Middle East

ตะวันออกกลาง (รวมประเทศลิเบีย อียิปต์ อัฟกานิสถาน)
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2026
Modern conflicts are no longer decided by sheer firepower alone; they are brutal endurance tests of economic resilience and domestic political capital. As the high-stakes November 2026 U.S. midterms draw near, a critical question looms: Will Tehran fracture from within under compounding domestic pressure, or will Washington fold to survive at the ballot box?
Iran’s seven conditions rest firmly upon the principles of Westphalian Sovereignty—the legal equality of states and the inviolability of borders under international law. Washington, by contrast, views the arena strictly through the lens of Hegemonic Stability Theory and raw power politics.
Tehran remains unyielding, refusing to capitulate or accept asymmetric ceasefire terms. It demands binding security guarantees for both Iran and Hezbollah, alongside the comprehensive and unconditional lifting of all economic sanctions.
If Iran does not wipe Israel off the map, Israel must overthrow the Iranian Shia regime... These extremist stances, long and clearly declared by both sides, are dragging the Middle East into an endless war, even at a time when the United States might want to pull back.
It is universally understood that a prolonged conflict deepens economic damage. For certain nations, these external shocks exacerbate already fragile domestic conditions, accelerating economic deterioration.
While Congress has yet to mount serious opposition to the war in Iran, plummeting approval ratings and worsening economic indicators reveal deep public dissatisfaction with the Trump administration—a discontent poised to intensify if the conflict drags on or spins out of control.
As long as Washington defines "peace" as unconditional surrender without offering reciprocal security guarantees, true peace in the Middle East will remain a mirage.
Every actor in the 2026 Middle East conflagration is driven by non-negotiable strategic imperatives. But the question haunting the international community is deceptively simple: Have any of them actually gotten what they want? And more critically, will the current diplomatic trajectory produce a durable settlement—or merely a fragile armistice that buys time before the next rupture?
While the White House equates power and coercion with stability, the international community views them as catalysts for global catastrophe. By 2026, the very concept of a "U.S. ally" has been hollowed out, reducing once-valued partners to mere pawns subservient to the whims of a hyper-unilateral superpower.
The United States may secure short-term tactical objectives, but it does so at the absolute expense of its global standing—a clear indication that the U.S. is facing a profound "strategic defeat."
Amid escalating tensions between Iran, the US, and Israel, Beijing is practicing a masterclass in "active neutrality." Refusing to be dragged into the fray, China is fiercely protecting its strategic autonomy. Rather than picking up arms, the Dragon is projecting power where it matters most: through commerce, diplomacy, and multilateral statecraft.
ต้องกำจัดผู้นำอีกมากจนกว่าอิทธิพลของพวกยอมนบนอบสหรัฐเหนือกว่า นี่คือแผนการรบของสหรัฐกับอิสราเอลที่จะเอาชนะโดยไม่ต้องส่งทหารเข้ายึดพื้นที่
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2025
ซาอุฯ เป็นชาติที่สามารถกำหนดอนาคตตนเองได้ด้วยปัญญาประดิษฐ์ เป็นต้นแบบแก่ชาวอาหรับและโลกมุสลิมทั้งปวง
รัฐบาลอิสราเอลกับสหรัฐหวังร่วมกันครองตะวันออกกลาง โดยที่อิสราเอลเป็นฝ่ายใช้กำลัง นี่คือระเบียบตะวันออกกลางในศตวรรษที่ 21
The Israel-Iran war is simply the latest empirical validation that the United States and the Israeli security establishment operate in absolute lockstep, bound by a shared, unyielding strategy to dominate and permanently reshape the Middle Eastern order.
อิสราเอลอ้างทำสงครามเพื่อป้องกันตนเอง ตามยุทธศาสตร์ชิงลงมือก่อน อาหรับเป็นปัจจัยสำคัญสกัดสงครามยืดเยื้อ ทำไมต้องทนรับผลกระทบจากสงครามที่ไม่ได้ก่อ
ถ้าอิสราเอลชี้ว่าความปลอดภัยของชีวิตสำคัญ ไม่อาจปล่อยให้ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ชีวิตหลังความตายของชีอะห์ยิ่งสำคัญกว่า มุสลิมต้องปกป้องยิ่งชีพ
สงครามอิสราเอล-อิหร่านสามารถตีความว่าเป็นสงครามไซออนิสต์-ชีอะห์ ที่พูดถึงกันนานแล้ว และเป็นจริงในปี 2025 นี้
ในมุมอิสราเอล เป้าหมายสุดท้ายต้องล้มระบอบอิหร่านให้จงได้ ถ้าอยากจะเข้าใจการเจรจา ต้องเข้าใจเป้าหมายของกันและกัน
มาจากแผนระยะยาวที่ตั้งใจว่าวันหนึ่งจะต้องล้มระบอบอิหร่านให้จงได้ รัฐบาลทรัมป์มาแล้วก็ไปแต่ความตั้งใจล้มอิหร่านจะอยู่ต่อไป
A close examination of the structural fault lines in the Middle East from 2025 to the present reveals a definitive geopolitical shift: the era of American unipolarity has drawn to a close. The region is undergoing a profound multipolar reordering.
การเจรจารอบปี 2025 คือการเริ่มเล่นงานอิหร่านอีกครั้ง อาจต่างกันที่รายละเอียดวิธีการตามบริบทล่าสุด เป้าหมายสุดท้ายคือล้มระบอบอิหร่าน
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2024
While the geopolitical nuances of the Syrian civil war remain fiercely complex, its root cause is a timeless axiom of political science: when a state is treated as the private property of a few, and the many are stripped of their civic stake, a systemic political explosion is not a matter of coincidence, but merely a matter of time.
สงครามกลางเมืองที่ดำเนินมาเกือบ 14 ปียังไม่จบ สาเหตุหนึ่งเพราะมีรัฐบาลต่างชาติสนับสนุนฝ่ายต่อต้านกับกลุ่มก่อการร้าย HTS เป็นปรากฎการณ์ล่าสุด
While Netanyahu continues to project an image of an Israel committed to peaceful coexistence, global backlash is only intensifying. Much of this friction is undeniably self-inflicted—a direct consequence of Israel’s operational conduct on the ground. The result is a glaring geopolitical paradox: a stark disconnect between polished diplomatic rhetoric and a gritty kinetic reality.
บัดนี้สถานการณ์ชี้ชัดแล้วว่าอิสราเอลกำลังจัดการฮิซบอลเลาะห์ต่อจากฮามาส ทำลายอิหร่านกับสมุนให้เสียหายหนัก
อิสราเอลสังหารผู้นำฮามาสหลายคนหลายระดับ เช่นเดียวกับที่ฮามาสสามารถสังหารผู้นำกองทัพอิสราเอลหรือลูกหลานผู้นำหลายคนเช่นกัน
ยืนยันเจตนารมณ์ของนานาชาติที่ “ขัดแย้ง” อิสราเอล สหรัฐและพวก สะท้อนว่าระเบียบโลกเก่าที่สหรัฐเป็นแกนนำกำลังสั่นคลอน
ไม่มีฝ่ายใดสำเร็จตามเป้าหมายที่ประกาศอย่างสมบูรณ์แต่ได้บางเรื่องสำคัญตามต้องการ ทั้งหมดเกิดขึ้นบนความสูญเสียของชาวกาซาล้านคน
การปลดปล่อยปาเลสไตน์เป็นประเด็นที่สัมพันธ์กับศาสนา เชิดชูอิหร่าน เป็นเหตุผลว่าทำไมอิหร่านจึงแสดงบทบาทเข้มแข็งโดดเด่นไม่หยุด
ฮามาสทำศึกกับอิสราเอลได้ครึ่งปี เกิดสงครามตัวแทนระหว่างอิสราเอลกับกองกำลังที่อิหร่านสนับสนุน คราวนี้ถึงรอบอิหร่านปะทะกับอิสราเอลโดยตรงแล้ว
ถ้าพุ่งความสนใจสถานการณ์ล่าสุดดูเหมือนว่ารัฐบาลไบเดนขัดแย้งเนทันยาฮู แต่หากมองภาพใหญ่จะพบว่านับวันพื้นที่ปาเลสไตน์ลดน้อยลงทุกทีและกำลังจะเป็นเช่นนี้อีกที่กาซา
รัฐบาลสหรัฐเสนอร่างมติให้กาซาหยุดยิง เป็นมิติใหม่ที่ใช้ UNSC กดดันอิสราเอล แต่เรื่องนี้มีความแหลมคมซ่อนอยู่ แท้จริงแล้วเป็นการช่วยอิสราเอลมากกว่า
สมรภูมิกำลังขยายตัวจากฉนวนกาซา-อิสราเอลออกไปสู่อีกหลายจุดในตะวันออกกลาง ยกระดับความขัดแย้ง ดึงกองทัพสหรัฐกับพวกเข้ารบโดยตรง
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2023
รัฐบาลไบเดนชี้อิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องมากขึ้นทุกที น่าติดตามว่าศึกฮามาส-อิสราเอลจะกลายเป็นศึกอิหร่าน-สหรัฐอย่างเต็มตัวหรือไม่
ถ้าการรบภาคพื้นดินที่เยนเมนเกิดขึ้น บทบาทของฮูตีจะเด่นดังกว่านี้ สหรัฐกับพันธมิตรยุโรปเข้าร่วมรบโดยตรง เป็นอีกสมรภูมิหนึ่งและสัมพันธ์กับรัฐบาลอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อโลกในวงกว้าง
ไม่ว่าจะประกาศดังๆ หรือกระซิบเบาๆ รัฐบาลเนทันยาฮูกับไบเดนจะถูกประณามว่า “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ” “ละเมิดสิทธิมนุษยชน” “ขาดมนุษยธรรม”
บางคนอาจคิดว่าหากอิสราเอลยึดกาซา จัดการพวกฮามาสได้ถือว่าอิสราเอลชนะ ความจริงแล้วจะแพ้หรือชนะขึ้นกับ “เป้าหมาย” ที่ต้องการ
รัฐบาลเนทันยาฮูประกาศไม่ยึดครองกาซาแต่คำนี้ไม่ได้หมายความว่าทหารอิสราเอลจจะไม่อยู่ยาว อาจอยู่ต่ออีกนานเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย
ความจริงคือนานาชาติยอมรับอธิปไตยอิสราเอลมากขึ้น รวมทั้งจากพวกชาติอาหรับด้วย ทั้งๆ ที่ทุกคนรับรู้ว่าอิสราเอลยึดปาเลสไตน์ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ
สถานการณ์ฉนวนกาซาจะเป็นแสดงความเป็นไปของโลก หลักคิดของอิสราเอล ฮามาส ฮิซบอลเลาะห์และประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
ฮามาสคือพวกของอิหร่าน หากอิสราเอลต้องการจัดการภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดของตน การจัดการฮามาสเหมือนการตัดแขนข้างหนึ่งของอิหร่าน
สถานการณ์ภูมิภาคกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอีกครั้งเมื่อฮามาสบุกเข้าอิสราเอล เป็นอีกหลักฐานที่ตอกย้ำว่าโอกาสสร้างสันติภาพถาวรมีน้อยเหลือเกิน
ท้ายที่สุดกลับสู่คำถามว่าทำไมผ่านไปกว่า 3 ทศวรรษจึงยังไม่เกิดแผนสันติภาพ ไม่เกิดทวิรัฐ น่าคิดว่าสภาพเช่นนี้แหละที่รัฐบาลอิสราเอลเห็นว่าเหมาะสมแล้ว
การพัฒนาเกิดขึ้นเมื่อมีสันติภาพ บรรยากาศเอื้อการค้าการลงทุน สภาพเช่นนี้ย่อมดีกว่าภูมิภาคที่ตึงเครียดพร้อมเกิดสงครามดังเช่นที่เคยเกิดกับภูมิภาคตะวันออกกลางมาแล้วหลายครั้ง
In today's Middle Eastern theater, a comparative analysis of the balance of power between Iran and Israel reveals Israel’s growing strategic isolation. As long as hawkish Zionism continues to dictate Israeli policy, the prospect of Saudi Arabia officially normalizing diplomatic relations remains highly improbable.
