สหภาพยุโรปกับการเสริมเขี้ยวเล็บแก่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย

ต้นปี 2011 เมื่อความขัดแย้งในประเทศซีเรียเริ่มปะทุขึ้น สหภาพยุโรป (อียู) ประกาศจุดยืนสนับสนุนฝ่ายต่อต้านพร้อมนโยบายหลักสามประการ คือ ชักจูงให้รัฐบาลซีเรียเจรจากับฝ่ายต่อต้านเพื่อเปลี่ยนรัฐบาลด้วยสันติตามวิถีประชาธิปไตย ชักชวนหรือกดดันรัฐบาลไม่ให้ใช้ความรุนแรงต่อพลเรือน และให้จุดยืนเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากประเทศในภูมิภาคและนานาชาติ นอกจากนี้ยังดำเนินนโยบายคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อซีเรีย จัดหาความช่วยเหลือที่ไม่ใช่อาวุธแก่ฝ่ายต่อต้าน ร่วมมือกับสหรัฐ มิตรประเทศกดดันรัฐบาลซีเรียที่มีประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาดเป็นผู้นำ
            เหตุการณ์อาหรับสปริงซีเรียแตกต่างจากอาหรับสปริงอื่นๆ รัฐบาลอัสซาดสามารถยืนหยัดต่อสู้ฝ่ายต่อต้าน ไม่มีฝ่ายใดแพ้ชนะเด็ดขาด มีแต่ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นถึง 8 หมื่นราย ผู้อพยพลี้ภัยกว่าล้านคน เป็นแรงกดดันให้อียูต้องเพิ่มความพยายามมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ชาติสมาชิกบางประเทศพูดถึงการเสริมเขี้ยวเล็บขายอาวุธหรือการสนับสนุนอาวุธ ทันสมัยแก่ฝ่ายต่อต้าน ชาติสมาชิกอียู 27 ประเทศมีทั้งที่เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย ต่างมีเหตุผลของตน
เหตุผลที่ควรคัดค้าน :
            ประเทศเยอรมนี สเปน ออสเตรีย สวีเดน เนเธอร์แลนด์ แสดงตัวคัดค้าน โดยให้เหตุผลว่า
            ประการแรก ความขัดแย้งในซีเรียควรแก้ไขด้วยสันติวิธี
            จุดยืนหลักคือเห็นว่าการแก้ปัญหาด้วยการใช้กำลังทหารนั้นไม่ประกันว่าจะช่วยให้ประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นประชาธิปไตย เพราะความเป็นประชาธิปไตยแท้เกิดขึ้นจากความสมัครใจ ความเห็นร่วมของประชาชนที่ต้องการให้ประเทศบริหารจัดการตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่การใช้กำลังบีบบังคับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และเห็นว่าการเสริมอาวุธเครื่องกระสุนมีแต่จะทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายเพิ่มขึ้น จึงต่อต้านการสนับสนุนทางทหารโดยสิ้นเชิง
            ประการที่สอง กังวลว่าอาวุธจะตกอยู่ในมือของผู้ก่อการร้าย
            รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี นายกีโด เวสเตอร์เวลเลอตั้งคำถามว่าหากฝ่ายต่อต้านได้รับอาวุธ ทันสมัยตามที่ต้องการ อะไรจะเป็นเครื่องประกันว่าอาวุธเหล่านั้นจะไม่ตกอยู่ในมือของพวกหัวรุนแรง พวกผู้ก่อการร้าย เช่นกลุ่ม Jabhat al-Nusra โดยเฉพาะขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานจะมีผลต่อความปลอดภัยของเครื่องบินโดยสารที่บินผ่านย่านนั้นทันที
            ที่สำคัญกว่านั้นคืออาวุธเหล่านั้นมีโอกาสแพร่กระจายไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ ถูกนำไปใช้ก่อการร้ายในที่ต่างๆ และไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าในวันข้างหน้ากลุ่มย่อยๆ ในฝ่ายต่อต้านบางกลุ่มอาจแปรพักตร์ไปสนับสนุนฝ่ายตรงข้ามชาติตะวันตก ดังเช่นกรณีรัฐบาลสหรัฐส่งอาวุธทันสมัยให้แก่พวกมูจาฮีดีนในอัฟกานิสถานเพื่อต่อต้านการรุกรานจากโซเวียตตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1970 สร้างความเสียหายแก่อาวุธยุทโธปกรณ์โซเวียตจำนวนมาก แต่ปัจจุบันทหารอเมริกันในอัฟกานิสถานกลับต้องมาต่อสู้กับพวกมูจาฮีดีนบางกลุ่มด้วยอาวุธที่ตนจัดหาให้เสียเอง
