ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การพัวพันของอาเซียนกับทางออกของ ADIZ

การประกาศเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defense Identification Zone หรือ ADIZ) ของจีนเหนือน่านฟ้าทะเลจีนตะวันออก นอกจากเกี่ยวพันกับประเทศญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวันโดยตรงแล้ว ยังพัวพันประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอาเซียน หากคิดในแง่ลบ คิดถึงการเผชิญหน้าทางทหารที่จะรุนแรงมากขึ้นในวันข้างหน้า ยิ่งชวนให้คิดหาทางออกสกัดกั้นเหตุร้ายเหล่านั้น
            บทความนี้จะวิเคราะห์การเข้ามาพัวพันของอาเซียน พร้อมข้อเสนอแนะทางออกบางประการ ดังนี้
ความวิตกกังวลของอาเซียน การประกาศเขตแสดงตนในอนาคต:
            ADIZ หรือเขตแสดงตนของจีนที่ประกาศเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนไม่มีผลต่อความมั่นคงของชาติสมาชิกอาเซียนโดยตรง สายการบินพลเรือนของกลุ่มประเทศอาเซียนหลายสายแสดงตนต่อทางการจีนเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ส่วนในทางการเมืองระหว่างประเทศ แรงตึงเครียดจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกกระทบต่ออาเซียน เกิดภาวะชวนให้หวั่นวิตกพอสมควร
            ในตอนที่รัฐบาลจีนประกาศเขตแสดงตนนั้น ได้พูดทิ้งท้ายว่าอาจประกาศเขตแสดงตนเพิ่มเติมในอนาคต ถ้าตีความเรื่องนี้ในแง่บวกอาจตีความได้ว่ารัฐบาลจีนย่อมไม่พูดแบบปิดทางตนเอง จำกัดตนเองว่าจะไม่ประกาศเขตแสดงตนอีกแล้ว ทั้งๆ ที่ไม่มีความตั้งใจที่จะประกาศเพิ่มในระยะเวลาอันใกล้ ประโยคดังกล่าวไม่น่ามีผลกระทบต่อสถานการณ์ทะเลจีนใต้แต่อย่างไร แต่ถ้าตีความในแง่ลบ โดยพิจารณาขีดความสามารถของกองทัพจีนที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ พิจารณาจากชาติสมาชิกอาเซียนบางประเทศที่ขัดแย้งกับจีนไม่แตกต่างจากกรณีของทะเลจีนตะวันออก ย่อมไม่อาจละทิ้งความคิดว่าในวันข้างหน้าจีนจะประกาศเขตแสดงตนในทะเลจีนใต้
            หากคาดการณ์โดยเทียบเคียงกรณีทะเลจีนตะวันออก จีนอาจเริ่มต้นเลือกประกาศบางเขต โดยให้กินบริเวณครอบคลุมพื้นที่ข้อพิพาทอ้างกรรมสิทธ์ทับซ้อน เช่น หมู่เกาะสแปรตลีย์ หมู่เกาะปะการังสการ์โบโรห์ และหมู่เกาะพาราเซล เมื่อถึงวันนั้นจะเกี่ยวข้องกับชาติสมาชิกอาเซียนหลายประเทศ และเกี่ยวข้องกับสมาคมอาเซียนโดยตรงเนื่องจากเป็นคู่เจรจากับจีนในการแก้ปัญหาทะเลจีนใต้
            ผลที่ตามมาอาจเป็นเหตุให้ชาติสมาชิกอาเซียนบางประเทศต้องอิงสหรัฐมากขึ้น ยอมให้สหรัฐมีบทบาทเพิ่มขึ้นไม่ต่างจากที่รัฐบาลอาเบะกับรัฐบาลของประธานาธิบดีปาร์ค กึนเฮ (Park Geun-hye) เรียกร้องให้รัฐบาลโอบามาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เป็นข้ออ้างอย่างดีให้สหรัฐใช้ขยายบทบาททางการเมืองระหว่างประเทศ ขยายบทบาททางทหารในภูมิภาคนี้ รัฐบาลจีนย่อมคำนึงถึงเรื่องเหล่านี้ และต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์กับอาเซียนโดยรวม
            ในอีกมุมหนึ่ง หากคู่กรณีของจีนในทะเลจีนใต้ยั่วยุจีนมากขึ้น อาจเป็นเหตุให้รัฐบาลจีนตัดสินใจประกาศเขตแสดงตนได้เช่นกัน ในกรอบของอาเซียนเชื่อว่าอาเซียนมีกระบวนการจัดการเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว การให้ชาติมหาอำนาจ 2 ประเทศเผชิญหน้าในทะเลจีนใต้ย่อมไม่ส่งผลดีต่อเสถียรภาพของภูมิภาค
            นอกจากนี้ การประกาศเขตแสดงตนของประเทศหนึ่งมักกระตุ้นให้อีกประเทศโต้ตอบด้วยหลากหลายวิธี เช่น เพิ่มการลาดตระเวนทางอากาศ ประกาศว่าจะซื้อเครื่องบินรบรุ่นใหม่ รวมทั้งการประกาศขยายเขตแสดงตน ดังที่รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศขยายเขตแสดงตนเพื่อตอบโต้รัฐบาลจีน ทำให้เกิดเขตแสดงตนทับซ้อนเพิ่มขึ้น ความขัดแย้งที่มีอยู่เดิมซับซ้อนยิ่งขึ้น เกิดวิวาทะซ้อนวิวาทะ

