Asia
To the global public, Guam is a familiar name frequently making international news as the "Tip of the Spear"—a formidable American military stronghold anchored in the middle of the Pacific Ocean. Yet beyond the geopolitical headlines, Guam is a thriving territory, a regional economic engine, a multicultural melting pot, and a world-class travel destination that seamlessly blends pristine tropical nature with modern convenience.
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2025
แค่สัมพันธ์กับจีนดีขึ้น ชายแดนลดความตึงเครียด รัฐบาลปูตินหวังร่วมมือมากขึ้น เพิ่มอำนาจต่อรองอียู แค่นี้น่าจะคุ้มค่าแล้ว เหนือกว่าภาษี 50% ของทรัมป์
Seoul’s gamble to burn the reunification playbook—met by Pyongyang locking in Moscow as an active combat ally—exposes an uncomfortable truth: the stakes here dwarf Ukraine. We aren't just witnessing a regional standoff; we are living through the birth of a "Tactically Nuke-Armed Cold War."
ถ้าย้อนหลังตั้งแต่สมัยโอบามาจนล่าสุดจะเห็นว่ารัฐบาลเกาหลีใต้กับสหรัฐร่วมกันยกระดับความเข้มข้นสู่สงครามนิวเคลียร์ ตอนนี้นอกจากไต้หวันแล้วควรคิดถึงเกาหลีด้วย
นโยบายต่างประเทศจีน2024จากมุมมองสหรัฐเป้าหมายนโยบายต่างประเทศคือการฟื้นฟูชาติจีนครั้งยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะใช้มุมมองจีนหรือสหรัฐ ทั้งคู่มองว่าต่างเป็นคู่แข่งเชิงยุทธศาสตร์และน่าจะเป็นปรปักษ์ในที่สุด
กำหนดเป้าหมายว่า ‘มีกองทัพเข้มแข็งระดับโลก เป็นผู้นำทบทวนระเบียบโลก’ ในการนี้จีนต้องเผชิญหน้าสหรัฐผู้นำระเบียบโลกปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2024
Is the Belt and Road Initiative (BRI) a paradigm of collaborative development for mutual economic benefit, or is it the cornerstone of Beijing's strategy for global hegemony? This question remains at the epicenter of fierce geopolitical debate. Yet, as the international community watches closely, one truth remains: history, not rhetoric, will deliver the final verdict.
When Vladimir Putin and Kim Jong-un signed the Comprehensive Strategic Partnership in 2024, it was far more than a diplomatic photo opportunity; it was a calculated disruption of the US-led liberal international order. By 2026, this marriage of wartime convenience has metastasized into a deeply institutionalized alliance. Spanning military, economic, and technological domains, the partnership now serves as the bedrock of a concerted geopolitical strategy to counterbalance Western hegemony and construct a multipolar reality.
The formal declaration of Taiwanese independence is projected not as an abrupt event, but rather as an incremental, phased strategy. Consequently, certain Western geopolitical analysts posit that the People’s Liberation Army (PLA) may initiate a military invasion within the tenure of the current Lai Ching-te administration
ผู้นำไต้หวันหวังว่าจีนจะยอมรับการมีอยู่ของประเทศไต้หวัน เคารพการตัดสินใจของคนไต้หวัน อยู่ร่วมกันอย่างสันติ แต่เรื่องนี้จะสู่สงครามแทนสันติหรือไม่
ด้วยความคิดว่าภายในปี 2030 เกาหลีเหนือน่าจะสะสมนิวเคลียร์ถึง 300 หัวรบ เกาหลีใต้จึงควรมีนิวเคลียร์ร้อยลูกเพื่อรับมือภัยดังกล่าว
ในมุมเกาหลีเหนือการรวมชาติจะเริ่มขึ้นจริงเมื่อประเทศอยู่ในบรรยากาศปลอดภัย ไม่มีใครคิดล้มล้างอำนาจผู้ปกครอง
จุดยืนของจีนชัดเจนไม่เปลี่ยนแปลง ไต้หวันประกาศเอกราชคือขอแบ่งแยกดินแดน จีนจะส่งกองทัพบุกโค่นล้มรัฐบาลไต้หวัน ยึดดินแดนกลับคืน ไม่ปล่อยให้ไต้หวันเป็นเช่นปัจจุบันอีก
นักวิชาการฝ่ายตะวันตกหลายคนคาดไต้หวันกับจีนจะทำสงครามภายในไม่กี่ปีข้างหน้า เมื่อคำนวณเวลาแล้วคือในช่วงรัฐบาลไต้หวันชุดใหม่นี้เอง
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2023
ที่ควรวิเคราะห์คือเหตุผลเบื้องหลังของเหตุการณ์ ในอนาคตซากเรือ BRP Sierra Madre จะทำหน้าที่อีกครั้ง เป็นนิยายเรื่องเก่าที่ผู้กำกับคนใหม่นำมาแสดงอีกรอบ
These moves mark a definitive departure from Japan’s post-war "Exclusively Defense-Oriented Policy." While still operating within the philosophical boundaries of its Article 9 pacifist constitution, Japan is reinterpreting its security mandate to meet the brutal realities of the 21st century.
On one side, it is rapidly modernizing with high-end offensive capabilities and deepening interoperability with the US, Japan, and the UK to deter coercion. On the other, it is stepping up as a sophisticated diplomatic player within ASEAN and the Pacific—fostering a resilient, multipolar ecosystem where it never has to compromise its national interests for the sake of picking sides.
ในสมัยทรัมป์โหมกระแสต่อต้านจีน ลามถึงคนเชื้อสายจีนในอเมริกา มาถึงสมัยไบเดนมองจีนเป็นปรปักษ์มากขึ้นอีก สอดคล้องข่าวโจมตีจีนจากรัฐบาลและสื่อกระแสหลัก
ความบาดหมางฝังลึกที่เกาหลีใต้มีต่อญี่ปุ่น ความไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทำให้การปรับความสัมพันธ์ยุ่งยาก น่าสงสัย อาจมีผลช่วงสั้นๆ ตามอายุรัฐบาล
ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่การกีดกันเทคโนโลยีชิ้นส่วนไฮเทคสู่จีนเป็นส่วนหนึ่งของการจัดระเบียบโลกในตอนนี้ เป็นส่วนหนึ่งของสงครามเย็นใหม่ที่การแบ่งขั้วชัดเจนยิ่งขึ้นทุกที
Xi Jinping Declares Taiwan the "First Red Line": The Single Pawn That Could Reshape the Global Order
The U.S. military may still hold the high ground... but is Washington genuinely prepared to absorb catastrophic losses over Taiwan? If these two superpowers collide, the flashpoint in the Taiwan Strait won't just be a localized conflict over sovereignty—it will be the systemic shockwave that shatters and rewrites the global balance of power.
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2022
การมีอาวุธนิวเคลียร์ยังเป็นเครื่องมือป้องปรามสงครามใหญ่ได้ดี ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศที่คิดเช่นนี้ นี่ยังไม่รวมแนวคิดญี่ปุ่นอยากกลับมาเป็นชาติมหาอำนาจอีกครั้ง
สมดุลอินโด-แปซิฟิกจะเปลี่ยนไปถ้าเกาหลีใต้มีอาวุธนิวเคลียร์ และหากคิดจะใช้นิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ต้องถามว่าหากวันหนึ่งสหรัฐห้ามติดต่อค้าขายกับจีน เกาหลีใต้พร้อมทำตามหรือไม่
The U.S. Indo-Pacific strategy is no longer just a defensive shield—it has morphed into a high-tech deterrence network designed to wall off Beijing’s expanding reach. What was once dismissed as a petty squabble over uninhabited rocks and reefs has escalated into a direct, high-stakes superpower showdown driven by "Gray Zone Warfare." Welcome to the geopolitical arena that will shape the 21st-century global order.
การ “ปั่น” คนไต้หวันให้เป็นศัตรูกับจีนนั้นมีจริง เป็นภัยคุกคามที่บั่นทอนความสงบสุขการอยู่ดีกินดีในยามนี้และในอนาคต สุดท้ายจึงอยู่ที่คนไต้หวันจะรู้ทันนักการเมืองหรือไม่
After nearly eight decades of constitutional self-restraint, Japan is shedding its identity as a passive "security consumer" and stepping into the role of a proactive "security architect" alongside a web of multilateral partners. This isn't simply a spending surge—it's the most profound paradigm shift in Japanese grand strategy since the Yoshida era.
