ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

มองอีกมุม IS ก่อการร้ายกรุงปารีส

22 พฤศจิกายน 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 20 ฉบับที่ 6955 วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2558)

            IS/ISIL/ISIS กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เมื่อผู้ก่อการร้ายจำนวนหนึ่งก่อเหตุพร้อมกันหลายจุดในกรุงปารีส หนึ่งในนั้นคือนอกสนามกีฬาแห่งชาติ (Stade de France) ทีมฟุตบอลฝรั่งเศสกำลังแตะนัดกระชับมิตรกับทีมเยอรมนี ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ (Francois Hollande) แห่งฝรั่งเศสกำลังนั่งชมอยู่ในสนามด้วย
            ข้อมูลหลายชิ้นที่ปรากฏบ่งชี้ว่าผู้ก่อการสังกัด IS แถลงว่า “พี่น้อง 8 คนคาดด้วยระเบิดและถือปืนไรเฟิล” ทำสงครามครูเสดโจมตีฝรั่งเศส โทษฐานที่ “โจมตีมุสลิมในกาหลิบ (หมายถึง IS) ด้วยเครื่องบิน”
            แนวทางที่ใช้ยังคงเป็นการสร้างความสะเทือนขวัญให้มากที่สุด ผู้อยู่ในเหตุการณ์คอนเสิร์ตคนหนึ่งเล่าว่า “มีเลือดเต็มไปหมด มีศพอยู่ทุกที่ ได้ยินเสียงกรีดร้อง ทุกคนพยายามหนี”
            ผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาในสภาพพร้อมที่จะ “จบ” ชีวิตตัวเอง คงไม่มีใครตั้งเป้าว่าจะมีชีวิตอีก หลายคนจบชีวิตด้วยการจุดระเบิดตัวเองหลังก่อเหตุยิงกราด กลายเป็นระเบิดพลีชีพ พฤติกรรมทำนองนี้กำลังประกาศว่าพวกเขา “ตั้งใจ” มาตาย พวกเขา “ไม่กลัวตาย” ปฏิบัติการครั้งนี้คือการ “จบ” ชีวิตตัวเอง
            และเป็นการประกาศทิ้งท้ายให้รู้ว่าเหตุร้ายทำนองนี้จะเกิดขึ้นอีก ปารีส ฝรั่งเศส จะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป เป็นการเตือนประเทศอื่นๆ ไปในตัวด้วย
หากมองว่าเหตุการณ์นี้คือสงคราม จะหมายถึงสงครามที่อาจไม่มีวันยุติ การปะทะ การระเบิด เหตุร้ายต่างๆ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ในโมงยามที่ไม่มีใครรู้ ในหลายวิธีหลายรูปแบบ ไม่ยึดติดวิธีการ

ฝรั่งเศสประกาศทำสงคราม? :
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประธานาธิบดีออลลองด์ประกาศว่า IS คือผู้ลงมือ “ทำสงคราม” กับฝรั่งเศส รัฐบาล “จะทำทุกอย่างทุกที่ทั้งในและนอกประเทศ” เพื่อเอาชนะ IS
            รัฐบาลฝรั่งเศสจึงประกาศทำสงครามกับ IS หลังเหตุโจมตีกรุงปารีส คำถามคือฝรั่งเศสเพิ่งประกาศทำสงครามหรือ แล้วที่ผ่านมาปฏิบัติการทางทหาร โจมตีทิ้งระเบิด IS ในซีเรียและอิรักหมายความว่าอย่างไร
            ความเข้าใจที่ถูกต้องคือรัฐบาลฝรั่งเศสกับรัฐบาลตะวันตกหลายประเทศ ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง “ประกาศทำสงคราม” กับ IS และลงมือทิ้งระเบิดตั้งแต่ปีที่แล้ว (2014) เมื่อรัฐบาลโอบามาประกาศทำสงครามกับรัฐอิสลาม (IS) ประธานาธิบดีโอบามากล่าวในขณะนั้นว่า IS เป็นภัยคุกคามต่อประชาชนอิรักกับซีเรีย และต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง “หากปล่อยทิ้งไว้ ภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้ายเหล่านี้จะเติบใหญ่ขึ้นเหนือกว่าระดับภูมิภาค และจะคุกคามแม้กระทั่งสหรัฐอเมริกา”
            ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้าร่วมยุทธการ ส่งเครื่องบินรบเข้าประจำการในตะวันออกกลางและออกปฏิบัติการโจมตีร่วมกับสหรัฐและอีกหลายประเทศ
            เมื่ออยู่ในสงครามย่อมหมายถึง ทุกฝ่ายยอมรับว่าในระหว่างนี้มีความเสี่ยงที่จะถูก “โต้กลับ”  ต่างฝ่ายต่างมีผู้บาดเจ็บล้มตาย
            พลเมืองฝรั่งเศสและประเทศทั้งหลายที่กำลังทำสงครามกับ IS จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะตกเป็นเป้าหมาย ชาวฝรั่งเศสน่าจะรู้ตัวและตระหนักอยู่แล้วว่ามีโอกาสที่จะเกิดเหตุก่อการร้าย
            เมื่อ IS สูญเสียชีวิตนับพันนับหมื่น คราวนี้เป็นฝ่ายฝรั่งเศสบ้าง การโจมตีกรุงปารีสเป็นเพียง 1 การตอบโต้เท่านั้น
            ถ้าจะอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายไม่ซับซ้อน จะได้คำตอบเช่นนี้