ประเด็นนานาชาติ อาเซียนถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้อง:
            นอกจากความกังวลที่จีนอาจประกาศเขตแสดงตนในทะเลจีนใต้ อีกประเด็นที่ควรให้ความสำคัญคือการที่บางประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นพยายามดึงอาเซียนเข้าเป็นพวก หรืออย่างน้อยให้อาเซียนแสดงท่าทีสนับสนุน
            ความพยายามดึงหลายประเทศเข้าเกี่ยวข้อง เป็นการดำเนินนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นที่น่าสนใจ
            ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุ รัฐบาลอาเบะพยายามดึงรัฐบาลสหรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง กดดันรัฐบาลโอบามาด้วยการไม่ให้สายการบินพลเรือนของตนยอมรับ ADIZ ของจีน แต่เมื่อรัฐบาลโอบามาไม่รับลูก พยายามลดความตึงเครียด แนะนำให้จีนกับญี่ปุ่นจัดตั้งกลไกป้องกันเหตุไม่คาดฝัน ดูเหมือนว่ารัฐบาลอาเบะยังเห็นว่าไม่เพียงพอ หันมาเรียกร้องให้ประชาคมโลกร่วมต่อต้านเขตแสดงตนของจีน ดังที่นายอิสึโนริ โอโนะเดระ (Itsunori Onodera) รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นกล่าวขณะเยือนฟิลิปปินส์ว่า “ข้าพเจ้าคิดว่าโลกจะต้องรับรู้ตรงกันว่าพฤติกรรมที่กระทำโดยฝ่ายเดียวของปักกิ่งไม่ควรเพิ่มความตึงเครียดแก่ภูมิภาค” แม้จะพูดว่าต้องการให้ทั่วโลกรับรู้ แต่ย่อมตีความได้ว่าเป้าหมายของญี่ปุ่นหมายถึงประเทศในเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียน
            ล่าสุด ในการประชุมระหว่างญี่ปุ่นกับสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ชาติที่เริ่มต้นเมื่อวันศุกร์ แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อประเทศจีน นายกฯ อาเบะพูดเป็นนัยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญที่ญี่ปุ่นกับอาเซียนต้องร่วมมือกันต่อต้านจีน ด้านประธานาธิบดีซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโน แห่งอินโดนีเซียกล่าวว่า “อินโดนีเซียเข้าใจผลประโยชน์ของญี่ปุ่นเรื่องการขยายบทบทความมั่นคง” ในภูมิภาค พร้อมกับกล่าวถึงทะเลจีนใต้ที่มีความขัดแย้งเรื่องการอ้างกรรมสิทธิ์ว่า “อินโดนีเซียกังวลอย่างยิ่งว่าความขัดแย้งเหล่านี้” ถ้าระเบิดออกจะส่งผลกระทบต่อหลายประเทศ