การปรับสัมพันธ์อิหร่าน-ขั้วซาอุฯ ทำให้สถานการณ์ตะวันออกกลางเปลี่ยนครั้งใหญ่ ยากที่สหรัฐจะทำสงครามและดึงอาหรับรบอิหร่าน
แทนความขัดแย้งควรสร้างบรรยากาศการพัฒนา สันนิบาตอาหรับยินดีร่วมมือกับทุกมหาอำนาจ ทุกศาสนาเชื้อชาติ นี่คือจุดยืนของชาติอาหรับที่คิดและทำเพื่อตัวเอง เป็นสิทธิที่พลเมืองอาหรับควรได้รับ
ไซออนิสต์มีอิทิพลมากจริงแต่อ่อนแอลง เหตุการณ์เนทันยาฮูยอมถอยระงับการปฏิรูประบบศาล ชี้ว่าไซออนิสต์พ่ายฝ่ายประชาธิปไตยหนึ่งยก
Under Benjamin Netanyahu, Israel’s political landscape has morphed from a domestic tug-of-war over "judicial reform" into a full-blown polycrisis—a perfect storm of active warfare, existential anxiety, and unprecedented international legal scrutiny. At its core, this is a fierce clash: an executive branch desperate to centralize and cling to power versus a coalition of civil society and security institutions fighting to preserve the rule of law.
เนทันยาฮูเป็นนายกฯ มาแล้วหลายสมัยแต่รอบนี้แตกต่างเพราะพรรคร่วมเป็นขวาจัด ส่อแววขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน และดูเหมือนว่ารัฐบาลชุดใหม่วางแผนล่วงหน้า
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2022
จีนไม่ใช่ผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่แต่กำลังเข้าไปมีส่วนร่วมกิจการด้านพลังงานของซาอุฯ โดยที่รัฐบาลซาอุฯ เปิดทางให้ อุตสาหกรรมพลังงานซาอุฯ จึงร่วมมือกับชาติตะวันตกและจีนพร้อมกัน
This sweeping strategic partnership transcends traditional bilateral frameworks, signaling a profound recalibration of global alliances and the accelerating transition toward a multipolar world order.
เป็นธรรมดาที่จะมีผู้แข็งแรงกับอ่อนแอกว่า รัฐบาลสหรัฐอาศัยอิสราเอลกับซาอุฯ ที่แข็งแรงและเป็นพันธมิตรของตนช่วยควบคุมกำกับภูมิภาคตะวันออกกลาง
As Washington and Riyadh pursue divergent geopolitical paths, the United States' drive to maintain global hegemony increasingly compels Saudi Arabia to assert its sovereignty and defend the foundational tenets of Islam.
หากมองว่ายิวไม่ใช่ศาสนาหรือชาติพันธุ์ที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้ ซาอุฯ ในยุคนี้กำลังประกาศว่าสามารถอยู่ร่วมกับทุกศาสนาทุกเชื้อชาติ เป็นไปตามคำสอนอิสลาม
While international critics will inevitably continue to scrutinize its human rights record and ideological past, Riyadh’s underlying strategy remains crystal clear: preserve the monarchy as the bedrock of social stability while purging extremism to reclaim the country's authentic Islamic roots.
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2021
ตาลีบัน 2021 หวังสร้างประเทศที่รุ่งเรืองเป็นเอกภาพซึ่งจะต้องไม่แบ่งแยกด้วยกองกำลังใดๆ อีก และยอมรับสิ่งต่างๆ ที่หลั่งไหลเข้ามาจากต่างแดน เป็นความท้าทายไม่ต่างจากหลายประเทศ
20 ปีที่สหรัฐกับพวกทำสงครามในอัฟกานิสถาน ทุ่มเทงบประมาณนับล้านล้านดอลลาร์ สุดท้ายประวัติศาสตร์หน้านี้อาจเขียนว่าพวกตาลีบันต่อต้านต่างชาติอย่างทรหดถึง 20 ปีจนได้ชัยชนะ
กองทัพถอนตัวหลังเสร็จศึกเป็นเรื่องปกติ อัฟกานิสถานคือพื้นที่สมรภูมิเพื่อรักษาหรือแสดงความเป็นมหาอำนาจของสหรัฐ เป้าหมายสำคัญคือสหรัฐยังคงเป็นความเป็นมหาอำนาจของตน
The collapse of the Islamic Republic of Afghanistan in August 2021 delivered a brutal truth: the democratic government in Kabul survived solely on American firepower and cash. Once again, top-down "exported democracy" suffered a crushing defeat at the hands of deeply entrenched local realities. Years into reinstated Taliban rule, it is glaringly clear that Washington’s two-decade political experiment was a fragile illusion built on borrowed time.
รัฐอิสลามของตาลีบันจะเป็นที่จับตาของนานาชาติอีกนาน ทั้งเรื่องการเป็นแหล่งกบดานของผู้ก่อการร้าย สิทธิมนุษยชน การแก้ปัญหายาเสพติด แนวทางระบอบการปกครองอิสลามอีกรูปแบบหนึ่ง
ด้วยการยึดหลักประชาธิปไตยทำให้รัฐบาลเบนเน็ตต์ประกอบด้วยพรรคการเมืองทุกสาย แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอม มีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของรัฐบาล
หากเบนเน็ตต์ได้นั่งตำแหน่งนายกฯ จะเป็นความสำเร็จทางการเมืองครั้งใหญ่ เมื่อผู้นำคนเก่าสะสมเรื่องอื้อฉาวเต็มตัวถึงคราวร่วงโรย ย่อมเป็นโอกาสแก่ผู้นำดาวรุ่งคนใหม่ เป็นวัฏจักรการเมืองอย่างหนึ่ง
รัฐบาลบุชกับพวกส่งกองทัพบุกอัฟกานิสถานทำสงครามต่อต้านก่อการร้าย รัฐบาลชุดถัดมาเจรจากับตาลีบันที่สหรัฐตีตราว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ในที่สุดรัฐบาลไบเดนประกาศถอนทหารที่เหลือเพียงไม่กี่พันกลับบ้าน
Realpolitik คือชื่อเดิมของสัจนิยม (Realism) บางคนให้นิยามสั้นๆ ว่าคือ “power politics” หรือการเมืองแห่งอำนาจ อำนาจคือที่มาของทุกสิ่ง เช่น ความปลอดภัย ความมั่งคั่ง ชีวิตที่อยู่ดีกินดี มีชื่อเสียงเกียรติภูมิ
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2020
ถ้าอธิบายความง่ายๆ พันธมิตรด้านความมั่นคงทางทหารคือการสัญญาว่าจะร่วมหัวจมท้ายรักษาอธิปไตยของกันและกัน แต่ในโลกแห่งความจริงการเป็นพันธมิตรอาจเป็นส่วนหนึ่งของระบอบมหาอำนาจ
การปรับความสัมพันธ์ระหว่างอาหรับกับอิสราเอลอาจช่วยแก้ปัญหาปาเลสไตน์ นำสันติภาพสู่ตะวันออกกลาง แต่อีกมุมที่ชัดเจนคือนับจากนี้ชาติอาหรับกับอิสราเอลจะร่วมกันเล่นงานอิหร่านอย่างเปิดเผย
การปรับความสัมพันธ์อิสราเอลกับชาติอาหรับเป็นกรณีน่าศึกษา จากศัตรูที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้แต่นับวันความเป็นศัตรูหดหาย อุดมการณ์เปลี่ยนได้ เป้าหมายเปลี่ยนไป เปิดเผยชัดเจนกว่าเดิม
“สันติภาพ”
ที่แอร์กานพูดถึงคือการทำเพื่อผลประโยชน์ตนเอง เป็นแนวคิด “Turkey
First” ที่ดูคล้าย “America Frist” ของรัฐบาลทรัมป์
ภายใต้แนวคิดนี้ “ผลประโยชน์คือความถูกต้อง”
เป็นไปได้ว่าอาจสงบสุขขึ้นบ้างในระยะหนึ่ง
แต่สันติภาพถาวรเป็นของหายาก
ไม่มีตั้งแต่เมื่อกองทัพสหรัฐกับพวกบุกอัฟกานิสถานเมื่อปี 2001 เพราะที่รัฐบาลสหรัฐต้องการมีมากกว่าการถอนหรือลดจำนวนทหาร
เหตุเสียชีวิตของนายพลสุไลมานีทำให้เกิดการเผชิญหน้าและตอบโต้ด้วยอาวุธโดยตรงระหว่างผู้นำอิหร่านกับสหรัฐ
ในอนาคตยังมีอีกหลายประเด็นที่อาจนำสู่การเผชิญหน้าแบบนี้อีก
การสูญเสียผู้บัญชาการนายพลสุไลมานี
คือการสูญเสียนายทหารคนสำคัญของผู้นำจิตวิญญาณอิหร่าน
ด้านรัฐบาลสหรัฐเห็นว่าคือการตอบโต้ต่อผู้บุกเผาทำลายสถานทูต
ทำสงครามต่อต้านก่อการร้าย
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2019
ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธคือผู้ชุมนุมมีเรือนแสนแต่การประท้วงเกิดในเขตพื้นที่อิทธิพลชีอะห์เท่านั้น
ไม่ใช่การเคลื่อนไหวทั่วประเทศ โอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายเปลี่ยนแปลง “ประเทศ” จึงมีน้อย
To the West, Iran is a "rogue state" disrupting energy security and challenging the liberal international order. But to Tehran, this is a "second war of decolonization" that has been raging for over a century—from the exploitative D'Arcy concession and the 1953 coup to today's drone strikes and cyber warfare.
