ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ยุทธศาสตร์เร่งปิดล้อมเกาหลีเหนือเพื่อเร่งโดดเดี่ยวจีน

14 พฤษภาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7492 วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2560)

            ยุทธศาสตร์ปิดล้อมหรือหลักนิยมปิดล้อม (doctrine of containment) เป็นที่รู้จักมานานแล้ว ชาติตะวันตกอธิบายว่าใช้เพื่อต้านการแพร่ขยายลัทธิคอมมิวนิสต์ หลังสิ้นสงครามเย็นนักยุทธศาสตร์สหรัฐ รู้สึกกังวล มองความเจริญก้าวหน้าของจีนเป็นภัยคุกคามร้ายแรง ต้องหาทางตัดไฟแต่ต้นลม มิฉะนั้นสหรัฐจะไม่มีความสงบสุข
แม้รัฐบาลสหรัฐไม่ค่อยเอ่ยถึงการปิดล้อมโดดเดี่ยว นักวิชาการบางคนเห็นว่ายุทธศาสตร์ปรับสมดุลเอเชียแปซิฟิกหรือปักหมุดเอเชีย (Pivot to Asia) ทำหน้าที่ 2 อย่างพร้อมๆ กัน ข้อแรกคือนำสหรัฐเข้าพัวพันมากขึ้น (engagement strategy) กับเพิ่มกำลังปิดล้อมจีน ทำนองเดียวกับความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ถูกตีความว่าคือการปิดล้อมทางเศรษฐกิจ
            บทความนี้ชี้ว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังดำเนินนโยบายเร่งปิดล้อมโดดเดี่ยวเกาหลีเหนือควบคู่กับจีน โดยพยายามยืมมือจีนกดดันเกาหลีเหนือ ผลลัพธ์สุดท้ายคือการโดดเดี่ยวจีนไปในตัว

นโยบายทรัมป์ต่อเกาหลีเหนือ :
ประการแรก ยกระดับภัยคุกคาม ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์
กันยายน 2016 พลเรือเอก Mike Mullen (co-chair of a new CFR-sponsored Independent Task Force report) ชี้ว่าประธานาธิบดีคนต่อไปอาจต้องเผชิญอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือที่สามารถยิงถึงสหรัฐ ต้นเมษายน 2017 KT McFarland ผู้ช่วยที่ปรึกษาความมั่นคงทำเนียบขาวกล่าวทำนองเดียวกันว่า “เป็นไปได้ว่าเกาหลีเหนือจะมีขีดความสามารถโจมสหรัฐด้วยขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ในรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก”
ในอดีตเคยชี้ว่าจะเกิดในสมัยรัฐบาลโอบามา บัดนี้ถูกกำหนดใหม่ว่าจะอยู่ในช่วงรัฐบาลทรัมป์

            ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเมื่อปลายเดือนเมษายนว่า “ไม่มีใครปลอดภัย มีใครปลอดภัยหรือ นายคนนั้นมีอาวุธนิวเคลียร์” (หมายถึงผู้นำเกาหลีเหนือ) จึงไม่แปลกที่รัฐบาลทรัมป์ประกาศว่าเกาหลีเหนือ “เป็นภัยคุกคามความมั่นแห่งชาติเร่งด่วนและเป็นนโยบายต่างประเทศที่สำคัญสูงสุด”

ประการที่ 2 สหรัฐจะไม่เจรจากับเกาหลีเหนือโดยตรง
            กลางเดือนเมษายน 2017 กระทรวงการต่างประเทศเผยว่ารัฐบาลจะไม่เจรจากับเกาหลีเหนือจนกว่าเกาหลีเหนือจะส่งสัญญาณปรับเปลี่ยนนโยบายนิวเคลียร์กับโครงการขีปนาวุธก่อน หาไม่แล้ว นานาชาติจะร่วมกันกดดันเกาหลีเหนือ
            ในอดีตรัฐบาลสหรัฐพยายามเจรจากับเกาหลีเหนือทั้งแบบทวิภาคีกับผ่านการเจรจา 6 ฝ่าย แต่ในระยะหลังไม่ยอมเจรจาด้วยตนเอง ในขณะที่เกาหลีเหนือยังพยายามร้องขอเจรจาเพื่อลดความตึงเครียด
            อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าเป็นเกียรติหากได้พบปะผู้นำเกาหลีเหนือภายใต้บางบริบทซึ่งไม่ชัดเจนว่าคืออะไร

