ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

นิวเคลียร์อิหร่านกับวาทกรรมของรัฐบาลโอบามา พรรครีพับลิกัน และนายกฯ เนทันยาฮู

15 มีนาคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6703 วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2115152)

            โครงการนิวเคลียร์อิหร่านที่กำลังเจรจาเพื่อหาข้อตกลงฉบับถาวร กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อเบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวสุนทรพจน์พาดพิงรัฐบาลโอบามา เกิดวิวาทะระหว่างนายกฯ เนทันยาฮู รัฐบาลโอบามาและคนของพรรครีพับลิกัน

วาทะเนทันยาฮู สมาชิกพรรครีพับลิกัน :
นายกฯ  เนทันยาฮูได้รับเชิญจากพรรครีพับลิกันให้มาเยือนอเมริกา แสดงสุนทรพจน์ใจความว่าข้อตกลงที่รัฐบาลโอบามากำลังจะทำกับอิหร่าน “เป็นข้อตกลงที่แย่ แย่มาก ไม่มีข้อตกลงยังดีเสียกว่า” เพราะ “ไม่ป้องกันอิหร่านที่จะสร้างระเบิด” เห็นว่าสหรัฐควรเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรจนกว่าอิหร่านจะยอมละทิ้งโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมด
            ตลอดช่วงเวลาที่นายกฯ เนทันยาฮูเยือนสหรัฐ คนของพรรครีพับลิกันออกมากล่าวสนับสนุน วุฒิสมาชิกรีพับลิกัน 47 คนออกจดหมายเปิดผนึกถึงผู้นำประเทศอิหร่านเมื่อวันที่ 9 มีนาคม ประกาศว่าประธานาธิบดีคนต่อไป (ชี้ว่าหมายถึงคนจากพรรครีพับลิกัน) อาจแก้ไขข้อตกลงใดๆ ที่ไม่ผ่านรัฐสภา และรัฐสภาในอนาคตอาจปรับแก้ข้อตกลงใดๆ ที่เกิดขึ้น
            นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่าคือการปฏิเสธข้อตกลงนิวเคลียร์ ไม่ไว้หน้าประธานาธิบดีโอบามา สะเทือนถึงภาพลักษณ์การเมืองประเทศ
โมฮัมหมัด จาวัด ซารีฟ (Mohammad Javad Zarif) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน โต้กลับชี้ให้เห็นความก้าวร้าวของรีพับลิกันว่า “วุฒิสมาชิกเหล่านี้ต้องรู้ว่าสหรัฐไม่ใช่โลกทั้งใบ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตั้งอยู่บนหลักกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงของรัฐบาลต่างๆ ไม่ใช่กฎหมายภายในของสหรัฐอเมริกา”

การตอบโต้ของรัฐบาลโอบามา :
            ซูซาน ไรซ์ (Susan Rice) ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีโอบามา ทบทวนประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลว่า 2 ประเทศมีความสัมพันธ์ยาวนานเกือบ 70 ปีแล้ว ประธานาธิบดีทรูแมนจากพรรคเดโมแครตเป็นคนแรกที่ประกาศยอมรับอิสราเอลในฐานะประเทศอธิปไตย ประธานาธิบดีนิกสันจากพรรครีพับลิกันเป็นคนที่ยืนเคียงข้างอิสราเอลในสงคราม Yom Kippur ประธานาธิบดีคาร์เตอร์เป็นคนที่ช่วยสร้างสันติภาพระหว่างอียิปต์กับอิสราเอลที่ยังยั่งยืนจนถึงทุกวันนี้ ประธานาธิบดีคลินตันกับจอร์จ ดังเบิ้ลยู. บุชสนับสนุนอิสราเอลที่ต้องต่อสู้กับฮิซบอลเลาะห์กับฮามาส ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของผู้นำประเทศ หรือพรรคการเมือง แต่คือการเป็นพันธมิตรของ 2 ประเทศ
            “ความมั่นคงของอิสราเอล คือความมั่นคงร่วมของเรา เป็นวัตถุประสงค์ด้านการต่างประเทศเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่สุดของประธานาธิบดีโอบามา ให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ดังที่ประธานาธิบดีโอบามากล่าวซ้ำหลายครั้งว่าพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์”

