ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

มองรอบด้านกับการบรรลุร่างข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน (2)

26 กรกฎาคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6836 วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2213679)

            สัปดาห์สุดท้ายก่อนบรรลุร่างข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ มีกระแสข่าวว่าประเด็นที่ยังตกลงกันไม่ได้คือเงื่อนไขยกเลิกข้อมติคว่ำบาตรของสหประชาชาติ เรื่องเครื่องหมุนเหวี่ยงเสริมสมรรถนะ (centrifuge) การคว่ำบาตรอีกรอบหากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข การย้ายแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะไปเก็บนอกประเทศ
ถ้าถอยหลัง 2-3 เดือน ประเด็นที่อิหร่านยืนกรานยอมรับไม่ได้คือเงื่อนไขการตรวจสอบทุกที่ทุกเวลาแม้กระทั่งที่ตั้งทางทหาร ฝ่ายพรรครีพับลิกันพยายามผลักดันเงื่อนไขดังกล่าว ถ้าต่างฝ่ายต่างยืนยันจุดยืน การเจรจาไม่บรรลุผลแน่นอน ผลการเจรจาลงเอยด้วยข้อสรุปว่าสามารถตรวจสอบที่ตั้งทางทหารหากมีเหตุต้องสงสัย โดย IAEA ต้องแจ้งก่อนล่วงหน้า ให้อิหร่านมีเวลาเตรียมตัว 24 วัน เพื่อเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ ความลับทางทหารที่ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ ประเด็นนี้เป็นอันยุติ และได้ร่างข้อตกลงฯ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม

 อิหร่านมีโอกาสผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้อีกหรือไม่ :
หนึ่งในประเด็นที่ถกเถียงกันมากที่สุดและมีผลต่อการรับรองร่างฯ จากรัฐสภาสหรัฐคือ ร่างข้อตกลงฯ ช่วยยับยั้งอิหร่านได้จริงหรือไม่ อิหร่านมีโอกาสผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้อีกหรือไม่
เนื่องจากข้อตกลงสำคัญๆ จะจำกัดโครงการนิวเคลียร์อิหร่านเป็นเวลา 10 ปี นายกฯ เนทันยาฮูจึงชี้ว่าเมื่อครบ 10 ปีอิหร่านอาจกลับมาผลิตอาวุธนิวเคลียร์ เพราะมีอิสระ “ที่จะสร้างเครื่องหมุนเหวี่ยงมากเท่าที่ต้องการและผลิตเค้กเหลือง (yellow cake) ได้มากเท่ากับภูเขา เป็นเหตุผลที่ท่านไม่เห็นด้วยกับร่างข้อตกลงฯ ไม่เชื่อว่าในระยะยาวจะช่วยป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์

คำพูดของนายกฯ เนทันยาฮูมีจุดอ่อนหลายข้อ ได้แก่
            ข้อแรก อิหร่านไม่หวนกลับเพื่อถูกคว่ำบาตรอีก
ในอนาคตหากอิหร่านผลิตเครื่องหมุนเหวี่ยงเสริมสมรรถนะมากเกินความจำเป็น และ/หรือผลิตเค้กเหลืองมากเป็นภูเขา ย่อมไม่สามารถหลบเลี่ยงการถูกตรวจจับ เนื่องจากปัจจุบันทุกฝ่ายรู้แน่ชัดแล้วว่าปริมาณเครื่องหมุนเหวี่ยงกับยูเรเนียมที่อิหร่านจำต้องมีใช้ในทางสันติคือจำนวนเท่าใด อยู่ในรูปแบบ ความเข้มข้นขนาดไหน หากมีแนวโน้มว่าจะผลิตเกินและ/หรือผลิตในความเข้มข้นสูงเกินไป หากถูกตรวจพบและอธิบายไม่ได้จะนำสู่การถูกคว่ำบาตร (แม้ปราศจากข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ) สถานการณ์ของอิหร่านจะหวนกลับสู่จุดเดิมที่ถูกคว่ำบาตรอย่างหนักจนต้องเจรจา
            การคว่ำบาตรรอบใหม่จะเกิดขึ้นเร็วกว่าและหนักกว่าเดิมหลายเท่า เพราะเท่ากับพิสูจน์ว่าอิหร่านไม่จริงใจ ไม่เป็นไปตามนโยบายที่ประกาศเรื่อยมาว่ามีโครงการฯ เพื่อสันติเท่านั้น