รัฐบาลไบเดนพูดถึงประโยชน์ของ IPEF แต่มีข้อสงสัยว่าชาติสมาชิกคู่เจรจาจะได้ประโยชน์ทางการค้าเศรษฐกิจแค่ไหน มีวาระซ่อนเร้นหรือไม่
ฝ่ายสหรัฐคิดเสมอว่าทำอย่างไรจึงจะได้ประโยชน์จากการค้าระหว่างประเทศสูงสุด รวมทั้งการต่อต้านจีน IPEF เป็นความพยายามรอบใหม่ ประกาศชัดขอสร้างกรอบเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิกที่ตนเป็นผู้นำ
"The United States does not seek conflict or a 'New Cold War.' We are prepared to engage constructively with China wherever possible—without abandoning our principles, human rights, or the rules-based international order."
แผนติดตั้งขีปนาวุธพิสัยกลางในอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐ
สหรัฐฯ หวังติดตั้งขีปนาวุธพิสัยกลางในออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้และไทย เป้าหมายหลักคือต่อต้านจีน อเมริกาครองความเป็นเจ้าในอินโด-แปซิฟิก
สหรัฐฯ หวังติดตั้งขีปนาวุธพิสัยกลางในออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้และไทย เป้าหมายหลักคือต่อต้านจีน อเมริกาครองความเป็นเจ้าในอินโด-แปซิฟิก
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2021
True democracy must be more than a label; it must be the lived reality of a people—rooted in everything from the community level to the highest echelons of the state. A governance model is a functional failure if it waves the banner of democracy yet presides over legislative paralysis, a stagnant nation, and a declining standard of living.
ยุทธศาสตร์จีนในมุมมองของสหรัฐ 2021
เป้าหมายของจีนคือพัฒนากองทัพที่ทัดเทียมหรือเหนือกว่าสหรัฐ สอดรับกับการพัฒนาประเทศ ฟื้นฟูชาติจีนให้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง ตั้งเป้าสำเร็จภายในปี 2049
เป้าหมาย 100 ปีข้างหน้าพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ในเวลา 100 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีนบรรลุเป้าหมายสร้างสังคมที่ทุกคนมีกินมีใช้ไม่ขัดสน เป้าหมายถัดไปคือประเทศสังคมนิยมอันยิ่งใหญ่ทันสมัยทุกด้าน
เป้าหมายของจีนคือพัฒนากองทัพที่ทัดเทียมหรือเหนือกว่าสหรัฐ สอดรับกับการพัฒนาประเทศ ฟื้นฟูชาติจีนให้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง ตั้งเป้าสำเร็จภายในปี 2049
“China's Epic Journey from Poverty to Prosperity,” this trajectory was neither a historical accident nor a mere byproduct of vast resources. Rather, it is the output of a systematic, multi-dimensional blueprint that the rest of the world is now studying closely.
Globalization is not dead; it is simply mutating. We are transitioning from an era of hyper-centralization to one of strategic "de-risking." Building exclusionary economic fortresses will only fracture an already fragile global system.
ในเวลา 100 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีนบรรลุเป้าหมายสร้างสังคมที่ทุกคนมีกินมีใช้ไม่ขัดสน เป้าหมายถัดไปคือประเทศสังคมนิยมอันยิ่งใหญ่ทันสมัยทุกด้าน
สงครามร้อนระหว่างจีนกับสหรัฐหลีกเลี่ยงได้หรือไม่
ความขัดแย้งเป็นเรื่องปกติในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สำคัญที่ควบคุมได้หรือไม่ ทั้งนี้ชนชั้นนำผู้ปกครองประเทศมีส่วนสำคัญยิ่ง แม้กระทั่งในประเทศประชาธิปไตยก็ตาม
ความขัดแย้งเป็นเรื่องปกติในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สำคัญที่ควบคุมได้หรือไม่ ทั้งนี้ชนชั้นนำผู้ปกครองประเทศมีส่วนสำคัญยิ่ง แม้กระทั่งในประเทศประชาธิปไตยก็ตาม
ความมั่นคงไต้หวัน กลเกมของมหาอำนาจ
การชี้ว่าจีนจะบุกไต้หวันและสหรัฐอาจเป็นฝ่ายปราชัย เป็นคำถามที่น่าคิดว่าทำไมผู้นำกองทัพสหรัฐพูดเช่นนั้น กำลังปลุกเร้าสถานการณ์ให้ตึงเครียดใช่หรือไม่ กำลังพาไต้หวันเข้าสู่สงครามหรือเปล่า
รู้จัก Quad และประชุมสุดยอด 4 ฝ่ายในสมัยไบเดน
Quad คือกลไกหนึ่งของยุทธศาสตร์ครองความเป็นเจ้าของสหรัฐฯ สกัดกั้นอิทธิพลจีนที่กำลังก้าวขึ้นมา และอาจเป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลไบเดน
วิพากษ์ความฝันของจีน (Chinese Dream)
ความฝันหรือความใฝ่ฝันมักสู่เป้าหมายที่สวยงามดีงาม เป็นเรื่องดีที่ควรมี แต่ในขณะเดียวกันจำต้องมองโลกตามสภาพที่เป็นจริง เรียนรู้ที่จะอยู่ในโลกที่เป็นอยู่เพราะคือความฝันที่เป็นจริงอยู่ในขณะนี้
การชี้ว่าจีนจะบุกไต้หวันและสหรัฐอาจเป็นฝ่ายปราชัย เป็นคำถามที่น่าคิดว่าทำไมผู้นำกองทัพสหรัฐพูดเช่นนั้น กำลังปลุกเร้าสถานการณ์ให้ตึงเครียดใช่หรือไม่ กำลังพาไต้หวันเข้าสู่สงครามหรือเปล่า
Under Xi Jinping, China has morphed into a unique hybrid political entity—a high-tech leviathan blending state capitalism, digital surveillance, and hyper-nationalism. Evaluating whether Beijing can deliver on its promised "Great Rejuvenation" requires decoding a delicate interplay of internal friction and global pushback that traditional historical frameworks simply cannot explain.
