ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อิรักกับประชาธิปไตยในความเปลี่ยนแปลง

อิรักกับประชาธิปไตยในความเปลี่ยนแปลง
21 ธันวาคม 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ได้รับการเผยแพร่ผ่าน ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2556, http://www.thaiworld.org/thn/thailand_monitor/answera.php?question_id=1306)

            ทำไมบางประเทศที่ปกครองด้วยประชาธิปไตย สังคมจึงเจริญรุ่งเรือง สงบเรียบร้อย ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข แต่ทำไมบางประเทศที่ใช้การปกครองเดียวกัน โครงสร้างการปกครองคล้ายกันแต่ไม่ได้ผลดี ทั้งๆ ที่โลกก้าวเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์ สังคมโลกมีความเจริญก้าวหน้ามากกว่าอดีต แต่หลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางกับแอฟริกาเหนือที่เปลี่ยนการปกครองจากอำนาจนิยมมาสู่ประชาธิปไตยพบว่ามีปัญหา สังคมไม่ได้รับผลดีจากระบอบประชาธิปไตยดังที่หวัง
            ประเทศอิรักคือหนึ่งในประเทศที่กำลังกล่าวถึง เดือนเมษายน 2003 กลายเป็นวันประวัติศาสตร์ของประเทศอิรัก เมื่อกองทัพอเมริกันยาตราทัพเข้ากรุงแบกแดกโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซ็น ชาวอิรักจำนวนไม่น้อยดีใจเมื่อเห็นระบอบซัดดัมล่มสลาย แต่จนบัดนี้กว่า 10 ปีแล้วที่อิรักยังล้มลุกคลุกคลานกับระบอบประชาธิปไตย สังคมเต็มด้วยความแตกแยกและการเกิดเหตุร้ายรายวัน
            บทเรียนสำคัญที่ได้คือ การจะเป็นประชาธิปไตยได้หรือไม่นั้นขึ้นกับปัจจัยแวดล้อมหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องของค่านิยม วัฒนธรรมของสังคม อุปสรรคประชาธิปไตยของอิรักคือ สังคมยังยึดมั่นกับกลุ่มศาสนา กลุ่มอำนาจ กลุ่มเชื้อชาติ มากกว่าการยึดมั่นในความเป็นชาติร่วมกัน ชาวอิรักส่วนใหญ่ผูกพันกับกลุ่มทางสังคมมากกว่า และกลุ่มเหล่านี้ไม่มีเจตจำนงที่จะร่วมผูกพันเป็นชาติ
            ก่อนที่กองทัพสหรัฐฯ จะถอนตัวออกจากอิรัก ในตอนนั้นประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชคิดแต่เพียงว่าขอให้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็เป็นพอ เพื่อที่จะกองทัพสหรัฐฯ จะถ่ายโอนอำนาจให้รัฐบาลอิรักชุดใหม่ทำหน้าที่รับผิดชอบบริหารประเทศ ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่าเรื่องที่รัฐบาลบุชให้ความสำคัญจริงๆ คือการถอนทหารออกโดยเร็ว หรืออย่างน้อยต้องไม่เข้าพัวพันกับการรบในอิรักต่อไป เนื่องจากรัฐบาลบุชกำลังเผชิญปัญหาสำคัญ 2 ประการคือ การสูญเสียงบประมาณมหาศาลกับข่าวแง่ลบจากการบาดเจ็บล้มตายของทหารอเมริกันที่เพิ่มแทบทุกวัน

