ติดอาวุธพวกเคิร์ด ต่อต้านผู้ก่อการร้าย ป้องกัน IS ปะทะอิหร่าน (ตอนแรก)

กระแสข่าวชาติตะวันตกวางยุทธศาสตร์ต่อต้านกองกำลังรัฐอิสลาม (IS/ISIL/ISIS) มุ่งชี้ไปที่ภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้ายต่อชาติตะวันตก แต่ส่งผลต่อพวกเคิร์ดและภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างมีนัยสำคัญ บทความนี้ (แบ่งออกเป็น 2 ตอน) จะวิเคราะห์ผลทั้ง 2 ประการ และในตอนแรกนี้จะอธิบายผลต่อพวกเคิร์ด พร้อมข้อวิพากษ์ ดังนี้
สถานการณ์ล่าสุด :
            การจะเข้าใจสถานการณ์ในอิรักอย่างลึกซึ้งครอบคลุม จำต้องรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดก่อน ในส่วนนี้จะประมวลเหตุการณ์สำคัญๆ ดังนี้
            ประการแรก ชาติตะวันตกพร้อมใจประกาศย้ำภัยคุกคามจาก IS
            ย้อนหลังไม่ถึง 2 ปีที่รัฐอิสลาม (IS) หรือชื่อเดิมคือ ISIL/ISIS เริ่มปรากฏตัว ณ ขณะนั้นมีผู้ประเมินว่ามีกำลังเพียงไม่กี่พันนาย จากนั้นก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เป็นกว่า 10,000 นาย และล่าสุดเป็น 50,000 นาย โดยเฉพาะภายหลังการประกาศสถาปนารัฐอิสลาม ทำให้มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ในจำนวนนี้คาดว่าเป็นชาวต่างชาติถึง 20,000 นาย
            รัฐบาลชาติตะวันตกหลายประเทศต่างออกมาพูดแสดงความกังวลว่า พลเมืองของตนที่เข้าขบวนการ IS และผ่านการรบในซีเรียกับอิรัก เมื่อกลับประเทศแล้วจะกลายเป็นภัยคุกคามต่อบ้านเกิดเมืองนอนของตน รัฐบาลกำลังติดตามคนเหล่านี้อย่างใกล้ชิด และอยู่ระหว่างหามาตรการป้องกันต่างๆ

            นายเดวิด คาเมรอน (David Cameron) นายกฯ อังกฤษประกาศยกระดับการเตือนภัยให้อยู่ในขั้นร้ายแรง (severe) เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี เตือนว่า “มีความเป็นไปได้สูง” (highly likely) ที่ผู้ก่อการร้ายจะก่อการ และกำลังอยู่ระหว่างหารือเพื่อเพิ่มมาตรการต่อต้านการก่อการร้าย สาเหตุหลักมาจากการที่ชาวอังกฤษจำนวนหนึ่งเข้าร่วมขบวนการ IS โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวที่นิยมความสุดโต่ง ปัจจุบันเชื่อว่ามีชาวอังกฤษกว่า 500 คนที่เดินไปอิรักกับซีเรีย และราวครึ่งหนึ่งได้เดินทางกลับอังกฤษแล้ว สื่อ The Telegraph ของอังกฤษรายงานว่าทางการสามารถป้องกันการก่อเหตุครั้งสำคัญครั้งหนึ่ง
            ในระหว่างที่สหรัฐกำลังหารือร่วมกับมิตรประเทศในขณะนี้ ประธานาธิบดีบารัก โอบามากล่าวถึง IS ว่า “พวกเขาลักพาตัวสตรีและเด็ก เพื่อนำมาทรมาน ข่มขืนและใช้เป็นทาส พวกเขาสังหารมุสลิม ทั้งซุนนีกับชีอะห์นับพันๆ คน พวกเขามุ่งเป้าต่อคริสเตียนและชนกลุ่มน้อยที่นับถือศาสนาอื่นๆ” พร้อมกับเรียกร้องว่า “บรรดารัฐบาลและประชาชนทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกลางจะต้องร่วมกันกำจัดมะเร็งร้ายนี้ เพื่อไม่ให้ลุกลามออกไปอีก” ในศตวรรษที่ 21 นี้จะต้องไม่มีที่อยู่สำหรับ ISIL

