ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ISIL/ISIS หวังโค่นล้มรัฐบาลอัลมาลิกี เสริมไฟสงครามกลางเมืองอิรัก

15 มิถุนายน 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6431 วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1919451)

            ย้อนหลังสมัยสงครามอ่าวเปอร์เซียเมื่อทศวรรษ 1990 ในสมัยนั้นประเทศอิรักประกอบด้วยตัวแสดงหลัก 3 ตัว คือ พวกชีอะห์ซึ่งปัจจุบันเป็นรัฐบาล พวกซุนนี และพวกเคิร์ด (แต่ละกลุ่มมีกลุ่มย่อยๆ อีก) พวกเคิร์ดในปัจจุบันอยู่ในฐานะกึ่งปกครองตนเอง มีรัฐบาลปกครองของตนเอง มีกองกำลังและขายน้ำมันเข้ากระเป๋าตนเอง ส่วนพวกชีอะห์กับซุนนีมีการต่อสู้เรื่อยมานับจากสิ้นระบอบซัดดัมเมื่อ 10 ปีก่อน ฝ่ายชีอะห์ซึ่งมีจำนวนมากกว่าและได้รับการสนับสนุนจากชาติตะวันตกเป็นฝ่ายได้เปรียบ นายนูรี อัลมาลิกี (Nouri Al-Maliki) นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันก็เป็นสายชีอะห์ และเพิ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อปลายเดือนเมษาที่ผ่านมา ได้ดำรงตำแหน่งนายกฯ สมัยที่ 3 ดังนั้น โดยภาพรวมแล้วว่า ในมุมมองหนึ่งสรุปได้ว่าสายชีอะห์อยู่ในฐานะที่ได้เปรียบมากที่สุด

ISIL ได้รับการสนับสนุนจากต่างชาติหรือไม่ :
            การปรากฏตัวของ Islamic State of Iraq and the Levant (ISIL) หรือ Islamic State in Iraq and Syria (ISIS) ในปีที่แล้ว (2013) ทำให้เกิดตัวแสดงตัวใหม่
            ผู้ที่ติดตามสงครามกลางเมืองซีเรียจะรู้จัก ISIL เพราะเป็นหนึ่งในกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด (Bashar al-Assad) ที่มีพลัง มีความเข้มแข็งมากที่สุด สามารถยึดครองพื้นที่ทางภาคตะวันออกของซีเรีย (ติดกับชายแดนอิรัก) และส่วนหนึ่งของภาคเหนือซีเรีย
            ISIL เป็นที่โด่งดังในอิรัก จากเหตุการณ์เมื่อปลายปีที่แล้ว เมื่อกองกำลังของ ISIL ฉวยโอกาสขณะเกิดความขัดแย้งระหว่างพวกซุนนีกับรัฐบาลอัลมาลิกี เข้ายึดครองเมืองฟาลลูจาห์ (Fallujah) กับเมืองรามาดี (Ramadi) ในจังหวัดอันบาร (Anbar) เกิดการปะทะกับกองทัพรัฐบาล แต่ ISIL คงมีอิทธิพลเหนือพื้นที่ดังกล่าวเรื่อยมาจนบัดนี้
            เดิม ISIL มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอัลกออิดะห์ แต่เมื่อ ISIL พยายามจะควบรวมกับกลุ่ม Nusra Front (เป็นกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียที่ใกล้ชิดอัลกออิดะห์) แต่ผู้นำ Nusra Front ไม่ยอมรับข้อเสนอ รวมทั้งนาย Ayman al-Zawahiri ผู้นำอัลกออิดะห์คนปัจจุบันก็ไม่เห็นด้วย เป็นเหตุให้ ISIL ในปัจจุบันไม่เป็นแนวร่วมอัลกออิดะห์อีกแล้ว