สังคมต้องตัดสินใจเลือกแนวทางการปกครองประเทศ:
            ถ้ายึดมั่นว่าผลประโยชน์ของประชาชนสำคัญที่สุด ประชาชนคือเจ้าของอธิปไตย ประชาชนเจ้าของประเทศย่อมมีความชอบธรรมตัดสินเลือกรูปแบบ แนวทางการปกครองการต้องการ ขอเพียงการปกครองนั้นจะช่วยให้สังคมมีอารยะมากขึ้น ไม่ใช่การก้าวเข้าสู่ความเสื่อมถอย
            เรื่องที่ต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้คือไม่มีรูปแบบการปกครองใดที่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นเชิงอุดมคติหรือในทางปฏิบัติ เพราะมนุษย์ไม่สมบูรณ์ คนจำนวนมากคิดถึงผลประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยซึ่งจัดว่าเป็นการปกครองที่มีข้อดีหลายประการอยู่ภายใต้หลักการข้อนี้เช่นกัน สองร้อยกว่าปีที่สหรัฐอเมริกาปกครองด้วยประชาธิปไตย ทุกวันนี้สังคมอเมริกันยังมีประเด็นถกเถียงมากมายถึงประชาธิปไตยของตนว่าควรเป็นอย่างไร ประธานาธิบดีควรมีอำนาจน้อยหรือมากกว่านี้ รัฐบาลกำลังมีอำนาจควบคุมสังคมมากเกินไปหรือไม่ ผู้แทนรัฐสภาได้ทำหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนจริงแท้เพียงใด
            ดังนั้น จึงไม่มีประเทศใดในโลกสามารถปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ตามอุดมคติ ซ้ำยังถกเถียงกันอยู่ว่าประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบคืออะไร ส่วนในภาคปฏิบัตินั้นทุกประเทศยอมรับว่าต่างมีนักการเมือง ผู้ปกครองที่ฉ้อฉล เพียงแต่จะมีมากหรือน้อยเท่านั้น

            นักวิเคราะห์หลายคนให้ความเห็นว่าในกรณีของอิรักกับหลายประเทศในตะวันออกกลางกับแอฟริกาเหนือที่เกิดอาหรับสปริง ล้วนได้พิสูจน์แล้วว่าการชี้นำระบอบการปกครองจากต่างชาติ จากชาติตะวันตกสร้างปัญหาแก่ตน เพราะบรรดาประเทศผู้ชี้นำย่อมต้องพูดว่าให้ปกครองตามรูปแบบของตน ซึ่งได้พิสูจน์ครั้งแล้วครั้งเล่าว่าแม้ประเทศเหล่านั้นอาจจะหวังดี แต่จนวันนี้ยังไม่เกิดผลดีแต่อย่างไร
            ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องตระหนักเสมอว่ารัฐบาลต่างชาติไม่ได้รับประกันความสำเร็จ และไม่อาจโทษที่ต่างชาติไม่รับประกันความสำเร็จด้วย
            สิ่งสำคัญคือประชาชนเจ้าของประเทศต้องตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากรูปแบบหนึ่งไปสู่อีกรูปแบบหนึ่งมีความเสี่ยงต่อผลที่จะเกิดขึ้นตามมา ไม่มีใครรับรู้ผลล่วงหน้า และไม่มีใครสามารถประกันได้ว่าผลจะออกมาดีเสมอไป ดังนั้น ก่อนการเปลี่ยนแปลงใดๆ คนในสังคมควรร่วมปรึกษาหารืออย่างรอบคอบรอบด้านเสียก่อน ไม่ควรอยู่ภายใต้การชี้นำของต่างชาติ
            ปัญหาในทางปฏิบัติคือ ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงมักเป็นช่วงเวลาที่สังคมกำลังวุ่นวาย อาจอยู่ระหว่างสงครามกลางเมือง ระหว่างการช่วงชิงอำนาจการปกครอง บ่อยครั้งจึงไม่อยู่ในบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ การปรึกษาหารือ ประเทศอิรักตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้