ถ้าสังเกตให้ดีทุกวันนี้ประเทศซีเรียถูกแบ่งแยกโดยปริยายแล้ว
เพียงแต่ไม่ใช้คำว่า “แบ่งแยก” หรือเป็น
“เขตปกครองตัวเอง” ทั้งๆ
ที่สิ่งเหล่านี้มีอยู่จริงและชัดเจนยิ่งขึ้น
ผลจากการความขัดแย้งภายในประเทศซีเรียที่ควบคุมไม่ได้
เปิดทางให้เพื่อนบ้านเข้าแทรกแซงด้วยหลายเหตุผลที่เพื่อนบ้านหยิบยกขึ้นมาอ้าง เช่น
ต่อต้านผู้ก่อการร้าย เป็นที่รองรับผู้ลี้ภัย อธิปไตยชาติถูกบั่นทอน
ระบอบประชาธิปไตยเป็นการปกครองที่ดี แต่หากสังคมไม่เป็นเอกภาพ
ไม่ต้องการอยู่ร่วมเป็นคนชาติเดียวกันจะกลายเป็นกับดักประชาธิปไตย
มีปัญหาตามมาไม่สิ้นสุด
รัฐบาลซาอุฯ
ทำสงครามเต็มรูปแบบกับฮูตีหลายปีแล้ว
การใช้เครื่องโดรนโจมตีโรงกลั่นเป็นอีกฉากของสงครามตัวแทนระหว่างฝ่ายซาอุฯ
กับอิหร่านที่ดำเนินเรื่อยมา ไม่จำต้องชี้อีกว่าทำสงครามกันอยู่หรือไม่
As long as the political, social, and economic environments in the Middle East and other regions remain fragile, and as long as the world contains "failed states," ISIS will remain hidden in the shadows—nurturing its ideology, awaiting favorable conditions, and standing ready to thrust itself back into the global spotlight whenever the right opportunity arises.
ไม่ว่ายุโรปจริงใจหรือเล่นเกม
โครงการพัฒนานิวเคลียร์อิหร่าน การคว่ำบาตร การทำการค้ากับอิหร่านจะเป็นเรื่องที่ยึดโยงกับยุโรปอีกนาน
สะท้อนบทบาท ท่าทีของยุโรปในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลซาอุฯ
พยายามโดดเดี่ยวอิหร่าน ร้องขอนานาชาติช่วยกันคว่ำบาตรให้รุนแรงจริงจังกว่าเดิม
แม้จะเป็นแนวทางที่ดำเนินมาหลายทศวรรษแล้ว เชิดชูความเป็นผู้นำมุสลิมโลกของซาอุฯ
กระแสข่าวโจมตีอิหร่านเด่นชัดขึ้นทุกที
เป้าหมายการโจมตีทางอากาศน่าจะเป็นกองกำลังสำคัญๆ
ระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศและโรงงานอุตสาหกรรมน้ำมันในขณะที่อิหร่านพร้อมรับมือ
มีแนวคิดว่าแท้จริงแล้วการที่รัฐบาลสหรัฐจ้องเล่นงานอิหร่านเป็นเพราะแรงกดดันจากซาอุดีอาระเบีย
ความขัดแย้งระหว่างซาอุฯ กับอิหร่านเป็นการช่วงชิงอิทธิพลในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยอมกันไม่ได้
Public discontent is an everyday reality of politics. But when protests spiral out of control and foreign powers step in, street demonstrations quickly dissolve into full-blown civil war... leaving behind a devastating truth: "Syria no longer belongs to Syrians."
การทำสงครามแย่งชิงดินแดนเกิดขึ้นในทุกยุคสมัยของประวัติศาสตร์
คำประกาศของประธานาธิบดีทรัมป์ชี้ว่ารัฐบาลสหรัฐเห็นชอบกับการทำสงครามแย่งชิงดินแดนในศตวรรษที่
21 นี้
รัฐบาลแอร์โดกานเลือกเผชิญหน้าภัยคุกคาม
มองเป็นโอกาสตักตวงผลประโยชน์ ไม่เกรงกลัวขัดแย้งชาติมหาอำนาจ ประเทศเพื่อนบ้าน
เป็นยุทธศาสตร์เปลี่ยนภัยคุกคามเป็นโอกาส
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2018
กลุ่มก่อการร้ายโจมตีงานสวนสนามของกองทัพ
อิหร่านจึงโต้กลับด้วยขีปนาวุธ
เป็นอีกฉากของความบาดหมางระหว่างอิหร่านกับปรปักษ์ที่รุนแรงเรื่อยมาหลายทศวรรษแล้วและจะยังดำเนินต่อไป
While the stringent rhetoric from the United States toward Iran aligns with historical foreign policy postures, a strategic examination suggests these statements serve a dual purpose
ตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐส่งมอบอธิปไตยคืนแก่อิรัก นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมามีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลสหรัฐทั้งสิ้น
อัล-ซาดาร์กำลังจะเป็นนายกฯ คนแรกที่พยายามปลดแอกอิรักจากการครอบงำของต่างชาติ
Since the United States formally restored Iraqi sovereignty, every successive prime minister has operated under the shadow of Washington. Today, however, the geopolitical trajectory is poised to shift. Moqtada al-Sadr has emerged as the first leader to boldly orchestrate a political movement aimed at truly liberating Iraq from foreign hegemony.
เป็นเรื่องตลกถ้าพูดว่ามุสลิมอาหรับเป็นมิตรกับยิว
เพราะที่ได้ยินได้ฟังคือเป็นศัตรูที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้ แต่บัดนี้ผู้นำซาอุฯ
กำลังเปลี่ยนความบาดหมางเป็นความร่วมมือเพื่อจัดการศัตรูอีกฝ่าย
Ultimately, the "Shia Crescent" is an analytical relic—a discursive tool that fails to capture the complex realities of modern Middle Eastern geopolitics. The region is not neatly divided by imaginary sectarian lines. It is shaped by the vulnerabilities of authoritarian regimes, the fierce pull of local nationalism, and the desperate, voiceless struggle for survival of ordinary citizens—a struggle that recognizes no sectarian boundaries.
นายกฯ
เนธันยาฮูชี้ว่าประเทศกำลังถูกคุกคามจากกองกำลังอิหร่านในซีเรีย
เป็นภัยร้ายแรงจำต้องป้องกันตัวเอง ด้วยการลงมือจัดการอิหร่าน
หลักแบ่งแยกแล้วปกครองไม่ใช่ของใหม่
เคิร์ดซีเรียถูกแยกจากซีเรียให้มาเป็นพวกสหรัฐเป็นอีกกรณีศึกษา ในประเทศนี้ที่ถูกปลุกปั่นว่าคนซีเรียหลากหลายกลุ่มอยู่ร่วมโลกด้วยกันไม่ได้อีกต่อไป
รัฐบาลทรัมป์ประกาศคงกองกำลังภาคพื้นดินในซีเรียด้วยเหตุผลสารพัด
เป้าหมายเบื้องลึกคือยึดครองซีเรีย ควบคุมตะวันออกกลาง จริงหรือที่รัฐบาลซาอุฯ
กับพวกมั่นคงกว่าเดิม
This analysis untangles the intricate geopolitical landscape of the Middle East following the first Trump administration's decision to maintain a US ground presence in Syria.