แถลงการณ์การประชุมสุดยอด Quad ครั้งแรกไม่มีนโยบายที่ชัดเจน จุดสำคัญคือทั้ง 4 ประเทศจะทำงานร่วมภายใต้กลุ่มนี้มากขึ้น และจะจัดประชุมสุดยอดแบบพบตัวต่อตัวอีกครั้งในปลายปีนี้
Quad คือกลไกหนึ่งของยุทธศาสตร์ครองความเป็นเจ้าของสหรัฐฯ สกัดกั้นอิทธิพลจีนที่กำลังก้าวขึ้นมา และอาจเป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลไบเดน
ความฝันหรือความใฝ่ฝันมักสู่เป้าหมายที่สวยงามดีงาม เป็นเรื่องดีที่ควรมี แต่ในขณะเดียวกันจำต้องมองโลกตามสภาพที่เป็นจริง เรียนรู้ที่จะอยู่ในโลกที่เป็นอยู่เพราะคือความฝันที่เป็นจริงอยู่ในขณะนี้
สถานการณ์โลกและการทูตจีน 2021
เมื่อเทียบจีน 50 ปีก่อนกับปัจจุบัน ระบบเศรษฐกิจสังคมจีนมีความเป็นทุนนิยมที่เปิดกว้างมากขึ้น ทันสมัยมากขึ้น พร้อมกับที่รัฐบาลสหรัฐมองจีนเป็นภัยคุกคามร้ายแรงมากขึ้นทุกที
ที่จะทำคือปิดล้อมจีนต่อไป ต่างกันเพียงแสดงตัวชัดหรือไม่ชัด ใช้ถ้อยคำรุนแรงแค่ไหน ใช้วิธีการอะไร ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่อย่างน้อยมีประเด็นสำหรับใช้หาเสียง ต่อเวลาได้อีก 4 ปีแล้วค่อยว่ากันใหม่
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2019
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2018
สงครามการค้าสหรัฐฯ – จีน ไม่แรงอย่างที่คิด
ทรัมป์เคยขู่ว่าจะขึ้นสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ เป็นการตอบโต้จีน ล่าสุดสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ชี้ว่าหากขึ้นภาษีตามนั้นจะกระทบคนอเมริกันอย่างแรง
จีนประกาศผลสำเร็จระบบนำส่งไฮเปอร์โซนิค Xingkong-2
จีนประกาศความสำเร็จในการทดสอบระบบนำส่งไฮเปอร์โซนิคเป็นครั้งแรก เป็นก้าวกระโดดที่จะพัฒนาเป็นอาวุธยิงไกลสู่ทุกจุดทั่วโลก โดยที่ระบบป้องกันขีปนาวุธยากจะสกัดกั้น
เกาหลีเหนือพลิกยุทธศาสตร์ ขอปลอดนิวเคลียร์
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2017
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2016
โฉมหน้าความงาม โฉมหน้าสังคมนิยมจีน
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2015
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2014
สงครามนานกิง สมรภูมิจีน-ญี่ปุ่นในศตวรรษที่21
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2012-13
การตอบโต้จากจีนต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติญี่ปุ่น
ฟิลิปปินส์กับไต้หวันยุติข้อพิพาทเพื่อผลประโยชน์ระดับประเทศ
ข้อเรียกร้องของรัฐบาลเปียงยางเหมือนดั่งอยู่คนละโลก
รัฐบาลเกาหลีเหนือยื่นเงื่อนไขหลายข้อสำหรับการเจรจายุติความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี เป็นเงื่อนไขที่สร้างบิดเบือนความจริง สร้างความสับสน ยากจะปฏิบัติตาม ความสงบสุขจะคืนสู่คาบสมุทรในไม่ช้า แต่ความตึงเครียดพร้อมจะปะทุใหม่อีกรอบ
ปัญหาการปลูกฝิ่นและความท้าทายของรัฐบาลอัฟกานิสถาน
อำนาจต่อรองของเปียงยางที่ร่อยหรอลงทุกที
เมื่อเทียบจีน 50 ปีก่อนกับปัจจุบัน ระบบเศรษฐกิจสังคมจีนมีความเป็นทุนนิยมที่เปิดกว้างมากขึ้น ทันสมัยมากขึ้น พร้อมกับที่รัฐบาลสหรัฐมองจีนเป็นภัยคุกคามร้ายแรงมากขึ้นทุกที
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2020
นโยบายต่างประเทศของโจ ไบเดนต่อจีนที่จะทำคือปิดล้อมจีนต่อไป ต่างกันเพียงแสดงตัวชัดหรือไม่ชัด ใช้ถ้อยคำรุนแรงแค่ไหน ใช้วิธีการอะไร ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่อย่างน้อยมีประเด็นสำหรับใช้หาเสียง ต่อเวลาได้อีก 4 ปีแล้วค่อยว่ากันใหม่
รัฐบาลทรัมป์ประสบผลไม่น้อยในการสร้างความเกลียดชังรัฐบาลจีน ความเกลียดชังนี้ขยายผลสู่ระดับประชาชน เป็นประเทศที่ใช้นโยบายเกลียดชังคนอื่นเพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้าม หวังผลทางการเมือง
COVID-19 was never just a public health emergency—it evolved into a "New Battlefield" for geopolitical rivalry between great powers. It leaves us with a chilling thought: if Washington and Beijing had truly joined forces, how many lives could have been saved, and how much economic ruin averted? Or is human life destined to remain collateral damage in a high-stakes struggle for global dominance?
คำประกาศส่งเรือพิฆาตสู่ตะวันออกกลางเพื่อรวบรวมข่าวกรอง กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงจุดยืนของรัฐบาลญี่ปุ่นอีกครั้งว่ากำลังละเมิดรัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้มีกองทัพเพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้นหรือไม่
ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกหวังสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับหุ้นส่วนเพื่อต้านจีน
ถ้ามองในมุมกว้างคือแผนจัดระเบียบภูมิภาคของสหรัฐนั่นเอง
สาธารณรัฐประชาชนจีนในวันครบรอบ 70
ปีแตกต่างจากเมื่อก่อตั้งประเทศในทุกมิติ
และกำลังเปลี่ยนแปลงต่อไปทุกด้านพร้อมกับอีกหลายประเทศตามแนว “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง”
ถ้าอยากเข้าใจนโยบายจีนต่อฮ่องกงจะต้องมองกรอบกว้างด้วย
รัฐบาลจีนปกครองพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล มีประชากรอีกราว 1,400
ล้านคนที่ต้องดูแล หวังให้ฮ่องกงเป็น 1 ประเทศ 2 ระบบที่เป็นแบบอย่างที่ดี
บทบาทของกองทัพกับความเป็นไปของประเทศเป็นของคู่กันแยกออกจากกันไม่ได้
เป็นเครื่องทดสอบและให้คำตอบในตัวเองว่ากองทัพสนับสนุนการก้าวขึ้นมาของจีนอย่างสันติหรือไม่
อย่างไร
โอริตะ คูนิโอะ แสดงความคิดเห็นว่าภายในปี 2025
จีนจะก่อสงครามใหญ่ เพื่อยึดครองไต้หวัน ควบคุมทะเลจีนใต้
ข้อวิพากษ์คืออย่างไรเป็นประโยชน์ต่อจีนมากกว่าระหว่างสงครามกับสันติภาพ
การลุกออกจากห้องประชุมของประธานาธิบดีทรัมป์มีปริศนาว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
ใครพูดจริงพูดเท็จ และการปราศจากพิธีลงนามไม่ได้หมายความว่าไม่มีข้อตกลงลับ
Ultimately, the PLA has undeniably transformed into the most dominant regional power in Asia, even if true global power projection remains a work in progress.
President Xi Jinping likes to frame himself as the global champion of open trade—a cool-headed counterweight to Washington’s "America First" push. But let’s be real: pure free trade is a myth. Behind every bilateral agreement and tariff dispute lies raw power, strategic bargaining, and rewritten rules. In international relations, there is no such thing as a free lunch.
Ultimately, the future of North Korea no longer depends solely on the whims of its ruling elite. It is being shaped by the complex chessboard of international politics—particularly the shifting balance of power among the U.S., China, and Russia—and the fundamental, quiet aspirations of its 25 million citizens.
ทรัมป์เคยขู่ว่าจะขึ้นสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 200,000 ล้านดอลลาร์ เป็นการตอบโต้จีน ล่าสุดสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ชี้ว่าหากขึ้นภาษีตามนั้นจะกระทบคนอเมริกันอย่างแรง
2 เกาหลีมีแนวคิดรวมชาติมานานแล้ว
ถ้ามองจากมุมเกาหลีใต้จะเป็นการยุติความทุกข์ยาก การตกอยู่ในความหวาดหวั่นของภัยสงครามที่มหาอำนาจวางไว้
เป็นความพยายามเขียนประวัติศาสตร์บทใหม่
จีนประกาศความสำเร็จในการทดสอบระบบนำส่งไฮเปอร์โซนิคเป็นครั้งแรก เป็นก้าวกระโดดที่จะพัฒนาเป็นอาวุธยิงไกลสู่ทุกจุดทั่วโลก โดยที่ระบบป้องกันขีปนาวุธยากจะสกัดกั้น
Geopolitically, Beijing frames the current international order at a precarious crossroads. The narrative explicitly condemns unilateralism, economic decoupling, and "beggar-thy-neighbor" protectionism as existential threats to the multilateral trading system.
แผนพัฒนาใดๆ
ของจีนสามารถตีความว่ากำลังบั่นทอนผลประโยชน์ของอีกฝ่าย แต่อาจเป็นแนวทางที่ดีกว่า
เพิ่มโอกาสเพิ่มทางเลือก สำคัญว่าสุดท้ายประชาชนได้ประโยชน์มากขึ้นหรือไม่
ไม่ว่าผลการประชุมจะเป็นอย่างไร
ต้องไม่ลืมว่าความเป็นไปของคาบสมุทรเกาหลีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่ใหญ่กว่า
ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ของสหรัฐ จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น
Dismantle the nuclear arsenal, and Washington will end its military threat. On paper, it sounds like an extraordinarily straightforward transaction. But in the grand theater of international relations, geopolitical reality is rarely a straight line.
For over 75 years, the people of the Korean Peninsula have endured relentless hardship—surviving a war that claimed millions of lives while trapped in the proxy games of rival empires. This pivotal chapter in history offers a stark warning to the world:
The conflict on the Korean Peninsula is often brushed off as a lingering ghost of the Cold War. In reality, it is the devastating fallout of a century-long struggle for regional hegemony.
การประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐกับเกาหลีเหนืออาจนำสู่สันติภาพหรืออาจเป็นชนวนการเผชิญหน้ารอบใหม่เป็นเรื่องน่าติดตาม
เป็นอีกครั้งที่เกาหลีเหนือใช้ประโยชน์จากโครงการนิวเคลียร์
หากไม่ทำเพื่อประชาชนสังคมส่วนรวม ไม่ว่าจะกุมอำนาจคนเดียวหรือเป็นกลุ่ม
นั่นคือเผด็จการ หากทำเพื่อความสุขของประชาชนจริง จะกลายเป็นราชาธิปไตยหรือการปกครองโดยคณะบุคคลที่น่าส่งเสริม
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2017
นานาชาติไม่ต้องการให้เกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์ แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องให้ความร่วมมือด้วย ไม่กดดันเกาหลีเหนือในลักษณะผลักดันให้ดื้อดึงมากขึ้น การเจรจาจะได้ผลถ้าต่างฝ่ายยอมถอยคนละก้าว
ผู้นำเกาหลีเหนือขู่ใช้มาตรการขั้นสูงสุด
อาจเป็นการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ในมหาสมุทรแปซิฟิก หลังทรัมป์ขู่ว่าจะทำลายเกาหลีเหนือให้สิ้นซาก
แต่จะเกิดขึ้นจริงหรือ
15 กันยายน
เช้าวันนี้เกาหลียิงขีปนาวุธข้ามฮอกไกโดอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ของใหม่ เริ่มไม่น่าตกใจ
ทุกอย่างจะคืนสู่ปกติในไม่ช้า เกิดคำถามว่า “มีอะไรที่แรงกว่านี้ไหม”
The preservation of a terrifying "enemy" is highly functional for Washington. It provides the strategic legitimacy needed to justify a massive, permanent U.S. military footprint in East Asia, drive lucrative arms sales to allies, and keep regional partners corralled under the American security umbrella.
ความขัดแย้งเกาหลีเหนือจะลงเอยอย่างไร
ความขัดแย้งเกาหลีเหนือที่ดำเนินมาแล้วกว่า 2
เดือนกำลังทวีความเข้มข้นมากขึ้น คำถามคือเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร
ตลอด 2 เดือนเต็มที่ประเด็นเกาหลีเหนือตึงเครียด
และรุนแรงสุดเมื่อทดสอบระเบิดไฮโดรเจน สหรัฐฯ ถึงกับพูดว่าเกาหลีเหนือกำลัง “ร้องขอสงคราม” ด้านประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า
พวกเขาจะยอมกินหญ้าแต่จะไม่ยอมทิ้งอาวุธนิวเคลียร์
รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาทุกทางเลือก แต่จะเลือกทางใดต้องรับฟังความเห็นจากประเทศที่เกี่ยวข้องก่อน
แม้โอกาสเกิดสงครามจะน้อยมาก แต่ไม่อาจสรุปว่าจะไม่เกิด
การซ้อมรบของเกาหลีใต้วันนี้คือคำเตือนดังกล่าว
รัฐบาลอาเบะร้อนตัวเมื่อขีปนาวุธพิสัยกลางบินข้ามน่านฟ้าญี่ปุ่นเหนือฮอกไกโด
แต่เรื่องทำนองนี้ไม่ใช่เหตุเกิดความคาดหมาย
เพราะหลายปีที่ผ่านมาเกาหลีเหนือทำเช่นนี้เรื่อยมาเมื่อสหรัฐฯ
กับเกาหลีใต้ซ้อมรบร่วม
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือช่วงกรกฎาคมถึงก่อนกลางสิงหาคม
สะท้อนเส้นต้องห้าม (red line) ของประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
ช่วยให้เข้าใจเป้าหมาย นโยบายที่แท้จริงของประเทศเหล่านี้ และช่วยวิเคราะห์อนาคต
บทความนี้วิเคราะห์โดยสร้างฉากทัศน์ (scenario)
วิเคราะห์เหตุการณ์จำลองหลากหลายแบบ
ว่าหากเกาหลีเหนือยังคงเดินหน้าและยิงขีปนาวุธใส่เกาะกวม จะเกิดสถานการณ์ใดบ้าง
เป็นผลดีผลเสียอย่างไร
ขณะนี้ค่อนข้างชัดแล้วว่าสหรัฐฯ
กับญี่ปุ่นพร้อมใช้กำลัง หากเกาหลีเหนือไม่ถอย มี 2
ทางที่เป็นไปได้คือตอบโต้หลังเกาหลีเหนือโจมตี หรือไม่ก็ชิงลงมือก่อน
คาดว่าดาวโจนส์วันศุกร์จะอ่อนตัวต่อเนื่องเป็นวันที่ 4
หลังจากสื่อเปิดเผยข้อมูลลับว่าขีปนาวุธเกาหลีเหนือสามารถบรรจุหัวรบนิวเคลียร์แล้ว
ทรัมป์เตือนว่าเกาหลีเหนืออาจเผชิญการตอบโต้อย่างรุนแรง ฝ่ายเกาหลีเหนือไม่รอช้า “เกทับ”
ด้วยการประกาศว่ากำลังวางแผนยิงใส่รอบเกาะกวม สิ่งที่ต้องติดตามคือ
รัฐบาลทรัมป์จะโต้กลับอย่างไร เกาหลีเหนือจะยิงจริงหรือไม่
รายงานลับของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
ระบุชัดว่าเกาหลีเหนือมีขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์แล้ว
สามารถโจมตีแผ่นดินแม่อเมริกา
ด้านประธานาธิบดีทรัมป์เตือนเกาหลีเหนือว่าอาจเผชิญการตอบโต้อย่างรุนแรง
อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ถ้ายึดตามหลักคิดสหรัฐฯ บัดนี้เกาหลีเหนือพร้อมถูกโจมตีทุกเมื่อแล้ว
In East Asia, history is never just the past; it is a living, breathing political battlefield. The "comfort women" issue represents the deepest structural fault line between South Korea and Japan—the exact point where the pursuit of historical justice and the cold calculus of geopolitical realpolitik violently collide, with no easy equilibrium in sight.
Djibouti is not just a military base, a logistics hub, or a rentier state’s clever hustle. It is the starting line of the twenty-first century’s defining geopolitical competition—the exact coordinates where the old world order is being tested, and the new one is being built, one pier at a time.
ไม่ว่าเกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์จริงหรือไม่ ยิงถึงแผ่นดินอเมริกาหรือเปล่า
รัฐบาลสหรัฐชุดแล้วชุดเล่าพยายามย้ำแล้วย้ำอีกให้พลเมืองอเมริกันเห็นว่าภัยคุกคามด้วยนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือเป็นเรื่องจริง
จึงต้องพยายามทุกอย่างเพื่อสกัดกั้น ทั้งๆ
ที่โดยข้อเท็จจริงแล้วผู้นำเกาหลีเหนือกับบริวารไม่ต้องการสงคราม ที่ต้องการจริงๆ
คือความอยู่รอดของพวกเขา แต่ที่รัฐบาลสหรัฐต้องโหมภัยเกาหลีเหนือเพราะมีผลประโยชน์อื่นๆ
ที่สำคัญกว่ามาก
Beijing is no longer viewed merely as a competitor, but as the ultimate "Systemic Challenge," reviving the American impulse for preemptive containment.
จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะไม่อาจสรุปได้ว่าอะไรคือเหตุผลเบื้องหลังที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุด
สิ่งที่เห็นคือรัฐบาลเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นประท้วงอย่างรุนแรง ชี้ว่าเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงจวนตัว
เป็นข้ออ้างสำหรับเกาหลีใต้ที่กำลังติดตั้งระบบ THAAD ขั้วสหรัฐฯ
ได้รุกคืบหน้าอีกขั้น เห็นได้ชัดว่าจีนเป็นฝ่ายเสียประโยชน์ ประเทศที่เกี่ยวข้องกับคาบสมุทรเกาหลีจะพัฒนาและสะสมอาวุธมากขึ้น
The Resilience of the US Alliance Architecture in East Asia: Strategic Reality vs. Campaign Rhetoric
Ultimately, the geopolitical reality proved that Suga's perspective was rooted in a profound understanding of global power structures. The alliance continued along its traditional track, proving that the structural imperatives of the state far outweigh the radical alarms sounded on the campaign trail.