ข้อเสนอแนะ ทางออก:
            ประการแรก เป้าหมายคือลดความตึงเครียด ลดโอกาสที่จะเกิดเหตุร้ายไม่คาดฝัน
            ลักษณะเด่นประการหนึ่งของ ADIZ หรือเขตแสดงตน คือ ไม่มีมาตรฐานสากล แต่ละประเทศประกาศ กำหนดเขต และวางกฎเกณฑ์ตามแต่เห็นสมควร ไม่มีประเทศใดสามารถห้ามอีกประเทศหนึ่งไม่ให้ประกาศเขตแสดงตน ดังนั้น เป้าหมายของการแก้ไขจึงไม่ใช่การห้ามการประกาศ ADIZ แต่อยู่ที่การลดความตึงเครียด ลดโอกาสที่จะเกิดเหตุร้ายไม่คาดฝัน

            ประการที่สอง ทุกประเทศที่เกี่ยวข้องต้องมีส่วนร่วม
            นายหม่าอิงจิ่ว ประธานาธิบดีไต้หวันเป็นผู้นำที่แสดงท่าทีดังกล่าวตั้งแต่ต้น เรียกร้องให้ทุกประเทศที่มีส่วนเกี่ยวข้องเจรจาเพื่อหาทางออก
            มีข่าวว่าญี่ปุ่นกำลังหารือกับชาติสมาชิกอาเซียนเพื่อการเดินอากาศอย่างปลอดภัย พาดพิงกรณีการประกาศเขตแสดงตนของจีน การเจรจาในประเด็นนี้จะสำเร็จได้ด้วยการเชิญทุกประเทศที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเจรจา ซึ่งรวมถึงประเทศจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และอาจต้องรวมสหรัฐกับรัสเซียด้วย ในการนี้สมาคมอาเซียนสามารถแสดงตนเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผ่านกลไกของอาเซียนที่มีอยู่

            ประการที่สาม ความปลอดภัยของผู้โดยสารต้องมาก่อน
            ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศกับความมั่นคงทางทหารเป็นหลัก ไม่เกี่ยวข้องกับประชาชน การเดินทางโดยเครื่องบินพลเรือนทั้งหลายต้องได้รับประกันว่าจะปลอดภัย ไม่ควรให้มีข้ออ้างใดๆ ที่จะกระทบต่อเสรีภาพการเดินทาง ความปลอดภัยของประชาชน
            หลายทศวรรษที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐมีนโยบายให้เครื่องบินพลเรือนของตนทุกลำแสดงตนต่อต่างประเทศ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร เรื่องนี้ควรเป็นหลักสากล ส่วนกรณีน่านฟ้าที่เป็นข้อพิพาทอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนและมีโอกาสเสี่ยงสูง เช่น เขตแสดงตนทับซ้อนเหนือหมู่เกาะเตียวหยู/เซนกากุ ควรใช้วิธีหลีกเลี่ยงเส้นทาง หรือมีข้อตกลงระหว่างประเทศที่ชัดเจน

            ประการที่สี่ ตั้งกลไกประสานงาน ระบบติดต่อสื่อสาร
            ตั้งแต่เริ่มประกาศเขตแสดงตน ทางการจีนพูดชัดว่ามุ่งหวังให้เขตแสดงตนเป็นเขตแห่งความปลอดภัย ไม่เกิดเหตุเสี่ยง เป็นเขตแห่งความร่วมมือไม่ใช่การแข่งขัน ยินดีที่จะสื่อสาร ปรึกษาหารือกับประเทศต่างๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยในการเดินอากาศ เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพและการพัฒนาของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
            สอดคล้องกับแนวทางของสหรัฐที่เสนอให้จัดตั้งกลไกบริหารจัดการวิกฤติ ช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน เชื่อว่าประเทศส่วนใหญ่น่าจะเห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว ในขณะนี้มีเพียงญี่ปุ่นเท่านั้นที่ยังไม่ยอมเจรจาจัดตั้งกลไกประสานงาน เนื่องจากติดเรื่องการอ้างกรรมสิทธิ์หมู่เกาะ รัฐมนตรีกลาโหมโอโนะเดระกล่าวว่า “ภายใต้ ADIZ ของจีน หมู่เกาะเซนกากุกลายเป็นดินแดนของจีน และด้วยข้อสรุปเช่นนี้ทำให้เราไม่สามารถยอมรับการเจรจาใดๆ” ท่าทีดังกล่าวจึงเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาระหว่างญี่ปุ่นกับจีน โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่รัฐบาลอาเบะมีท่าทีแข็งกร้าว แต่ไม่น่าจะกระทบต่อประเทศอื่นๆ

