ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โอบามาส่งสัญญาณแก้ปัญหา ISIL/ISIS ในอิรัก ด้วยการเสียสละของอัลมาลิกี

22 มิถุนายน 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6438 วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1924325)

            มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลโอบามาส่งสัญญาณให้อิรักจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยปราศจากนายกรัฐมนตรี นูรี อัลมาลิกี (Nouri Al-Maliki) เนื่องจากเห็นว่านายกฯ อัลมาลิกีไม่สามารถสร้างความปรองดองให้กับคนในชาติ รัฐบาลใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้นจะให้ความสำคัญกับความต้องการของพวกซุนนีกับชาวเคิร์ด การที่เป็นเช่นนี้สาเหตุหนึ่งมาจากนักการเมืองสหรัฐหลายคนร่วมกับรัฐบาลซาอุฯ กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กดดันให้รัฐบาลโอบามายุติสนับสนุนนายกฯ อัลมาลิกี วุฒิสมาชิก Dianne Feinstein จากพรรคเดโมแครตกล่าวว่า “รัฐบาลอัลมาลิกีต้องสมัครใจออกไป ถ้าต้องการสมานฉันท์”
            สื่อ The Wall Street Journal อ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สหรัฐกับอาหรับ ชี้ว่าตลอดห้าปีที่ผ่านมา รัฐบาลโอบามาได้เตือนรัฐบาลอัลมาลิกีให้กระจายอำนาจแก่พวกซุนนี และไม่พยายามจับพวกซุนนีมาลงโทษ เพราะจะยิ่งสร้างความแตกแยก แต่นายกฯ อัลมาลิกีไม่สนใจคำแนะนำเหล่านั้น ยังคงพยายามรวบอำนาจไว้กับตนเอง

วิเคราะห์ท่าทีของประธานาธิบดีโอบามา :
            จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า มูลเหตุท่าทีของประธานาธิบดีโอบามาครั้งนี้ มาจากการก่อการของกองกำลังติดอาวุธ Islamic State of Iraq and the Levant (ISIL) หรือในอีกชื่อหนึ่งคือ Islamic State in Iraq and Syria (ISIS) ที่สามารถยึดเมืองต่างๆ หลายเมืองในหลายจังหวัดได้อย่างรวดเร็ว โดยแทบจะปราศจากการต่อต้านใดๆ
            ถ้ามองในกรอบแคบ น่าจะสรุปได้ว่า การก่อการของกลุ่มผู้ก่อการร้าย ISIL จำนวนไม่ถึงหมื่นนาย มีพลังอำนาจมาก จนสามารถผลักดันให้ประธานาธิบดีโอบามาตัดสินใจกดดันนายกฯ อิรักให้พ้นทาง และถ้าอธิบายตามเหตุผลของรัฐบาลโอบามา จะได้ว่ารัฐบาลสหรัฐเห็นว่าปฏิบัติการควบคุมพื้นที่หลายจังหวัดของ ISIL เป็นเหตุให้ต้องตัดสินใจว่า ไม่ว่าอย่างไรจะต้องผลักดันให้ฝ่ายชีอะห์ของนายกฯ อัลมาลิกีถอยห่างจากอำนาจบริหารประเทศ

            ถ้ามองในกรอบที่กว้างขึ้น เป็นที่ค่อนข้างแน่ชัดว่าผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่นสายซุนนีจำนวนมากให้การสนับสนุนการก่อการของ ISIL เป็นเหตุผลว่าทำไมการควบคุมเมืองต่างๆ จึงกระทำได้โดยง่าย ผู้นำท้องถิ่นซุนนีส่วนใหญ่ไม่ต่อต้าน เป็นเหตุให้ประธานาธิบดีโอบามาต้องประกาศจุดยืนแต่ต้นว่า ปัญหาอิรักไม่อาจแก้ด้วยกำลังทหารเท่านั้น ที่ผ่านมาผู้นำอิรักไม่สามารถแก้ปัญหาความไม่ไว้วางใจและความแตกแยกทางศาสนาที่ระอุมาอย่างยาวนาน ปัญหาจึงต้องแก้ที่รัฐบาลอิรักด้วย พร้อมกับกล่าวว่า ที่สุดแล้วขึ้นกับชาวอิรักที่ต้องแก้ปัญหาของตนเอง ในฐานะชาติอธิปไตย