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าจากถ้อยคำต่างๆ ของรัฐบาลฝรั่งเศสกลายเป็นว่ารัฐบาลเห็นว่าการโจมตีกรุงปารีสเป็นพฤติกรรมของการทำสงคราม ด้วยเหตุนี้จึงขอประกาศทำสงครามกับ IS
            น่าประหลาดใจที่รัฐบาลฝรั่งเศสไม่พูดกับพลเมืองของตนว่าที่ถูกโจมตีเพราะอยู่ในภาวะสงคราม กำลังทำสงครามกับ IS อยู่แล้ว
ควรมองการโจมตีกรุงปารีสว่าคือการโต้กลับด้วยซ้ำ

ส่งทหารเข้ารบกับต้นตอปัญหา :
            เหตุก่อการร้ายในกรุงปารีสทำให้หลายคนตั้งคำถามว่านโยบายของรัฐบาลสหรัฐกับพันธมิตรจะเปลี่ยนแปลงจากเดิมหรือไม่ จะต้องเร่งปราบปราม IS ให้หนักหน่วงกว่าเดิมหรือไม่
            ก่อนหน้านี้รัฐบาลโอบามาเพิ่งจะเพิ่มความเข้มข้น เพิ่มการโจมตีทางอากาศ ส่งหน่วยรบพิเศษลงพื้นที่
            คำถามที่หลายคนสงสัยคือจะส่งทหารเข้ารบทางภาคพื้นดินหรือไม่

ในเชิงความคิดเห็น บางคนเห็นว่าเหตุกรุงปารีสเป็นหลักว่านโยบายรัฐบาลโอบามาล้มเหลวโดยสิ้นเชิง สหรัฐกับพันธมิตรต้องตัดสินใจใช้วิธีการที่เด็ดขาดกว่านี้
ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยบางคนเชื่อว่ารัฐบาลโอบามาคงไม่คิดส่งทหารนับหมื่นเข้าพื้นที่ซีเรียปะทะกับผู้ก่อการร้าย บ้างเห็นว่าปฏิบัติการรบภาคพื้นดินไม่ช่วยลดการก่อการร้าย

            ในมุมมองเชิงตรรกะเชิงยุทธการนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง อีกมุมหนึ่งที่ต้องระลึกเสมอคือการมองต้นตอของปัญหา การปรากฏตัวการดำรงอยู่ได้ของ IS เกิดจากความขัดแย้งภายในซีเรียที่ลุกลามกลายเป็นสงครามกลางเมือง กลายเป็นสงครามที่มี “มือที่ 3” เข้ามาเกี่ยวข้อง ตราบใดที่คนชาติเดียวกันยังตกลงกันไม่ได้ ย่อมยากจะจัดการกองกำลังติดอาวุธสารพัดกลุ่มที่เข้ามาในซีเรีย
            ที่ผ่านมามีการเจรจาแก้ไขปัญหาหลายรอบแต่ไม่สำเร็จ ผลการเจรจาแก้ปัญหาสงครามกลางเมืองครั้งล่าสุดเมื่อไม่นานนี้ยังติดขัดเรื่องอนาคตของประธานาธิบดีอัสซาด ยังเป็นการติดขัดเรื่องเดิม เรื่องที่ไม่ได้ข้อสรุปไม่ว่าจะคุยมาแล้วกี่รอบ