            ผู้เชี่ยวชาญบางคนอธิบายว่า โดยพื้นฐานแล้ว ISIL ประกอบด้วยกองกำลังสุดโต่งเดิมๆ ที่อยู่ในอิรัก ซึ่งหากอธิบายว่า ISIL เป็นเพียงการแปลมโฉมของพวกซุนนีอิรัก ก็ควรจะถือว่า ISIL คือพวกซุนนีเดิม ที่รวมตัวกันใหม่ แต่ความจริงแล้ว กองกำลังสุดโต่งดั้งเดิมของ ISIL จำนวนไม่น้อยไม่ใช่พลเมืองอิรัก พวกเขาเป็นกองกำลังติดอาวุธจากหลายประเทศที่เข้ามาเพื่อขับไล่กองทหารสหรัฐกับพันธมิตรที่ยึดครองอิรักในขณะนั้น โดยที่พวกซุนนีอิรักบางกลุ่มบางสายเข้าร่วมขบวนการด้วย การเคลื่อนไหวเพื่อโค่นล้มระบอบอัสซาดแห่งซีเรียของ ISIL เป็นหลักฐานอีกชิ้นที่บ่งชี้ว่าพวกเขาไม่ต้องการปฏิบัติการเฉพาะในอิรักเท่านั้น
            ข้อมูลบางแหล่งชี้ว่า ปัจจุบัน ISIL มีกองกำลังราว 12,000 นาย ในจำนวนนี้ 3,000 นายเป็นคนสัญชาติตะวันตก เป็นการรวมตัวของญิฮาดจากที่ต่างๆ ทั่วโลก ISIL ในปัจจุบันจึงเป็นกองกำลังติดอาวุธที่ประกอบด้วยสมาชิกจากหลายประเทศ หลายสัญชาติ ภายใต้การจัดระบบระเบียบใหม่ให้เป็นเอกภาพมากขึ้น สามารถระดมสมาชิกเพิ่มเติมจากทั่วโลก รวมทั้งจากพวกซุนนีบางกลุ่มในอิรัก

            นายฮัสซัน โรฮานี (Hassan Rohani) ประธานาธิบดีอิหร่านแสดงท่าทีสนับสนุนรัฐบาลอัลมาลิกี ประกาศว่าอิหร่านจะพยายามสุดความสามารถเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย และ “จะไม่ยอมให้ผู้สนับสนุนพวกผู้ก่อการร้ายทำลายความมั่นคงและเสถียรภาพของอิรัก” ด้วยการใช้การก่อการร้ายต่ออิรัก ท่าทีของประธานาธิบดีโรฮานีกำลังชี้ว่า ภัยคุกคามอิรักในขณะนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งภายในประเทศ แต่มาจากการขับเคลื่อนนอกประเทศอิรัก ที่อาศัยการก่อการร้ายเป็นเครื่องมือทำลายรัฐบาลอัลมาลิกี

