ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประเด็นโลก ประเด็นร้อน 8 – 14 ตุลาคม 2012

แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ นโยบายว่าที่ประธานาธิบดีอิหร่านสมัยหน้า
7 ตุลาคม 2012
ชาญชัย
ชาติตะวันตกกำลังจับตาสถานการณ์ภายในประเทศอิหร่าน หลังจากมีข่าวคนงานราว 1 หมื่นคนประท้วงเหตุเงินเฟ้อพุ่งสูง (WSJ)
ค่าเงินริอัล (Rial) ของอิหร่านลดค่าลงเรื่อยๆ ภายหลังเมื่อประธานาธิบดีบารัก โอบามาลงนามกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่านฉบับใหม่เมื่อวันสิ้นปี 2011 กฎหมายดังกล่าวทำให้การส่งออกน้ำมันของอิหร่านลดลงราวครึ่งหนึ่ง กระทบต่อแหล่งที่มาของรายได้หลักของประเทศ (ปกติรายได้ร้อยละของอิหร่าน 60 มาจากการส่งออกน้ำมันดิบ)
ค่าเงินริอัลที่อ่อนตัวมากทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูง กระทบต่อราคาสินค้าภายในประเทศอิหร่านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ราคาสินค้าที่เป็นอาหารหลักหลายอย่างเพิ่มสูงขึ้นมาก
จึงเป็นเหตุเกิดกระแสข่าวว่าประธานาธิบดีมะห์มูด อะห์มะดีเนจาด ไม่ค่อยเป็นที่นิยมของประชาชน ชาวอิหร่านบางส่วนวิจารณ์ตำหนิว่าเป็นเพราะอิหร่านถูกต่างชาติโดดเดี่ยวจากนโยบายต่างประเทศของท่าน
            ปัญหาเศรษฐกิจภายในอาจส่งผลรุนแรงต่อการเลือกตั้งปธน.อิหร่านในกลางเดือนมิถุนายนปีหน้า อาจได้ปธน.คนใหม่ที่เน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ
            หากปธน.อิหร่านคนใหม่สามารถแก้อุปสรรคทางเทคนิคต่างๆ เพื่อให้ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) สามารถเข้าตรวจสอบโครงการพัฒนานิวเคลียร์อิหร่านและสรุปว่าอิหร่านพัฒนานิวเคลียร์เพื่อสันติจริงๆ ดังที่อิหร่านอ้างมาตลอดว่าพัฒนาเพื่อการสันติเท่านั้น และกล่าวย้ำอีกครั้งจากผู้นำสูงสุดอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมนี ในพิธีเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (NAM) ครั้งที่ 16 เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่า “ประเทศอิหร่านไม่ต้องการมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง” (Xinhua)

สหรัฐฯ กับพันธมิตรคงไม่มีเหตุอ้างที่จะคว่ำบาตรเศรษฐกิจอิหร่านอีกต่อไป
ส่วนเรื่องจุดยืนของอิหร่านต่ออิสราเอล อย่างที่ประธานาธิบดีมะห์มูด อะห์มะดีเนจาด ประกาศว่า จะลบอิสราเอลออกจากแผนที่ยังถือเป็นประเด็นรอง
            นับจากนี้อีกราว 8 เดือนก่อนถึงวันเลือกตั้งปธน. น่าติดตามว่าสภาพเศรษฐกิจภายในอิหร่านจะพัฒนาไปอย่างไร ส่งผลต่อนโยบายเศรษฐกิจ นโยบายต่างประเทศของว่าที่ปธน.คนใหม่อย่างไร
            เป็นโอกาสอันดีหากประเทศอิหร่านจะปรับเปลี่ยนนโยบายในทิศทางที่จะผ่อนคลายความตึงเครียดกับอีกหลายประเทศ
-------------------


ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ศึกเลือกตั้งกลางเทอม 2018: ถอดบทเรียนที่ได้ ชัยชนะของทรัมป์

กระแสต่อต้านทรัมป์มีจริงแต่ไม่แรงอย่างที่หลายฝ่ายนำเสนอ รัฐบาลสามารถบริหารประเทศตามแนวทางของตนต่อไป ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง ผลโพลรายงานว่าพรรคเดโมแครทจะได้ ส.ส. เพิ่ม 23 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ ในขณะที่รีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ในช่วงสุดท้ายของการหาเสียงประธานาธิบดีทรัมป์กับพรรครีพับลิกันของท่านเน้นหาเสียงให้กับวุฒิสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นแผนหรือเป็นการคาดการณ์ตามผลโพล ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งทรัมป์เอ่ยเรื่องที่ต้องการได้ ส.ว.เพิ่มขึ้น ส.ส.ลดลง “คลื่นน้ำเงิน” (Blue Wave): ถ้าใช้ข้อมูลที่พูดแง่ลบต่อทรัมป์ 3 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งทรัมป์ประกาศว่าหากรีพับลิกันแพ้ไม่ใช่ความผิดของตน ผลโพลหลายสำนักชี้ว่าคนจำนวนมากออกไปใช้สิทธิ์เพราะต้องการแสดงตนต่อต้านประธานาธิบดี ยกตัวอย่างผลโพลของ CNN ชี้ว่าร้อยละ 42 ของผู้ที่จะไปใช้สิทธิจะลงคะแนนเพื่อส่งสารแสดงตนบอกว่าผลงานรัฐบาลไม่เข้าตา ร้อยละ 28 ตั้งใจไปเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนประธานาธิบดี และอีกร้อยละ 28 เช่นกันพูดว่าไม่ได้เลือกเพราะทรัมป์ นักวิชาการบางคนเห็นว่าเป็นไปตามทิศทางเล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…