ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

มูลเหตุที่ต้องเปลี่ยนตัวนายกฯ มาลิกี (ตอนแรก)

สถานการณ์ในอิรักเป็นที่จับตาของประชาคมโลกอย่างต่อเนื่อง นับจากผู้ก่อการร้ายกลุ่ม Islamic State of Iraq and the Levant (ISIL) หรือ Islamic State in Iraq and Syria (ISIS) และชื่อล่าสุดคือ รัฐอิสลาม (Islamic State หรือ IS) ร่วมกับกองกำลังซุนนีท้องถิ่นบางกลุ่ม และอดีตสมาชิกพรรคบาธของประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซนเข้าควบคุมพื้นที่ราวครึ่งหนึ่งของประเทศ กลุ่มกองกำลังเหล่านี้ประกาศต้องการล้มล้างรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนูรี อัลมาลิกี (Nouri Al-Maliki) ทางด้านประธานาธิบดีบารัก โอบามาเรียกร้องให้นายกฯ มาลิกีก้าวลงจากอำนาจ ไม่เสนอชื่อตัวเองเป็นนายกฯ อีกสมัย ท่ามกลางสถานการณ์คับขันดังกล่าว นายกฯ มาลิกียืนยันสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะลงชิงตำแหน่งนายกฯ สมัยที่ 3 การเมืองอิรักอยู่ในภาวะชะงักงัน
            เรื่องราวความวุ่นวายของการเมืองอิรักในยุคหลังอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน อาจเริ่มที่เมื่อสหรัฐฯ ถ่ายโอนอำนาจการปกครองประเทศคืนแก่ชาวอิรัก รัฐบาลสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช สนับสนุนนายนูรี อัลมาลิกี มุสลิมนิกายชีอะห์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง หลังโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซน
            นายกฯ มาลิกีประกาศว่าจะฟื้นฟูความสมานฉันท์ปรองดองในประเทศ ด้วยการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติที่มีเอกภาพ กระจายอำนาจอย่างเหมาะสมระหว่าง พวกชีอะห์ ซุนนีและชาวเคิร์ด ซึ่งเป็นคน 3 กลุ่มใหญ่ของประเทศ เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งภายในอันเป็นปัญหาใหญ่เนื่องจากประเทศตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง ต่อไม่นานก็ประจักษ์ว่านายกฯ มาลิกีบริหารแบบรวบอำนาจ ควบคุมกองกำลังทหารตำรวจด้วยตนเอง จับกุมผู้นำซุนนีด้วยข้อกล่าวหาว่าสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาล เจ้าหน้าที่ซุนนีหลายคนยืนยันว่านายกฯ มาลิกีใช้ข้อกล่าวหาการก่อการร้ายเพื่อกำจัดคู่แข่งทางการเมือง
            ไม่ว่านายกฯ มาลิกีจะรวบอำนาจด้วยเหตุผลใด ผลลัพธ์ที่ได้คือยิ่งเพิ่มความร้าวฉานระหว่างกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะพวกชีอะห์กับซุนนี เกิดเหตุรุนแรงรายวัน ทั้งระเบิดรถยนต์ ระเบิดพลีชีพ มักมีเหตุร้ายเกิดขึ้นในวันสำคัญทางศาสนา สถานที่สำคัญทางศาสนาของทั้ง 2 ฝ่าย แต่ละเดือนมีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตนับร้อยราย บางเดือนเป็นพันราย

            ในมุมมองของพวกซุนนีกับชาวเคิร์ด เห็นว่านายกฯ มาลิกีซึ่งเป็นสายชีอะห์ไม่กระจายอำนาจตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ อย่างไรก็ตาม นายกฯ มาลิกีสามารถยึดอำนาจไว้มั่น จนสามารถดำรงตำแหน่งนายกฯ สมัยที่ 2 เนื่องจากรัฐบาลโอบามาให้การสนับสนุน และอยู่ครบเทอมจนกระทั่งอิรักจัดเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง นายกฯ มาลิกีเสนอตัวเองเป็นนายกฯ อีกสมัย (รัฐธรรมนูญอิรักไม่มีบัญญัติห้ามดำรงตำแหน่งนายกฯ 3 สมัยติดต่อกัน) แต่คราวนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เกิดการยึดอำนาจในหลายพื้นที่ รัฐบาลโอบามาประกาศว่าปัญหาทั้งหมดต้องแก้ที่ตัวนายกฯ มาลิกีเป็นสำคัญ และกลายเป็นประเด็นคำถามว่าทำไมจึงต้องเปลี่ยนตัวนายกฯ หลังจากที่ให้การสนับสนุนมาตลอดเกือบ 10 ปี