            ประการที่สาม มีผู้สนับสนุนจัดหาอาวุธให้อยู่แล้ว
            รัฐมนตรีเวสเตอร์เวลเลอกล่าวว่าที่ผ่านมาประเทศซาอุดิอาระเบียกับกาตาร์สนับสนุนจัดหาอาวุธแก่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอยู่แล้ว ฝ่ายต่อต้านไม่ได้ขาดอาวุธแต่อย่างไร ประเด็นนี้สามารถขยายความต่อว่าหากอาวุธ ทันสมัย ที่ฝ่ายต่อต้านต้องการคืออาวุธต่อต้านอากาศยานกับอาวุธต่อต้านรถถังแบบประทับบ่า สองประเทศดังกล่าวมีและ/หรือสามารถจัดหาให้โดยไม่ยากเย็น ดังนั้นจึงไม่จำต้องให้ชาติสมาชิกอียูเป็นผู้จัดหา เว้นแต่อยากเป็นผู้ขายอาวุธเหล่านั้นเสียเอง
            มีข้อมูลว่าที่ผ่านมาประเทศซาอุดิอาระเบียกับกาตาร์ไม่จัดสรรอาวุธ ทันสมัยแก่ฝ่ายต่อต้านเพราะรัฐบาลโอบามาไม่เห็นด้วย จึงเป็นที่น่าสงสัยว่ารัฐบาลโอบามาเปลี่ยนจุดยืนดังกล่าวแล้วหรือยัง เพราะหากรัฐบาลอเมริกันเปลี่ยนจุดยืนก็ไม่จำต้องให้อังกฤษกับฝรั่งเศสเป็นผู้จัดหา กลับไปที่ข้อสรุปเดิมว่าเว้นแต่อยากเป็นผู้ขายอาวุธเหล่านั้นเสียเอง
            ประการที่สี่ เป็นแรงกระตุ้นให้ประเทศที่สนับสนุนรัฐบาลซีเรียจัดส่งอาวุธให้ฝ่ายรัฐบาลมากขึ้น
            นายฟรานซ์ ทิมเมอร์มานส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์เห็นว่าการยอมขายอาวุธ ทันสมัยอาจเป็นเหตุให้รัสเซียส่งอาวุธแก่ฝ่ายรัฐบาลเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากรัฐบาลรัสเซียสนับสนุนรัฐบาลซีเรีย ดังนั้น การเสริมเขี้ยวเล็บแก่ฝ่ายต่อต้านอาจไม่ช่วยให้ได้เปรียบในการรบ
            ความคิดนี้ถูกต้องและเห็นผลลัพธ์ทันที เพราะเพียงหนึ่งวันให้หลังรัฐบาลรัสเซียออกมาตอบโต้นโยบายของอียูด้วยการแถลงข่าวว่ารัสเซียจะไม่ยกเลิกแผนขายขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน S-300 แก่รัฐบาลซีเรีย และกล่าวโทษว่าการที่อียูยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเรื่องการขายอาวุธแก่ฝ่ายต่อต้านเหมือนกับการ “โยนดุ้นฟืนเข้ากองไฟ” ทั้งนี้รัสเซียยังไม่กำหนดว่าจะส่งมอบอาวุธดังกล่าวเมื่อไร “เพียงแต่จะไม่ยกเลิก” แผนขายอาวุธเท่านั้น
            เรื่องการขายขีปนาวุธ S-300 เป็นข่าวมาพักหนึ่งแล้ว ที่ผ่านมาชาติตะวันตกกับอิสราเอลพยายามยับยั้ง เพราะขีปนาวุธดังกล่าวมีสมรรถนะสูงมาก หากซีเรียติดตั้งอาวุธดังกล่าวจะเป็นภัยคุกคามต่ออากาศยานของทุกประเทศในย่านนั้น รวมทั้งอิสราเอล
            โดยรวมแล้ว ฝ่ายที่คัดค้านเห็นว่าอาวุธ ทันสมัยไม่ช่วยให้ซีเรียเป็นประชาธิปไตย มีแต่ทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายมากขึ้น ทั้งยังไม่ช่วยให้ฝ่ายต่อต้านได้เปรียบแต่จะกลายเป็นการแข่งขันใช้อาวุธทันสมัย และอาวุธเหล่านี้อาจตกอยู่ในมือของพวกผู้ก่อการร้ายสากล

เหตุผลที่ควรสนับสนุน :
            อังกฤษกับฝรั่งเศสเป็นสองประเทศหลักที่สนับสนุนฝ่ายต่อต้านอย่างแข็งขัน รวมทั้งเรื่องการให้อาวุธ ทันสมัยแก่ฝ่ายต่อต้าน โดยมีเหตุผลดังนี้
            ประการแรก ป้องกันไม่ให้ฝ่ายอื่นเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลปกครองซีเรียแทนฝ่ายต่อต้าน
