วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557

กระแสพลเอกซิซี อียิปต์ต้องการผู้นำเข้มแข็ง ต่อต้านภราดรภาพมุสลิม

19 มกราคม 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6284 วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ.2557)
            และแล้วการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญก็เสร็จสิ้น สื่อ Ahram Online ของอียิปต์รายงานเบื้องต้นว่ามีผู้ใช้สิทธิ์ทั้งหมด 20,308,358 คน ลงมติรับร่าง 19,538,071 คนหรือคิดเป็นร้อยละ 97.7 ไม่รับร่าง 475,091 คนหรือคิดเป็นร้อยละ 2.3 จากผู้มีสิทธิ์ทั้งสิ้น 52,742,139 คน
            เมื่อเทียบกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2012 ที่เนื้อหาอิงแนวทางของกลุ่มภราดรภาพมุสลิม (Muslim Brotherhood) พบว่าฉบับปี 2014 มีผู้มาใช้สิทธิ์มากกว่าราว 4 ล้านคน (ฉบับปี 2012 มีผู้ใช้สิทธิ์ราว 17.49 ล้านเสียง เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญร้อยละ 64 หรือเท่ากับ 11.19 ล้านเสียง)
            หากย้อนกลับไปเมื่อ 6-7 เดือนก่อน ฝ่ายต่อต้านประธานาธิบดีมอร์ซีเห็นว่าพวกตนมีความชอบธรรม ในการเรียกร้องให้รัฐบาลมอร์ซีลาออก เนื่องจากอ้างว่ามีรายชื่อผู้สนับสนุนพวกตนถึง 22 ล้านรายชื่อ ในขณะที่ประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซีได้รับคะแนนจากการเลือกตั้งเพียง 13 ล้านเสียง
            ผู้รับร่างกว่า 19.5 ล้านเสียงนี้นับว่าใกล้เคียงกับรายชื่อผู้สนับสนุนต่อต้านรัฐบาลมอร์ซี แม้ว่าจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์ทั้งหมด (ทั้งที่รับกับไม่รับร่าง) คิดเป็นเพียงร้อยละ 38 จากจำนวนผู้มีสิทธิ์ทั่วประเทศ 52.7 ล้านคน เป็นการยืนยันว่าน่าจะมีผู้ต้องการขับไล่รัฐบาลมอร์ซีมากถึง 20 ล้านคนจริง แต่ไม่ได้ยืนยันว่าคนอียิปต์ส่วนใหญ่เห็นด้วย
            ผลการเลือกตั้งสอดคล้องกับความเห็นของนักวิเคราะห์หลายคนที่ชี้ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะต้องผ่านอย่างแน่นอน เพราะกลุ่มภราดรภาพมุสลิมกับพันธมิตรคว่ำบาตรการลงมติ ฝ่ายรัฐบาลชั่วคราวที่ควบคุมการเลือกตั้งดำเนินการหลายอย่างเพื่อให้ประชาชนลงคะแนนรับร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมกับเกิดกระแสอย่างต่อเนื่องเรียกร้องให้พลเอกอับเดล ฟัตตาห์ เอล-ซีซี (Abdul Fatah al-Sisi) ผู้นำการรัฐประหารลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
            การวิเคราะห์แนวทางนี้ นอกจากเป็นการปูทางให้พลเอกซีซีแล้ว ยังเป็นการชี้ว่าการรัฐประหารชอบธรรม ก่อการแล้วเสร็จ กำลังนำประเทศสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มาจากเลือกตั้ง แต่ในอีกมุมหนึ่งที่ไม่ควรละเลยคือ การพูดถึงฝ่ายสูญเสียนั่นคือกลุ่มภราดรภาพมุสลิม