           ประการที่สอง การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีอิรักชุดใหม่ยังไม่แล้วเสร็จ พวกซุนนีสนับสนุน IS
            หลังจากถูกกดดันอยู่นาน นายนูรี อัลมาลิกี (Nouri Al-Maliki) ก็ประกาศตัวไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกสมัย เปิดทางให้นายไฮเดอร์ อัล-อาบาดี (Haider Abadi) เป็นนายกฯ คนใหม่ ชาติตะวันตกกับอิหร่านต่างเห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ แต่จนบัดนี้ซึ่งใกล้จะครบกำหนด 30 วัน ยังไม่มีวี่แววว่านายกฯ อาบาดีจะสามารถจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งจะต้องประกอบด้วยตัวแทนจากทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นพวกชีอะห์ ซุนนี และพวกเคิร์ดในอิรัก
            สื่อ The New York Times รายงานว่า นักการเมืองฝ่ายซุนนีตั้งเงื่อนไขการตั้งรัฐบาลชุดใหม่หลายประการ เช่น กองทัพรัฐบาลต้องหยุดยิงถล่มกองกำลัง IS ที่ตั้งมั่นอยู่ในเขตพื้นที่ซุนนี ทั้งการยิงจากทางบกทางอากาศ ขอให้กองกำลังชีอะห์ถอนตัวออกจากพื้นที่ยึดครองของซุนนี ให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองซุนนีที่ถูกกักตัวไม่ว่าจะมีข้อหาหรือไม่ และยอมให้อดีตพลพรรคของประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซนมีตำแหน่งในรัฐบาลชุดใหม่
            ไม่แน่ใจว่านายกฯ อาบาดีจะสามารถยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดของฝ่ายซุนนีหรือไม่ ความเข้าใจที่สำคัญคือ ต้องยอมรับว่าพวกซุนนีบางกลุ่มบางเผ่าในอิรักสนับสนุนการดำรงอยู่ของกองกำลัง IS สอดคล้องกับข้อมูลก่อนหน้านี้ที่ชี้ว่า IS ไม่ได้ก่อการยึดอิรักโดยลำพัง แต่ร่วมกับกองกำลังติดอาวุธของพวกซุนนี และอดีตสมาชิกพรรคบาธบางส่วน หากนายกฯ อาบาดีไม่ยอมรับเงื่อนไขอาจเป็นเหตุให้การจัดตั้งรัฐบาลอิรักชุดใหม่ยืดเยื้อออกไป ซึ่งหมายถึงการคงอยู่ของ IS ในอิรัก

