ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ตรรกะของรัฐบาลทรัมป์ ใครใช้อาวุธเคมีในซีเรีย

16 เมษายน 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7464 วันอาทิตย์ที่ 16 เมษายน พ.ศ.2560)

            การโจมตีซีเรียด้วยขีปนาวุธเมื่อวันที่ 6 เมษายนกลายเป็นข่าวดังต่อเนื่อง ในทางวิชาการเป็นกรณีศึกษาให้เข้าใจนโยบายและการดำเนินนโยบายรัฐบาลทรัมป์ ควรคิดกำหนดล่วงหน้าว่ารัฐบาลนี้จะอยู่อีกอย่างน้อยเกือบ 4 ปีเต็ม มีผลต่อความเป็นไปของโลกไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ สังคม กระทั่งเรื่องภาวะโลกร้อน เป็นกรณีศึกษาสำคัญช่วยให้เข้าใจระบบความคิด การใช้ตรรกะ จากการศึกษามีประเด็นสำคัญพร้อมข้อวิพากษ์ ดังนี้

ตรรกะของรัฐบาลทรัมป์ :
          ประการแรก ลงโทษเพราะสังหารพลเรือน ใช้อาวุธเคมี
            แถลงการณ์จากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เมื่อวันที่ 6 กล่าวอย่างชัดเจนว่า ผู้นำซีเรีย บาชาร์ อัลอัสซาด (Bashar al-Assad) โจมตีพลเรือนด้วยอาวุธเคมี ไม่มีข้อโต้เถียงใดๆ ว่ารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมี ละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมีของสหประชาชาติ (Chemical Weapons Convention)
            แม้การปราบปรามผู้ก่อการร้ายสำคัญที่สุด รัฐบาลทรัมป์มีนโยบายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย สนับสนุนฝ่ายต่อต้านสายกลาง สนับสนุนพวกเคิร์ดซีเรีย ไม่นานนี้ส่งทหารเข้ารบทางภาคพื้นดินนับร้อยนับพันนายเพื่อสนับสนุนฝ่ายต่อต้าน
            ประเด็นคือต้องเข้าใจว่าการโจมตีด้วยขีปนาวุธเมื่อวันที่ 6 เมษายนเป็นนโยบายใหม่อีกข้อที่แตกต่างนโยบายเดิมๆ นั่นคือโจมตีกองทัพอัสซาดโดยตรง (แม้กล่าวว่าจะเป็นการโจมตีเพียงครั้งเดียว) เหตุผลหลักคือรัฐบาลอัสซาดใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือน ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ หากไม่มีเหตุการณ์ใช้อาวุธเคมีก็จะไม่มีการยิงขีปนาวุธ
            รัฐบาลทรัมป์กล่าวโทษรัฐบาลซีเรียละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่การโจมตีซีเรียคือละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ละเมิดกฎบัตรสหประชาติอย่างร้ายแรง เท่ากับทำสงครามรุกรานซีเรีย ถ้ารัฐบาลทรัมป์ยึดถือกฎหมายระหว่างประเทศจริง ทำไมไม่นำเรื่องสู่สหประชาชาติ ใช้กลไกของสหประชาชาติ เป็นระบบที่วางไว้เพื่อสันติภาพ ความมั่นคงโลก
            เท่ากับว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังเขียนกฎหมายระหว่างประเทศขึ้นใหม่ เขียนเองใช้เอง ลงโทษผู้กระทำผิดด้วยตัวเอง ไม่สนใจว่าประเทศใดหรือใครจะคิดเห็นอย่างไร

