ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ความล้ำลึกเมื่อรัฐบาลทรัมป์ประกาศคงกองกำลังในซีเรีย

รัฐบาลทรัมป์ประกาศคงกองกำลังภาคพื้นดินในซีเรียด้วยเหตุผลสารพัด เป้าหมายเบื้องลึกคือยึดครองซีเรีย ควบคุมตะวันออกกลาง จริงหรือที่รัฐบาลซาอุฯ กับพวกมั่นคงกว่าเดิม

            17 มกราคม เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน (Rex Tillerson) รมต.กระทรวงต่างประเทศประกาศว่าทหารอเมริกันจะยังคงประจำการในซีเรียต่อไป ด้วยเป้าหมาย 5 ประการ ได้แก่ เพื่อประกันว่า ISIS กับอัลกออิดะห์จะไม่หวนกลับมา สนับสนุนกระบวนการเมืองตามแนวทางสหประชาชาติ ให้ซีเรียเป็นประเทศหนึ่งเดียวในที่สุด ลบล้างอิทธิพลอิหร่าน มั่นใจว่าจะไม่มีอาวุธอำนาจทำลายร้ายแรง และนำผู้อพยพหนีภัยสงครามกลางเมืองกลับประเทศ
            แผนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการต่อต้านอิหร่าน ที่เป็นภัยต่อสหรัฐมากกว่า ISIS ต้านอิทธิพลอิหร่านที่กำลังเติบใหญ่ทั้งในซีเรีย อิรัก อัฟกานิสถานและปากีสถาน
            ปัจจุบันมีทหารอเมริกันราว 2,000 นาย ส่วนใหญ่เป็นทหารช่างกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ฝึกและสนับสนุนการรบแก่กองกำลังฝ่ายต่อต้าน กำลังหลักเป็นชาวเคิร์ดซีเรีย
            ถ้อยคำของรมต.ทิลเลอร์สันเป็นยุทธศาสตร์ล่าสุดต่อซีเรีย แสดงให้เห็นชัดว่าแทรกแซงกิจการภายในและละเมิดอธิปไตยอย่างรุนแรง พร้อมคำลวง ข้อคิดต่างๆ ดังนี้
ชมคลิปสั้น 2 นาที
สนใจคลิกที่รูป

เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพื่อระวังผู้ก่อการร้าย :
            หนึ่งในเหตุผลที่รมต.ทิลเลอร์สันเอ่ยถึงคือ เกรงว่าหากถอนตัวจะเปิดช่องให้ ISIS กับอัลกออิดะห์ เหตุผลนี้มีข้อสงสัยหลายประการ
            ถ้ายึดตามข้อมูลรัสเซียกับอิหร่าน รัฐบาลรัสเซียกับอิหร่านประกาศว่าไม่เหลือ ISIS ในพื้นที่ซีเรียแล้ว การคาดการณ์ว่า ISIS หรืออัลกออิดะห์จะกลับมาอีกนั้นเป็นไปได้ แต่ไม่น่าจะมากจนเป็นภัย และถ้ามีจริงสามารถจัดการด้วยกองกำลังทางอากาศ หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ส่งมาจากพื้นที่อื่น ไม่มีความจำเป็นถึงขั้นต้องสร้างฐานทัพ คงกองกำลังอเมริกันในซีเรีย
            เหตุผลที่น่าจะถูกต้องคือ รัฐบาลสหรัฐต้องการยึดซีเรียอย่างถาวร หรืออย่างน้อยอีกหลายปี จนกว่าสามารถโค่นล้มระบอบอัสซาด เพราะเป้าหมายหลักที่รัฐบาลโอบามาวางไว้คือล้มระบอบอัสซาด การอ้างเหตุผลระวังผู้ก่อการร้ายหวนคืนน่าจะเป็นข้ออ้างให้ชาวอเมริกันรับได้
            และเหตุผลอื่นๆ ที่จะนำเสนอต่อไป

