ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ผลลัพธ์โครงการนิวเคลียร์อิหร่านภายใต้อาห์มาดิเนจาด

9 มิถุนายน 2013
ชาญชัย
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 17 ฉบับที่ 6061 วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2556)
            8 ปีก่อนเมื่อนายมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอิหร่าน เขาสั่งเดินหน้าโครงการพัฒนานิวเคลียร์ที่ถูกระงับชั่วคราวอย่างเต็มกำลัง พร้อมกับกล่าวว่าอิหร่านมีสิทธิ มีความชอบธรรมที่จะวิจัยพัฒนานิวเคลียร์เพื่อใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้า ใช้ในทางการแพทย์ ไม่มีเหตุผลที่จะถูกบังคับให้ยุติโครงการ
            การที่อิหร่านจะวิจัยค้นคว้านิวเคลียร์เพื่อใช้ในทางสันติเป็นสิทธิอันพึงมี หลายประเทศทั่วโลกต่างมีโครงการนิวเคลียร์เพื่อใช้ประโยชน์ดังกล่าว บรรดาชาติมหาอำนาจ (สหรัฐ รัสเซีย จีน) ไม่ปฏิเสธสิทธิของอิหร่าน ประเทศรัสเซียได้ช่วยสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบปฏิกรณ์น้ำมวลหนัก (heavy-water reactor) ให้ด้วยซ้ำ เพียงแต่ทุกประเทศจำต้องได้รับการตรวจสอบโครงการตามมาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลกของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)
            ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อ IAEA มีข้อมูลที่น่าเชื่อว่าอิหร่านไม่ได้เปิดเผยโครงการตามหลักเกณฑ์ทั้งหมด อีกทั้งมีแนวโน้มสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางทหาร (ผลิตอาวุธนิวเคลียร์) จึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีวัตถุประสงค์ทางทหารแฝงอยู่ในโครงการด้วย ด้านรัฐบาลอาห์มาดีเนจาดปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาแต่ไม่ยอมให้ทีมงาน IAEA เข้าตรวจสอบสถานที่บางแห่งโดยให้เหตุผลว่าเป็นความลับทางทหาร ทำให้หลายประเทศกล่าวโจมตีโครงการ ในที่สุดคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีข้อมติ 1737 เมื่อเดือนธันวาคม 2006 ประกาศคว่ำบาตรอิหร่าน
            โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านไม่ใช่เรื่องใหม่ ในช่วงทศวรรษ 1970 กษัตริย์ชาห์แห่งอิหร่านมีแผนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ถึง 23 แห่ง เพื่อผลิตไฟฟ้า 23,000 MV สามารถจ่ายไฟฟ้าแก่อิหร่านทั้งประเทศและส่งออกทั่วอ่าวเปอร์เซีย ตลอดเวลาที่ผ่านมาบางช่วงโครงการมีความคืบหน้า บางช่วงหยุดชะงัก 8 ปีภายใต้ประธานาธิบดีอาห์มาดีเนจาดเป็นอีกช่วงที่โครงการมีความคืบหน้ามากที่สุดและได้รับการต่อต้านมากที่สุดด้วย เกิดผลกระทบทั้งผลดีผลเสียต่อประเทศ

ผลดีจากโครงการ
            ประการแรก โครงการพัฒนานิวเคลียร์มีความก้าวหน้า
            ดังที่กล่าวแล้วว่าอิหร่านมีโครงการพัฒนานิวเคลียร์ทั้งแต่ทศวรรษ 1970 บางช่วงดำเนินไปด้วยดี บางช่วงหยุดชะงักหรือไม่ค่อยคืบหน้า เมื่อมาถึงยุคของประธานาธิบดีอาห์มาดิเนจาดที่แม้อยู่ภายใต้สถานการณ์ถูกคว่ำบาตร แต่ด้วยความพยายามอย่างแรงกล้าใช้ทุกวิถีทาง โครงการจึงเดินหน้าแบบก้าวกระโดด ข้อมูลจากทางการอิสราเอลชี้ว่าอุตสาหกรรมนิวเคลียร์อิหร่านปัจจุบันมีขนาดใหญ่กว่าของเกาหลีเหนือกับปากีสถาน และน่าจะสามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
            ประการที่สอง ได้ดำเนินตามแนวทางปฏิวัติอิสลาม
            นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 1979 ประเทศอิหร่านดำเนินแนวทางต่อต้านการครอบงำจากชาติตะวันตก ต่อต้านอิสราเอล เห็นว่าลัทธิประชาธิปไตยเป็นภัยคุกคามประเทศ การเดินหน้าโครงการพัฒนานิวเคลียร์คือตัวอย่างรูปธรรมของการดำเนินตามแนวทางปฏิวัติอิสลาม และเห็นว่าคณะมนตรีความมั่นคงเป็นเครื่องมือของมหาอำนาจที่ต้องการครอบงำประเทศตน จึงไม่อาจยอมรับมติการคว่ำบาตร ในทางตรงข้ามเห็นว่าการคว่ำบาตรจะช่วยให้ประเทศเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตนเอง เป็นแรงผลักดันให้ประเทศแข็งแกร่ง มุ่งมั่นดำเนินตามแนวทางปฏิวัติอิสลามต่อไป
            ประการที่สาม เป็นเกียรติภูมิของชาติ
            ประธานาธิบดีอาห์มาดิเนจาดประกาศว่าความก้าวหน้าด้านนิวเคลียร์เป็นเกียรติภูมิของชาติ เชื่อว่าโครงการเป็นตัวเชื่อมประสานใจของผู้คนทั้งประเทศ เชิดชูความเป็นมุสลิมชีอะฮ์ในเวทีโลก ประชาชนอิหร่านจำนวนมากเห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว
            ประการที่สี่ ได้รับความนิยมจากประชาชน
            โครงการพัฒนานิวเคลียร์สัมพันธ์กับนโยบายต่างประเทศโดยตรง เป็นหนึ่งในนโยบายที่โดดเด่นและเกิดผลกระทบทั้งทางบวกทางลบมากที่สุด ท่าทีนโยบายต่างประเทศอันแข็งกร้าว ไม่ยอมก้มหัวให้กับชาติตะวันตก ต่อต้านอิสราเอล เชิดชูเกียรติภูมิของชาติเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้อาห์มาดิเนจาดได้รับความนิยมจากคนในประเทศอย่างมาก
            โดยรวมแล้ว ผลดีส่วนใหญ่เป็นผลเชิงนามธรรม เป็นเรื่องการของปฏิบัติตามแนวทางปฏิวัติอิสลาม ชื่อเสียงของประเทศและการได้รับความนิยมจากประชาชน

ผลเสียจากโครงการ
            ประการแรก ประเทศถูกโดดเดี่ยวทางการเมือง เศรษฐกิจระหว่างประเทศ
            ในบรรดาผลเสียทั้งหมดข้อที่ร้ายแรงที่สุดคือการคว่ำบาตรจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ อันที่จริงแล้วข้อมติไม่มีเนื้อหาคว่ำบาตรรุนแรงเท่าไรนัก แต่ผลจากการมีข้อมติ 1737 กลายเป็นความชอบธรรมแก่รัฐบาลอเมริกันกับชาติพันธมิตรที่จะดำเนินนโยบายโดดเดี่ยวอิหร่านทั้งทางการเมืองระหว่างประเทศกับทางเศรษฐกิจ สามารถออกนโยบายคว่ำบาตรเศรษฐกิจอิหร่านเพิ่มเติมด้วยตนเอง ยิ่งรัฐบาลอาห์มาดิเนจาดแสดงท่าทีแข็งกร้าว โครงการนิวเคลียร์มีความคืบหน้ามากเพียงไร สหรัฐกับชาติพันธมิตรยิ่งเพิ่มแรงกดดันและเรียกร้องให้นานาชาติกระทำเช่นเดียวกัน
            ประการที่สอง ซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจ กระทบประชาชนทั้งประเทศ
            เศรษฐกิจในยุคของประธานาธิบดีอาห์มาดิเนจาดมีปัญหาหนัก เหตุที่เป็นเช่นนี้เกิดจากปัจจัยทั้งภายในกับภายนอกประเทศ การถูกคว่ำบาตรเป็นการซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอให้ย่ำแย่กว่าเดิม ตัวเลขผู้ว่างงานเพิ่มสูงกว่า 3 ล้านคน อัตราเงินเฟ้อล่าสุดอยู่ที่ร้อยละ 30 ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคถีบตัวสูงอย่างน่าตกใจ
            การคว่ำบาตรไม่ซื้อน้ำมันจากอิหร่านเป็นมาตรการข้อแรก รายได้จากการขายน้ำมันดิบคิดเป็นร้อยละ 60 ของรายได้การส่งออกทั้งหมด เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมานายโกเลม เรซา คาเท็บ ประธานคณะกรรมการงบประมาณรัฐสภาอิหร่านยอมรับว่าเก้าเดือนที่ผ่านมาตัวเลขการส่งออกน้ำมันลดลงร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ถ้าคิดเป็นกำไรจะลดลงราวร้อยละ 45 ส่งผลให้รัฐบาลเตรียมเสนอแผนรัดเข็มขัด
