วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ยุทธศาสตร์แบ่งแยกประเทศซีเรีย (5)

30 สิงหาคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6871 วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2239633)

ตอนที่ 5 พักรบซีเรีย แยกกันปกครอง
            ถ้ามองประวัติศาสตร์กว้างๆ การโค่นล้มระบอบอำนาจเดิม เผ่าหนึ่งชาติหนึ่งรุกรานต่างเผ่าต่างชาติกลืนกินดินแดน เจ้าเมืองแข็งข้อประกาศตั้งตนเป็นอิสระ เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ การปรากฏตัวของ IS/ISIL/ISIS ในซีเรียทำให้อาหรับสปริงซีเรียยืดเยื้อและซับซ้อน ประเทศซีเรียปัจจุบันประกอบด้วยหลายรัฐ ได้แก่ รัฐของรัฐบาลอัสซาด รัฐอิสลาม (IS) เขตปกครองตนเองของเคิร์ดซีเรีย และกำลังเกิดเขตปกครองตนเองของฝ่ายต่อต้านซีเรียสายกลาง ทั้งนี้ยังไม่รวมเขตอิทธิพลของกองกำลังติดอาวุธอื่นๆ อีกหลากหลายกลุ่ม

เหตุผลควรพักรบ :
            อาหรับสปริงซีเรียที่เริ่มตั้งแต่มีนาคม 2011 สร้างความสูญเสียมหาศาล ต้นเดือนมิถุนายน Syrian Observatory for Human Rights รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตสูงถึง 230,000 รายแล้ว เท่ากับว่าในเวลา 4 ปี 3 เดือน (นับถึงเดือนมิถุนายน) มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 150 ราย ไม่นับผู้ลี้ภัยอีกหลายล้านคน โดยไม่มีท่าทีว่าความขัดแย้งจะยุติ IS กับกองกำลังติดอาวุธนานาชาติยังคงอยู่ต่อไป ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียเต็มด้วยความอ่อนล้า บรรดารัฐผู้ให้การอุปถัมภ์สูญเสียงบประมาณมหาศาล แม้กระทั่งรัฐบาลอัสซาด

            แนวคิดพักรบจึงได้รับการสนับสนุน ขยายความได้ดังนี้
ประการแรก ลดภาระงบประมาณของรัฐบาลที่สนับสนุน
            เป็นที่รับรู้ทั่วไปว่ารัฐอาหรับหลายประเทศให้การสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียสายกลาง แต่จนบัดนี้ฝ่ายต่อต้านยังไม่สามารถโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด แม้รัฐบาลโอบามาจะเพิ่มการสนับสนุนทั้งด้านอาวุธ ฝึกการรบ กำลังทางอากาศและอื่นๆ เห็นได้ชัดว่าฝ่ายต่อต้านสายกลางไม่มีขีดความสามารถเมื่อเทียบกับกองกำลังติดอาวุธต่างชาติ (ในอีกมุมคือกองทัพอัสซาดเข้มแข็งพอ)
            ปัญหาไม่คาดฝันคือราคาน้ำมันดิบโลกอ่อนตัวกว่าครึ่งจากแถว 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลมาอยู่ที่ระดับ 40 ดอลลาร์ (อ้างอิงราคา WTI) รัฐอาหรับต้องพากันรัดเข็มขัด ด้วยความคิดว่าราคาน้ำมันจะทรงตัวระดับต่ำอีกระยะหนึ่ง
            การสร้างเขตปลอดภัยให้กับฝ่ายต่อต้านสายกลาง เป็นวิธีประหยัดงบประมาณของกลุ่มประเทศเหล่านี้
            ในแนวคิดเดียวกัน ประเทศที่สนับสนุนรัฐบาลอัสซาดจะได้ประโยชน์เช่นนี้เหมือนกัน โดยเฉพาะรัสเซียกับอิหร่าน ทั้งคู่ต่างเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก
            มีผู้ประเมินว่าที่มาของงบประมาณรัฐบาลรัสเซียกว่าร้อยละ 60 มาจากกำไรที่ได้จากการขายน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติ ในยามนี้รัสเซียจึงได้รับผลกระทบอย่างหนัก
IMF ประเมินเมื่อต้นเดือนสิงหาคมว่าผลการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก ราคาน้ำมันดิบโลกอ่อนตัว คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจรัสเซียจะโตเพียงร้อยละ 1.5 จากเดิมที่เคยโตถึงร้อยละ 7 ก่อนวิกฤตการเงินโลกเมื่อปี 2008 อัตราเงินเฟ้อปีนี้ราวร้อยละ 12 และร้อยละ 8 ในปีหน้า เป็นตัวเลขที่แย่กว่าการคาดการณ์ก่อนหน้านี้
ส่วนอิหร่านแม้ปัญหาโครงการนิวเคลียร์กำลังสู่ทิศทางคลี่คลาย มาตรการคว่ำบาตรผ่อนคลาย แต่ราคาน้ำมันไม่ช่วยเกื้อหนุนเศรษฐกิจเท่าใดนัก การประหยัดงบประมาณเพื่อฟื้นฟูประเทศตนเองน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

            ประการที่ 2 ลดภาระของตุรกี
ประธานาธิบดี Khaled Khoja ของ Syrian National Coalition (SNC - ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียสายกลาง) กล่าวถึงการสร้างเขตปลอดภัยว่าจะมีฝ่ายพลเรือนบริหารเขตดังกล่าวด้วย พื้นที่อยู่ระหว่าง “Jarablus กับ Afrin ครอบคลุมพื้นที่ราว 5,000 ตารางกิโลเมตรหรือราวกึ่งหนึ่งของเลบานอน” กองกำลัง Free Syrian Army ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย
            การสร้างเขตปลอดภัยช่วยลดภาระของตุรกีเรื่องผู้ลี้ภัยซีเรียที่หนีข้ามมายังพรมแดนตุรกี ประธานาธิบดีแอร์โดกานอธิบายว่าเขตปลอดภัยจะเป็นที่ให้พลเมือง (ซีเรีย) 1,700,000 คนกลับบ้าน” ในมุมของตุรกีประเด็นผู้ลี้ภัย 1,700,000 คนไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ถ้าเทียบกับการบริหารแผ่นดิน จำนวนขนาดนี้ต้องใช้การบริหารจัดการระดับจังหวัด
            เมื่อพิจารณาร่วมกับสถานการณ์ซีเรียที่ยังไม่รู้ว่าจะยุติเมื่อไหร่ รัฐบาลตุรกีจะต้องแบกรับภาระอีกหลายปีหรือหลายสิบปี ทางออกที่ดีกว่าคือผลักดันให้คนเหล่านี้กลับไปอยู่ในซีเรีย

            ประการที่ 3 ดูเหมือนว่ารัฐบาลอัสซาดเห็นด้วย
            ประธานาธิบดีอัสซาดกล่าวเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมยอมรับว่าทหารในกองทัพหดหายไปมาก ที่เหลืออยู่ในสภาพอ่อนล้า มีผู้ประเมินว่าจากเดิมที่มีอยู่ราว 300,000 นาย ปัจจุบันเหลือราวครึ่งเดียว ส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการรบ ที่เหลือแปรพักตร์หรือหลบหนี
            ที่ผ่านมากองทัพอัสซาดทำการรบอย่างระมัดระวัง มุ่งรักษาพื้นที่สำคัญเป็นหลัก ถึงกระนั้นหลังผ่านมากว่า 4 ปี จำนวนพลลดลงถึงกึ่งหนึ่ง รัฐบาลต้องเร่งรับทหารใหม่ การพักรบย่อมเป็นเรื่องดี มีโอกาสบำรุงกองทัพให้เข้มแข็งอีกครั้ง รัฐบาลอัสซาดยอมรับแล้วว่าไม่อาจปกครองซีเรียทุกตารางนิ้วได้อีกต่อไป
            และถ้ารัฐบาลรัสเซียกับอิหร่านต้องการไปในแนวทางนี้ รัฐบาลอัสซาดย่อมต้องเห็นคล้อยตาม
            จากที่เอ่ยมาทั้งหมดทั้งประเทศที่สนับสนุนฝ่ายต่อต้านกับฝ่ายรัฐบาลต่างอยู่ในภาวะต้องประหยัดงบประมาณ ลดการแบกรับภาระต่างๆ อีกประเทศที่ควรเอ่ยถึงคือสหรัฐ รัฐบาลโอบามาย้ำเน้นมุ่งกรอบต่อต้าน IS เป็นหลักและดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไป ราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมจึงอยู่ในฐานะที่แตกต่างจากประเทศที่แบกรับภาระหนัก
            น่าเชื่อว่าโอบามามีส่วนตัดสินใจพักรบไม่มากก็น้อย ยังคงรักษาภาพลักษณ์ว่ารัฐบาลไม่ได้พัวพันโดยตรง ไม่ได้พัวพันมากนัก การพักรบช่วยเรื่องนี้โดยตรง
            จนบัดนี้ ยังไม่มีการประกาศหยุดยิงอย่างเป็นทางการ และอาจไม่ประกาศต่อสาธารณชน แต่สามารถตรวจสอบผลได้จากสถานการณ์การสู้รบ ความรุนแรง จำนวนผู้บาดเจ็บเสียชีวิต แนวรบจะแคบลง

ซีเรียแบ่งแยกชัดเจนมากขึ้น :
            ผลอย่างหนึ่งของการหยุดยิง (หรือปะทะประปรายไม่มีผลจริงจัง) กำลังพลไม่เคลื่อนไหว ไม่มีการรุกคืบหรือเสียดินแดนอย่างมีนัยสำคัญ คือการบ่งชี้ว่าเขตพื้นที่ใดอยู่ใต้อิทธิพลของใคร การหยุดยิงช่วยให้เห็นแผนที่ เห็นเส้นแบ่งพรมแดนของกลุ่มต่างๆ เขตปกครองของกลุ่มต่างๆ อย่างชัดเจน
            การแบ่งแยกเขตปกครองส่งผลดีต่อกลุ่มต่างๆ ดังนี้
            ประการแรก ตอบโจทย์รักษาพวกสายกลาง
            นโยบายตั้งแต่ต้นคือให้พวกต่อต้านสายกลางซึ่งหมายถึงประชาชนชาวซีเรียแท้ๆ โค่นล้มรัฐบาลอัสซาด เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ฝ่ายสหรัฐกับรัฐอาหรับพยายามรักษาพวกสายกลางนี้เพื่อความชอบธรรมในการโค่นล้มระบอบอัสซาด จัดตั้งรัฐบาลพวกของฝ่ายต่อต้าน
ภายใต้แผนใหม่นี้ พวกฝ่ายต่อต้านสายกลางจะได้อยู่อย่างปลอดภัย อาจตั้งรัฐบาลในเขตพื้นปลอดภัยดังกล่าวด้วย