            ในขณะที่ ISIL กำลังเคลื่อนไหวในซีเรีย ก็มีข่าวว่ากลุ่มนี้ได้รับการสนับสนุนทั้งเงินกับอาวุธจากรัฐบาลกาตาร์และซาอุดิอาระเบีย เหตุผลหนึ่งที่พูดถึงคือ ISIL ประกอบด้วยกลุ่มย่อยหลายกลุ่ม กลุ่มย่อยเหล่านี้เดิมได้รับการสนับสนุนจากซาอุฯ กับกาตาร์อยู่ก่อนแล้ว
          สื่อ Iran News ของทางการอิหร่าน อ้างข้อมูลที่เสนอจากโทรทัศน์อิรักช่องหนึ่ง ชี้ว่าสมาชิก ISIL หลายคนที่ถูกทางการอิรักจับได้สารภาพว่าได้ติดต่อกับรัฐบาลซาอุฯ คนเหล่านี้กล่าวว่าพวกตนได้รับคำสั่ง อาวุธและรถยนต์ติดระเบิดจากรัฐบาลซาอุฯ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นาย Adnan al-Asadi ปลัดกระทรวงหมาดไทยอิรักเตือนซาอุฯ ให้ยุติการแทรกแซงกิจการภายในอิรัก เห็นว่า “ปัญหาของจังหวัดอันบาร์ทางภาคตะวันตกเป็นปัญหาระดับประเทศ ไม่ใช่ข้อพิพาทระหว่างชนเผ่า”
            แม้ฝ่ายที่เห็นว่ารัฐบาลกาตาร์กับซาอุฯ เป็นผู้สนับสนุนกองกำลัง ISIL แต่ทางการกาตาร์กับซาอุฯ ต่างออกมาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นาย Khalid al-Attiyah รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ชี้แจงว่า “เรื่องที่พูดว่าเราสนับสนุนกลุ่มหัวรุนแรงหรือกลุ่มสุดโต่งนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างไร” ทำนองเดียวกับทางการซาอุฯ ที่ชี้แจงว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุก่อการร้ายในอิรัก เห็นว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลอัลมาลิกีที่จะปกปิดความล้มเหลวของตนเองมากกว่า
            การที่รัฐบาลซาอุฯ กับกาตาร์จะมีส่วนสนับสนุนการก่อการของ ISIL เป็นประเด็นที่ต้องพิสูจน์ต่อไป แต่คำถามที่ว่ามีรัฐบาลต่างชาติประเทศใดให้การสนับสนุน ISIL หรือไม่เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เพราะเป็นการโยงว่ารัฐบาลอัลมาลิกีกำลังต่อกรกับรัฐบาลประเทศใด เป็นประเทศที่อยู่ใกล้หรืออยู่ไกล อะไรเป็นต้นเหตุที่รัฐบาลประเทศดังกล่าวสนับสนุน ISIL มีผลต่อการวิเคราะห์ คาดการณ์สถานการณ์ในอิรัก

            สงครามกลางเมืองซีเรียในขณะนี้พอจะเป็นตัวอย่างเทียบเคียงได้ เมื่อฝ่ายต่อต้านที่เป็นชาวซีเรียแท้ๆ กับกองกำลังติดอาวุธต่างๆ ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลหลายประเทศ ทั้งด้านอาวุธ เงินทอง และอื่นๆ เป็นเหตุให้สงครามกลางเมืองยืดเยื้อกว่า 3 ปี จนบัดนี้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมดรวมกันกว่า 150,000 ราย ผู้อพยพลี้ภัยอีกหลายล้านคน
            การตั้งคำถามที่ว่า สถานการณ์ในอิรักกำลังจะไปสู่ทิศทางเดียวกับซีเรียหรือไม่ จึงเป็นการตั้งคำถามที่สมเหตุสมผล เพราะสถานการณ์ในอิรักมีลักษณะคล้ายซีเรีย คือ มีทั้งความขัดแย้งอันเกิดจากคนอิรักด้วยกันแท้ๆ กับการแทรกแซงจากกองกำลังต่างชาติ และรัฐบาลต่างชาติ

ISIL หวังโค่นล้มรัฐบาลชีอะห์ สถาปนารัฐอิสลาม :
            นับจากการก่อตั้ง ISIL เมื่อก่อน (2013) เป้าหมายและการแสดงออกของกลุ่มนั้นชัดเจนและสอดคล้องกัน เป้าหมายของกลุ่มได้ในระบุอยู่ในชื่อกลุ่มอย่างชัดเจน คือสถาปนารัฐอิสลามในอิรักกับซีเรีย
            การปฏิบัติการที่ผ่านมาให้คำตอบที่ชัดเจนเช่นกัน คือ ต้องการโค่นล้มระบอบอัสซาดแห่งซีเรีย และในขณะนี้ก็ประกาศชัดว่าต้องการโค่นล้มรัฐบาลอัลมาลิกี ผู้นำทั้ง 2 รัฐบาลเป็นชีอะห์หรือใกล้ชิดกับชีอะห์ ในอีกมุมหนึ่งพอจะกล่าวได้ว่าคือโค่นล้มรัฐบาลชีอะห์ เพื่อสถาปนารัฐอิสลามตามแนวทางของตนเอง ซึ่งในความหมายหนึ่งคือไม่ต้อนรับพวกชีอะห์ (ต่างจากประเทศอิรักในปัจจุบัน ที่มีทั้งชีอะห์กับซุนนี และศาสนาอื่นๆ)

