ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

1 ปีแห่งการก้าวย่างของผู้นำเกาหลีเหนือใหม่บนรอยเท้าเดิม

5 ธันวาคม 2012
ชาญชัย
            หลังการเสียชีวิตของอดีตผู้นำเกาหลีเหนือนายคิม จ็อง-อิลที่นำประเทศราว 3 ทศวรรษ และบุตรชายคือนายคิม จ็อง-อึน ได้ครองตำแหน่งผู้นำประเทศต่อจากบิดา เกิดคำถามว่าเกาหลีเหนือภายใต้การนำของผู้นำคนใหม่จะเป็นอย่างไรเพราะเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนเกาหลีเหนือทั้งปวง และเกี่ยวข้องกับอีกหลายประเทศโดยเฉพาะเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และจีน
            ประเทศที่ไม่ค่อยเปิดเผยให้ประชาคมโลกรับรู้ความเป็นไปเมื่อมีความเคลื่อนไหวแม้เล็กน้อยจะถูกจับตาและนำมาวิเคราะห์ต่างๆ นานา เช่น เมื่อสื่อนำเสนอโฉมหน้าของสุภาพสตรีหมายเลข 1 คุณริ โซลจู เคียงคู่กับผู้นำเกาหลีเหนือ ทั้งๆ ที่สังคมภายนอกมีข้อมูลเพียงเล็กน้อยแต่ประวัติทุกอย่างของเธอถูกนำเสนอและวิเคราะห์ แม้กระทั่งเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่เพียงไม่กี่ชุดที่ได้ออกสื่อและติดยี่ห้อดังแบบตะวันตก นักวิเคราะห์บางคนถึงกับสรุปว่าผู้นำเกาหลีเหนือคนใหม่ “ต้องการแยกตัวเองออกจากภาพลักษณ์ของบิดา”

            ในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติประจำปีนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศนายปั๊ก เคียวยัน ในฐานะตัวแทนประเทศกล่าวถึงแนวนโยบายเศรษฐกิจที่จะติดต่อเชื่อมโยงกับต่างประเทศมากขึ้นเป็นข้อมูลสำคัญอีกชิ้นสนับสนุนแนวคิดเชื่อว่าเกาหลีเหนือกำลังจะเปลี่ยนแปลง
แต่การประกาศปล่อยจรวดพิสัยไกลเพื่อส่งดาวเทียมเข้าวงโคจรในเดือนธันวาคม อันเป็นพยายามครั้งที่สองในรอบปีนี้ หลังจากประสบความล้มเหลวในการปล่อยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตอกย้ำการดำเนินนโยบายความมั่นคงตามแนวทางดั้งเดิม นั่นคือยึดมั่นว่าสหรัฐฯ เป็นปรปักษ์กับเกาหลีเหนือ เป็นต้นเหตุทำให้เกิดการเผชิญหน้าในคาบสมุทรเกาหลี ส่งผลให้คาบสมุทรดังกล่าวกลายเป็นจุดล่อแหลมเสี่ยงต่อการเกิดสงครามนิวเคลียร์ ดังนั้นจึงจำต้องพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลติดหัวรบนิวเคลียร์เพื่อปกป้องอธิปไตยจากลัทธิทุนนิยม
            แม้ทางการเกาหลีเหนือประกาศว่าเป็นการปล่อยจรวดเพื่อกิจกรรมในทางสันติ แต่สหรัฐฯ กับเกาหลีใต้เชื่อว่าเป็นการทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลมากกว่า เพราะที่ผ่านมาเกาหลีเหนือได้ดำเนินการทำนองนี้ในปี 1998 2006 และ 2009 และกล่าวว่าได้ส่งดาวเทียมเข้าสู่อวกาศในปี 1998 กับ 2009 แต่ไม่ปรากฏให้เห็นสักดวง