ประการที่ 3 ขอความช่วยเหลือจากจีน กดดันจีน
การขอความช่วยเหลือจากจีนไม่ใช่เรื่องใหม่ ในระยะหลังรัฐบาลสหรัฐให้ความสำคัญกับจีนเพิ่มขึ้นมาก เห็นว่าการที่โครงการนิวเคลียร์กับขีปนาวุธก้าวหน้าเพราะจีนไม่คว่ำบาตรเกาหลีเหนือมากพอ การสนับสนุนจากจีนเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากร้อยละ 90 ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศคือทำกับประเทศจีน จีนซื้อถ่านหินเกาหลีเหนือปีละ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลำพังจีนเพียงประเทศเดียวก็เพียงพอที่จะกดดันเกาหลีเหนือ ถึงกับระบุว่านโยบายของจีนต่อเกาหลีเหนือจะเป็นตัวบ่งบอกความเป็นไปของภูมิภาคในอนาคต
เป็นที่รับรู้ทั่วไปว่าจีนไม่เห็นด้วยและต่อต้านการพัฒนาอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (weapons of mass destruction: WMDs) ของเกาหลีเหนือมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม โครงการนิวเคลียร์ ขีปนาวุธยังคงเดินหน้าอย่างช้าๆ
ไม่ว่าเป็นภัยคุกคามจริงแท้เพียงใด ฝ่ายสหรัฐยืนกรานเรื่อยมาว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรง และจะร้ายแรงมากขึ้นถึงสามารถยิงถึงแผ่นดินสหรัฐ
ตั้งแต่ช่วงหาเสียงทรัมป์เตือนว่าสหรัฐจะจัดการภัยคุกคามนิวเคลียร์เกาหลีเหนือแบบดำเนินการฝ่ายเดียว (unilateral action) หากรัฐบาลจีนไม่เพิ่มแรงกดดันต่อเกาหลีเหนือ ตรรกะของรัฐบาลสหรัฐคือ ถ้า WMDs มีความคืบหน้า จะไม่เล่นงานเกาหลีเหนือเท่านั้น จะถือเป็นความผิดของจีนโดยตรง จีนต้องรับผิดชอบ จะเห็นว่ายุทธศาสตร์สหรัฐคือการผูกเกาหลีเหนือเข้ากับจีน เท่ากับว่าจะถ้าจะจัดการเกาหลีเหนือต้องจัดการจีนก่อน หรือจัดการทั้ง 2 ประเทศพร้อมๆ กัน

รัฐบาลทรัมป์เริ่มใช้ประเด็นเกาหลีเหนือเป็นเครื่องเจรจาต่อรองกับจีน กลางเดือนมีนาคม ประธานาธิบดีทรัมป์ถึงกับพูดว่าจะนำประเด็นเกาหลีเหนือเพื่อต่อรองปัญหาการค้ากับจีน หากจีนสามารถกดดันเกาหลีเหนือ สหรัฐจะผ่อนคลายกีดกันการค้า

การที่รัฐบาลทรัมป์ในช่วงนี้เน้นกดดันจีนเพื่อกดดันเกาหลีเหนืออีกทอด ก่อให้เกิดคำถามว่ารัฐบาลสหรัฐทำอะไรไม่ได้ด้วยตัวเอง ต้องพึ่งจีน กลายเป็นความว่าความมั่นคงของสหรัฐขึ้นกับจีน
ข้อสรุปเช่นนี้ไม่น่าจะถูกต้อง ดังที่เสนอแล้วว่าตรรกะของสหรัฐในขณะนี้คือต้องโทษจีนที่ไม่จัดการเกาหลีเหนือ
เป็นไปได้หรือไม่ว่าในอนาคตรัฐบาลสหรัฐอาจลงโทษจีน เช่น คว่ำบาตรสินค้านำเข้าจากจีนทั้งหมดหรือบางตัว บางบริษัท หรือลงโทษต่อด้านอื่นมิติอื่น โทษฐานที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธ อาวุธนิวเคลียร์ ให้เหตุผลว่าเนื่องจากจีนไม่คว่ำบาตรเกาหลีเหนือมากพอ