การชุมนุมประท้วงในอิหร่านไม่เพียงสะท้อนว่าเรื่องปากท้องสำคัญ
ที่ลึกกว่านั้นคือพวกเขาเห็นว่ารัฐบาลน่าจะแก้ปัญหาได้ดีกว่าที่เป็นอยู่
ทำไมรัฐจึงไม่ทำ
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2017
ผู้นำซาอุฯ
ชมเชยว่าประธานาธิบดีทรัมป์เป็นมิตรแท้มุสลิม
ความเป็นไปของเยรูซาเล็มตะวันออกจะเป็นเครื่องทดสอบว่าจริงหรือไม่ หรือมีอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น
ยุทธศาสตร์ปรับสัมพันธ์ของรัฐบาลโรฮานีมุ่งปรับสัมพันธ์กับอียูเป็นหลัก
เปิดทางให้ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกสามารถสานสัมพันธ์ แต่ไม่ใช่กับสหรัฐ
อิสราเอลและพวกซาอุฯ ตามที่ประกาศไว้
นโยบายสหรัฐฯ
ต่ออิหร่านอาจจะเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง มีกระแสข่าวว่าทรัมป์จะยกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์
ซึ่งหมายความว่าจะ “หาเรื่อง” อิหร่านต่อไป สัปดาห์หน้าคงจะมีคำตอบชัดขึ้น ควรติดตามใกล้ชิด
อิสราเอลติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณปากทางเข้าเขตแดนศักดิ์สิทธิ์
ส่วนประตูตรวจจับโลหะยังไม่ชัดเจนว่าจะคงอยู่หรือรื้อถอนออกไป การติดกล้องวงจรปิดช่วยเรื่องความปลอดภัย
แต่เท่ากับเป็นการรุกคืบควบคุมมัสยิดอัล-อักซอร์ด้วย
ช่วงปี 2000-2004 เกิดเหตุการลุกฮือครั้งที่ 2 (Second
Intifada) หรือการลุกฮือแห่งอัล-อักซอร์ (Al-Aqsa Intifada) หลังเอเรียล ชารอน เดินทางไปที่เขตวิหารศักดิ์สิทธิ์ ผลลัพธ์สำคัญคือการเจรจาสันติภาพยุติ
และไร้ข้อสรุปจนถึงบัดนี้ พร้อมกับที่อิสราเอลก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในเขตยึดครองเรื่อยมา
เหตุการณ์เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วให้บทเรียนสำคัญ และน่าจะเป็นประโยชน์ต่อการเคลื่อนไหวต่อต้านอิสราเอลควบคุมมัสยิดอัล-อักซอร์ในช่วงนี้
...
หลังละหมาดวันศุกร์ มุสลิมหน้ามัสยิดอัล-อักซอร์กับที่อื่นๆ
เริ่มประท้วง เกิดการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่อิสราเอลกับมุสลิม
ล่าสุดมีผู้เสียชีวิต 2 รายแล้ว และคาดว่าผู้บาดเจ็บล้มตายจะเพิ่มขึ้นอีก สถานการณ์ค่ำคืนนี้แปรผันได้หลายอย่าง
ซาอุฯ ในฐานะพี่ใหญ่ GCC
ย่อมเห็นว่าการตีตัวออกห่างของกาตาร์บ่อนทำลายความมั่นคงของกลุ่มและตนเอง แต่ประโยชน์ที่สำคัญกว่านั้นคือภาวะผู้นำของซาอุฯ
ในโลกมุสลิม หากซาอุฯ ไม่สามารถจัดการกาตาร์ย่อมยากจะมีอิทธิพลต่อประเทศมุสลิมอีก
50 กว่าประเทศ ในขณะที่กาตาร์ยกเรื่องอธิปไตยชาติว่ามีสิทธิ์ตัดสินใจโดยอิสระ
ถ้ามองในความเป็นมุสลิม รัฐบาล 2 ประเทศนี้กำลังขัดแย้งในฐานะพี่น้องมุสลิม
ขั้วซาอุฯ ไม่สนใจคำชี้แจงจากกาตาร์
ยืนยันว่าเป็นรัฐอุปถัมภ์ก่อการร้าย แทรกแซงกิจการภายในของประเทศเพื่อนบ้าน
บั่นทอนความมั่นคงภูมิภาค ราวกับว่ากาตาร์เป็น “อิหร่าน 2”
พร้อมออกมาตรการคว่ำบาตรเศรษฐกิจ แต่การคว่ำบาตรกระทบต่อเอกชนนานาชาติ
บรรยากาศการค้าการลงทุนทั่วภูมิภาค อีกประเด็นที่ต้องเอ่ยถึงคือการใช้กำลังซึ่งควรคำนึงผลกระทบที่จะตามมา
จะเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยใช้กำลังอีกหรือไม่
เป็นที่สงสัยกันมากว่าอะไรคือสาเหตุความขัดแย้งระหว่างขั้วซาอุฯ
กับกาตาร์ อะไรคือเหตุผล
บทความนี้นำเสนอคำตอบเหล่านี้โดยอาศัยการวิเคราะห์ทั้งแบบธรรมดากับแบบซับซ้อน เหตุผลพื้นฐานคือเพื่อความมั่นคง
ความเป็นผู้นำของซาอุฯ สหรัฐฯ ต้องการคงอิทธิพลในภูมิภาค ฯลฯ
ส่วนเหตุผลแบบซับซ้อนคือรัฐบาลซาอุฯ กับสหรัฐฯ ไม่ได้หวังผลอิหร่านเท่านั้น
ที่ต้องการจริงๆ คือการจัดระเบียบโลกมุสลิมทั้งมวล
สถานการณ์ไม่มีทีท่าจะคลายตัวในระยะสั้น
ขณะนี้มี 6
ประเทศที่ตัดหรือระงับความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์แล้ว ลิเบียอาจเป็นรายต่อไป มีความพยายามเจรจาจากหลายฝ่าย
แต่ไม่มีท่าทีคลายตัวในระยะสั้น การเดินทาง
การขนส่งทั้งทางอากาศกับทางเรือสู่กาตาร์เริ่มเห็นผลประทบ
คำถามสำคัญคือสถานการณ์จะพัฒนาต่อในทางที่ดีหรือร้าย
เป้าหมายการประชุม Arab Islamic American
Summit คือต่อต้านก่อการร้าย ความหมายที่แท้จริงน่าจะหมายถึงผู้ก่อการร้ายบางกลุ่มที่อยู่ในใจรัฐบาลสหรัฐฯ
กับขั้วซาอุฯ เท่านั้น ถ้ายึดแนวคิดว่า 2 ฝ่ายนี้สนับสนุนผู้ก่อการร้ายบางกลุ่มเช่นกัน
ผู้นำทั้ง 2 เอ่ยชื่ออิหร่านชัดเจนในฐานะผู้สนับสนุนก่อการร้าย การประชุมกลายเป็นการประกาศอย่างเป็นทางว่านับจากนี้รัฐบาลสหรัฐฯ
กับขั้วซาอุฯ จะเล่นงานอิหร่านด้วยประเด็นนี้
Ultimately, the allegations of an "Iranian threat" function merely as a pretext to sustain a perpetual state of hostility.
Contemporary US-Saudi relations have outgrown the old "security for oil" transaction. Today, Riyadh is fully embracing a hedging strategy, playing the role of a confident middle power in a multipolar world.
ความสัมพันธ์แนบแน่นระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ
กับซาอุฯ ได้รับการตอกย้ำอีกครั้งเมื่อประธานาธิบดีทรัมป์เยือนซาอุฯ ผู้นำทั้ง 2
ประเทศยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ประกาศต่อต้านลัทธิสุดโต่ง ลัทธิก่อการร้าย และประเทศอิหร่าน
ทั้งยังเชิดชูบทบาทผู้นำซาอุฯ ในโลกมุสลิม ช่วยลบภาพลักษณ์ด้านลบของทรัมป์ต่ออิสลาม
ยืนยันว่ารัฐบาลสหรัฐฯ คือมิตรแท้ของมุสลิม
They fractured the sanctity of international law, replacing it with a Hobbesian state of nature governed by the law of the jungle—where the most powerful dictate right from wrong, and the lives of ordinary people in the Middle East remain permanently expendable pawns on an endless geopolitical chessboard.
2 วันหลังข่าวการใช้อาวุธเคมีที่ Idlib ทางตอนเหนือของซีเรีย มีผู้เสียชีวิตราว 80 ราย
รัฐบาลทรัมป์สรุปทันทีว่าคือฝีมือของกองทัพรัฐบาลซีเรีย
จึงโจมตีสนามบินแห่งหนึ่งด้วยขีปนาวุธ เรื่องสำคัญและร้ายแรงคือประธานาธิบดีทรัมป์สั่งการทั้งๆ
ที่ไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นผู้ใช้อาวุธเคมี พยายามอธิบายให้เห็นภาพเด็กๆ ผู้บริสุทธิ์ที่ต้องจบชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน
ไม่คำนึงว่าการโจมตีของตนละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ว่าสหรัฐสามารถโจมตีประเทศใดๆ
ก็ได้โดยไม่ต้องมีหลักฐาน ไม่ต้องมีเหตุผลที่นานาชาติยอมรับ
Today, the US-Saudi alliance is frequently mischaracterized as a mere transactional exchange of oil for security. In reality, it is a masterclass in Realpolitik—a resilient strategic partnership where shared adversaries and regional stability consistently outmaneuver ideological friction and cultural tension.