นอกจากโครงการนิวเคลียร์ที่เป็นปัญหา อิหร่านยังเป็นภัยคุกคามจากอีกหลายประเด็น เช่น สนับสนุนก่อการร้าย ละเมิดสิทธิมนุษยชนรุนแรง พยายามบั่นทอนเสถียรภาพของประเทศเพื่อนบ้าน สนับสนุนอัสซาด ฮามาสและฮิซบอลเลาะห์ คุกคามอิสราเอลอย่างหนัก รัฐบาลสหรัฐจะยังคงคว่ำบาตรอิหร่านในประเด็นเหล่านี้ จะยังคงต้านภัยคุกคามเหล่านี้
ประธานาธิบดีโอบามายืนยันว่านโยบายของตนคือ ใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อกดดันอิหร่านให้เจรจา ทศวรรษที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าอิหร่านจะยังคงพัฒนานิวเคลียร์ต่อไปแม้ถูกคว่ำบาตร (โดยเฉพาะสมัยมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) ประธานาธิบดีคนก่อน) หากจะให้อิหร่านระงับโครงการจำต้องให้เกิดความรู้สึกว่าการคว่ำบาตรถูกยกเลิก
หากบรรลุข้อตกลง ไม่เพียงแต่จะตัดช่องทางที่อิหร่านจะสามารถมีอาวุธนิวเคลียร์ ยังจะมีกลไกคอยตรวจสอบติดตามว่าอิหร่านแอบดำเนินการในทางลับหรือไม่

วิเคราะห์วิวาทะ :
            หากฟังข่าวเผินๆ จะรู้สึกว่ามีความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างรัฐบาลโอบามา พรรครีพับลิกันและนายกฯ เนทันยาฮู แต่เมื่อพิจารณาข้อมูล วิเคราะห์อย่างถ่องแท้ พบว่า
            ประการแรก ทั้งรัฐบาลโอบามา พรรครีพับลิกัน รัฐบาลอิสราเอลมีเป้าหมายเดียวกัน
            ข้อเท็จจริงคือ ทั้ง 3 ฝ่ายต่างมีจุดยืนร่วมกันคือ “ห้ามอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์” ต่างกันเล็กน้อยตรงที่นายกฯ อิสราเอลมีจุดยืนว่าห้ามอิหร่านมี “ขีดความสามารถ” ที่จะสร้างอาวุธ แต่ผลสุดท้ายจะตรงกันหมด
            ไม่ว่ารัฐบาลโอบามา (พรรคเดโมแครต) จะขัดแย้งกับพรรครีพับลิกันอย่างไร 2 ฝ่ายมีท่าทีร่วมกันว่า “ห้ามอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์”
            ไม่ว่ารัฐบาลโอบามาจะมีวิวาทะกับนายกฯ เนทันยาฮูอย่างไร ทั้ง 2 รัฐบาลมีเป้าหมายร่วมคือ “ห้ามอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์”
            ดังนั้น ไม่ว่าสิ่งที่เห็น สิ่งที่ปรากฏจะเป็นอย่างไร ข้อสรุปสุดท้ายคือ “ห้ามอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์” แม้นายกฯ เนทันยาฮูไม่มาสหรัฐ ไม่แสดงสุนทรพจน์ราวกับต้องการตะโกนคำว่าเป็น “ข้อตกลงแย่”  แม้วุฒิสมาชิกพรรครีพันลิกัน 47 คน จะไม่ออกหนังสือเปิดผนึก หรือแม้กระทั่งรัฐบาลโอบามาไม่ตอบโต้ข้อกล่าวหาต่างๆ
            ที่แตกต่างคือแต่ละฝ่ายจะมี ”ลีลา” อย่างไร เช่น แสดงท่าทางรักชาติยิ่งชีพ เข้มแข็งดุดันสมกับความเป็นมหาอำนาจ หรืออ่อนสุภาพลุ่มลึก

