ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เส้นต้องห้าม (red line) ต่อเกาหลีเหนือ

20 สิงหาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7590 วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2560)

ช่วงกรกฎาคมถึงก่อนกลางสิงหาคม 2017 เป็นเวลาแห่งความตึงเครียดระหว่างฝ่ายสหรัฐกับเกาหลีเหนืออีกรอบ เริ่มจากเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป “ฮวาซอง-14” (Hwasong-14) ถึง 2 ลูกใน 1 เดือน คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติออกข้อมติ 2371 คว่ำบาตรเกาหลีเหนือ ตามมาด้วยเกาหลีเหนือประกาศเตรียมแผนยิงขีปนาวุธ “ฮวาซอง-12” (Hwasong-12) จำนวน 4 ลูกให้ตกรอบเกาะกวม อ้างว่าเป็นการจำลองยับยั้งกองทัพศัตรูจากฐานทัพเกาะกวม ปฏิบัติการจำลองนี้ตัวขีปนาวุธจะบินข้ามน่านฟ้าญี่ปุ่น ข้ามผ่านพื้นที่ Shimane, Hiroshima และ Koichi
            ด้านประธานาธิบดีทรัมป์เตือนเกาหลีเหนือว่าอาจถูกตอบโต้รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เหตุการณ์ตึงเครียดรอบนี้สะท้อนเส้นต้องห้าม (red line) ของประเทศต่างๆ ดังนี้

เส้นต้องห้ามของจีน :
            ท่ามกลางความตึงเครียด ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยับยั้งชั่งใจ พยายามแก้ปัญหาด้วยการหารือเจรจาต่อไป ย้ำว่า “จีนกับสหรัฐต่างมีผลประโยชน์ร่วมจากคาบสมุทรเกาหลีที่ปลอดนิวเคลียร์ สงบสุขและมั่นคง”
ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จีนประกาศวางตัวเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่หากสหรัฐหรือเกาหลีใต้พยายามโค่นระบอบเกาหลีเหนือ จีนจะไม่ปล่อยให้เกิดขึ้น จะไม่นิ่งเฉย
            ท่าทีจีนชัดเจนคือ ฝ่ายสหรัฐจะทำอะไรก็ได้ ขอเพียงไม่โค่นล้มระบอบเกาหลีเหนือ เป็นการวางเส้นต้องห้ามต่อสหรัฐ และเตือนเกาหลีเหนือว่าจีนจะไม่ยุ่งหากสหรัฐโจมตีเกาหลีเหนือเฉพาะจุด เช่น ทำลายขีปนาวุธ คลังอาวุธ ศูนย์นิวเคลียร์
เป็นหลักฐานสำคัญอีกชิ้นว่า เป้าหมายสูงสุดของจีนคือให้คาบสมุทรเกาหลีอยู่ในความสงบเรียบร้อย

ความสับสนของสหรัฐ :
8 สิงหาคม The Washington Post นำเสนอรายงานลับของหน่วยข่าวกรองกระทรวงกลาโหมสหรัฐ (Defense Intelligence Agency) ฉบับปลายเดือนกรกฎาคมระบุว่าเกาหลีเหนือมีหัวรบนิวเคลียร์ถึง 60 ลูก สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์เข้ากับขีปนาวุธข้ามทวีปที่ยิงไกลถึงแผ่นดินแม่สหรัฐ
            ก่อนหน้านี้เกาหลีเหนือประกาศว่าประสบความสำเร็จในการทดสอบจุดติดระเบิดนิวเคลียร์มาแล้วหลายครั้ง เมื่อรวมกับการทดสอบขีปนาวุธ “ฮวาซอง-14” ทำให้วาทะแผ่นดินแม่สหรัฐไม่ปลอดภัยฟังดูจริงจังขึ้นมาก รายงานลับของหน่วยข่าวกรองกระทรวงกลาโหมเป็นข้อสรุปที่ชัดเจน