ล่าสุด ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียสายกลาง National Coalition of Syrian/Syrian National Coalition (SNC) ยังยึดมั่นจุดยืนเดิมว่าอนาคตซีเรียต้องไม่มีรัฐบาลของอัสซาดอีกต่อไป Samir Nashar สมาชิกคนหนึ่งของ SNC แสดงท่าทีว่าพวกเขาไม่ขอปรองดองกับระบอบอัสซาด หากในอนาคตยังมีรัฐบาลอัสซาดหรือยังเกี่ยวข้องกัน “มันดูเหมือนว่าฝ่ายต่อต้านปรองดองกับระบอบ (อัสซาด)” นาย Nashar ยังเห็นว่าเหตุก่อการร้ายกรุงปารีสไม่ช่วยให้ฝ่ายตะวันตกกับรัสเซียมีข้อสรุปร่วมต่อการแก้ปัญหาซีเรีย สุดท้ายจะเป็นเพียงเหตุการณ์ที่สะเทือนอารมณ์และจางหายไป
            ดังที่เคยนำเสนอแล้วว่า SNC เป็นกลุ่มที่ชาติตะวันตกกับพันธมิตรอาหรับสนับสนุน กำหนดให้เป็นกลุ่มเข้าบริหารประเทศซีเรียในอนาคต ท่าทีของ SNC มักบ่งบอกทิศทางบางอย่างเสมอ และท่าทีล่าสุดยังคงเป็นเช่นเดิม นั่นคือ ฝ่ายต่อต้านสายกลางที่สหรัฐกับพันธมิตรสนับสนุนไม่ต้องการปรองดอง ซีเรียในอนาคตต้องไม่มีอัสซาด

            ท่าทีนี้เป็นท่าทีเดียวกับรัฐบาลโอบามาและพันธมิตร จอห์น เคอรรี รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศกล่าวว่าประธานาธิบดีอัสซาด “เป็นต้นเหตุทำให้เกิด Daesh (IS) ดังนั้น ตราบใดที่อัสซาดยังอยู่จะไม่สามารถแก้ปัญหาอย่างสมบูรณ์” ด้วยมุมมองแบบนี้กลายเป็นว่ารัฐบาลอัสซาดนั่นแหละเป็นต้นเหตุของการเกิด IS ถ้าจะโทษก็ต้องโทษรัฐบาลอัสซาด นี่คือตรรกะของรัฐบาลชาติตะวันตกกับพันธมิตรอาหรับ

ไม่ใช่สงครามด้วยอาวุธระหว่างตะวันตกกับอิสลาม :
IS ประกาศให้สมาชิกสังหารพลเรือนตะวันตกด้วยทุกวิถีทาง เป็นการต่อต้าน “พวกนักรบครูเสด” (crusaders) “ถ้าคุณสามารถสังหารพวกนอกรีตชาวอเมริกันหรือยุโรป จะสังหารด้วยวิธีการใดๆ ก็ได้ โดยเฉพาะคนฝรั่งเศสกับออสเตรเลีย หรือพวกนอกรีตอื่นๆ รวมทั้งพลเมืองของประเทศเหล่านี้ที่เข้าร่วมทำสงครามต่อต้านรัฐอิสลาม” “จงสังหารพวกนอกรีตไม่ว่าเขาเป็นพลเรือนหรือทหาร เนื่องจากพวกเขาอยู่ภายใต้กฎเดียวกัน ต่างเป็นคนนอกรีต”
การโจมตีปารีสครั้งนี้ก็เช่นกัน IS อ้างว่าเป็นการทำสงครามครูเสดกับฝรั่งเศส

สงครามครูเสดครั้งแรกเกิดขึ้นในปีค.ศ.1095-1097 (บางตำราระบุว่าคือ 1097–1101) สงครามเกิดขึ้นหลายรอบ ส่วนใหญ่ถือว่าสงครามครูเสดครั้งสุดท้ายมาจากกษัตริย์ Louis IX แห่งฝรั่งเศส เหตุการณ์สิ้นสุดกลางทศวรรษ 13 จึงเป็นสงครามที่จบสิ้นนานแล้ว ปัจจุบันไม่มีสงครามเช่นนี้อีก ผู้ที่ยังยึดมั่นในแนวคิดนี้จำกัดอยู่ในคนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น เช่น อัลกออิดะห์ IS
            และต้องย้ำว่ากลุ่มมุสลิมกระแสหลักปฏิเสธ ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของกลุ่มสุดโต่งเหล่านี้ ผู้นำมุสลิม องค์กรมุสลิมหลายแห่งประกาศว่า IS ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอิสลามแม้แต่น้อย และเป็นศัตรูหมายเลข 1 ของอิสลาม
ปัจจุบัน รัฐบาลประชาธิปไตยให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา และไม่เฉพาะคริสต์หรืออิสลาม ยังรวมถึงศาสนาความเชื่ออื่นๆ มากมาย