            ประการที่ 2 เขตปกครองตนเองของเคิร์ดซีเรีย
            เมื่อปีก่อน (2014) IS เข้ายึดเมืองโคบานี (Kobani) อันเป็นถิ่นอาศัยของพวกเคิร์ดซีเรีย ต่อมากองกำลัง People's Protection Units (YPG) เข้ายึดคืนด้วยความร่วมมือของหลายฝ่ายรวมทั้ง PKK (กองกำลังเคิร์ดตุรกี) บัดนี้สถานการณ์มั่นคงขึ้น อยู่ระหว่างการบูรณะ
ในยามที่บ้านเมืองไร้ขื่อแป เป้าหมายของเคิร์ดไม่ใช่การต่อต้าน IS ไม่ใช่เพื่อศาสนา แต่ฉวยโอกาสสร้างเขตอิทธิพลของตน เป็นความหวังชาวเคิร์ด 30,000,000 คนทั่วโลก ที่ผ่านมาเคิร์ดอิรักเป็นแบบอย่างแก่เคิร์ดอื่นๆ สามารถสร้างเขตปกครองตนเอง ตั้งอยู่ในแหล่งอันอุดมด้วยทรัพยากรน้ำมัน เป็นอีกแรงผลักดันให้กับเคิร์ดซีเรียกับเคิร์ดตุรกีที่จะลุกขึ้นทำลายการเป็นพลเมืองชั้น 2
            แม้ว่าเคิร์ดซีเรียยังไม่ประกาศชัดเจนว่าต้องการเอกราช หรือเป็นสมาพันธ์รัฐซีเรีย นับจาก IS ปรากฏตัวพวกเขาสามารถสร้างเขตอิทธิพลของตนเอง ต่อต้านการรุกรานจาก IS ด้วยความร่วมมือจากหลายฝ่ายทั้งจากสหรัฐและจากพวกเคิร์ดด้วยกันเอง
            ข้อมูลที่ปรากฏผ่านสื่อ ไม่มี “เขตปลอดภัย” ของพวกเคิร์ดซีเรีย เมืองสำคัญๆ ของเคิร์ดไม่อยู่ในเขตปลอดภัย แต่ความจริงแล้วรัฐบาลโอบามากำลังให้ความคุ้มครองอยู่ด้วยกำลังรบทางอากาศและอื่นๆ เขตปลอดภัยจึงเกิดขึ้นแม้ไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ

            ประการ 3 ไม่มีรัฐอิสลามในทางนิตินัยแต่มีในทางพฤตินัย
            ดังที่ได้นำเสนอแล้วว่าแม้นานาชาติจะไม่ยอมรับการมีอยู่ของรัฐอิสลาม (IS) แต่โดยพฤตินัยแล้วรัฐอิสลามเกิดขึ้นจริงแล้ว และยังจะดำรงอยู่อีกนาน

            รวมความแล้ว ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ การพักรบส่งผลให้ประเทศซีเรียแบ่งแยกเป็นรัฐหรือเขตปกครองย่อยๆ อย่างน้อย 4 ฝ่ายอย่างชัดเจน ได้แก่ รัฐบาลอัสซาด รัฐอิสลาม (IS) พวกเคิร์ดซีเรีย และฝ่ายต่อต้านสายกลาง เวลาที่ยืดยาวออกไปมากขึ้นๆ คือการสร้างความเข้มแข็งแก่เขตปกครองแต่ละเขต ถ้า IS ประสบผลในการถ่ายทอดอุดมการณ์แนวคิดของตน ย่อมเชื่อได้ว่าในอนาคตจะมีพวก IS เพิ่มขึ้นอีกมากกมาย
            โดยรวมแล้ว ซีเรียกลายเป็นหลายเขตปกครองตนเอง และ IS จะอยู่ต่ออีกหลายปี จนกว่าปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหญ่อีกรอบซึ่งน่าจะต้องรอหลังจากสหรัฐได้ประธานาธิบดีคนใหม่ หรือประเทศที่เกี่ยวข้องบรรลุข้อตกลงอย่างใดอย่างหนึ่ง ล่าสุดคณะมนตรีความมั่นคงประกาศสนับสนุนการเจรจาสันติภาพซีเรียอีกรอบ
            และพึงตระหนักว่าตราบใดที่รัฐบาลสหรัฐ ชาติอาหรับไม่ล้มเลิกนโยบายโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด ย่อมต้องถือว่าเป็นการหยุดยิงชั่วคราว เป็นเวลาที่ต่างฝ่ายต่างพักฟื้น ซ่อมสุมกำลังใหม่ และวางแผนยุทธการใหม่ จนกว่าสถานการณ์สุกงอม มีเหตุผลข้ออ้างใหม่ ได้รัฐบาลใหม่ที่พร้อมเปิดฉากรุกรบครั้งใหญ่
            เมื่อถึงเวลานั้นแผนที่ประเทศซีเรียจะเปลี่ยนแปลงอีกครั้งตามยุทธศาสตร์แบ่งแยกซีเรียฉบับใหม่ หรือภายใต้แผนขั้นต่อไปของยุทธศาสตร์เดิม
----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง 
ประธานาธิบดีแอร์โดกานประกาศชัดว่าต้องการเพิ่มอำนาจให้กับตำแหน่งตนเอง แต่การเลือกตั้งเมื่อมิถุนายนที่ผ่านมาพรรคของตนสูญเสียการเป็นพรรคเสียงข้างมาก จึงต้องพยายามหาทางดึงคะแนนกลับ นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าสถานการณ์การปราบปรามเคิร์ดภายในประเทศเกี่ยวข้องกับการกระชับอำนาจ การเมืองตุรกีในช่วงนี้จึงมีผลต่อยุทธศาสตร์แบ่งแยกซีเรีย

บรรณานุกรม:
1. Hamed, Massoud. (2015, July 29). Kobani’s oil dries up. Al Monitor. Retrieved from http://www.al-monitor.com/pulse/originals/2015/07/syria-kobani-oil-blockade-islamic-state.html
2. IMF says Western sanctions could cut 9% off Russia’s GDP. (2015, August 3). Gulf News/Reuters. Retrieved from http://gulfnews.com/business/economy/imf-says-western-sanctions-could-cut-9-off-russia-s-gdp-1.1560760
3. Kurdish peace impossible: Erdogan. (2015, July 29). The Peninsula. Retrieved from http://thepeninsulaqatar.com/news/middle-east/348825/kurdish-peace-impossible-erdogan
4. ‘More than 230,000 killed’ in Syria conflict. (2015, June 9). Al Arabiya News. Retrieved from http://english.alarabiya.net/en/News/middle-east/2015/06/09/More-than-230-000-killed-in-Syria-conflict.html
5. Saunders, Doug. (2014, March 15). Crimea is serious, but this is not a new Cold War. The Globe and Mail. Retrieved from http://www.theglobeandmail.com/globe-debate/crimea-is-serious-but-this-not-a-new-cold-war/article17490293/?cmpid=rss1
6. Syrian Army fatigued, admits Bashar Assad. (2015, July 27). Arab News/AFP. Retrieved from http://www.arabnews.com/middle-east/news/781981
7. Syrian opposition leader: Turkey, US plan to create safe zone a game changer. (2015, August 17). Daily Sabah. Retrieved from http://www.dailysabah.com/politics/2015/08/18/syrian-opposition-leader-turkey-us-plan-to-create-safe-zone-a-game-changer
8. U.N. Security Council backs new Syria peace plan. (2015, August 18). Al Jazeera/AFP. Retrieved from http://english.alarabiya.net/en/News/middle-east/2015/08/18/U-N-Security-Council-backs-new-Syria-peace-plan.html
9. U.S. Department of Defense. (2015, August 25). Department of Defense Press Briefing by Pentagon Press Secretary Peter Cook in the Pentagon Briefing Room. Retrieved from http://www.defense.gov/News/News-Transcripts/Transcript-View/Article/614829/department-of-defense-press-briefing-by-pentagon-press-secretary-peter-cook-in
--------------------------------

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ยุทธศาสตร์แบ่งแยกประเทศซีเรีย (4)

23 สิงหาคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6864 วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2234638)

ตอนที่ 4 แผนกระชับอำนาจของแอร์โดกาน
            ปลายเดือนสิงหาคม 2014 เมื่อเรเจพ ทายยิพ แอร์โดกาน (Recep Tayyip Erdogan) ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีหลังเป็นนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศมาแล้ว 11 ปี (2003 - สิงหาคม 2014) ได้ออกกฎหมายเพิ่มอำนาจแก่ฝ่ายบริหารหลายข้อ เช่น มีอิทธิพลต่อศาลมากขึ้น กระชับอำนาจตำรวจ สามารถปิดเว็บไซต์โดยไม่ต้องขอคำสั่งจากศาล Twitter กับ YouTube ถูกปิด
            ประธานาธิบดีแอร์โดกานประกาศอย่างเปิดเผยว่าต้องการปรับแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มอำนาจแก่ตำแหน่งประธานาธิบดี แต่ผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาสร้างความน่าผิดหวังอย่างยิ่ง เมื่อพรรค Justice and Development Party (AKP) ของท่านได้ที่นั่งในสภาไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ขาดไป 8 เสียง เป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปีที่พรรคได้คะแนนน้อยเช่นนี้
            ผลการเลือกตั้ง 7 มิถุนายน พรรครัฐบาล (AKP) ได้ 258 ที่นั่ง สูญเสียความเป็นเสียงข้างมาก 3 พรรคฝ่ายค้านสำคัญอันประกอบด้วย Republican People's Party (CHP) ได้ 132 ที่นั่ง Nationalist Movement Party (MHP) ได้ 80 ที่นั่ง HDP ได้ถึง 80 ที่นั่งจากทั้งหมด 550 ที่นั่ง
คะแนนที่หดหายของ AKP ไปอยู่พรรค Peoples' Democratic Party (HDP) ที่สนับสนุนพวกเคิร์ด
จากผลการเลือกตั้ง พรรค AKP ต้องตั้งรัฐบาลชุดใหม่ร่วมกับพรรคฝ่ายค้านภายในวันที่ 23 สิงหาคม หากไม่สำเร็จประธานาธิบดีมีสิทธิประกาศเลือกตั้งใหม่อีกรอบ ปัญหาคือการเลือกตั้งใหม่จะได้คะแนนเท่าเดิมหรือไม่ ทำอย่างไรจึงจะดึงคะแนนที่เสียไปกลับคืนมา
            เคิร์ดจึงเป็นอุปสรรคทางการเมืองสำคัญในขณะนี้

ประวัติการต่อสู้ของเคิร์ด :
เคิร์ดอาจถูกเรียกว่าเป็นชนกลุ่มน้อย แต่คิดเป็น 1 ใน 5 ของประชากรจากจำนวนทั้งสิ้น 79,414,269 คน (ข้อมูลกรกฎาคม 2015) หรือราว 16 ล้านคนเป็นชาวเคิร์ด ในแง่จำนวนเป็นตัวเลขไม่น้อย
เป็นเวลานานแล้วที่รัฐบาลพยายามผนวกคนเหล่านี้เข้ากับสังคม พยายามสลายวัฒนธรรมเคิร์ด แต่กระแสชาตินิยม คนมีการศึกษามากขึ้น ผนวกกับรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารในปี 1960 1971 และ 1980 มีนโยบายกดขี่พวกเคิร์ดอยู่ด้วย เป็นเหตุให้พวกเคิร์ดต่อสู้เรียกร้องสิทธิของตนเอง
การเคลื่อนไหวของ “เคิร์ดอิรัก” เป็นอีกเหตุที่สร้างแรงบันดาลใจแก่ “เคิร์ดตุรกี” เคิร์ดอิรักสร้างสถานีวิทยุของตน เผยแพร่การต่อสู้ของเคิร์ดอิรัก ข่าวสารต่างๆ ด้วยภาษาเคิร์ด
กลางทศวรรษ 1960 เคิร์ดตุรกีออกสิ่งพิมพ์ของตนเองเป็นครั้งแรก ตั้งพรรคการเมืองเคิร์ดตุรกีพรรคแรกชื่อ Democratic Party of Turkish Kurdistan การก่อตั้งได้รับแรงสนับสนุนจากพวกเคิร์ดอิรัก มุ่งเน้นให้รัฐบาลสนใจชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา ยังไม่เอ่ยถึงการแยกตัวเป็นรัฐอิสระ
การมีพรรคการเมืองทำให้การเคลื่อนไหวของเคิร์ดตุรกีพัฒนาอย่างรวดเร็ว กลุ่มผู้ใช้แรงงานและนักศึกษารวมตัวประท้วงรัฐบาลหลายครั้ง เรียกร้องสิทธิของชนชาวเคิร์ด เช่น เสรีภาพสื่อ การศึกษาที่ใช้ภาษาเคิร์ด
ฝ่ายรัฐบาลมองว่าข้อเรียกร้องเหล่านี้จะนำสู่การแบ่งแยกดินแดน จึงต่อต้านอย่างรุนแรง