เป้าหมายที่จะเป็นประชาธิปไตยนั้นล้มเหลว:
            10 ปีหลังการโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซ็น อิรักยังไม่ได้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง คำว่าประชาธิปไตยคือประชาธิปไตยในโครงสร้างเท่านั้น กลุ่มการเมืองมุ่งหวังผลประโยชน์ของพวกตนเป็นหลัก ไม่ได้เคารพสิทธิของกลุ่มอื่นๆ ไม่ต้องการแบ่งอำนาจหรืออยู่ร่วมกันตามระบอบประชาธิปไตย มีแต่การเอาประชาธิปไตยมาบังหน้าเพื่อเข้าถึงอำนาจ เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง เกิดข้อกล่าวจากผู้นำสายซุนนีว่านายนูรี อัลมาลิกี (Nouri Al-Maliki) นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นมุสลิมชีอะห์พยายามรวบอำนาจและควบคุมทรัพยากรประเทศไว้กับตนเอง
            ผลที่ตามมาคือ ประเทศตอกย้ำการแตกออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือพวกซุนนี ชีอะห์ และชาวเคิร์ด เป็นความขัดแย้งระหว่างกลุ่มนิกายศาสนา กลุ่มอำนาจและเชื้อชาติ พวกชนเชื้อสายเคิร์ดพยายามแยกตัวปกครองตนเอง
            ความขัดแย้งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ในสมัยประธานาธิบดีซัดดัม รัฐบาลสามารถควบคุมจำกัดขอบเขตความขัดแย้งให้อยู่ในวงจำกัด แต่เมื่อสิ้นระบอบซัดดัมและกองทัพอเมริกันถอนตัว รัฐบาลอิรักชุดใหม่ไม่สามารถรวบรวมประเทศให้เป็นเอกภาพอีกต่อไป เกิดความขัดแย้งทั้งจากเรื่องความเชื่อศาสนากับความต้องการแย่งชิงอำนาจของกลุ่มต่างๆ เป็นความขัดแย้งที่ไม่มีใครควบคุมได้ เกิดเหตุรุนแรงรายวันจากสารพัดวิธี ตั้งแต่ระเบิดพลีชีพ ระเบิดรถยนต์ กลุ่มกองกำลังติดอาวุธโจมตีประชาชนที่ไร้อาวุธ สหประชาชาติรายงานว่าเฉพาะปีนี้ (2013) มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 8 พันคน ในจำนวนนี้กว่าร้อยละ 80 เป็นพลเรือน ประเทศจัดอยู่ในกลุ่มรัฐล้มเหลว (Failed State)
            ในด้านสังคม พบว่าชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนไม่ได้ดีขึ้น อัตราคนว่างงานยังคงเพิ่มมากขึ้น ประชาชนต้องกินต้องใช้แต่ประเทศไม่ได้ผลิตอะไรออกมา ระบบบริการสังคมขาดแคลน ไม่มีประสิทธิภาพและยังไม่เห็นว่าจะดีขึ้นในอนาคตอันใกล้

            ชาวอิรักหลายคนเห็นว่าการเข้ามาของกองทัพสหรัฐฯ อันนำสู่การเปลี่ยนการปกครองไม่ได้ดีอย่างที่พวกเขาหวังไว้ หลายคนผิดหวังเพราะผลลัพธ์สุดท้ายไม่ได้ช่วยให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม ความยากจน ความอดอยากยังคงพบได้ทั่วไป ประเทศเปลี่ยนจากผู้นำเผด็จการหนึ่งคนสู่การมีผู้นำเผด็จการหลายคน ชาวอิรักบางคนพูดว่า “พวกเราเป็นเหยื่อของความขัดแย้งระหว่างนักการเมือง” และ “พวกเขาคุกคามกันเอง แต่พวกเราตาย ชาวบ้านมักเป็นเหยื่อเสมอ”