            รัฐบาลโอบามาอาจประเมินแล้วว่า หากสหรัฐเข้าพัวพัน หรือมุ่งสนับสนุนใช้กำลังทหาร จะยิ่งทำให้ความขัดแย้งบานปลาย ต้องไม่ลืมว่าทุกวันนี้ความขัดแย้งภายในอิรักส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเดือนละหลายพันคนอยู่แล้ว หากรัฐบาลต่างชาติต่างพากันสนับสนุนด้วยอาวุธสงคราม เงินทุนมหาศาล สถานการณ์ในอิรักอาจพัฒนากลายเป็นสงครามกลางเมืองแบบที่กำลังเกิดขึ้นในซีเรีย ที่ดำเนินยืดเยื้อมาแล้วกว่า 3 ปี มีผู้เสียชีวิตกว่า 150,000 ราย
            ที่ผ่านมารัฐบาลโอบามาพยายามหลีกเลี่ยงที่จะพาตัวเองเข้าพัวพันในซีเรียอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะไม่อยากให้ปรากฏทางสื่อ ซึ่งเสี่ยงต่อชื่อเสียงของตนเอง อีกทั้งผลสำรวจจากหลายสำนักต่างชี้ว่าตรงกันว่าชาวอเมริกันไม่ต้องการให้ประเทศของตนเข้าไปยุ่งเกี่ยว ในแง่หนึ่งต้องชื่นชมประธานาธิบดีโอบามาว่าเป็นตัวอย่างของผู้นำประเทศที่ฟังเสียงพลเมืองเจ้าของประเทศ

            ในการสรรหาผู้ที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกฯ อิรักคนต่อไป มีกระแสข่าวว่าขณะนี้กำลังพิจารณาหลายตัวเลือก เป็นผู้นำสายชีอะห์ที่พวกซุนนีกับพวกเคิร์ดยอมรับ เป็นการแก้ไขตามข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลอัลมาลิกีรวบอำนาจ กำจัดศัตรูทางการเมือง และควบคุมผลประโยชน์เศรษฐกิจไว้กับพวกตนเอง ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างความพอใจแก่ฝ่ายต่อต้าน โดยเฉพาะพวกซุนนีที่ไม่อยากเห็นนายอัลมาลิกีในฐานะนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป

รัฐบาลอเมริกาผู้ยกชูและกำลังจะโค่นล้มนายอัลมาลิกี :
            รัฐบาลสหรัฐให้การสนับสนุนนายอัลมาลิกีตั้งแต่เป็นนายกฯ สมัยแรก และเมื่อขึ้นดำรงตำแหน่งในปี 2007 ก็เริ่มต้นรวบอำนาจต่างๆ ไว้ในมือ ทั้งอำนาจทหาร ตำรวจ ด้วยการแต่งตั้งคนที่ตนไว้ใจ โดยไม่ฟังเสียงนักการเมืองสายอื่นๆ คุณ Phebe Marr ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอิรัก บรรยายว่ารัฐบาลสหรัฐในสมัยนั้นเข้าใจเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดี และต้องการให้กองกำลัง Sahwa (กองกำลังซุนนีที่สหรัฐให้การสนับสนุน) เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังป้องกันประเทศ แต่นายกฯ อัลมาลิกีเกรงว่ากองกำลังเหล่านี้จะเป็นการศัตรูของตนเองในอนาคต จึงไม่ให้พวก Sahwa เข้ารับราชการ ทั้งยังทำการจับกุมผู้นำซุนนีหลายคน กล่าวโทษว่าเป็นผู้สนับสนุนเหตุความไม่สงบภายในประเทศ พวกซุนนีบางคนกล่าวว่านายกฯ อัลมาลิกีใช้วิธีการก่อการร้ายเพื่อขจัดศัตรูทางการเมือง
            ด้วยพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้พวกซุนนีเห็นว่านายกฯ อัลมาลิกีกำลังแบ่งแยกทางศาสนา ทำลายความเป็นเอกภาพ เรียกร้องให้นายกฯ อัลมาลิกีลาออกจากตำแหน่ง รัฐสภาอภิปรายไม่ไว้วางใจเขาถึง 2 ครั้งในปี 2007 แต่ไม่อาจโค่นล้มนายกฯ อัลมาลิกี นับจากนั้นเป็นต้นมา การเมืองอิรักตกอยู่ในสภาพเป็นอัมพาต แม้มีผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แต่ผู้ขึ้นมาเป็นผู้นำฝ่ายบริหารทำการรวบอำนาจ ไม่ฟังเสียงฝ่ายค้าน