หลังศาลระงับคำสั่งห้ามคน 7 ประเทศเข้าสหรัฐ ประธานาธิบดีทรัมป์ออกคำสั่งใหม่เหลือ
6 ประเทศ สาระสำคัญยังคงเช่นเดิม จาการวิเคราะห์คำสั่งห้ามใหม่ไม่ช่วยลดก่อการร้าย
เพราะผู้ก่อการร้ายไม่จำต้องอยู่ใน 6 ประเทศนี้เท่านั้น การไม่ห้ามซาอุฯ
และเหตุผลอื่นๆ ชวนให้สงสัยว่ารัฐบาลทรัมป์หวังการป้องกันก่อการร้ายมากเพียงไร
มีเจตนาแอบแฝงอื่นหรือไม่
ประธานาธิบดีทรัมป์ห้ามคน 7 สัญชาติเข้าประเทศ ชี้แจงว่าไม่เกี่ยวข้องกับศาสนา
เมื่อพิจารณานโยบายหาเสียงและอื่นๆ พบว่านโยบายต่อต้านก่อการร้ายสัมพันธ์กับก่อการร้ายอิสลามหัวรุนแรง
(radical Islamic terrorism)
อันเป็นนโยบายหลักข้อหนึ่งของพรรครีพับลิกัน และเป็นกระแสเกลียดชังมุสลิมที่รุนแรงขึ้นนับตั้งแต่เกิดเหตุ
9/11 ไม่ว่าจะจงใจหรือไม่สิ่งที่รัฐบาลทรัมป์ทำส่งผล “โหม” กระแสต่อต้านมุสลิม แต่เป้าหมายจริงๆ
อาจอยู่ที่ 1-2 ประเทศเท่านั้น
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2016
การกล่าวหารัฐบาลสหรัฐฯ
กับพวกสนับสนุนผู้ก่อการร้าย IS ไม่ใช่เรื่องใหม่ ล่าสุดคือจากปากประธานาธิบดีแอร์โดกาน
ประเทศตุรกีที่เป็นสมาชิกนาโต เป็นพันธมิตรร่วมต่อต้าน IS
ตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ตาม แม้ประธานาธิบดีแอร์โดกานกล่าวว่ามีหลักฐานชัดเจนมากมาย
แต่ไม่ยอมนำเสนอต่อสาธารณะ การสรุปว่ารัฐบาลประเทศใดสนับสนุนผู้ก่อการร้าย IS
จึงยังคลุมเครือ ซ่อนเร้น เป็นสถานการณ์โลกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจริงและคงอยู่กับเราอีกนาน
หลังจากที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันประสบภาวะขาดดุล
เศรษฐกิจชะลอตัว หลายฝ่ายเชื่อว่าจะเกิดการเจรจาเพื่อผลักดันให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น การเจรจารอบพฤศจิกายนคือความสำเร็จครั้งแรก
แต่การจะให้ราคาน้ำมันไปสู่ระดับ 100 ดอลลาร์เป็นเรื่องห่างไกล หากเชื่อว่าต้นตอปัญหาอ่อนตัวยังคงอยู่
นอกจากนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังสะท้อนให้เห็นว่าอำนาจต่อรองของโอเปกลดน้อยลง โครงสร้างเศรษฐกิจ
การเมืองระหว่างประเทศกำลังเปลี่ยนแปลง
ความขัดแย้งซีเรียได้ดำเนินต่อเนื่องกว่า 5
ปีครึ่งแล้ว สถานการณ์ได้พัฒนาเปลี่ยนแปลง เริ่มจากการชุมนุมประท้วงรัฐบาลอย่างสงบ
ตามด้วยต่างชาติเข้าแทรก การปรากฏตัวของผู้ก่อการร้าย
กองกำลังมุสลิมต่างชาติกว่าร้อยประเทศ การเผชิญหน้าระหว่าง
2 ขั้ว 2 มหาอำนาจชัดเจนมากขึ้น บัดนี้ความเป็นไปของสมรภูมิกับอนาคตซีเรียจึงขึ้นกับการตัดสินใจบนผลประโยชน์ของ
2 ฝ่าย 2 มหาอำนาจ เป็นความขัดแย้งที่จะยืดเยื้อยาวนาน เป็นเรื่องที่ควรตระหนัก
รัฐบาลตุรกีส่งกองทัพเข้าซีเรีย อ้างเหตุผลเพื่อปราบปราม
IS ป้องปรามภัยคุกคามจากเคิร์ดซีเรีย ความจริงที่ต้องเข้าใจคือปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากขั้วสหรัฐ
ได้ความเห็นชอบจากรัฐบาลรัสเซีย ผลลัพธ์ที่ได้จึงจำกัด เป็นหลักฐานอีกชิ้นชี้ว่าอนาคตของซีเรียไม่เป็นของคนซีเรียอีกต่อไป
ประเทศนี้กลายเป็นสมรภูมิ ดินแดนที่หลายประเทศเข้ากอบโกยผลประโยชน์ โดยอ้างปราบปรามผู้ก่อการร้าย
สนับสนุนฝ่ายต่อต้านหรือไม่ก็สนับสนุนรัฐบาลซีเรีย นี่คือพัฒนาการล่าสุดจากความวุ่นวายภายในของประเทศนี้
Can a system built on robust checks and balances actually stop a leader from launching an unjust war? Or do those very safeguards inevitably devolve into rubber stamps, validating fatal miscalculations driven by ideology and the weaponization of fear?
The 2003 invasion of Iraq revealed a fundamental flaw: institutional checks and balances broke down. Both parliamentary oversight in the UK and congressional checks in the US failed to restrain executive war-making driven by flawed intelligence.
The foundational tragedy of modern Iraq stems from a dangerous fallacy in state-building: the belief that toppling a dictator automatically catalyzes democracy. History shows that elections and constitutions are hollow if a society lacks democratic norms, institutional transparency, and robust checks and balances.
12 ปีนับจากโค่นล้มระบอบซัดดัม
ฮุสเซนและรัฐบาลบุชประกาศว่าจะสร้างอิรักให้เป็นประชาธิปไตย
เป็นแบบอย่างแก่ประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลาง
จากบัดนั้นจนบัดนี้อิรักยังไม่เคยเป็นประชาธิปไตยจริงๆ
อีกทั้งสถานการณ์เลวร้ายกว่าเดิม สังคมแตกแยกร้าวลึก สงครามกลางเมืองทำให้ผู้คนล้มตายปีละนับพันนับหมื่น
โดยยังไม่เห็นวี่แววว่าเมื่อไหร่ความสงบสุขจะกลับคืนมา
What began decades ago as a political slogan painted on parade banners has run its course through the harsh logic of military escalation. Ideological declarations do not remain static; they shape military doctrines, influence intelligence assessments, and ultimately provide the strategic justification for military operations.
เป็นเรื่องแปลกที่รัสเซียกับฝ่ายสหรัฐฯ
(รวมชาติตะวันตกกับรัฐอาหรับ) ต่างมีนโยบายปราบปรามผู้ก่อการร้าย IS/ISIL/ISIS แต่ต่างฝ่ายต่างทำ ฝ่ายสหรัฐฯ กล่าวหาว่ารัสเซียไม่ได้มุ่งทำลาย IS แต่มุ่งเป้าที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอัสซาดมากกว่า ในขณะที่รัสเซียปฏิเสธ อีกทั้งมีประเด็นที่นักวิชาการหลายคนชี้ว่านโยบายปราบ
IS ของฝ่ายสหรัฐฯ ไม่ได้ผล
ถ้ามองในกรอบแคบความแตกต่างนี้มาจากการสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนรัฐบาลอัสซาด ถ้ามองในกรอบกว้างคือการเผชิญหน้าระหว่าง
2 มหาอำนาจ
Who Was Russia Really Fighting For in Syria?: The Roots of Intervention and the Illusion of Victory
Russia’s victory in Syria was real for a moment. But viewed from August 2026, it stands as a classic Pyrrhic triumph—a reminder that in the Middle East, foreign powers propping up autocracies usually depart with two things: downgraded military access and diminished leverage.
Russia’s victory in Syria was real for a moment. But viewed from August 2026, it stands as a classic Pyrrhic triumph—a reminder that in the Middle East, foreign powers propping up autocracies usually depart with two things: downgraded military access and diminished leverage.
วิกฤตสงครามกลางเมืองซีเรียเข้าสู่จุดสำคัญอีกครั้ง
เมื่อประเทศที่เกี่ยวข้องได้ข้อสรุปให้หยุดยิงทั่วประเทศ
(แต่ยังสู้กับผู้ก่อการร้ายต่อไป) พร้อมกับที่รัฐบาลซาอุฯ กับพวกประกาศพร้อมส่งกองทัพเข้าซีเรีย
ข้อสรุปหยุดยิงเป็นผลจากการที่ทุกฝ่ายตระหนักว่าที่สุดแล้วต้องลงเอยด้วยการเจรจา การทำสงครามต่อไปมีแต่จะสูญเสียมากขึ้น
บัดนี้ไม่อาจล้มรัฐบาลอัสซาดด้วยกำลังอีกต่อไป อย่างไรก็ตามต้องติดตามต่อว่าซาอุฯ
ตุรกี จะส่งทหารเข้าซีเรียหรือไม่
กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมามีข่าวดีของอิหร่าน เมื่อ
IAEA ประกาศว่าอิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขเบื้องต้นของ JCPOA แล้ว ยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์อิหร่านใช้เพื่อสันติเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้สหรัฐ อียู และคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติจึงยกเลิกการคว่ำบาตร
ข่าวดีที่สำคัญกว่ากองทัพสหรัฐไม่เป็นภัยคุกคามต่ออิหร่านดังสมัยสงครามอ่าวเปอร์เซีย
อย่างไรก็ตามรากความขัดแย้งกับรัฐอาหรับยังคงอยู่และดำเนินต่อไป
เพียงแต่ไม่สามารถใช้ประเด็นโครงการนิวเคลียร์เป็นเครื่องมืออีกต่อไป
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2015
รัฐบาลซาอุฯ กับพวกมีความคิดจัดตั้ง “กองกำลังร่วมอิสลาม” (Islamic military coalition) มานานแล้ว
สามารถย้อนตั้งแต่สมัยปฏิวัติอิหร่าน 1979 เหตุผลล่าสุดคือเพื่อต่อต้านผู้ก่อการร้าย
เหตุผลด้านความมั่นคงทางทหารนั่นเป็นเรื่องหนึ่ง ประโยชน์หลักที่ได้กลับเป็นประโยชน์ที่แฝงมามากกว่า
เช่น แสดงให้เห็นว่าเป็นพวกต่อต้านก่อการร้าย (ไม่ใช่พวกสนับสนุนก่อการร้าย)
กีดกันอิหร่าน ซีเรียและอิรักออกจากโลกมุสลิม
รัฐบาลปูตินกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐบาลตุรกีพัวพันการค้าน้ำมันเถื่อนกับ
IS ซึ่งหมายถึงครอบครัวของประธานาธิบดีแอร์โดกานด้วย
แต่รัฐบาลตุรกีกับโอบามาปฏิเสธข้อมูลของฝ่ายรัสเซียทั้งหมด
ล่าสุดกองทัพตุรกีหลายร้อยพร้อมรถถังเคลื่อนกำลังเข้าใกล้เมืองโมซูลของอิรักและไม่ยอมถอนออก
เหตุการณ์นี้อาจเชื่อมโยงกับทรัพยากรน้ำมันในแถบนั้น
และอาจเชื่อมโยงกับการค้าน้ำมันเถื่อน
The Paris attacks demonstrate that global counter-terrorism cannot rely strictly on military force or wartime rhetoric. Sustainable security requires resolving root political conflicts, dismantling extremist narratives, and resisting simplified, divisive worldviews.
