั่นคลอนอธิปไตยในลักษณะเดียวกันนี้ คือ การเกิดเขตการค้าเสรีต่างๆ อย่าง North American Free Trade Agreement (NAFTA), Mercosur in South America, the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN)
o   ยกตัวอย่าง สหภาพยุโรป (European Union) มีอำนาจปกครองเหนือรัฐสมาชิกในด้านเงินตรา นโยบายการค้าและนโยบายสวัสดิการสังคมบางเรื่อง แต่รัฐสมาชิกยังมีอำนาจอธิปไตยในด้านการป้องกันตัวเอง ดังนั้นรัฐอธิปไตยที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรปจึงไม่มีอำนาจอธิปไตยทุกด้าน หรือในทางกลับกัน อำนาจอธิปไตยของสหภาพยุโรปไม่ครอบคลุมทุกด้าน

·       การสั่นคลอนอำนาจอธิปไตยที่เป็นประโยชน์ด้วยใจสมัคร
            เมื่อเราพูดถึงอำนาจอธิปไตยที่ถูกลดทอนหรือสั่นคลอน เราต้องเข้าใจด้วยว่าบางครั้งเกิดขึ้นเพราะรัฐเจ้าของอำนาจนี้สมัครใจและเกิดประโยชน์ต่อรัฐ
            Haass ยกตัวอย่างว่า การค้าขาย (trade) คือตัวอย่างที่สมบูรณ์ บรรดารัฐบาลย้ายสิทธิอำนาจ (บางส่วนของตน) ให้แก่องค์กรการค้าเช่นองค์การค้าโลก สาเหตุที่เกิดขึ้นเพราะรัฐบาลสหรัฐฯ เห็นว่าการสร้างเป็นระบบการค้าโลกจำเป็นต้องมีองค์กรรองรับเพื่อเป็นกลไกแก้ไขความขัดแย้ง
            ตัวอย่างการยอมสิทธิทางการค้า เช่น การลดกำแพงภาษีตามกรอบขององค์การค้าโลก

รูปแบบ 3 โลกาภิวัตน์
·       นิยาม โลกาภิวัตน์ (globalization) ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง "การแพร่กระจายไปทั่วโลก; การที่ประชาคมโลกไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดใด สามารถรับรู้ สัมพันธ์ หรือรับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วกว้างขวาง ซึ่งเนื่องมาจากการพัฒนาระบบสารสนเทศเป็นต้น"
·       โลกาภิวัตน์ (globalization) หมายถึง สภาพที่ส่วนต่างๆ (ไม่ได้หมายถึงทุกส่วน) ของโลกติดต่อถึงกันได้โดยง่าย ทั้งทางด้านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง ทำให้ได้รับผลกระทบต่อกันและกันทั้งทางบวกและทางลบ ทั้งนี้สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากความก้าวหน้าทางการติดต่อสื่อสาร

·       ตัวอย่างทาง สังคม วัฒนธรรม
o   เด็กนักเรียนประเทศแอฟริกาผู้ยากไร้สามารถเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของนักเรียนยุโรป ญี่ปุ่น ผ่านทางอินเตอร์เน็ตของโรงเรียนที่ได้รับบริจาคจากองค์กรช่วยเหลือจากต่างประเทศ เกิดการลอกเลี่ยนแบบวัฒนธรรม การกล่อมเกลาทางสังคมโดยอีกสังคมหนึ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

·       ตัวอย่างทาง เศรษฐกิจ
o   คนอินเดียที่กำลังอาศัยอยู่ในอินเดียเป็นพนักงานบัญชีให้กับบริษัทอเมริกันที่ตั้งอยู่ในอเมริกา บริษัทอเมริกันสามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้แม้แรงงานนั้นอยู่นอกเขตแดนอเมริกา
o   หุ้นไทยสามารถถูกซื้อโดยโบรกเกอร์หรือนักลงทุนต่างชาติในรูปแบบต่างๆ  เงินบาทไทยถูกซื้อขายแบบเก็งกำไรจากนักเก็งกำไรทั่วโลก
o   วิกฤติเศรษฐกิจโลกที่เริ่มจากสหรัฐฯ ในปี 2008 กระทบไปหลายประเทศทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