            เมื่อต้นปี ISIL สามารถควบคุมเมืองฟาลลูจาห์ (Fallujah) และส่วนอื่นๆ ของจังหวัดอันบาร์ (Anbar) ทางภาคตะวันตกของอิรัก การเข้าโจมตียึดเมืองโมซุล (Mosul) ที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดนีเนเวย์ (Nineveh) ทางภาคะตะวันตกเฉียงเหนือของอิรัก การโจมตีเมืองทิกริต (Tikrit) และกำลังรุกคืบควบคุมเมืองอื่นๆ เข้าใกล้กรุงแบกแดดเข้ามากขึ้นทุกที จึงเป็นการเปิดฉากโจมตีรอบ 2 เพื่อหวังครอบครองพื้นที่มากขึ้น จนสามารถโค่นล้มรัฐบาลอัลมาลิกีในที่สุด

            สถานการณ์ในขณะนี้สับสนพอสมควร คือ มีการผลัดกันรุกรับ มีทั้งข่าวทหารตำรวจอิรักถอนตัวออกจากฐานที่มั่น กองกำลัง ISIL รุกคืบยึดเมืองต่างๆ เพิ่มขึ้น มีข่าวกองทัพรัฐบาลอิรักได้ตีโต้ ยึดพื้นที่บางส่วนคืน ส่วนเมืองเคอร์คุก (Kikruk) ที่เป็นแหล่งน้ำมันทางตอนเหนือของประเทศกลับไปตกอยู่ในการควบคุมของกองกำลังชาวเคิร์ดแล้ว สถานการณ์ในขณะนี้จึงสับสน แต่ ISIL เป็นฝ่ายได้เปรียบ
            การที่ทางการอิรักประกาศว่า ISIL เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นปัญหาระดับชาติ ไม่ใช่ความขัดแย้งระวังชนเผ่า ทำให้รัฐบาลอิรักไม่อาจทนนิ่งเฉย การที่เมืองสำคัญๆ หลายเมืองถูกยึดยิ่งทำให้ฝ่ายรัฐบาลจะต้องตอบโต้อย่างรุนแรง ไม่แปลกใจที่ทางการอิรักต้องการประกาศภาวะฉุกเฉิน เร่งระดมอาสาสมัคร เรียกร้องให้บรรดาผู้นำศาสนา กลุ่มการเมือง หัวหน้าเผ่าต่างๆ และนานาชาติช่วย “ต่อต้านผู้ก่อการร้าย”
            กรณีนี้แตกต่างจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลแบกแดดกับพวกเคิร์ดที่ปกครองตนเอง และต่างจากความขัดแย้งระหว่างพวกชีอะห์กับซุนนีในอิรัก ที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาแม้มีความขัดแย้ง มีการปะทะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้เสียชีวิตปีละหลายพันราย ในความรุนแรงหลายครั้งเป็นลักษณะการก่อการร้าย ใช้วิธีแบบพลีชีพ โจมตีพลเรือน แต่รัฐบาลอัลมาลิกีถือว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องความขัดแย้งของคนในชาติ ต่างจากการก่อการของ ISIL ที่ทางการอิรักประกาศว่าไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งของคนในชาติ แต่เป็นภัยคุกคามที่มาจากนอกประเทศ (แม้สมาชิก ISIL บางส่วนจะเป็นชาวอิรักก็ตาม)