            ไม่เพียงแต่แตกแยกกับพวกซุนนี พวกชีอะห์ยังแตกคอกันเองด้วย ในปี 2007 ปีเดียวกันนี้ รัฐมนตรีสาย Sadrist (เป็นชีอะห์สายหนึ่ง) ลาออกจากการร่วมรัฐบาล และตามมาด้วยการลาออกจากกลุ่มการเมืองอื่นๆ อีกหลายกลุ่ม เป็นเหตุให้รัฐบาลสหรัฐต้องออกโรงช่วยประสานรอยร้าว นำแกนนำพรรคการเมืองสำคัญๆ 5 พรรค ให้เข้ามามีบทบทต่อการตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ ของรัฐบาล ช่วยให้รัฐบาลอัลมาลิกีสามารถทำงานต่อไป รัฐบาลบุชในสมัยนั้นตีความว่า นายกฯ อัลมาลิกีไม่ใช่พวกยึดติดเรื่องนิกายศาสนา (ตามข้อกล่าวหาจากพวกซุนนี) และตีความว่าเหตุที่คณะรัฐบาลมีปัญหาเพราะพรรคร่วมหัวแข็ง ไม่ยอมประนีประนอม และหากกดดันให้นายกฯ อัลมาลิกีลาออก อาจทำให้การเมืองอิรักปั่นป่วนอีกครั้ง
            จากท่าทีสนับสนุนของรัฐบาลบุช ทำให้นายกฯ อัลมาลิกียิ่งรวบอำนาจไว้กับตนเองเข้มข้นกว่าเดิม

            3 ปีต่อมา (2010) อิรักจัดการเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้ง ผลการเลือกตั้งออกมาว่า พรรคของนายอัลมาลิกีได้คะแนนเป็นที่ 2 คือได้ 89 ที่นั่ง พรรคที่ได้ที่นั่งในรัฐสภามากที่สุดคือพรรค Iraqiyya ของนาย Ayad Allawi ซึ่งเป็นชีอะห์อีกสายหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากพวกซุนนีบางกลุ่ม พรรคนี้ได้ 91 ที่นั่ง แต่ปรากฏว่านาย Allawi ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาล ผู้ที่ได้เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลคือพรรคของนายอัลมาลิกี จนนายอัลมาลิกีได้ดำรงตำแหน่งนายกฯ สมัยที่ 2 สืบเนื่องจากจนถึงปัจจุบัน
            การที่นายอัลมาลิกีสามารถจัดตั้งรัฐบาลอีกสมัย เนื่องจากสามารถรวบรวมพรรคอื่นๆ ที่ตอนแรกไม่ยอมเข้าร่วมให้กลับมาร่วมมือกับนายอัลมาลิกีอีกครั้ง เช่น สายของ Sadrists และพวกเคิร์ด เหตุผลเบื้องหลังคือรัฐบาลโอบามาให้การสนับสนุน โดยให้เหตุผลว่าเป็นผู้นำสายชีอะห์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด (รวมทั้งแรงกดดันบางส่วนจากอิหร่านที่ให้พวก Sadrists หันมากลับมาสนับสนุนนายกฯ อัลมาลิกี)
            ดังนั้น การกำเนิดและการคงอยู่ของนายกฯ อัลมาลิกี จึงเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนของรัฐบาลอเมริกาโดยตรง ตั้งแต่รัฐบาลของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช จนถึงมาประธานาธิบดีโอบามา การที่นายอัลมาลิกีสามารถดำรงตำแหน่งอิรักในสมัยที่ 2 จนถึงปัจจุบันก็ด้วยรัฐบาลโอบามาโดยแท้
            และในยามนี้ รัฐบาลสหรัฐจะทำหน้าที่อีกครั้ง ด้วยการกดดันให้นายอัลมาลิกีพ้นทาง ทำการสรรหาคนใหม่เข้ามาแทนที่

