ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ผลเจรจาเจนีวา 2 สันติภาพอันเลือนรางของซีเรีย

2 กุมภาพันธ์ 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6298 วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557)
            หลังการประชุมนาน 1 สัปดาห์ ผู้เข้าร่วมกว่า 40 ประเทศ การเจรจาเจนีวา 2 (Geneva II) ได้ข้อสรุปว่า 2 ฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในบางพื้นที่ เพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจะส่งถึง 2-3 พันครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่เหล่านั้น นายลักคาร์ บราฮิมี (Lakhdar Brahimi) ตัวแทนสหประชาชาติและสันนิบาตอาหรับเพื่อแก้ปัญหาซีเรียกล่าวว่าการเจรจา “คืบหน้าช้ามาก” แต่ท่าทีของทั้ง 2 ฝ่ายถือว่าใช้ได้ นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น เราได้สร้างจุดเริ่มต้นแล้ว ยอมรับ 2 ฝ่ายเห็นต่างกันมาก
            ถ้าจะเอ่ยถึงความสำเร็จของการเจรจา คำกล่าวของนายบราฮิมีคือข้อสรุปที่ดีที่สุด เพราะก่อนการเจรจานักวิเคราะห์หลายคนคาดการณ์ทำนองเดียวกันว่าความขัดแย้งหลักยังคงดำเนินต่อไป ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด (Bashar al-Assad) ไม่ก้าวลงจากอำนาจ รัฐบาลเฉพาะกาล (Transitional Governing Body หรือ TGB) ที่ฝ่ายต่อต้านต้องการไม่เกิดขึ้น แต่นับว่าการเจรจาประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง เพราะอย่างน้อยแสดงให้เห็นว่าฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายต่อต้านสามารถพูดคุยและตกลงกันได้ ประเทศที่เกี่ยวข้องสนับสนุนข้อตกลงเหล่านี้ เป็นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ สร้างความปรารถนาดีต่อกัน ปูทางสู่การเจรจายุติความขัดแย้งในอนาคต
            แต่ถ้าจะสรุปตามมุมมองของนายบราฮิมี จะได้มุมมองของผู้ที่ทำหน้าที่เป็นคนกลาง ผู้ที่หวังความสำเร็จของการเจรจา ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ละเลยประเด็นสำคัญๆ ที่แฝงอยู่

