ยุทธศาสตร์ปรับสัมพันธ์ของโรฮานีที่ได้ผลและไม่ได้ผล

ยุทธศาสตร์ปรับสัมพันธ์ของรัฐบาลโรฮานีมุ่งปรับสัมพันธ์กับอียูเป็นหลัก เปิดทางให้ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกสามารถสานสัมพันธ์ แต่ไม่ใช่กับสหรัฐ อิสราเอลและพวกซาอุฯ ตามที่ประกาศไว้
ความแข็งกร้าวสมัยอามาดีเนจาด :
ย้อนสมัยประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) รัฐบาลอิหร่านเดินหน้าพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ พร้อมกับพยายามชักชวนมุสลิมทั่วโลกต่อต้านตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐที่กำลังยึดครองดินแดนอิรัก
ประเด็นต่อต้านไซออนิสต์ (Zionism) การยึดครองปาเลสไตน์ และต่อต้านตะวันตกคือประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพในหมู่มุสลิม เมื่อรวมกับการเป็นมุสลิมเหมือนกัน เกิดพลังร่วมระดับโลก เป็นแนวทางที่อิหร่านใช้เรื่อยมาตั้งแต่สมัยอยาตุลเลาะห์ โคไมนี (Ayatollah Khomeini)
            ในระยะหลังแนวทางนี้เริ่มอ่อนกำลัง ทั้งจากการปรากฏตัวของ ISIS/ISIL ความเป็นมิตรระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับซาอุฯ และพวกปรากฏชัดเจนขึ้นทุกที ผู้นำจิตวิญญาณอิหร่านคนปัจจุบัน อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Seyyed Ali Khamenei) ถึงกับกล่าวว่าความเป็นเอกภาพ “คือประเด็นสำคัญที่สุดของโลกมุสลิม” ชาติมหาอำนาเจ้าโลกพยายามสร้างความแตกแยกในหมู่มุสลิม เป็นผู้ก่อสงครามกลางเมืองในประเทศอิสลาม สนับสนุนลัทธิสุดโต่ง (extremism) สร้างสถานการณ์เพื่อเบี่ยงเบนให้มุสลิมสนใจเรื่องเหล่านี้แทนเรื่องปาเลสไตน์ 
รับชมคลิป 2 นาที :
การก้าวขึ้นมาของโรฮานีและยุทธศาสตร์ปรับสัมพันธ์ :
เมื่อสหรัฐได้ประธานาธิบดีโอบามาดำเนินนโยบายถอนทหารออกจากอิรักกับอัฟกานิสถาน รัฐบาลอิหร่านได้ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี (Hassan Rohani) พร้อมกับนโยบายปรับสัมพันธ์รอบทิศ ทั้งกับชาติตะวันตกกับซาอุฯ และพวกซึ่งบัดนี้พิสูจน์แล้วว่ามีทั้งส่วนที่ได้ผลกับไม่ได้ผล

ส่วนที่ไม่ได้ผล :
          ประการแรก สหรัฐยังมองว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคาม
แม้โครงการนิวเคลียร์อิหร่านไม่เป็นภัยอีกแล้ว แต่รัฐบาลทรัมป์ไม่ปรับ “ลดระดับ” ภัยคุกคามตามความเป็นจริง คงจุดยืนว่าอิหร่านคือปรปักษ์ที่อันตรายที่สุด
ล่าสุด ไม่กี่วันก่อน CIA ปล่อยเอกสารชุดใหม่ 470,000 ไฟล์ เอกสารบางส่วนชี้ว่าอัลกออิดะห์กับอิหร่านมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เจ้าหน้าที่บางคนเห็นว่าเป็นหลักฐานอิหร่านสนับสนุนอัลกออิดะห์ทำสงครามกับสหรัฐ ไม่ว่าข้อมูลน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงไร เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลสหรัฐพยายามชี้ว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามร้ายแรง เรื่องนี้สามารถนำไปขยายผลได้อีก

