ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ปรากฏการณ์ “ลบอิสราเอลออกจากแผนที่” อีกครั้ง

13 มีนาคม 2016
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 7066 วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2559)

เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาอิหร่านทดสอบยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง 2 ลูก รุ่น Qadr-H กับ Qadr-F จากเทือกเขาทางภาคเหนือของประเทศ พลจัตวา Amir Ali Hajizadeh ผู้บัญชาการทหารอากาศแห่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolution Guards Corps Aerospace Force) แถลงข่าวหลังทดสอบว่าเป็นการซ้อมรบตามแผนป้องกันประเทศ ใช้ยิงศัตรูของอิหร่านโดยเฉพาะอิสราเอล อิหร่านไม่มีแผนรุกรานใครแต่พร้อมยิงขีปนาวุธใส่ผู้ที่คิดทำลายล้างอิหร่าน ระบอบไซออนนิสต์ (Zionist regime) เป็นเป้าหมาย “เป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงออกแบบขีปนาวุธพิสัย 2,000 กิโลเมตรเพื่อเป้าหมายศัตรูที่อยู่ไกลอย่างระบอบไซออนนิสต์ขีปนาวุธดังกล่าวสามารถยิงเป้าหมายระยะห่าง 2,000 กิโลเมตรในเวลา 12-13 นาที อาวุธดังนี้มีเพื่อการป้องกันประเทศ ไม่ละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์ ไม่ได้ติดหัวรบนิวเคลียร์
ณ ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปว่าอิหร่านละเมิดข้อมติหรือไม่ ต้องรอคำตอบจากคณะมนตรีความมั่นคง คาดว่ารัฐบาลโรฮานีคงประเมินมาดีแล้วว่าไม่ละเมิดข้อมติ แต่การไม่ละเมิดข้อมติไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลสหรัฐจะไม่คว่ำบาตรอิหร่านฝ่ายเดียวโดยไม่สนใจว่ามีข้อมติสหประชาชาติรับรองหรือไม่

ที่สำคัญกว่านั้นคือมุมมอง ทัศนคติที่มีผลต่อจิตวิทยาคนทั่วไป สื่ออิหร่านรายงานว่าบนตัวขีปนาวุธดังกล่าวมีข้อความ “อิสราเอลต้องถูกลบออกจากหน้าประวัติศาสตร์” หรือออกจากแผ่นดินโลกเป็นภาษาฮีบรู (Hebrew)
            การเขียนเป็นภาษาฮีบรูบ่งบอกว่าต้องการให้คนอิสราเอลอ่าน ต้องการสื่อสารถึงอิสราเอลโดยตรง
            ประโยคต้องการ “ลบอิสราเอลออกจากแผนที่” หรือประโยคที่มีความหมายคล้ายกันเป็นคำพูดที่ถูกกล่าวถึงเสมอๆ ในความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน เช่นเมื่อเดือนตุลาคม 2005 ประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) ประกาศว่า “อิสราเอลจะต้องถูกลบออกจากแผนที่”
            จึงเป็นอีกครั้งที่ประโยคนี้ปรากฏผ่านสื่อระหว่างประเทศ ไม่ว่ารัฐบาลอิหร่านจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม เป็นการตอกย้ำเป้าหมาย ทัศนคติที่รัฐบาลอิหร่านมีต่อพวกไซออนนิสต์ แฝงไว้ด้วยความหลงผิดและความจริง ดังนี้

ว่าด้วยความหลงผิดกับความจริง :
            ประการแรก อิหร่านไม่มีอาวุธนิวเคลียร์
            เวลาเอ่ยถึงการลบอิสราเอลออกจากแผนที่มักจะหมายถึงการที่ประเทศอิสราเอลถูกทำลายล้างด้วยอาวุธ หลายคนตีความว่าคืออาวุธนิวเคลียร์ เป็นเหตุให้หลายคนสนใจติดตามโครงการพัฒนานิวเคลียร์อิหร่าน เป็นเหตุให้รัฐบาลอิสราเอลใช้เป็นข้ออ้างว่าประเทศถูกคุกคามอย่างร้ายแรง อิหร่านเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุด
ความจริงมีอยู่ว่านับจากกรกฎาคม 2015 เมื่ออิหร่านกับ 6 ชาติคู่เจรจาบรรลุร่างข้อตกลงแก้ปัญหาโครงการนิวเคลียร์อิหร่านฉบับสมบูรณ์ ที่เรียกว่า Joint Comprehensive Plan of Action (JCPOA) เท่ากับได้ข้อสรุปแล้วว่าโครงการพัฒนานิวเคลียร์อิหร่านโปร่งใส ใช้เพื่อสันติจริงๆ และบัดนี้อยู่ภายใต้การตรวจสอบควบคุมอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เป็นที่มาว่าทำไมสหรัฐกับพันธมิตรจึงยกเลิกคว่ำบาตรพร้อมคืนเงินที่อายัดไว้
ณ วันนี้ ใครก็ตามที่อ้างว่าอิหร่านใกล้จะมีอาวุธนิวเคลียร์หรือกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์จึงเป็นเรื่องไร้สาระ