ในเวลาต่อมา คนกลุ่มหนึ่งเห็นว่าต้องแก้ปัญหาด้วยการตั้งรัฐของตน เป็นที่มาของ Kurdistan Workers’ Party (PKK)
1980 เกิดรัฐประหาร รัฐบาลทหารปราบปรามพวก PKK อย่างรุนแรง PKK เรียนรู้ตอบโต้ด้วยความรุนแรงเช่นกัน มีผู้เสียชีวิตกว่าพันราย และเริ่มมีนักการเมืองตัวแทนชาวเคิร์ด คนเหล่านี้กลายเป็นปากเป็นเสียงของเคิร์ด วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และพัฒนาเป็นพรรค HDP ในที่สุด
            เคิร์ดในตุรกีมีหลากหลายกลุ่ม ที่อยู่ในความสนใจคือ PKK ที่เป็นกองกำลังติดอาวุธกับพรรค HDP ที่มีที่นั่งในสภา 80 คน

ความเชื่อมโยงระหว่าง PKK กับการกระชับอำนาจ :
ไม่ว่า PKK กับ HDP จะมีความเชื่อมโยงมากน้อยเพียงไร PKK อยู่ในฐานะเป็นผู้ก่อการร้าย รัฐมีความชอบธรรมที่จะปราบปราม สหประชาชาติเห็นชอบเช่นกัน
            รัฐบาลตุรกีพยายามปราบปรามหลายครั้ง รวมถึงการส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในฐานที่มั่นของ PKK ในอิรัก ถ้ามองผลต่อการกวาดล้าง PKK การโจมตีกวาดล้างในขณะนี้คงไม่ได้ผลกว่าครั้งก่อนๆ ได้แต่บั่นทอนกำลัง ส่งสัญญาณเตือน
Metin Gurcan รายงานจำนวนปฏิบัติการของเครื่องบินรบตุรกี พบว่าในวันที่ 11 สิงหาคม เครื่องบิน F-16s ออกปฏิบัติการโจมตี PKK 17 เที่ยวบิน จากนั้นอีก 110 เที่ยวบินโจมตีเป้าหมาย PKK รวม 400 จุด ในช่วงเวลาเดียวกันรัฐบาลโจมตี IS เพียงรอบเดียว ใช้เครื่องบิน F-16s 3 ลำโจมตีเป้าหมาย 5 จุด เป็นตัวเลขที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
รัฐบาลตุรกีประกาศต่อต้าน IS กับ PKK แต่จากข้อมูลที่ปรากฏ ณ ขณะนี้เป้าหมายหลักคือ PKK มากกว่า

Soli Özel จาก Kadir Has University ประเทศตุรกี เห็นว่าการกวาดล้าง PKK รอบนี้สัมพันธ์กับผลการเลือกตั้งเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา HDP ได้ที่นั่งในสภาเพิ่มขึ้น นับจากการเลือกตั้งเป็นต้นมาฝ่าย AKP แสดงท่าทีไม่เป็นมิตรต่อ HDP รื้อฟื้นความเชื่อมโยงระหว่าง PKK กับ HDP
Erik Meyersson อาจารย์จาก Stockholm School of Economics โยงประเด็นการโจมตี PKK กับการช่วงชิงอำนาจการเมืองภายใน เห็นว่าประธานาธิบดีแอร์โดกานหวังกดดันให้ HDP เลือกข้าง คือต้องทิ้ง PKK หรือไม่ก็ต้องถูกปราบปราม HDP เป็นพรรคตัวแทนของ PKK ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ฐานเสียงของพวกเขาคือชาวเคิร์ด HDP กับ PKK เหมือนกายเดียวกันภายใต้ 2 ร่าง ร่างหนึ่งคือพรรคการเมืองถูกกฎหมาย อีกร่างคือกลุ่มก่อการร้ายเรียกร้องปกครองตนเอง
 Fadi Hakura นักวิเคราะห์จาก Chatham House เห็นว่า “แอร์โดกานมองว่า HDP เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการแก้รัฐธรรมนูญเพิ่มอำนาจแก่ประธานาธิบดี” การโจมตี PKK เป็นการดึงคะแนนเสียงจากพวกชาตินิยมเติร์ก ให้ AKP กลับมามีเสียงข้างมากในสภาดังเดิม
            ผู้ที่ยึดแนวทางนี้เห็นว่าการปราบปราม PKK รอบนี้มาจากเป้าหมายทางการเมือง เพื่อให้ AKP กลับมาครองเสียงข้างมาอีกครั้ง บั่นทอนความนิยมของ HDP ด้วยการรื้อฟื้นเรื่อง PKK เป็นผู้ก่อการร้าย สั่งโจมตีกวาดล้าง PKK ทั้งๆ ที่รัฐบาลแอร์โดกานกับ PKK ได้ลงนามหยุดยิงเมื่อ 2013 ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาคนของ HDP ถูกทางการจับกุมร่วมพันคน
Popp Maximilian กับ Christoph Reuter เชื่อว่าเป้าหมายของ AKP คือทำให้ HDP กลายเป็นพรรคผู้ก่อการร้าย พรรคถูกยุบ

ปฏิบัติการทางทหารต่อ PKK ทั้งในประเทศกับที่อิรัก ไม่สามารถกวาดล้างหรือกำจัด PKK อย่างสิ้นซาก ดังนั้น มีความเป็นไปได้ว่ามีเป้าหมายอื่นแอบแฝง แนวคำตอบว่าเพื่อหาเหตุจัดการ HDP จึงน่าฟังไม่น้อย
Selahattin Demirtas ผู้นำ HDP พยายามลดความเชื่อมโยงระหว่าง HDP กับ PKK ว่าพรรคติดต่อกับโอคาลันผู้นำ PKK จริง แต่ 2 พรรคไม่มีความเกี่ยวข้องในเชิงโครงสร้าง HDP ไม่ใช่พรรคการเมืองของ PKK ตามที่กล่าวหา แอร์โดกานไม่สามารถยุบพรรค HDP ง่าย ๆ แต่พยายามยัดข้อหาผู้ก่อการร้ายแก่สมาชิกรัฐสภาของ HDP
ที่ผ่านมาแผนการยุบพรรค HDP ยังไม่ได้ผล เวลาเดินไปเรื่อยๆ รัฐบาลประกาศเลือกตั้งใหม่

เคิร์ดต้องการแบ่งแยกดินแดน?
            แม้เคิร์ดจะประกาศว่าต้องการแบ่งแยกดินแดน ได้สะสมกำลังพล มีฐานทัพของตนในอิรักกับซีเรีย (ถ้ายึดว่าเคิร์ดซีเรียใกล้ชิดกับเคิร์ดตุรกี) มีการปะทะกับรัฐบาลเรื่อยมา แต่เป้าหมายนี้ยังห่างไกลจากความจริง สิ่งที่เคิร์ดทำควบคู่กับการใช้กำลังคือการมีส่วนร่วมทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น ในอนาคตหากพวกเคิร์ดพอใจกับการอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย แนวคิดแบ่งแยกดินแดนจะลดลงไปเอง
คำถามตามมาคือ หากประธานาธิบดีแอร์โดกานสามารถกระชับอำนาจตามต้องการ จะส่งผลต่อพวกเคิร์ดอย่างไร ต้องไม่ลืมว่าราวร้อยละ 20 ของประชากรเป็นพวกเคิร์ด

เป้าหมายสุดท้ายคือกระชับอำนาจ :
ประธานาธิบดีแอร์โดกานกล่าวเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมหลังเหตุวุ่นวายทั้งเรื่องเคิร์ดกับ IS ว่าประธานาธิบดีควรมีอำนาจบริหารประเทศ ไม่ใช่เพียงแค่สัญลักษณ์เท่านั้น ถึงเวลาแล้วที่จะแก้รัฐธรรมนูญ
            หากชนะเลือกตั้งอีกครั้งโอกาสที่จะแก้รัฐธรรมนูญย่อมเป็นไปได้
Selahattin Demirtas ผู้นำ HDP อธิบายว่าเหตุที่ประธานาธิบดีแอร์โดกานพยายามรักษาเสียงข้างมากในสภาก็เพื่อรักษาฐานอำนาจของตน ป้องกันข้อกล่าวหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน
            ไม่ว่าเพื่อเพิ่มอำนาจหรือรักษาอำนาจ ประธานาธิบดีแอร์โดกานเลือกเดินหน้ากระชับอำนาจต่อไป

นอกจากปราบปราม PKK จับกุมคนของ HDP ฝ่ายแอร์โดกานพยายามดึงพรรคฝ่ายค้านบางพรรคมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล พรรคฝ่ายค้านที่เป็นตัวเลือกมีเพียง 2 พรรค CHP กับ MHP
การดึง CHP แกนนำพรรคฝ่ายค้านร่วมจัดตั้งรัฐบาลเป็นปรากฏการณ์แปลกใหม่ของตุรกี เมื่อพรรครัฐบาลขอจับมือกับแกนนำฝ่ายค้านร่วมจัดตั้งรัฐบาล
หลังพยายามเป็นเดือน ข้อสรุปคือการเจรจากับพรรคฝ่ายค้านไม่ประสบผล

            ล่าสุด คณะกรรมการเลือกตั้งประกาศจัดเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้งในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ อันที่จริงแล้วตามรัฐธรรมนูญ เมื่อพรรค AKP ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาล พรรคอันดับ 2 คือ CHP มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลบ้าง (ซึ่งน่าจะสำเร็จ) แต่ประธานาธิบดีแอร์โดกานใช้อำนาจประกาศจัดเลือกตั้งใหม่หลังแน่ใจแล้วว่าไม่มีพรรคใดยอมร่วมรัฐบาลด้วย ชี้ชัดว่าต้องการรักษาอำนาจต่อไป ไม่ยอมให้พรรคฝ่ายค้าน 3 พรรคร่วมกันเป็นรัฐบาล
            นับจากนี้ควรติดตามสถานการณ์การเมืองตุรกี ซึ่งมีผลต่อการจัดตั้งเขตปลอดภัย/เขตห้ามบิน อนาคตของพวกเคิร์ดไม่ว่าจะเป็นเคิร์ดซีเรียหรือเคิร์ดตุรกี และมีผลต่อยุทธศาสตร์แบ่งแยกประเทศซีเรีย
--------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่ หรือจะใช้ชื่อใด รัฐบาลโอบามากับตุรกีกำลังสร้างเขตปลอดภัย (safe zone) หรือเขตห้ามบิน (no-fly zone) ทางตอนเหนือของประเทศซีเรียติดแนวพรมแดนทางตอนใต้ตุรกี ข้อดีคือผู้ลี้ภัยซีเรียสามารถกลับประเทศเข้าไปอยู่ในเขตดังกล่าว ผลลัพธ์ที่ตามมาคือเกิดปกครองตนเองขึ้นมาอีกเขตหนึ่ง ประเด็นที่ต้องติดตามคือใครจะเป็นผู้ควบคุมเขตดังกล่าว อนาคตของพื้นที่นี้จะเป็นอย่างไร

