ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ชาติตะวันตกกับตัวเลือกสร้างเขตปลอดภัยหรือเขตห้ามบินในซีเรีย

29 สิงหาคม 2012
ชาญชัย
สองสามสัปดาห์ก่อน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ นางฮิลลารี่ คลินตัน ได้หารือกับรัฐบาลตุรกีในเรื่องสถานการณ์ซีเรีย ข่าวรายงานว่าน่าจะเป็นการหารือเรื่องที่สหรัฐฯ กับตุรกีอาจร่วมกันสร้างเขตห้ามบิน (no-fly zones) ตลอดพรมแดนระหว่างตุรกีกับซีเรีย
            ความคิดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียร้องขอมานานแล้ว และชาติตะวันตกเคยใช้วิธีนี้เพื่อโค่นล้มรัฐบาลกัดดาฟี่ ประเทศลิเบีย
ล่าสุดรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศส ลอรอนต์ แฟบิอุส (Laurent Fabius) กล่างถึงการสร้างเขตกันชน (buffer zone)
หากสิ่งนี้เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเขตห้ามบินหรือเขตกันชน สถานการณ์ในซีเรียจะพลิกผันให้ฝ่ายต่อต้านเป็นฝ่ายได้เปรียบทันที
บทวิเคราะห์นี้จะอธิบาย คำสองคำดังกล่าวพร้อมวิเคราะห์ความแตกต่าง ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

1. กรณีเขตห้ามบิน

            ถ้ากำหนดใช้เขตห้ามบิน (no-fly zone) หมายถึงการที่ชาติตะวันตกกำหนดเขตพื้นที่ห้ามไม่ให้อากาศยานหรือรถถัง ยานเกราะ อาวุธหนักของซีเรียเคลื่อนกำลังหรือทำการสู้รบในพื้นที่ที่กำหนด
            กรณีนี้จะเหมือนกับกรณีของลิเบียเมื่อชาติตะวันตกต่อต้านรัฐบาลของประธานาธิบดีกัดดาฟี่ กำหนดให้น่านฟ้าทั้งประเทศลิเบียเป็นเขตห้ามบิน โดยมีกองทัพอากาศฝรั่งเศสกับอังกฤษเป็นกองกำลังหลัก ส่วนสหรัฐฯ สนับสนุนด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่การส่งเครื่องบินรบเข้าร่วมรบโดยตรง
            เมื่อรัฐบาลกัดดาฟี่ไม่สามารถใช้เครื่องบินรบ รถถัง อาวุธหนักโจมตีฝ่ายต่อต้าน ฝ่ายต่อต้านจึงเป็นฝ่ายได้เปรียบจนโค่นล้มรัฐบาลกัดดาฟี่ได้ในที่สุด
            หากชาติตะวันตกเลือกใช้วิธีนี้ อาจชี้ว่าฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียมีกำลังเข้มแข็งพอสมควร รัฐบาลของประธานาธิบดีอัสซัดจะล้มในไม่ช้า
2. กรณีเขตปลอดภัย
            คำว่เขตปลอดภัยหรือเขตกันชน (safe zone/ buffer zone ) ยังไม่ถูกกำหนดชัดเจนว่าหมายถึงลักษณะใด น่าจะมีข้อแตกต่างจากเขตห้ามบิน
ถ้าเขตปลอดภัยหมายถึงการแบ่งพื้นที่บางส่วนของซีเรียเป็นเขตที่ปลอดทหารซีเรียเพื่อความปลอดภัยของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ของประชาชนที่เข้ามาลี้ภัยในขอบเขตพื้นที่ดังกล่าว ในกรณีนี้ การสร้างเขตปลอดภัยต้องอาศัยทั้งกองกำลังทางอากาศกับภาคพื้นดิน และจำต้องมีกองกำลังภาคพื้นดินที่มากกว่ากองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย คือต้องมีกองกำลังต่างชาติเข้าร่วมด้วย
            คำถามสำคัญคือ ถ้าต้องมีกองกำลังต่างชาติร่วมด้วยจะหมายถึงทหารของชาติใด
            ประเด็นนี้อาจเป็นเรื่องที่ยังตกลงกันไม่ได้ในขณะนี้ ผมเชื่อว่าชาติตะวันตกคงต้องการให้ตุรกีเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว เพราะชาติตะวันตกทั้งสหรัฐฯ กับยุโรปต่างไม่ต้องการเอาชีวิตทหารของตนไปเสี่ยง และประชาชนอาจต่อต้านหากรัฐบาลดำเนินนโยบายเช่นนั้น
            ถ้าเป็นเช่นนั้น ความรับผิดชอบด้านกองกำลังภาคพื้นดินจึงตกอยู่กับตุรกีเพียงประเทศเดียว ความมั่นคงปลอดภัยในเขตพื้นที่ปลอดภัยจึงตกเป็นภาระโดยตรงของตุรกีไปโดยปริยาย
            รัฐบาลตุรกีต้องคิดหนักในเรื่องนี้ เพราะหากต้องรับผิดชอบภาคพื้นดิน ย่อมมีความเสี่ยงที่ทหารของตนจะต้องสู้รบกับกองทัพรัฐบาลซีเรีย ต้องบาดเจ็บล้มตายไม่มากก็น้อย มีความคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด
            และต้องมั่นใจว่ารัฐบาลซีเรียชุดต่อๆ ไปจะญาติดีกับตน
            ที่สุดแล้ว ถ้าก่อตั้งเขตปลอดภัย ตีความว่าฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียไม่ได้เข้มแข็ง และความขัดแย้งอาจยืดเยื้อ ประเทศซีเรียถูกแยกเป็น 2 ประเทศ
            ทั้งหมดเป็นเพียงการประมวลผลจากข้อมูลที่เล็ดลอดปรากฎเป็นข่าว ผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไรต้องติดตามต่อไป
-----------------