เผยธาตุแท้รัฐบาลสหรัฐ :
            ถ้าย้อนหลังตั้งแต่นโยบายแรกๆ ของโอบามาจนบัดนี้ เป้าหมายหลักคือล้มล้างระบอบอัสซาด เพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่เป็นหุ่นเชิดของรัฐบาลสหรัฐหรือเป็นมิตร แต่เมื่อกองทัพรัสเซียเข้าแทรก ทำลายล้างผู้ก่อการร้ายโดยเฉพาะ IS/ISIL/ISIS จนถูกปราบในที่สุด แผนคิดล้มล้างอัสซาดด้วยกำลังจึงยุติ เมื่อยอมรับเช่นนั้นจึงปรับแผนส่งทหารลงพื้นที่ซีเรีย ร่วมมือกับกองกำลังฝ่ายต่อต้านบางกลุ่ม เช่น เคิร์ดซีเรีย พวกซุนนีทางภาคตะวันออก อ้างว่าเพื่อช่วยปราบปรามผู้ก่อการร้าย
            ในที่สุดเมื่อ ISIS ไม่เป็นภัยอีกต่อไป รัฐบาลทรัมป์จึงต้องให้เหตุผลใหม่เพื่อคงกองกองกำลังภาคพื้นดินต่อไป พร้อมกับสร้างฐานทัพ ป้อมปราการ เหตุผลที่ให้ 5 ประการส่อว่าจะอยู่ยาวนานเท่าที่ต้องการ

            แม้ให้เหตุผลว่าเพื่อระวังผู้ก่อการร้ายจะหวนกลับมาอีก แต่ความจริงคือรัฐบาลสหรัฐหวังเป็นผู้มีอำนาจควบคุมพื้นที่เหล่านี้ ยกตัวอย่าง ก่อนเริ่มยุทธการยึดคืนเมือง Raqqa มีข้อมูลว่ารัฐบาลสหรัฐได้จัดตั้ง Raqqa Civilian Council (RCC) เป็นผู้นำท้องถิ่นดูแลเมืองหลังยึดคืน น่าตีความว่าเป็นแผนให้เมืองนี้อยู่ใต้อิทธิพลของรัฐบาลสหรัฐไม่มากก็น้อย
            ข้อสรุปคือ เมื่อควบคุมซีเรียไม่ได้ทั้งประเทศ จึงปรับแผนเป็นควบคุมซีเรียบางส่วนเพื่อแผนขั้นตอนไป

บัดนี้การแบ่งแยกซีเรียอย่างถาวรเห็นชัดมากขึ้น ซีเรียอาจแยกออกเป็นเขตปกครองมากกว่า 2 เขต แต่จะมีเป็น 2 ขั้วหลัก คือขั้วรัฐบาลอัสซาดดั้งเดิมกับขั้วใหม่ที่มีสหรัฐกับพวกเป็นแกนนำ นอกจากนี้มีขั้วที่อิงตุรกีที่มีจุดยืนของตนเอง
ซีเรียขั้วสหรัฐจะดำเนินนโยบายรวมประเทศซึ่งหมายถึงล้มระบอบอัสซาด แน่นอนว่ารัฐบาลสหรัฐจะให้พื้นที่อิทธิพลของตนเป็นระบอบประชาธิปไตย และประเทศซีเรียที่เป็นหนึ่งเดียวในอนาคตต้องเป็นประชาธิปไตยด้วย ตามแนวทางที่รัฐบาลสหรัฐใช้เรื่อยมา
สนใจคลิกที่รูป

 ดาบ 2 คมของรัฐบาลซาอุฯ :
            ถ้ามองภาพกว้าง การจัดการซีเรียคือการทำลายจันทร์เสี้ยวชีอะห์ (Shiite Crescent) ให้หักกลาง ไม่เป็นเสี้ยวจันทร์ที่สมบูรณ์ ซึ่งบัดนี้ก้าวหน้าไปอีกขั้น เพราะยากที่รัฐบาลอัสซาดจะสามารถยึดคืนพื้นที่ๆ สูญเสียกลับมา

            ดังที่เคยนำเสนอครั้งก่อนว่าลำพังการฟื้นฟูประเทศที่หลายส่วนกลายเป็นซากปรักหักพังก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าจะต้องกินเวลาอีกกี่สิบปีจึงกลับสู่ปกติ เรื่องการทำสงครามชิงพื้นที่คืนยิ่งต้องคิดหนัก เพราะในที่สุดอาจหมายถึงต้องปะทะกับกองทัพสหรัฐที่รัสเซียกับอิหร่านคงเห็นว่ายังไม่ควร
            ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลอัสซาดต้องทำคือยอมรับการเปลี่ยนแปลง พยายามสร้างข้อตกลงให้อยู่กับซีเรียขั้วอื่นๆ และประเทศรอบข้างอย่างสันติ