ประเด็นสำคัญคือต้องแยกระหว่างความจริงกับความคิดเห็น ไม่ว่าเกาหลีเหนือมีขีปนาวุธข้ามทวีปติดหัวรบนิวเคลียร์จริงหรือไม่ ชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อยคิดว่ามี สร้างความหวาดผวาแก่สังคม ที่สำคัญคือส่งผลต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลทรัมป์
ที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐใช้เรื่องประเทศปรปักษ์มีอาวุธนิวเคลียร์เพื่อช่วยกำหนดนโยบายกลาโหมกับต่างประเทศ คราวนี้เกิดคำถามว่ารัฐบาลสามารถปกป้องพลเมืองจากระเบิดนิวเคลียร์ได้มากแค่ไหน คะแนนประธานาธิบดีทรัมป์ที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์กำลังถูกฉุดให้ต่ำลงไปอีก

สัปดาห์ต่อมา (13 ส.ค.) Mike Pompeo ผู้อำนวยการ CIA ชี้แจงว่าบางคนพูดว่าเกาหลีเหนือมีขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์แล้ว ความจริงคือจนบัดนี้ยังไม่มีหน่วยข่าวกรองใดระบุเช่นนั้น ดังนั้น เกาหลีเหนือยังไม่ใช่ภัยคุกคามจวนตัว (imminent) ที่รัฐบาลเป็นห่วงคือเกาหลีเหนือค่อยๆ พัฒนาและใกล้จะสำเร็จ
ในเวลาใกล้เคียง รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศทิลเลอร์สันพยายามคลายท่าทีของประธานาธิบดี เห็นว่าท่านแค่ต้องการย้ำว่าสหรัฐจะปกป้องตัวเองและพันธมิตรของตน ขอให้ชาวอเมริกันนอนหลับฝันดีเหมือนปกติ 
            ดูเหมือนผู้อำนวยการ Pompeo ต้องการลดกระแสกังวล แต่ทิ้งคำถามว่า The Washington Post นำเสนอข่าวเท็จ หรือว่าฝ่ายข่าวกรองกระทรวงกลาโหมสร้างรายงานเท็จ

            ย้อนหลังไม่ถึง 4 เดือน ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า “ไม่มีใครปลอดภัย มีใครปลอดภัยหรือ นายคนนั้นมีอาวุธนิวเคลียร์” (หมายถึงผู้นำเกาหลีเหนือ)

            ในความเข้าใจของสังคมอเมริกัน เกาหลีเหนือสามารถโจมตีสหรัฐด้วยขีปนาวุธข้ามทวีปติดหัวรบนิวเคลียร์หรือไม่ เป็นประเด็นที่แม้กระทั่งรัฐบาลยังสับสนตัวเอง ถ้าจะอธิบายอีกแบบคือ รัฐบาลพูดกลับไปกลับมาตามใจชอบ สร้างรายงานและลบรายงานตามใจชอบ รัฐบาลสหรัฐกำลังหลอกลวงพลเมืองตนเองหรือไม่ หลายคนต้องหวาดผวา นอนไม่หลับฝันไม่ดี

17 สิงหาคม ประธานาธิบดี มุน แจ-อิน (Moon Jae-in) กล่าวอย่างชัดเจนว่าเส้นต้องห้ามคือ เกาหลีเหนือมีขีปนาวุธข้ามทวีปติดหัวรบนิวเคลียร์ คำพูดนี้ย่อมตีความว่าเกาหลีเหนือยังไม่มีอาวุธดังกล่าว
            ควรเชื่อใครมากกว่า ระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับเกาหลีใต้

            เส้นต้องห้าม (red line) ที่เกิดขึ้นและมีอยู่จริง :
            การคิดโจมตีเกาะกวม หรือพูดให้ถูกคือยิงให้ตกรอบเกาะกวมกลายเป็นเส้นต้องห้าม (red line) ที่เกิดขึ้นจริง ถ้ามองในเชิงหลักการคือโจมตีดินแดนอเมริกา โดยรัฐธรรมนูญแล้วเป็นหน้าที่สำคัญของรัฐบาลที่จะต้องปกป้อง การโจมตีเท่ากับประกาศสงคราม (แม้ว่าขีปนาวุธจะไม่ตกใส่ตัวเกาะก็ตาม) การที่ประธานาธิบดีเตือนด้วยถ้อยคำรุนแรงว่าเกาหลีเหนืออาจต้องเผชิญการตอบโต้รุนแรงอย่างที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน นับว่าสมเหตุสมผล
อีกคำที่ทรัมป์พูดท้ายๆ คือ มาตรการทางทหารพร้อมแล้ว อาวุธล็อคเป้าและพร้อมยิง หวังว่าเกาหลีเหนือจะทำอะไรฉลาดๆ