มูลเหตุที่ต้องเปลี่ยนตัวนายกฯ :
            ประเด็นมูลเหตุของการเปลี่ยนตัวนายกฯ ยังไม่มีคำตอบชัดเจน แต่เป็นประเด็นน่าสนใจ เพราะสถานการณ์อิรักซับซ้อนซ่อนเงื่อน เกี่ยวข้องกับทั้งการเมืองภายใน เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้าน ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญด้านพลังงานโลก และเป็นภูมิภาคที่มีประเด็นความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนนโยบายของประเทศต่างๆ รวมทั้งชาติมหาอำนาจ
            จากการวิเคราะห์พบว่า มูลเหตุของการเปลี่ยนตัวนายกฯ น่าจะมาจากเหตุผลหลักอย่างน้อย 3 ข้อ คือ การก่อการของ IS การดำเนินนโยบายที่ใกล้ชิดกับอิหร่านและซีเรีย และความเกี่ยวพันของอิหร่าน ดังรายละเอียดต่อไปนี้

            ข้อแรก ปัญหาการก่อการของ IS/ISIL/ISIS
            ISIL หรือ ISIS เป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปีที่แล้ว (2013) มีรากฐานจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายหลายกลุ่มที่มารวมตัวกัน จัดระบบระเบียบองค์กรใหม่ กลุ่มเดิมที่เข้ามาร่วมบางกลุ่มมีความใกล้ชิดกับพวกอัลกออิดะห์ ปัจจุบันสมาชิกกลุ่มประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติ หลายสัญชาติจากหลายทวีป แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกซุนนีอิรัก (หมายถึง ชาวอิรักเชื้อสายอาหรับ เป็นมุสลิมนิกายซุนนี แต่ไม่รวมพวกเคิร์ด ที่ส่วนใหญ่นับถือนิกายซุนนีเช่นกัน)
            การก่อการครั้งล่าสุดเริ่มเมื่อเดือนมิถุนายน 2014 กองกำลัง ISIL/ISIS เปิดฉากบุกโจมตีเมืองต่างๆ สามารถยึดพื้นที่ทางภาคตะวันตกและภาคเหนือได้หลายเมืองหลายจังหวัด โดยแทบปราศจากการต่อต้าน ในขณะที่ประชาชนจำนวนนับล้านต้องอพยพออกจากพื้นที่ ข้อมูลล่าสุดของสหประชาชาติประเมินว่ามีผู้อพยพออกจากประเทศเกือบ 1 ล้านคน พื้นที่เกิดเหตุเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นถิ่นอาศัยของพวกซุนนี และในเวลาต่อมาได้ประกาศสถาปนารัฐอิสลาม (Islamic State หรือ IS/ISIS/ISIL)

            อย่างไรก็ตาม IS ไม่ได้ก่อการยึดเมืองโดยลำพัง ได้ร่วมกับกองกำลังท้องถิ่นซุนนีบางกลุ่ม และอดีตสมาชิกพรรคบาธของประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายร่วมกันคือโค่นล้มรัฐบาล นาย Andrew Tabler นักวิชาการจาก Washington Institute for Near East Studies กล่าวว่า “ISIS เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังซุนนีที่กำลังต่อสู้กับกองกำลังชีอะห์จากความขัดแย้งทางศาสนาในภูมิภาคนี้ อยู่ในสงครามต่อสู้กับรัฐบาลมาลิกีและสู้กับระบอบอัสซาด” และเกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค

            ในช่วงที่กองกำลัง IS รุกหนัก ทำเนียบขาวแสดงท่าทีกังวลต่อสถานการณ์ ยืนยันว่ารัฐบาลมาลิกีเป็นมิตรสำคัญของสหรัฐฯ แต่เห็นว่าการต่อต้านผู้ก่อการร้ายเป็นหน้าที่ของรัฐบาลอิรักโดยตรง ประธานาธิบดีโอบามากล่าวซ้ำหลายครั้งว่า สหรัฐฯ จะไม่ส่งทหารกลับไปรบในอิรักอีก แต่จะช่วยเหลือผ่านวิธีการอื่นๆ ที่สนับสนุนกองทัพอิรัก ปัญหาอิรักไม่อาจแก้ด้วยกำลังทหารเท่านั้น ที่ผ่านมาผู้นำอิรักไม่สามารถแก้ปัญหาความไม่ไว้วางใจและความแตกแยกทางศาสนาที่ระอุมาอย่างยาวนาน ปัญหาจึงต้องแก้ที่รัฐบาลอิรักด้วย สหรัฐฯ จะไม่พาตัวเองกลับไปจมอยู่ในอิรักดังเช่นอดีต จนทำให้สหรัฐฯ ต้องสูญเสีย ต้องเสียสละอย่างมากมายอีก
            ในยามที่กองกำลัง IS บุกยึดได้ราวครึ่งประเทศ สถาปนารัฐอธิปไตยของผู้ก่อการร้าย และกำลังมุ่งลงใต้ประชิดกรุงแบกแดด ทำเนียบขาวกลับให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในอิรัก เห็นว่าต้องแก้ไขที่ตัวผู้นำประเทศอิรัก

            ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่างพวกซุนนีกับชีอะห์ในอิรักดำเนินต่อเนื่องเรื่อยมา กลายเป็นสงครามกลางเมืองที่ไม่มีทีท่าว่าจะยุติ ตลอด 8-9 ปีที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนนายกฯ มาลิกี แต่คราวนี้ รัฐบาลโอบามาเปลี่ยนใจเห็นว่าอิรักต้องเปลี่ยนตัวผู้นำคนใหม่ที่ไม่ใช่นายมาลิกีอีกต่อไป ด้วยความเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะช่วยยุติสถานการณ์ความวุ่นวายในอิรัก
            รวมความแล้ว เหตุผลข้อแรกนี้อธิบายว่า ความไม่พอใจของพวกซุนนี การก่อการของ IS และรัฐบาลโอบามาตัดสินใจยุติสนับสนุนนายกฯ มาลิกี เป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องเปลี่ยนตัวผู้นำประเทศอิรัก

            ข้อสอง นายกฯ มาลิกีใกล้ชิดอิหร่านกับซีเรียมากขึ้น
            นายนูรี อัลมาลิกี เดิมเป็นแกนนำคนหนึ่งของพรรค Da’awa Party สายชีอะห์ ได้ลี้ภัยในซีเรียราว 20 ปีก่อนเดินทางกลับอิรัก เพื่อรับตำแหน่งรองประธานกรรมการสลายพรรคพาธ (หลังโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซน) และได้รับตำแหน่งประธานกรรมาธิการความมั่นคงของ Transitional National Assembly ก่อนได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง การเลือกนายมาลิกีเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายคาดไม่ถึง เพราะบทบาทของท่านมักเป็นผู้ที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง แต่ทั้งหมดนี้มาจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ให้การสนับสนุน
            นายมาลิกีเป็นนายกฯ ถึง 2 สมัย (2007-2014) หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ถ่ายโอนอำนาจการปกครองคืนแก่ชาวอิรัก และเตรียมถอนกองทัพกลับประเทศ ดังนั้น การขึ้นสู่อำนาจของนายมาลิกีจึงมาจากรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นหลัก ทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีความสัมพันธ์อันแนบแน่น