            รัฐบาลซาอุฯ กับพวกยึดมั่นยุทธศาสตร์ทำลายจันทร์เสี้ยวชีอะห์มาหลายปีแล้ว ความเป็นไปของซีเรียในขณะนี้ในมุมหนึ่งถือว่าพวกตนมีชัย มีความมั่นคงมากขึ้น
            ในอีกมุมคือ การคงอยู่ของกองทัพอเมริกันในซีเรียจะเป็นดาบ 2 คมหรือไม่ เพราะรัฐบาลสหรัฐมีหน่วยรบภาคพื้นดินในพื้นที่ตะวันออกกลางมากขึ้น พื้นที่ตะวันออกกลางอยู่ใต้อิทธิพลสหรัฐมากกว่าเดิม
            เป้าหมายที่วางไว้ 5 ข้อ ไม่ใช่เรื่องที่จะสำเร็จได้โดยไว นั่นหมายความว่าหน่วยรบภาคพื้นดินจะอยู่ในเขตติดพรมแดนหลายประเทศในแถบนี้ รวมทั้งซาอุฯ ด้วย

            รัฐบาลสหรัฐสนับสนุนเคิร์ดซีเรียเหมือนเคิร์ดอิรักที่แยกตัวออกเป็นเอกเทศ ไม่เข้าพวกกับอาหรับ แม้ว่าชาวเคิร์ดเกือบทั้งหมดจะนับถืออิสลาม (ซุนนี) ไม่ว่าเคิร์ดซีเรียกับเคิร์ดอิรักจะรวมเป็นประเทศหรือไม่ เคิร์ดซีเรียกับเคิร์ดอิรักจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นและเป็นพันธมิตรอีกข้างของสหรัฐที่ไม่ใช่พวกอาหรับ
            คงไม่เกินไปถ้าจะกล่าวว่า นับจากนี้เป็นต้นไปกองกำลังเคิร์ดซีเรียคือทหารรับจ้างของสหรัฐที่ประจำการในภูมิภาค

            แม้จันทร์เสี้ยวชีอะห์หักกลาง แต่เคิร์ดในตะวันออกกลางแข็งแกร่งขึ้น กินพื้นที่มากขึ้น และอยู่ใต้การคุ้มครองจากรัฐบาลสหรัฐดังเช่นอิสราเอล
          จะเห็นว่าแม้รัฐบาลซาอุฯ จะถือว่ารัฐบาลทรัมป์จะเป็นมิตรแท้มุสลิม (รัฐบาลซาอุฯ กับพวก) ตะวันออกกลางยังอยู่ใต้การชี้นำของสหรัฐและมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ปล่อยให้อยู่ใต้อิทธิพลของรัฐบาลซาอุฯ
            นี่เป็นดาบ 2 คมต่อซาอุฯ กับพวกใช่หรือไม่

ยืมมือหรือหลอกใช้ ISIS หรือไม่ :
ตุลาคม 2014 รองประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวถึงผู้สนับสนุน IS/ISIL/ISIS ว่า “ปัญหาใหญ่ที่สุดคือพันธมิตรของเราเอง” ตุรกี ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และประเทศอื่นๆ เช่น กาตาร์ “มุ่งมั่นโค่นล้มอัสซาดและทำสงครามตัวแทนของซุนนี-ชีอะห์ ... พวกเขาให้เงินหลายร้อยล้านดอลลาร์และอาวุธหนักหลายพันตันแก่ใครก็ตามที่สู้กับอัสซาด” และเอ่ยกลุ่มก่อการร้าย Al-Nusra อัลกออิดะห์ และ IS
            ข้อกล่าวหาทำนองนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ถูกเอ่ยถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่ผ่านมาประเทศผู้ถูกกล่าวหาปฏิเสธมาโดยตลอดทั้งยังมีส่วนในการปราบปราม ISIS ด้วย
            แต่ถ้าวิเคราะห์ภายใต้ข้อมูลนี้ มีคำถามว่า ISIS ถูกหลอกใช้หรือไม่ และถ้าคิดให้ไกลกว่านั้นประเทศผู้สนับสนุนทั้งหลายโดยเฉพาะหมู่ประเทศมุสลิมเหล่านั้นถูกรัฐบาลสหรัฐหลอกใช้หรือไม่
            เป็นคำถามที่ฝากให้ใคร่ครวญ