ความเข้าใจที่สำคัญอีกข้อคือ นโยบายของรัฐบาลไม่จำต้องสอดคล้องกับความเห็นของประชาชนเสมอไป และไม่ใช่พลเมืองทุกคนที่เห็นด้วยกับนโยบายรัฐบาล เห็นได้ชัดว่าชาวอเมริกันจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลโอบามา มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบไม่ขาดสาย
ดังนั้น ต้องไม่ตีความว่ารัฐบาลโอบามาคือประเทศสหรัฐหรือคนอเมริกันทั้งหมด แต่ต้อง “แยกแยะ” ไม่ต่างจากที่ต้องแยกแยะว่าเป็นมุสลิมทั่วไป หรือพวก IS

หลักศาสนาอิสลามไม่เข้ากับอารยธรรมตะวันตกในบางประเด็น เช่น เรื่องสิทธิเสรีภาพตามแนวทางตะวันตก หลักประชาธิปไตย แต่ไม่ได้หมายความว่า 2 ฝ่ายขัดแย้งถึงขั้นต้องทำสงครามด้วยอาวุธ เข่นฆ่าอีกฝ่าย
            ความเป็นไปของโลกทุกวันนี้บ่งชี้ว่ามุสลิมอาศัยในชาติตะวันตกและประเทศอื่นๆ อย่างสงบสุขตามสมควร แม้กระทั่งสหรัฐหรือฝรั่งเศสที่มีมุสลิมจำนวนมาก
            ผู้อ้างว่าเป็นสงครามระหว่างอารยธรรมตะวันตกกับอิสลามนั้น จึงเป็นผู้บิดเบือนข้อเท็จจริง พยายามยั่วยุให้เกิดความรุนแรง เป็นพวกหาผลประโยชน์จากความชิงชัง การเข่นฆ่าผู้คน
--------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง 
Free Syrian Army (FSA) เป็นชื่อรวมๆ ของกองกำลังต่อต้านรัฐบาลอัสซาดหลายสิบกลุ่มที่สหรัฐกับพันธมิตรตั้งขึ้น สมาชิกประกอบด้วยชาวต่างชาติกับพลเมืองซีเรีย บางกลุ่มเป็นพวกสุดโต่ง การจัดแบ่งกลุ่มแบบ “เหมารวม” ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและสับสนว่าใครเป็นฝ่าย FSA รัฐบาลสหรัฐกับพันธมิตรกำลังสนับสนุนใคร พวกที่อ้างว่าเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาลนั้นเป็นพลเมืองซีเรียแท้หรือไม่ คนที่เป็นพลเมืองซีเรียแท้มีปากเสียงมากเพียงใด

บรรณานุกรม:
1. Abu-Nasr, Donna., & Syeed, Nafeesa. (2015, November 16). Key Issues Remain After Syria Deal Reached in Vienna. Bloomberg. Retrieved from http://www.bloomberg.com/news/articles/2015-11-15/syria-deal-risks-failure-as-fate-of-assad-other-issues-ignored
2. Davis, Julie Hirschfeld. (2015, November 17). Cease-Fire and Political Transition in Syria Crucial to Defeating ISIS, Kerry Says. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2015/11/18/world/europe/john-kerry-france-isis.html?_r=0
3. Islamic State group claims deadly Paris attacks. (2015, November 14). France24. Retrieved from http://www.france24.com/en/20151114-paris-attacks-islamic-state-group-claim-terrorism-jihadists-syria
4. Jotischky, Andrew. (2013). Crusading and the Crusader States. New York: Routledge.
5. Schultz, Warren C. (2004). Crusade. In Encyclopedia of Islam & the Muslim World. (pp.163-167). USA: Macmillan Reference.
6. Paris attacks: ‘There was blood everywhere’. (2015, November 14). France24. Retrieved from http://www.france24.com/en/20151114-paris-attacks-shootings-there-was-blood-everywhere-bataclan
7. The White House. (2014, September 10). Statement by the President on ISIL. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/09/10/statement-president-isil-1
8. Wroe, David. (2014, September 22). Islamic State followers urged to attack Australians by any means possible. The Sydney Morning Herald. Retrieved from http://www.smh.com.au/federal-politics/political-news/islamic-state-followers-urged-to-attack-australians-by-any-means-possible-20140922-10kg74.html
-------------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…