            แต่ในระยะหลัง นายกฯ มาลิกีเริ่มมีความสัมพันธ์กับซีเรียและอิหร่านมากขึ้น สนับสนุนรัฐบาลอัสซาดแห่งซีเรียปราบปรามฝ่ายต่อต้าน มีข่าวว่าอิรักยอมให้อิหร่านส่งอาวุธแก่ซีเรียผ่านประเทศตน ความจริงเรื่องการส่งอาวุธยังเป็นที่ถกเถียงอยู่ แต่ในเชิงนโยบายนายกฯ มาลิกีประกาศสนับสนุนรัฐบาลซีเรียของประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด โดยให้เหตุผลว่า “ถ้าฝ่ายต่อต้านได้ชัย [พวกซุนนีที่โค่นล้มอัสซาดจะร่วมมือกับซุนนีประเทศอื่นๆ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลอื่นๆ] จะเกิดสงครามกลางเมืองในเลบานอน เกิดการแบ่งแยกในจอร์แดนและเกิดสงครามระหว่างนิกายในอิรัก”
            ในมุมมองนี้เห็นว่า เหตุผลเรื่องความแย้งระหว่างชีอะห์กับซุนนีเป็นเรื่องเก่าและเกิดขึ้นต่อเนื่องเรื่อยมา ตั้งแต่นายอัลมาลิกีเริ่มเป็นนายกฯ แต่ไม่ว่าสถานการณ์อิรักจะเลวร้ายอย่างไร รัฐบาลสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนมาตลอด ถึงกับสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ สมัยที่ 2 ดังนั้น การที่รัฐบาลโอบามาอ้างว่าจะสนับสนุนนายกฯ มาลิกีถ้าเปลี่ยนพฤติกรรมไม่รวบอำนาจ ดูแลพวกซุนนีให้ดีกว่าเดิมจึงน่าจะเป็น “ข้ออ้าง” ที่หยิบขึ้นมาใช้เป็นเหตุผลไม่สนับสนุนนายกฯ มาลิกีเท่านั้น
            ถ้ามองในภาพกว้าง นักวิเคราะห์บางคนอธิบายว่า สงครามกลางเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในซีเรียกับอิรัก มีลักษณะตรงกันหลายอย่าง เช่น ผู้นำประเทศเป็นสายชีอะห์ ฝ่ายประชาชนผู้ต่อต้านเป็นพวกซุนนี รัฐบาลอิหร่านมีความผูกพันสนับสนุนรัฐบาลอัสซาดกับรัฐบาลมาลิกี และมีกองกำลัง IS ปรากฏอยู่ในทั้ง 2 ประเทศ
            สภาพที่ปรากฏจึงเป็นการเกิดขั้ว “ผู้นำชีอะห์” คือ อิรัก ซีเรียและอิหร่าน ซึ่งถ้าวิเคราะห์ในเชิงภัยคุกคาม ย่อมมองได้ว่าหากรัฐบาลทั้ง 3 ประเทศเข้มแข็งและรวมตัวเหนียวแน่น ย่อมไม่เป็นการดีต่อประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง
            อนึ่ง “ผู้นำชีอะห์” ในที่นี้เน้นภาพของผู้นำที่เกี่ยวพันกับความเป็นชีอะห์ ส่วนจะผูกโยงกับศาสนามากน้อยเพียงไร เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันได้ ดังที่นาย Ramzy Mardini นักวิเคราะห์จาก Atlantic Council อธิบายว่า นายกฯ มาลิกี “ไม่ใช่นักประชาธิปไตย ไม่ใช่พวกชาตินิยมหรือยึดถืออุดมการณ์ศาสนา อุดมการณ์กับหลักนิยมที่เขายึดถือคือพวกเอาตัวรอด (survivalism)” ไม่แตกต่างจากผู้นำอาหรับหลายคน
            ผู้ที่เชื่อแนวทางนี้เห็นว่า การที่นายกฯ มาลิกีสนับสนุนรัฐบาลอัสซาด ไม่ใช่เพราะสนับสนุนอิหร่านเต็มร้อยหรือต่อต่านสหรัฐฯ แต่เป็นเรื่องการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เป็นไปได้ว่ารัฐบาลมาลิกีได้รับผลประโยชน์ตอบแทนบางอย่างทั้งจากอิหร่านกับซีเรีย ทั้งหมดนี้เพื่อความมั่นคงทางการเมืองของตนเป็นหลัก และมีศัตรูร่วมคือพวกซุนนี กองกำลัง IS