ข้อคิดเรื่องซีเรีย :
            ดังที่เคยเสนอในบทความก่อนว่า เมื่อต่างชาติส่งทหารเข้าแทรก ความเป็นไปของซีเรียก็ไม่อยู่ในมือของคนซีเรียอีกต่อไป รัฐบาลอัสซาดยังอยู่ได้เพราะรัฐบาลปูตินค้ำจุน ซีเรียแยกออกเป็นส่วนๆ เหมือนเค้กที่หลายชาติแบ่งกันกิน
            ยังไม่เอ่ยถึงชาวซีเรียที่ต้องเสียชีวิตกว่า 5 แสนคน ประชาชนนับล้านต้องอพยพออกประเทศไปสู่ประเทศอื่นๆ ไกลถึงยุโรปตะวันตกโดยไม่รู้อนาคต
บัดนี้ทางเลือกมีจำกัด รัฐบาลอัสซาดต้องยอมทุกอย่างเพื่อสันติสุขจะกลับคืนมา แม้จะเป็นพื้นที่เล็กๆ ส่วนหนึ่งก็ตาม

            ทั้งหมดนี้เริ่มจากความไม่พอใจรัฐบาล การปกครองที่คนบางกลุ่มได้ประโยชน์ สังคมไร้ความเท่าเทียมอย่างรุนแรง ความรู้ไม่เท่าทันของประชาชนบางกลุ่ม ถูกยุแหย่ให้ใช้ความรุนแรง ผนวกกับความอ่อนแอของรัฐบาลอัสซาด
            ความรู้ความเข้าใจสถานการณ์โลก ความเป็นไปของโลกจึงสำคัญยิ่งต่อความอยู่รอด การสร้างชาติให้เป็นอารยะ
            เป้าหมายที่รมต.ทิลเลอร์สันพูดถึงสนับสนุนการกระบวนการเมืองตามแนวทางสหประชาชาติ หมายถึงให้ซีเรียเป็นประชาธิปไตย เป็นถ้อยคำที่ฟังดูดี แต่ลำพังข้อนี้เพียงข้อเดียวจะทำให้ซีเรียวุ่นวายอ่อนแออีกนานเท่านาน อิรัก ลิเบียและอัฟกานิสถานที่อยู่ข้างๆ หรือไม่ไกลนักเป็นตัวอย่างที่ดี
            ทางที่ดีที่สุดคืออย่าให้ต่างชาติส่งทหารเข้าแทรกตั้งแต่ต้น
21 มกราคม 2018
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 22 ฉบับที่ 7743 วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม พ.ศ.2561)
------------------------------
ประชาสัมพันธ์ :
INDEEM (อินดีม) เครือข่ายธุรกิจขายตรง สมาชิกไม่ต้องขายสินค้า ซื้อกินซื้อใช้แล้วบอกต่อ ได้ใช้สินค้าคุณภาพ พร้อมโอกาสทำกำไร สามารถทำเป็นธุรกิจ อาชีพเสริมรายได้

โทร 083-0725036 ไลน์ @7chanchai


บทความที่กี่ยวข้อง : 
ความขัดแย้งซีเรียได้ดำเนินต่อเนื่องกว่า 5 ปีครึ่งแล้ว สถานการณ์ได้พัฒนาเปลี่ยนแปลง เริ่มจากการชุมนุมประท้วงรัฐบาลอย่างสงบ ตามด้วยต่างชาติเข้าแทรก การปรากฏตัวของผู้ก่อการร้าย กองกำลังมุสลิมต่างชาติกว่าร้อยประเทศ การเผชิญหน้าระหว่าง 2 ขั้ว 2 มหาอำนาจชัดเจนมากขึ้น บัดนี้ความเป็นไปของสมรภูมิกับอนาคตซีเรียจึงขึ้นกับการตัดสินใจบนผลประโยชน์ของ 2 ฝ่าย 2 มหาอำนาจ เป็นความขัดแย้งที่จะยืดเยื้อยาวนาน เป็นเรื่องที่ควรตระหนัก

รัฐบาลตุรกีส่งกองทัพเข้าซีเรีย อ้างเหตุผลเพื่อปราบปราม IS ป้องปรามภัยคุกคามจากเคิร์ดซีเรีย ความจริงที่ต้องเข้าใจคือปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากขั้วสหรัฐ ได้ความเห็นชอบจากรัฐบาลรัสเซีย ผลลัพธ์ที่ได้จึงจำกัด เป็นหลักฐานอีกชิ้นชี้ว่าอนาคตของซีเรียไม่เป็นของคนซีเรียอีกต่อไป ประเทศนี้กลายเป็นสมรภูมิ ดินแดนที่หลายประเทศเข้ากอบโกยผลประโยชน์ โดยอ้างปราบปรามผู้ก่อการร้าย สนับสนุนฝ่ายต่อต้านหรือไม่ก็สนับสนุนรัฐบาลซีเรีย นี่คือพัฒนาการล่าสุดจากความวุ่นวายภายในของประเทศนี้