วิพากษ์กรณีเมืองฮอมส์ :
            ในระหว่างการเจรจา ประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจคือการเจรจาช่วยเหลือเมืองฮอมส์ (Homs) พื้นที่เมืองบางส่วนเป็นที่ตั้งของฝ่ายต่อต้านที่กองทัพอัสซาดปิดล้อมมานานแล้ว ต่างฝ่ายต่างกล่าวหาซึ่งกันและกันว่าเป็นตัวขัดขวางทำให้ความช่วยเหลือไม่ถึงมือประชาชน เดิมเมืองนี้มีพลเมืองราว 1 ล้านคน ปัจจุบันคงเหลือพลเรือนเพียงเล็กน้อย ชาวบ้านส่วนใหญ่อพยพออกจากพื้นที่นานแล้ว
            ในตอนแรก นาย Louay Safi โฆษกฝ่ายต่อต้านเรียกร้องให้ส่งความช่วยเหลือแก่เมืองฮอมส์ กล่าวว่า “ประชาชนจะอดตายถ้ารัฐบาลไม่เปิดช่องให้ความช่วยเหลือมนุษยธรรมเข้าไปถึง เป็นเครื่องชี้ว่ารัฐบาลต้องการแก้ปัญหาด้วยทหาร ไม่ใช่ด้วยการเมือง” รัฐบาลใช้การปิดล้อมให้คนอดตายเป็นอาวุธ ด้านรัฐบาลอัสซาดรับปากว่ายินดีเปิดทางแก่ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
            แต่ผลสุดท้ายการเจรจาช่วยเหลือเมืองฮอมส์ล้มเหลว เนื่องจากไม่สามารถตกลงเรื่องกระบวนการส่งมอบความช่วยเหลือ ทั้งๆ ที่กองคาราวานของสหประชาชาติมารออยู่ปากทางหลายวันแล้ว
            อีกประเด็นคือการปล่อยให้พลเรือนออกจากเมือง
            ในการประชุม 2 วันแรก มีข้อตกลงให้เด็กกับสตรีสามารถออกจากเมืองฮอมส์ ผู้ชายได้รับอนุญาตให้ออกจากเมืองเช่นกัน แต่ต้องผ่านการตรวจสอบรายชื่อว่าไม่ใช่สมาชิกกองกำลังติดอาวุธ แต่ต่อมานาย Louay al-Safi เปลี่ยนท่าทีกล่าวว่าฝ่ายต่อต้านปฏิเสธการส่งตัวผู้หญิงและเด็กออกจากเมือง เนื่องจากพวกผู้ชายไม่คิดว่ารัฐบาลจะสามารถให้ความคุ้มครองแก่ครอบครัวของพวกเขา แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันเรื่องความปลอดภัย
            เดิมฝ่ายต่อต้านเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้พลเรือนในเมืองฮอมส์สามารถออกจากพื้นที่ เพราะการปิดล้อมทำให้พลเรือนอดอยาก เสี่ยงที่จะบาดเจ็บเสียชีวิตเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ปะทะ ฝ่ายรัฐบาลตั้งข้อสังเกตว่าทำไมฝ่ายต่อต้านให้ความสำคัญกับเมืองฮอมส์ และเมื่อข้อตกลงคือรัฐบาลอัสซาดยอมให้ผู้หญิงกับเด็กสามารถออกได้โดยเสรี ส่วนผู้ชายต้องผ่านการพิสูจน์ว่าไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายเสียก่อน ฝ่ายต่อต้านกลับเปลี่ยนท่าทีอ้างว่าผู้หญิงและเด็กที่ออกไปจะไม่ได้รับความปลอดภัย จึงเกิดคำถามว่าทำไมฝ่ายต่อต้านจึงยกเรื่องนี้ขึ้นมาเจรจาแต่แรก การอยู่ในเมืองต่อไปเสี่ยงต่อการถูกโจมตีเป็นอันตรายเช่นกันไม่ใช่หรือ ชวนให้สงสัยว่าอะไรเป็นเหตุผลเบื้องหลังของข้อเรียกร้องให้พลเรือนสามารถออกจากเมือง
            นักวิเคราะห์หลายคนหวังว่าการเจรจาน่าจะบรรลุผลเรื่องด้านมนุษยธรรม แต่ผลลัพธ์ที่ได้น่าผิดหวัง ความช่วยเหลือทำได้ในกรอบเล็กๆ คนเพียงไม่กี่พันคนได้รับประโยชน์ ได้แต่บอกว่าจะเจรจากันต่อไป หลังจาก 2 ฝ่ายต่างโจมตีอีกฝ่ายว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ปล่อยให้พลเรือนอดตาย