            แนวทางนี้เห็นว่าความขัดแย้งในซีเรียซับซ้อน สถานการณ์ปัจจุบันเป็นการต่อสู้ของคนหลายกลุ่มหลายฝ่าย หนึ่งในนั้นคือพวกมุสลิมหัวรุนแรง พวกผู้ก่อการร้ายที่สัมพันธ์กับอัลกออิดะห์ เกรงว่าหากพวกมุสลิมหัวรุนแรงสามารถปกครองประเทศหรือพื้นที่บางส่วนจะเป็นภัยทั้งต่อประชาชนชาวซีเรียและต่อประเทศอื่นๆ นายลอรอนต์ แฟบิอุส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสถึงกับชี้ว่าหากประเทศซีเรียล่มสลายและฝ่ายต่อต้าน (ที่ชาติตะวันตกสนับสนุน) ไม่ได้ปกครองประเทศ “กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงอาจยึดครองพื้นที่ได้มากขึ้น” จึงต้องสนับสนุนให้ฝ่ายต่อต้านเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลปกครองประเทศด้วยทุกวิถีทาง
            ประการที่สอง การให้อาวุธจำเป็นต่อวิถีทางการทูต
            นายวิลเลียม เฮก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษกล่าวว่าอังกฤษเห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาด้วยวิถีทางการเมือง แต่การยกเลิกคว่ำบาตรเป็น “ส่วนหนึ่งที่ช่วยวิถีทางการทูต” เป็นการส่งสัญญาณแก่รัฐบาลอัสซาดว่าอียูจริงจังที่จะแก้ปัญหาด้วยการเจรจา แนวทางของอังกฤษจึงมุ่งใช้ กำลังเป็นเครื่องมือต่อรอง
            ประการที่สาม สามารถป้องกันไม่ให้อาวุธตกอยู่ในมือผู้ก่อการร้าย
            ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยหวั่นเกรงว่าอาวุธ ทันสมัยจะตกอยู่ในมือของพวกผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะห์ หรือมุสลิมหัวรุนแรง วิธีแก้คือส่งมอบอาวุธแก่ฝ่ายต่อต้านที่ยืนยันว่าจะว่ารักษาอาวุธไม่ให้ตกแก่ฝ่ายอื่น
            ไม่ว่าแต่ละฝ่ายจะมีเหตุผลอย่างไร วันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา สหภาพยุโรปมีมติยกเลิกการคว่ำบาตรขายอาวุธแก่ฝ่ายต่อต้าน และให้ชาติสมาชิกแต่ประเทศมีสิทธิตัดสินใจการขายด้วยตนเองภายใต้กรอบกติกาที่กำหนด ประเทศที่ดำเนินการดังกล่าวต้องมีระบบป้องกันไม่ให้อาวุธเหล่านั้นถูกนำไปใช้ในทางอื่น มีข้อมูลชัดเจนว่าส่งมอบให้แก่ผู้ใดและนำไปใช้อย่างไร และอียูจะทบทวนจุดยืนอีกครั้งก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2013
            ที่สุดแล้วสหภาพยุโรปใช้วิธีประนีประนอม ให้ชาติสมาชิกตัดสินใจด้วยตนเองว่าจะขายอาวุธแก่ฝ่ายต่อต้านหรือไม่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด อย่างไรก็ตามอังกฤษกับฝรั่งเศสยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะขายอาวุธเมื่อไหร่ ประเด็นที่น่าคิดคือหากอังกฤษกับฝรั่งเศสขายให้จริงยังมีคำถามว่าขายอาวุธอะไร มากน้อยเพียงไร เพียงพอต่อความต้องการของฝ่ายต่อต้านหรือไม่ อาวุธเหล่านั้นจะมีผลต่อการสู้รบมากน้อยเพียงไร อีกทั้งประเทศรัสเซียจะตอบโต้ด้วยการขายอาวุธชั้นเลิศแก่รัฐบาลซีเรียหรือไม่ การเสริมเขี้ยวเล็บ ทันสมัยแก่ฝ่ายต่อต้านจึงไม่เป็นข้อสรุปว่าจะช่วยให้ฝ่ายต่อต้านได้ชัยชนะ
            ประโยชน์ที่เห็นจะได้ชัดเจนคือข้อมติยกเลิกคว่ำบาตรขายอาวุธเป็นการแสดง ท่าทีอีกครั้งว่าอียูสนับสนุนฝ่ายต่อต้าน มีผลกดดันรัฐบาลซีเรียกับผู้สนับสนุนระบอบอัสซาด แต่ก็มีคำถามตามมาอีกว่าประธานาธิบดีอัสซาดจะยอมก้าวลงจากอำนาจด้วยแรงกดดันดังกล่าวหรือไม่
            แท้ที่จริงแล้ว ฝ่ายต่อต้านกับหลายประเทศในตะวันออกกลางเรียกร้องขอการสนับสนุนอาวุธ อำนาจการรบจากชาติตะวันตกมาตั้งแต่ต้น อาจนึกถึงกรณีอาหรับสปริงลิเบีย ครั้งนั้นกองกำลังทางอากาศของอังกฤษกับฝรั่งเศสจัดตั้งเขตห้ามบิน (No-fly-zone) ช่วยทำลายอาวุธหนักกับฐานทัพรัฐบาลลิเบีย ช่วยฝ่ายต่อต้านรุกคืบจนสามารถโค่นล้มรัฐบาลกัดดาฟี ได้รับชัยชนะอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การเสริมเขี้ยวเล็บที่ดีที่สุดคือการจัดตั้งเขตห้ามบินนั่นเอง แต่ที่ผ่านมาอียูกับสหรัฐปฏิเสธมาโดยตลอด โดยให้เหตุผลว่าสถานการณ์ของซีเรียแตกต่างจากลิเบีย