ในการเยือนมิตรประเทศในแถบอเมริกากลาง ไช่อิงเหวิน
(Tsai Ing-wen) ประธานาธิบดีไต้หวันได้แวะพักสหรัฐ เกิดวิวาทะเรื่องนโยบายจีนเดียวอีกครั้ง
มีคำถามว่าผู้นำไต้หวันจะสามารถทำอะไรที่เซอร์ไพรส์วงการทูตได้อีกหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์
ถ้าพิจารณาองค์รวม ไต้หวันเป็นฝ่ายตั้งรับและถอยร่นในสมรภูมิการทูต
และคงไม่กล้าทำอะไรที่จีนรับไม่ได้
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2016
โฉมหน้าความงาม โฉมหน้าสังคมนิยมจีน
เมื่อสิ้นยุคประธานเหมา
จีนเปิดประเทศต้อนรับการลงทุน การสัมพันธ์กับต่างชาติ ค่านิยมความงามแบบตะวันตกเริ่มเข้ามา
จีนกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ด้านความงามของโลก สตรีจีนใช้จ่ายเพื่อความงามมากกว่าหลายประเทศจนน่าตกใจ
บ่งบอกความเป็นพวกวัตถุนิยม กำลังถอยห่างอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ โฉมหน้าความงามของสาวจีนสะท้อนโฉมหน้าสังคมนิยมจีนในปัจจุบันและอนาคต
ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอให้ทบทวนนโยบายจีนเดียว
หวังใช้เป็นเครื่องมือเจรจาแก้ปัญหาการค้าจีน ฝ่ายจีนแสดงท่าทีแข็งกร้าวชี้ว่าเกี่ยวข้องกับอธิปไตยไต้หวัน
เป็นเรื่องที่ยอมให้ไม่ได้ ถ้าพิจารณาให้ถ่องแท้รัฐบาลจีนได้ละเมิดนโยบายจีนเดียวมานานแล้ว
ดังนั้น รัฐบาลสหรัฐมีความชอบธรรมที่จะละเมิดหรือยกเลิก แต่จะได้ผลดีหรือผลเสียมากกว่า
เพราะต้องคำนึงปัจจัยไต้หวันและอื่นๆ
นโยบายจีนเดียว (one-China policy) ถูกอ้างว่าเป็นหนึ่งในรากฐานความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่ย้อนหลังถึงปี
1972 เมื่อ 2 รัฐบาลจับมือกันต้านสหภาพโซเวียต
เป็นความสำเร็จทางการทูตครั้งใหญ่ในยุคนั้น
ผู้นำโลกเสรีสามารถจับมือกับคอมมิวนิสต์จีน แต่บริบทโลกเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันไม่มีสหภาพโซเวียตอีกแล้ว
รัสเซียในปัจจุบันมีสัมพันธ์ใกล้ชิดจีน ส่วนสหรัฐฯ แสดงท่าทีไม่เป็นมิตรต่อจีนมากขึ้น
ชัดเจนขึ้น อะไรคือคุณค่าแท้ของนโยบายจีนเดียวในปัจจุบันและอนาคต
เพื่อผลประโยชน์ต่อต้านโซเวียตรัสเซียในสมัยสงครามเย็น
รัฐบาลสหรัฐจึงตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน เป็นเหตุให้ไต้หวันกลายเป็นประเทศที่นานาชาติไม่ยอมรับว่าเป็นประเทศ
ผู้นำไต้หวันทุกยุคทุกสมัยจึงพยายามดิ้นรนแสดงความเป็นตัวตน
เทคนิคที่ประธานาธิบดีไช่ทำครั้งนี้คือติดต่อพูดคุยกับว่าที่ผู้นำประธานาธิบดีสหรัฐ
กลายเป็นประเด็นให้วิพากษ์ ซึ่งแท้จริงแล้วมีความสำคัญต่อไต้หวันมากกว่านั้น
รัฐบาลสหรัฐภายใต้ประธานาธิบดีโอบามารุกคืบเข้ามาพัวพันภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างต่อเนื่องเป็นขั้นเป็นตอน
“ข้อเสนอโครงสร้างเครือความมั่นคงเอเชียแปซิฟิก” เป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ที่ตั้งชื่อให้ฟังดูเป็นกลางว่า
“ปรับสมดุล” เมื่อวิเคราะห์แล้วคือความต้องการเข้ามาจัดระเบียบภูมิภาคอย่างครอบคลุมทุกด้าน
เป็นช่วงเวลาที่ประเทศต่างๆ ทั้งอาเซียน จีนและอีกหลายประเทศต้อง “ปรับสมดุล”
เช่นกัน
หลังผ่านประวัติศาสตร์อันขมขื่นของการเป็นอาณานิคมทั้งทางตรงทางอ้อมนับร้อยปี
สิ่งที่เกาหลีใต้ต้องการมากที่สุดคือความเป็นอิสระและความสงบ ในการนี้จะต้องให้เกาหลีเหนืออยู่ในความสงบ
การทดสอบนิวเคลียร์ ขีปนาวุธพิสัยไกลของเกาหลีเหนือล้วนเป็นเหตุบั่นทอน
จึงต้องพยายามให้เกาหลีเหนือนิ่งมากที่สุด ถ้า “แช่แข็ง” เกาหลีเหนือได้จะเป็นการดีที่สุด
เป็นผลดีต่อเกาหลีใต้ จีน การคงอยู่ของระบอบเกาหลีเหนือ คงแต่คนเกาหลีเหนือที่ยังต้องอยู่ในสภาพทุกข์ยากต่อไป
Yet, the reality on the ground is far messier. The Beijing–Pyongyang relationship is anything but a straightforward "master-servant" dynamic. Instead, it operates as a high-stakes geopolitical chess game, bound by deep strategic interests, structural dilemmas, and rapidly shifting power dynamics.
ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบระเบิดไฮโดรเจนหรือหรือไม่
เป็นอีกครั้งที่เกาหลีเหนือใช้ “ยุทธศาสตร์การทูตนิวเคลียร์” เพื่อหวังประโยชน์ที่ต้องการ
ประเด็นที่ลึกกว่านั้นคือบ่งชี้ว่าขีดความสามารถนิวเคลียร์ก้าวหน้าขึ้นอีกระดับ รัฐบาลจีนต้องขบคิดว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร
หาไม่แล้วจะมีการทดลองครั้งหน้าแน่นอน สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลียังไม่นิ่ง
มีผลต่อการเผชิญหน้าของชาติมหาอำนาจ
รัฐบาลอาเบะกับรัฐบาลปาร์คบรรลุร่างข้อตกลงแก้ไขข้อพิพาทเรื่อง
“หญิงบำเรอ” แนวโน้มความสัมพันธ์ทวิภาคีจะดีขึ้น
เกิดคำถามว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะกระทำเช่นนี้กับประเทศอื่นๆ
ที่มีปัญหาหญิงบำเรอหรือไม่ นำสู่การวิเคราะห์ว่าอะไรคือเหตุผลเบื้องหลังของข้อตกลง
เพื่อต้านจีนใช่หรือไม่ นักการเมืองญี่ปุ่นยังเป็นพวกทหารนิยมใช่หรือไม่
คำตอบเหล่านี้จะนำสู่การคาดการณ์การเผชิญหน้าระหว่างจีนกับขั้วสหรัฐในอนาคตอันใกล้นี้
--------------------------
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2015
7 พฤศจิกายน 2015 เป็นวันประวัติศาสตร์เมื่อ 2
ประธานาธิบดีจีนกับไต้หวันพบปะพูดคุยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก เป็นความสำเร็จหลังความพยายามหลายปีของประธานาธิบดีหม่า
อิงจิ่ว แต่เส้นทางการรวมชาติในทางการเมืองยังต้องอาศัยเวลาอีกนาน ในระหว่างนี้เป็นเวลาแห่งการรวมทางมิติเศรษฐกิจที่เข้มข้นขึ้นทุกขณะ
ส่วนในระยะยาวคือการรวมกันด้วยสายเลือด ดังนั้น ไม่ว่าในทางการเมืองระหว่างประเทศจะเป็นอย่างไร
จีนกับไต้หวันผนวกเข้าหากันมากขึ้นทุกที
Throughout the Abe era and its aftermath, the comfort women dispute functioned as a lens through which Japan’s domestic politics, conservative identity project, and grand strategy were visible. In East Asia, historical narratives remain closely tied to statecraft, alliance politics, and national security strategies.