            ประการที่ 2 ทั้งพรรคเดโมแครต รีพับลิกัน รัฐบาลอิสราเอลถือว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคาม
ในกรอบที่กว้างกว่าอาวุธนิวเคลียร์ ประธานาธิบดีโอบามาย้ำว่าประเด็นที่เห็นร่วมกันคือ ทั้งคู่เห็นว่า “อิหร่านเป็นระบอบอันตราย ยังคงพัวพันเรื่องที่ขัดแย้งต่อผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา อิสราเอลและภูมิภาค” “อิหร่านยังคงคุกคามอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง ออกแถลงการณ์ต่อต้านพวกยิว”
เรื่องที่จำต้องตระหนักคือ หากประเด็นนิวเคลียร์ได้ข้อยุติ ใช่ว่าสถานการณ์จะคืนสู่ความสงบ ความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป ขึ้นอยู่กับรัฐบาลสหรัฐจะหยิบยกให้เป็นประเด็นหรือไม่

          ประการที่ 3 ประเด็นที่พูดคือเรื่องเก่าเล่าใหม่
การเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้คือการเจรจาต่อเนื่องจากการเจรจาก่อนหน้านี้ ผลการเจรจาครั้งก่อนได้ข้อตกลงชั่วคราวที่เรียกกว่า Joint Plan of Action อิหร่านยอมลดหรือระงับโครงการบางส่วน แลกกับที่หลายประเทศคลายมาตรการคว่ำบาตร
ตั้งแต่เริ่มมีข้อตกลงฉบับชั่วคราว รัฐบาลอิสราเอลก็แสดงท่าทีไม่ยอมรับข้อตกลงดังกล่าว นายกฯ ทันยาฮูประกาศว่า “อิสราเอลไม่ยอมรับข้อตกลงดังกล่าวและข้าพเจ้าขอประกาศชัดว่าจะไม่ยอมให้อิหร่านมีขีดความสามารถด้านอาวุธนิวเคลียร์”
            ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลเนทันยาฮูพยายามชี้ชวนให้รัฐบาลโอบามากดดันอิหร่าน เช่น ให้ปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบปฏิกรณ์น้ำมวลหนัก (heavy-water reactor) ที่เมือง Arak หรือยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมดโดยสิ้นเชิง พร้อมกับยื่นเงื่อนไขว่าหากอิหร่านไม่ยอมปฏิบัติตามสหรัฐจะต้องเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรให้รุนแรงกว่าที่เป็นอยู่

            ส่วนจุดยืนของรัฐบาลโอบามาคงเดิมเรื่อยมา คือเคารพสิทธิของอิหร่านที่จะใช้พลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติ เพียงแต่จะต้องเปิดเผยโปร่งใส ได้รับการตรวจสอบติดตาม
            ด้านพรรครีพับลิกันเห็นว่ายอมให้มากเกินไป สมาชิกพรรคบางคนแสดงท่าทีสอดคล้องกับนายกฯ เนทันยาฮู เช่น ต้องการให้อิหร่านละทิ้งโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด แม้ว่าจะใช้เพื่อสันติก็ตาม โดยอาศัยมาตรการคว่ำบาตรอย่างรุนแรงเพื่อกดดันให้รัฐบาลอิหร่านยอมรับเงื่อนไข
            เมื่อดูข้อมูลย้อนหลังจะพบว่าท่าทีจุดยืนของรัฐบาลโอบามา พรรครีพับลิกัน และนายกฯ เนทันยาฮูเป็นเช่นนี้มาตลอด