จะเป็นชัยชนะของฝ่ายซาอุฯ หรือเป็นชัยชนะของฝ่ายอิหร่าน :
            หากเชื่อในสมมติฐานว่า รัฐบาลซาอุฯ กับพันธมิตรอาหรับคือผู้อยู่เบื้องหลัง ผู้ให้การสนับสนุนขบวนการ ISIL จนสามารถโค่นล้มอำนาจของนายกฯ อัลมาลิกี ย่อมถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของซาอุฯ กับพวก
            แต่ประเด็นอิรักในขณะนี้เกี่ยวข้องกับอิหร่านด้วย เพราะรัฐบาลอิหร่านมีความสัมพันธ์ยาวนานลึกซึ้งกับพวกชีอะห์อิรัก ดังที่ได้กล่าวแล้วว่า รัฐบาลอิหร่านมีส่วนกดดันพวก Sadrists ให้หันมากลับมาสนับสนุนนายอัลมาลิกี จนได้เป็นนายกฯ สมัยที่ 2
            ดังนั้น ทั้งรัฐบาลสหรัฐกับอิหร่านจึงมีอิทธิพลต่อพวกชีอะห์ในอิรัก ณ ขณะนี้ รัฐบาลโอบามาจึงหวังพึ่งพาอิหร่านเพื่อช่วยแก้ไขสถานการณ์ พยายามขอร่วมมือกับรัฐบาลอิหร่าน เริ่มจากมีข่าวว่า สหรัฐจะร่วมปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่านเพื่อปราบกองกำลัง ISIL ซึ่งทางการอิหร่านออกมาปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า

            ในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลโอบามาต้องเจรจากับฝ่ายซาอุฯ เช่นกัน การที่รัฐบาลโอบามายังไม่ลงมือใช้ปฏิบัติการทางทหาร และดูเหมือนว่าพยายามถ่วงเวลา น่าจะเป็นเพราะอยู่ระหว่างเจรจา เพราะคงไม่เหมาะที่จะเจรจากับพวกซุนนีท่ามกลางการโจมตีจากสหรัฐ
            ถ้าว่าที่นายกฯ คนใหม่เป็นสายชีอะห์ ที่ไม่ใช่นายอัลมาลิกีอีก จะเป็นชัยชนะของฝ่ายซาอุฯ หรือฝ่ายอิหร่านเป็นเรื่องที่ถกกันได้ เพราะยังต้องดูผลลัพธ์ที่จะตามมาดังเช่นเมื่อสมัยนายอัลมาลิกีขึ้นเป็นนายกฯ แล้วทำการรวบอำนาจ ไม่ฟังเสียงใดๆ แต่ที่แน่นอนคือเป็นชัยชนะของฝ่ายสหรัฐอีกครั้ง

คำถาม สถานะของ ISIL/ISIS ในอนาคต :
            อีกหนึ่งประเด็นที่จะต้องถกกันคือ หากเรื่องจบลงด้วยดี ได้ว่าที่นายกฯ คนใหม่ที่ทุกฝ่ายพอใจ กองกำลังติดอาวุธ ISIL ถอนตัวจากพื้นที่ยึดครอง สถานะของฐานที่มั่นและกองกำลังของ ISIL ในอิรักจะเป็นอย่างไร
            ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโอบามาเคยกล่าวว่า จะไม่ยอมให้พวกญิฮาดเหล่านี้สามารถตั้งมั่นอย่างถาวรในอิรักหรือซีเรีย และกำลังพิจารณาทุกทางเลือกที่สามารถทำได้ และยังเคยกล่าวอีกว่า ISIL เป็น “องค์กรผู้ก่อการร้าย” ที่ปฏิบัติการในอิรักกับซีเรีย เป็นภัยคุกคามต่อประเทศอิรักและชาวอิรัก และที่สุดแล้วเป็นภัยต่อผลประโยชน์สหรัฐ
            เป็นอีกเรื่องที่จะต้องคลี่คลาย และต้องระวังคำวิพากษ์วิจารณ์ที่กำลังจะตามมา

