ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

มูลเหตุที่ต้องเปลี่ยนตัวนายกฯ มาลิกี (ตอนแรก)

26 กันยายน 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน นิตยสารหนังสือข่าวทหารอากาศ ปีที่ 74 ฉบับที่ 12 เดือนธันวาคม 2557)

            สถานการณ์ในอิรักเป็นที่จับตาของประชาคมโลกอย่างต่อเนื่อง นับจากผู้ก่อการร้ายกลุ่ม Islamic State of Iraq and the Levant (ISIL) หรือ Islamic State in Iraq and Syria (ISIS) และชื่อล่าสุดคือ รัฐอิสลาม (Islamic State หรือ IS) ร่วมกับกองกำลังซุนนีท้องถิ่นบางกลุ่ม และอดีตสมาชิกพรรคบาธของประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซนเข้าควบคุมพื้นที่ราวครึ่งหนึ่งของประเทศ กลุ่มกองกำลังเหล่านี้ประกาศต้องการล้มล้างรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนูรี อัลมาลิกี (Nouri Al-Maliki) ทางด้านประธานาธิบดีบารัก โอบามาเรียกร้องให้นายกฯ มาลิกีก้าวลงจากอำนาจ ไม่เสนอชื่อตัวเองเป็นนายกฯ อีกสมัย ท่ามกลางสถานการณ์คับขันดังกล่าว นายกฯ มาลิกียืนยันสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะลงชิงตำแหน่งนายกฯ สมัยที่ 3 การเมืองอิรักอยู่ในภาวะชะงักงัน

            เรื่องราวความวุ่นวายของการเมืองอิรักในยุคหลังอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน อาจเริ่มที่เมื่อสหรัฐฯ ถ่ายโอนอำนาจการปกครองประเทศคืนแก่ชาวอิรัก รัฐบาลสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช สนับสนุนนายนูรี อัลมาลิกี มุสลิมนิกายชีอะห์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง หลังโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซน
            นายกฯ มาลิกีประกาศว่าจะฟื้นฟูความสมานฉันท์ปรองดองในประเทศ ด้วยการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติที่มีเอกภาพ กระจายอำนาจอย่างเหมาะสมระหว่าง พวกชีอะห์ ซุนนีและชาวเคิร์ด ซึ่งเป็นคน 3 กลุ่มใหญ่ของประเทศ เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในอันเป็นปัญหาใหญ่เนื่องจากประเทศตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง ต่อไม่นานก็ประจักษ์ว่านายกฯ มาลิกีบริหารแบบรวบอำนาจ ควบคุมกองกำลังทหารตำรวจด้วยตนเอง จับกุมผู้นำซุนนีด้วยข้อกล่าวหาว่าสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาล เจ้าหน้าที่ซุนนีหลายคนยืนยันว่านายกฯ มาลิกีใช้ข้อกล่าวหาการก่อการร้ายเพื่อกำจัดคู่แข่งทางการเมือง
            ไม่ว่านายกฯ มาลิกีจะรวบอำนาจด้วยเหตุผลใด ผลลัพธ์ที่ได้คือยิ่งเพิ่มความร้าวฉานระหว่างกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะพวกชีอะห์กับซุนนี เกิดเหตุรุนแรงรายวัน ทั้งระเบิดรถยนต์ ระเบิดพลีชีพ มักมีเหตุร้ายเกิดขึ้นในวันสำคัญทางศาสนา สถานที่สำคัญทางศาสนาของทั้ง 2 ฝ่าย แต่ละเดือนมีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตนับร้อยราย บางเดือนเป็นพันราย

            ในมุมมองของพวกซุนนีกับชาวเคิร์ด เห็นว่านายกฯ มาลิกีซึ่งเป็นสายชีอะห์ไม่กระจายอำนาจตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ อย่างไรก็ตาม นายกฯ มาลิกีสามารถยึดอำนาจไว้มั่น จนสามารถดำรงตำแหน่งนายกฯ สมัยที่ 2 เนื่องจากรัฐบาลโอบามาให้การสนับสนุน และอยู่ครบเทอมจนกระทั่งอิรักจัดเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง นายกฯ มาลิกีเสนอตัวเองเป็นนายกฯ อีกสมัย (รัฐธรรมนูญอิรักไม่มีบัญญัติห้ามดำรงตำแหน่งนายกฯ 3 สมัยติดต่อกัน) แต่คราวนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เกิดการยึดอำนาจในหลายพื้นที่ รัฐบาลโอบามาประกาศว่าปัญหาทั้งหมดต้องแก้ที่ตัวนายกฯ มาลิกีเป็นสำคัญ และกลายเป็นประเด็นคำถามว่าทำไมจึงต้องเปลี่ยนตัวนายกฯ หลังจากที่ให้การสนับสนุนมาตลอดเกือบ 10 ปี