           ดังที่เคยเสนอในบทความก่อนว่า ในช่วงหาเสียงเมื่อพูดเรื่องขาดดุลการค้ากับ ทรัมป์จะมุ่งโจมตีจีน จีนเป็น “จอมหัวขโมยรายใหญ่ที่สุดของโลก” บิดเบือนค่าเงินหยวนเพื่อช่วยการส่งออก กระทบต่ออุตสาหกรรม การจ้างงานในสหรัฐ หากสามารถแก้ปัญหานี้อาจเพิ่มการจ้างงานในประเทศนับล้านตำแหน่ง แต่ไม่ถึง 2 เดือนหลังรับตำแหน่ง ประธานาธิบดีทรัมป์ยอมรับว่าจีนไม่ได้บิดเบือนค่าเงินหยวน พร้อมกับรายงานของกระทรวงการคลังระบุว่าจีนไม่ได้บิดเบือนค่าเงินหยวน บัดนี้รัฐบาลสหรัฐมีข้อสรุปชัดแล้วว่าจีนไม่ได้บิดเบือนค่าเงิน ค่าเงินหยวนไม่เป็นต้นเหตุขาดดุลการค้าอย่างที่ทรัมป์กล่าวหา
ด้วยตรรกะผูกความมั่นคงกับเรื่องอื่นๆ อนาคตรัฐบาลทรัมป์อาจเล่นงานการค้าจีน และเรื่องอื่นๆ ด้วยเหตุ WMDs ของเกาหลีเหนือ นั่นหมายความว่านับจากนี้สหรัฐจะจัดการจีนเรื่องใดๆ ก็ได้ โดยยกเหตุเรื่องเกาหลีเหนือเพียงเรื่องเดียว
แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเปิดฉากทำสงครามกับจีน การปิดล้อมการโดดเดี่ยวเป็นยุทธศาสตร์ที่ต้องดำเนินต่อเนื่องอย่างยาวนาน

ประการที่ 4 สหรัฐอาจชิงโจมตีก่อน
รัฐบาลสหรัฐพูดเสมอว่าพร้อมจะดำเนินการด้วยตนเอง อาจชิงโจมตีฝ่ายเดียว ใช้หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ฯลฯ ควรตระหนักว่าหากเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามใกล้ตัวจริง สหรัฐไม่รีรอที่จะจัดการแน่นอน คำถามอยู่ที่เกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงจวนตัวจริงหรือไม่ และการเอ่ยเรื่องนี้ย่อมเป็นการกดดันจีนอีกทางหนึ่งด้วย

            ประการที่ 5 ยุทธศาสตร์เร่งปิดล้อมเกาหลีเหนือเพื่อเร่งโดดเดี่ยวจีน
ถ้ามองในเชิงการทูต การผูกเกาหลีเหนือกับจีนเข้าด้วยกันคือการกดดันจีนให้กดดันเกาหลีเหนือมากขึ้น ซึ่งถ้าจีนยอมปฏิบัติตามเท่ากับว่าเกาหลีเหนือถูกโดดเดี่ยวมากกว่าเดิม ผลลัพธ์อีกข้อคือเกาหลีเหนือจะถอยห่างจากจีน เท่ากับว่าจีนโดดเดี่ยวตัวเอง
สภาพการณ์เช่นนี้ปรากฏให้เห็นแล้ว สำนักข่าว Korean Central News Agency ของเกาหลีเหนือชี้ว่าหากจีนยังเข้าข้างสหรัฐกดดันเกาหลีเหนือ ย่อมกระทบความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างเกาหลีเหนือกับจีน ความอดทนมีจำกัด ยืนยันว่าจะต้องมีอาวุธนิวเคลียร์ จะไม่ยอมทิ้งอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ว่าจะต้องจ่ายราคาด้วยมิตรภาพมากเพียงไร

ถ้ามองในเชิงบรรลุเป้าหมาย ต้องชื่นชมยุทธศาสตร์สหรัฐอีกครั้ง ที่สามารถคิดหาวิธีโดดเดี่ยวทั้งเกาหลีเหนือกับจีนพร้อมๆ กัน หากประสบความสำเร็จ อนาคตสหรัฐอาจใช้แนวทางนี้กับประเทศอื่นๆ เพื่อโดดเดี่ยวปรปักษ์ของสหรัฐ
สถานการณ์เช่นนี้ คล้ายกับที่รัสเซียช่วยเหลือซีเรียในขณะนี้