บรรณานุกรม :
1. Biden: Turks, Saudis, UAE funded and armed Al Nusra and Al Qaeda. (2014, October 4). Mideast Shuffle. Retrieved from http://mideastshuffle.com/2014/10/04/biden-turks-saudis-uae-funded-and-armed-al-nusra-and-al-qaeda/
2. Syria's SDF rebels: ISIL's nemesis or American proxy? (2017, October 26). Al Jazeera. Retrieved from http://www.aljazeera.com/news/2017/10/syria-sdf-rebels-isil-nemesis-american-proxy-171025143136500.html
3. Tillerson calls Iran a ‘strategic threat’ in Syria, vowing to diminish its presence. (2018, January 18). The National. Retrieved from https://www.thenational.ae/world/the-americas/tillerson-calls-iran-a-strategic-threat-in-syria-vowing-to-diminish-its-presence-1.696340
4. Tillerson Says U.S. Troops to Stay in Syria Beyond Battle With ISIS. (2018, January 17). The New York Times. Retrieved from https://www.nytimes.com/2018/01/17/world/middleeast/tillerson-troops-syria-islamic-state.html
-----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

America First, America Lonely

โดนัลด์ ทรัมป์ชูแนวคิด America First พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ประเทศ แต่หลายนโยบายที่ยึดแนวทางนี้ส่งผลให้สหรัฐโดดเดี่ยวตัวเอง โลกกำลังก้าวสู่ความเป็นพหุภาคีมากขึ้น

หลักนโยบายแม่บทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือ “หลักนิยมทรัมป์” (Trump’s Doctrine) ตั้งอยู่บนแนวคิด “America First” (อเมริกาต้องมาก่อน) หมายถึงการบริหารประเทศที่ถือผลประโยชน์ของชาติกับพลเมืองเป็นที่ตั้ง แม้จะขัดแย้งประเทศอื่นๆ ละเมิดศีลธรรมคุณธรรม ตั้งอยู่บนหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบสัจนิยม (Realism) แบบสุดขั้ว ระบบโลกเหมือนป่าดงดิบที่สัตว์ป่าทั้งหลายต่างดิ้นรนหาทางอยู่รอดโดยไม่คำนึงกฎใดๆ ยึดอธิปไตยชาติเป็นสำคัญ รัฐบาลทุกประเทศมีสิทธิ์และมีความรับผิดชอบต่อพลเมืองของตน เป็นลัทธิอเมริกานิยม (Americanism) ไม่ใช่โลกนิยม (globalism) บทความนี้เขียนขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศกว่าปีครึ่งแล้ว ความเป็น “อเมริกาต้องมาก่อน” ปรากฏชัดเจนมากขึ้น ในที่นี้จะนำเสนอบางตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจหลักการดังกล่าวและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ไม่สนกติกาองค์การค้าโลกอีกต่อไป : ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีองค์การค้าโลกเมื่อ…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ติมอร์-เลสเต จะเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 หรือไม่

นับจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1999 จนถึงบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดเข้าร่วมอาเซียนอีก อาเซียนปัจจุบันจึงคงมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลประเทศติมอร์-เลสเตพยายามขอเข้าร่วมสมาคมอาเซียน เกิดคำถามว่าอาเซียนจะมีสมาชิกใหม่หรือไม่ อะไรเป็นเหตุผลการรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิก             เมื่อเอ่ยชื่อประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยไปเยือนประเทศนี้เนื่องจากเป็นรัฐเกิดใหม่ บางคนอาจรู้จักในนามติมอร์ตะวันออกจากข่าวการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างยาวนานกับอินโดนีเซีย ก่อนได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002             ติมอร์-เลสเต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับเอกราชแล้วอาณาเขตรัฐประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่เคยต่อสู้เพื่อเอกราช พวกที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตเมืองหรือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย และพวกที่ลี้ภัยออกนอกอาณาเขตเนื่องจากความไม่สงบที่ผ่านมา สภาพที่ประชาชนมี…