ย้อนรอยการโค่นล้มรัฐบาลมอร์ซี การปราบปรามกลุ่มภราดรภาพมุสลิม :
            ย้อนหลังเดือนมกราคม 2011ชาวอียิปต์จำนวนหนึ่งลุกขึ้นประท้วงประธานาธิบดีฮอสนี่ มูบารัค พร้อมกับกระแสอาหรับสปริง ด้วยความไม่พอใจที่คนกลุ่มน้อยผู้มีอำนาจเสวยสุข ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ดำเนินชีวิตด้วยความยากลำบาก การประท้วงลงเอยด้วยการที่กองทัพยึดอำนาจแบบเงียบๆ 6 เดือนต่อมาประเทศจัดการเลือกตั้ง นายโมฮัมเหม็ด มอร์ซีชนะการเลือกตั้ง ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่มาจากการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม เป็นประธานาธิบดีของประชาชน
            แต่เนื่องด้วยประธานาธิบดีมอร์ซียึดหลักแนวทางของกลุ่มภราดรภาพมุสลิม จึงพยายามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (ปี 2012) ที่อิงแนวทางของกลุ่ม แรงต่อต้านเริ่มมีมากขึ้น ผนวกกับข้อกล่าวหาว่าพยายามรวบอำนาจ ถูกเปรียบเทียบว่าเป็นฟาโรห์องค์ใหม่ กระแสประท้วงรุนแรงมากขึ้นจนกองทัพต้องก่อการรัฐประหารอีกครั้งเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2013 เท่ากับว่าในเวลาไม่ถึง 3 ปี กองทัพก่อการรัฐประหารถึง 2 ครั้ง
            เรื่องไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะรัฐบาลเฉพาะกาลที่นำโดยประธานาธิบดีอัดลี มานซูร์ (Adly Mansour) ประกาศให้กลุ่มภราดรภาพมุสลิมเป็นองค์กรก่อการร้าย ทั้งที่โดยเนื้อแท้แล้วกลุ่มดังกล่าวคือกลุ่มศาสนากลุ่มหนึ่ง ต้องการสถาปนารัฐอิสลามตามแนวทางของตน แต่ฝ่ายรัฐบาลอ้างว่าคนของกลุ่ม รวมทั้งนายมอร์ซีกระทำความผิดหลายข้อที่ชี้ว่าเป็นผู้ก่อการร้าย
            เมื่อกลุ่มภราดรภาพมุสลิมกลายเป็นองค์กรก่อการร้าย รัฐบาลย่อมมีความชอบธรรม มีหน้าที่ดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มภราดรภาพมุสลิม ขวากหนามขนาดใหญ่ :
            การปราบปรามกลุ่มภราดรภาพมุสลิมไม่ใช่เรื่องใหม่ ในช่วงทศวรรษ 1950 สมัยประธานาธิบดีกามัล อับเดล นัสเซอร์ (Gamal Abdel Nasser) เคยทำการปราบปรามอย่างหนักมาครั้งหนึ่งแล้ว ทำให้ อิทธิพลของกลุ่มถดถอยลงไปมาก นักวิเคราะห์บางคนอธิบายว่าประธานาธิบดีนัสเซอร์ไม่ต้องการให้กลุ่มใดมาแข่งอิทธิพลกับตน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มศาสนาหรือพวกสังคมนิยมที่มีอิทธิพลในระยะนั้น
            ในทศวรรษ 1970 กลุ่มเริ่มฟื้นตัวพร้อมกับยุทธศาสตร์ใหม่ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือทางสังคม ทำงานผ่านมัสยิด องค์กรการกุศล สามารถตอบสนองความต้องการของชาวอียิปต์จำนวนมากที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐอย่างเพียงพอ พร้อมกับการเข้าไปมีบทบาทในกลุ่มทางสังคมต่างๆ สมาชิกของกลุ่มได้รับเลือกเป็นตัวแทนขององค์กรวิชาชีพต่างๆ จำนวนมาก ตั้งแต่แพทย์ วิศวกร จนถึงกลุ่มเกษตรกร
            พลังอำนาจของกลุ่มจึงฟื้นคืนมาและสะท้อนผ่านการเข้าไปมีบทบาททางการเมืองระดับประเทศ กรณีตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาเมื่อ 2005 ผู้สมัครของกลุ่มได้รับคะแนนเสียงจำนวนมากในการเลือกรอบแรก เมื่อมาถึงการเลือกรอบที่ 3 ตำรวจปราบจลาจลจำนวนมหาศาลปรากฏตัวในหลายพื้นที่ เพื่อขัดขวางไม่ให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่คูหา แม้ถูกขัดขวางขนาดนั้นยังกวาดชัยชนะถึง 88 ที่นั่งหรือราวร้อยละ 20 ของที่นั่งทั้งหมด ส่วนกลุ่มอื่นๆ เช่น พวก Nasserists พวกฝ่ายซ้ายและพวกเสรีนิยม รวมแล้วได้ 14 ที่นั่งหรือเพียงร้อยละ 3 เท่านั้น
            พลังการชุมนุมประท้วงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง เพราะกลุ่มประท้วงที่ใหญ่ที่สุดของประเทศคือกลุ่มภราดรภาพมุสลิมที่สามารถระดมคนได้คราวละหลายหมื่นคน มีสมาชิกกระจายทั่วประเทศ ในขณะที่กลุ่มอื่นๆ ได้ระดับพันเท่านั้น
            นักวิเคราะห์บางคนจึงชี้ว่ากลุ่มภราดรภาพมุสลิมคือกลุ่มที่มีพลังอำนาจทางการเมืองมากที่สุด รองจากกองทัพเท่านั้น
            จึงไม่แปลกใจเมื่อเกิดอียิปต์สปริง โค่นล้มระบอบมูบารัค มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยตามแรงกดดันของชาติตะวันตก ฝ่ายของกลุ่มภราดรภาพมุสลิมชนะการเลือกตั้ง นายโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ผู้นำกลุ่มขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี บริหารประเทศตามแนวทางของกลุ่ม
            วิเคราะห์ต่อได้ไม่ยากว่า หากปล่อยให้รัฐบาลมอร์ซีบริหารประเทศต่อเนื่อง ทำการรวบอำนาจบริหาร จะกระทบต่อชนชั้นปกครองดั้งเดิมในที่สุด (ทั้งนี้ยังไม่กล่าวถึงประเด็นกลุ่มประเทศอาหรับไม่สนับสนุนรัฐบาลมอร์ซีซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญอีกข้อทำให้รัฐบาลมอร์ซีต้องล้มไปในที่สุด)
            เหตุผลลึกที่สุดของการประกาศให้เป็นองค์กรก่อการร้าย คือทำให้กลุ่มภราดรภาพมุสลิมเปลี่ยนจากกลุ่มที่มีพลังอำนาจทางการเมืองอันดับสองของประเทศ กลายเป็นกลุ่มผิดกฎหมายที่ไม่อาจเกี่ยวข้องกับตำแหน่งทางการเมืองอีกต่อไป ชวนให้ตั้งคำถามว่าทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับการกุมอำนาจของชนชั้นปกครองเดิมหรือไม่ การรัฐประหาร การลงมติร่างรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุด คือกระบวนการที่การเมืองอียิปต์หวนเข้าสู่แนวทางดั้งเดิม