            ประการที่สาม อิหร่านกับชาติตะวันตกติดอาวุธพวกเคิร์ด
            อิรักในขณะนี้สามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ส่วนแรกคือ พื้นที่ยึดครองโดย IS ร่วมกับพวกซุนนี ส่วนที่ 2 คือ พื้นที่ของรัฐบาลแบกแดดซึ่งมักเป็นถิ่นอาศัยของพวกชีอะห์ และส่วนที่ 3 คือดินแดนของพวกเคิร์ดในอิรัก ที่ผ่านมากองกำลัง IS กับพวกยังไม่ได้ปะทะกับพวกเคิร์ดอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม พวกเคิร์ดเรียกร้องขอการสนับสนุนทางทหารจากนานาชาติเรื่อยมา และอิหร่านเป็นประเทศแรกๆ ที่ให้การสนับสนุน (อย่างเปิดเผย)
            นายมัสซูด บาร์ซานิ (Massoud Barzani) ประธานาธิบดีของรัฐบาลภูมิภาคเคิร์ด (Kurdish Regional Government) กล่าวชื่นชมรัฐบาลอิหร่านว่าได้ช่วยอิรัก “ในสถานการณ์ยากลำบาก” อีกครั้ง “เราร้องขออาวุธและอิหร่านเป็นประเทศแรกที่ให้อาวุธและกระสุนแก่เรา” พร้อมกับกล่าวว่า “เราสนับสนุนเอกภาพแห่งชาติของอิรัก ความเป็นหนึ่งเดียวและนายกรัฐมนตรีอิรักคนใหม่”
            รัฐบาลชาติตะวันตกหลายประเทศพูดถึงการติดอาวุธแก่พวกเคิร์ดเช่นกัน ประเทศแรกที่ดำเนินการแล้ว คือ เยอรมนี โดยได้ส่งอาวุธจำนวนหนึ่ง ประกอบด้วยปืนเล็กยาว 16,000 กระบอก ปืนกล 40 กระบอก ระบบขีปนาวุธต่อต้านรถถัง 240 ชุด พร้อมขีปนาวุธ 500 ลูก ระเบิดมือ 10,000 ลูก ปืนพก 8,000 กระบอก และช่วยสอนให้ทหารเคิร์ดใช้อาวุธเหล่านี้

            ประการที่สี่ พร้อมโจมตีทางอากาศ
            สหรัฐเป็นประเทศแรกที่โจมตีพวก IS ทางอากาศและยังคงโจมตีเป็นระยะๆ และในช่วงนี้รัฐบาลชาติตะวันตกหลายประเทศเอ่ยถึงการโจมตี IS อังกฤษเป็นอีกประเทศที่ประกาศว่าพร้อมโจมตี IS ทางอากาศ นายกฯ คาเมรอนกล่าวว่าพร้อมจะทำทุกอย่างที่เป็น “ผลประโยชน์แห่งชาติ”
            จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ในขณะนี้คือ ชาติตะวันตกร่วมใจกันประกาศว่าจะโจมตี IS โดยเฉพาะการโจมตีทางอากาศ นัยสำคัญคือเพื่อสนับสนุนสหรัฐซึ่งจะเป็นผู้ใช้กำลังหลัก และจำต้องระลึกว่าการโจมตีทางอากาศไม่สามารถจำกัด IS อย่างถอนรากถอนโคน แต่ช่วยปิดล้อม บั่นทอนกำลัง จำกัดขอบเขตอิทธิพลของ IS ให้ไม่เกินพื้นที่ยึดครองในปัจจุบัน

ส่งเสริมอธิปไตยเคิร์ด ละเมิดอธิปไตยอิรัก :
            ไม่มีใครปฏิเสธว่า IS เป็นภัยคุกคามต่อโลก แต่ในอีกด้านหนึ่งจำต้องพิจารณาสถานการณ์ทั้งหมดอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะผลข้างเคียง ผลกระทบอื่นๆ จากการดำเนินนโยบายต่อต้าน IS ซึ่งอาจกลายเป็น “ระเบิดเวลา” ต่อความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง และส่งผลต่อโลกในอนาคต
            ผลกระทบเรื่องแรกที่ชัดเจน คือ การติดอาวุธพวกเคิร์ดเท่ากับยอมรับ “การมีตัวตน” ของพวกเคิร์ด แม้ว่าประเทศที่ให้อาวุธจะพยายามอ้างเหตุผลต่างๆ เช่น นางอังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) นายกฯ เยอรมนีอธิบายว่าจำต้องส่งอาวุธแก่พวกเคิร์ด เนื่องจาก IS เป็นภัยคุกคามสำคัญต่อเยอรมนีและยุโรป ช่วย “ปกป้องชีวิตและการสังหารหมู่ในอิรัก” และ “เป็นโอกาสที่จะป้องกันไม่ให้ผู้ก่อการร้ายสร้างฐานที่มั่นอันปลอดภัยของพวกเขา”
            การส่งอาวุธให้พวกเคิร์ดนับเป็นเรื่องใหม่ เพราะที่ผ่านมาเยอรมนีมีนโยบายไม่ส่งอาวุธแก่กลุ่มใดๆ ที่กำลังรบกันอยู่ การส่งมอบจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลเจ้าของประเทศ และอาจเป็นเหตุสนับสนุนให้พวกเคิร์ดแบ่งแยกดินแดนออกจากอิรัก ซึ่งขัดแย้งกับนโยบายของเยอรมนี แต่ที่สุดแล้วรัฐบาลแมร์เคิลปรับเปลี่ยนนโยบาย (หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ละเมิด ล้มล้างนโยบายเดิม) ติดอาวุธให้กับพวกเคิร์ด เพราะอ้างว่า ภัยคุกคามจาก IS นั้นรุนแรงกว่า