          ประการที่ 2 พวกซาอุฯ ยังมองว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคาม
            ในขณะที่อิหร่านพยายามรวบรวมมุสลิมทั่วโลก พวกซุนนี (บางกลุ่ม) พยายามรวมตัวเช่นกัน รัฐบาลซาอุฯ กับพวกแสดงบทบาทโดดเด่นในทางนี้ จึงมี 2 ขั้ว/พวกที่ต่างพยายามช่วงชิงการนำ พวกซาอุฯ ไม่ยอมเป็นมิตรกับชีอะห์ ชี้ว่ารัฐบาลอิหร่านกับพวกเป็นภัยคุกคามร้ายแรง
ในที่ประชุม “Arab Islamic American Summit” เมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา กษัตริย์ Salman Bin Abdul Aziz ตรัสผูกโยงอิหร่านกับกลุ่มก่อการร้ายว่า “ระบอบอิหร่านกับกลุ่มและองค์กรใกล้ชิดอย่างฮิซบอลเลาะห์ ฮามาส รวมทั้ง ISIS (Daesh) อัลกออิดะห์ และอีกหลายกลุ่มเป็นตัวอย่างชัดเจน” พวกนี้ “พยายามหาประโยชน์จากอิสลาม (exploit Islam) เพื่อปิดบังเป้าหมายทางการเมืองที่สร้างความเกลียดชัง ความสุดโต่ง การก่อการร้าย ความขัดแย้งทางศาสนาและนิกาย” “ตั้งแต่ปฏิวัติโคไมนีจนถึงทุกวันนี้ ระบอบอิหร่านคือหัวหอกก่อการร้ายโลก” อิหร่านปฏิเสธความหวังดีของเพื่อนบ้าน เป็นพวกมักใหญ่ใฝ่สูง ชอบขยายอำนาจ (expansionist ambitions) พวกก่ออาชญากรรม แทรกแซงกิจการภายในของประเทศต่างๆ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ละเมิดหลักการอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้าน การเคารพซึ่งกันและกัน
            ทุกวันนี้ประเด็นความขัดแย้งระหว่าง 2 นิกายถูกโหมกระพือ
            ใครๆ ก็รู้ดีว่าหากชูประเด็นความขัดแย้งทางศาสนา ย่อมยากจะแก้ไข เว้นแต่ฝ่ายที่โหมกระพือจะหยุด คำถามคือฝ่ายที่โหมกระพือจะยอมหยุดหรือ

          ประการที่ 3 ตัวแปรอิสราเอล
ในขณะที่ระบอบอิหร่านพยายามปลุกระดมให้มุสลิมทั่วโลกต่อต้านไซออนนิสต์ รัฐบาลอิสราเอลชี้ว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดเช่นกัน เพราะต้องการทำลายล้างอิสราเอล เชื่อมโยงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิว คำพูดของผู้นำอิหร่านที่ต้องการลบอิสราเอลออกจากแผนที่
ย้อนหลังปี 2002 เอเรียล ชารอน (Ariel Sharon) กล่าวว่า อิหร่านเป็นศูนย์ก่อการร้ายโลก พยายามครอบครองอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (WMD) รวมทั้งขีปนาวุธ เป็นอันตรายต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง อิสราเอลและต่อยุโรป
            จะสังเกตว่าเหตุผลเรื่องอิหร่านเป็นรัฐอุปถัมภ์ก่อการร้าย ต้องการมีระเบิดนิวเคลียร์ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย ยังคงพูดกันในปัจจุบัน โดยเฉพาะจากสหรัฐ ซาอุฯ และอิสราเอล

ส่วนที่ได้ผล อียูไม่คิดว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคาม :
            อียูเห็นต่างจากฝ่ายสหรัฐ ไม่คิดว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคาม หวังสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ใช้ทรัพยากรน้ำมันของอิหร่าน คิดว่าการคงอยู่ของอิหร่านจะช่วยสร้างสมดุลอำนาจได้ดีกว่า
            หลักคิดของอียูคือ ไม่ต้องการให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ สนับสนุนให้เกิดระบบความมั่นคงร่วมในภูมิภาคตะวันออกกลาง อันหมายถึงมีอิหร่านอยู่ในกลุ่มด้วย