            ประการที่ห้า จัดทำมาตรฐานสากล
            ในระยะยาวควรจัดทำเป็นมาตรฐานสากล เช่น กำหนดแนวทางการปรึกษาหารือกับเพื่อนบ้านที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า ดังเช่นกรณีการประกาศขยายเขตแสดงตนของเกาหลีใต้ ที่ได้ปรึกษากับกับสหรัฐ ญี่ปุ่นและจีนล่วงหน้า
            กำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อรักษาเสรีภาพการบิน ความปลอดภัยของการบินทั้งเครื่องบินพลเรือนและอากาศยานกองทัพ ให้เป็นแนวทางปฏิบัติร่วมโดยไม่กระทบต่ออธิปไตยหรือการอ้างกรรมสิทธิ์ที่เป็นข้อพิพาท อันจะช่วยให้ง่ายต่อการยอมรับและระงับการยั่วยุจากเขตแสดงตนของประเทศต่างๆ ไม่ควรให้ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศเป็นข้ออ้างหรือข้อจำกัด
            แนวทางเหล่านี้ไม่ได้ห้ามหรือกีดกันการประกาศเขตแสดงตน แต่เพื่อลดความขัดแย้งให้เหลือน้อยที่สุด ลดความหวาดระแวง และโอกาสที่จะเกิดเหตุร้ายไม่คาดฝันให้ต่ำที่สุด

            การประกาศเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ หรือ ADIZ มีจุดเริ่มต้นในช่วงทศวรรษ 1950 ในยุคสงครามเย็น ไม่น่าเชื่อว่ากว่า 2 ทศวรรษแล้วที่โลกผ่านพ้นยุคสงครามเย็น แต่เขตแสดงตนยังคงอยู่ และเพิ่มขึ้นทั้งในเชิงประเทศที่เริ่มประกาศใช้กับการขยายขนาด ตอกย้ำแนวคิดที่ว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคือจุดที่ความตึงเครียดกำลังก่อตัวรุนแรงมากขึ้น ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้อาเซียนไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรแสดงบทบาทมีส่วนในการจัดการปัญหา เพื่อให้ทุกประเทศใช้เขตแสดงตนในทางสันติดังที่กล่าวอ้าง ความร่วมมือแก้ปัญหาดังที่เสนอแนะจะเป็นเครื่องสะท้อนเจตนาของแต่ละประเทศได้พอสมควร
15 ธันวาคม 2013

ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6250 วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2556)
--------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง:
การประกาศ ADIZ หรือเขตแสดงตนของจีนนำมาซึ่งวิวาทะจากประเทศที่เกี่ยวข้อง บ้างเห็นว่าเขตแสดงตนของจีนผิดจากมาตรฐานสากล บ้างเห็นว่าเป็นการยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง บ้างเห็นว่าจีนต้องการแย่งชิงหมู่เกาะเตียวหยู/เซนกากุ แต่ความจริงแล้ว ADIZ ไม่มีมาตรฐานสากล สามารถเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการยั่วยุ กรรมสิทธิ์หมู่เกาะยังเป็นข้อถกเถียงอยู่ แต่ผู้นำประเทศของแต่ละรัฐบาลต้องหาทางออกที่เหมาะสม มีปัจจัยการเมืองภายในเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