In the high-stakes arena of East Asian geopolitics—defined by the strategic triangulation of China, South Korea, and Japan—few historical wounds bleed quite like the legacy of the "Comfort Women." During World War II, the Imperial Japanese Army systematically coerced hundreds of thousands of women into sexual slavery.
ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ชี้ว่าในปัจจุบันและอนาคตสหรัฐกับจีนยังเป็นตัวแสดงหลักในภูมิภาคเอเชียแปซิก
ความมั่นคงของภูมิภาคจึงขึ้นกับความสัมพันธ์ของมหาอำนาจ พร้อมกับที่ประเทศต่างๆ เชื่อมโยงทางเศรษฐกิจมากขึ้น
การแข่งขันตามกติกาสากลเป็นแนวทางที่ควรเลือก ข้อพิพาทต่างๆ ควรจัดการควบคุมไม่ให้บานปลาย
สันติวิธีคือหนทางที่ดีกว่าการใช้กำลัง
Today, united by what both capitals view as Western hegemonic containment, Russia and China have forged a "No Limits Partnership."
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ร่วมเฉลิมฉลองงานครบรอบ
70 ปีฉลองชัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่รัสเซียเป็นการแสดงออกถึงสัมพันธภาพอันใกล้ชิดระหว่างจีน-รัสเซียในระยะนี้
สวนทางกับฝ่ายตะวันตกที่บรรดาผู้นำประเทศไม่มาร่วมหลายปีแล้ว คำถามสำคัญคือพฤติกรรมเช่นนี้แสดงถึงการแบ่งขั้วหรือไม่
โลกกำลังเข้าสู่การแบ่งขั้ว-เลือกข้างอย่างรุนแรงอีกครั้งหรือไม่ แน่นอนว่าบริบทปัจจุบันแตกต่างจากอดีต
แต่มหาอำนาจยังคงเข้าพัวพันในประเทศอื่นๆ
หลังการหารือระหว่างรัฐบาลโอบามากับอาเบะอยู่นานนับปี
ในที่สุดความสัมพันธ์ความมั่นคงทางทหารก็ปรากฎหลักฐานชัดเจนอีกครั้งด้วยแผนความร่วมมือด้านความมั่นคงฉบับใหม่ชื่อว่า
“แผนความร่วมมือป้องกันประเทศสหรัฐ-ญี่ปุ่นด้านความมั่นคง” บัดนี้ “กองกำลังป้องกันตนเอง”
ญี่ปุ่นมีเป้าหมายออกไปปฏิบัติการทั่วโลกร่วมกับกองทัพอเมริกัน บางคนอาจตั้งคำถามว่าพื้นที่หรือสมรภูมิใดจะเป็นแห่งแรกที่กองทัพญี่ปุ่นจะออกไป
“ป้องกันตนเองร่วม”
ในการประชุมสุดยอด ‘เอเชีย-แอฟริกา 2015’
ตรงกับครบรอบ 70 ปีหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 นายกฯ อาเบะเอ่ยคำว่า “ญี่ปุ่น ด้วยความรู้สึกสำนึกผิดอย่างยิ่ง (deep remorse) ต่อสงครามในอดีต แทนคำว่า “ขอโทษด้วยความจริงใจ” (heartfelt apology) ที่อดีตนายกฯ
คนก่อนๆ เคยใช้ ปัญหาใหญ่ของประเด็นนี้อยู่ที่ผู้มีอำนาจในญี่ปุ่นที่แสดงท่าที
ถ้อยคำ “ไม่เสมอต้นเสมอปลาย” บางครั้งถึงกับขัดแย้งอย่างชัดเจน
ก่อให้เกิดคำถามต่อท่าทีภายในส่วนลึกของท่าน
----------------------------
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2014
นายกฯอาเบะยุบสภา คุมเกมการเมือง เดินหน้าตีความรัฐธรรมนูญใหม่
วิพากษ์นโยบายความมั่นคงของสหรัฐต่ออัฟกานิสถานหลังสิ้นปี2014
การที่รัฐบาลอาเบะยุบสภา
แสวงหาความชอบธรรมทางการเมืองอีกครั้ง ก็เพราะคาดการณ์ล่วงหน้าแล้วว่าพรรคร่วมของตนจะได้มาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศต่อไป
และคราวนี้จะกลับมาด้วยความชอบธรรมกว่าเดิม เป็นวิธีใช้ประโยชน์จากการใช้สิทธิ์ 1
คน 1 เสียงของระบอบประชาธิปไตยตะวันตก ที่ประชาชนต้องเลือกตั้งแบบ “เหมารวม”
สมาชิกเอเปกประกาศว่า FTAAP จะยอมรับแนวทางเขตการค้าเสรีแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น TPP RCEP เท่ากับชี้ว่าที่ประชุมเอเปกปฏิเสธว่า TPP คือมาตรฐานเขตการค้าเสรีของภูมิภาค
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงให้เหตุผลว่าเขตการค้าเสรีอื่นๆ ที่กำลังเจรจาทั้งหมด
ทั้งในระดับทวิภาคีหรือพหุภาคี ล้วนสนับสนุนเป้าหมายของ FTAAP
both nations extracted maximum utility from this summit—skillfully leveraging the global stage to polish their international images, manage the balance of power, and project their respective grand structural visions to the world.
ออสเตรเลียเป็นอีกประเทศที่เข้าร่วมต่อต้าน
IS ทำให้ IS ประกาศให้พลพรรคของตนสังหารชาวออสเตรเลียได้ทุกคน
สังคมออสเตรเลียจึงระวังตัวต่อภัยก่อการร้ายในประเทศ
จากความระวังกลายเป็นความระแวงต่อชาวมุสลิมทุกคนในประเทศ กลายเป็นว่ามุสลิมออสเตรเลียถูกดูหมิ่นคุกคาม
สังคมออสเตรเลียขณะนี้กำลังต่อสู้ในสมรภูมิทางอุดมการณ์กับ IS เป็นภาวะที่ทุกคนอยู่ในสมรภูมินี้
วิพากษ์นโยบายความมั่นคงของสหรัฐต่ออัฟกานิสถานหลังสิ้นปี2014
ประธานาธิบดีโอบามาได้ประกาศแล้วว่า ภายในสิ้นปี
2014 สหรัฐจะยุติภารกิจรบ พร้อมกับถอนกำลังส่วนใหญ่
ให้เหลือเพียง 9,800 นาย และจะถอนทหารทั้งหมดออกจากอัฟกานิสถานภายในปี 2016 ทำให้เกิดคำถามว่ารัฐบาลคาบูลในอนาคตจะมีความมั่นคงหรือไม่
สหรัฐประสบความสำเร็จในการทำสงครามต่อต้านการก่อการร้ายหรือ
ในเมื่อฐานที่มั่นตอลีบันยังอยู่ พวกอัลกออิดะห์ขยายตัว กระจายตัวไปหลายประเทศ
สถานการณ์ตึงเครียดในทะเลจีนใต้จำต้องมองกรอบที่กว้างกว่าอาเซียน
เกี่ยวข้องกับท่าทีของสหรัฐกับญี่ปุ่น
ที่รัฐบาลอาเบะเพิ่งประกาศต้องการแสดงภาวะผู้นำเหนือภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จีนคงต้องการเตือนอาเซียนว่าอาเซียนควรร่วมมือกับจีน
อยู่ร่วมกับจีนอย่างฉันท์มิตรมากกว่าที่จะเข้าพวกกับสหรัฐ ญี่ปุ่น
เป็นหนึ่งในแนวทางต่อต้านยุทธศาสตร์ Pivot to Asia
การปรับความสัมพันธ์ใดๆ ต้องใช้วิธีการ
“ให้อภัย” แก่กันและกัน เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างได้เริ่มต้นกันใหม่ด้วยความสัมพันธ์อันดี
แต่ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีความซับซ้อนกว่านั้น เพราะผู้นำประเทศต้องดำเนินนโยบายภายใต้ประชาชนของตนที่มีหลากหลายความคิดเห็น
ในด้านหนึ่งประธานาธิบดีโอบามาได้เตือนนายกฯ อาเบะว่าไม่ควรก่อความตึงเครียด
ควรเจรจาและสร้างความไว้วางใจมากกว่า แต่ในอีกด้านหนึ่งประธานาธิบดีโอบามาช่วยเบี่ยงเบนพฤติกรรมการรุกคืบของญี่ปุ่น
เช่น การเพิ่มงบประมาณกลาโหม การจัดตั้งหน่วยนาวิกโยธิน การปรับยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติให้ญี่ปุ่นแสดงบทบาทเชิงรุกมากขึ้น
การแก้ไขตำราเรียนและการเรียนการสอนที่อ้างว่าหมู่เกาะเตียวหยู/เซนกากุ และเกาะด็อกโด/ทาเคชิมา
เป็นดินแดนของญี่ปุ่น
ณ วันนี้ ฝิ่น
กลายเป็นเครื่องผูกพันผู้มีบารมีท้องถิ่น กำลังติดอาวุธ ผู้ก่อการร้ายอย่างตอลีบัน
เจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับที่คอร์รัปชันและชาวบ้านหลายล้านคนที่เกี่ยวข้องกับฝิ่น บางคนอาจประณามว่าฝิ่นเป็นยาเสพติด
ทำลายสังคม แต่สำหรับชาวอัฟกันจำนวนมากยอมรับการมีอยู่ของฝิ่น
เป็นเครื่องค้ำจุนครอบครัว ชุมชน หรือเพื่ออุดมการณ์เป้าหมายที่เห็นว่ายิ่งใหญ่กว่า
เป็นปัจจัยกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศโดยเฉพาะหลังปี 2014
The deployment of the Haiyang Shiyou-981 (HYSY981) deep-water oil rig near the Paracel Islands was never just a routine energy exploration mission. Instead, it served as a masterclass in China’s gray-zone tactics, meticulously engineered to test the breaking points of both Vietnam and ASEAN.