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
          ประการแรก ความขัดแย้งทางศาสนากับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
            ถ้าพิจารณารากความขัดแย้ง ความขัดแย้งทางศาสนากับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คือสาเหตุหลักที่ประกาศอย่างเป็นทางการ เป็นเรื่องร้ายแรงและแก้ยากทั้งคู่
            พวกซาอุฯ อ้างความเชื่อทางศาสนา ตราบใดที่ยังเคร่งครัดในศาสนา ตีความในทำนองไม่ต้องการอยู่ร่วมกับชีอะห์ ความขัดแย้งย่อมดำเนินต่อไป ความพยายามของอิหร่านผู้นำขั้วชีอะห์จะรวมมุสลิมทั่วโลกกลายเป็นต้นเหตุความขัดแย้งระหว่างมุสลิม 2 นิกายใหญ่แบบไร้จุดจบ ยิ่งเห็นว่าชีอะห์เข้มแข็งเท่าใด พวกซาอุฯ จะยิ่งเพิ่มแรงต่อต้าน
            ด้านอิสราเอลมองว่าคือความมั่นคงของประเทศ การขยายดินแดน ตราบใดที่รัฐบาลอิหร่านไม่ปรับเปลี่ยนท่าทีต่ออิสราเอล ความขัดแย้งย่อมต้องดำเนินต่อไป รัฐบาลอิสราเอลย่อมต้องหาทาง “จัดการ” อิหร่านก่อนที่ตัวเองจะถูก “จัดการ” เป็นกรณีที่อยู่ร่วมกันไม่ได้

            ประการที่ 2 เพราะมุมมองต่างกันจึงดำเนินนโยบายต่างกัน
            อียูมองมุมต่างที่ก่อประโยชน์ต่อตัวเอง ไม่ต้องการให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ เมื่ออิหร่านปลอดนิวเคลียร์ อียูก็พร้อมจะติดต่อสานสัมพันธ์ทุกด้าน
ถ้ามองจากมุมอียู การบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์คือความสำเร็จของอียูโดยแท้ เพราะโครงการนิวเคลียร์อิหร่านอยู่ภายใต้การตรวจสอบอีกครั้ง รัฐบาลอียูกับนักธุรกิจเดินทางเยือนอิหร่าน สานสัมพันธ์การค้าการลงทุนในยามที่อิหร่านต้องการอย่างยิ่ง ได้ประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย
ในขณะที่สหรัฐกับพวกยังคงคว่ำบาตรต่อไป เป็นอีกครั้งที่อียูดำเนินนโยบายแตกต่างจากสหรัฐและได้ประโยชน์จากการนี้

          ประการที่ 3 รัฐบาลสหรัฐ คือตัวแปรแห่งความเปลี่ยนแปลง
            ความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-ซาอุฯ-อิสราเอลอาจคลายตัวลงมาก ถ้ารัฐบาลสหรัฐไม่ดำเนินนโยบายเป็นปรปักษ์ต่ออิหร่าน หากไม่มีรัฐบาลสหรัฐที่คอยสนับสนุนอิสราเอลกับพวกซาอุฯ เหลือเพียงอิสราเอลกับพวกซาอุฯ เท่านั้น เช่นนี้ สมดุลอำนาจภูมิภาคจะเปลี่ยน พวกซาอุฯ อาจเลือกที่ปรับความสัมพันธ์ อยู่ร่วมโดยสันติกับชีอะห์หรือลดระดับความขัดแย้ง
            เมื่อนั้นอิสราเอลจะโดดเดี่ยว ไม่สามารถทำอะไรได้ สมดุลอำนาจจะเปลี่ยน ความขัดแย้งภูมิภาคจะคลายตัว
            ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐจึงมีผลอย่างยิ่งต่อความเป็นไปในภูมิภาคนี้

          ประการที่ 4 นโยบายปรับสัมพันธ์ได้ผลหรือไม่
            ถ้าจะสรุปว่านโยบายปรับสัมพันธ์ได้ผลหรือไม่ ขอตอบว่าได้ผล เพราะอิหร่านไม่คิดปรับสัมพันธ์กับอิสราเอลอยู่แล้ว จุดยืนทางศาสนาของรัฐบาลซาอุฯ ต่ออิหร่านยากจะเปลี่ยนแปลง (ตราบใดที่ผู้ปกครองซาอุฯ ให้ความสำคัญต่อความมั่นคงของระบอบตนเอง) ความขัดแย้งกับอิสราเอลและพวกซาอุฯ เป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลสหรัฐต้องดำเนินนโยบายต่อต้านอิหร่าน ไม่รวมจุดยืนดั้งเดิมที่สหรัฐต่อต้านอิหร่านเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
            ยิ่งได้รัฐบาลอย่างทรัมป์ที่ดำเนินนโยบายเคียงบ่าเคียงไหล่กับอิสราเอล เป็นมิตรแท้อิสลาม แนวร่วมไตรภาคีต่อต้านอิหร่าน (สหรัฐ-พวกซาอุฯ-อิสราเอล) จึงดำเนินต่อไปอย่างที่เห็น