            ประเด็นการกดดันให้นายอัลมาลิกีพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นเพียงประเด็นหนึ่งที่กำลังถกเถียงกันอยู่ สถานการณ์อิรักในขณะนี้ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่กำลังถกเถียงกันอีกมาก มีการพูดถึงสงครามกลางเมือง สงครามศาสนา การแบ่งอิรักเป็นหลายเขตการปกครอง แต่ไม่ว่าจะเป็นประเด็นใดล้วนเป็นเรื่องซับซ้อน พัวพันหลายประเทศ หลายมิติ ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขให้จบได้ง่ายๆ
            เช่นเดียวกับเรื่องที่นายกฯ อัลมาลิกีจะก้าวลงจากตำแหน่งหรือไม่เป็นเรื่องซับซ้อน พัวพันกับหลายรัฐบาลหลายประเทศ มีทั้งมิติอำนาจการเมืองระหว่างประเทศ อำนาจการเมืองท้องถิ่น เรื่องของเชื้อชาติ ศาสนาและกระทั่งตัวนายอัลมาลิกีเอง แถมยังมีกองกำลังติดอาวุธ ISIL/ISIS ที่ตั้งตนเป็นปรปักษ์ต่อพวกชีอะห์ อยากสถาปนารัฐอิสลามตามแนวทางของตนเอง
            ถ้ามองว่าประธานาธิบดีโอบามาปรารถนาดี อยากให้เรื่องลงเอยด้วยดี น่าจะเอาใจช่วยให้ท่านมีสติปัญญาแก้ไขปัญหาอันซับซ้อนเหล่านี้
-------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
นับจากการก่อตั้ง ISIL เป้าหมายและการแสดงออกของกลุ่มนั้นชัดเจนและสอดคล้องกัน คือสถาปนารัฐอิสลามในอิรักกับซีเรีย การยึดพื้นที่ถิ่นอาศัยของพวกซุนนีดูเป็นเรื่องง่าย แต่หาก ISIL ต้องการยึดอิรักทั้งประเทศ จะต้องยึดพื้นที่เขตปกครองของพวกเคิร์ดและชีอะห์ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ภายใต้ศักยภาพของกองกำลัง ISIL ในปัจจุบัน เป้าหมายเฉพาะหน้าที่ดูสมเหตุสมผลกว่าคือการควบคุมพื้นที่ถิ่นอาศัยของพวกซุนนี หรือไม่ก็ให้สงครามกลางเมืองอิรักเป็นศึกยืดเยื้อ
นับจากการก่อตั้ง ISIL เป้าหมายและการแสดงออกของกลุ่มนั้นชัดเจนและสอดคล้องกัน คือสถาปนารัฐอิสลามในอิรักกับซีเรีย การยึดพื้นที่ถิ่นอาศัยของพวกซุนนีดูเป็นเรื่องง่าย แต่หาก ISIL ต้องการยึดอิรักทั้งประเทศ จะต้องยึดพื้นที่เขตปกครองของพวกเคิร์ดและชีอะห์ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ภายใต้ศักยภาพของกองกำลัง ISIL ในปัจจุบัน เป้าหมายเฉพาะหน้าที่ดูสมเหตุสมผลกว่าคือการควบคุมพื้นที่ถิ่นอาศัยของพวกซุนนี หรือไม่ก็ให้สงครามกลางเมืองอิรักเป็นศึกยืดเยื้อ

บรรณานุกรม:
1. Arango, Tim., & Gordon, Michael R. (2014, April 30). Amid Iraq’s Unrest, Maliki Campaigns as Strongman. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2014/04/30/world/middleeast/unrest-in-iraq-narrows-odds-for-maliki-win.html?hpw&rref=world&_r=0
2. Chandrasekaran, Rajiv. (2013, March 16). Five myths about Iraq. The Washington Post. Retrieved from http://www.washingtonpost.com/opinions/five-myths-about-iraq/2013/03/15/f7a62a40-8772-11e2-9d71-f0feafdd1394_story.html
3. Iran will mull over helping Iraq fight ISIL if official request made: SNSC chief. (2014, June 15). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/politics/116315-iran-will-mull-over-helping-iraq-fight-isil-if-official-request-made-snsc-chief
4. Maliki’s bloc leads in Iraq election. (2014, May 19). The Washington Post. Retrieved from http://www.washingtonpost.com/world/middle_east/malikis-bloc-leads-in-iraq-election/2014/05/19/f7e695cb-414b-4a63-879e-bd13df8ad8d7_story.html
5. Marr, Phebe. (2012). The Modern History of Iraq. USA: Westview Press.
6. Rubin, Alissa J., & Nordland, Rod. (2014, June 19). With Nod From U.S., Iraqis Seek New Leader. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2014/06/20/world/middleeast/maliki-iraq.html?recp=4&mabReward=&_r=0)
7. Solomon, Jay., & Lee, Carol E. (2014, June 18). U.S. Signals Iraq's Maliki Should Go. The Wall Street Journal. Retrieved from http://online.wsj.com/articles/u-s-signals-1403137521
8. Statement by the President on Iraq. (2014, June 13). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/06/13/statement-president-iraq
9. Two more towns fall to armed fighters in Iraq. (2014, June 12). Al Jazeera. Retrieved from http://www.aljazeera.com/news/middleeast/2014/06/two-more-towns-fall-armed-fighters-iraq-201461365442813358.html
--------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…