อำนาจนิยมกับขนมปัง :
            นับจากอียิปต์ได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อปี 1922 ประเทศอยู่ภายใต้การปกครองราชาธิปไตย และเมื่อเกิดการปฏิวัติโดย Free Officers Movement ในปี 1952 อำนาจการปกครองตกอยู่ในมือของผู้นำกองทัพมาโดยตลอด
            หลายทศวรรษที่ผ่านมา แม้จะมีสัญลักษณ์บางอย่างที่แสดงความเป็นประชาธิปไตย เช่น มีหลายพรรคการเมืองหลายพรรค มีสหภาพแรงงาน มีกลุ่มการเมือง แต่เกือบทั้งหมดเป็นการจัดตั้งเพื่อแสดงภาพลักษณ์เท่านั้น อำนาจการปกครองที่แท้จริงอยู่ในชนชั้นปกครองกลุ่มเล็กๆ ซึ่งมักเป็นนายทหารกับข้าราชการระดับสูง
            ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ประชาชนอียิปต์ก่อการประท้วงครั้งใหญ่หลายครั้ง แต่ทั้งหมดเป็นการประท้วงเรื่องปากท้องเป็นหลัก ไม่มีการประท้วงครั้งใหญ่เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการหรือต่อต้านรัฐบาลคอร์รัปชัน เช่นในปี 1977 เกิด กบฏอาหาร ประท้วงรัฐบาลที่ลดการอุดหนุนราคาอาหารกับเชื้อเพลิง เหตุการณ์ซ้ำรอยอีกครั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2007 เมื่อรัฐบาลประกาศยกเลิกการอุดหนุนแป้งบางชนิด ทำให้ขนมปังขาดตลาด เกิดความวุ่นวายอยู่หลายเดือน
            การโค่นล้มระบอบมูบารัคเมื่อปี 2011 ก็ด้วยเหตุผลจากเรื่องปากท้องเป็นตัวจุดประเด็น แรงกดดันจากชาติมหาอำนาจ ทำให้ผู้นำกองทัพรวมทั้งตำรวจไม่เข้าปราบปรามอย่างเด็ดขาดเหมือนทุกครั้งที่ผ่าน ฝ่ายต่อต้านจึงประสบชัยชนะ นำสู่การเลือกตั้ง และได้ประธานาธิบดีมอร์ซี
            ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาคนอียิปต์จึงประท้วงรัฐบาลเพราะเรื่องปากท้องเป็นหลัก

ประวัตศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่ :
            ว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไปที่สื่ออียิปต์กับสื่อต่างประเทศหลายแห่งประโคมข่าว หากไม่ใช่พลเอกอับเดล ฟัตตาห์ เอล-ซีซี ผู้นำการรัฐประหาร ก็น่าจะเป็นคนสนิทคนใกล้ชิดของท่าน เป็นอีกหลักฐานที่ชัดเจนว่า ชนชั้นปกครองเดิมกำลังจะเข้าไปควบคุมอำนาจอย่างชอบธรรม (ในขณะนี้เป็นฝ่ายกุมอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่แล้ว ภายใต้รัฐบาลชั่วคราวที่นำโดยนายมานซูร์ ที่พลเอกซีซีเป็นผู้แต่งตั้ง)
            การลงประชามติต่อร่างรัฐธรรมนูญเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเพื่อปูทางสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ พูดได้อีกนัยได้ว่า การลงมติร่างรัฐธรรมนูญคือขั้นตอนหนึ่งของการเชิญตัวแทนของชนชั้นปกครองขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศอย่างชอบธรรม เป็นไปตามระบบการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยที่รัฐบาลชาติตะวันตกเรียกร้องตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน
            หากแนวทางการอธิบายข้างต้นถูกต้อง เท่ากับว่าการเมืองการปกครองอียิปต์ ณ วันนี้กำลังหวนคืนสู่ระบอบเดิมๆ ดังเช่นหลายทศวรรษที่ผ่านมา

            หากมองว่าการรัฐประหารเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมปีที่แล้วคือการที่กองทัพยึดอำนาจคืน ประวัติศาสตร์อียิปต์น่าจะบันทึกว่านับจากได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อกุมภาพันธ์ 1922 อำนาจการปกครองอียิปต์อยู่ในมือของระบอบกษัตริย์หรือทหารมาโดยตลอด มีเพียงกลุ่มภราดรมุสลิมที่สามารถครองอำนาจในช่วงสั้นๆ ราวปีเศษเท่านั้น

            ถ้าอธิบายควบคู่กับความต้องการของประชาชนตามที่สื่อนำเสนอ น่าจะสรุปได้ว่า ณ วันนี้ชาวอียิปต์ส่วนใหญ่ต้องการกินอิ่มนอนหลับมากกว่าประชาธิปไตยที่แท้จริง ต้องการระบบการเมืองที่มีเสถียรภาพ ต้องการให้รัฐบาลดูแลระบบเศรษฐกิจ ไม่ต้องการให้คนกลุ่มใดมาก่อความวุ่นวาย ทั้งหมดนี้สื่อหลายแห่งเสนอภาพว่าชาวอียิปต์เห็นว่านายพลซีซีมีความเข้มแข็งมากพอที่จะทำหน้าที่ดังกล่าว
            แต่ไม่ว่าชาวอียิปต์ต้องการกินอิ่มนอนหลับมากกว่าประชาธิปไตย มากกว่าแนวทางของกลุ่มภราดรภาพมุสลิมหรือไม่ ในวันข้างหน้าไม่ว่าใครเป็นผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมีโอกาสเผชิญหน้ากับมวลชนอีกแน่นอนหากไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องปากท้อง สถานการณ์จะกลับเข้าสู่เมื่อ 3 ปีก่อนอีกรอบ ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่ต้องติดตามต่อไป