บรรณานุกรม:
1. Chinese ADIZ in East China Sea: Posers for India.The Institute for Defence Studies and Analyses. http://www.idsa.in/idsacomments/ChineseADIZinEastChinaSeaPosersforIndia_agupta_021213. 2 December 2013.
2. Saleem, Omar. 2000. The Spratly Islands Dispute: China Defines the New Millennium. American University International Law Review. 15, no. 3 (2000). http://www.wcl.american.edu/journal/ilr/15/saleem.pdf.
3. Southeast Asia eyes Chinese air zone expansion. The Christian Science Monitor. http://news.yahoo.com/southeast-asia-eyes-chinese-air-zone-expansion-000009354.html. 6 December 2013.
4. Seoul to declare new air defense zone. The Korea Times. http://www.koreatimes.co.kr/www/news/nation/2013/12/120_147272.html. 2 December 2013.
5. Japan, U.S. to continue coordinating on China’s air zone issue. The Japan Daily Press. http://japandailypress.com/japan-u-s-to-continue-coordinating-on-chinas-air-zone-issue-0440449/. 4 December 2013.
6. ‘China’s planned ADIZ over West Phl Sea to trigger tension’. The Philippine Star. http://www.philstar.com/headlines/2013/12/08/1265559/chinas-planned-adiz-over-west-phl-sea-trigger-tension. 8 December 2013.
7. Japan-ASEAN summit statement to call for free air space over high seas. Japan Times. http://www.japantoday.com/category/politics/view/japan-asean-summit-statement-to-call-for-free-air-space-over-high-seas. 7 December 2013.
8. Defense Ministry spokesman on China's air defense identification zone. Xinhua. http://news.xinhuanet.com/english/china/2013-12/03/c_132938762.htm. 3 December 2013.
9. China's aggressive air zone rattles a suspicious region. The Christian Science Monitor. http://news.yahoo.com/china-39-aggressive-air-zone-rattles-suspicious-region-000004431.html. 6 December 2013.
10. “Bigger KADIZ will take effect Dec.15”. The Korea Times. http://www.koreatimes.co.kr/www/news/nation/2013/12/116_147597.html. 8 December 2013.
11. Indonesia Signals Concerns Over Regional Security. Wall Street Journal. http://online.wsj.com/news/articles/SB10001424052702303293604579255361492865686. 13 December 2013.
12. Japan, Asean can play 'proactive role for peace', says Abe . The Jakarta Post. http://www.thejakartapost.com/news/2013/12/13/japan-asean-can-play-proactive-role-peace-says-abe.html. 13 December 2013.
-----------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

กำเนิด “รัฐสมัยใหม่” ตัวแสดงเอกของโลก

ในโลกปัจจุบัน ในบรรดาตัวแสดงทุกประเภท “รัฐ” เป็นตัวละครหลัก/ ตัวแสดงเอก (primary actor) ของระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่แปลกที่รัฐจะปรากฏอยู่ในหน้าข่าวต่างประเทศทุกวันและมากที่สุด
บทความนี้จะนำเสนอประวัติกำเนิด “รัฐสมัยใหม่” และข้อวิพากษ์ ประวัติที่มา :
            เมื่อจักรวรรดิโรมันเสื่อมสลาย ดินแดนในทวีปยุโรปแยกออกเป็นแว่นแคว้นต่างๆ ที่เป็นอิสระต่อกัน เช่น อิตาลีแบ่งออกเป็นรัฐลอมบาร์ดี โรมานญา ทัสคานี เนเปิล ซีซีลี รัฐสันตะปาปา ฯลฯ เยอรมนีแยกออกเป็นรัฐแซกซอน ฟรังโกเนีย บาวาเรีย ชวาเบน ไมเซน ฯลฯ ฝรั่งเศสแยกออกเป็นรัฐบูร์กอญ กาสกอญ ตูลูส โพรวองส์ ฯลฯ เช่นเดียวกับสเปนและยุโรปตะวันออก เป็นสภาพที่อำนาจการเมืองกระจัดกระจายไม่รวมศูนย์ดังสมัยจักรวรรดิโรมัน             จากนั้นการปกครองค่อยๆ พัฒนาเป็นระบบฟิลดัล (Feudal system) กับศาสนจักรโรมันคาทอลิก
            ศาสนจักรโรมันคาทอลิกเป็นองค์กรเดียวที่มีโครงสร้างทางอำนาจเข้มแข็ง บาทหลวงกระจายอยู่ทุกหนแห่ง ทุกแว่นแคว้น เป็นที่พึ่งของประชาชนท่ามกลางสภาวะสงคราม ความทุกข์ยากลำบากต่างๆ             ในปี ค.ศ.800 เกิดเหตุการณ์สำคัญคือ หลังจากพระเจ้าช…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…