            ด้านผู้นำจิตวิญญาณอิหร่าน อยาตุลเลาะห์ อาลี โฮไซนี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Hosseini Khamenei) เคยกล่าวว่าไม่เห็นด้วยหาก “สหรัฐหรือประเทศใดๆ จะเข้าแทรกแซงกิจการภายในอิรัก” ผ่านการต่อต้านพวกผู้ก่อการร้าย จึงเกิดคำถามว่าการที่อิหร่านมอบอาวุธแก่พวกเคิร์ด ถือว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของอิรักหรือไม่ แม้จะมีท่าทีเห็นว่ากองกำลังอิรักทั้งหมดมีศัตรูร่วมคือผู้ก่อการร้าย ลัทธิก่อการร้าย ลัทธิสุดโต่งในอิรักเป็นภัยคุกคามต่อทั้งพวกชีอะห์ ซุนนีและพวกเคิร์ด แต่การให้อาวุธขัดแย้งกับนโยบายสนับสนุนความเป็นเอกภาพระหว่างรัฐบาลแบกแดดกับรัฐบาลภูมิภาคเคิร์ด
            เรื่องที่ไม่อาจปฏิเสธคือ พวกเคิร์ดพยายามปกครองตนเองมานานแล้ว ดังที่เคยวิเคราะห์ในครั้งก่อนว่า ประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของพวกเคิร์ดเต็มไปด้วยการเรียกร้องอิสรภาพ  การปกครองตนเอง สามารถย้อนหลังตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 (ค.ศ. 1914-1918) ยิ่งเมื่อสิ้นสุดระบอบซัดดัม ฮุสเซน ทำให้พวกเขาเห็นโอกาสที่จะสร้างเขตปกครองตนเอง พูดถึงการให้อิรักเป็นสหพันธรัฐ (federalism)

            แม้ว่าในทางนิตินัย ดินแดนเคิร์ดยังเป็นส่วนหนึ่งของอิรัก แต่โดยพฤตินัยแล้ว มีคุณสมบัติการเป็นรัฐอธิปไตยหลายข้อ เช่น มีรัฐบาลของตนเอง มีเขตพื้นที่ปกครองชัดเจน มีประชากร มีกองกำลังของตนเอง และเรียกร้องส่งออกน้ำมันด้วยตนเองเพื่อนำรายได้เข้าเคิร์ด
            และล่าสุด คือการยอมรับ “การมีตัวตน” จากหลายประเทศ ทั้งอิหร่านและชาติตะวันตกสำคัญๆ

            ประเด็นข้อวิพากษ์ต่อพวกเคิร์ดทั้งหมด นำสู่คำถามที่ว่า การต่อต้าน IS ส่งผลสนับสนุน “ชนกลุ่มน้อยแบ่งแยกดินแดน” หรือไม่ และเพื่อผลประโยชน์ของหลายประเทศ อิรักต้องเสียสละอธิปไตยตนเอง ใช่หรือไม่