บรรณานุกรม:
1. Bozarslan, Hamit. (1992). Turkey: A Neglected Partner. In Kreyenbroek. Philip G., & Sperl, Stefan (Eds). The Kurds: A Contemporary Overview (pp.74-89). London: Routledge.
2. Central Intelligence Agency. (2015, July). Turkey. In The World Factbook. Retrieved from https://www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/geos/tu.html
3. Dombey, Daniel. (2015, April 15). President tightens grip on state. Financial Times. Retrieved from http://im.ft-static.com/content/images/35646f80-e1a4-11e4-8d5b-00144feab7de.pdf
4. Erdogan makes next grab for total power after Kurdish crackdown. (2015, August 15). Rudaw. Retrieved from http://rudaw.net/english/middleeast/turkey/140820152
5. Gurcan. Metin. (2015, August 13). Speculation about Turkish civil war is just that. Al monitor. Retrieved from http://www.al-monitor.com/pulse/originals/2015/08/turkey-syria-iraq-pkk-kurds-isis-clashes.html
6. Kafanov, Lucy. (2015, July 29). Turkey's 'risky' two-front war: political opportunity for Erdogan? The Christian Science Monitor. Retrieved from http://www.csmonitor.com/World/Middle-East/2015/0729/Turkey-s-risky-two-front-war-political-opportunity-for-Erdogan
7. Peker, Emre. (2015, August 13). Turkey’s Coalition Talks Break Down. The Wall Street Journal. Retrieved from http://www.wsj.com/articles/turkeys-coalition-talks-break-down-1439478062
8. Popp, Maximilian., & Reuter, Christoph. (2015, July 31). Erdogan's Cynical Game: Is Turkey Creeping Toward Civil War? Spiegel Online. Retrieved from http://www.spiegel.de/international/world/with-attacks-on-pkk-erdogan-risks-civil-war-in-turkey-a-1046196.html
9. Stokes, Jamie (Editor). (2009). Kurds. In Encyclopedia of The Peoples of Africa and the Middle East. New York: Infobase Publishing.
10. Three possibly future-changing choices to determine Turkey’s next government. (2015, August 14). Daily Sabah. Retrieved from http://www.dailysabah.com/elections/2015/08/14/three-possibly-future-changing-choices-to-determine-turkeys-next-government
11. Turkey and PKK 'back to square one'. (2015, July 30). Al Jazeera. Retrieved from http://www.aljazeera.com/news/2015/07/turkey-pkk-square-150730074312972.html
12. Turkey's Demirtas: 'Erdogan Is Capable of Setting Country on Fire'. (2015, July 31). Spiegel Online. Retrieved from http://www.spiegel.de/international/world/kurdish-leader-demirtas-calls-for-ceasefire-with-turkey-a-1046263.html
--------------------------------

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ยุทธศาสตร์แบ่งแยกประเทศซีเรีย (3)

16 สิงหาคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6850 วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2228950)

ตอนที่ 3 เขตปลอดภัย/เขตห้ามบิน เขตปกครองตนเอง
เป็นที่รับรู้และยอมรับกันทั่วไปว่ากำลังทางอากาศเพียงอย่างเดียวไม่สามารถกวาดล้าง IS/ISIL/ISIS รัฐบาลโอบามาประกาศซ้ำหลายรอบว่ายุทธศาสตร์ต่อต้าน IS ต้องกินเวลาอีกหลายปี จึงเชื่อได้ว่าเป้าหมายความร่วมมือระหว่างรัฐบาลโอบามากับรัฐบาลแอร์โดกานคือเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญกว่า เช่น การสร้างเขตปลอดภัย (safe zone) หรือเขตห้ามบิน (no-fly zone) ทางตอนเหนือของประเทศซีเรียติดแนวพรมแดนทางตอนใต้ตุรกี
และเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่รัฐบาลแอร์โดกานปรับเปลี่ยนท่าทีเข้าร่วมโจมตี IS

คำถามตามมาคือ ทำไมต้องสร้างเขตปลอดภัย เพื่อประโยชน์อันใด ก่อนถึงคำถามนั้นหากพิจารณาข้อมูลย้อนหลังพบว่าการสร้างเขตปลอดภัยไม่ใช่เรื่องใหม่เลย
บทความ “ชาติตะวันตกกับตัวเลือกสร้างเขตปลอดภัยหรือเขตห้ามบินในซีเรีย” เมื่อสิงหาคม 2012 ได้นำเสนอแล้วว่ารัฐบาลโอบามากับรัฐบาลตุรกีได้หารือเรื่องการสร้างเขตห้ามบินตลอดพรมแดนระหว่างตุรกีกับซีเรีย
            ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียร้องขอมานานแล้วเช่นกัน
ไม่ว่าจะใช้คำใด เขตที่เกิดขึ้นมีความหมายใน 2 ทาง คือ ในเชิงรุกกับเชิงรับ
ทางแรก ความหมายในเชิงรุก
ในกรณีอาหรับสปริงลิเบีย ชาติตะวันตกโดยการนำของอังกฤษกับฝรั่งเศสกำหนดให้น่านฟ้าลิเบียทั้งหมดเป็นเขตห้ามบิน ในความหมายห้ามอากาศยานหรือรถถัง ยานเกราะ อาวุธหนักของกองทัพลิเบียอยู่ในเขตดังกล่าว ผลคือรัฐบาลกัดดาฟีไม่สามารถใช้อาวุธเหล่านี้กับฝ่ายต่อต้าน ฝ่ายต่อต้านจึงเป็นฝ่ายได้เปรียบสามารถโค่นล้มรัฐบาลกัดดาฟีได้ในเวลาไม่นาน
            นับจากเริ่มสงครามกลางเมืองฝ่ายต่อต้านซีเรียร้องขอเขตห้ามบินตามแบบที่นาโตทำกับลิเบีย แต่ไม่ได้รับตอบสนอง หากวันใดชาติตะวันตกเลือกแนวทางนี้ รัฐบาลอัสซาดคงจะล้มในไม่ช้า

            ทางที่สอง ความหมายในเชิงตั้งรับ
            จนบัดนี้ยังไม่อาจระบุชัดว่าเขตปลอดภัย (safe zone) มีลักษณะอย่างไร ถ้าหมายถึงการแบ่งพื้นที่บางส่วนของซีเรียเป็นเขตปลอดทหารซีเรีย ปลอด IS เพื่อความปลอดภัยของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลสายกลาง ประชาชนที่เข้ามาอยู่ในเขตพื้นที่ดังกล่าว ในกรณีนี้การสร้างเขตปลอดภัยต้องมีกองกำลังภาคพื้นดินคอยให้ความคุ้มครองด้วย
            บทความเมื่อ 3 ปีก่อนได้ตั้งคำถามว่า “ถ้าต้องมีกองกำลังต่างชาติร่วมด้วยจะหมายถึงทหารของชาติใด” บัดนี้ได้คำตอบแล้วว่าคือกองกำลังของฝ่ายต่อต้านสายกลางนั่นเอง ส่วนหนึ่งผ่านการฝึกฝนจากสหรัฐโดยตรง นับเป็นทางออกที่ดี รัฐบาลตุรกีไม่ต้องแบกรับภาระนี้โดยตรง แต่มีคำถามว่าเพียงพอหรือไม่
บทความเดิมวิเคราะห์ว่า “ถ้าก่อตั้งเขตปลอดภัย ตีความว่าฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียไม่เข้มแข็ง และความขัดแย้งอาจยืดเยื้อ ประเทศซีเรียถูกแยกเป็น 2 ประเทศ” ภาพที่ซีเรียถูกแบ่งออกชัดเจนขึ้นทุกทีแต่ไม่ใช่เพียง 2 ประเทศเท่านั้น

ตรรกะที่ขัดแย้งของรัฐบาลแอร์โดกาน :
Selahattin Demirtas ประธานพรรค HPD (People's Democracy Party – พรรคการเมืองหนึ่งของเคิร์ดในตุรกี) ชี้ว่าปฏิบัติการทางอากาศของรัฐบาลตุรกีกับสหรัฐมีเป้าหมายสร้างเขตปลอดภัย หวังกีดกันพวกเคิร์ด PKK สร้างเขตอิทธิพลของตนเอง
ที่ผ่านมา PKK เรียกร้องขอสิทธิการปกครองตนเองเพิ่มเติม ปะทะกับรัฐบาลเรื่อยมา การปรากฏตัวของ IS ทำให้พวกเขามีอิทธิพลมากขึ้น โดยเฉพาะแนวชายแดนระหว่างตุรกีกับซีเรีย รัฐบาลตุรกีจึงต้องปราบปรามPKK
ระเด็นน่าสนใจคือการสร้างเขตปลอดภัยดูเหมือนว่าจะเป็นการกีดกันไม่ให้เกิดเขตปกครองตนเองของ “เคิร์ดตุรกี” แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งคือการยอมรับพื้นที่เขตอิทธิพลของ “เคิร์ดซีเรีย” ที่อยู่ตามแนวชายแดนภาคใต้ตุรกี

ดูเหมือนว่ารัฐบาลแอร์โดกานทำเรื่องที่ขัดแย้งในตัวเอง ดังที่อธิบายแล้วว่า “เคิร์ดตุรกี” กับ “เคิร์ดซีเรีย” มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด ความเข้มแข็งของกลุ่มหนึ่งส่งเสริมให้อีกกลุ่มแข็งแกร่ง
คำตอบคือ รัฐบาลแอร์โดกานไม่อาจได้ทุกอย่างที่ต้องการ ผลคือควบคุมได้แต่เคิร์ดที่อยู่ในดินแดนของตน PKK จึงถูกปราบปรามในขณะนี้
            น่าเชื่อว่าเหตุผลที่บัดนี้รัฐบาลตุรกียินยอมเปิดศึกกับ IS เพราะ “เจรจา” ลงตัวว่าจะจัดการพวกเคิร์ดเหล่านี้อย่างไร

            เป็นตรรกะที่ขัดแย้งแต่ตอบสนองยุทธศาสตร์ที่ใหญ่กว่า นั่นคือการแบ่งแยกประเทศซีเรีย ภายใต้ยุทธศาสตร์นี้จะเกิดเขตปกครองตนเองของ “เคิร์ดซีเรีย” แต่ไม่เกิดเขตของ “เคิร์ดตุรกี” การโจมตีพวก PKK ในระยะนี้นอกจากบั่นทอนกำลังพวก PKK น่าจะเป็นเพียงการเตือนพวก PKK ว่าอย่าได้ประกาศเขตปกครองตนเองของพวกเคิร์ดในตุรกี และมีค่าเชิงสัญลักษณ์ว่าสหรัฐ อียูไฟเขียวเรื่องดังกล่าว