Free Syrian Army (FSA) เป็นชื่อรวมๆ ของกองกำลังต่อต้านรัฐบาลอัสซาดหลายสิบกลุ่มที่สหรัฐกับพันธมิตรตั้งขึ้น
สมาชิกประกอบด้วยชาวต่างชาติกับพลเมืองซีเรีย บางกลุ่มเป็นพวกสุดโต่ง การจัดแบ่งกลุ่มแบบ
“เหมารวม” ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและสับสนว่าใครเป็นฝ่าย FSA รัฐบาลสหรัฐกับพันธมิตรกำลังสนับสนุนใคร พวกที่อ้างว่าเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาลนั้นเป็นพลเมืองซีเรียแท้หรือไม่
คนที่เป็นพลเมืองซีเรียแท้มีปากเสียงมากเพียงใด
สังคมซีเรียไม่ต่างจากสังคมประเทศอื่นๆ
ที่มีทั้งฝ่ายสนับสนุนกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาล พลเมืองซีเรียท้องถิ่นที่ต่อต้านรัฐบาลคือฝ่ายต่อต้านสายกลาง
แต่มีอีกหลายกลุ่มที่รัฐบาลสหรัฐกับพันธมิตรถือว่าเป็นฝ่ายต่อต้านสายกลาง เช่น ชาวซีเรียที่ย้ายถิ่นอาศัยต่างประเทศ
รัฐบาลโอบามากับพันธมิตรวางบทบาทคนเหล่านี้เป็นว่าที่รัฐบาลซีเรียในอนาคต กลายเป็นพวกหุ่นเชิด
ชาวเคิร์ดซีเรียเป็นอีกกลุ่มที่เป็นฝ่ายต่อต้านสายกลาง
แต่ถูกวางบทบาทให้กลายเป็นเขตปกครองตนเอง ซีเรียถูกแบ่งแยก
ก่อนหน้านี้มีความพยายามยุติสงครามกลางเมืองซีเรีย
แต่การเจรจาล้มเหลว ผลที่ตามมาคือรัสเซียเข้ามาตั้งฐานทัพในซีเรียและเปิดฉากโจมตี เป็นไปได้ว่านี่คือการสกัดกั้นแผนล้มระบอบอัสซาดของสหรัฐกับพันธมิตรด้วยการส่งกองทัพเข้าซีเรียรบทางภาคพื้นดิน
(บทความนี้เป็นตอนที่
1 ของบทความชุด “การเผชิญหน้าระหว่างค่ายสหรัฐกับค่ายรัสเซีย-จีน”)
ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อทอดยาวออกไปเรื่อยๆ เอื้อให้แต่ละเขตปกครองเข้มแข็ง
ได้แก่รัฐบาลอัสซาด รัฐอิสลาม
เขตปกครองเคิร์ดซีเรียและเขตปกครองฝ่ายต่อต้านสายกลางที่กำลังจะเกิดขึ้น ถ้า
IS ประสบผลในการถ่ายทอดอุดมการณ์ของตน ย่อมเชื่อได้ว่าจะมีพวก IS
เพิ่มขึ้นอีกมากกมาย สถานการณ์ซีเรียอาจลดความรุนแรงชั่วระยะเวลาหนึ่ง
แต่เรื่องยังไม่ยุติ อาจเป็นการรอเวลาเพื่อเปิดฉากรุกรบครั้งใหญ่
The Strategy to Partition Syria (Part 4)
Part 4: Erdoğan’s Power Consolidation Plan
Part 4: Erdoğan’s Power Consolidation Plan
ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่ หรือจะใช้ชื่อใด
รัฐบาลโอบามากับตุรกีกำลังสร้างเขตปลอดภัย (safe zone) หรือเขตห้ามบิน
(no-fly zone) ทางตอนเหนือของประเทศซีเรียติดแนวพรมแดนทางตอนใต้ตุรกี
ข้อดีคือผู้ลี้ภัยซีเรียสามารถกลับประเทศเข้าไปอยู่ในเขตดังกล่าว
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือเกิดปกครองตนเองขึ้นมาอีกเขตหนึ่ง ประเด็นที่ต้องติดตามคือใครจะเป็นผู้ควบคุมเขตดังกล่าว
อนาคตของพื้นที่นี้จะเป็นอย่างไร
ด้วยความไม่พอใจต่อเศรษฐกิจการเมืองในประเทศ
ประชาชนกลุ่มหนึ่งจึงลุกฮือประท้วงรัฐบาล เป็นเหตุผลพื้นฐานของอาหรับสปริง
แต่การแทรกแซงจาก “นอก” ประเทศเกิดขึ้นและกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการโค่นล้มรัฐบาล
ซีเรียเป็นอีกกรณีที่มีกองกำลังติดอาวุธร่วมร้อยประเทศเข้ารบกับรัฐบาล
ผู้ก่อการร้าย ISIL/ISIS กลายเป็นกลุ่มแรกที่ประกาศสถาปนา “รัฐอิสลาม”
เป็นรัฐอิสระภายใต้ดินแดนซีเรีย (มองในกรอบเฉพาะซีเรีย) เราจะนิยามอาหรับสปริงซีเรียอย่างไร
ประเทศซีเรียยังเป็นของชาวซีเรียหรือไม่
ข่าวตุรกีโจมตี IS เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตุรกี
เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลตุรกีลังเลใจที่จะร่วมต้าน IS อย่างจริงจัง
ปฏิบัติการครั้งนี้ดำเนินร่วมกับการโจมตี PKK ด้วย เรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ของตุรกีโดยตรง
และเมื่อวิเคราะห์ในภาพที่ใหญ่ขึ้น การจัดการ IS PKK ไม่ใช่เพียงการต่อต้านก่อการร้ายสากล (IS) หรือผู้ก่อการร้ายภายในประเทศ
(PKK) แต่เชื่อมโยงกับประเทศซีเรียโดยตรง
เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์แบ่งแยกประเทศนี้
รัฐบาลเนทันยาฮู สมาชิกพรรครีพับลิกันชี้ว่าร่างฯ
ข้อตกลงเอื้อให้อิหร่านสามารถมีอาวุธนิวเคลียร์ในระยะยาว เนื่องจากเงื่อนไขหลายข้อมีอายุ
10 ปี อิหร่านที่ฟื้นฟูประเทศจะเข้มแข็งขึ้นมาก แต่รัฐบาลโอบามากับชาติสมาชิกคู่เจรจาที่เหลือเห็นว่าเป็นข้อตกลงที่ดีแล้ว
คำถามสำคัญคืออิหร่านพร้อมจะถูกคว่ำบาตรซ้ำอีกหรือไม่หากแสดงท่าทีต้องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
หากยึดว่าความสำเร็จจากการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ไม่ลดความหวาดระแวง
ความไม่เป็นมิตรต่อกัน รัฐบาลสหรัฐยังคงคว่ำบาตรอิหร่านด้วยเหตุผลอื่นๆ อิสราเอลยังเชื่อว่าอิหร่านจะผลิตและสามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์ในอนาคต ผลประโยชน์ของการเจรจาโครงการนิวเคลียร์จึงไม่ใช่เรื่องนิวเคลียร์อิหร่าน แต่น่าจะเป็นประโยชน์จากการที่บริษัทต่างชาติเข้าไปมีส่วนโครงการฟื้นฟูอิหร่าน
การขายอาวุธให้กับประเทศต่างๆ
ประธานาธิบดีโอบามากล่าวซ้ำหลายรอบว่าปัญหาอิรักคือเรื่องความเป็นเอกภาพของชีอะห์
ซุนนีและเคิร์ดอิรัก แต่นโยบายปราบปราม IS คือการปกป้องพวกชีอะห์กับเคิร์ด
มีผลทำให้อิรักแยกออกเป็น 3 ฝ่ายโดยปริยาย ตอกย้ำว่าแท้ที่จริงแล้วรัฐบาลสหรัฐฯ
ดำเนินนโยบายแบ่งแยกอิรักตั้งแต่สมัยสงครามอ่าวเปอร์เซียเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
นักจากต้นปี 2014 เป็นต้นมา ความวิตกกังวลว่าอิหร่านจะมีอาวุธนิวเคลียร์น่าจะลดลง
เพราะอิหร่านกับคู่เจรจา P-5+1 บรรลุข้อตกลงชั่วคราว “Joint
Plan of Action” แต่การเจรจาเพื่อให้ได้ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์เป็นประเด็นความขัดแย้งใหม่
เกิดกระแสว่าอิหร่านกำลังเป็นภัยคุกคามต่อภูมิภาคและโลก ทั้งๆ ที่ตอนนี้ IAEA ได้เข้าตรวจตราโครงการนิวเคลียร์ไม่ต่างจากประเทศอื่นๆ แล้ว นักการเมืองสหรัฐฯ
บางส่วนกับรัฐบาลอิสราเอลประกาศกร้าวยืนยันว่าโครงการที่เหลืออยู่เป็นอันตราย
ปล่อยไว้ไม่ได้
หลังการเจรจาอย่างยืดเยื้อ
ในที่สุดทุกฝ่ายประกาศว่าบรรลุข้อสรุปได้ร่างข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ แต่ไม่กี่วันหลังจากนำเสนอร่างฯ