Why did Hamid Karzai—a leader long dismissed by Western critics as a pliant puppet—defiantly reject a crucial security pact with the United States? More importantly, how did his warnings a decade ago transform into the most accurate geopolitical prophecy of the 21st century?
Abe’s visit was a calculated maneuver that signaled Tokyo’s definitive transition from "Passive Pacifism" toward a "Proactive Contribution to Peace." That single event shattered long-standing diplomatic taboos and laid the strategic foundation for the "Deterrence and Response" doctrine anchoring Japan’s defense posture today.
สงครามทำลายล้างนานกิง เป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วเกือบ
8 ทศวรรษ
แต่ด้วยการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างประเทศอย่างเข้มข้นของจีนกับญี่ปุ่นในปัจจุบัน
เรื่องราวในอดีตจึงถูกรื้อฟื้น ประชาชน 2 ฝ่ายถูกดึงเข้ามามีส่วนร่วม
กลายเป็นสมรภูมิทางการเมืองระหว่างประเทศ ที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็น ‘สงครามนานกิงในศตวรรษที่ 21’
ทุกคนทุกชาติต่างมีความเชื่อศาสนาของตนเอง
ทหารญี่ปุ่นหลายคนเข้าทำสงครามด้วยความเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่านี่คือสงครามศักดิ์สิทธิ์
ในขณะที่คนชาติอื่นย่อมมีความคิดเห็นของตนเอง
เป็นอีกภาพความจริงของโลกที่ยังดำรงอยู่ในปัจจุบัน
หรือแม้กระทั่งภายในประเทศญี่ปุ่นนั้นก็ใช่ว่าทุกคนจะคิดเห็นตรงกัน ชาวญี่ปุ่นที่ไปสักการะศาลเจ้ายาสุกินิก็ใช่ว่าจะไปด้วยความหมายเดียวกัน
หรือมีความรู้สึกที่เข้มข้นตรงกัน
เป็นครั้งแรกใน 65
ปีที่เจ้าหน้าที่รัฐไต้หวันกับเจ้าหน้าที่รัฐจีนได้ประชุมหารืออย่างเป็นทางการ หลังจาก
2 ฝ่ายได้กระชับความสัมพันธ์ในหลายปีที่ผ่านมา ประเด็นถกเถียงลึกๆ ยังเป็นเรื่องการรวมชาติ
แต่เรื่องเฉพาะหน้าที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันคือเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่ทั้ง
2 ฝ่ายได้ประโยชน์มาโดยตลอด และเห็นว่าควรกระชับความสัมพันธ์ให้มากขึ้นกว่านี้ แม้ว่าไต้หวันจะเป็นผู้ออกหน้าก็ตาม
In an international system where states perpetually pursue interest and power under the realist paradigm, China’s ADIZ declaration vividly reflects a structural shift in the regional balance of power and its emergence as a full-fledged maritime power.
In the grand theater of human history, hegemony is rarely permanent. During the first half of the 20th century, the Qing Empire—once the undisputed center of East Asian civilization—plunged into a terminal crisis, earning a painful, derogatory moniker from foreign observers: "The Sick Man of Asia."
การตอบโต้จากจีนต่อยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติญี่ปุ่น
รัฐบาลจีนตั้งคำถามว่ายุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติญี่ปุ่นมีเพื่อสันติภาพจริงหรือไม่
คำถามนี้เป็นคำถามเดิมๆ ตั้งแต่นายชินโซ อาเบะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกฯ รอบ 2
ที่ลึกกว่านั้นคือสะท้อนยุทธศาสตร์ความมั่นคงสหรัฐฯ ที่มีต่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
การตอบโต้จากจีนแท้ที่จริงแล้วคือการตอบโต้ต่อสหรัฐฯ ด้วย
ในอนาคตเชื่อว่าญี่ปุ่นจะต้องเพิ่มกำลังรบและแสดงบทบาทมากขึ้น
ด้วยสามเหตุผลหลักคือ เหตุผลด้านความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ
อำนาจการรบของจีนที่เพิ่มมากขึ้น และการปรับเปลี่ยนกำลังรบสหรัฐฯ
ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หากสหรัฐฯ
เลือกที่จะให้ญี่ปุ่นมีบทบาทมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นเชิงนโยบายหรือเชิงยุทธวิธี ณ
วันนี้จนถึงอีกหลายทศวรรษจากนี้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเป็นเวทีการประชันกำลังของชาติมหาอำนาจกับอีกหลายประเทศ
การประกาศเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ หรือ
ADIZ ของจีนเหนือน่านฟ้าทะเลจีนตะวันออก แม้อาเซียนไม่เกี่ยวข้องโดยตรง
แต่ทำให้ชาติสมาชิกบางประเทศมีความกังวลไม่น้อย เมื่อคิดว่าในวันข้างหน้าจีนจะมีเขตแสดงตนในทะเลจีนใต้
อีกทั้งญี่ปุ่นพยายามดังอาเซียนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ทางออกที่ดีของเรื่องนี้อยู่ที่การวางแนวปฏิบัติเพื่อลดความหวาดระแวง
ป้องกันเหตุร้ายไม่คาดฝัน
รัฐบาลอินโดนีเซียกล่าวโทษเรื่องที่หน่วยข่าวกรองออสเตรเลียดักฟังโทรศัพท์ของประธานาธิบดีและบุคคลสำคัญของรัฐบาล
เรียกร้องการขอโทษและห้ามกระทำเช่นนี้อีก แต่ความจริงแล้วออสเตรเลียน่าจะดักฟังคนอื่นๆ
อีกจำนวนมาก และไม่อาจโทษออสเตรเลียแต่เพียงฝ่ายเดียว
เพราะต่างฝ่ายต่างมีหน่วยข่าวกรองด้วยกันทั้งสิ้น
เดือนกันยายที่ผ่านมาเป็นวันครบรอบที่ทางการญี่ปุ่นซื้อเกาะ
3 เกาะของหมู่เกาะเซนกากุ/เตียวหยู ณ วันนี้ทั้งสองประเทศยังยืนยังอ้างอธิปไตยเหนือหมู่เกาะดังกล่าว
พร้อมกับระมัดระวังที่ไม่ยั่วยุให้เกิดเหตุรุนแรงบานปลายด้วยทั้งสองฝ่ายตระหนักผลเสียที่จะเกิดขึ้น
แต่อีกมุมหนึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันของทั้งสองประเทศต่างเร่งระดมขยายขีดความสามารถทางการทหาร
และผูกโยงกับชาติมหาอำนาจอื่นๆ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงควรติดตามอย่างใกล้ชิด
รัฐบาลจีนพยายามสร้างความสัมพันธ์กับเวียดนาม
ชูประเด็นเศรษฐกิจเป็นตัวนำ เป็นธรรมดาที่ประเทศเล็กกว่ามีอำนาจน้อยกว่าจะต้องกังวลเมื่อจะร่วมมือกับประเทศที่ใหญ่กว่า
อีกทั้งความร่วมมือย่อมก่อประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายหากได้พิจารณาบนผลประโยชน์ร่วมอย่างเท่าเทียม
ได้ศึกษาผลดีผลเสียอย่างรอบคอบ เวียดนามอาจต้องการเวลาเพื่อพิจารณาเพิ่มขึ้น จึงเป็นโอกาสของจีนที่จะแสดงความจริงใจต่อไป
China’s playbook over the past decade proved a fundamental IR axiom: economic statecraft is the ultimate currency of influence. Yet, remaining a passive market or an assembly hub for Chinese industrial overcapacity is an unsustainable long-term strategy.