            การที่สหภาพยุโรปยกเลิกคว่ำบาตรขายอาวุธแก่ฝ่ายต่อต้านจึงไม่น่าจะมีผลทั้งต่อการรบในพื้นที่หรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในซีเรีย เพียงแค่ได้แสดงออกว่าอียูได้ทำอะไรบางอย่างเพิ่มเติมเพื่อฝ่ายต่อต้านเท่านั้น ตอกย้ำว่าความขัดแย้งในซีเรียไม่อาจแก้ไขได้โดยง่าย
2 มิถุนายน 2013

ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 17 ฉบับที่ 6054 วันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2556)
---------------------
บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
(อัพเดท 29 พ.ค. 8.30 น.) อียูอนุมัติให้ชาติสมาชิกสามารถขายอาวุธทันสมัยแก่ฝ่ายต่อต้าน รัฐบาลรัสเซียจึงออกมาตอบโต้ด้วยการประกาศว่าไม่ได้ระงับแผนขายขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน S-300 แก่ทางการซีเรีย ขีปนาวุธ S-300 ไม่ส่งผลโดยตรงต่อการรบกับฝ่ายต่อต้าน แต่ส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆ ที่คิดจะใช้กำลังอากาศกับซีเรีย
บรรณานุกรม:
1. Richard Gowan, The EU and Syria: everything but force? 26 January 2012, The European Union Institute for Security Studies, http://www.iss.europa.eu/fr/publications/detail-page/article/the-eu-and-syria-everything-but-force/
2. German Foreign Minister: 'A Military Solution Won't Yield Lasting Peace in Syria', SPIEGEL International, 20 May 2013, http://www.spiegel.de/international/world/interview-with-german-foreign-minister-guido-westerwelle-a-900611.html
3. Rodney P. Carlisle, Afghanistan War (NY: Chelsea House Publications, 2010).
4. European Nations End Weapons Embargo, Creating Path to Arming Syrian Rebels, The New York Times, 27 May 2013, http://www.nytimes.com/2013/05/28/world/middleeast/syria.html?pagewanted=all&_r=0
5. Russia says missile systems for Syria will deter intervention, Reuters, 28 May 2013, http://www.reuters.com/article/2013/05/28/us-syria-crisis-russia-defence-idUSBRE94R0EJ20130528
6. France fears Islamist rise in Syria unless opposition helped, Reuters, 28 January 2013, http://news.yahoo.com/france-fears-islamist-rise-syria-unless-opposition-helped-113119963.html
7. Syria conflict: EU considers amending arms embargo, BBC, 27 May 2013, http://www.bbc.co.uk/news/world-middle-east-22677599
8. Council declaration on Syria, 3241st FOREIGN AFFAIRS Council meeting Brussels, 27 May 2013, http://www.consilium.europa.eu/uedocs/cms_Data/docs/pressdata/EN/foraff/137315.pdf
9. Britain: EU ends arms embargo on Syrian opposition, AP, 28 May 2013, http://news.yahoo.com/britain-eu-ends-arms-embargo-syrian-opposition-224817694.html
-------------------

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง
เบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักหมื่นครับ สนใจคลิกดูก่อนครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ
ติดต่อ ไลน์ ck09105

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19
สนใจคลิกที่รูป