            ทั้งหมดแปลความว่าแม้ประกาศนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับโลกภายนอกมากขึ้น ให้ภรรรยาออกสื่อด้วยชุดแต่งกายตามสมัยนิยมตะวันตก แต่ยังยึดโยงกับนโยบายความมั่นคงแบบดั้งเดิมถอยหลังไปถึงทศวรรษ 1950
            เมื่อนโยบายความมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง ความเป็นไปในประเทศจึงยึดมั่นอยู่กับแนวทางเดิมของประเทศ ความสัมพันธ์กับประชาคมโลกจึงไม่ต่างจากเดิม โอกาสที่จะติดต่อทางเศรษฐกิจกับนานาชาติอย่างเปิดเผยเป็นทางการไม่อาจทำได้เพราะประเทศกำลังถูกคว่ำบาตร ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินอย่างเป็นทางการกับธนาคารต่างชาติ นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าหากมีก็เพียงกระทำผ่านบัญชีในธนาคารจีนเท่านั้น อีกทั้งประเทศส่วนใหญ่คงไม่สนใจอยากมีสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับเกาหลีเหนือในยามนี้ นโยบายเศรษฐกิจที่ประกาศว่าจะติดต่อกับต่างประเทศมากขึ้นจึงมีอุปสรรคจากนโยบายความมั่นคงของตนเอง
            ปฏิกริยาของสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้จะเป็นดัชนีชี้วัดว่าเกาหลีเหนือจะมีสัมพันธ์กับประชาคมโลกอย่างไร
            เรื่องของเกาหลีเหนือจะเข้าใจง่ายขึ้นหากเทียบกับประเทศเมียนมาร์แม้บริบทจะไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่การที่ประเทศเมียนมาร์เปลี่ยนแปลงนโยบายแม่บท ดำเนินนโยบายปฏิรูปการเมืองให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น ไม่ปฏิเสธที่จะสัมพันธ์กับชาติตะวันตก ไม่ปฏิเสธทุนนิยมการค้าเสรีในบางระดับ ดำเนินนโยบายใหม่ที่สอดคล้องกับประชาคมโลกทำให้เห็นภาพชัดว่าประเทศเมียนมาร์กำลังมุ่งไปสู่การเปลี่ยนแปลงชัดเจนทั้งด้านการเมืองภายในประเทศ การต่างประเทศ เศรษฐกิจ สังคม
            จีนเป็นอีกตัวอย่างที่ประเทศยังยึดมั่นปกครองตามแนวทางสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ แต่ประเทศเปิดออกบางส่วนต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติ รัฐบาลอเมริกาแม้เห็นจีนเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงแต่ไม่ขัดขวางให้นักลงทุนไปทำธุรกิจในจีน สองประเทศมีความสัมพันธ์การค้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดความสัมพันธ์ที่ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันภายใต้บริบทโลกาภิวัตน์
            หากรัฐบาลเกาหลีเหนือต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จำต้องตัดสินใจด้วยความกล้าหาญเปลี่ยนแปลงนโยบายความมั่นของตน
            ส่วนเท่าที่ปรากฎให้เห็นนั้นสรุปได้ว่า 1 ปีแห่งการก้าวย่างของเกาหลีเหนือภายใต้ผู้นำคนใหม่ยังยึดมั่นในแนวทางดั้งเดิม
-----------------------------
บรรณานุกรม:
1. การปรากฏตัวของสุภาพสตรีหมายเลข 1 เกาหลีเหนือ http://chanchaiblogger.blogspot.com/2012/07/1.html
2. เกาหลีเหนือที่เปลี่ยนแปลงและคงเดิม http://chanchaiblogger.blogspot.com/2012/10/blog-post.html
3. N.K. erecting last stage of rocket http://nwww.koreaherald.com/view.php?ud=20121204001037
4. North Korea: U.S. Relations, Nuclear Diplomacy, and Internal Situation
http://www.fas.org/sgp/crs/nuke/R41259.pdf
5. NORTH KOREA'S NUKES RUS - American Foreign Policy Council www.afpc.org/files/may2012.pdf
------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

กำเนิด “รัฐสมัยใหม่” ตัวแสดงเอกของโลก

ในโลกปัจจุบัน ในบรรดาตัวแสดงทุกประเภท “รัฐ” เป็นตัวละครหลัก/ ตัวแสดงเอก (primary actor) ของระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่แปลกที่รัฐจะปรากฏอยู่ในหน้าข่าวต่างประเทศทุกวันและมากที่สุด
บทความนี้จะนำเสนอประวัติกำเนิด “รัฐสมัยใหม่” และข้อวิพากษ์ ประวัติที่มา :
            เมื่อจักรวรรดิโรมันเสื่อมสลาย ดินแดนในทวีปยุโรปแยกออกเป็นแว่นแคว้นต่างๆ ที่เป็นอิสระต่อกัน เช่น อิตาลีแบ่งออกเป็นรัฐลอมบาร์ดี โรมานญา ทัสคานี เนเปิล ซีซีลี รัฐสันตะปาปา ฯลฯ เยอรมนีแยกออกเป็นรัฐแซกซอน ฟรังโกเนีย บาวาเรีย ชวาเบน ไมเซน ฯลฯ ฝรั่งเศสแยกออกเป็นรัฐบูร์กอญ กาสกอญ ตูลูส โพรวองส์ ฯลฯ เช่นเดียวกับสเปนและยุโรปตะวันออก เป็นสภาพที่อำนาจการเมืองกระจัดกระจายไม่รวมศูนย์ดังสมัยจักรวรรดิโรมัน             จากนั้นการปกครองค่อยๆ พัฒนาเป็นระบบฟิลดัล (Feudal system) กับศาสนจักรโรมันคาทอลิก
            ศาสนจักรโรมันคาทอลิกเป็นองค์กรเดียวที่มีโครงสร้างทางอำนาจเข้มแข็ง บาทหลวงกระจายอยู่ทุกหนแห่ง ทุกแว่นแคว้น เป็นที่พึ่งของประชาชนท่ามกลางสภาวะสงคราม ความทุกข์ยากลำบากต่างๆ             ในปี ค.ศ.800 เกิดเหตุการณ์สำคัญคือ หลังจากพระเจ้าช…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…