            น่าจะสรุปได้ว่า อียิปต์สปริง หมายถึง การเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาเรื่องปากท้อง ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นหลัก แต่ด้วยแรงกดดันจากชาติมหาอำนาจตะวันตก ทำให้แนวทางประชาธิปไตยเข้ามาสอดแทรกในการเมืองอียิปต์มากขึ้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเมืองอียิปต์ในปัจจุบัน อย่างน้อยก็มีการลงมติร่างรัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี
            ส่วนที่อียิปต์จะเป็นประเทศประชาธิปไตยจริงหรือไม่ มากน้อยเพียงใด คงต้องดูจากรัฐบาลชุดใหม่ในอนาคตว่าจะดำเนินนโยบายปฏิรูปอย่างจริงจังหรือไม่ แต่หากเป็นเพียงลมปาก กลุ่มบุคคลที่กุมอำนาจการเมืองเศรษฐกิจยังเป็นกลุ่มเดิม ก็ยากจะเชื่อว่าอียิปต์มีการปฏิรูปอย่างจริงจัง ทั้งนี้ทั้งนั้น ประชาชนอียิปต์จำนวนมากอาจไม่สนใจเรื่องทำนองนี้ หากพวกเขายังมีกินมีใช้ตามอัตภาพ หรือหากสภาพการดำเนินชีวิตดีขึ้นเล็กน้อยก็จะสรรเสริญยกย่องรัฐบาล กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าแนวทางอธิบายนี้ถูกต้องมากน้อยเพียงใด
            ทุกสังคมทุกประเทศต่างมีบริบท มีค่านิยม วัฒนธรรมทางการเมืองของตน ถ้าพูดว่าต้องการโค่นล้มระบอบมูบารัคเพื่อนำสู่ประชาธิปไตยที่แท้ตามแบบตะวันตก นับว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่มาก เพราะแท้ที่จริงแล้วชาวอียิปต์คุ้นเคยกับการอยู่ภายใต้ระบอบอำนาจนิยมดังที่เกิดขึ้นตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สิ่งที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ให้ความสำคัญคือเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันมากกว่า พวกเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ของแต่ละวันไปกับการทำมาหากิน เพื่อที่จะมีกินอิ่มท้องอีกวันหนึ่ง พวกเขาเห็นว่ารัฐบาลหรือระบอบการปกครองที่ดีหมายถึงจะต้องทำให้พวกเขากินอิ่มนอนหลับ และหากชาวอียิปต์ส่วนใหญ่ต้องการเช่นนี้ด้วยบริสุทธิ์ใจ ประชาคมโลกก็ควรให้การยอมรับการตัดสินใจดังกล่าว และหากชาวอียิปต์ต้องการปฏิรูปการเมืองตามแนวทางของตน ประชาคมโลกก็ควรให้การสนับสนุน
--------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง:
ในเวลาไม่ถึง 3 ปี ประเทศอียิปต์เกิดเหตุประชาชนขับไล่รัฐบาลมาแล้ว 2 ชุด คือรัฐบาลของประธานาธิบดีฮอสนี่ มูบารัค กับรัฐบาลของประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ทั้งสองครั้งประชาชนผู้สนับสนุนต่างประกาศว่าคือส่วนหนึ่งของอียิปต์สปริง เป็นชัยชนะของประชาชน การชุมนุมทั้งสองครั้งกองทัพอียิปต์เข้าเกี่ยวข้องด้วยเสมอ และสหรัฐมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพอียิปต์มานานหลายทศวรรษแล้ว
ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการโค่นล้มระบอบของประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค มีรัฐบาลอเมริกันเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ช่วยให้ประเทศอียิปต์ได้รัฐบาลใหม่ นำโดยประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ประธานาธิบดีโอบามากล่าวกับประธานาธิบดีมอร์ซี ว่าสหรัฐสนับสนุนประชาชนอียิปต์และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยที่เคารพสิทธิของประชาชนอียิปต์ทุกคน
หลังชุมนุมยืดเยื้อ 6-7 สัปดาห์ รัฐบาลก็เข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของกลุ่มภราดรภาพมุสลิม เหตุการณ์ความรุนแรงลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะรอบปีที่ผ่านมาในสมัยที่มอร์ซีเป็นประธานาธิบดี กลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลมอร์ซีก็บาดเจ็บล้มตายจำนวนมากเช่นกัน เพียงแต่สถานการณ์วันนี้สลับฝ่ายสลับขั้ว

บรรณานุกรม:
1. Egyptians turn out to vote on draft constitution. (2014, January 14). Daily News Egypt . Retrieved from http://www.dailynewsegypt.com/2014/01/14/egyptians-turn-out-to-vote-on-draft-constitution/
2. Preliminary results: 97.7% of votes in favour of Egyptian draft constitution. (2014, January 16). Ahram Online. Retrieved from http://english.ahram.org.eg/NewsContent/1/64/91686/Egypt/Politics-/Preliminary-results--of-votes-in-favour-of-Egyptia.aspx
3. In Egypt Charter, New Rights, but No Great Change. (2013, December 1). The New York Times. http://www.nytimes.com/2013/12/02/world/middleeast/in-egypt-charter-new-rights-but-no-great-change.html?_r=0
4. Egypt prepares for worst ahead of Sunday protest. (2013, June 30). AP. Retrieved from http://news.yahoo.com/egypt-prepares-worst-ahead-sunday-protest-074010870.html
5. Naguib, Sameh. (2009). Egypt: The Moment of Change. El-Mahdi, Rabab., & Marfleet, Philip (editors). New York: Zed Books.
6. Muslim Brotherhood is a terrorist organisation: Cabinet. Daily News Egypt. http://www.dailynewsegypt.com/2013/12/25/muslim-brotherhood-terrorist-organisation-cabinet/. 25 December 2013.
----------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

อาเซียนแทรกแซงเมียนมา หรือเมียนมาแทรกแซงอาเซียน

15 ตุลาคม 2017 ชาญชัย คุ้มปัญญา (ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “ สถานการณ์โลก ” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7646 วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2560) ...