ทางการญี่ปุ่นเปิดตัวเรือรบอิซูโม (Izumo) เรือรบรุ่นใหม่ที่ใหญ่ที่สุดที่ญี่ปุ่นต่อเองนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา
กองทัพญี่ปุ่นจัดให้เรือดังกล่าวอยู่ในชั้นเรือพิฆาต
แต่สามารถบรรทุกเฮลิคอปเตอร์จำนวน 9-14 ลำ และอาจบรรทุกเครื่องบินรบรุ่นใหม่ล่าสุด
F-35 จึงมีข้อวิพากษ์ว่าญี่ปุ่นกำลังเสริมกำลังรบขนาดใหญ่หรือไม่
จะกระทบความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอย่างไร
ฟิลิปปินส์กับไต้หวันยุติข้อพิพาทเพื่อผลประโยชน์ระดับประเทศ
เหตุเรือยามฝั่งฟิลิปปินส์ยิงลูกเรือไต้หวันเสียชีวิตในเขตเศรษฐกิจจำเพาะที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ
กลายเป็นเรื่องบาดหมางระหว่างสองฝ่าย
แต่เนื่องจากผลความบาดหมางทำให้สองฝ่ายเสียผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
อีกทั้งรัฐบาลฟิลิปปินส์ไม่ประสงค์เป็นศัตรูกับไต้หวัน
สองรัฐบาลจึงหาทางประนีประนอมยุติข้อพาท โดยที่ปัญหาการทำประมงยังไม่ได้รับการแก้ไข
Viewing Japan's security policy through the lens of "Realism" allows us to gain a deeper understanding of the rationale behind the drafting of its defense white paper (Defense of Japan).
ความขัดแย้งระหว่างฟิลิปปินส์กับไต้หวันต่อหมู่เกาะสแปรตลีย์ไม่ใช่เรื่องใหม่
การค้นหาคำตอบว่า “ทำไมฟิลิปปินส์ยิงเรือประมงไต้หวันในน่านน้ำหมู่เกาะสแปรตลีย์”
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา จะช่วยทำให้เข้าใจว่าเป็นเพราะการอ้างอธิปไตย ความขัดแย้งเรื่องการทำประมง
หรือการเมืองระหว่างประเทศอันซับซ้อน คำตอบจากแต่ละแนวทางส่งผลต่อทิศทางการแก้ปัญหา
ความเป็นไปในอนาคต
รัฐบาลเกาหลีเหนือยื่นเงื่อนไขหลายข้อสำหรับการเจรจายุติความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี เป็นเงื่อนไขที่สร้างบิดเบือนความจริง สร้างความสับสน ยากจะปฏิบัติตาม ความสงบสุขจะคืนสู่คาบสมุทรในไม่ช้า แต่ความตึงเครียดพร้อมจะปะทุใหม่อีกรอบ
ปัญหาการปลูกฝิ่นและความท้าทายของรัฐบาลอัฟกานิสถาน
ประเทศอัฟกานิสถานคือประเทศผู้ปลูกฝิ่นรายใหญ่ที่สุดของโลก
การแก้ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะพัวพันกับเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม
การทหาร และการปลูกฝิ่นมีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล
We are witnessing a deeply symbiotic cycle of conflict and cooperation. The U.S. solidifies its Asian security hegemony; Russia gains a munitions supplier; China maintains its buffer state; and North Korea secures its regime survival and a seat at the geopolitical table.
Instead, it is about managing rivalry with cold, calculated rationality—establishing clear red lines to ensure that the struggle for global influence never crosses into a catastrophic conflict.
อำนาจต่อรองของเปียงยางในยามนี้ร่อยหรอยลงทุกที และคงต้องเป็นเช่นนี้อีก 4 ปีกว่าที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามาจะหมดวาระ
The exodus of the Rohingya from Myanmar’s Rakhine State (historically Arakan) into neighboring Bangladesh is far from a novel crisis; it is a recurring chapter in South Asian geopolitics. Driven by spatial proximity, systemic statelessness, and the severe socioeconomic constraints of the host nation, the situation underscores a harsh reality of modern displacement: geography dictates where the persecuted flee, but it guarantees them no home.
มีการวิพากษ์วิจารณ์หนาหูว่าเป้าหมายสำคัญประการหนึ่งที่สหรัฐอเมริกาหวังจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก คือเพื่อสกัดกั้น ปิดล้อม อิทธิพลของจีนต่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและต่อโลก
ถ้าเศรษฐกิจจีนดีขึ้นก็ไม่ร้อนแรง หรือถ้าจะถดถอยก็ไม่เป็นแบบ hard landing รัฐบาลจีนพูดคำเดียวว่าขอตัวเองรอดก่อนเป็นดีที่สุด
เมื่อนโยบายความมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง ความเป็นไปในประเทศจึงยึดมั่นอยู่กับแนวทางเดิมของประเทศ โอกาสที่จะติดต่อทางเศรษฐกิจกับนานาชาติอย่างเปิดเผยเป็นทางการไม่อาจทำได้เพราะประเทศกำลังถูกคว่ำบาตร
Plaza Accord จึงเหมือนยักษ์ที่ขัดขวางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นไม่ให้เติบโตมานานกว่า 20 ปี ผ่านหลายรัฐบาลหลายนายกฯ แต่ยังแก้ไขไม่ได้
ข้อพิพาทระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ส่งผลให้ญี่ปุ่นลดการส่งออกเพียงร้อยละ 2.94 เมื่อเทียบกับปริมาณส่งออกทั้งหมดของญี่ปุ่น
ในภาพรวมเศรษฐกิจจีนเป็นเศรษฐกิจที่รัฐควบคุมต่อเนื่อง เช่นเดียวกับอำนาจการเมืองระดับบนที่มีระบบคัดเลือกส่งต่ออำนาจอย่างเป็นระบบ
อุดมการณ์คอมมิวนิสต์กำลังจะตายจากพรรคหากไม่รีบด่วนแก้ไข อนาคตอาจยังคงมีรัฐจีนที่มีธงชาติพื้นแดงกับดาวเหลือง 5 ดวง แต่จะไม่เป็นจีนที่เป็นคอมมิวนิสต์อย่างแท้จริง
แนวทางเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง แต่หลักความมั่นคงยังพูดทำนองเดิม
การประกาศ ADIZ หรือเขตแสดงตนของจีนนำมาซึ่งวิวาทะจากประเทศที่เกี่ยวข้อง
บ้างเห็นว่าเขตแสดงตนของจีนผิดจากมาตรฐานสากล
บ้างเห็นว่าเป็นการยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง
บ้างเห็นว่าจีนต้องการแย่งชิงหมู่เกาะเตียวหยู/เซนกากุ แต่ความจริงแล้ว
ADIZ ไม่มีมาตรฐานสากล สามารถเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการยั่วยุ
กรรมสิทธิ์หมู่เกาะยังเป็นข้อถกเถียงอยู่
แต่ผู้นำประเทศของแต่ละรัฐบาลต้องหาทางออกที่เหมาะสม
มีปัจจัยการเมืองภายในเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
สัปดาห์นี้กลับมีข่าวสำคัญที่แปลกแตกต่างออกไปและหาได้ยากอย่างยิ่ง นั่นคือ การปรากฏตัวของสุภาพสตรีหมายเลข 1 เกาหลีเหนือ ริ โซลจู (Ri Sol-ju) เคียงคู่กับผู้นำเกาหลีเหนือ
รัฐบาลโอบามาที่มีนโยบายชัดเรื่องหวนคืนเอเชีย การเสริมสร้างกำลังทหารในภูมิภาคนี้ และนโยบายถือจีนเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่งที่ดำเนินมาหลายปีแล้ว
------------------------








.jpg)
.png)