ในเหตุวิวาทะล่าสุด ประธานาธิบดีโอบามายังกล่าวด้วยตนเองว่าท่าทีของนายกฯ เนทันยาฮูไม่มีอะไรใหม่ ประเด็นหลักที่แตกต่างคือทำอย่างไรจึงจะป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์
            จะเห็นได้ว่าทุกฝ่ายพูดเหมือนเดิม ตอบเหมือนเดิม
            จึงเกิดคำถามว่าทำไมต้องพูดซ้ำอีกรอบ บางคนอาจตอบว่าเนื่องจากอยู่ในช่วงเวลาสำคัญที่กำลังทำข้อตกลงฉบับถาวร เป็นการย้ำเตือนจุดยืน การอธิบายเช่นนี้มีส่วนถูกแต่ไม่ครอบคลุม อาจถูกโต้กลับว่าทุกฝ่ายพูดซ้ำหลายรอบแล้วและยังคงรักษาจุดยืนเดิม ต่างฝ่ายต่างรู้ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร จะตอบอย่างไรอยู่แล้ว

วาทะเพื่อการเมืองภายใน :
            มีความเป็นไปได้ว่า นายกฯ เนทันยาฮูใช้เวทีที่สหรัฐหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปในวันอังคารที่ 17 มีนาคมนี้ ชี้ว่านโยบายของตนนั้นถูกต้องเหมาะสม (ขนาดพรรครีพับลิกันที่น่าจะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไปยังสนับสนุน) สื่อหลักของสหรัฐกับอิสราเอลต่างประโคมข่าวของท่าน (โดยไม่ต้องลงทุนซื้อโฆษณา) ยิ่งมีความขัดแย้งกับรัฐบาลโอบามา เกิดวิวาทะระหว่างกัน ทำให้สื่อนำเสนอข่าวต่อเนื่องหลายวัน
            คงต้องขอบคุณทั้งพรรครีพับลิกันกับรัฐบาลโอบามาที่ต่างได้แสดง “บทบาท” ของตน

            พรรคร่วมรัฐบาลอิสราเอลหลายคนออกมาชื่นชนสุนทรพจน์ของนายกฯ เนทันยาฮู แต่ในมุมของ Isaac Herzog แกนนำฝ่ายค้านเห็นว่าสุนทรพจน์ดังกล่าวไม่ช่วยยับยั้งอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งยังชี้ว่านโยบายของเนทันยาฮูมีแต่ทำให้อิสราเอลถูกโดดเดี่ยว “รังแต่ทำให้ความสัมพันธ์กับมหามิตรและพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ร้าวหนักกว่าเดิม”

            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนมีนาคมดูเหมือนว่าผู้มีบทบาทต่อโครงการนิวเคลียร์อิหร่านมากที่สุดคือรัฐบาลอเมริกันกับอิสราเอล ข้อเท็จจริงคือ ข้อตกลงต้องผ่านความเห็นชอบ การลงนามของคู่เจรจาทั้งหมด ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐ รัสเซีย จีนและเยอรมนี หรือที่เรียกว่า P5+1 ในการนี้ไม่ต้องการชื่อของอิสราเอล ทั้งยังมีคำถามว่ารัฐบาลเนทันยาฮูมีอิทธิพลชักจูงประเทศคู่เจรจาได้กี่ประเทศ
-----------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง : 
สมาชิกรัฐสภาฝ่ายที่ต้องการให้อิหร่านละทิ้งโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ใช้การคว่ำบาตรอย่างรุนแรงเพื่อกดดันให้รัฐบาลอิหร่านยอมรับเงื่อนไข การเจรจาในช่วงนี้เป็นจุดสำคัญ เพราะหากเลยเส้นตาย 1 กรกฎาคม 2015 สหรัฐจะเข้าสู่ช่วงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี โครงการนิวเคลียร์อิหร่านจะกลายเป็นหนึ่งในประเด็นหาเสียงอย่างสมบูรณ์ สถานการณ์จะซับซ้อนยิ่งกว่าที่เป็นอยู่