            ดังนั้น เมื่อตัดไตรภาคีต่อต้านอิหร่านออกไป ยุทธศาสตร์ปรับสัมพันธ์ของรัฐบาลโรฮานีจึงมุ่งความสำเร็จกับอียูเป็นหลัก เปิดทางให้ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกสามารถปรับสัมพันธ์ จุดเริ่มต้นของสิ่งนี้คือการทำข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านนั่นเอง
          นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมของผู้นำอิหร่าน สมควรได้รับการชื่นชม
5 ตุลาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 22 ฉบับที่ 7660 วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2560)
----------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง : 
หากยึดว่าความสำเร็จจากการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ไม่ลดความหวาดระแวง ความไม่เป็นมิตรต่อกัน รัฐบาลสหรัฐยังคงคว่ำบาตรอิหร่านด้วยเหตุผลอื่นๆ อิสราเอลยังเชื่อว่าอิหร่านจะผลิตและสามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์ในอนาคต ผลประโยชน์ของการเจรจาโครงการนิวเคลียร์จึงไม่ใช่เรื่องนิวเคลียร์อิหร่าน แต่น่าจะเป็นประโยชน์จากการที่บริษัทต่างชาติเข้าไปมีส่วนโครงการฟื้นฟูอิหร่าน หลายประเทศขายอาวุธให้แก่อิหร่าน
การทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางของอิหร่านกลายเป็นประเด็นข่าว เพราะไม่เพียงยิงไกลถึงอิสราเอล อาจผิดข้อมติคณะมนตรีความมั่นคง ที่สำคัญคือมีข้อความ “อิสราเอลต้องถูกลบออกจากหน้าประวัติศาสตร์” บ่งบอกถึงทัศนคติที่อิหร่านมีต่ออิสราเอล แต่ถ้าวิเคราะห์จากหลักฐานเชิงประจักษ์ อิสราเอลในวันนี้มีศักยภาพที่จะ “ลบ” อิหร่านออกจากแผนที่โลกมากกว่า

บรรณานุกรม:
1. Cook, Jonathan. (2008). Israel and the Clash of Civilisations: Iraq, Iran and the Plan to Remake the Middle East. USA: Pluto Press.
2. El Fadl, Khaled Abou. (2005).The Great Theft: Wrestling Islam from the Extremists. Australia: HarperCollins Publishers.
3. Ifantis, Kostas., Galariotis, Ioannis. (2012). The Quest for the Holy Grail: Europe’s Global Strategy. In Tzifakis, Nikolaos (Ed.), International Politics in Times of Change (pp.61-78). Berlin: Springer-Verlag Berlin Heidelberg.
4. ‘Iran at forefront of global terrorism,’ says King Salman. (2017, May 21). Al Arabiya. Retrieved from http://english.alarabiya.net/en/News/gulf/2017/05/21/-Iran-at-forefront-of-global-terrorism-says-King-Salman.html
5. Iran policy against ‘arrogant’ U.S. won’t change. (2015, July 18). Al Arabiya News. Retrieved from http://english.alarabiya.net/en/News/middle-east/2015/07/18/Khamenei-policy-against-arrogant-U-S-won-t-change-.html
6. King Salman: Iran spearheading global terror. (2017, May 22). Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/node/1103121/saudi-arabia
7. Leader calls for promotion of Islamic unity. (2014, January 19). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/component/content/article/94-headline/113532-leader-calls-for-promotion-of-islamic-unity-
8. Netanyahu: Deal with Iran a ‘historic mistake,’ Israel not bound by it. (2013, November 24). JTA. Retrieved from http://www.jta.org/2013/11/24/news-opinion/israel-middle-east/deal-with-iran-a-historic-mistake-netanyahu-says
9. Newly Released Bin Laden Document Describes Iran, Al Qaeda Link. (2017, November 1). NBC News. Retrieved from https://www.nbcnews.com/news/world/newly-released-bin-laden-document-describes-iran-al-qaeda-link-n816681
10. Naji, Kasra. (2008). Ahmadinejad: The Secret History of Iran's Radical Leader. CA: University of California Press.
11. Roshandel, Jalil., Lean, Nathan Chapman. (2011). Iran, Israel, and the United States: Regime Security vs. Political Legitimacy. Califronia: ABC-CLIO, LLC.
12. Statement by the President on Afghanistan. (2014, May 27). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/05/27/statement-president-afghanistan
-----------------------------

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง
เบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักหมื่นครับ สนใจคลิกดูก่อนครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ
ติดต่อ ไลน์ ck09105

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19
สนใจคลิกที่รูป