ถ้าวิเคราะห์ในเชิงหลักการ การที่รัฐบาลโรฮานีเปิดการเจรจาแก้ปัญหานิวเคลียร์เท่ากับว่ารัฐบาลอิหร่านปรับเปลี่ยนนโยบายครั้งใหญ่ นั่นคือ การประกาศต่อชาวโลกว่าอิหร่านไม่ต้องการและไม่คิดจะมีอาวุธนิวเคลียร์อีกแล้ว โดยผ่านการรับรองจาก IAEA ท่าทีดังกล่าวต่างจากสมัยประธานาธิบดีอาห์มาดิเนจาดที่เร่งเดินหน้าโครงการพัฒนานิวเคลียร์ ไม่หวั่นเกรงแรงกดดันต่างๆ จนนำสู่การถูกคว่ำบาตรอย่างรุนแรง

            ประการที่ 2 ขีปนาวุธรุ่น Qadr-H กับ Qadr-F มีอานุภาพจำกัด
            ภาพที่ปรากฏทางสื่ออาจให้ทำดูเหมือนว่าเป็นจรวดที่มีอานุภาพมากเพราะมีขนาดใหญ่โต ยาวเกือบ 16 เมตร น้ำหนัก 17 ตัน สามารถยิงไกลถึง 2,000 กิโลเมตร แต่เนื่องจากสามารถติดหัวรบขนาดน้ำหนักไม่เกิน 1,000 กิโลกรัมและไม่ใช่หัวรบนิวเคลียร์ (อิหร่านไม่มี) ประโยชน์ของขีปนาวุธจึงมีเพื่อโจมตีเป้าหมายใหญ่ๆ เช่น สนามบิน ฐานทัพ ขอบเขตความเสียหายไม่ต่างจากระเบิดขนาดน้ำหนักดังกล่าว ซึ่งเครื่องบินรบทั่วไปทำได้อยู่แล้ว บางรุ่นสามารถติดตั้งลำละหลายลูก
            อีกทั้งขีปนาวุธมีโอกาสถูกยิงสกัดก่อนถึงเป้าหมายโดยระบบป้องกันทางอากาศของอิสราเอล
            ความเข้าใจที่สำคัญคือ หากอิหร่านยิงขีปนาวุธเหล่านี้ใส่อิสราเอล แม้จะยิงหลายสิบลูกก็ไม่อาจ “ลบ” อิสราเอลออกจากแผนที่ ซ้ำร้ายจะเป็นเหตุชอบธรรมให้อิสราเอลโต้กลับ

            ประการที่ 3 หลายฝ่ายยอมรับว่าอิสราเอลมีอาวุธนิวเคลียร์
            ในแวดวงวิชาการ นักการทูตและนักการทหารเอ่ยถึงเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ของอิสราเอล เพราะรัฐบาลอิสราเอลปิดปากเงียบหรือพูดครึ่งๆ กลางๆ มาตลอด ความเข้าใจเรื่องนี้จึงเป็นปริศนาและพูดกันไปต่างๆ นานา แต่นับวันข้อมูลนิวเคลียร์อิสราเอลถูกเผยแพร่ในวงกว้างมากขึ้น ชี้ว่าอย่างน้อยอิสราเอลมีอาวุธนิวเคลียร์จริง
ข้อมูลของ Stockholm International Peace Research Institute (SIPRI) ประเมินว่าปัจจุบันอิสราเอลมีระเบิดนิวเคลียร์ทั้งหมด 80 ลูก ในจำนวนนี้ 50 ลูกติดตั้งในขีปนาวุธพิสัยกลาง Jericho II ยิงไกลถึงอิหร่าน ที่เหลืออีก 30 ลูกเป็นระเบิดที่ทิ้งจากเครื่องบินรบ นอกจากนี้อิสราเอลได้พัฒนาขีปนาวุธ Jericho III ที่มีพิสัยไกลกว่า 10,000 กิโลเมตร ทั้งมีข่าวว่าได้พัฒนาขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ที่ยิงจากเรือดำน้ำด้วย
จำนวน 80 ลูกเป็นการประเมินขั้นต่ำ ข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ระบุว่ามีนับร้อยลูก แต่ด้วยจำนวนเท่านี้ เพียงพอที่จะโจมตีทุกประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง เฉพาะอิหร่านอาจเป็นเป้าได้หลายลูก