          ประการที่ 2 ถ้ารัฐบาลสหรัฐบอกว่าใช่ก็คือใช่
            ถ้ามองจากมุมสหรัฐ การที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล้าออกคำสั่งโจมตีน่าจะมีเหตุผลชอบธรรมรองรับ ความชอบธรรมนี้รวมถึงเป็นความชอบธรรมที่เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องเท็จ สร้างเรื่องขึ้นมาเอง
            ทำเนียบขาวได้ส่งตัวแทนเจ้าหน้าที่ระดับสูงชี้แจงสื่อ ย้ำว่าเป็นข้อมูลลับบางส่วนที่เปิดเผยได้ เช่น บัญชีสื่อโซเชียลมีเดีย วีดีโอ รายงาน ภาพ ตัวอย่างเหยื่อที่รับได้พิษซาริน (sarin) กับก๊าซทำลายประสาทที่ยังไม่ระบุว่าคือชนิดใด การโจมตีเริ่มเวลา 6.55 น. ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยเครื่องบินรบ SU-22 จากฐานบิน Shayrat ของซีเรีย ราว 20 นาทีต่อมาก็เริ่มมีรายงานผู้รับพิษ พิษนั้นไม่ได้มาจากการโจมตีด้วยระเบิดแล้วโดนคลังอาวุธเคมี ยืนยันว่าหลักฐานที่อ้างถึงไม่ได้สร้างขึ้นเอง รัฐบาลยังคงได้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อยๆ
            ดังที่ได้นำเสนอในบทความก่อนว่า การใช้อาวุธเคมีในซีเรียเป็นเรื่องเก่าที่เกิดขึ้นนับสิบครั้งแล้ว บางครั้งโทษรัฐบาลอัสซาด บางครั้งโทษฝ่ายต่อต้าน ผู้ก่อการร้าย

            การกล่าวหารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีครั้งที่รัฐบาลโอบามาแสดงความขึงขังมากที่สุดคือ การใช้ก๊าซซาริน (sarin) เมื่อสิงหาคม 2013 มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,400 ราย ครั้งนั้นรัฐบาลโอบามาชี้แจงว่ามีหลักฐานมากมาย ทั้งภาพจากดาวเทียม ภาพวีดีโอ สามารถดักฟังการสนทนาของเจ้าหน้าที่ระดับสูงซีเรียที่พูดว่า “ยืนยันว่าได้ปล่อยอาวุธเคมีแล้ว" ในตอนนั้นประธานาธิบดีปูตินเรียกร้องให้สหรัฐนำหลักฐานดังกล่าวมาพิสูจน์ในสหประชาชาติ
            จากบัดนั้นจนบัดนี้ รัฐบาลสหรัฐไม่เคยแสดงหลักฐานเหล่านั้นเลยไม่ว่าจะต่อสาธารณะหรือต่อสหประชาชาติ แต่กลายเป็นประเด็นที่มีผลร้ายแรงและสืบเนื่องจนบัดนี้คือ รัฐบาลสหรัฐตั้งแต่โอบามาจนถึงทรัมป์ต่างถือว่ารัฐบาลอัสซาดคือผู้ใช้อาวุธเคมีครั้งนั้น

            การจะลงโทษใครเป็นโจรผู้ร้าย ต้องมีพยานหลักฐานที่ศาลยอมรับ ลำพังคำพูดว่าใครเป็นโจรหรือบอกว่ามีหลักฐานแต่ไม่แสดงต่อศาลย่อมไม่นับว่าเป็นหลักฐาน สิ่งที่รัฐบาลโอบามาทำคือพูดอย่างเดียว พูดว่ามีพยานหลักฐานมากมายแต่ไม่ยอมนำมาแสดง
            เหตุใช้อาวุธครั้งล่าสุดเมื่อ 4 เมษายน รัฐบาลทรัมป์ยังไม่แสดงหลักฐานให้องค์กรกลางพิสูจน์
            คำชี้แจงจากทำเนียบขาวย้ำว่าก๊าซพิษมาจากตัวระเบิด ไม่ได้เกิดจากระเบิดไปโดนคลังอาวุธเคมี ถ้ารัฐบาลสหรัฐมั่นใจหลักฐานของตนมาก ทำไมจึงไม่ยอมเปิดเผยต่อสาธารณะ ให้ผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติเข้าตรวจสอบยืนยันหลักฐานเหล่านี้ เพื่อแก้ข้อครหาว่าหลักฐานที่นำเสนอมาจากการสร้างขึ้นมาเองหรือไม่ เช่น เครื่องบินรบ SU-22 เข้าโจมตีก่อน 7.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น
            พฤติกรรมเช่นนี้เท่ากับว่าขอเพียงรัฐบาลทรัมป์คิดว่าเป็นเช่นไร ควรทำอย่างไร ก็จะลงมือกระทำตามที่ตนเห็นชอบ และสรุปเอาเองว่ามีความชอบธรรมที่จะทำเช่นนั้น เช่นนี้ควรนับว่าเป็นพฤติกรรมของประเทศอารยะหรือ