            ในระยะ 8 ปีดังกล่าวบางช่วงอิหร่านได้รับผลกระทบจากมาตรการไม่มากเนื่องจากราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งสูงถึง 140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (อ้างอิง NYMEX)  จึงยังมีกำไรงามจากการส่งออกน้ำมัน แต่เมื่อราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงเรื่อยๆ จนเหลือไม่ถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปัจจุบันผนวกกับหลายประเทศลดการนำเข้าด้วยแรงกดดันจากรัฐบาลโอบามาจึงส่งผลกระทบรุนแรง
            มาตรการคว่ำบาตรข้อสองคือบางประเทศออกกฎหมายห้ามหน่วยงานรัฐ เอกชน ทำธุรกรรมการเงินกับอิหร่าน กระทบต่อการค้าระหว่างประเทศของอิหร่านอย่างรุนแรง ล่าสุดประธานาธิบดีบารัก โอบามาสั่งห้ามทำธุรกิจยานยนต์กับอิหร่าน เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์อิหร่านจ้างแรงงานมากเป็นอันดับสองรองจากอุตสาหกรรมน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติ คาดว่าผลจากมาตรการดังกล่าวจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาคนว่างงาน
            นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่ารัฐบาลอเมริกันมุ่งใช้แรงกดดันเหล่านี้เพื่อหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายในประเทศอิหร่าน ทำให้รัฐบาลไม่เป็นที่นิยมของประชาชน มีข้อมูลว่าชาวอิหร่านบางส่วนตำหนิรัฐบาลเพราะปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น
            ประการที่สาม ประเทศยังไม่อาจใช้ประโยชน์จากโครงการ
            ดังที่กล่าวแล้วว่าโครงการพัฒนานิวเคลียร์ในระยะ 8 ปีที่ผ่านมามีความก้าวหน้ามาก แต่หากยึดวัตถุประสงค์ต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ย่อมต้องประเมินว่ายังไม่บรรลุเป้าหมาย ประชาชนอิหร่านยังไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการแต่อย่างไร และยังไม่อาจกำหนดเวลาที่ชัดเจนว่าจะได้ใช้เมื่อไรด้วย ประเด็นนี้น่าคิดว่าหากรัฐบาลอาห์มาดิเนจาดดำเนินโครงการอย่างโปร่งใสไม่ถูกคว่ำบาตร ประเทศน่าจะมีโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์อย่างน้อย 1 แห่งแล้วคือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบปฏิกรณ์น้ำมวลหนักที่เมือง Arak

            ประโยชน์หรือผลดีที่ได้คือชาวอิหร่านมีความภาคภูมิใจที่รัฐบาลกล้าหาญยืนหยัดเผชิญหน้ากับมหาอำนาจโลก ดำเนินตามแนวทางปฏิวัติอิสลาม ในขณะที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบ ซ้ำเติมปัญหาเงินเฟ้อ ปัญหาคนว่างงาน ค่าครองชีพสูงขึ้นมาก ประชาชนต้องทุกข์ยากจากการคว่ำบาตร
            ไม่ว่าเพื่อใช้ในทางสันติหรือทางทหาร ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาผู้นำอิหร่านย่อมตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในทุกมิติไม่ว่าจะทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม แต่ทั้งที่ตระหนักรู้ยังยึดมั่นนโยบายดังกล่าวถึง 8 ปีเต็ม ก่อให้เกิดข้อสงสัยว่านอกเหนือจากเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมด ยังแฝงด้วยเป้าหมายอื่นที่สำคัญยิ่งหรือไม่ จนเป็นเหตุให้ผู้นำประเทศยอมจ่ายราคายืนหยัดดำเนินโครงการ เป้าหมายสำคัญยิ่งนั้นคืออะไร
            ถ้าหากอนาคตอิหร่านสามารถพิสูจน์ได้ว่าโครงการของตนมีเพื่อใช้ประโยชน์ในทางสันติดังเช่นหลายประเทศทั่วโลกการคว่ำบาตรก็จะสิ้นสุด ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะดีขึ้นมาก ในทางกลับกัน หากคณะมนตรีความมั่นคงมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่าอิหร่านกำลังเข้าใกล้จะมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองก็จะยิ่งดำเนินมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มข้นขึ้น สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางจะทวีความตึงเครียด และมีโอกาสเกิดความรุนแรงได้ทุกเมื่อ