ข้อคิดเรื่องสื่อ ข้อเตือนใจอิหร่าน :
            ทันทีที่เกิดเหตุ สื่อตะวันตกสำนักหลักๆ ต่างนำเสนอข่าวนี้อย่างเต็มที่ หลายสำนักพาดหัวข่าวด้วยประโยคที่สื่อว่าต้องการลบอิสราเอลออกจากแผนที่ (ถ้าอยากรู้ว่ามีมากเพียงใดสามารถตรวจสอบด้วยการค้นคำว่า “Israel must be wiped out”) ไม่ว่าจะนำเสนอข่าวด้วยเหตุผลใด คำว่าอิหร่านต้องการทำลายล้างอิสราเอลปรากฏขึ้นอีกครั้งผ่านสื่อหลักทั่วโลก

            ความเข้าใจที่สำคัญคือ ในทัศนคติของคนทั่วไป การที่ประเทศหนึ่งบอกว่าจะ “ลบอีกประเทศ” ออกจากแผนที่ การทำให้ชาติหนึ่งสูญหายจากหน้าประวัติศาสตร์เป็นเรื่องร้ายแรงมาก แสดงถึงทัศนคติที่มุ่งร้ายอย่างรุนแรง ถึงขั้นต้องการทำลายล้าง

            ไม่ว่าจะมีข้อโต้แย้งเรื่องนี้อย่างไร เช่น อิสราเอลชั่วร้ายกว่าอิหร่าน อิสราเอลจะถูกทำลายล้างในที่สุด ต้องตระหนักว่าเป็นเรื่องที่คนทั่วไปยากเข้าใจหรือยอมรับได้ นึกถึงหนังจีนกำลังภายในที่คนตระกูลหนึ่งประกาศว่าจะฆ่าล้างคนอีกตระกูลให้สิ้นซาก
            กลายเป็นความชอบธรรมที่ผู้ถูก “ข่มขู่” สามารถตอบโต้อย่างสาสมกับคำข่มขู่นั้น
            นายกฯ เนธันยาฮูมักตอกย้ำว่าอิหร่านต้องการลบอิสราเอลออกจากแผนที่ หลายปีที่ผ่านมาเน้นประเด็นโครงการพัฒนานิวเคลียร์อิหร่าน พูดในหลายวาระหลายเวทีว่าอิหร่านใกล้จะผลิตระเบิดนิวเคลียร์ได้แล้ว และจะผลิตได้หลายสิบลูกอย่างรวดเร็ว เป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอลและโลกโดยตรง
            แต่ด้วยนโยบายของรัฐบาลโรฮานีที่เปิดเจรจาอย่างจริงจัง จึงสามารถหลบรอดคำกล่าวหา
บัดนี้ การพัฒนาขีปนาวุธกลายเป็นประเด็นชี้ว่าอิหร่านต้องการลบ “อิสราเอลออกจากแผนที่” อีกรอบ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเหลวไหลยิ่งกว่าโครงการพัฒนานิวเคลียร์
            แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าสาธารณชนจะเข้าใจตามนี้ หลายคนรับรู้จดจำได้แต่ “ความอาฆาตพยาบาทที่อิหร่านมีต่ออิสราเอลเท่านั้น” จากข้อมูลที่ปรากฏผ่านสื่อกระแสหลัก
          เพียงเท่านี้อิสราเอลก็ชนะแล้ว ควรที่รัฐบาลโรฮานีจะทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นหรือไม่

ใครกันแน่ที่จะลบอีกฝ่ายออกจากแผนที่ :
            เรื่องที่อิหร่านจำต้องตระหนักเสมอคือ รัฐบาลอิสราเอลพร้อมใช้วิธี “ชิงลงมือก่อน” (preemption) หลักคิดของอิสราเอลคือเป็นการยากที่จะคาดเดาว่าเหตุการณ์จะเป็นอย่างไรหากเกิดสงคราม อิสราเอลอาจถูกโจมตีเสียหายหนักหรือเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็เป็นได้ ไม่ว่าที่สุดแล้วจะเป็นอย่างไร อิสราเอลขอสู้ดีกว่านั่งรอความตาย
            มีการประเมินว่าหากระเบิดนิวเคลียร์ลูกขนาดย่อมตกใส่ใจกลางเมืองหลวง อิสราเอลจะไม่หลงเหลือความเป็นรัฐทันสมัยอีกเลย