ข้อ 2 อิหร่านจะสามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์ในเวลาอันสั้น
ความอีกตอนนายกฯ เนทันยาฮูกล่าวว่าอิหร่านจะสามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์ได้หลายลูกในเวลาอันสั้น
ข้อผิดพลาดใหญ่หลวงคือ การผลิตเป็นอาวุธใช้งานต้องผ่านการทดลองทดสอบหลายขั้นตอน ไม่ใช่เพียงเสริมสมรถนะให้ได้ความเข้มข้นเกินว่าร้อยละ 90 ก็กลายเป็น “อาวุธระเบิดนิวเคลียร์”
            ในมุมมองของรัฐบาลโอบามา ทำเนียบขาวสรุปว่า ถ้าไม่มีข้อตกลง ด้วยเครื่องหมุนเหวี่ยง 20,000 เครื่องที่มีอยู่ อิหร่านสามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์ 8-10 ลูก และจะผลิตลูกแรกได้ภายในเวลาอย่างเร็วสุดคือ 2-3 เดือน ภายใต้ร่างข้อตกลงฯ หากอิหร่านผิดสัญญาจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีจึงจะสามารถสร้างระเบิดนิวเคลียร์ลูกแรก นั่นคือข้อตกลงฯ ช่วยลดขีดความสามารถ ยืดเวลาการสร้างอาวุธถ้าอิหร่านคิดจะทำ และถ้าอิหร่านผิดสัญญา สหประชาชาติ สหรัฐ อียูจะกลับไปคว่ำบาตรอิหร่านตามเดิม
            ที่สำคัญคือระบบการตรวจสอบ เครื่องมือต่างๆ ของ IAEA ในปัจจุบันก้าวหน้ากว่าอดีต การผลิตอาวุธนิวเคลียร์ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ยากที่จะหลบเลี่ยงการถูกตรวจจับ

            ข้อ 3 ประเด็นอิหร่านมีเวลา 24 วัน
            นายกฯ เนทันยาฮูอ้างว่าข้อตกลงฯ ให้อิหร่านมีเวลา 24 วันเพื่อพิจารณาการเข้าตรวจสอบในจุดต้องสงสัย อิหร่านสามารถใช้เวลาถึง 24 วันเพื่อทำลายหลักฐาน แต่ความจริงคือหากอิหร่านทำกิจกรรมใต้ดินหรือสถานที่ปกปิดมิดชิด มีคำถามว่าอิหร่านสามารถสร้างและทำลายสถานที่เหล่านี้ภายใน 24 วันหรือไม่ ที่สำคัญกว่านั้นคือครึ่งชีวิตของยูเรเนียมคือ 4,000 ล้านปี (ครึ่งชีวิตหมายถึงเวลาที่ปริมาณรังสีจากยูเรเนียมลดลงครึ่งหนึ่ง) ดังนั้นยากที่อิหร่านจะปกปิดได้อย่างสิ้นเชิง
            ประธานาธิบดีโอบามากล่าวถึงประเด็นนี้ว่า กิจกรรมนิวเคลียร์ “ไม่ใช่ของที่สามารถซ่อนในห้องเก็บของ ... ถ้ามีสารนิวเคลียร์อยู่ในนั้น ... จะทิ้งร่องร่อยไว้และทำให้เรารู้ว่าอิหร่านละเมิดข้อตกลงแล้ว” เกิดคำถามว่านายกฯ เนทันยาฮูผู้ติดตามและวิพากษ์โครงการนิวเคลียร์อิหร่านอย่างต่อเนื่องทำไมพูดราวกับขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องนี้
            ดังที่นำเสนอแล้วว่าการตรวจสอบที่ตั้งทางทหารเป็นเรื่องอ่อนไหว รัฐบาลอิหร่านแสดงจุดยืนปฏิเสธการตรวจสอบที่ตั้งทางทหาร การให้เวลา 24 วันเพียงพอแก่การเคลื่อนย้ายกำลัง เครื่องมือต่างๆ แต่ไม่อาจกลบเกลื่อนสารกัมมันตรังสีทั้งหมด เป็นการยืดหยุ่นเงื่อนไขที่ทุกฝ่ายยอมรับ

            ที่สุดแล้ว คำพูดในทำนองที่ว่าข้อตกลงฉบับสมบูรณ์จะเป็นเหตุให้อิหร่านผลิตอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคต ทำลายความมั่นคงของภูมิภาคและโลก สวนทางกับความคิดของชาติสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ กับเยอรมนีและตัวแทนอียูที่เห็นว่าเป็นข้อตกลงที่เหมาะสมแล้ว
            เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ชี้ว่าว่าฝ่ายใด “คิดถูก” หรือ “คิดผิด”