          ประการที่ 3 ตายด้วยอาวุธเคมีเป็นเรื่องต้องห้าม
            สงครามกลางเมือง 6 ปี มีผู้เสียชีวิต 2 แสนกว่ารายและยังคงเพิ่มสูงขึ้น แม้กองทัพอัสซาดจะพยายามทำสงครามกับกองกำลังฝ่ายต่อต้าน ผู้ก่อการร้าย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าพลเรือนคือเหยื่อของสงครามกลางเมือง ความจริงคือราวกึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นพลเรือน ในจำนวนนี้เป็นเด็กกว่าหมื่นคน ยอดผู้เสียชีวิตรวมถึงผู้เสียชีวิตจากอาวุธเคมีที่กล่าวหาไปมานับสิบๆ ครั้ง
            รัฐบาลโอบามาประกาศว่าต้องโค่นล้มระบอบอัสซาดด้วยเหตุผลหลักคือ รัฐบาลอำนาจนิยมอัสซาดปราบปรามและเข่นฆ่าประชาชนที่ชุมนุมอย่างสงบ จึงสนับสนุนฝ่ายต่อต้านสายกลาง กลายเป็นสงครามยืดเยื้อ
            ในช่วงหาเสียงทรัมป์ยอมรับการคงอยู่ของระบอบอัสซาด เพราะเห็นว่าภัยคุกคามที่ร้ายแรงกว่าคือผู้ก่อการร้าย IS/ISIL/ISIS ไม่ใช่ระบอบอัสซาด

            แต่เมื่อเกิดเหตุใช้อาวุธเคมี 4 เมษายน มีผู้เสียชีวิตราว 80 ราย เป็นเด็กเกือบ 30 ราย ประธานาธิบดีทรัมป์ถึงกับกล่าวว่าต้องเปลี่ยนนโยบายแล้ว สั่งโจมตีฐานบิน เป็นการเตือนไม่ให้ใช้อาวุธเคมีอีก รับไม่ได้ที่เห็นเด็กๆ ผู้บริสุทธิ์ต้องจบชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน
            คำถามคือ สิ่งที่ทำช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตหรือไม่ ช่วยยุติสงครามกลางหรือไม่ ถ้ายังยืนยันสนับสนุนฝ่ายต่อต้านทำสงครามล้มรัฐบาล สงครามจะดำเนินต่อไป ผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีก ไม่ว่าจะเสียชีวิตด้วยอาวุธเคมีหรือด้วยวิธีอื่นใด
            ตรรกะของทรัมป์คือการเสียชีวิตด้วยก๊าซพิษน่าสงสารกว่าการตายด้วยวิธีอื่น คนซีเรียจะตายได้วิธีการใดก็ได้ ขอเพียงไม่ตายด้วยอาวุธเคมี
          จะตายเพิ่มอีกกี่หมื่นกี่แสนก็ได้ ขอย้ำอีกครั้งว่าถ้าไม่ตายด้วยอาวุธเคมีก็เป็นเรื่องยอมรับได้
            นี่คือตรรกะอันแปลกประหลาดของรัฐบาลทรัมป์

ผลของการใช้ตรรกะแบบทรัมป์ :
            บางคนอาจคิดว่าการโจมตีเพื่อตอบสนองเป้าหมายระยะสั้น ซึ่งน่าจะเป็นเช่นนั้น ในอีกมุมหนึ่ง ผลการโจมตีไม่ใช่เรื่องที่ผ่านมาแล้วผ่านไป มีผลสืบเนื่องระยะยาว ดังนี้
          ประการแรก ยืนยันฝ่ายเดียวต่อเนื่อง
            เรื่องแปลกแต่จริงคือ แม้ปากจะบอกว่ามีหลักฐานมากมาย มีข้อสรุปชัดเจนว่ารัฐบาลอัสซาดใช้อาวุธเคมี แต่ไม่ยอมแสดงหลักฐาน สวนทางกับความเห็นบางประเทศ ความคิดเห็นของหลายคน ได้แต่พูดยืนยันอยู่เรื่อยๆ พฤติกรรมเช่นนี้จึงเป็นการ "ยืนยันฝ่ายเดียว" อย่างต่อเนื่อง
            เริ่มจากรัฐบาลโอบามา บัดนี้คือรัฐบาลทรัมป์ รวมเป็น 2 รัฐบาลแล้ว