            ความพยายามต่อต้านกองกำลังรัฐอิสลาม (IS/ISIL/ISIS) ที่ชาติตะวันตกกำลังปรึกษาหารือกันอยู่มุ่งชี้ไปที่ภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้ายต่อชาติตะวันตก ดำเนินการหลายอย่างเพื่อต่อต้าน IS และส่งผลทำให้พวกเคิร์ดมีความเป็นรัฐอธิปไตยมากขึ้นอย่างชัดเจน สถานภาพของเคิร์ดในอิรักจึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เท่ากับว่าประเทศอิรักไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปด้วย
            บทความตอนหน้าจะวิเคราะห์มุมมองระดับภูมิภาค ว่าแนวทางการต่อต้าน IS ของชาติตะวันตกกำลังเปลี่ยนแปลงระเบียบภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างไร จะเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญอีกครั้งของภูมิภาคนี้
7 กันยายน 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
 (ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6515 วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ.2557)
----------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง:
ในมุมหนึ่งประธานาธิบดีโอบามาชี้ว่า IS เป็นภัยคุกคาม ต้องกำจัดอย่างถอนรากถอนโคน ในอีกมุมหนึ่งชี้ว่าการปราบปราม IS ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องลงมือทันที ที่สำคัญคือต้องรอความร่วมมือจากประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะพวกซุนนี เมื่อวิเคราะห์แล้วนำสู่คำถามว่ารัฐบาลโอบามามีความตั้งใจปราบปรามกองกำลัง IS มากน้อยเพียงใด ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น 
ร้อยปีเต็มแล้วที่ชาวเคิร์ดอิรักต่อสู้เรียกร้องอิสรภาพ  การปกครองตนเอง น่าสนใจที่พวกเคิร์ดเป็นซุนนีแต่ไม่ปรารถนาอยู่ร่วมกับพวกอาหรับอิรักที่เป็นมุสลิมด้วยกัน รัฐบาลอังกฤษเคยเชื่อว่าพวกเคิร์ดเป็นเพียงแค่ชนเผ่าต่างๆ ไม่สามารถรวมตัวปกครองตนเอง แต่จากประวัติศาสตร์ในอดีตจนถึงปัจจุบัน พวกเคิร์ดพิสูจน์แล้วว่าพวกเขาสามารถรวมตัวกันได้ ตรงข้ามกับพวกอาหรับอิรักที่กำลังแตกแยกอยู่ในขณะนี้
3. อิรักกำลังตามอย่างซีเรียด้วยสงครามกลางเมืองยืดเยื้อ
วิกฤตอิรักรอบใหม่ที่เริ่มต้นเมื่อเดือนมิถุนายน ในตอนแรกนั้นสื่อมุ่งกล่าวถึงกองกำลัง ISIL/ISIS ที่สามารถยึดครองหลายเมืองได้อย่างรวดเร็ว แต่ล่าสุดการบรรยายเหตุการณ์ในอิรักให้ความสำคัญกับการลุกฮือของพวกซุนนีอิรัก ภาพวิกฤตอิรักจึงกลายเป็นสงครามระหว่างรัฐบาลชีอะห์ผู้กดขี่ข่มเหงประชาชน (โดยเฉพาะพวกซุนนี) กับฝ่ายต่อต้าน ซึ่งส่วนใหญ่คือประชาชนอิรักผู้นับถือนิกายซุนนี กองกำลัง ISIL สถานการณ์ในอิรักจึงคล้ายสงครามกลางเมืองซีเรียมากขึ้นทุกที
4. ISIL/ISIS หวังโค่นล้มรัฐบาลอัลมาลิกี เสริมไฟสงครามกลางเมืองอิรัก
นับจากการก่อตั้ง ISIL เป้าหมายและการแสดงออกของกลุ่มนั้นชัดเจนและสอดคล้องกัน คือสถาปนารัฐอิสลามในอิรักกับซีเรีย การยึดพื้นที่ถิ่นอาศัยของพวกซุนนีดูเป็นเรื่องง่าย แต่หาก ISIL ต้องการยึดอิรักทั้งประเทศ จะต้องยึดพื้นที่เขตปกครองของพวกเคิร์ดและชีอะห์ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ภายใต้ศักยภาพของกองกำลัง ISIL ในปัจจุบัน เป้าหมายเฉพาะหน้าที่ดูสมเหตุสมผลกว่าคือการควบคุมพื้นที่ถิ่นอาศัยของพวกซุนนี หรือไม่ก็ให้สงครามกลางเมืองอิรักเป็นศึกยืดเยื้อ