            รวมความแล้ว รัฐบาลแอร์โดกานไม่อาจห้ามอาหรับสปริงซีเรีย ไม่อาจห้ามผู้หนีภัยสงครามเข้าประเทศ ไม่อาจห้ามเคิร์ดซีเรียที่พยายามสร้างอนาคตของตนเอง สิ่งที่ทำได้คือให้สงครามกลางเมืองซีเรียเป็นประโยชน์ต่อตนมากที่สุด กระทบต่อตนเองน้อยที่สุด
            การผลักดันผู้หนีภัยสงครามเข้าไปอยู่ใน “เขตปลอดภัย” แม้จะบรรเทาภาระของตุรกีแต่ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศซีเรียถูกแบ่งแยก เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ดังกล่าวเช่นกัน

ยอมให้มีพื้นที่ปลอดภัย นโยบายที่เปลี่ยนไปของโอบามา :
            ถ้าจะพูดเรื่องเขตปลอดภัย/เขตห้ามบิน จำต้องเอ่ยถึงรัฐบาลสหรัฐ เริ่มจากการทบทวนความจำว่าเดิมนั้นรัฐบาลโอบามาไม่เห็นด้วยกับการสร้างเขตดังกล่าว
            สิงหาคม 2013 พลเอกมาร์ติน เดมซีย์ (Martin Dempsey) ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐอเมริกา ไม่เห็นด้วยกับแนวทางจัดตั้งเขตห้ามบินและใช้กำลังทางอากาศจัดการทหารซีเรีย เนื่องจากสหรัฐอาจช่วยโค่นล้มรัฐบาลซีเรีย “แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาทางเชื้อชาติ ศาสนา ความขัดแย้งระหว่างเผ่าที่อยู่เบื้องหลังเป็นเชื้อไฟความขัดแย้งในขณะนี้” ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงความขัดแย้งระหว่าง 2 ฝ่าย แต่เป็นความขัดแย้งของหลายฝ่าย
            1 ปีต่อมา กันยายน 2014 นายชัค เฮเกล (Chuck Hagel) รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมกับพลเอกเดมซีย์ร่วมกันแถลงว่าสหรัฐกำลังพิจารณาจัดตั้งเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย ป้องกันไม่ให้เครื่องบินซีเรียใช้กำลังทางอากาศโจมตีพื้นที่บริเวณดังกล่าว
            จะเห็นว่าในเวลา 1 ปีรัฐบาลโอบามาเปลี่ยนนโยบายจากไม่เห็นด้วยเป็นเห็นด้วย แต่แนวคิดการจัดตั้งเขตห้ามบินเพิ่งจะประสบผลเมื่อเดือนสิงหาคมนี้

            เรื่องน่าประหลาดใจในขณะนี้คือ รัฐบาลโอบามาพยายามปฏิเสธว่าการที่เครื่องบินรบของตนประจำการอยู่ในฐานทัพตุรกีนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างเขตปลอดภัย/เขตห้ามบิน
            Mark Toner รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงเมื่อวันที่ 11 สิงหาคมว่า รัฐบาลสหรัฐไม่ได้ตกลงจัดตั้งเขตปลอดภัยกับตุรกีตามที่เป็นข่าว “ไม่มีข้อตกลงเรื่องเกี่ยวกับเขตแบบนั้น” มีแต่เรื่องขับไล่ ISIL ออกจากภูมิภาค การใช้ฐานทัพอากาศตุรกีก็เพื่อการนี้ “ส่วนเรื่องนอกจากนี้ เรากำลังหารือร่วมกับตุรกี” เพื่อต่อต้าน ISIL อย่างมีประสิทธิภาพ
            อย่างไรก็ตาม นาย Toner ยอมรับว่าการมีความตั้งใจจัดการ ISIL เพื่อเคลียร์พื้นที่บางส่วน ให้เกิด “รัฐบาลท้องถิ่น รัฐบาลปกครองตนเอง ผู้ลี้ภัยที่ต้องการกลับ (ประเทศ) สามารถกลับได้”
จากท่าทีจากรองโฆษก รัฐบาลโอบามาตีกรอบว่านโยบายร่วมกับตุรกีคือเพื่อต่อต้าน IS เท่านั้น ส่วนเรื่องการสร้างเขตปลอดภัยยังไม่มีข้อสรุปตามที่ตุรกีเอ่ยถึง รัฐบาลโอบามายังไม่รับปากเรื่อง “จัดตั้ง” เขตปลอดภัยอย่างเป็นทางการ เพียงแต่ต้องการให้ “มีพื้นที่” ปลอดภัยสำหรับผู้ลี้ภัยที่ต้องการกลับประเทศเท่านั้น
            แม้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐจะออกมาปฏิเสธ แต่นายกฯ ตุรกี อาห์เหม็ต ดาวูโตกลู ยังยืนยันว่ามีนโยบายจัดตั้งเขตห้ามบินทางตอนเหนือของประเทศซีเรียเพื่อต่อต้าน ISIS กับกองทัพรัฐบาลอัสซาด ปกป้องพลเรือนซีเรียที่ลี้ภัยสงคราม

เขตปลอดภัยคือเขตปกครองตนเองของฝ่ายต่อต้านสายกลาง :
            ไม่ว่าจะเรียกเขตปลอดภัย (safe zone) เขตห้ามบิน (no-fly zone) หรือชื่อใดๆ ไม่ว่ารัฐบาลตุรกีกับโอบามาจะประกาศว่าเขตปลอดภัยมีเป้าหมายอะไร ความจริงอย่างหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เขตดังกล่าวอยู่นอกอำนาจอธิปไตยของรัฐบาลอัสซาดแล้ว และกำลังจะอยู่ใต้อำนาจของผู้ที่จะเข้ามาควบคุม ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย บริหารจัดการในทุกมิติ รวมความแล้วคือเขตปกครองตนเองรูปแบบหนึ่ง ไม่ว่าจะประกาศหรือไม่ประกาศก็ตาม ณ ขณะนี้ยังไม่ปรากฏให้เห็นชัดนัก แต่เชื่อว่าจะค่อยๆ เป็นรูปธรรมมากขึ้น

            ถ้าจะเปรียบเทียบ กรณีที่ใกล้เคียงมากที่สุดคือการสร้างเขตห้ามบินทางตอนเหนือของอิรักในสมัยสงครามอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้เคิร์ดอิรักได้รับความคุ้มครอง กลายเป็นเขตปกครองตนเองเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ นับจากนั้นจนบัดนี้
            ถ้าพิจารณาจากข้อมูลที่เปิดเผยในระยะนี้ สหรัฐปกป้องพื้นที่ดังกล่าวด้วยกำลังทางอากาศเท่านั้น แต่นโยบายทั้งหลายทั้งปวงย่อมเปลี่ยนแปลงได้ นโยบายสหรัฐต่อซีเรียเปลี่ยนแปลงเรื่อยมา เป็นหลักฐานชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว ในอนาคตนโยบาย “พื้นที่” ปลอดภัยอาจเปลี่ยนจากเดิม อาจเป็น “เขตปลอดภัย/เขตห้ามบิน” อย่างเป็นทางการ  รวมทั้งอาจมีทหารสหรัฐประจำการในเขตดังกล่าวด้วย
--------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
ด้วยความไม่พอใจต่อเศรษฐกิจการเมืองในประเทศ ประชาชนกลุ่มหนึ่งจึงลุกฮือประท้วงรัฐบาล เป็นเหตุผลพื้นฐานของอาหรับสปริง แต่การแทรกแซงจาก “นอก” ประเทศเกิดขึ้นและกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการโค่นล้มรัฐบาล ซีเรียเป็นอีกกรณีที่มีกองกำลังติดอาวุธร่วมร้อยประเทศเข้ารบกับรัฐบาล ผู้ก่อการร้าย ISIL/ISIS กลายเป็นกลุ่มแรกที่ประกาศสถาปนา “รัฐอิสลาม” เป็นรัฐอิสระภายใต้ดินแดนซีเรีย (มองในกรอบเฉพาะซีเรีย) เราจะนิยามอาหรับสปริงซีเรียอย่างไร ประเทศซีเรียยังเป็นของชาวซีเรียหรือไม่

บรรณานุกรม:
1. Ankara firm on no-fly zone against regime strikes. (2015, August 13). Daily Sabah. Retrieved from http://www.dailysabah.com/politics/2015/08/13/ankara-firm-on-no-fly-zone-against-regime-strikes
2. Erlich, Reese. (2014). Inside Syria: The Backstory of Their Civil War and What the World Can Expect. New York: Prometheus Books.
3. Kurdish leader decries Turkey's 'safe zone' plan in Syria. (2015, July 29). BBC. Retrieved from http://www.bbc.com/news/world-europe-33698659
4. Libya 2.0: US Forms De Facto No-Fly Zone Over Syria. (2014, September 30). FNA. Retrieved from http://english.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13930708001565
5. Toksabay, Seyhmus Cakanece. (2015, July 26). Turkey launches another attack in Iraq against Kurdish camps. Globe and Mail/Reuters. Retrieved from http://www.theglobeandmail.com/news/world/turkey-launches-another-attack-in-iraq-against-kurdish-camps/article25716151/
6. U.S. against military intervention as Syria rebels noncommittal on U.S. interests: Dempsey. (2013, August 22). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/world/2013-08/22/c_132651868.htm
7. U.S. Department of State. (2015, August 11). Mark C. Toner, Deputy Spokesperson, Daily Press Briefing. Retrieved from http://www.state.gov/r/pa/prs/dpb/2015/08/245937.htm#SYRIA
8. The White House. (2013, April 26). Press Briefing by Press Secretary Jay Carney. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2013/04/26/press-briefing-press-secretary-jay-carney-4262013
--------------------------------

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ยุทธศาสตร์แบ่งแยกประเทศซีเรีย (2)

9 สิงหาคม 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6850 วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2223598)

ตอนที่ 2 อาหรับสปริงซีเรีย แผนโค่นระบอบอัสซาด
อาหรับสปริง (Arab Spring) เริ่มต้นที่ประเทศตูนิเซียเมื่อต้นปี 2011 ประชาชนจำนวนหนึ่งหมดความอดทน ร่วมใจกันลุกฮือขับไล่รัฐบาลด้วยเหตุผลเรื่องปากท้อง ความสิ้นหวัง ถูกปิดกั้นทางการเมือง ในที่สุดรัฐบาลถูกโค่นล้ม ผู้นำประเทศหลบหนีออกนอกประเทศ เปิดทางให้กับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
การประท้วงกลายเป็นดังโรคระบาด เกิดการประท้วงในลักษณะเดียวกันในหลายประเทศ เยเมนเป็นประเทศถัดมาที่ได้รับผล ในเวลาไม่ถึงปี ประธานาธิบดีซาเลห์ที่ครองอำนาจยาวนานกว่า 3 ทศวรรษพ้นจากอำนาจ
ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ประชาชนอียิปต์ตะโกนว่า “พวกเขากินนกพิราบกับไก่ ส่วนพวกเรากินแต่ถั่ว” แสดงถึงความหิวโหยและความไม่เท่าเทียม รัฐบาลพยายามแก้ไขด้วยการอุดหนุนราคาสินค้าแต่สายเกินไป แม้ประธานาธิบดีมูบารัคจะเป็นมิตรประเทศของสหรัฐ ประธานาธิบดีโอบามาเห็นว่าท่านควรก้าวลงจากอำนาจ นำประเทศสู่ระบอบประชาธิปไตย การชุมนุมที่ยืดเยื้อทวีความรุนแรง ปะทะกันด้วยอาวุธสงคราม ในที่สุดกองทัพเข้ายึดอำนาจอย่างเงียบๆ ไม่กี่เดือนต่อมาประธานาธิบดีมูบารัคเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มีโทษจำคุก
เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นกับอีกหลายประเทศ เช่น ล้มรัฐบาลกัดดาฟีแห่งลิเบีย ความวุ่นวายในบาห์เรนจนรัฐบาลซาอุดิอาระเบียต้องส่งกองทัพเข้าควบคุมสถานการณ์ ในเวลา 2-3 ปี อาหรับสปริงกลายเป็นโรคระบาดที่กระจายไปสู่หลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ผู้นำประเทศที่ครองอำนาจ 20-30 ปีหลายคนต้องพ้นจากอำนาจ บางคนติดคุก บางคนเสียชีวิต