เส้นต้องห้ามของเกาหลีใต้ :
ประธานาธิบดี มุน แจ-อิน (Moon Jae-in) กล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐตกลงกับเกาหลีใต้แล้ว่าหากจะโจมตีเกาหลีเหนือต้องได้รับความเห็นชอบจากเกาหลีใต้ก่อน ไม่ว่ารัฐบาลสหรัฐจะใช้วิธีการใด ต้องหารือกับเกาหลีใต้และได้รับความเห็นชอบก่อนลงมือ และทิ้งท้ายว่า “ประชาชนมั่นใจได้ว่าจะไม่มีสงคราม” จะแก้ปัญหานิวเคลียร์ด้วยการคว่ำบาตร กดดันและเจรจาหารือ

            ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้มากคือ หากความขัดแย้งบานปลายกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ เกาหลีใต้จะกลายเป็นสมรภูมิทันที และจะเป็นประเทศที่สูญเสียมาก (อาจเป็นรองแค่เกาหลีเหนือ) เกิดคำถามว่าสงครามที่เกิดขึ้นมีเพื่อผลประโยชน์ของใคร ทำไมเกาหลีใต้ต้องสูญเสียมากมาย
            สงครามย่อยมีผู้บาดเจ็บล้มตาย คนเกาหลีเข่นฆ่ากันเอง หลายคนไม่เห็นด้วยกับเรื่องแบบนี้

            งานสำรวจของ Pew Research Center เมื่อต้นสิงหาคมที่ผ่านมา ให้ข้อสรุปว่าคนเกาหลีใต้เห็นว่าจีนกับสหรัฐเป็นภัยคุกคามพอๆ กัน ด้วยคะแนน 83 ต่อ 70 ตัวเลขร้อยละ 70 ที่เห็นว่าสหรัฐเป็นภัยคุกคามร้ายแรงนั้น ย่อมต้องสรุปว่าคนส่วนใหญ่เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐเป็นภัยคุกคามร้ายแรง สะท้อนความคิดความรู้สึกของคนเกาหลีใต้ต่อรัฐบาลสหรัฐได้เป็นอย่างดี

            ความจริงคือ ทุกวันนี้คนเกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับการเรื่องปากท้องมาก หลายคนต้องปากกัดตีนถีบ สงครามไม่ว่าเล็กหรือใหญ่กระทบเศรษฐกิจ ตัวเขาอาจไม่ตายแต่ต้องตกงาน ครอบคัวอยู่อย่างยากไร้ นี่คือโลกเกาหลีใต้ในวันนี้
ด้วยเหตุนี้ประธานาธิบดีมุนจึงย้ำว่ารัฐบาลไม่ต้องการสงคราม และจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดสงคราม อธิบายว่าเหตุที่ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ถ้อยคำรุนแรงก้าวร้าวเพราะหวังกดดันเกาหลีเหนือ รัฐบาลเห็นชอบด้วย ขอเพียงแต่ต้องไม่บานปลายเป็นสงคราม และเกาหลีเหนือต้องไม่มีขีปนาวุธข้ามทวีปติดหัวรบนิวเคลียร์