ข้อวิพากษ์อีกข้อคือ ฝ่ายสหรัฐพูดมุมเดียวว่าต้องกดดันเกาหลีเหนือมากขึ้นด้วยเห็นว่าภัยคุกคามจากนิวเคลียร์เกาหลีเหนือรุนแรงมากขึ้น ไม่อาจปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไป
ประเด็นที่รัฐบาลสหรัฐไม่เอ่ยถึงคือ การกดดันเกาหลีเหนือมากขึ้นคือเพิ่มความทุกข์ยากแก่ชาวเกาหลี 25 ล้านคนที่ถูกกระทำอย่างรุนแรงต่อเนื่องมาหลายทศวรรษแล้ว ความแร้นแค้นทางเศรษฐกิจมากกว่านี้อาจถึงขีดที่ประชาชนรับไม่ได้ ถึงขั้นก่อความวุ่นวาย ร่วมมือกับนายทหารบางคนที่คิดต่อต้านรัฐบาลล้มล้างระบอบ
แน่นอนว่าหากเกิดการชุมนุม รัฐบาลไม่ปล่อยไว้แน่ คงจะปราบปรามอย่างรุนแรง ถ้าหากสถานการณ์จบลงรวดเร็วก็จะอาจจบเพียงเท่านั้น แต่ถ้ายืดเยื้ออาจกลายเป็น “เกาหลีเหนือสปริง” เปิดทางให้ฝ่ายสหรัฐเข้าแทรกแซง ทำนองเดียวกับอาหรับสปริงที่เกิดขึ้นในหลายประเทศแถบตะวันออกกลางและแอฟริกาตอนเหนือ
            เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่ซ่อนอยู่ของยุทธศาสตร์เร่งปิดล้อมเกาหลีเหนือเพื่อเร่งโดดเดี่ยวจีน

            นักวิชาการบางคนพูดถึงการปิดล้อมคู่ (dual containment) หมายถึงการปิดล้อมจีนกับรัสเซียบทความนี้พูดถึงการปิดล้อมจีนกับเกาหลีเหนือในแง่รัฐบาลสหรัฐดำเนินยุทธศาสตร์เพิ่มแรงกดดันปิดล้อมเกาหลีเหนือโดยยืมมือจีน และเท่ากับเป็นการเร่งโดดเดี่ยวจีนไปในตัว
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าตนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ชมว่าท่านเป็นคนดี จึงต้องพูดคุยกับประธานาธิบดีสีก่อน (เปิดโอกาสให้จีนจัดการเกาหลีเหนือ) แต่หากเห็นด้วยกับยุทธศาสตร์เร่งปิดล้อมเกาหลีเหนือเพื่อเร่งโดดเดี่ยวจีน คงต้องคิดบทบทวนอีกรอบว่าประธานาธิบดีทรัมป์หมายถึงเช่นนั้นจริงหรือไม่
------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง : 
สถานการณ์ตึงเครียดในทะเลจีนใต้จำต้องมองกรอบที่กว้างกว่าอาเซียน เกี่ยวข้องกับท่าทีของสหรัฐกับญี่ปุ่น ที่รัฐบาลอาเบะเพิ่งประกาศต้องการแสดงภาวะผู้นำเหนือภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จีนคงต้องการเตือนอาเซียนว่าอาเซียนควรร่วมมือกับจีน อยู่ร่วมกับจีนอย่างฉันท์มิตรมากกว่าที่จะเข้าพวกกับสหรัฐ ญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในแนวทางต่อต้านยุทธศาสตร์ Pivot to Asia


จากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะไม่อาจสรุปได้ว่าอะไรคือเหตุผลเบื้องหลังที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุด สิ่งที่เห็นคือรัฐบาลเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นประท้วงอย่างรุนแรง ชี้ว่าเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงจวนตัว เป็นข้ออ้างสำหรับเกาหลีใต้ที่กำลังติดตั้งระบบ THAAD ขั้วสหรัฐฯ ได้รุกคืบหน้าอีกขั้น เห็นได้ชัดว่าจีนเป็นฝ่ายเสียประโยชน์ ประเทศที่เกี่ยวข้องกับคาบสมุทรเกาหลีจะพัฒนาและสะสมอาวุธมากขึ้น