ความคิดเห็น

  1. ขอโหวตให้เป็นคนแรกเลย
    บทความในบล๊อกดีมาก ๆ ครับ เขียนลงหนังสือด้วยรึเปล่า อ่านเพลินเลย
    ถ้าว่างแวะมาเยี่ยมชมและโหวตให้กันด้วยนะครับ
    http://www.thailandblogawards.com/blogs/show/1449

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

America First, America Lonely

โดนัลด์ ทรัมป์ชูแนวคิด America First พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ประเทศ แต่หลายนโยบายที่ยึดแนวทางนี้ส่งผลให้สหรัฐโดดเดี่ยวตัวเอง โลกกำลังก้าวสู่ความเป็นพหุภาคีมากขึ้น

หลักนโยบายแม่บทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือ “หลักนิยมทรัมป์” (Trump’s Doctrine) ตั้งอยู่บนแนวคิด “America First” (อเมริกาต้องมาก่อน) หมายถึงการบริหารประเทศที่ถือผลประโยชน์ของชาติกับพลเมืองเป็นที่ตั้ง แม้จะขัดแย้งประเทศอื่นๆ ละเมิดศีลธรรมคุณธรรม ตั้งอยู่บนหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบสัจนิยม (Realism) แบบสุดขั้ว ระบบโลกเหมือนป่าดงดิบที่สัตว์ป่าทั้งหลายต่างดิ้นรนหาทางอยู่รอดโดยไม่คำนึงกฎใดๆ ยึดอธิปไตยชาติเป็นสำคัญ รัฐบาลทุกประเทศมีสิทธิ์และมีความรับผิดชอบต่อพลเมืองของตน เป็นลัทธิอเมริกานิยม (Americanism) ไม่ใช่โลกนิยม (globalism) บทความนี้เขียนขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศกว่าปีครึ่งแล้ว ความเป็น “อเมริกาต้องมาก่อน” ปรากฏชัดเจนมากขึ้น ในที่นี้จะนำเสนอบางตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจหลักการดังกล่าวและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ไม่สนกติกาองค์การค้าโลกอีกต่อไป : ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีองค์การค้าโลกเมื่อ…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ติมอร์-เลสเต จะเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 หรือไม่

นับจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1999 จนถึงบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดเข้าร่วมอาเซียนอีก อาเซียนปัจจุบันจึงคงมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลประเทศติมอร์-เลสเตพยายามขอเข้าร่วมสมาคมอาเซียน เกิดคำถามว่าอาเซียนจะมีสมาชิกใหม่หรือไม่ อะไรเป็นเหตุผลการรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิก             เมื่อเอ่ยชื่อประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยไปเยือนประเทศนี้เนื่องจากเป็นรัฐเกิดใหม่ บางคนอาจรู้จักในนามติมอร์ตะวันออกจากข่าวการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างยาวนานกับอินโดนีเซีย ก่อนได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002             ติมอร์-เลสเต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับเอกราชแล้วอาณาเขตรัฐประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่เคยต่อสู้เพื่อเอกราช พวกที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตเมืองหรือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย และพวกที่ลี้ภัยออกนอกอาณาเขตเนื่องจากความไม่สงบที่ผ่านมา สภาพที่ประชาชนมี…