·       ตัวอย่างทาง การเมือง
o   ภาพความปั่นป่วนวุ่นวายทางการเมืองภายในของประเทศหนึ่งที่แพร่ภาพผ่านเวบไซด์อินเตอร์เน็ตโดยที่เจ้าของประเทศไม่สามารถปิดหรือห้ามได้ทั้งหมด
·       ผลจากโลภาภิวัตน์จึงกระทบต่ออธิปไตยของชาติ เพราะรัฐไม่อาจควบคุมวิถีดำเนินชีวิตของคนไทยประเทศตามต้องการ แต่ถูกสั่นคลอนด้วยวัฒนธรรมต่างชาติ  ในทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจของประเทศที่รัฐหรือทุกรัฐบาลต้องมุ่งรักษาไว้อยู่ภายใต้การคุกคามจากใครก็ได้ที่อยู่ต่างแดน ความเป็นไปทางเศรษฐกิจไม่ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจของตนเองเท่านั้นอีกต่อไป และในทางการเมืองรัฐยากที่จะปกปิดพฤติกรรมของตนเองและเกิดมาตรฐานใหม่ในการทำงานการเมืองว่าสื่อหรือคนต่างชาติจะคิดเห็นอย่างไร ยอมรับได้มากน้อยเพียงใด

รัฐในอนาคต

·       รูปแบบรัฐในอนาคตย่อมจะแตกต่างจากปัจจุบัน ดังเช่น สหภาพยุโรปได้รวมเอาหลายประเทศในยุโรปมารวมเข้าด้วยกัน ใช้สกุลเงินเดียวกัน ฯลฯ
·       แนวคิด universal state ไม่ใช่เรื่องใหม่ หลังการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันในปี ค.ศ.476 อำนาจการเมืองที่ครอบคลุมดินแดนยุโรปมี 2 แบบ คืออำนาจปกครองโดยผู้ปกครอง กับอำนาจของศาสนจักรโรมันคาทอลิก อำนาจหลังนี้มีสันตะปาปา (Pope) เป็นผู้นำสูงสุด และเป็นเหตุให้ภาษาลาตินเป็นภาษากลางหรืออย่างน้อยในหมู่ปัญญาชน หลักศาสนาคริสต์เป็นองค์ประกอบของแนวคิดการปกครองในสมัยนั้น และพัฒนาไปเรื่อยๆ จนในปี ค.ศ. 936 กษัตริย์ Otto I ได้รับการสถาปนาให้เป็นกษัตริย์แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (Holy Roman Empire)

 “บทบาทหน้าที่แห่งรัฐ

            ดังกล่าวแล้วว่าทุกวันนี้มนุษย์ทุกคนในโลกล้วนอยู่ภายในรัฐใดรัฐหนึ่ง ไม่มีใครสามารถอยู่แยกโดดเดี่ยวได้
            แต่รัฐจะมีบทบาทหน้าที่ใดขึ้นอยู่กับรูปแบบรัฐ รูปแบบการปกครอง เพราะสิ่งเหล่านี้จะกำหนดบทบาทหน้าที่แห่งรัฐ ซึ่งอาจจะตราเป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้ เช่น อาจเป็นธรรมเนียมปฎิบัติ
            อุดมการณ์ทางการเมืองบางอย่างรัฐมีเพื่อประชาชน บางอุดมการณ์นั้นรัฐสำคัญกว่าปัจเจกบุคคล

            คำถามเพื่อการอภิปราย ประชาชนควรอยู่เพื่อรัฐ หรือรัฐควรมีเพื่อประชาชน เพราะเหตุใด จงอธิบาย

            คำถามเพื่อการอภิปราย ประชาชนชาวไทยอยู่เพื่อรัฐไทย กับ ประชาชนชาวไทยอยู่เพื่อรัฐบาลไทย แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร จงอธิบาย

--------------------------


ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

รูปแบบการปกครอง (1) รูปบการปกครองแบบกรีก

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย  รูปแบบการปกครอง การจะบอกว่ามีกี่รูปแบบการปกครอง (Forms of Government) และแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัด ซึ่งพอจะมีวิธีแบ่งได้หลายแบบ เช่น เกณฑ์จำนวนผู้มีอำนาจปกครอง เกณฑ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
“รูปแบบการปกครองที่ใช้เกณฑ์จำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายของการปกครอง”             รูปแบบนี้นักวิชาการบางท่านเรียกว่า รูปแบบการปกครองแบบกรีก (Greek Typology of Governments) โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ รูปแบบที่รัฐบาลมีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อความดีงามของรัฐ (polis) กับรูปแบบตรงกันข้ามที่รัฐบาลไม่มีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ปกครองเท่านั้น ในแต่ละรูปแบบหลักแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบย่อยตามจำนวนผู้ปกครอง คือ 1 คน (one) จำนวนเล็กน้อย (few) และ หลายคน (many)
Government Pure Form Impure Form คนเดียว (of One) ราชาธิปไตย (Monarchy) ทรราชย์ (Tyranny) จำนวนน้อย (of the Few) อภิชนาธิปไตย (Aristocracy) คณาธิปไตย (Oligarchy) จำนวนมาก (of the Many) มัชฌิมวิถีอธิปไตย (Polity) ประชาธิปไตย (Democracy)
รูปแบ…