ข้อเสนอ แยกพลเรือนออกจากผู้ก่อการร้าย กองกำลังต่างชาติ :
            ผลการเจรจาชี้ว่าความขัดแย้งคงต้องดำเนินต่อไปอีกนาน การปะทะจึงยังคงอยู่ แต่ในพื้นที่การปะทะทั้งหมดสามารถแบ่งแยกได้ค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ของกองกำลังกลุ่มใด ฝ่ายใด ข้อเสนอคือต้องแยกพลเรือนออกจากกองกำลังต่างชาติ รัฐบาลอัสซาดควรพยายามเจรจาหยุดยิงกับฝ่ายต่อต้านที่เป็นคนซีเรียแท้ๆ พยายามลดการปะทะกับกลุ่มดังกล่าว ในขณะที่ควรทำการปราบปรามกองกำลังต่างชาติอย่างเต็มที่ เป็นหน้าที่และความชอบธรรมของรัฐบาลที่จะต้องทำการปราบปรามปกป้องอธิปไตยของชาติ
            Jabhat al-Nusra กับ Islamic State of Iraq and the Levant (ISIL) เป็น 2 กลุ่มตัวอย่างของกองกำลังต่างชาติที่รัฐบาลมีความชอบธรรมในการปราบปราม เป็นศูนย์รวมกองกำลังต่างชาติ เป็นองค์กรก่อการร้ายใกล้ชิดกับอัลกออิดะห์ที่หลายรัฐบาลทั่วโลกต่อต้านอยู่แล้ว ทั้งยังเป็นกลุ่มที่ไม่ต้องการเจรจากับรัฐบาลอัสซาด มีเป้าหมายปฏิวัติล้างประเทศซีเรีย สถาปนารัฐขึ้นใหม่ตามแนวทางของตน
            ในกลุ่มฝ่ายต่อต้านที่เป็นคนซีเรียท้องถิ่น รัฐบาลควรเน้นเจรจาหยุดยิง หาทางออกด้วยสันติวิธี โดยไม่พึ่งหวังการเจรจาเจนีวารอบหน้า ที่ผ่านมารัฐบาลอัสซาดบรรลุผลการเจรจาหยุดยิงในบางพื้นที่ เช่น เมือง Moadamiyeh กับ Barzeh
            ส่วนกลุ่มต่อต้านท้องถิ่นที่ยังต้องการต่อสู้ด้วยอาวุธ รัฐบาลย่อมมีสิทธิ์ปราบปราม ดังที่กระทำอยู่แล้วในขณะนี้ และตลอดเวลาที่ทำการเจรจาหรือทำการปราบปราม รัฐบาลซีเรียควรเผยแพร่ข่าวสารอย่างเต็มที่ ผ่านทุกช่องทาง เพื่อให้สหประชาชาติ องค์กรระหว่างประเทศทั้งหลาย ประชาคมโลกรับรู้ว่ารัฐบาลพยายามเจรจาหยุดยิง กำลังต่อสู้กับกองกำลังต่างชาติ
            นอกจากนี้ ไม่ควรให้กองกำลังของอิหร่านกับกองกำลังฮิซบุลลอฮ์ (Hezbollah) อยู่ในดินแดนซีเรียอีกต่อไป รัฐบาลไม่ควรให้กองกำลังต่างชาติมาช่วยรบ เพื่อขจัดข้อครหาว่ารัฐบาลอัสซาดกล่าวโจมตีการแทรกแซงจากกองกำลังต่างชาติ กลุ่มผู้ก่อการร้ายที่บางประเทศหนุนหลัง แต่กลับปล่อยให้มีกองกำลังอิหร่านกับกลุ่มก่อการร้ายฮิซบุลลอฮ์ที่สนับสนุนตนอยู่ในประเทศ

ข้อเสนอ ชาติอาหรับจัดตั้งเขตห้ามบิน :
            ถ้าจะมองในมุมของฝ่ายต่อต้านที่ต้องการโค่นล้มระบอบอัสซาด สถานการณ์ขณะนี้กลับมาที่การล้มรัฐบาลโดยใช้กำลังทหารด้วยการแทรกแซงจากต่างชาติ ที่ผ่านมาฝ่ายต่อต้านและประเทศอาหรับเรียกร้องให้สหรัฐเข้าแทรกแซง และเกือบจะประสบความสำเร็จจากกรณีการใช้อาวุธเคมีซารินเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมปีก่อน แต่ด้วยแรงกดดันจากสมาชิกสหภาพยุโรป แรงกดดันภายในประเทศ ทำให้รัฐบาลสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศสไม่อาจใช้กำลังทหารโจมตีกองทัพอัสซาด
            มีข้อสังเกตว่า ชาติอาหรับปฏิเสธความชอบธรรมของรัฐบาลอัสซาด สันนิบาตอาหรับเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้ประธานาธิบดีอัสซาดก้าวลงจากอำนาจตั้งแต่ 2 ปีก่อน แต่ที่ผ่านมาชาติอาหรับเน้นการแทรกแซงโดยการนำของชาติตะวันตก ทั้งๆ ที่ชาติอาหรับหลายประเทศมีพลังอำนาจการรบสูง มีเครื่องบินรบทันสมัยจำนวนมาก บางประเทศมีกองทัพอากาศที่เข้มแข็งกว่ากองทัพซีเรียด้วยซ้ำ สามารถสร้างเขตห้ามบิน (No-fly zone) ที่ฝ่ายต่อต้านร้องขอมาโดยตลอด