            ถ้าอิหร่านมีหรือกำลังจะมีอาวุธนิวเคลียร์ หากรัฐบาลสหรัฐไม่ชิงโจมตีทำลายอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน อิสราเอลจะลงมือโจมตีด้วยตนเอง การชิงโจมตีก่อนเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว อิสราเอลส่งเครื่องบินรบถล่มเตาปฏิกรณ์ปรมาณูของอิรักที่ Osiraq เมื่อปีค.ศ.1981
            ตั้งแต่ปี 2002 เมื่อประธานาธิบดีอาห์มาดิเนจาดเริ่มโครงการนิวเคลียร์อีกครั้งอย่างจริงจัง รวมทั้งนโยบายต่อต้านอิสราเอลต่างๆ อิสราเอลจึงประกาศว่าอาจชิงลงมือโจมตีก่อน
            ข้อสรุปคือการที่รัฐบาลอิหร่านประกาศต่อต้านอิสราเอล ทำให้อิสราเอลมีความชอบธรรมที่จะจัดการอิหร่านเช่นกัน ถ้าดูจากที่ปฏิบัติต่ออิรัก อิสราเอลจะไม่รอให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์

            ไม่เพียงที่รัฐบาลอิสราเอลคิดเช่นนี้ รัฐบาลสหรัฐบางชุดคิดเช่นนี้เหมือนกัน ต้นปี 2005 รองประธานาธิบดีดิก เชเนีย์ (Dick Cheney) กล่าวสนับสนุนว่า “จากข้อเท็จจริงที่อิหร่านประกาศเป้าหมายนโยบายทำลายอิสราเอล ชาวอิสราเอลควรตัดสินใจลงมือก่อน ปล่อยให้ประเทศอื่นๆ ที่เหลือกังวลว่าควรปัดกวาดความยุ่งยากทางการทูตที่จะตามมาอย่างไร”
            ถ้าจะพูดให้สุด ก่อนที่อิหร่านจะ “ลบ” อิสราเอล อิสราเอลพร้อมจะ “ลบ” อิหร่านก่อน
-----------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 
กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมามีข่าวดีของอิหร่าน เมื่อ IAEA ประกาศว่าอิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขเบื้องต้นของ JCPOA แล้ว ยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์อิหร่านใช้เพื่อสันติเท่านั้น ด้วยเหตุนี้สหรัฐ อียู และคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติจึงยกเลิกการคว่ำบาตร ข่าวดีที่สำคัญกว่ากองทัพสหรัฐไม่เป็นภัยคุกคามต่ออิหร่านดังสมัยสงครามอ่าวเปอร์เซีย อย่างไรก็ตามรากความขัดแย้งกับรัฐอาหรับยังคงอยู่และดำเนินต่อไป เพียงแต่ไม่สามารถใช้ประเด็นโครงการนิวเคลียร์เป็นเครื่องมืออีกต่อไป

บรรณานุกรม:
1. 2,000-km missiles designed to reach Israel: IRGC. (2016, March 10). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/Index_view.asp?code=253664
2. Blacktail. (2016). Jericho III: Intercontinental ballistic missile. Retrieved from http://www.military-today.com/missiles/jericho_3.htm
3. Bronk, Justin. (2016, March 9). Iran's missiles: How big a threat to regional rivals? Al Jazeera. Retrieved from http://www.aljazeera.com/news/2016/03/iran-missiles-big-threat-regional-rivals-160309131848758.html
4. Commander: Iranian Missiles to Hit Targets at 2,000km in 12-13 Minutes. (2016, March 10).  FNA. Retrieved from http://en.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13941220000474
5. Cook, Jonathan. (2008). Israel and the Clash of Civilisations: Iraq, Iran and the Plan to Remake the Middle East. USA: Pluto Press.
6. Corsi, Jerome R. 2009. Why Israel Can't Wait: The Coming War Between Israel and Iran. New York: Threshold Editions.
7. DePetris, Daniel R. (2016, September 20). Welcome to Israeli Nuclear Weapons 101. The National Interest. Retrieved from http://nationalinterest.org/feature/welcome-israeli-nuclear-weapons-101-13882
8. Naji, Kasra. (2008). Ahmadinejad: The Secret History of Iran's Radical Leader. CA: University of California Press.
9. Ostadrahimi, Ehsan. (2016). Qadr: Medium-range ballistic missile. Retrieved from http://www.military-today.com/missiles/qadr.htm
10. Wilkin, Sam., & Sharafedin, Bozorgmehr. (2016, March 9). Despite Threat Of Sanctions, Iran Tests Missiles Marked With The Phrase 'Israel Must Be Wiped Out'. The Huffington Post/Reuters. Retrieved from http://www.huffingtonpost.com/entry/iran-missile-tests_us_56e000ace4b0860f99d73ba5
11. World nuclear forces. (2014). Stockholm International Peace Research Institute. Retrieved from http://www.sipri.org/yearbook/2013/06
-----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…