            ภายใต้สถานการณ์ที่กำลังยุ่งเหยิงในขณะนี้ บางเหตุการณ์ดูเหมือนว่ากองกำลังรัฐบาลอิรักแทบจะไม่มีประโยชน์ ในหลายพื้นที่ถอนตัวออกจากฐานที่มั่นโดยแทบไม่มีการต่อสู้ใดๆ บางพื้นที่กองกำลังรัฐบาลถอนตัวออกจากพื้นที่ก่อนพลเรือนเสียอีก แต่หากวิเคราะห์ให้ดีจะเห็นว่าพื้นที่เหล่านั้นคือถิ่นอาศัยของพวกซุนนี นอกจากนี้ มีข้อสังเกตว่า กองกำลัง ISIL พยายามไม่ปะทะกับกองกำลังชาวเคิร์ดที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ กองกำลัง ISIL เข้าตีเมืองโมซุล สลายกองทัพอิรักในเมืองเคอร์คุกแล้ววกกลับลงมาทางใต้มุ่งประชิดกรุงแบกแดด
            การยึดพื้นที่ถิ่นอาศัยของพวกซุนนีดูเป็นเรื่องง่าย แต่หาก ISIL ต้องการยึดอิรักทั้งประเทศ จะต้องยึดพื้นที่เขตปกครองของพวกเคิร์ดด้วย และหากมุ่งลงใต้เรื่อยๆ ตั้งแต่กรุงแบกแดดลงไปจนติดอ่าวเปอร์เซีย จะเป็นถิ่นอาศัยของพวกชีอะห์ และต้องปะทะกับกองกำลังสหรัฐที่ประจำอยู่ในกรุงแบกแดดด้วย สมรภูมิตั้งแต่กรุงแบกแดดและไล่ลงมาทางใต้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่น่าจะทำได้เมื่อพิจารณาจากศักยภาพของ ISIL ในปัจจุบัน
            นาย Ahmad al-Abyad นักวิเคราะห์จากประเทศจอร์แดนแสดงความเห็นว่า กองกำลัง ISIL ได้เปรียบในเขตพื้นที่ของพวกซุนนี ชาวซุนนีในพื้นที่ที่ชิงชังรัฐบาลจะไม่ยอมให้รัฐบาลอัลมาลิกีกลับเข้ามามีอำนาจอีก ที่สุดแล้วประเทศอิรักจะแบ่งแยกออกเป็น 3 ส่วน คือ เขตของพวกชีอะห์ พวกซุนนี และพวกเคิร์ด
            ISIL ประกาศว่าต้องการโค่นล้มรัฐบาลอัลมาลิกี และคงคาดหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้ครอบครองอิรักทั้งประเทศ แต่ ณ ปัจจุบัน ทางที่เป็นไปได้มากกว่าและดูสมเหตุสมผลกว่าคือการควบคุมพื้นที่ถิ่นอาศัยของพวกซุนนี หรือไม่ก็ให้สงครามกลางเมืองอิรักเป็นศึกยืดเยื้อ เพียงเท่านี้ก็นับว่าประสบความสำเร็จยิ่งแล้ว
-----------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
ISIS/ISIL เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นอย่างมีเป้าหมายเฉพาะ กำลังก่อการทั้งในซีเรียกับอิรัก การปรากฏตัวของกลุ่มสะท้อนปัญหาการเมืองภายในอิรักที่เรื้อรังมานาน ความแตกแยกของฝ่ายต่างๆ การจะกำจัด ISIS/ISIL อย่างถอนรากถอนโคนคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนหลายอย่าง รวมทั้งมีประเทศผู้ให้การสนับสนุน น่าติดตามกลุ่มดังกล่าวจะนำอิรักสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ มีผลกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างไร