          ประการที่ 2 ลดทอนบทบาทสหประชาชาติ
            ถ้าเทียบกับกรณีอิรัก อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (weapons of mass destruction: WMD) กลายเป็นประเด็นสำคัญตั้งแต่หลังสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก (1990-1991) ในสมัยของประธานาธิบดีจอร์จ เอช.เอ็ม. บุช (George H. W. Bush - บิดาของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช) คณะมนตรีความมั่นคงมีมติให้อิรักต้องปลอด WMD ทุกชนิด
            เนื่องจากมีเรื่องการตรวจสอบ WMD จากคณะมนตรีความมั่นคง และดำเนินเรื่อยมาหลายปี จึงกลายเป็นประเด็นเมื่อได้ข้อสรุปที่ทุกฝ่ายยอมรับว่าอิรักไม่มี WMD ตามที่รัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู. บุชกล่าวอ้าง รัฐบาลสหรัฐหลอกลวงประชาคมโลกด้วยหลักฐานที่เชื่อถือไม่ได้ ทำให้หลงเชื่อเช่นนั้น

            แต่เรื่องการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย รัฐบาลสหรัฐพยายามลดทอนการตรวจสอบจากสหประชาชาติ เมื่อเกิดเหตุใช้อาวุธเคมีล่าสุดคือโจมตีทันที ไม่ต้องรอการพิสูจน์จากสหประชาชาติ

          ประการที่ 3 สร้างนโยบายจากความเท็จ
            ไม่ว่าประเทศอื่น คนอื่นๆ ในโลกจะคิดเห็นอย่างไร รัฐบาลสหรัฐยืนยันความคิดความเข้าใจของตนเองว่ารัฐบาลอัสซาดใช้อาวุธเคมี (รัฐบาลทรัมป์อ้างการใช้สมัยสมัยโอบามาด้วย) และรัฐบาลสหรัฐจะเอ่ยถึงเรื่องนี้เสมอ เมื่อให้เหตุผลว่าทำไมรัฐบาลอัสซาดจึงเป็นภัยคุกคามต่อประเทศตนเอง ต่อภูมิภาคและโลก นี่คือการสร้างนโยบาย การดำเนินโยบายของรัฐบาลสหรัฐในกรณีซีเรีย

            ณ ช่วงนี้รัฐบาลทรัมป์กล่าวว่าไม่คิดจะโจมตีกองทัพซีเรียอีก ไม่คิดโค่นล้มรัฐบาลอัสซาดด้วยกำลัง แต่ไม่มีใครประกันว่ารัฐบาลสหรัฐจะถือเช่นนี้ตลอดไป เมื่อถึงวันนั้นจะยกเหตุผลที่ต้องทำสงครามล้มล้างรัฐบาลซีเรียด้วยสารพัดเรื่อง หนึ่งในนั้นคือรัฐบาลซีเรียเคยใช้อาวุธเคมี

            ประธานาธิบดีโอบามาอาจคิดว่าสามารถหลีกเลี่ยงส่งทหารอเมริกันไปรบในสมรภูมิซีเรีย ประธานาธิบดีทรัมป์อาจคิดว่าการถล่มด้วยขีปนาวุธ 60 ลูกไม่น่าจะมีผลอะไรมาก แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น สิ่งที่ทำกลายเป็นการตอกย้ำว่าต้องกำจัดรัฐบาลอัสซาดให้จงได้ ไม่ว่าศึกนี้จะต้องยืดเยื้ออีกกี่ปี คนต้องตายเพิ่มอีกกี่แสน
--------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง :
2 วันหลังข่าวการใช้อาวุธเคมีที่ Idlib ทางตอนเหนือของซีเรีย มีผู้เสียชีวิตราว 80 ราย รัฐบาลทรัมป์สรุปทันทีว่าคือฝีมือของกองทัพรัฐบาลซีเรีย จึงโจมตีสนามบินแห่งหนึ่งด้วยขีปนาวุธ เรื่องสำคัญและร้ายแรงคือประธานาธิบดีทรัมป์สั่งการทั้งๆ ที่ไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นผู้ใช้อาวุธเคมี พยายามอธิบายให้เห็นภาพเด็กๆ ผู้บริสุทธิ์ที่ต้องจบชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน ไม่คำนึงว่าการโจมตีของตนละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ว่าสหรัฐสามารถโจมตีประเทศใดๆ ก็ได้โดยไม่ต้องมีหลักฐาน ไม่ต้องมีเหตุผลที่นานาชาติยอมรับ