ต่อสาธารณะ ปรากฏว่าอิหร่านคัดค้านไม่เห็นตรงใน 2 ประเด็นหลัก และกลายเป็นว่าร่างฯ
ที่นำเสนอโดยฝ่ายสหรัฐฯ ไม่ใช่ร่างที่เห็นตรงกับอิหร่าน ความซับซ้อนเพิ่มมากยิ่งขึ้นเมื่อพรรครีพับลิกันแสดงท่าทีไม่ยอมรับร่างฯ
ในขณะที่ประธานาธิบดีโอบามาแสดงท่าทีอ่อนลงเรื่อยๆ พยายามหาทางประนีประนอมกับรีพับลิกัน
กว่าที่สหรัฐจะเริ่มโจมตี IS ในสมรภูมิเมืองทิกริต การรบได้ผ่านไปแล้วกว่า 3
สัปดาห์จนรัฐบาลอิรักต้องออกมาเรียกร้อง
เรื่องนี้เป็นเรื่องแปลกเพราะก่อนหน้านี้สหรัฐใช้กำลังทางอากาศโจมตี IS อย่างต่อเนื่อง เหตุการณ์ที่สมรภูมิทิกริตสะท้อนคำพูดของรัฐบาลโอบามาที่ชี้ว่ารากปัญหาคือความขัดแย้งภายในระหว่างซุนนี-ชีอะห์
อีกทั้งยังแสดงท่าทีไม่อยากเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
GCC ประกาศชัดให้อัสซาดก้าวลงจากอำนาจ บางประเทศให้ความช่วยเหลือฝ่ายต่อต้านอย่างเปิดเผย ให้ทั้งเงิน อาวุธ หาก IS ในอิรักพ่ายแพ้จะเป็นข่าวร้ายของ GCC พิสูจน์ว่าพวกชีอะห์อิรักมีความเข้มแข็งที่จะปกครองประเทศต่อไป ในภาพรวมสะท้อนความเข้มแข็งของชีอะห์ “จันทร์เสี้ยวชีอะห์” พิสูจน์ตนเองอีกครั้งว่าเข้มแข็งกว่าเดิม กระทบต่ออนาคตของ GCC อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เนื่องจากรัฐบาลอิรักเห็นว่า GCC มีส่วนสนับสนุน IS ส่วน GCC มองว่ารัฐบาลอิรักในปัจจุบันคือพวกชีอะห์ ดังนั้นหาก IS พ่ายแพ้เท่ากับทำให้อิรักเข้มแข็งขึ้น ยิ่งใกล้ชิดกับอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านซึ่งเป็นเป้าหมายใหญ่แข็งแกร่งกว่าเดิม
The impending collapse of the Caliphate is not being achieved by the raw power of the conventional Iraqi army alone. Instead, it is being propelled by battle-tested, highly radicalized Shiite militias—covertly bankrolled, strategically directed, and logistically sustained by the security apparatus and the Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) of Iran, the absolute number-one strategic nemesis of the Gulf states.
เหตุวิวาทะระหว่างรัฐบาลโอบามา พรรครีพับลิกัน และนายกฯ เนทันยาฮูดูเหมือนว่าพวกเขามีความขัดแย้งอย่างรุนแรง เมื่อวิเคราะห์พบว่าความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น อีกทั้งยังมีคำถามว่ารัฐบาลเนทันยาฮูมีอิทธิพลชักจูงประเทศคู่เจรจาได้กี่ประเทศ นายกฯ เนทันยาฮูกำลังใช้โครงการนิวเคลียร์อิหร่านเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตนหรือไม่
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2014
สมาชิกรัฐสภาฝ่ายที่ต้องการให้อิหร่านละทิ้งโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ใช้การคว่ำบาตรอย่างรุนแรงเพื่อกดดันให้รัฐบาลอิหร่านยอมรับเงื่อนไข การเจรจาในช่วงนี้เป็นจุดสำคัญ เพราะหากเลยเส้นตาย 1 กรกฎาคม 2015 สหรัฐจะเข้าสู่ช่วงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี โครงการนิวเคลียร์อิหร่านจะกลายเป็นหนึ่งในประเด็นหาเสียงอย่างสมบูรณ์ สถานการณ์จะซับซ้อนยิ่งกว่าที่เป็นอยู่
ข้อตกลง Joint Plan of Action มีผลชั่วคราว นั่นหมายความว่าอนาคตไม่แน่นอน ถ้ามองในแง่ดีเป็นโอกาสที่ต่างฝ่ายต่างแสดงความปรารถนาดีต่อกัน เป็นกระบวนการสร้างความไว้วางใจ และนำสู่การเจรจาขั้นสุดท้าย ถ้ามองในแง่ร้าย การผ่อนคลายการคว่ำบาตรมีผลชั่วคราว รัฐบาลสหรัฐยังคว่ำบาตรต่อไป ข้อตกลงชั่วคราวกลายเป็นเครื่องมือที่ประเทศคู่เจรจาใช้กดดันอิหร่าน
การก่อการของ IS มีผลต่อการสร้างกระแสสงครามระหว่างนิกาย ซึ่งรัฐบาลอิหร่านระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง ผลลัพธ์คือติดอาวุธให้กับพวกเคิร์ด สนับสนุนรัฐบาลแบกแดด เพื่อให้อิรักฝั่งตะวันออกเป็นแนวป้องกัน เป็น “รัฐกันชน” ป้องกันไม่ให้กองกำลัง IS เข้ามาก่อกวน สร้างสถานการณ์ให้ลุกลามบานปลาย กลายเป็นสงครามระหว่าง IS กับอิหร่าน เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ปราบปราม IS อันซับซ้อน
รัฐบาลชาติตะวันตกหลายประเทศหยิบยกประเด็นพลเรือนของตนที่เข้าร่วม IS จะกลับมาก่อเหตุก่อการร้ายที่บ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง จึงเห็นว่าควรดำเนินมาตรการป้องกันหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการติดอาวุธพวกเคิร์ด ซึ่งเป็นการปิดล้อมพื้นที่อิทธิพลของกองกำลัง IS ไม่ให้ขยายออกไปทางทิศตะวันออกให้มากกว่าที่เป็นอยู่ แต่ผลกระทบต่อประเทศอิรักคือพวกเคิร์ดมีความเป็นอธิปไตยมากขึ้น เท่ากับว่าอิรักสูญเสียอธิปไตย
ในมุมหนึ่งประธานาธิบดีโอบามาชี้ว่า IS เป็นภัยคุกคาม ต้องกำจัดอย่างถอนรากถอนโคน ในอีกมุมหนึ่งชี้ว่าการปราบปราม IS ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องลงมือทันที ที่สำคัญคือต้องรอความร่วมมือจากประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะพวกซุนนี เมื่อวิเคราะห์แล้วนำสู่คำถามว่ารัฐบาลโอบามามีความตั้งใจปราบปรามกองกำลัง IS มากน้อยเพียงใด ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
การปรากฏตัวของกำลังอากาศสหรัฐ ไม่ใช่เพื่อการปราบปรามกองกำลัง IS แต่ใช้เหตุช่วยเหลือชนกลุ่มน้อยเพื่อเป็นข้ออ้างให้กองกำลังอากาศสหรัฐเข้าควบคุมน่านฟ้าอิรักทั้งหมด แสดงถึงพลังอำนาจ “การมีอยู่” ของสหรัฐ ในช่วงจังหวะที่อิรักกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ ที่นายกฯ มาลิกีเปรียบเปรยว่าคือ “รัฐประหาร”
The future of Iraq hinges not on the question of whether the Kurds will secede, but rather on how Baghdad will adapt to coexist with a highly leveraged, semi-sovereign Kurdish region.
When ISIL swept across northern and western Iraq in mid-2014, global headlines framed it as a sudden, terrifying spike in transnational jihadism. In reality, it was the violent eruption of a deeply entrenched sectarian conflict—one sharing striking structural DNA with the Syrian tragedy.