            สถานการณ์ในอนาคตจะดีขึ้นหรือเลวร้ายลงจึงขึ้นกับการประเมินว่าอิหร่านกำลังจะมีอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ การเลือกตั้งทั่วไปในกลางเดือนมิถุนายนนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนของนโยบายก็เป็นได้ ประชาคมโลกจะได้คำตอบในไม่ช้า
---------------
บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
นับจากนี้อีกราว 8 เดือนก่อนถึงวันเลือกตั้งปธน. น่าติดตามว่าส่งผลต่อนโยบายเศรษฐกิจ นโยบายต่างประเทศของว่าที่ปธน.คนใหม่อย่างไร
IAEA ไม่มั่นใจว่าโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านจะมีเพื่อใช้ในทางสันติเท่านั้น เป็นที่มาของมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก
----------------
บรรณานุกรม:
1. Kasra Naji, Ahmadinejad: The Secret History of Iran's Radical Leader (CA: University of California Press, 2008).
2. Bruce W. Jentleson, American Foreign Policy: The Dynamics of Choice in the 21st Century, 4th Edition (N.Y.: W. W. Norton & Company, 2010).
3. Steinitz: S-300s sold to Syria may end up in Iran, The Jerusalem Post, 4 June 2013, http://www.jpost.com/Middle-East/Steinitz-S-300s-sold-to-Syria-may-end-up-in-Iranian-hands-315406
4. Iran No Threat to Any State, Iran Daily, 26 August 2006, http://www.iran-daily.com/1385/2645/html
5. Mark Hitchcock, Iran: The Coming Crisis: Radical Islam, Oil, and the Nuclear Threat (CO: Multnomah Books, 2006).
6. Yonah Alexander and Milton Hoenig, The New Iranian Leadership: Ahmadinejad, Terrorism, Nuclear Ambition, and the Middle East (USA: Greenwood Publishing Group, 2008).
-------------------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

รูปแบบการปกครอง (1) รูปบการปกครองแบบกรีก

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย  รูปแบบการปกครอง การจะบอกว่ามีกี่รูปแบบการปกครอง (Forms of Government) และแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัด ซึ่งพอจะมีวิธีแบ่งได้หลายแบบ เช่น เกณฑ์จำนวนผู้มีอำนาจปกครอง เกณฑ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
“รูปแบบการปกครองที่ใช้เกณฑ์จำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายของการปกครอง”             รูปแบบนี้นักวิชาการบางท่านเรียกว่า รูปแบบการปกครองแบบกรีก (Greek Typology of Governments) โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ รูปแบบที่รัฐบาลมีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อความดีงามของรัฐ (polis) กับรูปแบบตรงกันข้ามที่รัฐบาลไม่มีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ปกครองเท่านั้น ในแต่ละรูปแบบหลักแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบย่อยตามจำนวนผู้ปกครอง คือ 1 คน (one) จำนวนเล็กน้อย (few) และ หลายคน (many)
Government Pure Form Impure Form คนเดียว (of One) ราชาธิปไตย (Monarchy) ทรราชย์ (Tyranny) จำนวนน้อย (of the Few) อภิชนาธิปไตย (Aristocracy) คณาธิปไตย (Oligarchy) จำนวนมาก (of the Many) มัชฌิมวิถีอธิปไตย (Polity) ประชาธิปไตย (Democracy)
รูปแบ…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…