บรรณานุกรม:
1. About 2 millions and half killed and wounded since the beginning of the Syrian Revolution. (2015, October 16). Syrian Observatory for Human Rights. Retrieved from http://www.syriahr.com/en/2015/10/about-20-millions-and-half-killed-and-wounded-since-the-beginning-of-the-syrian-revolution/
2. Braude, Joseph. (2003). The New Iraq. New York : Basic Book.
3. Chulov, Martin., Shaheen, Kareem. (2017, April 5). Syria chemical weapons attack toll rises to 70 as Russian narrative dismissed. The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/world/2017/apr/04/syria-chemical-attack-idlib-province
4. Diamond, Jeremy. (2015, October 25). Trump: World would be '100%' better with Hussein, Gadhafi in power. CNN. Retrieved from http://edition.cnn.com/2015/10/25/politics/donald-trump-moammar-gadhafi-saddam-hussein/
5. Remarks by President Obama in Address to the United Nations General Assembly. (2013, September 24). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2013/09/24/remarks-president-obama-address-united-nations-general-assembly
6. Russia's Vladimir Putin challenges US on Syria claims. (2013, August 31). BBC. Retrieved from http://www.bbc.co.uk/news/world-middle-east-23911833
7. Starr, Barbara. (2017, April 13). US intelligence intercepted communications between Syrian military and chemical experts. CNN. Retrieved from http://edition.cnn.com/2017/04/12/politics/us-intelligence-syrian-chemical-weapons/index.html
8. The White House. (2013, August 21). “Government Assessment of the Syrian Government’s Use of Chemical Weapons on August 21, 2013”. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2013/08/30/government-assessment-syrian-government-s-use-chemical-weapons-august-21
9. The White House. (2017, April 6). Statement by President Trump on Syria. Retrieved from https://www.whitehouse.gov/the-press-office/2017/04/06/statement-president-trump-syria
10. The White House. (2017, April 11). Background Press Briefing on Syria, 4/11/2017. Retrieved from https://www.whitehouse.gov/the-press-office/2017/04/11/background-press-briefing-syria-4112017
11. Trump details ‘America first’ foreign policy views, threatening to withdraw troops from Japan, South Korea. (2016, March 27). The Japan Times. Retrieved from http://www.japantimes.co.jp/news/2016/03/27/world/politics-diplomacy-world/trump-details-america-first-foreign-policy-views-threatening-withdraw-troops-japan-south-korea/#.Vvh-wtJ97IV
-----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

อุดมการณ์ทางการเมือง (1) นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย
อุดมการณ์ทางการเมือง
“นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง”
1.ความหมายของอุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideology) มีผู้นิยามหลากหลาย 1.1.หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล 1.2.หมายถึง ความคิดความเชื่อที่ทำให้เกิดกลไกควบคุม เพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความคิดความเชื่อนั้น 1.2.1.เช่นอุดมการณ์มาร์กซิสม์ ก่อให้เกิดพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อสร้างและควบคุมให้การปกครองบรรลุเป้าหมายของอุดมการณ์ 1.2.2.อุดมการณ์ประชาธิปไตย คือ การเพิ่มพูน ปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคล ทำให้เกิดไกกลต่างๆ เช่น พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ การลงมติ เพื่อรักษาความเป็นประชาธิปไตย 1.3.อุดมการณ์มิใช่เป็นเพียงปรัชญาการเมือง อุดมการณ์ทางการเมืองจะเรียกร้องให้มีการกระทำจากผู้ศรัทธาในอุดมการณ์ เกิดความรู้สึกว่าถูกต้องที่จะกระทำตามนั้น อุดมการณ์ทางการเมืองมักจะเชื่อมโยงกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ 1.4.สมเกียรติ วันท…