            แนวทางให้ชาติอาหรับร่วมกันสร้างเขตห้ามบิน สนับสนุนการโจมตีทางภาคพื้นดิน โดยมีชาติตะวันตกสนับสนุนด้านข้อมูลข่าวสาร น่าจะเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำได้ แต่ที่ผ่านมาไม่มีการส่งเสริมแนวทางนี้อย่างชัดเจน บางคนอ้างว่าศักยภาพไม่เพียงพอ บางคนเกรงว่าอิหร่านจะเข้าแทรกแซงช่วยเหลือรัฐบาลซีเรีย
            นักวิเคราะห์บางคนโจมตีสหรัฐว่าเป็นอภิมหาอำนาจเสียเปล่า ทนนั่งนิ่งเฉย ปล่อยให้คนซีเรียเป็นแสนเสียชีวิต รัฐบาลอาหรับเรียกร้องขอการแทรกแซง (แนวคิดนี้นับว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ เพราะแต่เดิมรัฐบาลในภูมิภาคจะต่อต้านการแทรกแซงจากชาติตะวันตก บางกลุ่มอ้างเรื่องศาสนา แต่ใน 2-3 ปีที่ผ่านมาแนวคิดนี้มีการปรับเปลี่ยน ชาติอาหรับหลายประเทศเรียกร้องให้ตะวันตกเข้าแทรกแซงทางทหาร)
            การกล่าวโทษสหรัฐหรือชาติตะวันตกเพียงฝ่ายเดียวคงไม่ครบถ้วนนัก เพราะที่ผ่านมาชาติอาหรับด้วยกันเองมีความคิดแทรกแซงด้วยกำลังทหารเช่นกัน ประมุขการ์ตา เช็ค ฮามัด บิน คาลิฟา อัล-ตานี (Sheikh Hamad bin Khalifa Al-Thani) ตรัสในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติว่า ประเทศในภูมิภาคจะต้องจัดการปัญหาซีเรียด้วยตนเอง การปล่อยให้ประชาชนนับร้อยถูกสังหารในแต่ละวันเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้ เมื่อนานาชาติรวมทั้งคณะมนตรีความมั่นคงไม่สามารถพาซีเรียออกจากความรุนแรง “ประเทศอาหรับด้วยกันเองจึงควรแทรกแซง เพื่อกระทำภารกิจของชาติ เพื่อมนุษยธรรม เพื่อหน้าที่ทางการเมืองและทางทหาร” ต่อภูมิภาค หยุดการหลั่งเลือดในซีเรีย และเคยตรัสว่า “ควรจัดตั้งเขตห้ามบิน” เพื่อให้เกิดพื้นที่ปลอดภัย

            การจัดตั้งเขตห้ามบินน่าจะเป็นแนวทางที่ง่ายและมีความเป็นไปได้มากที่สุด แต่จนบัดนี้ความคิดดังกล่าวยังเป็นเพียงความคิด ถ้ามองในมุมนี้ย่อมสามารถพูดได้ว่าชาติอาหรับ พี่น้องในภูมิภาคทนนิ่งเฉยเช่นกัน
            แนวคิดการโค่นล้มระบอบอัสซาดด้วยกำลังทหารจึงยังตีบตันต่อไป แต่น่าคิดว่าผลการเจรจาเจนีวา 2 จะปลุกแนวคิดชาติอาหรับจัดการปัญหาด้วยตนเองอีกครั้งหรือไม่

            ถ้ามองในแง่บวกการเจรจาเจนีวา 2 คือจุดเริ่มต้นของการยุติความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ถ้ามองในแง่ลบคือยังมองไม่เห็นทางออก ข้อเสนอให้รัฐบาลอัสซาดมุ่งปราบปรามกองกำลังต่างชาติมองในกรอบรัฐบาลทำหน้าที่ของตน ข้อเสนอให้ชาติอาหรับจัดตั้งเขตห้ามบินมองในกรอบการแก้ปัญหาโดยชาวอาหรับด้วยกันเอง ส่วนแนวทางใดจะถูกหรือผิดขึ้นกับหลักคิดที่ยึดถือ ที่แน่ๆ คือ ณ บัดนี้ไม่มีทางเลือกใดที่ดีเลิศ เพราะทางที่ดีเลิศคือการป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งบานปลาย สถานการณ์ในซีเรียได้เลยจุดนี้ไปนานแล้ว
---------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง: 
หลังสงครามกลางเมืองเกือบครบ 3 ปี การประชุมเจนีวา 2 กลายเป็นการประชุมระดับนานาชาติครั้งสำคัญยิ่ง การประชุมไม่น่าจะสามารถยุติข้อขัดแย้งตราบใดที่รัฐบาลอัสซาดไม่ก้าวลงจากอำนาจ และสหรัฐกับชาติพันธมิตรยังหนุนหลังฝ่ายต่อต้านที่มุ่งโค่นล้มรัฐบาล คำถามที่สำคัญกว่าการมีข้อตกลงคือ ข้อตกลงนั้นจะนำสู่ประเทศซีเรียที่มีบูรณภาพแห่งดินแดนหรือไม่ เป็นการยุติความขัดแย้งอย่างถาวรหรือไม่ ทั้งหลายทั้งสิ้นนี้พลเมืองซีเรียน่าจะเป็นผู้ตัดสินอนาคตของตนเอง 