            อิหร่านไม่ต้องการอาวุธนิวเคลียร์
            ถ้าพูดในมุมชาติตะวันตก รัฐอาหรับและอิสราเอลจะชี้ว่าอิหร่านแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างลับๆ แต่ถ้าพูดในมุมของอิหร่าน รัฐบาลอิหร่านยืนยันเรื่อยมาว่าโครงการของตนมีเพื่อสันติเท่านั้น แม้ทั่ง
อยาตุลเลาะห์ คาเมเนอี ยืนยันซ้ำหลายรอบว่า “พวกเราได้ฟัตวา (fatwa) ประกาศว่าศาสนาอิสลามห้ามครอบครองอาวุธนิวเคลียร์”
            ถ้ามองจากมุมของอิหร่าน อิหร่านไม่เคยคิดจะมีอาวุธนิวเคลียร์ โครงการที่มีอยู่ การวิจัยพัฒนาใช้ในทางสันติเท่านั้น

รอดูสถานการณ์อีก 60 วัน และ 5 เดือน :
ขั้นตอนจากนี้คือรัฐสภาอเมริกาจะพิจารณาร่างข้อตกลงฯ ถ้าหากรัฐสภาผ่านร่างจะเป็นผลงานชิ้นโบแดงของรัฐโอบามาทันที หากไม่เห็นด้วยประธานาธิบดีโอบามาประกาศแล้วว่าจะใช้สิทธิยับยั้ง (veto) ส่วนการแก้ไขร่างฯ จะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะหมายถึงต้องเข้าสู่กระบวนการเจรจา P-5+1 อีกรอบ และไม่รู้ว่าฝ่ายอิหร่านจะยอมรับเงื่อนไขใหม่ๆ หรือไม่
Ellie Geranmayeh นักวิชาการจาก European Council of Foreign Relations ชี้ว่าถ้ารัฐสภาสหรัฐไม่ทำตามข้อตกลง สหรัฐจะเป็นฝ่ายถูกตำหนิ มาตรการคว่ำบาตรที่นานาชาติมีต่ออิหร่านนั้นจะเสื่อมคลายไปเอง
Scott Lucas นักวิชาการจาก University of Birmingham เห็นว่าหากคองเกรสปฏิเสธร่างข้อตกลงจะสั่นคลอนความสัมพันธ์กับชาติอื่นๆ ในกลุ่ม P5+1 และหากเป็นเช่นนั้นจริงสถานการณ์จะตึงเครียด คราวนี้จะไม่เฉพาะประเด็นนิวเคลียร์เท่านั้น จะพัวพันเรื่องอื่นๆ เช่น ซีเรีย เยเมน อิรัก อิสราเอล ปาเลสไตน์ และไม่เชื่อว่าหากรีพับลิกันผ่านร่างข้อตกลงจะมีผลต่อการชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
หากยึดท่าทีของแกนนำพรรครีพับลิกัน พวกเขาจะคว่ำร่างฯ แน่นอน เป็นการยืนกรานจุดเดิม จากนี้ไปอีก 60 วันวาทกรรมของ 2 พรรคจะเข้มข้น สอดรับกระแสชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในระยะนี้

            ถ้ามองในกรอบหลักการ เป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายหนึ่งที่เชื่อว่าร่างข้อตกลงฯ นั้นเหมาะสม สามารถป้องกันไม่ให้อิหร่านมีนิวเคลียร์ กับอีกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ดังวุฒิสมาชิกจอห์น โบห์เนอร์ (John Boehner) ชี้ว่าร่างข้อตกลงฯ มีแต่ “สร้างความฮึกเหิม” แก่รัฐบาลอิหร่าน และอาจจุดกระแสการแข่งขันสร้างอาวุธนิวเคลียร์
แต่ไม่ว่าพรรคเดโมแครทกับรีพับลิกันจะถกเถียงรุนแรงเพียงใด ต้องย้ำอีกรอบว่าทั้งคู่มีเป้าหมายตรงกันว่าอิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ประเด็นที่ดูราวจะขัดแย้งกันมาก แท้จริงแล้วลงเอยด้วยเป้าหมายสุดท้ายเดียวกัน ดังนั้น ถ้าจะขยายความเฉพาะประเด็นนี้ อิสราเอลกับชาติอาหรับไม่ถึงกาลอวสานแต่อย่างไร
เรื่องแปลกแต่จริงคือในหมู่ประเทศคู่เจรจาทั้งหมด มีเฉพาะของสหรัฐที่เป็นปัญหา มีเฉพาะพวกพรรครีพับลิกันกับเดโมแครทบางคนที่เห็นว่าร่างข้อตกลงฯ ไม่ดีพอ จะให้ตีความหมายว่าประเทศคู่เจรจาอื่นๆ เป็นอย่างไรดี พวกเขาเข้าข้างอิหร่านหรือ
อย่างที่เคยวิเคราะห์แล้วว่า ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลโอบามากับฝ่ายที่ไม่เห็นอาจเป็นเพียงวาทกรรมเท่านั้น