เส้นต้องห้ามของเกาหลีเหนือ :
ความขัดแย้งรอบนี้ลงเอยแบบง่ายๆ ผู้นำคิม จ็อง-อึน (Kim Jong-un) เลื่อนการตัดสินใจยิงขีปนาวุธ พูดทิ้งท้ายเพียงว่าอาจนำเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาอีก หากสหรัฐยังคงยั่วยุ
ถ้อยคำของผู้นำเกาหลีเหนือไม่สมเหตุสมผล ที่ผ่านมาให้เหตุผลว่าที่ต้องตอบโต้เพราะฝ่ายสหรัฐยั่วยุก่อน การยั่วยุรอบนี้รุนแรงถึงขีดสุดเมื่อมีข้อมติคว่ำบาตรจากสหประชาชาติ เตรียมโจมตีตอบโต้เกาหลีเหนือหากยิงเกาะกวม ณ จุดที่ฝ่ายสหรัฐยั่วยุรุนแรงอย่างที่สุด รัฐบาลเกาหลีเหนือกลับระงับการตอบโต้เอาดื้อๆ
เป็นกรณีตัวอย่างว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือพร้อมทำทุกอย่าง แม้ขัดแย้งเหตุผลข้อเท็จจริงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ตรงข้ามกับที่ประกาศเรื่อยมาว่าพร้อมทำสงครามนิวเคลียร์กับสหรัฐ
ตอกย้ำข้อสรุปว่าความอยู่รอดของระบอบคือเป้าหมายสูงสุด หรือพูดอีกอย่างคือทำได้ทุกอย่างเพื่อผู้ปกครองจะอยู่รอดต่อไป

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
            จากวันที่ผู้นำคิมประกาศเลื่อนตัดสินใจยิงขีปนาวุธจนถึงวันนี้ สถานการณ์คลี่คลายอย่างชัดเจน ไม่มีการยั่วยุจากเกาหลีเหนือ น่าจะสรุปได้แล้วว่าความตึงเครียดรอบนี้ยุติเพียงเท่านี้ เป็นการตีกรอบไปในตัวว่าเมื่อความขัดแย้ง การยั่วยุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะหยุดที่จุดใด (หากเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธใส่เกาะกวมเรื่องคงไปอีกยาว ความขัดแย้งบาดลึกลงอีกมาก)
            จากนี้ไปคือติดตามการทดสอบขีปนาวุธกับทดลองจุดระเบิดนิวเคลียร์ โดยเฉพาะขีปนาวุธข้ามทวีปติดหัวรบนิวเคลียร์ นี่คือเส้นต้องห้ามที่เกาหลีเหนือขยับเข้าไปใกล้ขึ้นทุกที คำถามชวนคิดคือ ถ้าการมีขีปนาวุธข้ามทวีปติดหัวรบนิวเคลียร์คือเส้นต้องห้าม และหมายถึงการอยู่รอดของระบอบ เช่นนั้นแล้วจะมีวันที่เกาหลีเหนือจะมีอาวุธดังกล่าวหรือไม่
----------------------

บทความที่กี่ยวข้อง : 
บทความนี้วิเคราะห์โดยสร้างฉากทัศน์ (scenario) วิเคราะห์เหตุการณ์จำลองหลากหลายแบบ ว่าหากเกาหลีเหนือยังคงเดินหน้าและยิงขีปนาวุธใส่เกาะกวม จะเกิดสถานการณ์ใดบ้าง เป็นผลดีผลเสียอย่างไร 

ไม่ว่าเกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์จริงหรือไม่ ยิงถึงแผ่นดินอเมริกาหรือเปล่า รัฐบาลสหรัฐชุดแล้วชุดเล่าพยายามย้ำแล้วย้ำอีกให้พลเมืองอเมริกันเห็นว่าภัยคุกคามด้วยนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือเป็นเรื่องจริง จึงต้องพยายามทุกอย่างเพื่อสกัดกั้น ทั้งๆ ที่โดยข้อเท็จจริงแล้วผู้นำเกาหลีเหนือกับบริวารไม่ต้องการสงคราม ที่ต้องการจริงๆ คือความอยู่รอดของพวกเขา แต่ที่รัฐบาลสหรัฐต้องโหมภัยเกาหลีเหนือเพราะมีผลประโยชน์อื่นๆ ที่สำคัญกว่ามาก