สรุป ตอนแรก :
            ประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ จึงควรให้ความสนใจต่อความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพราะราคาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติของโลกเป็นราคาที่เชื่อมโยงกันทั้งหมด อิรักเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันสำคัญรายหนึ่งของโลก ปัญหาภายในอิรักมีโอกาสส่งผลต่ออุปทานน้ำมันโลกซึ่งจะกระทบต่อไทยโดยตรง นอกจากนี้ เราสามารถศึกษาหลักคิดและนโยบายของชาติมหาอำนาจผ่านเหตุการณ์ในภูมิภาคต่างๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ที่ใกล้ชิดกับประเทศไทย
            ในตอนแรกนี้ได้นำเสนอมูลเหตุที่ต้องเปลี่ยนตัวนายกฯ อิรัก 2 ข้อ ชี้ให้เห็นว่าอิรักยังเป็นประเทศที่อ่อนไหว การเมืองขาดเสถียรภาพ ความขัดแย้งภายในประเทศเอื้อให้ผู้ก่อการร้ายเข้าแทรกแซง การดำเนินนโยบายช่วยเหลือเพื่อนบ้านกลุ่มหนึ่ง ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านอีกกลุ่มเห็นว่าเป็นภัยคุกคาม
            ในตอนหน้าจะเป็นมูลเหตุอีกข้อที่ให้ภาพในระดับภูมิภาคที่ชัดเจนยิ่งขึ้น นำสู่การวิเคราะห์องค์รวมและพร้อมกับข้อคิดบางประการ
26 กันยายน 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา

(ตีพิมพ์ใน นิตยสารหนังสือข่าวทหารอากาศ ปีที่ 74 ฉบับที่ 12 เดือนธันวาคม 2557)
--------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
รัฐบาลอิหร่านปัจจุบันต้องการปรับความสัมพันธ์รอบทิศกับประเทศเพื่อนบ้าน การเปลี่ยนตัวนายกฯ มาลิกี จึงเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเรื่องราวของอิหร่านโดยตรง ทั้งในส่วนที่อิหร่านเกี่ยวข้องกับการเมืองอิรัก ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคตะวันออกกลาง และความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ อาจมีผลต่อการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์อิหร่านที่กำลังเข้มข้นในขณะนี้

ปฏิบัติการทางอากาศของสหรัฐในอิรักกับการยึดอำนาจนายกฯ มาลิกี
การปรากฏตัวของกำลังอากาศสหรัฐ ไม่ใช่เพื่อการปราบปรามกองกำลัง IS แต่ใช้เหตุช่วยเหลือชนกลุ่มน้อยเพื่อเป็นข้ออ้างให้กองกำลังอากาศสหรัฐเข้าควบคุมน่านฟ้าอิรักทั้งหมด แสดงถึงพลังอำนาจ “การมีอยู่” ของสหรัฐ ในช่วงจังหวะที่อิรักกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญ ที่นายกฯ มาลิกีเปรียบเปรยว่าคือ “รัฐประหาร”

รัฐบาลโอบามาตั้งเงื่อนไขจะสนับสนุนรัฐบาลอิรักอย่างเต็มกำลังในการปราบปรามกลุ่มผู้ก่อการร้าย ISIL/ISIS ก็ต่อเมื่ออิรักได้รัฐบาลใหม่ ซึ่งหมายถึงนายกฯ อัลมาลิกีต้องพ้นจากอำนาจ นายกฯ อัลมาลิกีปฏิเสธข้อเรียกร้องและเห็นว่าเท่ากับเป็นการรัฐประหารรัฐธรรมนูญ การตัดสินใจดังกล่าวส่งผลต่อตัวแสดงสำคัญๆ เช่น การคงอยู่ของ ISIL ความสัมพันธ์ระหว่าง ISIL กับพวกซุนนีกลุ่มต่างๆ 