ภายใต้อาหรับสปริง มีปรากฏการณ์อย่างหนึ่งที่สำคัญคือ ชาติอาหรับเข้าแทรกแซงและเรียกร้องขอให้ชาติตะวันตกแทรกแซงด้วย รวมถึงการแทรกแซงด้วยกำลังทหาร ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ หากดูจากประวัติศาสตร์ เดิมรัฐบาลชาติอาหรับจะต่อต้านการแทรกแซงจากต่างชาติหรือให้มีน้อยที่สุด หวังแก้ปัญหาด้วยตนเอง หรือปล่อยให้แต่ละรัฐบาลจัดการเรื่องของตนโดยไม่มีใครเข้าแทรกแซง
            กล่าวได้ว่าอาหรับสปริงที่เกิดในประเทศต่างๆ จนถึงขั้นกองกำลังต่างชาติเข้าล้มล้างระบอบเก่า ต้นเหตุสำคัญประการหนึ่งมาจากการที่ชาติอาหรับเรียกร้อง เปิดทางให้ต่างชาติเข้าแทรกแซง กรณีการล้มล้างรัฐบาลกัดดาฟีกับกรณีซีเรียเป็นตัวอย่างเด่นชัด

ในกรณีซีเรีย เป้าหมายคือการโค่นล้มระบอบอัสซาด บรรดารัฐอาหรับตีตราว่าท่านหมดความชอบธรรมที่จะปกครองประเทศ สันนิบาตอาหรับเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้ประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด (Bashar al-Assad) ก้าวลงจากอำนาจ ประธานาธิบดีบารัก โอบามามีนโยบายสอดคล้องกับรัฐอาหรับ เรียกร้องให้ถ่ายโอนอำนาจแก่ประชาชนโดยสันติ เปลี่ยนจากระบอบอำนาจนิยมเป็นประชาธิปไตย

ยุทธศาสตร์เดิม โค่นล้มรัฐบาลอัสซาด :
ความพยายามขอให้ประธานาธิบดีอัสซาดก้าวลงจากตำแหน่ง ถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติไม่เป็นผล ประธานาธิบดีอัสซาดยืนยันความชอบธรรมของรัฐบาล ชี้ว่ามีผู้จ่ายเงินเพื่อให้คนประท้วงและเรียกร้องการปฏิวัติ ถ้าแนวทางนี้ไม่สำเร็จจะอ้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อศาสนา
ต่อมาการชุมนุมโดยสันติกลายเป็นการปะทะด้วยอาวุธสงคราม ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียประกอบด้วยหลากหลายกลุ่ม มีความคิดทางการเมืองแตกต่าง และขีดความสามารถในการรบมากน้อยต่างกัน บางกลุ่มมีกองกำลังหลายพันคน บางกลุ่มมีเพียงไม่กี่ร้อยคน กลุ่มเหล่านี้ไม่มีเอกภาพ แม้ว่าจะสร้างแนวร่วมขึ้นมาแต่ไม่เป็นเอกภาพ ซ้ำร้ายยังมีข้อกล่าวหาว่าไม่เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง
            ความพยายามรวบรวมประชาชนฝ่ายต่อต้าน (เรียกว่าฝ่ายต่อต้านสายกลาง) ให้เป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นยุทธศาสตร์หนึ่ง หวังว่ากลุ่มจะเป็นตัวแทนประชาชนซีเรียทั้งประเทศเข้ารับอำนาจต่อจากรัฐบาลอัสซาด สันนิบาตอาหรับถึงกับให้ฝ่ายต่อต้านดังกล่าวได้ที่นั่งในสันนิบาตอาหรับแทนรัฐบาลอัสซาด

ในช่วงเวลาเดียวกัน เริ่มปรากฏกองกำลังติดอาวุธต่างชาติเข้าร่วมสงครามกลางเมือง กองกำลังเหล่านี้มาจากหลายกลุ่ม ประกอบด้วยสมาชิกจากหลายสิบประเทศ กลุ่มเหล่านี้เช่น Jabhat al-Nusra, Tawheed Brigade, Liwa al-Islam อ้างว่ากองกำลังของพวกเขามีมากกว่าฝ่ายต่อต้านสายกลาง และเป็นกลุ่มที่กำลังปะทะกับกองทัพรัฐบาลซีเรียอย่างจริงจัง
การเข้ามาของกองกำลังต่างชาติจำนวนมาก เป็นเหตุให้ประธานาธิบดีอัสซาดกล่าวว่ารัฐบาลกำลังต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย รัฐบาลหลายประเทศโดยเฉพาะซาอุดิอาระเบียกับตุรกีส่งเสริมสนับสนุนผู้ก่อการร้ายให้เข้ามาก่อเหตุในซีเรีย ให้เงินและอาวุธแก่องค์กรก่อการร้าย ส่วนชาติตะวันตกให้การสนับสนุนทางการเมืองแก่กลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้ ตราบใดที่ยังมีผู้ก่อการร้าย มีการก่อการร้าย ย่อมไม่สามารถแก้ไขด้วยสันติวิธี
อาหรับสปริงซีเรียที่เริ่มจากการลุกฮือของประชาชน กลายเป็นมีกองกำลังติดอาวุธต่างชาติเข้าร่วมสงครามกลางเมืองด้วย รัฐบาลอัสซาดจึงชี้ว่ากำลังทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ต่อต้านผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ
และแม้กองกำลังติดอาวุธต่างชาติจะสามารถยึดครองพื้นที่จำนวนไม่น้อย แต่ไม่อาจโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด

ตั้งแต่เกิดสงครามกลางเมือง มีการเจรจาแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง ประเด็นสำคัญที่สุดคือทำอย่างไรสงครามกลางเมืองจะยุติ ทั้งหมดติดขัดตรงที่ระบอบอัสซาดจะคงอยู่หรือพ้นจากอำนาจ แนวทางของรัฐบาลโอบามา รัฐอาหรับ มีข้อสรุปสุดท้ายว่าประธานาธิบดีอัสซาดต้องพ้นจากอำนาจ ส่วนประธานาธิบดีอัสซาดมีจุดยืนให้แก้ปัญหาด้วยวิถีทางการเมือง พร้อมปรับแก้รัฐธรรมนูญ สรรหาผู้นำประเทศคนใหม่ แต่ทั้งหมดต้องใช้วิธีลงประชามติ ผ่านการเลือกตั้ง และรัฐบาลอัสซาดจะต้องเป็นรัฐบาลรักษาการณ์และมีโอกาสบริหารประเทศต่อไปถ้าชนะการเลือกตั้ง
ข้อสรุปของการเจรจาคือ ไม่มีข้อสรุป
ซีเรียจัดการเลือกตั้งอีกครั้งเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2014 ประธานาธิบดีอัสซาดชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง ได้คะแนน 10.3 ล้านเสียง หรือเท่ากับร้อยละ 88.7 ของผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งสิ้นราว 11.6 ล้านเสียง จากประชาชนผู้มีสิทธิ์ทั้งสิ้น 15.8 ล้านคน ผู้สมัครที่ได้คะแนนอันดับ 2 กับ 3 ได้คะแนนเพียง 5 แสนกับ 3.7 แสนคะแนนเท่านั้น

ปัญหาแทรกซ้อนจากการปรากฏตัวของ IS :
            ในปี 2013 กองกำลัง ISIL หรือ ISIS เข้ารบในซีเรีย ไม่ต่างจากกองกำลังติดอาวุธกลุ่มอื่นๆ ที่จะแตกต่างคือ ISIL/ISIS เป็น 1 ใน 2 กลุ่มที่มีพลังมากที่สุด อีกกลุ่มคือ Al-Nusra Front
            นับวันความเข้มแข็งของ ISIL/ISIS ในซีเรียเป็นที่ประจักษ์มากยิ่งขึ้น สามารถสร้างเขตอิทธิพลของตนในหลายจุด โดยเฉพาะทางภาคตะวันออกของซีเรีย (ติดกับภาคตะวันตกของอิรัก) มิถุนายน 2014 กองกำลัง ISIL/ISIS เปิดฉากรุกใหญ่ในอิรัก สามารถยึดครองพื้นที่จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว และประกาศสถาปนา “รัฐอิสลาม” (Islamic State: IS)
            การปรากฏตัวของ IS/ISIL/ISIS เป็นเรื่องที่ประวัติศาสตร์โลกจะบันทึกไว้ ดังที่รับรู้กันทั่วไปว่า IS ไม่ใช่กองกำลังจากประเทศใดประเทศหนึ่ง ประกอบด้วยคนจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกราว 100 ประเทศ เป็นปรากฏการณ์น่าสนใจยิ่ง ถ้ามองเฉพาะในกรอบซีเรีย การปรากฏตัวของ IS ทำให้อาหรับสปริงซีเรียซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม บัดนี้สถานการณ์ในซีเรียจะลงเอยอย่างไรต้องดูว่า IS คิดอย่างไร ต้องการอะไร การประกาศสถาปนา “รัฐอิสลาม” ย่อมให้เชื่อว่า IS ตั้งใจอยู่อีกนาน

การปรากฏตัวของ IS และกลุ่มติดอาวุธนานาชาติทำให้กองทัพอัสซาดอ่อนแรงลงมาก สูญเสียพื้นที่ครอบครองหลายแห่ง รวมทั้งเขตอิทธิพลของฝ่ายต่อต้านสายกลางด้วย ก่อให้เกิดคำถามว่าหากระบอบอัสซาดล่ม หรือประธานาธิบดีอัสซาดก้าวลงจากอำนาจ ใครจะขึ้นแทน ฝ่ายต่อต้านสายกลางอ่อนแอเกินไป ชวนให้คิดว่า IS จะสามารถควบคุมกรุงดามัสกัสและพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ดังนั้น ถ้าล้มระบอบอัสซาดเท่ากับส่งมอบซีเรียให้กับผู้ก่อการร้าย IS
ทั้งรัฐบาลโอบามา รัฐอาหรับต้องคิดหนักในเรื่องนี้ แน่นอนว่ารัฐบาลโอบามาไม่ยอมเสี่ยงกับเรื่องนี้ เพราะจะถูกทั่วโลกตำหนิอย่างรุนแรงว่าดำเนินนโยบายส่งมอบซีเรียให้กับ IS
            อันที่จริงรัฐบาลโอบามาไม่ถึงกับส่งมอบซีเรียให้กับ IS แต่การประกาศหลายรอบว่าการต่อต้าน IS ต้องกินเวลาอีกหลายปี เท่ากับยืนยันว่า IS อยู่ได้อีกนาน
            แม้นานาชาติจะไม่ยอมรับการมีอยู่ของ “รัฐอิสลาม” ในทางพฤตินัย “รัฐอิสลาม” มีอยู่จริง มีเขตปกครองของพวกเขาจริง มีการบริหารจัดการทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ครบทุกมิติ ณ ขณะนี้ รัฐอิสลามเป็นรัฐแทรกซ้อนภายในประเทศซีเรีย