บรรณานุกรม:
1. Adler, Stephen J., Holland, Steve., Mason, Jeff. (2017, April 28). Exclusive: Trump says 'major, major' conflict with North Korea possible, but seeks diplomacy. Reuters. Retrieved from http://www.reuters.com/article/us-usa-trump-exclusive-idUSKBN17U04E?il=0
2. Barber, Lionel., Sevastopulo, Demetri., Tett, Gillian. (2017, April 2). Trump ready to tackle North Korea alone — FT exclusive. Financial Times. Retrieved from https://www.ft.com/content/4d9f65d6-17bd-11e7-9c35-0dd2cb31823a
3. Buncombe, Andrew. (2016, May 2) Donald Trump accuses China of 'raping' the US with its trade policy. The Independent. Retrieved from http://www.independent.co.uk/news/world/americas/us-elections/donald-trump-accuses-china-of-raping-the-us-with-its-trade-policy-a7009946.html
4. Chang, Jae-soon. (2017, May 1). (3rd LD) Trump says he would be 'honored' to meet with N. Korean leader under right circumstances. Yonhap. Retrieved from http://english.yonhapnews.co.kr/northkorea/2017/05/02/0401000000AEN20170502000353315.html
5. Cole, Bernard D. (2016). China's Quest for Great Power: Ships, Oil, and Foreign Policy. USA: Naval Institute Press.
6. Council on Foreign Relations. (2016). A Sharper Choice on North Korea. Retrieved from http://www.cfr.org/north-korea/sharper-choice-north-korea/p38259
7. Gelb, Leslie H., Simes, Dimitri K. (2013, June 25). Beware Collusion of China, Russia. The National Interest. Retrieved from http://nationalinterest.org/article/beware-collusion-china-russia-8640
8. Landler, Mark. (2016, February 9). North Korea Nuclear Effort Seen as a Top Threat to the U.S. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2016/02/10/world/asia/north-korea-nuclear-effort-seen-as-a-top-threat-to-the-us.html?_r=0
9. Landler, Mark., Perlez, Jane. (2017, April 17). Pence Talks Tough on North Korea, but U.S. Stops Short of Drawing Red Line. The New York Times. Retrieved from https://www.nytimes.com/2017/04/17/world/asia/trump-north-korea-nuclear-us-talks.html?_r=0
10. North Korea official media make rare strong criticism of key ally China. (2017, May 4). The Japan Times. Retrieved from http://www.japantimes.co.jp/news/2017/05/04/asia-pacific/politics-diplomacy-asia-pacific/north-korea-official-media-make-rare-strong-criticism-key-ally-china/#.WQqyE9J97IU
11. Reis, Joao Arthur. (2014, January 24). China's dual response to the US 'pivot'. Asia Times. Retrieved from http://www.atimes.com/atimes/China/CHIN-01-240114.html
12. Ryan, Missy., Denyer, Simon., Rauhala, Emily . (2017, April 18). On North Korea, Trump administration talks tough but hopes to avoid war. The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/world/national-security/on-north-korea-trump-administration-talks-tough-but-hopes-to-avoid-war/2017/04/18/96d15536-244a-11e7-bb9d-8cd6118e1409_story.html
13. Sherfinski, David. (2017, March 11). US policy on Asia and the Korean Peninsula under President Trump. The Washington Times. Retrieved from http://www.washingtontimes.com/news/2017/apr/11/donald-trump-pressures-china-over-north-korea/
14. Transcript: Donald Trump Expounds on His Foreign Policy Views. (2016, April 26). The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2016/03/27/us/politics/donald-trump-transcript.html
15. Trump is willing to meet North Korea’s leader Kim. (2017, May 2). Gulf Times. Retrieved from http://www.gulf-times.com/story/546552/Trump-is-willing-to-meet-North-Korea-s-leader-Kim
16. U.S. Treasury says China does not manipulate its currency. (2017, April 14). Trump is being schooled by international events and sly adversaries. Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/2017-04/15/c_136210032.htm
-----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…