มูลเหตุที่ต้องเปลี่ยนตัวนายกฯ :
            ประเด็นมูลเหตุของการเปลี่ยนตัวนายกฯ ยังไม่มีคำตอบชัดเจน แต่เป็นประเด็นน่าสนใจ เพราะสถานการณ์อิรักซับซ้อนซ่อนเงื่อน เกี่ยวข้องกับทั้งการเมืองภายใน เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้าน ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญด้านพลังงานโลก และเป็นภูมิภาคที่มีประเด็นความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนนโยบายของประเทศต่างๆ รวมทั้งชาติมหาอำนาจ
            จากการวิเคราะห์พบว่า มูลเหตุของการเปลี่ยนตัวนายกฯ น่าจะมาจากเหตุผลหลักอย่างน้อย 3 ข้อ คือ การก่อการของ IS การดำเนินนโยบายที่ใกล้ชิดกับอิหร่านและซีเรีย และความเกี่ยวพันของอิหร่าน ดังรายละเอียดต่อไปนี้

            ข้อแรก ปัญหาการก่อการของ IS/ISIL/ISIS
            ISIL หรือ ISIS เป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปีที่แล้ว (2013) มีรากฐานจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายหลายกลุ่มที่มารวมตัวกัน จัดระบบระเบียบองค์กรใหม่ กลุ่มเดิมที่เข้ามาร่วมบางกลุ่มมีความใกล้ชิดกับพวกอัลกออิดะห์ ปัจจุบันสมาชิกกลุ่มประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติ หลายสัญชาติจากหลายทวีป แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกซุนนีอิรัก (หมายถึง ชาวอิรักเชื้อสายอาหรับ เป็นมุสลิมนิกายซุนนี แต่ไม่รวมพวกเคิร์ด ที่ส่วนใหญ่นับถือนิกายซุนนีเช่นกัน)
            การก่อการครั้งล่าสุดเริ่มเมื่อเดือนมิถุนายน 2014 กองกำลัง ISIL/ISIS เปิดฉากบุกโจมตีเมืองต่างๆ สามารถยึดพื้นที่ทางภาคตะวันตกและภาคเหนือได้หลายเมืองหลายจังหวัด โดยแทบปราศจากการต่อต้าน ในขณะที่ประชาชนจำนวนนับล้านต้องอพยพออกจากพื้นที่ ข้อมูลล่าสุดของสหประชาชาติประเมินว่ามีผู้อพยพออกจากประเทศเกือบ 1 ล้านคน พื้นที่เกิดเหตุเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นถิ่นอาศัยของพวกซุนนี และในเวลาต่อมาได้ประกาศสถาปนารัฐอิสลาม (Islamic State หรือ IS/ISIS/ISIL)

            อย่างไรก็ตาม IS ไม่ได้ก่อการยึดเมืองโดยลำพัง ได้ร่วมกับกองกำลังท้องถิ่นซุนนีบางกลุ่ม และอดีตสมาชิกพรรคบาธของประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายร่วมกันคือโค่นล้มรัฐบาล นาย Andrew Tabler นักวิชาการจาก Washington Institute for Near East Studies กล่าวว่า “ISIS เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังซุนนีที่กำลังต่อสู้กับกองกำลังชีอะห์จากความขัดแย้งทางศาสนาในภูมิภาคนี้ อยู่ในสงครามต่อสู้กับรัฐบาลมาลิกีและสู้กับระบอบอัสซาด” และเกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค

            ในช่วงที่กองกำลัง IS รุกหนัก ทำเนียบขาวแสดงท่าทีกังวลต่อสถานการณ์ ยืนยันว่ารัฐบาลมาลิกีเป็นมิตรสำคัญของสหรัฐฯ แต่เห็นว่าการต่อต้านผู้ก่อการร้ายเป็นหน้าที่ของรัฐบาลอิรักโดยตรง ประธานาธิบดีโอบามากล่าวซ้ำหลายครั้งว่า สหรัฐฯ จะไม่ส่งทหารกลับไปรบในอิรักอีก แต่จะช่วยเหลือผ่านวิธีการอื่นๆ ที่สนับสนุนกองทัพอิรัก ปัญหาอิรักไม่อาจแก้ด้วยกำลังทหารเท่านั้น ที่ผ่านมาผู้นำอิรักไม่สามารถแก้ปัญหาความไม่ไว้วางใจและความแตกแยกทางศาสนาที่ระอุมาอย่างยาวนาน ปัญหาจึงต้องแก้ที่รัฐบาลอิรักด้วย สหรัฐฯ จะไม่พาตัวเองกลับไปจมอยู่ในอิรักดังเช่นอดีต จนทำให้สหรัฐฯ ต้องสูญเสีย ต้องเสียสละอย่างมากมายอีก
            ในยามที่กองกำลัง IS บุกยึดได้ราวครึ่งประเทศ สถาปนารัฐอธิปไตยของผู้ก่อการร้าย และกำลังมุ่งลงใต้ประชิดกรุงแบกแดด ทำเนียบขาวกลับให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในอิรัก เห็นว่าต้องแก้ไขที่ตัวผู้นำประเทศอิรัก

            ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่างพวกซุนนีกับชีอะห์ในอิรักดำเนินต่อเนื่องเรื่อยมา กลายเป็นสงครามกลางเมืองที่ไม่มีทีท่าว่าจะยุติ ตลอด 8-9 ปีที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนนายกฯ มาลิกี แต่คราวนี้ รัฐบาลโอบามาเปลี่ยนใจเห็นว่าอิรักต้องเปลี่ยนตัวผู้นำคนใหม่ที่ไม่ใช่นายมาลิกีอีกต่อไป ด้วยความเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะช่วยยุติสถานการณ์ความวุ่นวายในอิรัก
            รวมความแล้ว เหตุผลข้อแรกนี้อธิบายว่า ความไม่พอใจของพวกซุนนี การก่อการของ IS และรัฐบาลโอบามาตัดสินใจยุติสนับสนุนนายกฯ มาลิกี เป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องเปลี่ยนตัวผู้นำประเทศอิรัก

            ข้อสอง นายกฯ มาลิกีใกล้ชิดอิหร่านกับซีเรียมากขึ้น
            นายนูรี อัลมาลิกี เดิมเป็นแกนนำคนหนึ่งของพรรค Da’awa Party สายชีอะห์ ได้ลี้ภัยในซีเรียราว 20 ปีก่อนเดินทางกลับอิรัก เพื่อรับตำแหน่งรองประธานกรรมการสลายพรรคพาธ (หลังโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซน) และได้รับตำแหน่งประธานกรรมาธิการความมั่นคงของ Transitional National Assembly ก่อนได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง การเลือกนายมาลิกีเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายคาดไม่ถึง เพราะบทบาทของท่านมักเป็นผู้ที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง แต่ทั้งหมดนี้มาจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ให้การสนับสนุน
            นายมาลิกีเป็นนายกฯ ถึง 2 สมัย (2007-2014) หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ถ่ายโอนอำนาจการปกครองคืนแก่ชาวอิรัก และเตรียมถอนกองทัพกลับประเทศ ดังนั้น การขึ้นสู่อำนาจของนายมาลิกีจึงมาจากรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นหลัก ทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีความสัมพันธ์อันแนบแน่น