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป : อะไรคืออาหรับสปริงซีเรีย
นับจากมีนาคม 2011 สถานการณ์สงครามกลางเมืองซีเรียเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ มีตัวแสดงตัวใหม่เข้ามา ต่างมีเป้าหมายผลประโยชน์ของตนเอง เกิดคำถามว่าถ้าเราเรียกเหตุการณ์นี้ว่าคืออาหรับสปริงซีเรีย อะไรคือนิยามหรือความหมายของคำๆ นี้ ประเทศซีเรียในอนาคตจะเป็นของประชาชนซีเรียหรือไม่ จะได้รัฐบาลใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย เอาใจใส่สวัสดิภาพของพวกเขาหรือไม่
            ถ้ายึดว่าฝ่ายต่อต้านสายกลางคือตัวแทนของประชาชนซีเรียผู้ลุกฮือแต่ต้น ณ ขณะนี้พวกเขาอยู่ได้ด้วยความคุ้มครอง ความช่วยเหลือของรัฐบาลต่างชาติ ประเทศหลักๆ ได้แก่ สหรัฐ สมาชิกอียูบางประเทศ และรัฐอาหรับ เกิดคำถามอีกว่ารัฐบาลเหล่านี้กำลังทำเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขาจริงหรือไม่
            ประเด็นที่ตอบได้ค่อนข้างชัดคือชีวิตปัจจุบันและอนาคตของพวกเขาไม่เหมือนเดิม และไม่น่าเป็นอย่างที่คาดหวังตอนแรกเมื่อเริ่มก่อการประท้วง
และที่แน่นอนคือประเทศซีเรียกำลังแยกออกเป็นหลายส่วนชัดเจนยิ่งขึ้นทุกขณะ รวมทั้ง “รัฐอิสลาม” ที่สหประชาชาติประกาศว่าเป็นองค์กรผู้ก่อการร้าย
------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
ข่าวตุรกีโจมตี IS เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตุรกี เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลตุรกีลังเลใจที่จะร่วมต้าน IS อย่างจริงจัง ปฏิบัติการครั้งนี้ดำเนินร่วมกับการโจมตี PKK ด้วย เรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ของตุรกีโดยตรง และเมื่อวิเคราะห์ในภาพที่ใหญ่ขึ้น การจัดการ IS PKK ไม่ใช่เพียงการต่อต้านก่อการร้ายสากล (IS) หรือผู้ก่อการร้ายภายในประเทศ (PKK) แต่เชื่อมโยงกับประเทศซีเรียโดยตรง เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์แบ่งแยกประเทศนี้

           ข้อมูลจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ ประเมินว่ามีชาวต่างชาติจากกว่า 90 ประเทศ จึงดูเหมือนว่า IS คือผู้ก่อการร้ายนานาชาติ ซึ่งมีส่วนถูกต้อง แต่หากพิจารณาจากสัดส่วนของสมาชิก สมาชิก IS ส่วนใหญ่เป็นชาวอิรัก มีพื้นเพเป็นพวกซุนนี ความเข้าใจเรื่องนี้มีความสำคัญ ผูกโยงกับเหตุการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะสถานการณ์ในอิรัก ข้อเขียนชิ้นนี้จะอธิบายความเกี่ยวโยงเหล่านี้ ช่วยให้เข้าใจสถานการณ์อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

สนใจอีบุ๊ค คลิกที่รูป

บรรณานุกรม:
1. Bashar al-Assad Interview: The Fight against Terrorists in Syria. (2014, January 21). Global Research. Retrieved from http://www.globalresearch.ca/bashar-al-assad-interview-the-fight-against-terrorists-in-syria/5365613
2. Dr. Bashar Hafez al-Assad wins post of President of Syria with sweeping majority of votes at 88.7%. (2014, June 4). SANA. Retrieved from http://www.sana.sy/eng/393/2014/06/04/548613.htm
3. Interview Given by President al-Assad to Lebanese Al-Manar TV. (2013, May 31). SANA. Retrieved from http://sana.sy/eng/21/2013/05/31/485037.htm
4. Jabhat al-Nusra's rising in Syria. (2013, May 19). Al Jazeera. Retrieved from http://www.aljazeera.com/indepth/features/2013/05/20135161073885661.html
5. Laub, Zachary., & Masters, Jonathan. (2013, September 11). Syria's Crisis and the Global Response. Council on Foreign Relations. Retireved from http://www.cfr.org/syria/syrias-crisis-global-response/p28402
6. Lynch, Marc. (2012). The Arab Uprising: The Unfinished Revolutions of the New Middle East. NY: Publicaffairs.
7. Masters, Jonathan. (2013, Septmeber 11). Syria's Crisis and the Global Response. Council on Foreign Relations. Retrieved from http://www.cfr.org/syria/syrias-crisis-global-response/p28402
8. Obama to ask Congress to approve strike on Syria. (2013, August 31) Market Watch. Retrieved from  http://www.marketwatch.com/story/obama-to-ask-congress-to-approve-strike-on-syria-2013-08-31
 9. Opposition takes Syria seat at Arab League summit. (2013, March 26). FRANCE24/AP. Retrieved from http://www.france24.com/en/20130326-syria-opposition-arab-league-seat-summit
10. Prashad, Vijay. (2012). Arab Spring, Libyan Winter. USA: AK Press.
11. Sly, Liz. (2013, September 25). Largest Syrian rebel groups form Islamic alliance, in possible blow to U.S. influence. The Washington Post. Retrieved from http://www.washingtonpost.com/world/middle_east/largest-syrian-rebel-groups-embrace-islamic-alliance-in-possible-blow-to-us-influence/2013/09/25/f669629e-25f8-11e3-9372-92606241ae9c_story.html
12. Syria accuses the west of pouring arms into the hands of terrorists. (2014, January 22). The Guardian. Retrieved from http://www.theguardian.com/world/2014/jan/22/syria-west-terror-montreux-talks
13. U.S. Department of State. (2011, November 9). U.S Policy on Syria. Retrieved from http://www.state.gov/p/nea/rls/rm/176948.htm
14. The White House. (2013, April 26). Press Briefing by Press Secretary Jay Carney. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2013/04/26/press-briefing-press-secretary-jay-carney-4262013
--------------------------------

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ยุทธศาสตร์แบ่งแยกประเทศซีเรีย (1)

2 สิงหาคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6843 วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2218380)

            ยุทธศาสตร์แบ่งแยกประเทศซีเรียที่จะนำเสนอเป็นเรื่องราวซับซ้อน เกี่ยวข้องกับการโค่นล้มระบอบประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด (Bashar al-Assad) แห่งซีเรีย สงครามกลางเมืองซีเรียที่ดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่มีนาคม 2011 เริ่มจากการชุมนุมอย่างสงบของชาวซีเรียกลุ่มหนึ่ง กลายเป็นเหตุปะทะด้วยอาวุธ บานปลายเป็นสงครามกลางเมือง มีกองกำลังติดอาวุธต่างชาติราว 100 ประเทศเข้าร่วมสงครามนี้ รวมทั้งการปรากฏตัวของ IS/ISIL/ISIS
สงครามกลางเมืองซีเรียจึงไม่ใช่เรื่องของเฉพาะชาวซีเรียอีกต่อไป หลายประเทศเข้าเกี่ยวข้อง แต่ละประเทศมีเป้าหมายของตนเอง มีความร่วมมือของหลายประเทศ เกิดยุทธศาสตร์ที่ใหญ่กว่าแผนของแต่ละประเทศ มีตัวแสดงมากมาย เพียงคำว่าชาวเคิร์ด มี 3 เคิร์ด คือชาวเคิร์ดตุรกี เคิร์ดซีเรีย และเคิร์ดอิรัก แต่ละกลุ่มยังแยกย่อยออกเป็นพรรคหรือกลุ่มย่อย รวมความแล้วเคิร์ดทั้ง 3 กลุ่มมีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกัน เช่นเดียวกับตัวแสดงระดับรัฐ
            ยุทธศาสตร์แบ่งแยกประเทศซีเรียจึงมีรายละเอียดปลีกย่อยมาก มีทั้งนโยบายของแต่ละประเทศ และยุทธศาสตร์ใหญ่ที่ทับซ้อนกัน มีตรรกะที่สอดคล้องกับขัดแย้ง สะท้อนการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ตามบริบทที่เปลี่ยนไป ผลประโยชน์ร่วมและความขัดแย้ง

ตุรกีเปิดฉากถล่ม IS ทางอากาศ :
24 กรกฎาคม รัฐบาลตุรกีเปิดฉากถล่ม IS ในซีเรียและกลุ่ม PKK ทางตอนเหนือของอิรักด้วยกำลังทางอากาศ พร้อมกับนี้รัฐบาลได้ทำการปราบปรามจับกุมพวก IS PKK ทั่วไปประเทศ เรเจพ แอร์โดกาน (Recep Erdogan) ประธานาธิบดีตุรกีประกาศว่าผู้ก่อการร้ายทั้งหลายต้องวางอาวุธ มิเช่นนั้นจะได้รับผลตามมา ย้ำว่ารัฐบาลไม่สามารถเจรจาสันติภาพกับผู้ทำลายเอกภาพประเทศ
ตุรกีเป็นสมาชิกนาโต ชาติสมาชิกนาโตหลายประเทศเข้าร่วมยุทธการต่อต้าน IS ตามแผนที่วางร่วมกับสหรัฐ แต่ที่ผ่านมาตุรกีไม่กระตือรือร้นมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ปฏิบัติการถล่มและจับกุมสมาชิก IS เป็นปฏิบัติการที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ชี้ว่ารัฐบาลตุรกีได้ปรับเปลี่ยนแผนของตนครั้งใหญ่ เป็นหลักฐานบ่งชี้อย่างหนึ่งว่ายุทธศาสตร์หรือนโยบายต่อสงครามกลางเมืองซีเรียกำลังเปลี่ยนไป
            อนึ่ง มีตัวแสดงสำคัญบางตัวสมควรนำเสนอเพื่อความเข้าใจ คือ PKK YPG และ PYD ดังนี้

Kurdistan Workers Party (PKK) :
            PKK เป็นชื่อย่อจากภาษาตุรกี “Partiya Karkeren Kurdistan” แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Workers’ Party of Kurdistan หรือ Kurdistan Workers Party แปลเป็นไทยน่าจะเป็น “พรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน” หรือ “พรรคกรรมกรเคอร์ดิสถาน”
Martin Bruinessen ชี้ว่าเป็นกลุ่มที่นิยมความรุนแรงมากที่สุดหมู่เคิร์ดตุรกี นับจากทศวรรษ 1980 เป็นต้นมากลายเป็นกลุ่มอันตราย ปะทะกับทางการเรื่อยมา เฉพาะช่วงปี 1984–1999 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตราว 35,000 ราย (เฉลี่ยปีละ 2,300 ราย)