ในมุมมองของอิสราเอล การขจัดภัยคุกคามนิวเคลียร์อิหร่านจะต้องควบคุมโครงการอิหร่านอย่างสมบูรณ์ ไม่ปล่อยให้มีโอกาสผลิตอาวุธได้แม้แต่น้อย เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวรัฐบาลอิสราเอลพร้อมที่จะละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ละเมิดสิทธิอันพึงมีของอิหร่าน อาศัยแรงกดดันทางการเมืองระหว่างประเทศ อิทธิพลของสหรัฐ กดดันให้อิหร่านยอมกระทำตามความต้องการของตน

รัฐบาลอิสราเอลพูดอยู่เสมอว่าอิหร่านใกล้จะประสบความสำเร็จในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เป้าหมายคือทำลายล้างอิสราเอล แม้อิหร่านกับชาติมหาอำนาจ 6 ประเทศที่เรียกว่ากลุ่ม P-5+1 ได้ข้อตกลงฉบับชั่วคราวและเมื่อต้นเดือนเมษาที่ผ่านมาได้ร่างข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ นายกฯ เนทันยาฮูยังเชื่อเช่นเดิม สวนทางความจริงที่ว่า ทุกวันนี้โครงการฯ ของอิหร่านหดตัว อยู่ภายใต้การตรวจตราของ IAEA ซึ่งได้พิสูจน์ชัดแล้วว่าโครงการฯ ในขณะนี้มีเพื่อใช้ในทางสันติเท่านั้น ความเข้าใจของนายกฯ เนทันยาฮูจึงกลายเป็นภาพหลอนที่คอยหลอกลอนให้หลายคนเชื่อเช่นนั้น

สนใจอีบุ๊ค คลิกที่รูป

บรรณานุกรม:
1. Baker, Peter. (2015, March 6). G.O.P. Senators Write to Iran on Nuclear Pact. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2015/03/10/world/asia/white-house-faults-gop-senators-letter-to-irans-leaders.html
2. Deal reached on Iranian nuclear program. (2013, November 23). Fox News/AP. Retrieved from http://www.foxnews.com/world/2013/11/23/deal-reached-on-iranian-nuclear-program/
3. Doyle McManus. (2015, March 3). Herzog: Netanyahu's speech to Congress has politics written all over it. Los Angeles Times. Retrieved from http://www.latimes.com/opinion/op-ed/la-oe-mcmanus-netanyahu-speech-iran-politics-20150304-column.html
4. Lis, Jonathan. (2015, March 4). Herzog: Even after Netanyahu's speech, Israel is still isolated. Harretz. Retrieved from http://www.haaretz.com/news/diplomacy-defense/.premium-1.645231
5. Morello, Carol., & DeYoung, Karen. (2014, November 24). Iran nuclear talks extended for 7 months amid impasse ahead of deadline. The Washington Post. Retrieved from http://www.washingtonpost.com/world/at-deadline-iran-nuclear-talks-shift-to-efforts-at-keeping-negotiations-alive/2014/11/24/96e05284-73d0-11e4-a5b2-e1217af6b33d_story.html
6. Netanyahu: Deal with Iran a ‘historic mistake,’ Israel not bound by it. (2013, November 24). JTA. http://www.jta.org/2013/11/24/news-opinion/israel-middle-east/deal-with-iran-a-historic-mistake-netanyahu-says
7. The White House. (2013, September 24). Remarks by President Obama in Address to the United Nations General Assembly. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2013/09/24/remarks-president-obama-address-united-nations-general-assembly 24 September 2013
8. The White House. (2015, March 2). Remarks As Prepared for Delivery at AIPAC Annual Meeting by National Security Advisor Susan E. Rice. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2015/03/02/remarks-prepared-delivery-aipac-annual-meeting-national-security-advisor
9. The White House. (2015, March 3). Remarks by the President Before Meeting with Secretary of Defense Carter. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2015/03/03/remarks-president-meeting-secretary-defense-carter
10. Zarif to U.S. senators: You are ignorant of international law. (2015, March 9). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/component/content/article/94-headline/122464-zarif-to-us-senators-you-are-ignorant-of-international-law
---------------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…