บรรณานุกรม:
1. Arming of Kurds aids European security, says Merkel. (2014, September 1). Gulf Time/Reuters/AFP. Retrieved from http://www.gulf-times.com/uk-europe/183/details/406542/arming-of-kurds-aids-european-security%2c-says-merkel
2. Dominiczak, Peter. (2014, September 3). Army may return to Iraq as David Cameron wins backing for air strikes. The Telegraph. Retrieved from http://www.telegraph.co.uk/travel/destinations/middleeast/iraq/11074114/Army-may-return-to-Iraq-as-David-Cameron-wins-backing-for-air-strikes.html
3. Iran proved it backs Iraq in tough times: Barzani. (2014, August 27). Tehran Times. Retrieved from http://tehrantimes.com/politics/117981-iran-proved-it-backs-iraq-in-tough-times-barzani
4. Georgy, Michael., & Rasheed, Andahmed. (2014, August 13). U.S. ready to help new Iraq leader, Iran welcomes choice. Reuters. Retrieved from http://www.reuters.com/article/2014/08/13/us-iraq-security-idUSKBN0GC0Z220140813
5. Hubbard, Ben. (2014, August 23). Response to Attack Reflects Iraq’s Sectarian Divide. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2014/08/24/world/middleeast/response-to-attack-reflects-iraqs-sectarian-divide.html?_r=0
6. Iran and Islam not associated with violence: Rouhani. (2014, September 2). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/politics/118114-iran-and-islam-not-associated-with-violence-rouhani
7. Iraq conflict not a war between Shias and Sunnis: Leader. (2014, June 22). Tehran Times. Retrieved from http://tehrantimes.com/component/content/article/94-headline/116482-iraq-conflict-not-a-war-between-shias-and-sunnis-leader
8. Islamist Influx: Several Radicalized Ex-German Soldiers in Iraq. (2014, September 1). Spiegel Online. Retrieved from http://www.spiegel.de/international/world/german-weapons-for-kurds-may-be-used-on-radicalized-german-soldiers-a-989194.html
9. Islamic State 'has 50,000 fighters in Syria'. (2014, August 19). Al Jazeera. Retrieved from http://www.aljazeera.com/news/middleeast/2014/08/islamic-state-50000-fighters-syria-2014819184258421392.html
10. McDowall, David. (2004). A Modern History of the Kurds, (3rd ed.). New York: I.B. Tauris.
11. Sawer, Patrick., & Whitehead, Tom. (2014, August 30). Coalition talks over increased measures against extremists. The Telegraph. Retrieved from http://www.telegraph.co.uk/news/uknews/terrorism-in-the-uk/11065424/Coalition-talks-over-increased-measures-against-extremists.html
12. Statement by the President. (2014, August 20). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/08/20/statement-president
-----------------------------

Lazada แจกคูปองส่วนลด 11% สนใจคลิก ส่งฟรี ถึง 11 พ.ย.

กลุ่มไลน์ ติดตามข่าวสารทั่วโลก

กลุ่มไลน์ ติดตามข่าวสารทั่วโลก
https://line.me/ti/g2/6rXIwiNZgKq21mhYLjKfBA?utm_source=invitation&utm_medium=link_copy&utm_campaign=default

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19
สนใจคลิกที่รูป