            10 ปีที่กองทัพสหรัฐฯ บุกโค่นล้มระบอบซัดดัม ช่วยสถาปนารัฐประชาธิปไตยอิรัก พบว่าจนบัดนี้อิรักยังไม่ได้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพียงแต่มีชื่อว่าเป็นประชาธิปไตย มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่กลายเป็นรัฐล้มเหลวที่ประกอบด้วยหลายกลุ่มอำนาจที่พยายามแย่งชิงผลประโยชน์ ประเทศไร้ความสงบสุข มีการต่อสู้ภายในประเทศ มีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นประจำ ก่อให้เกิดคำถามมากมายว่าอิรักในวันนี้ดีกว่ายุคซัดดัมหรือไม่ อะไรคือการปกครองที่ดี และจะพาอิรักออกจากสถานการณ์วุ่นวายในขณะได้อย่างไร ซึ่งบางคนเสนอว่าต้องยึดหลักนิติธรรม ต่อต้านการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ แก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ให้ประเทศอยู่ในบรรยากาศที่ทุกภาคส่วนสามารถทำงานได้ตามปกติ และทั้งหมดนี้ประชาชนอิรักไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดต้องออกมาแสดงพลัง กำหนดอนาคตของตนเอง
-------------------
บรรณานุกรม:
1. Allawi, Ali A. 2007. The Occupation of Iraq: Winning the War, Losing the Peace. USA: Yale University Press.
2. Five myths about Iraq. The Washington Post. http://www.washingtonpost.com/opinions/five-myths-about-iraq/2013/03/15/f7a62a40-8772-11e2-9d71-f0feafdd1394_story.html. 16 March 2013.
3. A crisis for Iraq — and the Middle East. The Washington Post. http://www.washingtonpost.com/opinions/a-crisis-for-iraq--and-the-middle-east/2013/05/05/f197bcbe-b363-11e2-bbf2-a6f9e9d79e19_story.html. 6 May 2013.
4. Different feelings on 10th anniversary of Saddam's downfall.  Aswat Al Iraq. http://en.aswataliraq.info/(S(frap54ijmcirfn45saoqssfd))/Default1.aspx?page=article_page&id=152954&l=1. 9 April 2013.
5. Shanker, Thom. On Sunday Talk Shows, U.S. Officials Defend Iraq Policy”. New York Times. http://www.nytimes.com/2003/09/14/international/middleeast/14CND-POLI.html.
Accessed 14 September 2003.
6. Ismael, Tareq Y. and Haddad, William W. 2004. Iraq: The Human Cost of History.USA: Pluto Press.
7. UN Casualty Figures for November 2013. United Nations Iraq. http://www.uniraq.org/index.php?option=com_k2&view=item&id=1394:un-casualty-figures-for-november-2013&Itemid=633&lang=en. Accessed 10 December 2013.
8. Ghanim, David. 2011. Iraq's Dysfunctional Democracy. USA:  Praeger.
-----------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

รูปแบบการปกครอง (1) รูปบการปกครองแบบกรีก

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย  รูปแบบการปกครอง การจะบอกว่ามีกี่รูปแบบการปกครอง (Forms of Government) และแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัด ซึ่งพอจะมีวิธีแบ่งได้หลายแบบ เช่น เกณฑ์จำนวนผู้มีอำนาจปกครอง เกณฑ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
“รูปแบบการปกครองที่ใช้เกณฑ์จำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายของการปกครอง”             รูปแบบนี้นักวิชาการบางท่านเรียกว่า รูปแบบการปกครองแบบกรีก (Greek Typology of Governments) โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ รูปแบบที่รัฐบาลมีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อความดีงามของรัฐ (polis) กับรูปแบบตรงกันข้ามที่รัฐบาลไม่มีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ปกครองเท่านั้น ในแต่ละรูปแบบหลักแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบย่อยตามจำนวนผู้ปกครอง คือ 1 คน (one) จำนวนเล็กน้อย (few) และ หลายคน (many)
Government Pure Form Impure Form คนเดียว (of One) ราชาธิปไตย (Monarchy) ทรราชย์ (Tyranny) จำนวนน้อย (of the Few) อภิชนาธิปไตย (Aristocracy) คณาธิปไตย (Oligarchy) จำนวนมาก (of the Many) มัชฌิมวิถีอธิปไตย (Polity) ประชาธิปไตย (Democracy)
รูปแบ…