            แต่ในระยะหลัง นายกฯ มาลิกีเริ่มมีความสัมพันธ์กับซีเรียและอิหร่านมากขึ้น สนับสนุนรัฐบาลอัสซาดแห่งซีเรียปราบปรามฝ่ายต่อต้าน มีข่าวว่าอิรักยอมให้อิหร่านส่งอาวุธแก่ซีเรียผ่านประเทศตน ความจริงเรื่องการส่งอาวุธยังเป็นที่ถกเถียงอยู่ แต่ในเชิงนโยบายนายกฯ มาลิกีประกาศสนับสนุนรัฐบาลซีเรียของประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด โดยให้เหตุผลว่า “ถ้าฝ่ายต่อต้านได้ชัย [พวกซุนนีที่โค่นล้มอัสซาดจะร่วมมือกับซุนนีประเทศอื่นๆ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลอื่นๆ] จะเกิดสงครามกลางเมืองในเลบานอน เกิดการแบ่งแยกในจอร์แดนและเกิดสงครามระหว่างนิกายในอิรัก”
            ในมุมมองนี้เห็นว่า เหตุผลเรื่องความแย้งระหว่างชีอะห์กับซุนนีเป็นเรื่องเก่าและเกิดขึ้นต่อเนื่องเรื่อยมา ตั้งแต่นายอัลมาลิกีเริ่มเป็นนายกฯ แต่ไม่ว่าสถานการณ์อิรักจะเลวร้ายอย่างไร รัฐบาลสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนมาตลอด ถึงกับสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ สมัยที่ 2 ดังนั้น การที่รัฐบาลโอบามาอ้างว่าจะสนับสนุนนายกฯ มาลิกีถ้าเปลี่ยนพฤติกรรมไม่รวบอำนาจ ดูแลพวกซุนนีให้ดีกว่าเดิมจึงน่าจะเป็น “ข้ออ้าง” ที่หยิบขึ้นมาใช้เป็นเหตุผลไม่สนับสนุนนายกฯ มาลิกีเท่านั้น
            ถ้ามองในภาพกว้าง นักวิเคราะห์บางคนอธิบายว่า สงครามกลางเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในซีเรียกับอิรัก มีลักษณะตรงกันหลายอย่าง เช่น ผู้นำประเทศเป็นสายชีอะห์ ฝ่ายประชาชนผู้ต่อต้านเป็นพวกซุนนี รัฐบาลอิหร่านมีความผูกพันสนับสนุนรัฐบาลอัสซาดกับรัฐบาลมาลิกี และมีกองกำลัง IS ปรากฏอยู่ในทั้ง 2 ประเทศ
            สภาพที่ปรากฏจึงเป็นการเกิดขั้ว “ผู้นำชีอะห์” คือ อิรัก ซีเรียและอิหร่าน ซึ่งถ้าวิเคราะห์ในเชิงภัยคุกคาม ย่อมมองได้ว่าหากรัฐบาลทั้ง 3 ประเทศเข้มแข็งและรวมตัวเหนียวแน่น ย่อมไม่เป็นการดีต่อประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง
            อนึ่ง “ผู้นำชีอะห์” ในที่นี้เน้นภาพของผู้นำที่เกี่ยวพันกับความเป็นชีอะห์ ส่วนจะผูกโยงกับศาสนามากน้อยเพียงไร เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันได้ ดังที่นาย Ramzy Mardini นักวิเคราะห์จาก Atlantic Council อธิบายว่า นายกฯ มาลิกี “ไม่ใช่นักประชาธิปไตย ไม่ใช่พวกชาตินิยมหรือยึดถืออุดมการณ์ศาสนา อุดมการณ์กับหลักนิยมที่เขายึดถือคือพวกเอาตัวรอด (survivalism)” ไม่แตกต่างจากผู้นำอาหรับหลายคน
            ผู้ที่เชื่อแนวทางนี้เห็นว่า การที่นายกฯ มาลิกีสนับสนุนรัฐบาลอัสซาด ไม่ใช่เพราะสนับสนุนอิหร่านเต็มร้อยหรือต่อต่านสหรัฐฯ แต่เป็นเรื่องการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เป็นไปได้ว่ารัฐบาลมาลิกีได้รับผลประโยชน์ตอบแทนบางอย่างทั้งจากอิหร่านกับซีเรีย ทั้งหมดนี้เพื่อความมั่นคงทางการเมืองของตนเป็นหลัก และมีศัตรูร่วมคือพวกซุนนี กองกำลัง IS

สรุป ตอนแรก :
            ประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ จึงควรให้ความสนใจต่อความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพราะราคาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติของโลกเป็นราคาที่เชื่อมโยงกันทั้งหมด อิรักเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันสำคัญรายหนึ่งของโลก ปัญหาภายในอิรักมีโอกาสส่งผลต่ออุปทานน้ำมันโลกซึ่งจะกระทบต่อไทยโดยตรง นอกจากนี้ เราสามารถศึกษาหลักคิดและนโยบายของชาติมหาอำนาจผ่านเหตุการณ์ในภูมิภาคต่างๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ที่ใกล้ชิดกับประเทศไทย
            ในตอนแรกนี้ได้นำเสนอมูลเหตุที่ต้องเปลี่ยนตัวนายกฯ อิรัก 2 ข้อ ชี้ให้เห็นว่าอิรักยังเป็นประเทศที่อ่อนไหว การเมืองขาดเสถียรภาพ ความขัดแย้งภายในประเทศเอื้อให้ผู้ก่อการร้ายเข้าแทรกแซง การดำเนินนโยบายช่วยเหลือเพื่อนบ้านกลุ่มหนึ่ง ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านอีกกลุ่มเห็นว่าเป็นภัยคุกคาม
            ในตอนหน้าจะเป็นมูลเหตุอีกข้อที่ให้ภาพในระดับภูมิภาคที่ชัดเจนยิ่งขึ้น นำสู่การวิเคราะห์องค์รวมและพร้อมกับข้อคิดบางประการ
--------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :

รัฐบาลอิหร่านปัจจุบันต้องการปรับความสัมพันธ์รอบทิศกับประเทศเพื่อนบ้าน การเปลี่ยนตัวนายกฯ มาลิกี จึงเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเรื่องราวของอิหร่านโดยตรง ทั้งในส่วนที่อิหร่านเกี่ยวข้องกับการเมืองอิรัก ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคตะวันออกกลาง และความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ อาจมีผลต่อการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์อิหร่านที่กำลังเข้มข้นในขณะนี้

ปฏิบัติการทางอากาศของสหรัฐในอิรักกับการยึดอำนาจนายกฯ มาลิกี
การปรากฏตัวของกำลังอากาศสหรัฐ ไม่ใช่เพื่อการปราบปรามกองกำลัง IS แต่ใช้เหตุช่วยเหลือชนกลุ่มน้อยเพื่อเป็นข้ออ้างให้กองกำลังอากาศสหรัฐเข้าควบคุมน่านฟ้าอิรักทั้งหมด แสดงถึงพลังอำนาจ “การมีอยู่” ของสหรัฐ ในช่วงจังหวะที่อิรักกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ ที่นายกฯ มาลิกีเปรียบเปรยว่าคือ “รัฐประหาร”

รัฐบาลโอบามาตั้งเงื่อนไขจะสนับสนุนรัฐบาลอิรักอย่างเต็มกำลังในการปราบปรามกลุ่มผู้ก่อการร้าย ISIL/ISIS ก็ต่อเมื่ออิรักได้รัฐบาลใหม่ ซึ่งหมายถึงนายกฯ อัลมาลิกีต้องพ้นจากอำนาจ นายกฯ อัลมาลิกีปฏิเสธข้อเรียกร้องและเห็นว่าเท่ากับเป็นการรัฐประหารรัฐธรรมนูญ การตัดสินใจดังกล่าวส่งผลต่อตัวแสดงสำคัญๆ เช่น การคงอยู่ของ ISIL ความสัมพันธ์ระหว่าง ISIL กับพวกซุนนีกลุ่มต่างๆ 

แม้ว่าประธานาธิบดีโอบามาจะประกาศว่าอนาคตของอิรัก ชาวอิรักต้องตัดสินใจเองในฐานะรัฐอธิปไตย งานศึกษาบางชิ้นให้ข้อสรุปว่ารัฐบาลสหรัฐคือผู้อยู่เบื้องหลังให้นายอัลมาลิกีก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และทั้งๆ ที่รู้ซึ้งพฤติกรรมของนายกฯ อัลมาลิกี รัฐบาลโอบามายังสนับสนุนให้เขาดำรงตำแหน่งนายกฯ สมัยที่ 2 และขณะนี้มีข่าวว่ากำลังกดดันให้นายกฯ อัลมาลิกีลาออก เพื่อความปรองดองสมานฉันท์ แก้ปัญหาการก่อการของ ISIL/ISIS ในขณะนี้

บรรณานุกรม ตอนแรก:
1. Allawi, Ali A. (2007). The Occupation of Iraq: Winning the War, Losing the Peace. USA: Yale University Press.
2. Arango, Tim., & Gordon, Michael R. (2014, April 30). Amid Iraq’s Unrest, Maliki Campaigns as Strongman. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2014/04/30/world/middleeast/unrest-in-iraq-narrows-odds-for-maliki-win.html?hpw&rref=world&_r=0
3. Chandrasekaran, Rajiv. (2013, March 16). Five myths about Iraq. The Washington Post. Retrieved from http://www.washingtonpost.com/opinions/five-myths-about-iraq/2013/03/15/f7a62a40-8772-11e2-9d71-f0feafdd1394_story.html
4. Press Briefing by Press Secretary Jay Carney, 6/12/2014. (2014, June 12). The White House.  Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/06/12/press-briefing-press-secretary-jay-carney-6122014
5. Rajiv Chandrasekaran, Five myths about Iraq. (2013, March 16). The Washington Post. Retrieved from http://www.washingtonpost.com/opinions/five-myths-about-iraq/2013/03/15/f7a62a40-8772-11e2-9d71-f0feafdd1394_story.html
6. Rogin, Josh. (2014, June 14). America's Allies Are Funding ISIS. The Daily Beast. Retrieved from http://www.thedailybeast.com/articles/2014/06/14/america-s-allies-are-funding-isis.html
7. Statement by the President on Iraq. (2014, June 13). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/06/13/statement-president-iraq
----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…