10 ปีที่กองทัพสหรัฐฯ บุกโค่นล้มระบอบซัดดัม ช่วยสถาปนารัฐประชาธิปไตยอิรัก พบว่าจนบัดนี้อิรักยังไม่ได้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง กลายเป็นรัฐล้มเหลวที่ประกอบด้วยหลายกลุ่มอำนาจที่พยายามแย่งชิงผลประโยชน์ ก่อให้เกิดคำถามมากมายว่าอิรักในวันนี้ดีกว่ายุคซัดดัมหรือไม่ อะไรคือการปกครองที่ดี และจะพาอิรักออกจากสถานการณ์วุ่นวายในขณะได้อย่างไร ทั้งหมดนี้ประชาชนอิรักไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดต้องออกมาแสดงพลัง กำหนดอนาคตของตนเอง

อีบุ๊ค คลิกที่รูป


บรรณานุกรม:
1. Ajbaili, Mustapha  (2014, June 12). Maliki’s sectarian policy backfires in dramatic style.
Al Arabiya News. Retrieved from http://english.alarabiya.net/en/perspective/analysis/2014/06/12/Maliki-s-sectarian-policy-backfires-in-dramatic-style.html
2. Al-Maliki antics ‘attempt to cover up own failures’. (2014, March 18). Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/news/542141
3. Arrested terrorists in Iraq reveal its ties with Saudi Arabia. (2014, January 19). Iran News. Retrieved from http://www.iranews.com.br/noticia/11601/terroristas-presos-no-iraque-revelam-seus-lacos-com-a-arabia-saudita
4. Baghdad Urges Civilians to Take Up Arms Against Insurgents in Mosul. (2014, June 12). Rudaw. Retrieved from http://rudaw.net/english/middleeast/iraq/120620141
5. Extremist groups hobble Syrian peace negotiations. (2013, October 22). The Times of India/AP. http://timesofindia.indiatimes.com/world/middle-east/Extremist-groups-hobble-Syrian-peace-negotiations/articleshow/24549382.cms
6. ISIL: Rising power in Iraq and Syria. (2014, June 11). Al Jazeera. Retrieved from http://www.aljazeera.com/news/middleeast/2014/06/isil-eminent-threat-iraq-syria-20146101543970327.html
7. Mccoy, Terrence. (2014, June 11). How ISIS leader Abu Bakr al-Baghdadi became the world’s most powerful jihadi leader. The Washington Post. Retrieved from http://www.washingtonpost.com/news/morning-mix/wp/2014/06/11/how-isis-leader-abu-bakr-al-baghdadi-became-the-worlds-most-powerful-jihadi-leader/?tid=hp_mm
8. Rouhani, Maliki Underline Fight against Terrorism. (2014, June 13). FNA. Retrieved from http://english.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13930323000432
-------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

รูปแบบการปกครอง (1) รูปบการปกครองแบบกรีก

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย  รูปแบบการปกครอง การจะบอกว่ามีกี่รูปแบบการปกครอง (Forms of Government) และแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัด ซึ่งพอจะมีวิธีแบ่งได้หลายแบบ เช่น เกณฑ์จำนวนผู้มีอำนาจปกครอง เกณฑ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
“รูปแบบการปกครองที่ใช้เกณฑ์จำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายของการปกครอง”             รูปแบบนี้นักวิชาการบางท่านเรียกว่า รูปแบบการปกครองแบบกรีก (Greek Typology of Governments) โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ รูปแบบที่รัฐบาลมีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อความดีงามของรัฐ (polis) กับรูปแบบตรงกันข้ามที่รัฐบาลไม่มีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ปกครองเท่านั้น ในแต่ละรูปแบบหลักแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบย่อยตามจำนวนผู้ปกครอง คือ 1 คน (one) จำนวนเล็กน้อย (few) และ หลายคน (many)
Government Pure Form Impure Form คนเดียว (of One) ราชาธิปไตย (Monarchy) ทรราชย์ (Tyranny) จำนวนน้อย (of the Few) อภิชนาธิปไตย (Aristocracy) คณาธิปไตย (Oligarchy) จำนวนมาก (of the Many) มัชฌิมวิถีอธิปไตย (Polity) ประชาธิปไตย (Democracy)
รูปแบ…