บรรณานุกรม:
1. Assad, Bashar al-. (2014, January 21). Bashar al-Assad Interview: The Fight against Terrorists in Syria. Retrieved from http://www.globalresearch.ca/bashar-al-assad-interview-the-fight-against-terrorists-in-syria/5365613
2. H.H. Sheikh Hamad bin Khalifa Al-Thani, Amir. (2012, September 25). General Assembly OF THE UNITED NATIONS. Retrieved from http://gadebate.un.org/67/qatar
3. Masters, Jonathan. (2013, Septmeber 11). Syria's Crisis and the Global Response. Retrieved from http://www.cfr.org/syria/syrias-crisis-global-response/p28402
4. Sayed, Khalid Al. (2013, September 19). Syria: Between Obama’s speech and Putin’s article. Retrieved from http://thepeninsulaqatar.com/views/editor-in-chief/253704/syria-between-obama%E2%80%99s-speech-and-putin%E2%80%99s-article
5. Syria crisis: Geneva peace talks end in recriminations. (2014, January 31). BBC. Retrieved from http://www.bbc.co.uk/news/world-middle-east-25983181
6. Syria Geneva II talks: Breakthrough on easing siege of Homs, but peace agreement still remains far off. (2014, January 26). The Guardian. Retrieved from http://www.independent.co.uk/news/world/europe/syria-geneva-ii-talks-breakthrough-on-easing-siege-of-homs-but-peace-agreement-remains-far-off-9086542.html
7. Syria talks see no breakthrough but will continue: Brahimi. (2014, January 29). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/world/2014-01/29/c_126076445.htm
8. Syrian negotiators focus on humanitarian aid for civilians. (2014, January 25). Los Angeles Times. Retrieved from http://www.latimes.com/world/la-fg-syria-peace-talks-20140126,0,6373046.story#axzz2rSpggelw)
-------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

รูปแบบการปกครอง (1) รูปบการปกครองแบบกรีก

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย  รูปแบบการปกครอง การจะบอกว่ามีกี่รูปแบบการปกครอง (Forms of Government) และแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัด ซึ่งพอจะมีวิธีแบ่งได้หลายแบบ เช่น เกณฑ์จำนวนผู้มีอำนาจปกครอง เกณฑ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
“รูปแบบการปกครองที่ใช้เกณฑ์จำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายของการปกครอง”             รูปแบบนี้นักวิชาการบางท่านเรียกว่า รูปแบบการปกครองแบบกรีก (Greek Typology of Governments) โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ รูปแบบที่รัฐบาลมีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อความดีงามของรัฐ (polis) กับรูปแบบตรงกันข้ามที่รัฐบาลไม่มีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ปกครองเท่านั้น ในแต่ละรูปแบบหลักแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบย่อยตามจำนวนผู้ปกครอง คือ 1 คน (one) จำนวนเล็กน้อย (few) และ หลายคน (many)
Government Pure Form Impure Form คนเดียว (of One) ราชาธิปไตย (Monarchy) ทรราชย์ (Tyranny) จำนวนน้อย (of the Few) อภิชนาธิปไตย (Aristocracy) คณาธิปไตย (Oligarchy) จำนวนมาก (of the Many) มัชฌิมวิถีอธิปไตย (Polity) ประชาธิปไตย (Democracy)
รูปแบ…