แม้ว่าประธานาธิบดีโอบามาจะประกาศว่าอนาคตของอิรัก ชาวอิรักต้องตัดสินใจเองในฐานะรัฐอธิปไตย งานศึกษาบางชิ้นให้ข้อสรุปว่ารัฐบาลสหรัฐคือผู้อยู่เบื้องหลังให้นายอัลมาลิกีก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และทั้งๆ ที่รู้ซึ้งพฤติกรรมของนายกฯ อัลมาลิกี รัฐบาลโอบามายังสนับสนุนให้เขาดำรงตำแหน่งนายกฯ สมัยที่ 2 และขณะนี้มีข่าวว่ากำลังกดดันให้นายกฯ อัลมาลิกีลาออก เพื่อความปรองดองสมานฉันท์ แก้ปัญหาการก่อการของ ISIL/ISIS ในขณะนี้

บรรณานุกรม ตอนแรก:
1. Allawi, Ali A. (2007). The Occupation of Iraq: Winning the War, Losing the Peace. USA: Yale University Press.
2. Arango, Tim., & Gordon, Michael R. (2014, April 30). Amid Iraq’s Unrest, Maliki Campaigns as Strongman. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2014/04/30/world/middleeast/unrest-in-iraq-narrows-odds-for-maliki-win.html?hpw&rref=world&_r=0
3. Chandrasekaran, Rajiv. (2013, March 16). Five myths about Iraq. The Washington Post. Retrieved from http://www.washingtonpost.com/opinions/five-myths-about-iraq/2013/03/15/f7a62a40-8772-11e2-9d71-f0feafdd1394_story.html
4. Press Briefing by Press Secretary Jay Carney, 6/12/2014. (2014, June 12). The White House.  Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/06/12/press-briefing-press-secretary-jay-carney-6122014
5. Rajiv Chandrasekaran, Five myths about Iraq. (2013, March 16). The Washington Post. Retrieved from http://www.washingtonpost.com/opinions/five-myths-about-iraq/2013/03/15/f7a62a40-8772-11e2-9d71-f0feafdd1394_story.html
6. Rogin, Josh. (2014, June 14). America's Allies Are Funding ISIS. The Daily Beast. Retrieved from http://www.thedailybeast.com/articles/2014/06/14/america-s-allies-are-funding-isis.html
7. Statement by the President on Iraq. (2014, June 13). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/06/13/statement-president-iraq
----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

มุกตาดา อัล-ซาดาร์ ผู้สร้างความเปลี่ยนครั้งใหญ่แก่อิรัก ?

ตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐส่งมอบอธิปไตยคืนแก่อิรัก นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมามีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลสหรัฐทั้งสิ้น อัล-ซาดาร์กำลังจะเป็นนายกฯ คนแรกที่พยายามปลดแอกอิรักจากการครอบงำของต่างชาติ
เมื่อกองทัพสหรัฐกับพันธมิตรโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซน รัฐบาลสหรัฐเป็นผู้ปกครองอิรัก จนถึงปี 2006 ส่งมอบอธิปไตยคืนแก่อิรัก จัดเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยหลายครั้ง แต่ผู้เป็นนายกฯ เป็นคนที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐ ดังนั้น แม้จะบอกว่าเป็นการเลือกตั้งเสรี ความจริงแล้วเป็นเพียงวิธีการ ทุกอย่างอยู่ภายใต้การจัดวางล่วงหน้า
เลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อกลางเดือนที่ผ่าน มุกตาดา อัล-ซาดาร์ (Moqtada al-Sadr) ได้ที่นั่งในสภาสูงสุด มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลและเป็นนายกฯ และอาจสร้างความเปลี่ยนแปลงแก่อิรักต่างจากนายกฯ คนก่อนๆ
แนวทางของอัลซาดาร์ : มุกตาดา อัล-ซาดาร์ เป็นนักบวช เป็นผู้นำจิตวิญญาณของมุสลิมชีอะห์กลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งในอิรัก นอกจากแสดงบทบาทในฐานะผู้นำทางศาสนา ยังทำหน้าที่อีกหลายอย่างเช่น เป็นผู้ปกครองของกลุ่ม ผู้วางนโยบายกำหนดทิศทาง และเป็นผู้นำกองกำลัง Mahdi Army อันเลื่องชื่อ ปะทะกับกองทัพสหรัฐนับครั้งไม่ถ้วน อัล-ซาดาร์ต่อต…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…