รัฐบาลโอบามาตั้งเงื่อนไขจะสนับสนุนรัฐบาลอิรักอย่างเต็มกำลังในการปราบปรามกลุ่มผู้ก่อการร้าย ISIL/ISIS ก็ต่อเมื่ออิรักได้รัฐบาลใหม่ ซึ่งหมายถึงนายกฯ อัลมาลิกีต้องพ้นจากอำนาจ นายกฯ อัลมาลิกีปฏิเสธข้อเรียกร้องและเห็นว่าเท่ากับเป็นการรัฐประหารรัฐธรรมนูญ การตัดสินใจดังกล่าวส่งผลต่อตัวแสดงสำคัญๆ เช่น การคงอยู่ของ ISIL ความสัมพันธ์ระหว่าง ISIL กับพวกซุนนีกลุ่มต่างๆ
อิรักกำลังมาสู่ทางสองแพร่งอีกครั้ง ขึ้นกับการตัดสินใจของสังคมว่าต้องการให้ประเทศเป็นอย่างไร ต้องการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ปรองดอง หรือต้องการทำสงครามกลางเมืองยืดเยื้อไปเรื่อยๆ การก่อการของ ISIL จะกลายเป็นผลดีหากเป็นต้นเหตุให้เกิดการเจรจาอย่างจริงจัง ช่วยยุติความขัดแย้งภายในประเทศที่ดำเนินต่อเนื่องมาแล้วหลายปี แต่ถ้ามองในแง่ลบ การปรากฏตัวของ ISIL จะซ้ำเติมความแตกแยกในอิรัก
นับจากการก่อตั้ง ISIL เป้าหมายและการแสดงออกของกลุ่มนั้นชัดเจนและสอดคล้องกัน คือสถาปนารัฐอิสลามในอิรักกับซีเรีย การยึดพื้นที่ถิ่นอาศัยของพวกซุนนีดูเป็นเรื่องง่าย แต่หาก ISIL ต้องการยึดอิรักทั้งประเทศ จะต้องยึดพื้นที่เขตปกครองของพวกเคิร์ดและชีอะห์ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ภายใต้ศักยภาพของกองกำลัง ISIL ในปัจจุบัน เป้าหมายเฉพาะหน้าที่ดูสมเหตุสมผลกว่าคือการควบคุมพื้นที่ถิ่นอาศัยของพวกซุนนี หรือไม่ก็ให้สงครามกลางเมืองอิรักเป็นศึกยืดเยื้อ
การเลือกตั้งเป็นประเด็นที่พูดหนาหูมาสองสามปีแล้ว ที่ผ่านมาประธานาธิบดีอัสซาดรอดูสถานการณ์ว่าเหมาะสมที่จะจัดเลือกตั้งหรือไม่ ผลการเลือกตั้งที่ออกมาไม่มีอะไรแปลกประหลาดเหนือความคาดหมาย ท่าทีการตอบสนองของกลุ่ม Friends of Syria และประเทศผู้สนับสนุนระบอบอัสซาดไม่มีอะไรแตกต่างจากเดิม สงครามกลางเมืองซีเรียดำเนินต่อไปโดยที่ระบอบอัสซาดเป็นฝ่ายได้เปรียบมากขึ้นทุกที
ถ้ามองในแง่บวกการเจรจาเจนีวา 2 คือจุดเริ่มต้นของการยุติความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ถ้ามองในแง่ลบคือยังมองไม่เห็นทางออก เมื่อการเจรจายังไม่สามารถยุติความขัดแย้ง ประเด็นจึงกลับมาอยู่ที่จะแก้ปัญหาด้วยพลังอำนาจทางทหารอย่างไร ชาติอาหรับจะเป็นฝ่ายลงมือเองหรือไม่
Taken together, the lessons from Syria underscore a critical contemporary truth: preventing conflict is always more effective—and ultimately less costly—than attempting to manage a fully escalated crisis. Political communities everywhere must preserve avenues for dialogue, peaceful reform, and the protection of human rights before localized disputes escalate into systemic breakdowns ripe for external exploitation and intervention.
ISIS/ISIL เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นอย่างมีเป้าหมายเฉพาะ กำลังก่อการทั้งในซีเรียกับอิรัก การปรากฏตัวของกลุ่มสะท้อนปัญหาการเมืองภายในอิรักที่เรื้อรังมานาน ความแตกแยกของฝ่ายต่างๆ การจะกำจัด ISIS/ISIL อย่างถอนรากถอนโคนคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนหลายอย่าง รวมทั้งมีประเทศผู้ให้การสนับสนุน น่าติดตามกลุ่มดังกล่าวจะนำอิรักสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ มีผลกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างไร
----------------------
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2012-13
More than two decades after the 2003 US-led invasion dismantled Saddam Hussein’s Ba'athist regime, Iraq stands as a sobering case study in the limits of imposed statecraft. Viewed from the vantage point of 2026, the nation's trajectory underscores a stark reality in international relations: the mere structural architecture of democratic institutions cannot generate stability or prosperity without the underlying bedrock of social cohesion and a supportive civic culture.
ในมุมมองของอิสราเอล การขจัดภัยคุกคามนิวเคลียร์อิหร่านจะต้องควบคุมโครงการอิหร่านอย่างสมบูรณ์ ไม่ปล่อยให้มีโอกาสผลิตอาวุธได้แม้แต่น้อย เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวรัฐบาลอิสราเอลพร้อมที่จะละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ละเมิดสิทธิอันพึงมีของอิหร่าน อาศัยแรงกดดันทางการเมืองระหว่างประเทศ อิทธิพลของสหรัฐ กดดันให้อิหร่านยอมกระทำตามความต้องการของตน
Two decades after the Palestinian leader’s mysterious death, forensic science confirmed the presence of a radioactive isotope. But in the shadowy realm of Middle Eastern realpolitik, the ultimate question remains: who held the vial?
Under the stewardship of Crown Prince Mohammed bin Salman (MBS), the Kingdom is actively pursuing strategic autonomy. The ultimate prize? Restructuring the Middle Eastern order to guarantee the survival of the monarchy and secure the success of the Vision 2030 economic blueprint. Here is how this grand strategy is unfolding across three critical fronts.
การคว่ำบาตรจากสหรัฐกับพันธมิตรต่อโครงการนิวเคลียร์อิหร่านพิสูจน์แล้วว่าได้ผล เศรษฐกิจสังคมอิหร่านได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้ประธานาธิบดีโรฮานีชนะการเลือกตั้ง และมาพร้อมกับนโยบายสานสัมพันธ์ที่ดีกับทุกประเทศ เร่งเจรจาแก้ปัญหาการคว่ำบาตร การเจรจาจึงเป็นเรื่องสำคัญ กำหนดอนาคตอิหร่านและภูมิภาคตะวันออกกลาง
This article critically examines the foreign policy of the Obama administration, highlighting its inherent contradictions and the United States' unilateral approach to establishing pretexts for military intervention in Syria under the Bashar al-Assad regime.
จากที่ลังเลใจมาตลอดหนึ่งปี พยายามเลื่อนการตัดสินใจว่าใครเป็นผู้ใช้อาวุธเคมีในซีเรีย เหตุการณ์การใช้อาวุธเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม กลายเป็นข้ออ้าง เป็นจุดเปลี่ยนนโยบายของโอบามาต่อซีเรีย สหรัฐคิดโจมตีกองทัพรัฐบาลอัสซาดด้วยตนเอง ด้วยไม่ฟังคำทัดทานจากหลายประเทศ เหตุผลหลักประการหนึ่งคือต้องการช่วยเหลือฝ่ายต่อต้านรัฐบาล
พลเอกอับดุล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดอียิปต์ เรียกร้องให้ประชาชนออกมาชุมนุมสนับสนุนการยึดอำนาจ กลายเป็นภาพของรัฐประหารที่ไม่เสร็จสมบูรณ์ ต้องขอให้ประชาชนแสดงการสนับสนุนเพิ่มเติม แม้มีผู้ร่วมชุมนุมแสดงพลังสนับสนุนการรัฐประหารจำนวนนับแสนนับล้านคน แต่ฝ่ายสนับสนุนอดีตประธานาธิบดีมอร์ซีจะยังคงชุมนุมยืดเยื้อต่อไป ตอกย้ำผลลัพธ์ด้านลบของการรัฐประหาร
ในเวลาไม่ถึง 3 ปี ประเทศอียิปต์เกิดเหตุประชาชนขับไล่รัฐบาลมาแล้ว 2 ชุด คือรัฐบาลของประธานาธิบดีฮอสนี่ มูบารัค กับรัฐบาลของประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ทั้งสองครั้งประชาชนผู้สนับสนุนต่างประกาศว่าคือส่วนหนึ่งของอียิปต์สปริง เป็นชัยชนะของประชาชน การชุมนุมทั้งสองครั้งกองทัพอียิปต์เข้าเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และสหรัฐมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพอียิปต์มานานหลายทศวรรษแล้ว
อิหร่านมีโครงการนิวเคลียร์มาหลายทศวรรษแล้ว สมัยของอาห์มาดินาจาดเป็นช่วงที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุให้ชาติตะวันตกคว่ำบาตร ซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจ แต่ไม่ใช่ทุกรัฐบาลที่กระทำเช่นเดียวกันนี้ ขึ้นกับเหตุผลเบื้องหลัง บริบทแวดล้อมอื่นๆ
Iran as a latent nuclear state that holds the upper hand in all future negotiations, or opt for military strikes to dismantle its capabilities—a move that risks detonating a regional war with an uncontrollable endgame.
สมาชิกสหภาพยุโรปมีทั้งประเทศที่เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยกับการเสริมเขี้ยวเล็บแก่ฝ่ายต่อต้าน และมติยกเลิกคว่ำบาตรขายอาวุธแก่ฝ่ายต่อต้านไม่น่าจะมีผลใดๆ ทั้งด้านการรบกับการเมืองของซีเรีย เพราะมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องและอาจไม่ตรงความต้องการของฝ่ายต่อต้าน
ประเทศอัฟกานิสถานคือประเทศผู้ปลูกฝิ่นรายใหญ่ที่สุดของโลก การแก้ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะพัวพันกับเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การทหาร และการปลูกฝิ่นมีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล
ผู้เชี่ยวชาญบางคนชี้ว่าเหตุที่ฝ่ายประชาชนสามารถโค่นล้มอดีตประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค เกิดจากการที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามาคอยจัดแจงอยู่เบื้องหลัง
IAEA ไม่มั่นใจว่าโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านจะมีเพื่อใช้ในทางสันติเท่านั้น เป็นที่มาของมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก
------------------------