            สมมุติว่าคองเกรสผ่านร่างในที่สุด ต้องรอดูอีก 5 เดือนหรือก่อนวันที่ 15 ธันวาคมนี้ เพื่อ IAEA ตรวจสอบและจะรายว่าโครงการนิวเคลียร์อิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงหรือไม่ หาก IAEA รายงานว่าโครงการนิวเคลียร์อิหร่านผ่านการตรวจสอบโดยสมบูรณ์ จะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญอีกชิ้นว่าพวกต่อต้านร่างข้อตกลงฯ เข้าใจผิด คิดผิด หรือ ...

สรุป :
            ถ้าย้อนหลังสู่สมัยประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) ในช่วงนั้นรัฐบาลอิหร่านเดินหน้าโครงการอย่างเต็มที่ ประกาศไม่ยอมอ่อนข้อแม้ถูกคว่ำบาตร เมื่อมาถึงรัฐบาลของประธานาธิบดีโรฮานี นโยบายนิวเคลียร์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ อิหร่านเรียกร้องขอการเจรจาจนนำสู่ได้ข้อสรุปร่างข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ ความขัดแย้งอันเนื่องจากโครงการนิวเคลียร์กับหลายประเทศอาจถึงจุดยุติ อย่างไรก็ตาม หลายประเทศยังมีประเด็นขัดแย้งกับอิหร่านในเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่อง และน่าจะทวีความรุนแรงมากขึ้นถ้าอิหร่านเข้มแข็งขึ้นอันเนื่องจากการฟื้นฟูประเทศ เมื่อถึงเวลานั้นต้องดูว่าผู้นำอิหร่านจะตัดสินใจอย่างไร อิหร่านจะพยายามหลบเลี่ยงการถูกคว่ำบาตรหรือไม่ หรือว่าเมื่อถึงตอนนั้นบริบทระหว่างประเทศเปลี่ยนไปมากแล้ว
-------------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง 
หากยึดว่าความสำเร็จจากการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ไม่ลดความหวาดระแวง ความไม่เป็นมิตรต่อกัน รัฐบาลสหรัฐยังคงคว่ำบาตรอิหร่านด้วยเหตุผลอื่นๆ อิสราเอลยังเชื่อว่าอิหร่านจะผลิตและสามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์ในอนาคต ผลประโยชน์ของการเจรจาโครงการนิวเคลียร์จึงไม่ใช่เรื่องนิวเคลียร์อิหร่าน แต่น่าจะเป็นประโยชน์จากการที่บริษัทต่างชาติเข้าไปมีส่วนโครงการฟื้นฟูอิหร่าน การขายอาวุธให้กับประเทศต่างๆ

บรรณานุกรม:
1. Accord will fuel nuclear race: US House speaker. (2015, July 15). Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/middle-east/news/776706
2. Historic deal.  (2015, July 15). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/index_View.asp?code=248041
3. Iran policy against ‘arrogant’ U.S. won’t change. (2015, July 18). Al Arabiya News. Retrieved from http://english.alarabiya.net/en/News/middle-east/2015/07/18/Khamenei-policy-against-arrogant-U-S-won-t-change-.html
4. Keinon, Herb. (2015, July 16). Netanyahu launches US media blitz against Iran deal. The Jerusalem Post. Retrieved from http://www.jpost.com/Middle-East/Iran/Netanyahu-launches-US-media-blitz-against-Iran-deal-409125
5. Slavin, Barbara. (2015, July 16). Is IAEA capable of monitoring Iran nuclear program?
Al Monitor. Retrieved from http://www.al-monitor.com/pulse/originals/2015/07/iran-nuclear-deal-compliance.html
6. The White House. (2015, July 14). A Historic Deal to Prevent Iran from Acquiring a Nuclear Weapon. Retrieved from https://www.whitehouse.gov/issues/foreign-policy/iran-deal
--------------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…