            ประวัติของกลุ่มเริ่มจากการเคลื่อนไหวของนักศึกษาเคิร์ดในตุรกีตอนทศวรรษ 1970 พวกเขาเห็นว่าชาวเคิร์ดถูกกดขี่ จึงเรียกร้องเสรีภาพ ปลุกระดมให้เยาวชนเคิร์ดทั่วประเทศลุกขึ้นต่อสู้ ในปี 1978 จัดตั้งพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการ อับดุลเลาะห์ โอคาลัน (Abdullah Ocalan) เป็นประธานพรรค PKK คนแรกและกุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ ยึดแนวทางต่อสู้และบริหารแบบสังคมนิยมสตาลิน
            อุดมการณ์ของพรรคในช่วงนั้นเป็นสังคมนิยมผสมกับชาตินิยม มักจัดชุมนุมประท้วงและปะทะกับรัฐบาล
            กันยายน 1980 เกิดรัฐประหาร กองทัพเข้ายึดอำนาจและปราบปรามกลุ่มสุดโต่งต่างๆ รวมทั้ง PKK รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (1982) ไม่อนุญาตให้มีพรรคการเมืองที่ยึดเชื้อสาย ในปี 1983 รัฐประกาศห้ามใช้ภาษาเคิร์ด ท่ามกลางการปราบปรามอย่างหนัก ประธานโอคาลันหนีออกจากประเทศโดยได้รับความช่วยเหลือจากปาเลสไตน์กับซีเรีย พวกเขามีฐานที่มั่นของตนเอง ทั้งในซีเรียกับปาเลสไตน์ ในเวลาต่อมาย้ายไปอยู่ทางตอนเหนือของอิรัก (ติดแนวพรมแดนทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี ปัจจุบันยังคงอยู่)
            ในปี 1984 กองกำลังติดอาวุธ PKK เข้าโจมตีเป้าหมายในตุรกีหลายจุด กองทัพตุรกีพยายามปราบปราม มีข้อมูลว่าหมู่บ้านเคิร์ดนับพันแห่งถูกทำลายราบ รัฐบาลใช้กำลังทางอากาศโจมตีฐานที่มั่น PKK ในอิรัก รวมถึงการส่งทหารทำการรบทางภาคพื้นดิน แต่ไม่อาจหยุดยั้ง PKK ต่อมารัฐบาลตุรกีปรับแผนใช้วิธีระดมชาวเคิร์ดในตุรกีเพื่อต้านทานพวก PKK (ให้ชาวเคิร์ดรบกันเอง) พวกเคิร์ดหลายเผ่าให้ความร่วมมือ สามารถระดมกำลังได้ถึง 65,000 นาย ในช่วงนั้นพวกเคิร์ดแบ่งแยกอย่างรุนแรง

            เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 1990 PKK ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ ประกาศเป้าหมายสถาปนารัฐเคอร์ดิสถาน (Kurdistan) โดยยึดหลักอิสลามมากขึ้นแทนลัทธิสังคมนิยม (เป็นช่วงเวลาเดียวกับสิ้นสุดสหภาพโซเวียต เกิดสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก) ลดความรุนแรง หันมาสร้างแนวร่วมในหมู่ชาวเคิร์ดด้วยกัน
ด้านรัฐบาลตุรกียังคงปราบปราม PKK อย่างต่อเนื่องแม้ PKK จะขอเจรจาหยุดยิง นอกจากนี้ รัฐบาลตุรกีพยายามกดดันซีเรียด้วย เพราะเป็นผู้ให้การสนับสนุน

            ในปี 1999 ประธานโอคาลันถูกจับกุมในเคนยาและส่งตัวมายังตุรกี โอคาลันขอให้พลพรรควางอาวุธ สมาชิก PKK จำนวนมากถอยออกจากตุรกีกลับไปยังภาคเหนืออิรักดังเดิม ศาลตัดสินจำคุกโอคาลันตลอดชีวิต โอคาลันเห็นว่าปัญหาชาวเคิร์ดจะต้องแก้ไขด้วยการให้ตุรกีเป็นสมาพันธ์รัฐประชาธิปไตย (democratic confederalism) เคิร์ดมีอิสระปกครองตนเองภายใต้ประเทศตุรกี
            เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 2000 สิทธิของเคิร์ดดีขึ้น มีรายการโทรทัศน์วิทยุของตนเอง เน้นเรียกร้องสิทธิทางการเมืองและวัฒนธรรม เกิดพรรคการเมืองใหม่ๆ และเข้าร่วมในระบบการเมืองตุรกี
ทั้งรัฐบาลตุรกี สหรัฐ และอียูประกาศว่า PKK เป็นองค์กรก่อการร้าย

PYD กับ People's Protection Units (YPG) :
PYD หรือ Partiya Yekita ya Demokratik (Democratic Union Party) เป็นพรรคการเมืองของพวกเคิร์ดในซีเรีย ส่วน People's Protection Units (YPG) คือกองกำลังติดอาวุธของ PYD ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐและพันธมิตรเพื่อต่อต้าน IS/ISIL/ISIS
            เป็นที่ยอมรับว่า PYD เป็นพันธมิตรกับ PKK (หรือเคิร์ดซีเรียกลุ่มหนึ่งเป็นพันธมิตรกับเคิร์ดตุรกีกลุ่มหนึ่ง)
ข้อมูลบางแหล่งชี้ว่า PYD ไม่ใช่ใครอื่น เป็นองค์กรที่ประธานโอคาลันก่อตั้ง แม้ว่า PYD จะมีผู้นำของตนเองคือ Salih Muslim แต่การแสดงออกของ Salih Muslim บ่งชี้ว่าโอคาลันมีอำนาจเหนือหรือมีอิทธิพลต่อท่านมาก
PYD ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง รายงานของ Human Rights Watch ฉบับปี 2014 ชี้ว่าพวกเขาจับตัวเรียกค่าไถ่ สังหารผู้คน ตั้งศาลเตี้ย จับกุมคนโดยไม่มีข้อหา ทำการทรมาน
            นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่า PKK ยังไม่สามารถสร้างเขตปกครองตนเองของเคิร์ดตุรกี แต่ฉวยโอกาสการปรากฏตัวของ IS สร้างเขตปกครองของเคิร์ดซีเรียภายใต้ปฏิบัติการของ PYD

ปัญหาระหว่างสหรัฐกับตุรกี :
ตุรกีเป็นสมาชิกนาโตตั้งแต่ปี 1952 หรือตั้งแต่เริ่มสงครามเย็น ในสมัยนั้นรัฐบาลมุ่งปิดล้อมอิทธิพลของโซเวียตตามยุทธศาสตร์ปิดล้อมของสหรัฐ แต่ทันทีที่สิ้นสงครามเย็น สหรัฐกลับเป็นตัวปัญหาแก่ตุรกี
ปัญหาระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับตุรกีกลายเป็นประเด็นสำคัญตั้งแต่เริ่มสงครามอ่าวเปอร์เซีย 1991 เพราะชาติตะวันตกประกาศนโยบายปกป้องพวกเคิร์ดอิรักที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ อันเป็นที่ตั้งของพวกเคิร์ดตุรกีที่มีฐานที่มั่นในบริเวณดังกล่าวด้วย (แต่ค่อนมาทางพรมแดนตุรกี) ณ ขณะนั้นรัฐบาลตุรกีเชื่อว่าสักวันเคิร์ดในประเทศตนจะประกาศแยกตัวออกจากประเทศ
            รัฐบาลตุรกีไม่ชอบซัดดัม ฮุสเซน แต่ยอมรับว่าอิรักภายใต้ซัดดัมทำให้ภาคใต้ของตนมั่นคง และเชื่อว่าหากสหรัฐโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซนจะยิ่งเป็นเหตุให้พวกเคิร์ดตุรกีแข็งแกร่ง ความหวาดวิตกเป็นจริง อิรักในยุคสิ้นซัดดัมกลายเป็นประเทศอ่อนแอ แบ่งแยก บริบทดังกล่าวเอื้อให้ PKK เข้มแข็งขึ้นมาก นับจากปี 2003 PKK เริ่มก่อเหตุร้ายในประเทศอีก รัฐบาลตุรกีพยายามของให้สหรัฐช่วยปราบปราม PKK หรืออย่างน้อยช่วยเปิดไฟเขียวให้ แต่ฝ่ายสหรัฐลังเลใจ
            ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศจึงตึงเครียดเรื่อยมา

            พฤศจิกายน 2007 สัมพันธ์ 2 ประเทศดีขึ้นเมื่อนายกฯ แอร์โดกาน (ตำแหน่งในขณะนั้น) เยือนสหรัฐ ผลการเจรจาประธานาธิบดีบุชสนับสนุนการปราบปราม PKK ด้วยการให้การข่าวที่จำเป็น ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องปราบปราม PKK ในขอบเขตจำกัดเท่านั้น รัฐบาลตุรกีปฏิบัติตามสัญญา
            นับจากนั้นเป็นต้นมา ประเด็นการปราบปราม PKK เป็นเครื่องทดสอบว่ารัฐบาลสหรัฐสนับสนุนรัฐบาลตุรกีมากน้อยเพียงใด หากสหรัฐจะขอความร่วมมือใดๆ จะต้องมีประเด็น PKK เป็นข้อต่อรองจากรัฐบาลตุรกี และรัฐบาลตุรกีจะต่อต้านอย่างรุนแรงหากสหรัฐสนับสนุนหรือเป็นเหตุให้ PKK เข็มแข็ง เช่น สนับสนุนพวกเคิร์ดเพื่อต่อต้าน IS

สรุป :
ข้อมูลในอดีตล้วนบ่งชี้ความสัมพันธ์ PKK PYD รัฐบาลตุรกีกับสหรัฐ ปฏิบัติการถล่ม IS กับ PKK ด้วยกำลังทางอากาศในระยะนี้เชื่อมโยงกับเรื่องราวในอดีต พอได้เค้าลางแล้วว่าเคิร์ดซีเรียต้องการแบ่งแยกดินแดน อย่างน้อยขอปกครองตนเอง ประเด็นเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ รัฐบาลแอร์โดกานแสดงท่าทีกังวลตั้งแต่สมัยสงครามอ่าวเปอร์เซีย 1991 แล้ว
-------------------------

บรรณานุกรม:
1. Bruinessen, Martin. (2004). KURDISTAN WORKERS PARTY (PKK). In The Encyclopedia of the Modern Middle East and North Africa. (2nd Ed., pp.1342-1344). USA: Thomson Gale
2. Gunter, Michael M. (2011). Historical Dictionary of the Kurds (2nd Editions). Maryland Scarecrow Press.
3. Kurdish peace impossible: Erdogan. (2015, July 29). The Peninsula. Retrieved from http://thepeninsulaqatar.com/news/middle-east/348825/kurdish-peace-impossible-erdogan
4. Larrabee, F. Stephen. (2008). Turkey as a U.S. Security Partner. USA: RAND Corporation.
5. Oktar, Adnan. (2015, July 8). Prevent the rise of a North Korea-style Kurdish dictatorship. The Jerusalem Post. Retrieved from http://www.jpost.com/Opinion/Prevent-the-rise-of-a-North-Korea-style-Kurdish-dictatorship-408405
6. Rabasa, Angel., & Larabee, F. Stephen. (2008). The Rise of Political Islam in Turkey. USA: RAND Corporation.
7. Stokes, Jamie (Editor). (2009). Kurds. In Encyclopedia of The Peoples of Africa and the Middle East. New York: Infobase Publishing.
8. Yeginsu, Ceylan. (2015, July 25). Turkey Attacks Kurdish Militant Camps in Northern Iraq. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2015/07/26/world/middleeast/turkey-attacks-kurdish-militant-camps-in-northern-iraq.html?_r=0
--------------------------------