บรรณานุกรม:
1. (3rd LD) Moon: U.S. won't take military option against N. Korea without Seoul's consent. (2017, August 17). Yonhap. Retrieved from http://english.yonhapnews.co.kr/northkorea/2017/08/17/0401000000AEN20170817006153315.html
2. (3rd LD) Trump says he would be 'honored' to meet with N. Korean leader under right circumstances. (2017, May 1). Yonhap. Retrieved from http://english.yonhapnews.co.kr/northkorea/2017/05/02/0401000000AEN20170502000353315.html
3. (4th LD) N. Korea threatens missile strike near Guam, warns of all-out war. (2017, August 9). Yonhap. Retrieved from http://english.yonhapnews.co.kr/northkorea/2017/08/09/0401000000AEN20170809001054315.html
4. Glaser, Bonnie., Snyder, Scott., Park, John S.. (2008, Jan). Keeping an Eye on an Unruly Neighbor: Chinese Views of Economic Reform and Stability in North Korea. United States Institute of Peace. Retrieved from http://www.usip.org/files/resources/Jan2008.pdf
5. North Korea now making missile-ready nuclear weapons, U.S. analysts say. (2017, August 8). The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/world/national-security/north-korea-now-making-missile-ready-nuclear-weapons-us-analysts-say/2017/08/08/e14b882a-7b6b-11e7-9d08-b79f191668ed_story.html
6. North Korea says it will hold off on firing missiles toward Guam. (2017, August 15). The Guam Daily Post/Reuters. Retrieved from https://www.postguam.com/news/local/north-korea-says-it-will-hold-off-on-firing-missiles/article_64b0950c-817a-11e7-b22f-f35907c9f310.html
7. North Korea threatens missile strike on Guam; Trump vows 'fire and fury'. (2017, August 8). USA Today. Retrieved from https://www.usatoday.com/story/news/world/2017/08/08/report-north-korea-has-nuke-fits-inside-missile/549188001/
8. North Korea's leader holds fire on Guam missile launch. (2017, August 15). Al Jazeera. Retrieved from http://www.aljazeera.com/news/2017/08/north-korea-leader-briefed-guam-missile-test-plans-170814234449710.html
9. Nuclear war with N. Korea not ‘imminent’ – CIA chief. (2017, August 14). RT Retrieved from https://www.rt.com/news/399505-pompeo-zakharova-north-korea/
10. Poushter, Jacob., Manevich, Dorothy. (2017, August 1). Globally, People Point to ISIS and Climate Change as Leading Security Threats. Pew Research Center. Retrieved from http://www.pewglobal.org/2017/08/01/globally-people-point-to-isis-and-climate-change-as-leading-security-threats/?utm_source=AdaptiveMailer&utm_medium=email&utm_campaign=8-1-17%20Global%20Threats&org=982&lvl=100&ite=1568&lea=323345&ctr=0&par=1&trk=
11. Reckless game over the Korean Peninsula runs risk of real war. (2017, August 10). Global Times. Retrieved from http://www.globaltimes.cn/content/1060791.shtml
12. South Korea Says Trump Will Seek Its Consent for Any Strike on North. (2017, August 16). The New York Times. Retrieved from http://www.spiegel.de/international/world/opinion-trump-playing-with-fire-in-north-korea-crisis-a-1162505.html
13. Statement of DPRK Government. (2017, August 8). The Rodong Sinmun. Retrieved from http://www.rodong.rep.kp/en/index.php?strPageID=SF01_02_01&newsID=2017-08-08-0001
14. The White House. (2017, August 11). Remarks by President Trump Before Workforce/Apprenticeship Discussion. Retrieved from https://www.whitehouse.gov/the-press-office/2017/08/11/remarks-president-trump-workforceapprenticeship-discussion
15. Trump threatens ‘fire and fury’ in response to North Korean threats. (2017, August 8). The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/politics/trump-tweets-news-report-citing-anonymous-sources-on-n-korea-movements/2017/08/08/47a9b9c0-7c48-11e7-83c7-5bd5460f0d7e_story.html
16. Trump’s threat to North Korea contrasts with calm reassurances of other administration officials. (2017, August 9). The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/politics/trumps-threat-to-north-korea-contrasts-with-calm-reassurances-of-other-administration-officials/2017/08/09/e38427ec-7d18-11e7-83c7-5bd5460f0d7e_story.html?utm_term=.85e3a52a8219
17. Trump: Military solutions fully in place against N. Korea. (2017, August 11). Yonhap. Retrieved from http://english.yonhapnews.co.kr/northkorea/2017/08/11/0401000000AEN20170811009200315.html
18. Xi urges restraint from Trump in phone call on N. Korea crisis. (2017, August 12). The Korea Times. Retrieved from http://www.koreatimes.co.kr/www/nation/2017/08/103_234630.html
-----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…